Author Archives: qq

รีวิวหนังไทย Fast & Feel Love

รีวิวหนังไทย Fast & Feel Love

รีวิวหนังไทย Fast & Feel Love

หนังรักสายเนิร์ดบอกเล่าเรื่องราวของแฟนหนุ่มที่เป็นแชมป์กีฬาสแต็ก รีวิวหนังไทย (เรียงแก้วเร็ว) ที่ทุ่มเททั้งแรงกายและแรงใจให้กับสิ่งนี้จนความสัมพันธ์กับคนรักมีปัญหาเพราะถูกแฟนบอกเลิก หนังออนไลน์ล่าสุด เรื่องราวของการแข่งขันที่ต้องฝึกซ้อมเพื่อพิชิตคู่แข่งก็สำคัญ การแก้ปัญหาชีวิตและประคับประคองความสัมพันธ์กับคนรักก็สำคัญ เรื่องราวจะลงเอยอย่างไรต้องติดตาม Fast & Feel Love นำแสดงโดย ณัฏฐ์ กิจจริต และ อุรัสยา เสปอร์บันด์ สนุก!! Fast & Feel Love เร็วโหด..เหมือนโกรธเธอ ภาพยนตร์ผลงานของผู้กำกับคนเก่ง เต๋อ-นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ ที่เคยฝากผลงานไว้อย่างฮาวทูทิ้ง (2019) และ ฟรีแลนซ์.. ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ (2015) เรื่องนี้ยังคงเป็นสไตล์ดราม่า แต่มีความโรแมนติกคอมเมดี้เข้ามาด้วย ได้นักแสดงนำแม่เหล็ก อย่างสาวสวยญาญ่า อุรัสยา ประกบคู่กับหนุ่มหล่อ ณัฎฐ์ กิจจริต ตอนนี้ออกอากาศให้รับชมทาง Netflix แล้ว หลังผู้เขียนเข้า ดูหนังฟรี การเขียนคอนเทนต์กับทางทรูไอดี เลยอยากรีวิวหนังไทยสักเรื่อง ปกติรีวิวแต่หนังฝรั่ง ซีรีส์เกาหลี ซีรีส์จีน ขอเลือกเรื่องนี้ล่ะกัน เพิ่งเข้า Netflix และสนุกด้วย ก็อยากเชิญชวนทุกคนมาดู หนังดีของไทย ที่ไม่ควรพลาด ไปติดตามกับรีวิวนี้กันค่ะ ดูหนังออนไลน์

รีวิวหนังไทย Fast & Feel Love

เรื่องย่อ Fast & Feel Love เร็วโหด..เหมือนโกรธเธอ (2022) บอกเล่าเรื่องราวของ เกา (รับบทโดยณัฎฐ์ กิจจริต) หนุ่มนักเรียงแก้ว ที่ใฝ่ฝันอยากเป็นแชมป์เรียงแก้วอันดับหนึ่งของโลก กับ เจ (รับบทโดยญาญ่า) สาวนักบัญชี ที่ใฝ่ฝันอยากมีชีวิตอันแสนเรียบง่าย หลังจากได้รู้จักกันขณะเรียนมัธยมปลาย ทั้งสองก็ตกลงคบหากัน โดยเจเป็นฝ่ายสนับสนุนคอยช่วยให้เกามีเวลาฝึกซ้อมได้เต็มที่ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ดำเนินด้วยดีมาตลอด เกามีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับในฐานะนักเรียงแก้วฝีมือดี เจก็เป็นแม่บ้านที่ดูแลเอาใจใส่เกาไม่ห่าง แต่เมื่อถึงวัย 30+ เกายังคงวิ่งตามความฝัน แต่เจอยากลงรักปักฐานมีครอบครัวมีลูก เมื่อเป้าหมายต่างกัน ชีวิตคู่มันจะลงเอยอย่างไร ต้องไปติดตามทาง Netflix หนังยาว 2 ชั่วโมง 11 นาที

รีวิวหนังไทย Fast & Feel Love

เนื้อเรื่องแปลกใหม่ เล่าเรื่องได้สนุก

ชอบตั้งแต่ตอนเปิดเรื่องเลยที่คุณครูถามว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร ชอบคำตอบของนักเรียนแต่ละคนรวมทั้งนักแสดงที่มาคามีโอด้วย แค่เปิดเรื่องก็ฮาแล้ว เรื่องราวความฝันของเกา ที่อยากเป็นนักเรียงแก้วกับบริบทสังคมไทย ถือว่าเป็นเรื่องแปลกใหม่ นำเสนอออกมาได้ดี น่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้ใครหลายคน

มิลลิหนังผสมผสานเรื่องความสัมพันธ์ของชีวิตคู่เข้ามาได้อย่างลงตัว ตั้งแต่เรื่องซื้อบ้าน ทำอาหารเช้า ยันซักผ้า ตลอดไปจนถึงขายบ้าน ผู้กำกับใส่ใจในรายละเอียดยิบย่อยที่ใส่ลงไป ทำให้หนังมีความสมจริง เข้าถึงได้ไม่ยาก เป็นชีวิตคู่ที่ฝ่ายหนึ่งเป็นฝ่ายให้ตลอดเวลา ส่วนอีกฝ่ายก็รับลูกเดียว มีความดราม่าเป็นช่วง ๆ แต่ไม่หน่วง ทุกปมดูสนุก ชอบบ้านของเกากับเจ สวยน่าอยู่

รีวิวหนังไทย Fast & Feel Love

ณัฐ กิจจริต เหมาะกับบท เกา

หนุ่มเนิร์ดนักเรียงแก้ว ที่ชีวิตไม่มีอะไรนอกจากการซ้อมและการซ้อม มีเป้าหมายเดียวคือเรียงแก้วให้ได้เวลาน้อยที่สุด หนุ่มณัฐแสดงดี ดูเป็นเด็กเนิร์ด ๆ เคมีกับญาญ่า

มีความสมจริงเหมือนเป็นคู่รักหนุ่มเนิร์ดกับสาวใจดี ลุ้นอยากให้ง้อเธอให้สำเร็จญาญ่า รับบท เจ สาวใจดีกับทุกคน เธอมีความฝันง่าย ๆ ทำงาน แต่งงาน มีลูก ญาญ่ากับบทแม่บ๊านแม่บ้าน

มีเสน่ห์น่ารัก เล่นเป็นธรรมชาติ ยิ่งซีนปลูกต้นไม้ ดูอินสุด ๆ เจรักเกามาก พร้อมทำทุกอย่างเพื่อสนับสนุกเกา เมียดียืนหนึ่ง คาแรกเตอร์น่ารัก ดูไปก็คิดไปว่า เจช่างเป็นแม่บ้านในอดุมคติ

ถ้าหนุ่มไหนได้ภรรยาอย่างนี้ คงพร้อมยอมทำทุกอย่างเพื่อรักษาชีวิตคู่

รีวิวหนังไทย Fast & Feel Love

ดราม่า สอดแทรกความตลก และข้อคิดดี ๆ

Fast & Feel Love เร็วโหด..เหมือนโกรธเธอ ผลงานของผู้กำกับ เต๋อ-นวพล บทดีงาม ให้ข้อคิดดี ๆ หลายเรื่อง ทั้งเรื่องความสัมพันธ์และเรื่องการทำตามความฝัน ไม่ว่าจะนักกีฬาโอลิมปิกหรือ นักเรียงแก้ว หรือใครก็ตามที่อยากทำอะไรให้สำเร็จสักอย่างหนึ่ง คีย์สำคัญคือการทุ่มเทฝึกซ้อม พัฒนาฝีมืออย่างหนัก และในการที่จะมีเวลาฝึกซ้อมให้ได้อย่างเต็มที่ มันมีหลายคนเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะพ่อ แม่ เมีย และ โค้ช หนังเล่าส่วนนี้ออกมาได้ซึ้งกินใจ บางครั้งเมื่อหมกมุ่นกับอะไรมาก ๆ เราอาจหลงลืมความจริงข้อนี้ไปได้ และอีกด้านหนึ่งถ้ามองในมุมมองของชีวิตคู่ เมื่อความรักมันไปต่อไม่ได้ มันก็เหมือนขโมยเวลาของกันและกัน

รีวิวหนังไทย Fast & Feel Love

ภาพยนตร์ Fast & Feel Love เร็วโหด..เหมือนโกรธเธอ ยังคงเป็นแนวดราม่า เหมือนเรื่องก่อนหน้าของผู้กำกับ แต่ใส่ความโรแมนติก คอมเมดี้เข้ามาด้วย ทำให้ย่อยง่ายกว่าทุกเรื่อง ดราม่าไม่หนักหน่วง ขำ ตลก สนุก เล่าความสัมพันธ์คู่รักออกมาสวยงาม สอดแทรกความตลกเสียดสี ผ่านตัวละครทั้งคุณน้องแม่บ้าน เมทัลสายซัพพอร์ท โค้ชตัวน้อยไผ่หลิวสายโหด และ คุณแม่เกาสายบุญ ชอบมุกเลียนแบบหนังออสการ์ Parasite ชนชั้นปรสิต (2019) ที่แม่บ้านเมทัลพาคนขับรถคนเกาหลี กับติวเตอร์คนเกาหลีมาสอนภาษาอังกฤษ ตอนท้ายทิ้งปมเปิดไว้ในเครดิตท้ายเรื่อง ถ้าดูไม่ผิดเป็นรูปสามคนพ่อแม่ลูกใช่ไหม ว่าแต่มันคือครอบครัวของใคร? ปลง! ไม่ต้องไปคิดมัน หนังมันจบดีในตัวของมันอยู่แล้ว

รีวิว ภาพยนตร์ Fast & Feel Love เร็วโหด เหมือนโกรธเธอ : หนังรัก คนเนิร์ด รสชาติคอมมาดี้ กับคำถามว่า ชีวิตจะฝันธรรมดาไม่ได้เลยหรือไง ?
นับเป็นเรื่องราวที่น่าสนใจมาก สำหรับการตั้งคำถาม ในภาพยนตร์ Fast & Feel Love เร็วโหด เหมือนโกรธเธอ ผลงานการกำกับภาพยนตร์เรื่องล่าสุด ของผู้กำกับ ที่มีสไตล์เอกลักษณ์เป็นของตัวเอง และโดดเด่นที่สุดคนหนึ่งในวงการภาพยนตร์ไทย อย่าง เต๋อ นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ โดย หนัง Fast & Feel Love เร็วโหด เหมือนโกรธเธอ ได้นักแสดงระดับ A-List อย่าง ญาญ่า อุรัสยา มาประกบกับ นัท ณัฏฐ์ กิจจริต พระเอกที่กำลังเป็นที่น่าจับตามองในฝีมือการแสดงซึ่ง ฉายแสงความเฉียบมาหลายต่อหลายเรื่องแล้ว อาทิ ในหนัง อาชีวะยุค 90s ในเรื่อง 4Kings


ภาพยนตร์แนวแอ็คชั่น-ชีวิต กำกับโดย เต๋อ-นวพล ที่เล่าถึง เกา ชายอายุ30 ที่ชื่นชอบการเล่นกีฬาSport Stacking และซ้อมแข่งเพื่อโค่นล้มแชมป์ทำลายสติโลก แต่เส้นทางนั้นไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่คิดเมื่อเขาต้องเผชิญหน้ากับความรับผิดชอบต่างๆในชีวิตประจำวัน.

หลังจากชมภาพยนตร์เรื่องนี้เสร็จก็ยังพบว่าสไตล์เดิมของพี่เต๋อยังคงอยู่ในเรื่องนี้ เช่น บทพูดที่ติสท์ๆ การแช่ภาพ เป็นต้น แต่ในสิ่งที่เพิ่มเติมเข้ามาแตกต่างจากภาพยนตร์เรื่องก่อนๆ คือวิธีการเล่าเรื่องที่ไปในจังหวะของแนวแอคชั่น ไม่ว่าจะซาวนด์ประกอบที่หนักแน่น การตัดต่อที่มันดูรวดเร็วรวมถึงการเปลี่ยนmood(อารมณ์). ซึ่งพี่เต๋อสามารถบิ้วผมให้รู้สึกสนุกไปกับหนังได้ + กับคอมเมดี้ที่เป็นธรรมชาติ. เสน่ห์อีกอย่างที่เราเห็นตั้งแต่ตัวอย่างหนังคือการล้อเลียนหนังHollywood เรื่องต่างๆในจุดนี้พี่แกก็ใส่เข้ามาอย่างพอดี ถ้าใครดูหนังเยอะๆจะตลกหลายซีน พร้อมกับคอมเมดี้ที่เป็นธรรมชาติ มันทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้มันออกมาดี. รวมทั้งใส่ประเด็นปัญหาของสังคมการศึกษาของเด็กยุคใหม่และผู้ใหญ่ยุคเก่าอีกด้วย. ในส่วนของข้อเสียนั้นบทพูดของตัวละครนั้นบางประโยคค่อนข้างลึกและมุขบางอย่างก็เข้าใจยากทำให้ผู้ชมอาจไม่เข้าถึงอรรถรสกันได้ทุกคน. ในส่วนของนักแสดงทุกคนถ่ายทอดออกมาได้ดีและมีตัวประกอบที่คอยแย่งซีนอยู่ต้องไปดูครับ

รีวิวหนังไทย 4 Kings

รีวิวหนังไทย 4 Kings

รีวิวหนังไทย 4 Kings

4 Kings เป็นหนังอาชีวะยุค 90s รีวิวหนังไทย บอกเล่าเรื่องราวของความเป็นคู่อริของนักเรียนช่าง 4 สถาบัน เข้มข้นกับอารมณ์ที่พรั่งพรู หนังออนไลน์ล่าสุด ฉากแอคชันตามสไตล์ยกพวกตีกัน คล้ายภาพยนตร์ดัง 2499 อันธพาลครองเมือง แต่มีความสมจริงมากขึ้นตามยุคสมัย 4 Kings นำแสดงโดย เป้ อารักษ์ อมรศุภศิริ, ภูมิ รังษีธนานนท์, จ๋าย ไททศมิตร, โจ๊ก อัครินทร์ อัครนิธิเมธรัฐ, ทู สิราษฎร์ อินทรโชติเป็นอีกโปรเจกต์หนังที่ใช้เวลาเดินทางมาอย่างยาวนานทีเดียวกว่าที่ พุฒิพงษ์ นาคทอง ผู้กำกับที่จบจากวิทยาลัยเทคนิคราชสิทธารามจะเริ่มไล่ล่าความฝันการเป็นนักสร้างหนัง โดยไต่เต้าจากเด็กกองจนมาเป็นผู้ช่วยผู้กำกับให้กับ ดูหนังฟรี ต้อม ยุทธเลิศ สิปปภาค ได้ในที่สุด และเขาก็พกพาเรื่องราวที่ได้ยินได้ฟังมาในสมัยเรียนเขียนออกมาเป็นบทหนังออกเร่หาทุนเป็นเวลาหลายปีจนแทบนึกว่าโครงการจะล่มไปเสียแล้ว แต่ในที่สุดเขาก็ได้มาทำหนังยาวกับค่ายเนรมิตรหนัง ฟิล์ม จำกัด ค่ายหนังไทยหน้าใหม่ที่ดูมีวิสัยทัศน์น่าสนใจทีเดียว ดูหนังออนไลน์

รีวิวหนังไทย 4 Kings

และอาจด้วยการฝ่าฟันผลักดันความฝันนี้มาอย่างยาวนาน เหมือนว่าเรื่องที่เขาอยากเล่ามันได้ถูกเคี่ยวถูกบ่มจนได้ที่ เค้นเนื้อเน้น ๆ ดีกรีแรงออกมาเป็นหนังเรื่องนี้ ถ้าถามว่าความรู้สึกมันคล้ายหนังเรื่องไหน ก็คงเป็น ‘2499 อันธพาลครองเมือง’ ในแบบฉบับที่จริงจังขึ้น และคมคายสมจริงขึ้นตามยุคสมัย

หนังยังอิงถึง ‘โลกทั้งใบให้นายคนเดียว’ หนังที่มีเด็กช่างเป็นพระเอกเรื่องแรก ๆ ของไทยด้วย
จุดเด่นของหนังคือการได้เด็กช่างตัวจริงที่ไปคลุกวงในเด็กช่างเด็กเทคนิคยุค 90s มาจริง ๆ จนได้วัตถุดิบที่สมจริงมาปรุงการเล่าเรื่อง แต่ละรายละเอียดในหนังเป็นการผสมผสานหลากหลายชีวิตและบทเรียนจากคนมากมายกว่าจะนำมาผูกสร้างเป็นตัวละครแต่ละตัว แม้จะยืนพื้นจากบุคคลที่มีตัวตนอยู่จริงและหลายคนก็ยังคงมีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน ทว่าผู้กำกับก็ฉลาดพอที่จะทำให้มันเป็นเรื่องแต่งเพื่อไม่ให้กระทบคนจริง ๆ ที่ว่ามา และในแง่ดีคือมันใส่ลูกขยี้ลูกดราม่าชีวิตบัดซบให้ตัวละครได้มากขึ้นด้วย

ต้องชมอย่างแรกเลยคือ การคัดเลือกนักแสดงมาเล่น ถือว่าดีมาก ๆ ไม่เห็นการคัดแบบเข้าท่าเข้าทางยกทีมยกเรื่องขนาดนี้มานานแล้ว ด้วยจำนวนตัวละครที่ค่อนข้างมากในเรื่อง ทีมสร้างจึงเลือกให้ศูนย์กลางเรื่องราวอยู่ที่ตัวละคร บิลลี่ อินทร ของ จ๋าย ไทยทศมิตร หรือ อิชณน์กร พึ่งเกียรติรัศมี ที่เป็นเหมือนผู้นำพาผู้ชมไปรู้จักโลกของเขาที่มีเพื่อนสนิท 2 คนคือ ดา อินทร ที่รับบทโดยเป้ อารักษ์ อมรศุภศิริ ที่เป็นตัวละครที่สร้างขึ้นใหม่และเป็นหัวโจกของกลุ่มเพื่อน และอีกคนคือ รูแปง อินทร ที่รับบทโดย ภูมิ ภูมิ รังษีธนานนท์ ซึ่งเป็นตัวแสบในกลุ่มโรงเรียนอินทรอาชีวะ

รีวิวหนังไทย 4 Kings

จริงแล้วชื่อ 4Kings

ก็บอกในตัวอยู่แล้วว่ามี 4 สถาบันที่เป็นคู่แค้นกัน แต่เรื่องราวจะเล่าผ่านสายตาฝั่ง อินทรอาชีวะ เป็นหลัก โดยเจาะไปที่คู่ปรับตัวฉกาจอย่าง เทคโนโลยีประชาชล (ซึ่งเพี้ยนชื่อมาจากของจริงคือ เทคโนโลยีประชาชื่น) ที่มีตัวละครนำอย่าง มด ชล หัวโจกของกลุ่ม รับบทโดย โจ๊ก อัครินทร์ อัครนิธิเมธรัฐ และ โอ๋ ชล ที่เป็นเหมือนมือขวารับบทโดย นัท ณัฏฐ์ กิจจริต

และจะยังมีอีก 2 สถาบันสุดแสบอย่าง กนกอาชีวะ และช่างกลบุรณพนธ์ เป็นตัวสอดแทรกเข้ามาเป็นระยะ โดยเล่าผ่านตัวนำอย่าง บ่าง กนก ที่รับบทโดย แหลม สมพล รุ่งพาณิชย์ หรือ แหลม 25Hours และ เอก บู รับบทโดย ทู สิราษฎร์ อินทรโชติ ซึ่งหนังฉลาดในการค่อย ๆ พาจากกลุ่มอินทรไปรู้จักกลุ่มอื่น ผ่านตัวละครของบิลลี่ที่มีเหตุให้ต้องเข้าไปร่วมหัวจมท้ายกับ โอ๋ ชล และ เอก บู ในช่วงเวลาหนึ่ง

และยังฉลาดในการใส่ตัวละครตัวป่วนที่เข้าไปปั่นสถานการณ์ให้วุ่นวายหนักข้อโดยไม่เลือกหน้าอย่างกลุ่มเด็กเจ้าถิ่นที่เรียกว่าเด็กบ้านที่นำแก๊งโดย ยาท เด็กบ้าน รับบทโดย บิ๊ก อุกฤษ วิลลีย์ บรอด ดอนกาเบรียล หรือ D Gerrard และเมื่อหนังแนะนำตัวละครสำคัญ ๆ ได้ครบ ทั้งยังให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครที่บ้างเป็นศัตรูอยู่ร่วมโลกไม่ได้ บ้างเป็นศัตรูที่ยอมรับให้เกียรติกัน บ้างก็เป็นมิตรที่อยู่คนละขั้วและต้องเลือกอยู่เสมอว่าระหว่างสถาบันกับเพื่อนน้ำหนักสิ่งไหนสูงกว่ากัน ซึ่งทำให้เนื้อหามันมีมิติความซับซ้อนที่ดีพอจะทำให้เกิดสถานการณ์ชวนเอาใจช่วยตัวละครมากมาย

และที่ชอบมากอีกประการคือการสร้างบทสนทนา หนังเรื่องนี้มีบทสนทนาที่ดีมาก ๆ เกิดขึ้นระหว่างความขัดแย้งของตัวละครที่คมคายมาก ๆ ไม่ใช่เพียงระหว่างศัตรู แต่ระหว่างลูกกับพ่อแม่ เพื่อนกับเพื่อน ครูกับศิษย์ คนรักกับคนรัก และแม้ตัวเรื่องมันจะเป็นอะไรที่ดราม่าเชย ๆ แบบที่เราเห็นในหนังสะท้อนสังคมแทบทุกเรื่อง ทว่าบทสนทนาในเรื่องกลับทำให้มันแตกต่างและน่าจดจำอย่างไม่น่าเชื่อ

ที่สำคัญมันไม่ได้แค่ชวนคิดชวนถกเถียงเท่านั้น แต่มันยังเปี่ยมด้วยทัศนคติที่ดี และเป็นผู้ใหญ่ที่ผ่านโลกมามากพอจริง ๆ และสำคัญอย่างยิ่งที่มันไม่ได้ตัดสินตัวละครจากสิ่งที่สังคมให้ค่าเลย ในเรื่องนี้ผู้ใหญ่ไม่จำเป็นต้องถูกเสมอ เด็กก็อาจมีเหตุผลที่ดีกว่าก็ได้ในมุมมองของเขา อะไรเช่นนี้เป็นสิ่งที่น่าชื่นชมมากในการเป็นหนังสะท้อนสังคมเรื่องหนึ่งในยุคแห่งเหตุและผลเช่นนี้

รีวิวหนังไทย 4 Kings

และแม้จะมีสิ่งดีมากมาย

แต่หนังก็มีจุดด้อยสำคัญอยู่ นั่นคือมันไม่ตอบรับความคาดหวังของผู้ชมที่อยากดูหนังบู๊มัน ๆ แรง ๆ แบบลูกผู้ชายตามที่หน้าหนังนำเสนอไว้ได้มากพอ หนังแทบจะตัดส่วนรุนแรงอย่างภาพการตีกันแบบกดข้ามไปเลยด้วยซ้ำ และฉากใหญ่ที่คนรอคาดหวังอย่าง คอนเสิร์ตช็อต ชาร์จ ช็อก ที่เป็นตำนาน ก็แทบไม่คุ้มแก่การรอคอยเท่าไรเลย พอประกอบกับความยาวของหนังที่มากถึง 2 ชั่วโมงครึ่งแบบที่เส้นเรื่องเยอะมาก ใครหวังมาดูหนังแอ็กชันก็น่าจะมีผิดหวังไปพอสมควร แต่ส่วนตัวมองว่าใครที่ดูแล้วเอาข้อด้อยนี้มาตัดสินหนังทั้งเรื่องก็ออกจะใจร้ายไปสักหน่อย เช่นเดียวกับที่ตัวละครในหนังพูดไว้ว่า “เห็นมันเป็นอย่างนั้น ใครทำลงก็เ_ี้ยเกินไปแล้วล่ะ”

และนี่คือสิ่งสำคัญมาก ใครที่กำลังตัดสินใจไปดู ต้องเข้าใจก่อนเลยว่าหนังเรื่องนี้ไม่ใช่หนังแอ็กชันแบบเด็กเกเรตีกันแบบพวกหนังเด็กนักเรียนญี่ปุ่นที่วัยรุ่นกำลังนิยม แต่มันคือหนังดราม่าหนังชีวิตที่เข้มข้นมาก ๆ และความรุนแรงด้านภาพก็ไม่ได้เป็นส่วนสำคัญเลย เพราะความรุนแรงต่ออารมณ์และความรู้สึกผู้ชมนั้นมันสาหัสสากรรจ์กว่ามาก ๆ ต่อให้เป็นผู้ชายแมน ๆ ยังไง คุณก็มีโอกาสโดนสักฉากในหนังที่ทำเอาน้ำตาร่วงได้แน่นอน นี่จึงเป็นหนังอีกเรื่องที่ดูแล้วจะอยากบอกต่อใครสักคนเลยว่า ของมันดีจริง ๆ

รีวิวหนังไทย 4 Kings

 

รีวิวหนังไทย 4 Kings

แม้ว่าในปีนี้จะมีปริมาณหนังไทยเข้าฉายตามปกติเพียงน้อยนิด ดูทรงแล้วก็เพียงสิบเรื่องนิดๆ แค่นั้น แล้วแต่ละเรื่องก็สร้างออกมาได้เสริมพลังคำสบประมาทและพลอยทำให้ผู้ชมมองในแง่ร้ายกับหนังไทยไปก็เสียเยอะ แต่ดูเหมือนว่าจะมีหนังไทยส่งท้ายปีเรื่องนี้ ที่น่าจะมากอบกู้สถานการณ์ได้ไม่น้อย เพราะนี่คือ “4Kings อาชีวะยุค 90” หนังแอคชั่นดราม่าจัดจ้านที่ตีแผ่ประเด็นนักเรียนตีกัน ที่เข้มข้นกว่าแค่ประเด็นยกพวกตีกันธรรมดาๆ

4Kings อาชีวะยุค 90 เป็นหนังที่ยกประเด็นมาเพื่อสะท้อนสังคมและความจริงอีกมุมของกลุ่มนักเรียนนักศึกษาสายอาชีพในยุคก่อน ที่ใครๆ ก็มองว่าพวกเขาเป็นตัวสร้างปัญหาที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งและนองเลือก โดยเล่าเรื่องผ่านเด็กอาชีวะจาก 4 สถาบันหลักๆ ได้แก่ อินทร, ประชาชล, บูรณพันธ์ และ กนก ที่พวกเขามันก่อเรื่องจู่โจมกันแทบทุกครั้งที่เจอหน้า แต่ว่าเพราะอะไรจึงกลายเป็นปัญหาเช่นนี้ และนี่คือบทเรียนชีวิตที่พวกเขาเคยก้าวผิด

หนังเรื่องนี้ถือว่าเป็นการเปิดตัวและชิมลางค่ายหนังน้องใหม่ที่เข้ามาเสริมทัพประดับวงการหนังอีกค่าย นั่นก็คือ เนรมิตหนังฟิล์ม ที่ถือว่าเป็นตัวเลือกที่จัดจ้านและเปิดตัวค่ายได้อย่างสง่าไม่เบา เพราะว่า 4Kings กลายเป็นหนังไทยที่สามารถสร้างเซอร์ไพรส์ให้กับผู้ชมได้ไม่น้อย ทั้งเนื้อหา ทั้งการเล่าเรื่อง ทั้งการแสดง ที่องค์ประกอบต่างๆ ถูกใส่เข้าอย่างได้จังและกลมกล่อมในระดับที่ใช้ได้ นับว่าเป็นหนังไทยที่ให้รสชาติที่อร่อยกำลังพอดี

เราอาจะไม่ได้เคยได้ยินชื่อ “พุฒิพงษ์ นาคทอง”

ที่รับหน้าที่เป็นทั้งผู้กำกับและเขียนบทหนังเรื่องนี้ แต่ผลงานชิ้นนี้ได้กลายเป็นมาสเตอร์พีชประดับอาชีพของเขาไปเรียบร้อย ด้วยการใส่ใจในรายละเอียดต่างๆ ที่ถูกใส่เข้ามาอย่างเหมาะสม การเล่าเรื่องที่อาจจะใช้สูตรสำเร็จเข้ามาช่วยเยอะ แต่ปรากฏว่าเป็นความลงตัวที่้เข้ากับตัวหนังพอดี ดราม่าจัดจ้านที่ไม่ได้รู้สึกยัดเยียดเกินเหตุ หรือฉากต่อสู้ตีกันพัลวันก็อยู่ในเกณฑ์ที่ไม่มากไม่น้อยกำลังพอ
องค์ประกอบต่างๆ ใน 4Kings อาชีวะยุค 90 อาจจะยังไม่ถึงขั้นสมบูรณ์แบบ เพราะยังคงมีช่องว่างและจุดโหว่ปะปนอยู่ตลอดทาง แต่เนื้อหาที่เข้มข้นของหนังก็สามารถช่วยกลบเกลื่อนอุดรอยต่างๆ ได้เป็นอย่างดี จนทำให้ผู้ชมมองข้ามไปในบางจุด โดยเฉพาะในช่วงครึ่งแรกของหนังนั้น ถือว่าสอบผ่านและทำดีใช้ได้เลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นการปูเรื่องราวและสร้างมิติให้กับตัวละครต่างๆ

รวมไปทั้งการใส่รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เก็บทุกเม็ดของความสภาพสังคมในยุค 90 ที่สัมผัสเห็นได้ถึงงานละเอียดที่ทีมงานและผู้สร้างบรรจงใส่มาทั้งในรูปแบบนามและวัตถุที่้ต้องขอยกนิ้วให้กับการทำการบ้านที่ดีใช้ได้อย่างหนังเรื่องนี้เลย แต่น่าเสียดายที่ในช่วงครึ่งหลังของหนังนั้น ค่อนข้างยืดเยื้อไปนิด ด้วยการใส่นู้นนี่เข้ามามากเกินจำเป็น หากมีการตัดทอนและปรุงแต่งให้กระชับกว่านี้หน่อย ลดไปอีกสัก 10 นาที เชื่อว่าอาจจะดีกว่านี้

รีวิวหนังไทย ไอฟาย.. แต๊งกิ้ว.. เลิฟยู้

รีวิวหนังไทย ไอฟาย.. แต๊งกิ้ว.. เลิฟยู้

รีวิวหนังไทย ไอฟาย.. แต๊งกิ้ว.. เลิฟยู้

รีวิวหนังไทย ไอฟาย.. แต๊งกิ้ว.. เลิฟยู้ รีวิวหนังไทย  หนุ่มโรงงานโดนแฟนสาวชาวต่างชาติบอกเลิกผ่านธัมป์ไดรฟ์และฝาก เพลง  หนังออนไลน์ล่าสุด (ปรีชญา พงษ์ธนานิกร) ครูสอนภาษาอังกฤษมาส่งให้ยิมจนทำให้เขาทั้งเสียใจและพาลมาโทษและเกลียดเพลงที่สอนภาษาอังกฤษให้จนเธอทิ้งเขาไปมีแฟนใหม่ แต่ต่อมายิมก็กลับมาขอให้เพลงช่วยสอนภาษาอังกฤษให้เพราะเขาต้องการไปตามหาแฟนเก่าที่ต่างประเทศ ดูหนังฟรี เมื่อปฏิเสธไม่ได้เพลงจึงใช้ร้านกาแฟร้านหนึ่งเป็นสถานที่นัดเจอของทั้งคู่และงัดทุกกลเม็ดออกมาสอนลูกศิษย์ที่มีสกิลภาษาติดลบ ขณะเดียวกันเพลงก็แอบมีใจให้กับ คุณพฤกษ์ (ภพธร สุนทรญาณกิจ) นักธุรกิจหนุ่มหล่อ ดูดี มีชาติตระกูลจนทั้งคู่ได้ลงเอยกันในที่สุด แต่แล้วความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็เริ่มสั่นคลอนเมื่อคู่กัดที่เคยร้ายกลับกลายมาเป็นดี ดูหนังออนไลน์

รีวิวหนังไทย ไอฟาย.. แต๊งกิ้ว.. เลิฟยู้

ยิม (ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์) หนุ่มโรงงานโดนแฟนสาวชาวต่างชาติบอกเลิกผ่านธัมป์ไดรฟ์และฝาก เพลง (ปรีชญา พงษ์ธนานิกร) ครูสอนภาษาอังกฤษมาส่งให้ยิมจนทำให้เขาทั้งเสียใจและพาลมาโทษและเกลียดเพลงที่สอนภาษาอังกฤษให้จนเธอทิ้งเขาไปมีแฟนใหม่ แต่ต่อมายิมก็กลับมาขอให้เพลงช่วยสอนภาษาอังกฤษให้เพราะเขาต้องการไปตามหาแฟนเก่าที่ต่างประเทศ เมื่อปฏิเสธไม่ได้เพลงจึงใช้ร้านกาแฟร้านหนึ่งเป็นสถานที่นัดเจอของทั้งคู่และงัดทุกกลเม็ดออกมาสอนลูกศิษย์ที่มีสกิลภาษาติดลบ ขณะเดียวกันเพลงก็แอบมีใจให้กับ คุณพฤกษ์ (ภพธร สุนทรญาณกิจ) นักธุรกิจหนุ่มหล่อ ดูดี มีชาติตระกูลจนทั้งคู่ได้ลงเอยกันในที่สุด แต่แล้วความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็เริ่มสั่นคลอนเมื่อคู่กัดที่เคยร้ายกลับกลายมาเป็นดี

หนังเรื่องนี้ให้มากกว่าความบันเทิงเพราะดูจนจบแล้วเราได้สกิลภาษาเพิ่มขึ้นแบบไม่ทันรู้ตัว เรื่องนี้รับประกันความฮาด้วยพี่ซันนี่และโจ๊กโซคูล เอาจริง ๆ แค่เห็นหน้า 2 คนนี้ก็ขำรอแล้วอ่ะ แทบทั้งเรื่องจะมีการสอดแทรกศัพท์ภาษาอังกฤษเอาไว้มากมายและทำให้คนดูอย่างเราซึมซับไปโดยไม่รู้ตัว

พระเอกจะสะท้อนถึงคนที่แทบจะไม่มีสกิลภาษาอังกฤษและนางเอกคือคนที่ภาษาอังกฤษเป๊ะทุกกระเบียดนิ้วและไม่ยอมปล่อยผ่านจุดผิดพลาดเล็ก ๆ น้อย ๆ ของพระเอกซึ่งบุคลิกของทั้งคู่เป็นอะไรที่พบเจอได้ง่ายทำให้เราเข้าใจความรู้สึกของทั้งคู่ดีค่ะ ในส่วนของตัวหนังก็ทำออกมาได้ดีและสอดแทรกทั้งมุกตลกและความรู้เกี่ยวกับภาษาอังกฤษเอาไว้แทบจะทั้งเรื่อง ใครอยากฝึกภาษาแต่ไม่อยากซีเรียสมากจนเกินไปต้องดูเรื่องนี้เลย

รีวิวหนังไทย ไอฟาย.. แต๊งกิ้ว.. เลิฟยู้

ในวันหยุดที่เป็นวันพุธอย่างนี้

อาจจะดูเป็นเรื่องดีก็ได้ที่มีหนังใหม่รอบสื่อให้ดู ไม่ต้องรีบต้องร้อนตะเกียกตะกายไปดู แต่ที่ไหนได้ กลับพบตัวเองติดแหง็กอยู่บนถนนท่ามกลางจราจรที่ติดขัด เหมือนตัวเองคิดผิดที่เลือกเดินทางในแบบนี้ แม้ว่าสุดท้ายจะมาถึงโรงหนังทันเวลา และได้พบกับหนังเรื่องใหม่จากค่ายหนัง GTH หนังคอมิดี้ที่ผสมเอาความโรแมนติกพ่วงเอาสิ่งที่เป็นเหมือนเครื่องหมายการค้าของค่ายๆ นี้เสมอมาอยู่ในนี้ด้วย

หนังเรื่องนี้มีทั้ง ไอซ์ ประกบ ซันนี่ ‘ไอฟาย..แต๊งกิ้ว..เลิฟยู้’ จากผู้กำกับจากหนัง ‘ATM เออรัก..เออเร่อ’ ที่กลับมาพร้อมกับนางเอกคนเดิม แต่เรื่องราวเปลี่ยนไป จากเรื่องเพี้ยนๆ ฮาๆ กลายเป็นเรื่องที่รับกับการเข้ามาของ AEC

เรื่องราวของวิศวกรช่างซ่อมบำรุงอย่าง “ยิม” (ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์) ที่กำลังถูกแฟนสาวชาวญี่ปุ่นอย่าง “คายะ” (โซระ อาโออิ) ขอบอกเลิกและบอกลาไปอยู่อเมริกาด้วยเหตุผลที่พวกเขาคุยกันไม่รู้เรื่อง และเพราะเขาไม่รู้ภาษาอังกฤษจึงเลือกที่จะเรียนรู้ภาษาเพื่อสอบสัมภาษณ์ให้ผ่านไปทำงานที่เดียวกับเธอให้ได้ และนั่นทำให้เขาเลือกมาเรียนกับ “เพลง” (ไอซ์-ปรีชญา พงษ์ธนานิกร) ซึ่งดันเป็นติวเตอร์คนเดียวกันที่สอนภาษาอังกฤษให้กับคายะอีก ทำให้เพลงต้องตัดสินใจอย่างยากลำบาก

รีวิวหนังไทย ไอฟาย.. แต๊งกิ้ว.. เลิฟยู้

ว่าจะเป็นตัวกลางในการเลิกกันดี หรือทำให้สองคนกลับไปพบกันอีกครั้งดี

แต่มันก็ไม่ใช่แค่นั้นหรอก เมื่อเพลงเองก็รู้สึกดีอยู่กับศิษย์หนุ่มหล่อรวยที่ดูจะเก่งภาษาซะจนไม่รู้มาเรียนทำไม อย่าง “คุณพฤกษ์” (ตู่-ภพธร สุนทรญาณกิจ) เรื่องชุลมุนวุ่นรักเกิดขึ้น ก็เมื่อความรักของเธอกับศิษย์หล่อรวยกำลังถูกป่วนจากศิษย์ผู้หยาบคายที่พูดอังกฤษไม่ได้เอาเสียเลยน่ะสิ

สิ่งที่คิดหลังดูหนังเรื่องนี้จบก็คือ จากที่คิดว่าหนังเรื่องนี้จะมีแต่ฉากตลก ขำ ฮากลิ้ง กลับกลายเป็นว่าหนังมีมากกว่านั้น มันคือหนังที่รวมทั้ง Comedy และ Romance เข้าด้วยกัน ครึ่งแรกเราอาจจะชวนหัวไปกับมุกโน่นนี่นั่นที่บ้างก็ทำได้อยู่หมัด แม้บ้างก็ฟังแล้วฝืดๆ บ้างก็ดูน่าเกลียดเกินก็มี แต่กับครึ่งหลัง ‘ไอฟาย..แต๊งกิ้ว..เลิฟยู้’ ทิ้งเทไปที่แง่มุมความรักมากขึ้นและก็ทำได้ค่อนข้างดี เมื่อหยิบจับเอาภาษาอังกฤษ(ที่คนไทยส่วนใหญ่ยังมีปัญหากับมัน)มาเป็นแกนในการสร้างพล็อตและใช้ได้อย่างลงตัว

ถ้าจะพูดนักแสดงเป็นคนๆ ไป อาโออิในเรื่องนี้ไม่ได้รับบทบาทแค่เป็นสาวสวยญี่ปุ่นหุ่นดีที่มารักกับพระเอก แต่กลับได้บทบาทที่มีสำคัญต่อการกระทำของพระเอก เธอมีบทพูดมากขึ้น แม้สำเนียงอังกฤษของเธอจะฟังยากอยู่สักหน่อย โจ๊ก โซคูล และตุ๊ยตุ่ย คือส่วนผสมที่สร้างความฮาให้กับหนัง อาจจะยังดูไม่ได้สำคัญกับเนื้อเรื่องสักเท่าไหร่ แต่ยอมรับว่าฮาตุ๊ยตุ่ยมาก

รีวิวหนังไทย ไอฟาย.. แต๊งกิ้ว.. เลิฟยู้

รีวิวหนังไทย ไอฟาย.. แต๊งกิ้ว.. เลิฟยู้

อีกคนที่ฮาได้อย่างเซอร์ไพรส์ก็คือ ตู่ ภพธร บทหนุ่มหล่อรวยดูจะไปกันได้กับภาพลักษณ์ของเขา แถมยังได้บทพูดที่คมคายพอๆ กันกับไอซ์ ที่นอกจากจะสวยแล้ว ยังแสดงบทตลกได้ดีเช่นเคย ส่วนซันนี่ คงไม่ต้องสงสัยในความเป็นตลกหน้าตายของเขามากนัก เพราะเขาก็ทำมันได้มาตลอดอยู่แล้ว แต่บางมุกในหนังเรื่องนี้ยังดูจะเซอร์ไพรส์เมื่อเขากล้าจะเอามาเล่น

ซึ่งก็แน่นอนว่า คงไม่ใช่ทุกมุกที่ผมจะชื่นชอบ แต่เมื่อดูโดยรวมของหนังแล้วพาร์ทโรแมนติกของหนังทำได้น่าประทับใจมาก จากที่จะมานั่งขำ กลับกลายว่าต้องมานั่งน้ำตาไหลในหนังตลก ดูๆ ไปก็ให้รู้สึกว่า คุณครูเพลงนี่จะแต่งตัวสวยเซ็กซี่ไปไหน แต่ครูก็น่ารักมากจนบางครั้งก็หลุดโฟกัสจากเรื่องไปเลย หนังมีกำแพงอยู่หน่อยๆ เรื่องภาษาและการอ่านซับไตเติล แต่นั่นกลับเป็นส่วนหลักๆ เลยที่ให้มันกลายเป็นหนังเรื่องนี้ขึ้นมา

บทหนังร้อยเรียงไว้อย่างดี หยิบจับเอามาใช้ได้เหมาะเจาะ ทำให้ฉากโรแมนติกช่างแสนพีค ขณะมุกเลี่ยนๆ ก็ถูกวางเอาไว้อย่างถูกที่ การ tie-in สินค้าในหนังทำได้ค่อนข้างแนบเนียนไม่ดูโดด แถมยังสอนคนดูให้รู้จักภาษาอังกฤษอีกต่างหาก ไม่พอ ยังมีกิมมิคเล็กๆ น้อยๆ เหมือนเป็น Easter Egg ให้แฟนตัวยงของค่ายนี้ได้ยิ้มย่องเมื่อยามได้เห็น ดูเหมือนว่า…หนัง GTH เริ่มจะกลับมาเข้าฟอร์มอีกครั้งแล้วนะ

ไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจแต่อย่างไรที่หนังอย่าง ไอฟาย..แต๊งกิ้ว..เลิฟยู้จะกวาดเงินจากการเปิดตัวหนังวันแรกไปทั้งสิ้น 29.17 ล้านบาทและรวมกับรายรับวันที่ 2 เป็น 46.54 ล้านบาท (ข้อมูลจาก Facebook GTH) บ่งบอกให้เห็นถึงการทำการตลาดของค่ายหนังที่ผ่านการวางแผนมาอย่างดี และเมื่อจะ “เข้าถึง” ใจของผู้ชมที่รู้ว่ากลุ่มคนที่พร้อมจะมาจ่ายเงินเพื่อชมหนังนั้น “ชอบ” อะไร และอยากจะดูอะไรให้หนังเรื่องนี้

ผู้กำกับของเรื่องอย่างเมษ ธราธร ผู้สามารถกำกับภาพยนตร์เรื่อง ATM เออรัก เออเร่อ ให้โกยเงินไปกว่าร้อยล้านบาทนั้น เรียกได้ว่าสร้างความสำเร็จ อย่างล้นหลามให้กับสตูดิโอ GTH ซึ่งจะว่าไปแล้วผลงานเรื่องแรกของเขาเรียกได้ว่าตลกโปกฮา (แต่หนังก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์ในแง่ของเรื่องการเหยียดในเชิงชนชั้น จนสัมผัสได้ว่าสิ่งที่ผู้คนนั่งขำอย่างเป็นวรรคเป็นเวรนั้น เป็นผลผลิตมาจากความรู้สึกต่อกลุ่มคน “ชายขอบ” ในประเภทต่างๆนั่นเอง)

 

อย่างไรก็ตามพล็อตครั้งใหม่ใน ไอฟาย..แต๊งกิ้ว..เลิฟยู้ คือการหยิบเรื่องความบกพร่องทางการสื่อสารระหว่างภาษาเอามาเป็นข้อแม้ในการเชื่อมความสัมพันธ์รัก ตัวหนังบอกเล่าเรื่องราวของ “เพลง” (ไอซ์-ปรีชญา พงษ์ธนานิกร) ติวเตอร์ภาษาอังกฤษสาว ต้องพบกับเรื่องราวอันสุดแสนจะน่าปวดหัว เมื่อลูกศิษย์ชาวญี่ปุ่นของเธอตัดสินใจทิ้ง “ยิม” (ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์) แฟนหนุ่มคนไทยไปอเมริกา

แต่ด้วยความที่ยิมฟังภาษาอังกฤษไม่ออก เธอจึงอัดวีดิโอบอกเลิกใส่ธัมป์ไดรว์พร้อมขอร้องให้เพลงช่วยไปเปิดแปลให้ยิมฟัง เมื่อยิมรู้ว่าถูกบอกเลิกก็โมโหมาก จึงตัดสินใจไปสมัครเรียนภาษาอังกฤษกับเพลง(แกมขู่บังคับ) โดยหวังจะตามไปง้อแฟนที่อเมริกา

ในขณะเดียวกัน เพลงก็ไปตกหลุมรักกับ คุณพฤกษ์(ตู่-ภพธร สุนทรญาณกิจ)

ลูกศิษย์ คอร์สภาษาอังกฤษเพื่อธุรกิจ หนุ่มหล่อ ชาติตระกูลดี ผู้ซึ่งเป็นดั่งชายในฝันของผู้หญิงทุกคน จนในที่สุดทั้งสองก็ตกลงเป็นแฟนกัน ทว่าระหว่างที่การเรียนการสอนของเพลงและยิมค่อยๆ ผ่านไปในแต่ละวัน ทั้งคู่ซึ่งเคยดูเหมือนเกลียดกันในตอนแรก กลับเริ่มผูกพันและเริ่มมีใจให้กันทีละน้อยโดยที่ทั้งคู่ไม่ทันจะรู้ตัว

โทนหนังจะแบ่งออกได้เป็นสองพาร์ทอย่างชัดเจน เมื่อช่วงแรกของหนังจะมาในแนวทางตลกโปกฮา (เกือบจะเป็นสามช่า ตึ่งโป๊ะ เลยก็ว่าได้) เมื่อมันมักจะโจมตีคนดูด้วยพฤติกรรมพิเรนทร์ๆและไร้สติของตัวละคร พร้อมกับดนตรีประกอบที่โครมครามไม่แพ้หนังสยองขวัญที่ตัวละครจะต้องกรี๊ดแหกปากเลยทีเดียว อย่างไรก็ตามจะพบว่ามุกโปกฮาไม่น้อยในเรื่องเต็มไปด้วยการวนเวียนกับ ของเสียในร่างกาย, สัตว์อันไม่พึงประสงค์ ลามเลยไปถึงมุกตลกเจ็บตัวแบบห่ามๆ หรือจำกัดความได้ว่ามันเป็น Dirty Joke หรือมุกตลกสกปรกนั่นเอง

สิ่งที่ยังคงมองข้ามไปเลยไม่ได้ก็คือการเอาเรื่อง “การเหยียด” ในทิศทางต่างๆก็ยังเอามาถูกยั่วล้อเพื่อทำให้ชีวิตอันแสนน่าเบื่อหน่ายของผู้คนตลกขบขำไปได้อีกไม่ว่าจะเป็น ผู้หญิงญี่ปุ่น = ภาพตัวแทนของดาราหนัง AV, ชนชั้นแรงงาน = ขาดความรู้ในเรื่องภาษาอังกฤษระดับที่ไม่สามารถท่อง A-Z ได้ มีพฤติกรรมแว๊น ทำตัวค่อนข้างไร้มารยาท , ชนชั้นคุณหญิงคุณนาย = ผมตีโป่งใส่ชุดผ้าไทย แก่โบราณ หรือแม้กระทั่งชายในฝันของผู้หญิง = คุณชายรูปงาม รวยหล่อ มีเงิน

 

อย่างไรก็ตามหนังก็ยังหยิบเรื่องชายในฝันเอามาทวิสต์บิดเอาเสียใหม่ ที่ว่าพล็อตซินเดอเรล่าพบเจ้าชายนั้น บางทีผู้หญิงคนหนึ่งอาจจะแค่ต้องการคนซ่อมรองเท้าดีๆ ให้เธอก็พอ และยิ่งประจวบเหมาะไปอีกว่าคนซ่อมรองเท้าพังๆ ก็คือยิมนั่นเอง และเราต้องบอกอีกเหมือนกันว่าโมเมนต์ในช่วงครึ่งหลังของหนังที่เมื่อไอซ์-ซันนี่เข้าคู่กันในช่วงดราม่า เคมีของทั้งสองคนลงตัวและรุนแรงมากจริงๆ ในการแสดงผ่านแววตาท่าทาง แม้จะไม่ได้เป็นหนังที่ถูกจริตคนทั้งหมด แต่ GTH ก็ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายได้ดีว่าบางครั้ง คนเมืองก็ต้องการหลบหลีกความจริงเข้าไปฝันกลางวันสัก 2 ชั่วโมง เพราะความเป็นจริงนั้นน่าเบื่อหน่ายและเต็มไปด้วยความผิดหวังนั่นเอง

รีวิวหนังไทย ไทบ้าน เดอะซีรีส์

รีวิวหนังไทย ไทบ้าน เดอะซีรีส์

รีวิวหนังไทย ไทบ้าน เดอะซีรีส์

รีวิวหนังไทย ไทบ้าน เดอะซีรีส์ (ณัฐวุฒิ แสนยะบุตร) รีวิวหนังไทย หนุ่มนอกเมืองฐานะยากจนกำลังเบื่อรู้สึกเบื่อหน่ายกับชีวิตเรียบ ๆ  ไร้สีสันของตัวเองขณะที่เพื่อน ๆ มีทั้งเงินทองและสาวข้างกาย หนังออนไลน์ล่าสุด เขาจึงตัดสินใจปรึกษาเรื่องนี้กับหนุ่มฮอตประจำหมู่บ้านอย่าง เซียง (ชาติชาย ชินศรี) และเริ่มภารกิจจีบสาว ดูหนังฟรี 100 คนตามคำแนะนำของเพื่อนด้วยความใสซื่อและทำงานเป็นภารโรงในโรงเรียนเพื่อเก็บเงินเป็นทุนการศึกษาให้กับน้องชาย ขณะที่กำลังปฏิบัติภารกิจเขาก็ได้จีบ หมอปลาวาฬ (สิริอมร อ่อนคูณ) หมอประจำอนามัยในหมู่บ้าน และ ครูแก้ว (ธันวาพร นาสมบัติ) ครูฝึกสอนคนใหม่รวมถึงสาวหลาย ๆ  คนในหมู่บ้านจนรู้สึกสับสน ดูหนังออนไลน์  ต่อมาจาลอดนัดผู้หญิงทุกคนที่คบด้วยมารวมกันและบอกเลิกทุกคนในครั้งเดียวกันเพื่อหวังจะจริงจังกับครูแก้วเพียงคนเดียว แต่ก็ต้องผิดหวังเมื่อรู้ว่าแท้จริงครูแก้วมีแฟนเป็นนายตำรวจหนุ่มและมีแผนจะหมั้นหมายด้วยกัน จาลอดจึงต้องกลับมารักษาแผลใจอีกครั้ง

รีวิวหนังไทย ไทบ้าน เดอะซีรีส์

หนังคอมเมดี้ โรแมนติก ดราม่าจากค่ายหนังน้องใหม่จากฝั่งอีสาน เรื่องนร้รวบรวมนักแสดงหน้าใหม่เอาไว้อย่างคับคั่ง เนื้อเรื่องจะเกี่ยวกับชีวิตของหนุ่มอีสานที่ต้องการจะเปลี่ยนแปลงชีวิตตัวเองและตามหาความหมายของคำว่ารัก

หนังดูเหมือนจะไม่มีอะไรโดดเด่นมากแต่กลับสนุกจนเราต้องติดตามและคอยลุ้นว่าสุดท้ายแล้วจาลอดจะได้ลงเลยกับใคร? นอกจากนี้บทพูดที่เน้นภาษาอีสานและบรรยากาศที่เต็มไปด้วยทุ่มนาและวิถีชีวิตยังทำให้หนังเรื่องนี้เต็มไปด้วยเอกลักษณ์และสะท้อนภาพที่หาไม่ได้ในเมืองหลวง ส่งผลให้ ไทบ้าน เดอะซีรีส์ มีภาคต่ออีกหลายภาคและได้กลุ่มศิลปิน BNK48 ร่วมแสดงในภาคพิเศษอีกด้วยค่ะ ในส่วนของเพลงประกอบหนังก็ฮิตและเป็นที่รู้จักหลายเพลงเลย

สโตร์ผัก ในฝันของ ป่อง เริ่มเป็นรูปเป็นร่าง โดยมีผู้ช่วยนักธุรกิจอย่าง จาลอด ช่วยงานอย่างขยันขันแข็ง เพราะอยากสร้างเนื้อสร้างตัวให้มั่นคงสมหน้าตา ครูแก้ว ฝ่าย พระเซียง ที่เพิ่งสงบจิตใจได้ไม่นาน กลับต้องมาใจสลายอีกครั้ง เมื่อ มืด มาบอกว่า ใบข้าว เสียชีวิตแล้ว ในขณะที่ เฮิร์บ อยากรู้เพศลูกตัวเองมาก จึงพา เจ๊สวย ไปถามหลวงพ่อที่วัดจนถึงไปตรวจที่โรงพยาบาล

รีวิวหนังไทย ไทบ้าน เดอะซีรีส์

แต่แล้วก็ต้องผิดหวังเมื่อรู้ว่าไม่ได้ลูกชาย

กีโน ที่อยู่กินกับ แชมป์ เริ่มเพ้อฝันถึงอนาคตครอบครัวจนหลงลืมพี่สาวท้องแก่ที่คอยเป็นห่วง ส่วน โรเบิร์ต หลังจากถูก เดอะแก๊ง เอาไปปล่อยวัดแล้วก็ไม่มีใครรู้ชะตากรรมโรเบิร์ต จะสร้างความปั่นป่วนให้วัดหรือไม่ สโตร์ผักเฮียป่อง จะไปได้ไกลสักแค่ไหน จาลอด จะสร้างความมั่นคงเพื่อ ครูแก้ว ได้ไหม แล้ว พระเซียง จะตัดใจจาก ใบข้าว ได้อย่างไร ร่วมลุ้นหาคำตอบให้กับคำถามที่ยังคาใจ ว่า ทำไมใบข้าวถึงตาย? และเป็นกำลังใจให้กับพวกเขาได้ใน ไทบ้านเดอะซีรีส์ 2.2

หนังเป็นที่รู้จักอย่างแน่นแฟ้นกับแฟนคลับหนังคนไทบ้าน หนังม้ามืดที่ทำเงินเป็นบ้าเป็นหลังในภูมิภาคอีสานอันเป็นจุดยุทธศาสตร์ของหนัง ความสนุกและซื่อของหนังก็โด่งดังจนกลายเป็นป่าล้อมเมือง คนเมืองก็รู้จัก คนรักหนังไทยก็ติดตามดู ยิ่งเมื่อมีข่าวว่าภาค 2.2 นี้ไม่ผ่านเซ็นเซอร์ก็กลายเป็นชื่อที่ได้ยินกันไปทั่วทุกหัวระแหง ทั้งเว็บข่าว ทั้งเพจหนัง ซึ่งก็การันตีว่ามีคนติดตามและใส่ใจอยากดูอยู่ในทุกที่จริง ๆ โดยส่วนตัวขอยืนยันในความสนุกของหนังแม้จะฟังภาษาอีสานไม่เข้าใจทุกคำก็ตาม เพราะบทและการแสดง รวมถึงทีมงานที่สรรค์สร้างใส่ความจริงใจให้กับหนังจนเราสัมผัสได้เต็ม ๆ เป็นหนังไทยอีกเรื่องที่ดูราคาเต็มก็ไม่เสียดายเลย

รีวิวหนังไทย ไทบ้าน เดอะซีรีส์

หนังกลับมาเล่าย้อนแบบเนียน ๆ

ถึง ปัญหาของตัวละครแต่ละกลุ่มเผชิญอยู่ ไม่ว่าจะ มืด น้องชายวัยรุ่นของจาลอดที่รักสาวแต่สาวไม่สนใจ จาลอดที่ลงแรงกับป่องหวังตามฝันเป็นนักธุรกิจใหญ่ได้รับการยอมรับจากทางบ้านของแฟนสาวและด้านป่องก็อยากลบคำสบประมาทของพ่อตัวเองที่ว่าทำอะไรไม่สำเร็จ และตัวหลักในภาค 2 ที่พระเซียงหนีรักมาบวชต้องเข้าไปช่วยเพื่อน ๆ แต่ละคน ทั้งยังต้องปลงใจตัวเองให้ลืมแฟนเก่าอย่างใบข้าวที่ท้องและแต่งงานกับคนอื่นไป จนท้ายภาค 2.1 ที่พระเซียงต้องรับรู้ว่าใบข้าวตาย ก็ทิ้งเป็นปมใหญ่ที่ช็อกคนดูและอยากทราบความเป็นไปมากที่สุดด้วย

อย่างที่บอกว่าหนังเล่าย้อนเนียนมากจนไม่แน่ใจว่า 20 นาทีแรกมีสัดส่วนของภาคเก่าขนาดไหน และปมใบข้าวตายก็ถูกย้อนความไปก่อนหน้านานอยู่ จนเราต้องเฝ้ารอว่าเกิดอะไรขึ้นกับใบข้าว และพระเซียงจะรับมืออย่างไร ซึ่งกว่าจะไปบรรจบกับตอนจบภาคแรกก็เกินครึ่งเรื่องหลังไปแล้ว แต่ระหว่างทางก่อนนั้นหนังก็ยังสนุกด้วยรายละเอียดต่าง ๆ ที่เรายังไม่เห็นในภาค 2.1 และยังมีการพัฒนาเรื่องราวความสัมพันธ์ของแต่ละตัวละครอย่างเห็นได้ชัดขึ้น มีมุกขำ ๆ ให้ดูให้ฟังกันตลอดจนไม่รู้สึกหงุดหงิดที่หนังย้อนความไปเสียไกลขนาดนี้ ทั้งที่ตั้งใจมารอดูเต็มที่ว่าหลังใบข้าวตายพระเซียงจะทำอย่างไร

รีวิวหนังไทย ไทบ้าน เดอะซีรีส์

หนังยังโดดเด่นในการถ่ายทำที่ได้อารมณ์ความเป็นบ้านนอกขนานแท้ แต่ก็เป็นบ้านนอกแบบมีความสุข ความเรียบง่าย แสงอุ่น ๆ การถ่ายมุมกล้องที่สวยงามและก็ดูจริงไปพร้อมกัน ทั้งบทและนักแสดงตัวหลักตัวประกอบก็ยังคงคุณงามความดีจากเดิมมาอย่างไม่มีตก ทุกอย่างง่ายดายมากที่ผู้ชมจะตกเข้าไปสู่ห้วงของตัวละครราวดกับเราเป็นเพื่อนสนิทของพวกเขาอีกคน ความรู้สึกใด ๆ ที่พวกเขารู้สึก

เราก็รับรู้ได้ราวกับเป็นเรื่องของเรา ทั้งนี้เพราะบทหนังนั้นล้วนแต่นำสถานการณ์ที่ครั้งหนึ่งเราอาจต้องเคยผ่านมาในชีวิตจริงทั้งสิ้น ทั้งความรัก ความผิดหวัง การสูญเสีย นี่จึงเป็นข้อเด่นอีกประการ นอกจากการนำเสนอความเป็นท้องถิ่นอีสานแบบโซเรียล (เรียลขนาดว่าพิธีการทำศพแบบบ้านนอกทำเอากระอั่กกระอ่วนไม่เบา) ที่ทำให้ไทบ้านเป็นหนังที่ทุกคนเป็นเจ้าของจับจองห้วงอารมณ์ได้

 

[รีวิว] ยอดนักสืบจิ๋ว โคนัน เจ้าสาวฮาโลวีน – ซ่อนเงื่อนยังไม่เนียน แต่เด่นที่ลูกเล่นแพรวพราว
และในภาคนี้หนังก็ยังมีดนตรี และเพลงที่กินใจติดหู เป็นลายเซ็นให้คนจดจำได้ดีอีกเช่นเดิม ใครอยากรู้ความเป็นมาของพระเซียงกับใบข้าวนี่ แค่ดูเอ็มวีจนจบจะเข้าใจได้เลยว่าทำไมพระเซียงต้องไปเคาะโลงร้องไห้จนฉากนี้ถูกหั่นทิ้ง

 

สิ่งที่รู้สึกว่าหนังควรต้องใส่ใจกว่านี้มีอยู่บ้างตรง ซับภาษาไทยภาคกลางที่แปลจากคำพูดชาวอีสาน ยังแปลได้ไม่สะเด็ด อาจเพราะกลัวหยาบโลนไปถ้าแปลตรงตัว แต่ก็คิดว่าน่าจะหาคำที่มันได้อารมณ์เสียงอีสานมากกว่านี้ เพราะหนังก็มีความเป็นวัยรุ่นอยู่แล้ว อย่างคำว่า สี หนังก็แปลว่ามีเพศสัมพันธ์ ซึ่งทำให้บริบทที่ตัวละครสบถประชดประชันดูประหลาดไม่ได้อารมณ์ จะใช้คำวัยรุ่นที่ไม่ชัดเจนอย่าง ฟีท(เจอริ่ง) หรือ เย ก็อาจจะได้อารมณ์กว่า นอกจากนี้ซับยังสร้างการรับรู้การสะกด

คำผิด ๆ อยู่หลายคำ ที่สะดุดใจเป็นพิเศษคือ โอกาส ที่หนังเขียนผิดแบบวัยรุ่นที่มักเขียนผิดกันประจำว่า โอกาศ ซึ่งอาจทำให้เด็กที่ดูเข้าใจไปว่าที่เขียน ศ สะกดถูก เป็นต้น

และด้วยการที่หนังถูกขยายออกมาเป็น 2.1 และ 2.2 ก็ทำให้ลุคของนักแสดงกระโดดไปมาไม่ต่อเนื่อง เห็นกันถนัดสุดคงเป็นมืด ที่ทรงผมเปลี่ยนไปมาในหลายฉาก ก็น่าจะเป็นบทเรียนให้ทีมงานต่อไป

รีวิวหนังไทย ไทบ้าน เดอะซีรีส์

หมอปลาวาฬ ก็ได้ฟิฟิล์มจากภาค 1 มาแสดงอีกครั้งหลังจากภาค 2.1 เปลี่ยนคนไปเป็นน้องรี่แสดงแทน
และตอนท้ายที่บอกว่าไม่หนำใจ เพราะเอาจริง ๆ เรื่องคืบหน้าจากภาค 2.1 ไปน้อยมาก แต่รายละเอียดที่เพิ่มมาก็พอพยุงหนังให้ดูสนุกจนให้อภัยได้ และที่สำคัญหนังจบลงด้วยความอยากรู้อยากดูเข้าไปอีก

แม้หลายปมจะคลี่คลายหรือเราพออนุมานได้ว่าจะลงเอยอย่างไร แต่ปมที่หนังทิ้งระเบิดลงหนัก ๆ ในตอนจบแบบพลิกบรรยากาศให้เสียวสันหลังขึ้นทันทีทันใด ก็ทำให้เรารู้สึกตื่นเต้นจนอยากรอดู ก้าวต่อไปของทีมงานมาก ๆ ว่าจะนำผู้ชมไปสู่หนัง สัปเหร่อ ที่จะมาแนวใหม่นี้ได้สนุกขนาดไหน และถ้าสำเร็จก็บอกเลยว่าหนังจะเป็นหนังผีตลกที่น่าสนใจ และอาจช่วยสร้างบรรทัดฐานของห

นังผีตลกฉบับไทยให้ดูดีขึ้นอย่างมาก ๆ ครับ

หนังพัฒนาโตขึ้นจากภาคเก่ามากกก จนเกือบตั้งตัวไม่ทัน มันไม่ใช่หนังวัยรุ่นไม่ประสาโลกอีกแล้ว แต่เป็นหนังคนที่เผชิญความทุกข์หนัก ๆ ด้วยร

อยยิ้มด้วยเสียงหัวเราะแทน ใครอกหักหรือสูญเสียสิ่งที่รักควรดูมาก ๆ

ไทบ้านเดอะซีรีส์ คือหนังอีสานอินดี้ (ในแง่เงินทุน แต่เนื้อหาตลาดตลกมาก) เมื่อต้อนปีก่อน หนังคือเซอร์ไพร้สฮิตแบบป่าล้อมเมือง เริ่มจากตีหัวเมืองฝั่งอีสานก่อกระแสปากต่อปากจนในที่สุด โรงหนังต้องเอาเข้ามาฉายให้คนกรุงได้ดูกันจนได้ และหลังจากหลายคนที่พลาดดูในโรงไป เมื่อหนังลงแผ่นก็กลายเป็นกระแสความสนใจ และเสียงบ่นเสียดายที่ไม่ได้ไปดูในโรงตั้งแต่แรกของหล คนด้วยเช่นกัน ครั้งนี้ทีมงานชุดเดิมได้กลับมาอีกครั้งกับเรื่องราวที่ต่อจากภาคที่แล้วเลยใน ไทบ้านเดอะซีรีส์ 2 ซึ่งจะออกฉายแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ ไทบ้

 

 

ย้อนความจากภาคที่แล้วเล็กน้อย

เพราะหนังแทบไม่เกริ่นเนื้อหาเดิมให้เลย จาลอด พระเอกคนซื่อที่ฝึกวิชาเจ้าชู้จากเพื่อนอย่าง เซี่ยง แบดบอยประจำหมู่บ้าน

เพื่อหวังจะมีแฟนกับเขาสักคน จนมีสาวมาติดมากหน้าหลายตา เช่น แนน ลูกสาวเศรษฐี และ หมอปลาวาฬ อนามัยสาวประจำตำบล แต่แล้วที่สุดเขาก็เลือกตกลงปลงใจกับครูฝึกสอนอย่าง ครูแก้ว ในภาค 2 นี้ จาลอดก็เริ่มแอบใช้ชีวิตตู่ร่วมกับครูแก้วโดยที่พ่อฝั่งสาวเจ้ายังไม่รู้เรื่อง และหนังเริ่มแบ่งพื้นที่ไปให้ตัวละครอื่น ๆ ได้อย่างสนุกและแปลกใหม่ขึ้น

ทั้ง เซี่ยง ที่ภาคนี้เขาแทบจะเป็นตัวเอกแทนเลย จากแบดบอยประจำหมู่บ้าน เขาพบความอกหักจากใบข้าวแฟนสาวที่แอบไปแต่งงานกับชายอื่น จนเขารับไม่ได้ต้องหนีไปบวชเพื่อรักษาหัวใจ หลวงพี่เซี่ยงยังต้องเป็นที่ปรึกษาให้เพื่อนมากฝันอย่าง ป่อง ที่ล้มเลิกความคิดทำร้านเซเว่นและหนีออกจากบ้านมาพึ่งกำลังตนเองพิสูจน์ว่าเขาสามารถประสบความสำเร็จได้

แต่ก็นั่นล่ะธุรกิจสโตร์ผักที่เขาตั้งใจไว้ก็ดูฝันเฟื่องเหลือเกิน ในขณะที่ จาลอด ภาคนี้อาจไม่มีบทบาทสำคัญแต่เราก็จะได้เห็นชีวิตหลังจากคบกับ ครูแก้ว แล้ว เขาต้องหางานรายได้พอมาจุนเจือครอบครัว อีกทั้ง มืด

น้องชายก็เริ่มริจีบสาวและเรียกร้องเงินจากพี่ชายมากขึ้นด้วย ส่วนอีกฝั่งหนึ่งหนังก้พาเราไปแวะเวียนเยี่ยมชีวิตของ เฮิร์ป ฝรั่งหนุ่มที่มาติดพัน เจ๊สวย จนมีลูกด้วยกันและไม่ยอมกลับประเทศ ส่วนน้องสาวของเจ๊สวยก็เริ่มมีหนุ่มมาติดพันให้เจ๊สวยเหนื่อยใจ ไหนจะ โรเบิร์ด ที่เจอวิบากกรรมในชีวิตตั้งแต่ต้นเรื่องจนกลายเป็นคนบ้าที่ทั้งป่วนทั้งน่าสงสารจับใจ

ความตลกอาจลดลงนิดหน่อย เพราะหนังดูให้ความสำคัญกับเนื้อเรื่องมากขึ้น ซึ่งทำได้ดีเลยล่ะ เพราะมันอิ่มขึ้นดูจับหัวใจเราได้มากกว่าเดิมด้วย จุดแข็งของหนังยังคงเป็นความเด็ดดวงในการกำกับตัวละครต่าง ๆ ได้อย่างมีสีสันและน่าเชื่อว่ามีอยุ่จริง ความธรรมชาติแบบชีวิตจริงมาก ๆ ทั้งวิธีการแสดงและบริบทการดำเนินชีวิตก็เป็นเอกลักษณ์สำคัญที่สร้างหนังอีสานเรื่องนี้โดดเด้งเหนือหนังตลกดาด ๆ

ตีหัวเข้าบ้านทั่วไป ต้องยอมใจทั้งผู้กำกับและมือเขียนบท ตลอดจนทีมนักแสดงว่าทำได้ไงขนาดนี้ มันถ่ายทอดอารมณ์ได้พุ่งตรงใส่คนดูมาก ๆ ยิ่งการแสดงของพระเซี่ยง กับโรเบิร์ด นี่คือการแสดงที่เหนือไปอีกชั้นแล้ว คือจะเอาชื่อเข้าชิงดาราสมทบชายยอดเยี่ยมนี่ก็สมศักดิ์ศรีเลยล่ะ

รีวิวหนังไทย สุขสันต์วันโสด

รีวิวหนังไทย สุขสันต์วันโสด

รีวิวหนังไทย สุขสันต์วันโสด

หนังออนไลน์ล่าสุด

รีวิวหนังไทย สุขสันต์วันโสด ว่ากันว่า คนที่ออกเดินทางช่วง รีวิวหนังไทย Low Season มีอยู่ 2 เหตุผล ไม่อกหักก็กำลังหนีอะไรบางอย่างอยู่ หนังใหม่ และ หลิน (พลอยไพลิน ตั้งประภาพร) ดูหนัง ก็คงจะเป็นคนกลุ่มแรก เพราะหลังจากเลิกกับแฟนหนุ่มด้วยเหตุผลที่ว่า ‘หลินมองเห็นผีได้’ เธอก็ออกเดินทางมุ่งหน้าสู่ภาคเหนือเพื่อหวังพักใจแทบจะทันที และเมื่อไปถึงที่นั่นเธอก็ได้เจอกับกลุ่มคนอกที่มารวมตัวอยู่ในโฮมสเตย์เดียวกัน ดูหนังออนไลน์ และหนึ่งในนั้นก็คือ พุธ (มาริโอ้ เมาเร่อ) นักเขียนที่ออกเดินทางหาแรงบันดาลใจในการเขียนบทหนังผี และที่นี่ก็คือจุดเริ่มต้นของความฮาปนความระทึกขวัญ คลุกเคล้ารวมกับบรรยากาศสุดโรแมนติกของธรรมชาติในภาคเหนือ ดูหนังฟรี

รีวิวหนังไทย สุขสันต์วันโสด

มาริโอ้ถือว่ายืนหนึ่งเรื่องความตลกและการแสดงที่เป็นธรรมชาติสุด ๆ อยู่แล้ว ดูหนัง และหนังเรื่องนี้เป็นอีกหนึ่งผลงานที่ไม่ทำให้เราผิดหวังเลยค่ะ ยิ่งได้มาประกบคู่กับพลายไพลิน นักแสดงหน้าใหม่แต่ฝีมือในการแสดงดีเยี่ยมยิ่งเคมีเข้ากันสุด ๆ แถมแก๊งค์คนเศร้ายังช่วยชูรสชาติของหนังให้สนุกครบรส ไม่ว่าจะเป็นโฟร์ ศกลรัตน์, นิกกี้ ณฉัตร, โจ๊ก อัครินทร์ และพี่อ้น ศรีพรรณ ที่ฝีมือการแสดงของแต่ละคนก็เป็นที่ยอมรับอยู่แล้ว ดูหนัง ยิ่งไปกว่านั้นยังมีตัวละครลับที่ซีนน้อยแต่ฮาจนกรามค้างช่วยให้หนังเรื่องนี้ไม่น่าเบื่อ ดูจบแล้วทำให้เรารู้สึกอยากออกเดินทางไปชมความงามของภาคเหนือเลยค่ะ ดูหนังออนไลน์

รีวิวหนังไทย สุขสันต์วันโสด

 บทความรีวิวหนังเรื่องนี้

ถูกเขียนขึ้นมาจากความรู้สึกและความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนเองนะครับ หากมีข้อผิดพลาดประการใดต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ แต่ก่อนจะมาเริ่มการรีวิวเรามาดูเรื่องย่อกันก่อนดีกว่าLows Seasonเรื่องย่อ”Low Season สุขสันต์วันโสด” เป็นเรื่องราวการรวมพลคนโสดรักพังให้มาเจอกันที่โฮมสเตย์กลางหุบเขาที่ จ.เชียงใหม่ โดยเริ่มเรื่องมาเป็นเรื่องราวของ “หลิน” (พลอย พลอยไพลิน ตั้งประภาพร) ที่เธอเป็นคนที่เห็นผีและได้คบกับรุ่นพี่ที่ชื่อ “พี่ต่อ” (ซุง-กิดาการ ฉัตรแก้วมณี) ซึ่งเป็นดาราดาวรุ่งที่กำลังฮอต ซึ่งทั้งคู่มีปัญหากันเรื่อง life style ที่ไม่ตรงกัน

จึงทำให้พี่ต่อกับหลินเลิกกัน ด้วยหลินอกหักเลยจัดทริปรักษาแผลใจ “เริ่มที่ไหนและจบที่นั่น” ณ กิ่วแม่ปาน จนได้ไปเจอกับ “พุฒิ” (มาริโอ้ เมาเร่อ) นักเขียนบทไอเดียตัน ที่ทั้งอกหักรักคุด – งานสะดุดจนต้องออกมาหาแรงบันดาลใจเพื่อเขียนบทหนังผีเรื่องใหม่ ที่จำเป็นต้องใช้ “คนเห็นผี” มาช่วย เมื่อคนพัง กับ คนพังมาเจอกันก็ทำให้ทั้งคู่ตกหลุมรักกันและการผจญภัยในช่วงชีวิตโลว์ ๆ ของทั้งสองจึงเริ่มขึ้น กลางบรรยากาศหุบเขาในโฮมสเตย์ที่รวมพลคน “เพิ่งโสด” แบบไม่ได้นัดหมาย ทั้ง นุ่น (ศกลรัตน์ วรอุไร), วิทยา (ณฉัตร จันทพันธ์),

พี่อ้อม (ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์), พี่โอม (อัครินทร์ อัครนิธิเมธรัฐ) ที่พวกเขาจะเข้ามาเปลี่ยนฤดูแห่งความเศร้าให้เป็นฤดูแห่งความรักแบบฟินตัวม้วนกันไปเลย… หนังเรื่องนี้เข้าฉายเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2563 แต่สำหรับใครที่ยังไม่ได้รับความฟินแบบจุก ๆ ก็สามารถหาดูได้ใน เว็บหนัง ทั่วไปได้เลยครับ ปล.ผู้เขียนเองดูเป็นสิบ ๆ รอบแล้วครับ ฟินมาก 555+Low Seasons

รีวิวหนังไทย สุขสันต์วันโสด

บทและการดำเนินเรื่อง

หนังเรื่องนี้นะครับถือว่าเป็นหนังแนวโรแมนติกคอมเมดี้ ที่เขียนบทและดำเนินเรื่องราวออกได้ดีเลยทีเดียวครับ มีทั้งความตลกแทรกมุขเข้าไปในตัวละครแต่ละคนให้คนดูได้อมยิ้มและขำกันได้ทั้งตลอดเรื่อง และแอบมีฉากโรแมนติกเล็กน้อยของคู่พระนางอีกด้วย ยิ่งเพิ่มความฟินให้คนดูเข้าไปอีก นอกจากฉากรักกุ๊กกิ๊กแล้วก็แอบมีใส่ความหลอนตอนนางเอกของเรื่องเห็นผีทำให้ต้องลุ้นไปด้วยเลยครับ ส่วนตัวผมเองผมประทับใจมากครับกับหนังเรื่องนี้ต้องยอมรับเลยครับว่าทีมงานเขาเก่งมาก ๆ ครับ…low season สุขสันต์ วันโสด

สถานที่ถ่ายทำ

เรื่องสถานที่ถ่ายทำนะครับจะพูดถึงไม่ได้เลยครับ เพราะสวยงามและเป็นธรรมชาติมาก ๆ เลยทั้งวิวทิวทัศน์ของภูเขาบรรยากาศป่าดอยของทาง “เชียงใหม่” นับได้ว่าทีมงานเลือกสถานที่ถ่ายทำหนังเรื่องนี้ได้ดีมาก ๆ เลยครับถ้าจะให้คะแนนเรื่องสถานที่ถ่ายทำ สำหรับตัวผู้เขียนเองให้ 10/10 เลยครับไม่หัก 555+ ด้วยความที่ชอบป่าเขาดงไพรอยู่ด้วยแล้ว ถึงกับอยากจะไปตามรอยท่องเที่ยวฉากสวย ๆ ในหนังเลยครับโดยเฉพาะ “กิ่วแม่ปาน” นี้ต้องบอกว่าประทับใจมากครับ (ปล.ที่ดูหลายรอบก็เป็นเพราะวิวด้วย 555+)lows seasons สุขสันต์ วันโสดรีวิวหนังไทย สุขสันต์วันโสด

มาที่ด้านของการแสดงกันบ้างนะครับ ทุกคนถือว่าแสดงออกมาดีทุกคนเลยครับตามบทบาทของตัวเองได้รับ ส่วนตัวผู้เขียนเองชอบนางเอกของเรื่อง พลอย พลอยไพลิน ตั้งประภาพร เป็นพิเศษครับ ด้วยความเป็นคนที่น่ารักอยู่แล้วและแสดงบท หลิน

ออกมาได้แบบประทับใจผมมาก (พึ่งเคยดูหนังของ พลอยเรื่องแรกด้วยครับน่ารักมาก 555+) ส่วนอีกคนที่จะไม่พูดถึงไม่ได้เลยครับนั่นก็คือ มาริโอ้ เมาเร่อ พระเอกของเรื่องผมได้ดูหนังที่ มาริโอ้ เล่นมาก็หลายเรื่องแล้วครับรู้สึกว่าเขาเก่งจริงคือแสดงออกมาได้เข้าถึงตัวละครตัวนั้น ๆ มากครับ แต่ทุกตัวละครในหนังเรื่องนี้ผมถือว่าทำการแสดงออกมาได้ดีทุกคนเลยครับ ประทับใจมากสุขสันต์วันโสด

รีวิวหนังไทย สุขสันต์วันโสด

สรุปโดยรวมแล้วนะครับ “Low Season สุขสันต์วันโสด” ถือว่าทำออกมาได้ดีเลยทีเดียวครับทั้งความโรแมนติกคอมเมดี้ และสถานที่ถ่ายทำถือว่าครบรส สำหรับคนที่ชอบหนังแนวคลายเครียดดูสนุก ๆ เมื่อผมดูหนังเรื่องนี้ครั้งแรก ก็เกิดความประทับใจมากจนต้องกลับมาวนดูอีกเป็นสิบ ๆ รอบ แต่ก็มีการดำเนินเรื่องบางฉากที่ผมรู้สึกว่ายังขาดหายไปยังไม่สุดเท่าไหร่ ดังนั้นผมขอให้คะแนนหนังเรื่อง “Low Season สุขสันต์วันโสด” ที่ 9/10 คะแนนครับ…

สุขสันต์วันโสด ภาพยนตร์โดย นฤบดี เวชกรรม จัดเป็นหนังรักที่ให้อารมณ์โรแมนติกสูง ดูแล้วทำให้เกิดความรู้สึก feel good แถมยังปลุกพลังการท่องเที่ยวในตัวคุณอีกด้วย โดยส่วนตัวแล้วเป็นหนังไทยที่สามารถขึ้นอันดับเข้าไปอยู่ในดวงใจใครหลายคนพอ ๆ กับ กวนมึนโฮ หรือ สิ่งเล็ก ๆ ที่เรียกว่ารักได้เลย

หนังเล่าถึง หลิน หญิงสาวที่มีปมชีวิตตั้งแต่วัยเด็กคือเธอมีความสามารถพิเศษในด้านการเห็นผี แต่ทุกครั้งที่เธอบอกใครว่าเห็นผี ทุกคนก็จะหาว่าเธอบ้า และไม่ว่าจะเห็นผีมาแล้วกี่ครั้งก็ไม่สามารถทำให้เธอชินกับเรื่องนี้ได้เลย เธอจะตกใจกลัวกับสิ่งที่เห็นทุกครั้ง จนเมื่อเธอโตขึ้นเป็นสาว เริ่มมีแฟน เธอก็จะพยายามเก็บอารมณ์ในการเห็นผีไว้ แต่มันก็ทำไม่ได้จริง ๆ

บ่อยครั้งที่เธอแสดงอาการหวาดกลัวผีให้แฟนหนุ่มเห็น แฟนก็ไม่เคยเข้าใจเธอ เมื่อแฟนหนุ่มของเธอกลายเป็นศิลปินดาราดัง ก็เริ่มมีผู้หญิงอื่นเข้ามาเกี่ยวพัน จนเกิดการนอกใจ แล้วก็เลิกลากันไป เมื่อหลินช้ำรักก็หนีจากกรุงเทพฯ ไปเที่ยวพักใจที่เชียงใหม่ ซึ่งตรงกับช่วง Low season พอดี

ที่เชียงใหม่ หลินได้พบกับ พุธ หนุ่มที่ทำอาชีพเขียนบทภาพยนตร์ ที่เกสเฮ้าส์แห่งหนึ่ง ซึ่งพุธ ก็ต้องการจะมาหาข้อมูลในการเขียนบทภาพยนตร์ผีสยองขวัญที่บนดอยแห่งหนึ่งในเชียงใหม่ ในช่วงแรกหลินก็ไม่ยอมบอกกับพุธว่าเธอเห็นผีได้ เธอกลัวว่าพุธจะหาว่าเธอบ้าอีก เนื่องจากเป็นช่วง low season จึงไม่ค่อยมีคนมาเที่ยวมากนัก รถที่เดินทางก็หายาก เมื่อพุธเหมารถไว้แล้วเพื่อจะไปกิ่วแม่ปาน หลินก็ขอเดินทางไปกับพุธด้วย นอกจากกิ่วแม่ปานแล้วทั้งสองคนก็เดินทางขึ้นดอยไปยังสถานที่ต่าง ๆ

ไปยังเกรสเฮ้าท์เพื่อนของพุธบนดอย ไปพบกับเหล่าบรรดากลุ่มเพื่อนที่ล้วนจะประสบปัญหาหัวใจที่นัดมาเจอพบกันในช่วงเวลา low season ทุกปี ไปหาพี่กะเร หนุ่มชาวเขาผู้มีประสบการณ์เห็นผี จากนั้นทุกการเดินทาง ทุกสถานที่ที่พุธและหลินเดินทางไป ทุกคนที่พุธและหลินพูดคุยสนทนา ทำให้ทั้งสองคนเรียนรู้ซึ่งกันแล้วกัน ทำให้ช่วง Low season เกิดความหมาย เปลี่ยนจากช่วงเวลาอันนี้เงียบเหงาเป็นช่วงเวลาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก ซึ่งเรื่องราวจะเป็นไปอย่างไร ก็ขอให้ทุกท่านติดตามชมได้ทาง Netflix ครับ

ก่อนอื่นเลย หนังเรื่องสุขสันต์วันโสด ใช้วิธีการเล่าเรื่อง เป็นแนวหนังแบบ road movie ซึ่งหนังแนว road movie นี้ให้ความสำคัญ ของเรื่องราวระหว่างทางมากกว่าจุดหมายปลายทาง กล่าวคือเมื่อตัวละครหลักของเรื่องเดินทางไปสถานที่แห่งหนึ่ง ทุก ๆ

การเดินทางนั้นจะทำให้ตัวละครได้เรียนรู้ซึ่งกันและกัน สามารถปรับหากันและกันได้มากขึ้นไปเรื่อย ๆ ตามสถานที่และระยะทางในการเดินทาง ซึ่งในเรื่องสุขสันต์วันโสดนำเสนอในแง่มุมนี้ได้ดีมากครับ ตัวละครหลินและพุธ

เมื่อพบกันครั้งแรกทั้งสองไม่ประทับใจซึ่งกันและกันนักแถมยังมีปากเสียงใส่กันในช่วงต้น แต่เมื่อทั้งสองเริ่มเดินทางด้วยกัน ไปยังสถานที่ต่าง ๆ ด้วยกันมากขึ้น ทั้งสองก็สามารถปรับตัวเข้าหากัน มีการผจญภัยช่วยเหลือซึ่งกันและกันตลอดระยะเวลาในการเดินทาง ได้รับรู้ถึงเรื่องราวและภูมิหลังของกันและกัน ได้พบปะรู้จักคนอื่น เรียนรู้ถึงเรื่องราวของคนอื่น แล้วเกิดการสะกิดใจบางอย่าง สุดท้ายก็นำไปสู่ความรัก

เอกลักษณ์หนึ่งของหนังแนว road movie ก็คือ จะเป็นการปลุกพลังการท่องเที่ยวให้กับผู้ชม เป็นการปลุกพลังการท่องเที่ยวให้กับสถานที่หรือแหล่งท่องเที่ยวที่ตัวละครเดินทางไป เพราะหนังได้นำเสนอภาพความสวยงามของสถานที่ท่องเที่ยวเหล่านั้นผ่านการเดินทางของตัวละคร และถ้าหากผู้กำกับภาพมีฝีมือในการเลือกมุมภาพด้วยแล้ว จะทำให้สถานที่แห่งนั้นน่าไปเที่ยวมากขึ้นเป็นทวีคูณ

โดยมากแล้วหนังแนว road movie ใช้สถานที่ท่องเที่ยวที่ยังไม่เป็นกระแสมากนักเป็นโลคชั่นในการถ่ายทำ อย่างเช่นในเรื่องสุขสันต์วัดโสด ได้เลือกโลเคชั่นที่สวยที่สุดหลาย ๆ แห่งที่ซ่อนตัวอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งยังมีคนรู้จักน้อยเช่น กิ่วแม่ปาน อำเภอจอมทอง ผาชมเดือน ดอยไม่มีชื่อ นาขั้นบันได ถนนแม่แดดน้อย ป่าสนวัดจันทร์ อำเภอกัลยาณิวัฒนา

ซึ่งแต่ละสถานที่ที่เลือกใช้นั้นล้วนแต่มีความสวยงามมีความเป็นธรรมชาติสูง ต้องขอชมผู้กำกับและผู้กำกับภาพที่เลือกสถานที่ต่าง ๆ นั้นมาใช้ในหนังได้อย่างลงตัวและเลือกมุมมองที่มีความสวยงามมานำเสนอในหนังได้ดีมากจนทำให้เราอยากเที่ยวตามรอยในสถานที่เหล่านั้น สถานที่ท่องเที่ยวในหนังแนว road movie ก็เปรียบเสมือนกับเป็นตัวละครเอกของหนังด้วยไม่แพ้ตัวละครที่เป็นมนุษย์เลย

รีวิวหนังไทย จอมขมังเวทย์

รีวิวหนังไทย จอมขมังเวทย์

รีวิวหนังไทย จอมขมังเวทย์

หนังออนไลน์ล่าสุด

รีวิวหนังไทย จอมขมังเวทย์ หลังจาก วิน (หมาก ปริญ สุภารัตน์) ต้องเจอกับความสูญเสียครั้งใหญ่หลวง รีวิวหนังไทย เขาจึงหันหน้าเข้าหาศาตร์อาคมเหนือธรรมชาติเพื่อหวังล้างแค้นให้กับครอบครัว หนังใหม่ แต่ยิ่งเข้าสืบหาความยิ่ง ยิ่งเรียนรู้มากเท่าไหร่ก็ยิ่งถลำลึกจนแทบจะหาทางออกไม่เจอ ดูหนัง จากเด็กหนุ่มธรรมดากลายเป็นผู้มีวิชาอาคมด้านมืดภายในเวลาอันรวดเร็ว จนวันหนึ่งเขาได้เข้าไปพัวพันกับ อิทธิ (ฉัตรชัย เปล่งพานิช) จอมขมังเวทย์ในตำนานที่มีวิชากล้าแกร่งและปราบศัตรูมานักต่อนัก หลังจากนั้นวินก็ต้องเผชิญหน้ากับ ก็อด (จิรายุ ตันตระกูล) ดูหนังออนไลน์ ชายหนุ่มที่พัวพันกับศาสตร์มืดจนสามารถกำหนดชะตาชีวิตของผู้คนได้และตามกำจัดเหล่าผู้มีวิชาอาคม ศึกครั้งนี้ไม่มีปาฏิหาริย์แต่ต้องพึ่งวิชาอาคมล้วน ๆ เพื่อความอยู่รอด ดูหนังฟรี

หนังแอ็กชั่นแฟนตาซีที่จะปลุกศาสตร์มืดให้กลับมาโลดแล่นในยุคเทคโนโลยีอีกครั้ง จอมขมังเวทย์ 2020 เป็นภาคต่อของหนังเรื่องจอมขมังเวทย์ ที่ฉายในปี 2548 และได้นักแสดงนำในสมัยนั้นกลับมาสาดมนต์คาถาอีกครั้ง บอกเลยว่าเรื่องนี้ถูกใจคนที่ชื่นชอบหนังแอ็กชั่นปนสิ่งลี้ลับแน่นอนค่ะ ทั้งภาพ แสง สี หรือฉากบู๊มีการจัดวางอย่างลงตัว เนื้อเรื่องเข้มข้นและดาร์กสุด ๆ ทั้งคาถาอาคมและสัตว์เวทในตำนานที่ออกมาโลดแล่นอย่างสมจริง และมีการออกแบบลายสักสุดขลังจากอาจารย์หนู กันภัยอีกด้วย ดูหนัง

หลังพ่อถูกฆ่าตาย วิน (ปริญ สุภารัตน์) ไอ้หนุ่มนักมวยสุมไฟแค้นออกตามล่าตัวฆาตกร จนได้พบกับองค์กรพลังจักรวาลที่นำโดย ครูเมย์ (สินจัย เปล่งพานิช) ดูหนัง ไลฟ์โค้ชสาวใหญ่ผู้มีเบื้องหลังเป็นผู้ค้าวัตถุไสยเวทย์ และ ก็อต (จิรายุ ตันตระกูล) มือขวาครูเมย์ที่ช่วยตามล่าสินค้า โดยทั้งคู่ได้ตกเป็นเป้าหมายสำคัญของ วิน ที่หวังออกตามล่าฆาตกรที่ฆ่าพ่อเขาเพียงเพื่อชิงเหล็กไหลวัตถุมงคลมากพุทธคุณ ดูหนังออนไลน์

รีวิวหนังไทย จอมขมังเวทย์

รีวิวหนังไทย จอมขมังเวทย์

และสงครามอาคมครั้งนี้ได้นำ หมวดการ์ตูน (ชิชา อมาตยกุล) มือปราบสาวไฟแรงที่ต้องมาต่อกรกับสงครามมนตร์ดำครั้งนี้ แต่เมื่อศึกเริ่มสะเด็ดน้ำ อิทธิ (ฉัตรชัย เปล่งพานิช) อดีตผู้กองจอมขมังเวทย์ในตำนานก็ปรากฎตัว แต่สงครามไสยศาสตร์คราวนี้จะจบลงเช่นไรต้องติดตาม

หลังทิ้งห่างจากภาคแรกไปถึง 15 ปี ต้อม ปิยะพันธุ์ ชูเพ็ชร์ ได้กลับมารื้อปัดภาคต่อหนัง จอมขมังเวทย์ อีกครั้ง โดยสิ่งที่เราสังเกตได้เลยคือการเก็บเล็กผสมน้อยเหตุการณ์บ้านเมืองต่าง ๆ เอามาสอดแทรกไว้ในหนังเสมือนเป็นบทบันทึกประวัติศาสตร์ด้านความเชื่อความศรัทธาหรืองมงายย่อม ๆ ทั้งการบูมของธุรกิจไลฟ์โค้ช ธุรกิจวัตถุมงคลที่มีตลาดระดับหลายพันล้าน หรือแม้กระทั่งการล้อเลียนเหตุการณ์ที่

พลตำรวจเอก ศรีวราห์ ไหว้ นายเปรมชัย (คดีฆ่าเสือดำ) ก็กลายเป็นกลไกหลักในการสร้างให้ผู้ร้ายในหนังดูเหนือมนุษย์และกฎหมายเอื้อมมือไม่ถึง แม้ในภาพรวมต้องยอมรับว่าหนังเองมีจุดบกพร่องแบบ เอาปากกาแดงวงคำผิดก็คงแดงเถือกเป็นหย่อม ๆ ทั้งการไม่อธิบายที่มาที่ไปหรือให้เราได้รับรู้ปมลึก ๆ ในใจตัวละคร หรือกระทั่งการไม่อธิบายกระทั่งการใช้พลังคุณไสย จนคนไม่เคยดูภาคแรกอาจงงกับตรรกะการต่อสู้เชิงอาคมในเรื่องได้ แต่หนังก็เอาตัวรอดและกลบข้อด้อยด้วยพลังของนักแสดงและการอัดฉากบู๊ให้ตื่นเต้นมาแบบแทบไม่ได้พักเลย

รีวิวหนังไทย จอมขมังเวทย์

หมาก-ปริญ สุภารัตน์

สำหรับพลังของนักแสดงต้องยอมรับว่า ตั้งแต่ตัวอย่างหนังเราจะเห็นการ “ปล่อยของ” ของเหล่านักแสดงไม่ว่ารุ่นใหญ่อย่างพี่นก ฉัตรชัย หรือ พี่นก สินจัย ที่แทบไม่ต้องห่วงเรื่องฝีมือกันแล้ว แต่ที่น่าจับตามองมาก ๆ คือเหล่านักแสดงรุ่นใหม่จากละครช่อง 3 ทั้ง หมาก-ปริญ ที่ต้องยอมรับเลยว่าการแสดงแบบภาพยนตร์ทำให้หมากได้ใช้แอ็กติงที่ลึกกว่าละครได้อย่างน่าชื่นชม

แม้ว่าในภาพรวมคนที่ขโมยซีนหนังทั้งเรื่องกลับตกเป็นของ ก็อต จิรายุ ที่ปล่อยให้ความคลั่งของตัวละครพาเขาไปสุดทางมากกว่า ติดก็แต่ว่าด้วยความโดดเด่นของรูปร่างหน้าตาเลยทำให้ความลับที่หนังต้องการปกปิดกลายเป็นเห็นแว่บแรกก็รู้แล้วว่าคนเดียวกันเท่านั้นเอง ส่วนคิตตี-ชิชา ก็พิสูจน์แล้วว่าใบหน้าสดไม่อาจทำให้เสน่ห์เธอลดลงได้เลย มิหนำซ้ำยิ่งมองเรากลับหลงรักกระทั่งขี้แมงวันบนหน้าเธอเสียอีก

ส่วนการแสดงและน้ำเสียงที่ดูเป็นตำรวจสาวแกร่งก็เย้ายวนได้แบบไม่น่าเชื่อเลยล่ะ เสียดายก็แต่ แพร์-พิชชาภา พันธุมจินดา สาวสวยมากความสามารถจากช่อง 3 ที่หนังใช้เธอได้ไม่คุ้มค่าเท่าไหร่นัก

รีวิวหนังไทย จอมขมังเวทย์

รีวิวหนังไทย จอมขมังเวทย์

แพร์-พิชชาภา พันธุมจินดา
ด้านฉากแอ็กชัน แม้หนังจะดูออกว่าได้ทุนสร้างที่จำกัดจำเขี่ย แต่ต้อม ปิยะพันธุ์ ก็อุตส่าห์ใช้ความครีเอทีฟมานำเสนอมุมมองแอ็กชันใหม่ ๆ ได้อย่างน่าชื่นชม แม้ว่าฉากต่อสู้ประชิดตัวจะใช้การตัดต่อมาช่วยเยอะไปหน่อยจนขาดความดิบอันน่าตื่นเต้น แต่ฉากไสยเวทย์ต่าง ๆ ก็จัดเต็ม แม้ว่างานซีจีเราจะสู้ฮอลลีวูดยังไม่ได้แต่ถ้านับจาก ซีจีควายธนู ในหนังภาคแรกแล้วก็ถือว่ามาไกลทีเดียว

แถมต้อมยังเหมือนยำใหญ่องค์ประกอบแบบฮอลลีวูดมาจัดให้คนไทยแบบถึงเครื่องโดยเฉพาะสัตว์ไสยเวทย์ที่แทบมีมูฟเมนต์การปรากฏตัวแบบนึกถึง ทรานส์ฟอร์มเมอรส์ ขึ้นมาแบบช่วยไม่ได้เลยหละ

โดยภาพรวมแล้ว จอมขมังเวทย์ 2020 ถือเป็นหนังไทยที่ให้ความบันเทิงได้ไม่ขี้เหร่เลย บทหนังมีองค์ประกอบหลายอย่างที่น่าสนใจ แม้ว่าจะมีช่องโหว่ประปรายแต่ก็ทดแทนด้วยฉากแอ็กชันและพลังการแสดงอันเข้มข้น แนะนำอย่างเดียวคือควรดูภาคแรกก่อนเข้าชมจะได้ไม่งงกับตรรกะด้านอาคมในเรื่องครับ

15 ปีคือระยะเวลาที่หนัง “จอมขมังเวทย์ 2020” ได้ทิ้งช่วงห่างจากเหตุการณ์ในหนังภาคแรก โดยเรื่องราวในภาคนี้ไปโฟกัสอยู่ที่ตัวละครใหม่อย่าง วิน (หมาก-ปริญ สุภารัตน์) ลูกชายเจ้าของค่ายมวยดังย่านนนทบุรี ผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียวหลังจากที่พ่อของเขาถูกลอบสังหารจากฆาตกรลึกลับ เพื่อชิงเครื่องรางของขลังที่พ่อติดตัวไว้ตลอดเวลา จากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้วิน ตัดสินใจกระโจนเข้าสู่การสักยันต์และนำ “ของ” ตามความเชื่อโบราณเข้ามาใส่ในตัวเอง

จอมขมังเวทย์ 2020 ติดเครื่องความตื่นเต้นให้คนดูอย่างรวดเร็ว ด้วยการซัดฉากแอ็คชั่น การต่อสู้ในสไตล์หมัดมวยมือเปล่ากันตั้งแต่ฉากแรก ใส่จุดพลิกผันให้ตัวละครอย่างวินกระโจนเข้าสู่ด้านมืด แม้ว่าผู้ชมจะไม่ได้เห็นใบหน้าของฆาตกร แต่ด้วยองค์ประกอบแวดล้อมของหนังก็เอื้อให้คนดูคาดเดาได้ทันทีว่าคนร้ายของเรื่องคือใคร

แต่ถึงผู้ชมจะรู้ตัวคนร้ายอยู่แล้ว หนังก็ยังดำเนินต่อไปได้อย่างเปี่ยมอรรถรส เมื่อ จอมขมังเวทย์ 2020 พาคนดูไปสำรวจความเชื่ออันหลากหลายไม่ว่าจะเป็น แนวคิดของคนรุ่นเก่าที่เชื่อว่า ต่อให้คนเรามีความสามารถด้วยความพยายามมากแค่ไหน “ไสยศาสตร์” เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสำคัญที่จะผลักดันให้มนุษย์มุ่งหน้าสู่ความสำเร็จได้มากขึ้นเท่านั้น สวนทางกับคนรุ่นใหม่อย่างวิน ที่มองว่าความสำเร็จของคนยุคปัจจุบันคือความมุมานะพยายามด้วยตัวเองเท่านั้น

หนังยังความเชื่อสำหรับคนยุคปัจจุบัน

อันว่าด้วยพลังของจักรวาล พลังบวกจากสิ่งรอบตัวและการโอบรับความสุขที่เกิดขึ้น ถูกนำเสนอผ่านองค์กรของครูเมย์ (นก-สินจัย เปล่งพานิช) ซึ่งเต็มไปด้วยบรรดาผู้ที่ศรัทธาในแนวคิด “เราต้องคิดว่าเราคือสุดยอด แล้วเราก็จะสุดยอด นี่คือกฎของจักรวาล” อย่างมากมาย จนนำไปสู่การบูชาเครื่องรางของขลังที่ทำกำไรให้กับองค์กรนี้อย่างมหาศาล

ตัวละครแต่ละตัวในหนังเรื่องนี้ล้วนพัวพันอยู่กับความเชื่อในหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น การเชื่อในไสยศาสตร์เพราะต้องการ “เหนือกว่า” คนอื่น เชื่อในความถูกต้องตามครรลองของกฎหมาย เพราะในชีวิตมนุษย์ล้วนต้องเคารพในกติกาของสังคม เชื่อในการล้างแค้นเพราะจะนำมาซึ่งความสงบในจิตใจ โดยไม่ว่าตัวละครในหนังเรื่องนี้จะมีแนวคิดแบบไหนก็ตาม พวกเขาใช้มันเป็นแรงผลักดันของชีวิตทั้งสิ้น

นอกเหนือจากประเด็นความเชื่อแล้ว สิ่งที่เราอดพูดถึงไม่ได้เลย นั่นคือการแสดงที่โดดเด่นของ ก๊อต-จิรายุ ตันตระกูล ที่เรียกได้ว่าเขาออกแบบตัวละคร “ก็อด” ให้น่าจดจำ ไม่ว่าจะเป็นสีหน้า ท่าทาง การเล่นหูเล่นตา หรือน้ำเสียงในการเรียบเรียงประโยค จนเราอาจจะกล่าวได้ว่า เขาเป็นหนึ่งในตัวละครที่น่าจดจำที่สุดจากหนังไทยในปี 2019 เลยก็ว่าได้

จอมขมังเวทย์ 2020 จึงถือเป็นหนังแอ็คชั่นภาคต่อ ที่ดูเพลิน มีประเด็นชวนขบคิด และเป็นอีกหนึ่งหนังไทยที่ดูแล้วไม่รู้สึกเสียดายเงิน หรือเสียดายเวลาในรอบปีนี้ครับ

รีวิว จอมขมังเวทย์ 2020 — 7.5/10 คะแนน … พูดได้เต็มปากเต็มคำเลยว่าหนังสนุกชิบหาย แล้วยิ่งได้เห็นฉาก End Credit นี่คืออยากจะกรี๊ดเป็นภาษามอญผสมกับร่ายบทสวดคาถาเป็นภาษาตุรกี พีคสัสสๆ เป็นหนังไทยไม่กี่เรื่องที่อยากจะเข้าไปดูซ้ำ ปรบมือให้เลย มันต้องแบบนี้สิวะหนังไทย ชื่นใจจริงๆ
.
..คือไม่คิดว่าหนังไทยเราจะมีแบบนี้กับเขาด้วย เต็มไปด้วยแอคชั่นแบบของโคตรดีและนำเรื่องราวการเล่นของ คุณไสยแบบไทยๆมาเล่าในแบบฉบับอินเตอร์ ส่วนตัวผมชอบภาคแรกเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว มาเจอภาคนี้ขยายความสนุกของภาคเก่าเข้าไปยิ่งชอบหนักกว่าเดิม และที่สำคัญแบบอยากจะกรี๊ดลั่นโรงเลยก็คือ End Credit แม่งพีคสัสๆ ถือเป็นหนังไทยเรื่องแรกๆเลยมั๊งเนี่ยที่ทำฉาก End credit ได้สะพรึงและขนลุกขนาดนี้ แฟนภาคแรกนี่ ขนตูด ขนจักกะแร้ ขนทุกส่วนในร่างกาย ลุกชูชันแน่นอนเมื่อเจอฉากนี้เข้าไป ..
.
.. จอมขมังเวทย์ 2020 เป็นหนังภาคต่อที่เล่าเรื่องราวของ วิน หนุ่มนักสู้ที่พ่อของเค้าถูกฆ่าตายแล้วชิงเหล็กใหลไป วินที่ตอนแรกเป็นแค่นักสู้ข้างถนนธรรมดา แต่พอเจอเหตุการณ์พ่องตายเข้าไป ถึงกับต้องนำพาตัวเองเข้าสู่ด้านมืดด้วยการเล่นของ

สักยันต์ลงอักขระต่างๆ แล้วทำการออกตามหาคนที่ฆ่าพ่อของเค้า จนได้ไปเจอกับองค์กรพลังอะไรซักอย่างที่มีผู้นำคือ ครูเมย์ ( นก สินจัย ) และ ก็อท ( ก็อท จิรายุ ) บงการอยู่ โดยองค์กรนี้เป็นกลุ่มคนที่เล่นของเหมือนกัน โดยเอาธุรกิจมาบังหน้า แถมยังค้าขายเกี่ยวกับพวกของไสยศาสตร์ต่างๆอีกด้วย ส่วนใครจะเป็นสาเหตุพ่องตายของวิน หรือองค์กรจะไม่เกี่ยวข้องเลย ก็ไปตามดูกันเอาเองแล้วกันนะ ..
.
.. นี่พูดเลยนะว่า จอมขมังเวทย์ 2020 นี่เป็นหนังไทยที่เอาไปขายต่างชาติได้แบบสบายๆเลย และผมคิดว่าพวกฝรั่งน่าจะต้องชอบแน่ๆ ด้วยเนื้อหาที่เรียกว่าเป็นสายดาร์คสำหรับบ้านเรา เรื่องความเชื่อต่างๆ ถึงแม้ว่ามันจะออกแนวเว่อร์ๆหน่อยแต่มันก็สร้างมาจากความเชื่อของกลุ่มคนบางกลุ่มที่เชื่อเรื่องพวกนี้จริงๆ และหนังก็นำเรื่องราวเหล่านี้มาเล่าได้สนุกและน่าติดตามมากๆ

ระยะเวลาของหนังเกือบ 2 ชั่วโมงนี่ไม่มีช่วงเบื่อเลยนะ คือสนุกตั้งแต่ตอนเริ่ม และค่อยๆไต่ระดับความสนุกขึ้นไปเรื่อยๆ จนไประเบิดในตอนท้ายๆ กับฉากสู้กันของตัวเอกกับตัวร้ายในเรื่อง ซีจีในเรื่องนี้ไม่ถึงกับเนียนกริ๊บ แต่ก็ดูแล้วไม่ได้ขัดหูขัดตาหรือขัดใจอะไรเลย เรื่องนี้ถือเป็นหนังไทยอีกเรื่องที่ทำออกมาให้คนไทยด้วยกันเห็นว่า ถ้าเราจะทำเราก็ทำได้ ..