Category Archives: หนังไทยnetflix

รีวิวหนังไทย The Whole Truth

รีวิวหนังไทย The Whole Truth

รีวิวหนังไทย The Whole Truth

รีวิวหนังไทย The Whole Truth อีกหนึ่งหนังแนวลึกลับแฝงความสยองขวัญไว้ให้ผู้ชมได้ระทึก กับปริศนารูหลอน ที่เล่าถึงครอบครัวสามแม่ลูกซึ่งประสบอุบัติเหตุไม่คาดฝันจนต้องพบกับความผิดปกติอย่างไม่ทันตั้งตัว โดยพิมและพัท ต้องมาอาศัยอยู่กับตาและยายที่เป็นคนเข้มงวด ทว่าภายใต้ใบหน้าเคร่งขรึมของทั้งคู่กลับกุมความลับบางอย่างเอาไว้ นับว่าเป็นหนังที่สะท้อนให้เห็นถึงความต่างวัยและประเด็นปัญหาในสังคมไทยได้เป็นอย่างดี ส่วนจะน่าสนใจอย่างไรนั้น ต้องไปหาคำตอบกันในเรื่องค่ะ

 

มาถึงคิวออริจินัลหนังไทยเรื่องล่าสุดที่ได้ออกไปสู่สายต่อชาวโลก “The Whole Truth” (ปริศนารูหลอน) หนังระทึกขวัญซ่อนเงื่อน ผลงานการกำกับและเขียนบทของ “วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง” ที่ยังคงหยิบเอาสไตล์และลายเซ็นแนวทางการสร้างหนังหลอนๆ ของเขาเองงัดมาใช้ได้ ภายใต้คอนเซ็ปต์หนังที่ดูน่าสนใจไม่เบา เพียงแต่ว่าภาพรวมนั้นยังห่างไกลจากคำว่ามาสเตอร์พีชอยู่ดี

The Whole Truth ปริศนารูหลอน เล่าเรื่องราวของ 2 พี่น้อง พิม กับ พัท ที่ต้องจำใจไปอยู่กับตาและยายของพวกเขาชั่วคราว หลังจากที่แม่ได้ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์และได้รับบาดเจ็บอาการโคม่า ทั้งสองรู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมาก เพราะแม่ไม่เคยเล่าเรื่องตากับยายให้พวกเขาได้รับรู้มาก่อน และการย้ายเข้าไปพักอยู่ที่บ้านเก่าๆ ของคนชรานั้น ทำให้พวกเขาได้พบกับ “รู” ที่ปรากฏขึ้นอยู่ฝากำแพงบ้าน และเมื่อมองส่องเข้าไปก็ได้พบกับเรื่องสุดสยอง เว็บดูหนังThe Whole Truth (4) - L'Officiel Thailand

ก่อนอื่นต้องยอมรับเลยว่า The Whole Truth มีไอเดียและคอนเซ็ปต์ที่ชวนน่าติดตามมากๆ เลยทีเดียว การใช้ปริศนาของรูที่ปรากฏขึ้นมาอย่างน่าประหลาดใจมาเป็นส่วนเชื่อมโยงเรื่องราวทั้งหมด เป็นกิมมิกที่ค่อนข้างทำให้ผู้ชมใคร่ที่จะสืบรู้พิสูจน์ให้ชัดว่าเบื้องหลังรูนั้นคืออะไรกันแน่ เพียงแต่ว่าตัวหนังยังคงมีปัญหาขาดแรงจูงใจในการเสริมอรรถรสได้ดีเพียงพอที่จะออกมาได้ดีในทุกองค์ประกอบ

วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง ถือว่าเขียนบทหนังของ The Whole Truth ออกมาได้ไม่แย่แต่ก็ยังไม่ได้สมบูรณ์แบบเสียทีเดียว บทหนังของเรื่องนี้ค่อนข้างมิติซับซ้อนที่วางเอาไว้บนพื้นฐานง่ายๆ ของอารมณ์นึกคิดของตัวละคร ดังนั้นจึงทำให้องค์ประกอบการแสดงและการถ่ายทอดเรื่องนี้เป็นไฮไลต์เด่นที่จะพาหนังไปสู่ปลายทางที่คาดไว้ จึงไม่แปลกใจที่ได้ทำการแคสติ้งนักแสดงตัวใหญ่ๆ ออกมาได้อย่างน่าสนใจขนาดนี้

รีวิวหนัง The Whole Truth ปริศนารูหลอน

แต่ลำดับการเล่าเรื่องและบรรยากาศของหนังยังคงทำได้ในระดับกลางๆ ที่ยังดูไปสุดมากกว่านี้ได้อีก หนังมีการปูเรื่องราวเอาไว้หลายประเด็นที่น่าสนใจ แต่สุดท้ายก็มัวแต่ยุ่งเหยิงอยู่กับแกนเดียวที่เพียงแค่แกนนี้ก็ถือว่าเกือบจะพาหนังไปไม่รอดเสียแล้ว คอนเซ็ปต์ดีที่ของหนังถูกนำมาถ่ายทอดในแบบที่ค่อนข้างคลีเช่ทั่วไป อยากจะให้ดูระทึกและหฤหรรษ์ตามไปด้วยแต่ก็ยังไม่สามารถทำได้ถึงใจอีกอยู่ดี หนังฟรี

The Whole Truth จึงออกมาเป็นเพียงหนังระทึกที่มีแนวเนื้อเรื่องซ้ำๆ ซากๆ พยายามที่หักเหตรงนั้นตรงนี้ แต่ยังทำได้ไม่ถึงจุดที่จะชวนให้ผู้ชมรู้สึกว้าวกับการคลี่คลายในแต่ละประเด็น เพราะโทนเรื่องที่ไม่ได้ชวนน่าตื่นเต้นอะไรขนาดนั้น กับภูมิหลังของครอบครัวที่คนดูน่าจะเดาทางกันได้ตั้งแต่เริ่มต้นว่าตระกูลน่าจะมีความไม่ชอบมาพากลและความลับปกปิดเอาไว้อยู่แน่ๆ จึงทำให้การเฉลยปมต่างๆ ยังไม่ได้น่าตื่นเต้นขนาดนั้น

แต่จุดสตรองของหนังก็แน่นอนว่าต้องเป็นทีมนักแสดง “ปันปัน สุทัตตา” กับ “แม็ค ณัฐพัชร์” ถือว่าเป็นตัวยืนเรื่อง ที่บอกตามตรงว่าพวกเขาก็เกือบจะเอาหนังทั้งเรื่องไว้ไม่อยู่เช่นเดียวกัน ต้องมาได้ความเป็นมืออาชีพของรุ่นใหญ่ “ก้อย ทาริกา” กับ “หมู สมภพ” มาช่วยซัพพอร์ต จึงทำให้ทั้งหมดต่างช่วยกันประคองหนังเรื่องนี้ไปตลอดรอดฝั่งได้สำเร็จ แม้ว่าทิศทางการแสดงของพวกเขาจะไม่ได้ชวนตื่นตาอะไรก็ตาม แต่ก็ทำได้ดีตามมาตรฐานของพวกเขา

เอาเป็นว่า The Whole Truth ปริศนารูหลอน เป็นหนังที่พยายามจะฉีกแนวออกมาในมุมมองที่ไม่ค่อยได้เห็นในหมู่หนังไทยสักเท่าไหร่ แต่ความพยายามนี้ถือว่ายังไม่ประสบสำเร็จเปี่ยมเลี่ยม เป็นความครึ่งๆ กลางๆ ที่ไม่ได้แย่แต่ก็ยังไม่ได้ดีเท่าที่ควร หนังที่สามารถดูได้สนุกเพลินๆ ตามการเล่าเรื่องแบบพยายามชวนให้ระทึก แต่หากว่าใครชอบหนังแนวสืบหาปมปริศนาความจริงก็น่าจะชอบเรื่องนี้พอได้อยู่

‘The Whole Truth ปริศนารูหลอน’ เป็นภาพยนตร์ Netflix Original แนวดราม่า-ระทึกขวัญผลงานล่าสุดของ วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง ที่บอกเล่าเรื่องราวของ พิม (รับบทโดย ปันปัน-สุทัตตา อุดมศิลป์) และ พัท (รับบทโดย แม็ค-ณัฐพัชร์ นิมจิรวัฒน์) สองพี่น้องที่ต้องย้ายไปอยู่บ้านเดียวกับตา (รับบทโดย สมภพ เบญจาทิกุล) และยาย (รับบทโดย ทาริกา ธิดาทิตย์) ที่ไม่เคยพบหน้ากันมาก่อน เพราะแม่ (รับบทโดย นิโคล เทริโอ) ประสบอุบัติเหตุนอนโคม่า แต่เมื่อย้ายเข้าไปในบ้านทั้งสองก็ได้พบกับรูหลอนปริศนา ที่เรียกพวกเขาไปพบกับความจริงบางอย่างที่ซ่อนไว้

‘ความจริงบางครั้งก็เหมือนรู้สีดำเล็ก ๆ ที่ซ่อนอยู่ในความมืด มันอยู่ตรงนั้นตลอดเวลา เพียงแต่เรามองไม่เห็น แต่ทันทีที่แสงสว่างสาดส่องไปถึง มันจะปรากฏขึ้นอย่างชัดเจน จนเราตกใจว่ามันอยู่ตรงนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่กัน’

ประโยคนี้ที่ดังขึ้นในเรื่องถึงสองครั้งตอนเปิดเรื่องและตอนเฉยปมเป็นเหมือนการเปิดลายแทงที่ทำให้เราค้นเจอชิ้นส่วนต่าง ๆ และปะติดปะต่อต่อสิ่งที่เห็นในจอจนเป็นภาพของประเทศไทยซ้อนทับอยู่ในบ้าน ตัวละครเป็นตัวแทนของคนแต่ละยุค รู นาฬิกา นมที่พัทดื่ม หรือแม้แต่ชั้นวางของในเรื่อง ต่างก็มีความหมายในตัวของมันเอง หนังใหม่

ปริศนารูหลอน" (The Whole Truth) เมื่อความจริงอยู่ที่มุมมองของเจนเนอเรชั่น |  The 1 Today

ตา ตัวแทนของ ไซเลนท์เจนเนอเรชั่น (Silent Generation) ที่ถูกเรื่องนำเสนอให้มีคาแรกเตอร์ที่ให้ความสำคัญของการมีระเบียบแบบแผน มีความสัมพันธ์ที่พ่อเป็นหัวหน้าครอบครัวและผู้กุมอำนาจสูงสุดในบ้าน ทุกคนในบ้านต้องเห็นคล้อยตามผู้นำ เหมือนที่คุณตาจะมีอารมณ์ทุกครั้งหากหลานมีความเห็นที่ต่างออกไป และการบังคับให้คุณยายกินยาเพื่อลืม แม้จริงนั้นจะเป็นข้อเท็จจริงหรือไม่ ติดอยู่กับตำแหน่งใช้ตำแหน่งและอำนาจในมือให้เป็นประโยชน์แก่ตน เน้นความเป็นพวกพ้องรุ่นพี่รุ่นน้องแสดงผ่านการใช้เส้นสายส่วนตัวในวงการตำรวจ ยึดความถูกต้องในแบบที่ตัวเองเข้าใจเป็นหลัก
ยาย ตัวแทนของ ผู้หญิงยุคเบบี้บูมเมอร์ส (Baby Boomers) ที่ภาพยนตร์นำเสนอให้มีหน้าที่เป็นผู้ตามในครอบครัว ยึดถือหลักการคล้ายกับคุณตา ยังคงให้ความสำคัญกับแบบแผนและตำราเช่นการกินอาหารให้ครบห้าหมู่ ความเข้มงวดในเรื่องต่าง ๆ และหากมีสิ่งไหนที่แตกแถวไปจากความสมบูรณ์แบบตามความเข้าใจของพวกเขาจะต้องถูกกำจัดไป เชื่อในการอดทนต่อปัญหามากกว่าแก้มัน
แม่ ตัวแทนของเจ็นเอ็กซ์ (Gen-X) ที่ผู้หญิงพึ่งพาตัวเองมากขึ้นและความเป็นผู้นำครอบครัวไม่ติดกับเรื่องเพศอีกต่อไป ให้อิสระกับลูกมากกว่า แก้ปัญหาอย่างประนีประนอม หลับตาข้างเดียวได้ เว็บดูหนังฟรี

ส่วนลูกสองคนคือตัวแทนของกลุ่ม เจ็นแซด (Gen-Z) ที่ตั้งคำถาม ใคร่รู้ และมองตรงไปยังปัญหา แต่พิมอาจจะเป็นตัวแทนของกลุ่ม privileged หรือ ผู้มีสิทธิพิเศษ ด้วยความ ‘สมบูรณ์แบบ’ ของเธอ แต่นั่นก็เป็นสิ่งที่ทำให้เธอไม่ได้ตั้งคำถามกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และหลายครั้งเลือกที่จะไม่มองเข้าไปใน ‘รู’ ทั้งที่มันส่งเสียงเรียกหาอยู่ข้างหน้า ในขณะที่พัทอาจจะเป็นตัวแทนของคนกลุ่มชายขอบสะท้อนผ่านความพิการของขา ที่ส่งให้เขาอยากไขปริศนาและไม่กลัวที่จะมองเข้าไปแม้สิ่งที่เขาจะมองอยู่มันน่าสยองแค่ไหนก็ตาม
พินยา ตัวแทนของปัญหา ความจริงที่บิดเบี้ยวน่ากลัวซึ่งถูกซ่อนไว้ แต่ไม่เคยหายไปไหน เหมือนกับร่างของพินยาที่ถูกซ่อนไว้ในตู้ใต้บันได แต่ยังคงออกมาเรื่อย ๆ หรืออาจจะเป็นคนที่เห็นต่างมีความคิดไม่สมบูรณ์ตามแบบแผนในสายตาของคนบางกลุ่มที่ต้องถูกกำจัดไปเหมือนที่คุณยายต้องการกำจัดพินยาที่มีใบหน้าย้อยออกมาเป็นเหลี่ยมอยู่ครึ่งหนึ่ง
รู เป็นตัวแทนของความจริงและปัญหาที่โดนมองข้ามและถูกซ่อนไว้ในอดีตและภาพในรูที่พิมและพัทเห็นชัดขึ้นทุกทีก็อาจจะเป็นตัวแทนของเวลาคนเรามองตรงไปยังความจริงที่ซ่อนไว้และยิ่งให้เวลาพิจารณาค้นหามากเท่าไหร่ ความจริงก็จะยิ่งปรากฏชัดให้เห็นกับตา

รีวิวหนังไทย The Whole Truth

นม ตัวแทนของแนวคิดของคนรุ่นก่อนที่คนรุ่นใหม่ถูกขืนให้ฝืนกิน สะท้อนผ่านการที่ยายบังคับให้พัทดื่มนมด้วยเหตุผลของความหวังดี โดยมองว่ามันเป็นสิ่งจำเป็นที่จะรักษาความแตกต่าง เหมือนกับที่ยายบอกว่านมจะช่วยให้กระดูกขาที่บกพร่องของพัทแข็งแรง แต่ยาพิษที่ถูกผสมอยู่ข้างในนั้นกำลังจะฆ่าพัทให้ตาย
นาฬิกา อาจจะสื่อถึงอดีตที่เคยเรืองรองที่คนบางกลุ่มเคยสัมผัสและยังคงเห็นมันอยู่ แต่สำหรับคนอีกรุ่นที่มองเห็นแค่เพียงราง ๆ เหมือนร่องรอยบางเบาในกำแพงตรงที่นาฬิกาเคยอยู่
ชั้นวางของที่มีทั้งถ้วย โล่รางวัลที่เก่าจนสีหม่น และสิ่งละอันพันน้อยจากยุคต่าง ๆ ทั้งเครื่องลายครามจากจีน ตุ๊กตากระเบื้องของฝรั่ง เปรียบได้กับเกียรติยศและความภูมิใจในอดีตและวัฒนธรรมที่หยิบยืมและหลอมรวมจากหลายชาติไว้ในชั้นสูงใหญ่ที่ถูกนำมาปิดบังรูเจ้าปัญหานั่นไว้ แต่ก็ปิดไม่ได้และทุกอย่างก็ล้มลงมา แตกกระจายเป็นเสี่ยง

และเมื่อนำสัญญลักษณ์เหล่านี้มารวมกับสถานการณ์ในเรื่องและการย้ำถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อ ‘15 ปีที่แล้ว’ ช่วงเวลาที่เกิดหนึ่งในจุดหักเหสำคัญของการเมืองไทยหลายอย่าง หนึ่งในนั้นอย่างรัฐประหารปี พ.ศ. 2549 ก็ยิ่งทำให้ประเด็นที่เรื่องต้องการจะสื่อชัดเจนขึ้น อย่างเช่น ทำความรู้จัก 5 ตัวละคร “The Whole Truth ปริศนารูหลอน” – Gorgeous News Smart  Trend

การตายของพินยาและพ่อ อาจจะสื่อถึงการกำจัดคนที่คิดว่าเป็นปัญหา เพราะว่าเขาไม่ตรงกับมาตราฐานความถูกต้องสมบูรณ์ที่คนรุ่นก่อนวางไว้ เหมือนที่ยายรังเกียจพินยา และรังเกียจพัทเพราะทั้งสองมีความแตกต่างอย่างที่ยายไม่ต้องการ และการที่ตาและยายไม่ยอมให้พิมและพัทมองภาพเหล่านี้และมักจะไล่พวกเขาให้ ‘ไปนอน’ ก็เหมือนเป็นการบอกให้เพิกเฉยต่อปัญหาเหมือนที่พวกเขาทำมา
ความขัดแย้งของคนแต่ละยุคสมัยที่ทัศนคติทางการเมืองไม่เหมือนกัน สื่อผ่านความขัดแย้งของคุณตาคุณยายและหลาน ๆ ที่ถกเถียงกันเรื่องความมีอยู่ของรูและสไตล์การแสดงที่ต่างกันของแต่ละเจนเนอเรชั่น ในขณะที่เจนเนอเรชั่นตรงกลางที่ควรเป็นสะพานระหว่างคนสองวัย หลับอยู่ในโคม่า ทำให้ความคิดของคนสองรุ่นยิ่งยากจะหาจุดตรงกลางได้ ในตอนจบที่แม่ลูกทั้งสามย้ายกลับไปบ้านตัวเอง ในขณะที่ตายายต้องอยู่กันสองคนกับความรู้สึกผิดที่จะหลอกหลอนเขาไปชั่วชีวิต อาจจะสื่อว่าหากเราไม่ยอมรับปัญหาและการมีอยู่ของรูและเรียนรู้จะอยู่กับมัน หนทางเดียวคือความแตกแยก ต่างคนต่างอยู่ในโลกที่ตัดกันเหมือนสีขาวสว่างในบ้านของแม่ และความหม่นหมองมืดทึมในบ้านของตายายเท่านั้น
การที่แต่ละคนเห็นรูและภาพในนั้นไม่เหมือนกันก็เหมือนกับการที่แต่ละคนมองปัญหาและเห็นความรุนแรงของมันไม่เท่ากัน คุณตามองไม่เห็นรูเลย ส่วนคุณยายเลือกที่จะไม่ใส่ใจกับมัน เช่นเดียวกับแม่ที่เลือกจะย้ายออกมาเพื่อจะได้ไม่เห็นรูนั่นและปิดบังลูก ๆ ไม่ให้รู้เรื่องนี้ตลอดมา พินเห็นภาพพินยาที่ป่วยใกล้ตาย ในขณะที่พัทเห็นพินยาที่ตายไปแล้วหัวเป็นโพรง สะท้อนถึงความรุนแรงของปัญหาที่ขึ้นอยู่กับสายตาคนมองหรือเลือกที่จะมองข้ามไป ดูหนังฟรี

ความตายของพินยาและโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นกับพ่อที่เฉลยมาว่าทั้ง ตา ยาย พ่อ และแม่ต่างก็มีส่วนในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งนั้นสะท้อนให้เห็นว่าผู้ใหญ่ทุกคนต่างก็มีส่วนให้เกิดความวุ่นวายทั้งนั้น แต่ทุกคนต่างมีเหตุผลของตัวเองในขณะที่คนรุ่นหลังคือพิมกับพัทต้องมารับกรรม
อาการป่วยกระอักเลือดของพัทและการตั้งคำถามของพิมที่คิดว่าเป็นเพราะพัทมองรูนั่นทำให้พัทป่วย แต่ที่จริงแล้วเป็นยาพิษที่ถูกผสมไว้ในนมต่างหากที่ฆ่าพัท เหมือนจะสื่อว่าการมองไปที่ปัญหาไม่ใช่สิ่งที่จะฆ่าใคร แต่เป็นการที่ถูกยัดเยียดแนวความคิดที่เป็นพิษต่างหากที่ฆ่าคนได้
การเฉลยในตอนท้ายที่พิมและพัทสุดท้ายได้รู้ความจริงเกือบทั้งหมดเป็น irony กับชื่อ ‘The Whole Truth’ ชื่อเรื่องภาษาอังกฤษที่แปลว่าความจริงทั้งหมด เป็นการเน้นย้ำให้เห็นว่าสิ่งที่คิดว่ารู้ อาจจะไม่ใช่ความจริง แม้แต่คนที่ปกป้องเราก็อาจจะมีความลับดำมืดของเขาเองที่เราไม่อาจรู้ได้เลย
ฉากจบที่พิมนอนหลับตาพริ้มนอนตรง ฮัมเพลงโดยมีพินยานอนอยู่เคียงข้าง อาจตีความได้สองทาง ทั้งการสื่อว่าการที่เราสามารถประนีประนอม ทำความเข้าใจ และอยู่กับความจริงในอดีตที่น่าเกลียดน่ากลัวได้ ใจเราก็จะสงบ หรืออาจจะหมายถึงว่าแม้เราจะหลับตาแต่ความอดีตจะไม่มีวันหายไปไหน แต่จะติดตามเราไปเหมือนที่พินยาจะอยู่ข้าง ๆ พิมไปอย่างนั้นอีกนานเท่าไหร่ก็ไม่รู้ได้ ดูหนังออนไลน์

รีวิวหนังไทย บอสฉันขยันเชือด

รีวิวหนังไทย บอสฉันขยันเชือด

รีวิวหนังไทย บอสฉันขยันเชือด

รีวิวหนังไทย บอสฉันขยันเชือด เมื่อจับได้ว่าบอสเป็นฆาตรกร แก๊งพนักงานสาวจะทำอย่างไร เรื่องราวของ กี้ษาท้าพิสูจน์ เพื่อนซี้สาวยูทูบเบอร์สมัยมัธยมที่ปัจจุบันเป็นพนักงานออฟฟิศผลิตเสื้อยืดที่ดูเหมือนจะเป็นบริษัทธรรมดา มีเจ้านายหน้าตาดีดูภูมิฐาน ทว่าวันหนึ่งพวกเธอก็ได้ไปพบแฟลชไดรฟ์ของพนักงานไอทีหนุ่มที่ทำคลิปวิดีโอเปิดเผยว่า บอสเป็นอดีตฆาตรกรต่อเนื่องมาก่อน ชาวแก๊งพนักงานจึงต้องร่วมกันสืบหาความจริง ถือเป็นภาพยนตร์ที่ค่อนข้างแปลกใหม่ ตัวหนังเดินเรื่องได้น่าสนใจ ทั้งยังมีนักแสดงมากฝีมือมารวมตัวกันคับคั่ง ใครกำลังมองหาหนังไทยแก้เครียดต้องเรื่องนี้เลยค่ะ

[รีวิว] บอสฉัน..ขยันเชือด – แปลกใหม่ ไอเดียชวนว้าว อ้าว..ไหงอีหยังวะ

ไท เอ็นเตอร์เทนเมนต์นับเป็นค่ายหนังไทยที่กล้าผลิตหนังแนวทางใหม่ ๆ มาสร้างความคึกคักให้วงการหนังไทยเสมอตั้งแต่ปรากฎการณ์นางนาก หนังไทยร้อยล้านเรื่องแรก จนต่อมาได้ร่วมทำหนังกับ GMM ก็ยังได้ผลิตผลงานคุณภาพขวัญใจมหาชนออกมานับไม่ถ้วน หรือจะเป็นก่อนหน้านี้ที่ได้ร่วมงานกับ Mono Films ทำค่าย T-Moment ที่แม้จะมีหนังแค่ 3 เรื่องถ้วนได้แก่ โอเวอร์ไซส์ ทลายพุง, App War แอปชนแอป และ The Pool นรก 6 เมตรก็ยังนับว่าได้สร้างความแปลกใหม่ให้วงการหนังไทยอีกครั้ง

และหลังเปิดตัวความร่วมมือล่าสุดกับทางเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์จนได้เปิดค่าย ไทเมเจอร์ และถือเป็นการร่วมงานกันอย่างเป๋็นทางการของคนตระกูลวรลักษณ์ ทั้งวิสูตร (ไท เอ็นเตอร์เทนเมนต์) และ วิศรุต (เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์) ก็ทำให้ความคาดหวังที่มีต่อบิ๊กวงการหนังทั้ง 2 อยู่ในระดับสูงสุดและผลงานประเดิมค่ายที่ขอออกฉายชิมลางก็ได้แก่ บอสฉัน..ขยันเชือด หนังสแลชเชอร์คอมเมดี้เรื่องนี้นี่เอง เว็บดูหนัง

ชมตัวอย่าง "บอสฉันขยันเชือด" พี่ก้อง-สหรัถ เผือก-พงศธร โอ๊ต-ปราโมทย์ นำทีมความฮา - #beartai

ตัวหนังเริ่มเรื่องด้วยคลิปจากแชนแนล ‘กี้ษาท้าพิสูจน์’ ที่ช่วยแนะนำให้เรารู้จักกับ โบกี้ (ไอซ์-ปรีชญา พงษ์ธนานิกร) และเมษา (มุกดา นรินทร์รักษ์) อดีตคู่หูยูทูบเบอร์สมัยมัธยมที่ปัจจุบ้นต้องใช้ชีวิตเป็นมนุษย์เงินเดือนในบริษัทผลิตเสื้อยืด แต่หลังจากวันดีคืนดีที่พวกเธอรวมถึง หลินฮุ่ย (ผักกาด-พอวิไล อภิรัชฎาพร) ได้พบเจอแฟลชไดร์ฟของนอท (นอท-สัณหณัฐ ทิราชีพ) หนุ่มไอทีที่ทำวิดีโอเปิดเผยว่าคุณต้น (สหรัถ สังคปรีชา) บอสประจำบริษัทเป็นฆาตกรต่อเนื่อง พวกเธอจึงต้องหาทางพิสูจน์ความจริงก่อนจะกลายเป็นเหยื่อรายต่อไป

หนังได้ ภูวนิตย์ ผลดี จาก โอเวอร์ไซส์ทลายพุง และ ศรณ์พัฒน์ ปราการะนันท์ มาร่วมกันรังสรรค์เรื่องราวแนบสืบสวนสอบสวนคอมเมดี้ที่มีกลิ่นอายแบบหนังสแลชเชอร์ซึ่งนับเรื่องได้สำหรับวงการหนังไทย โดยหากพิจารณาจากไอเดียตั้งต้นที่มันตั้งใจหยอกล้อกันระหว่างงานออฟฟิศที่ฆ่าความฝันกับฆาตกรต่อเนื่องที่ฆ่าเหยื่อสาวออฟฟิศแล้วโยนความไม่น่าไว้วางใจให้กับเจ้านายอย่างคุณต้นก็ถือเป็นไอเดียที่น่าสนใจไม่น้อยเลย

อีกทั้งการได้มุกดานักแสดงสาวช่อง 7 ที่เคมีการแสดงเข้ากันกับไอซ์ ปรีชญาอย่างดีก็ทำให้ตัวหนังมีจุดที่ทำให้คนดูติดตามและลุ้นไปกับทั้งคู่ได้แม้หนังจะไม่ได้มีพระเอกเหมือนหนังไทยเรื่องอื่น ส่วนก้อง สหรัถก็ขายเสน่ห์บอสหนุ่มใหญ่สุดหล่อที่ดูอันตรายไม่น่าไว้วางใจ แค่นี้ตัวหนังก็สามารถเล่นสนุกกับคาแรกเตอร์ที่สร้างมาได้เป็นอย่างดีแล้ว เพียงแต่ตัวบทหนังก็ยังคงมีช่องโหว่ที่ยิ่งหนังเดินเรื่องไปก็ยิ่งถ่างออกจนชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ

ข้อสังเกตประการแรกที่หนังไม่น่าพลาดเลยคือการปูความสัมพันธ์ของตัวละครโบกี้กับเมษานี่แหละที่บอกตามตรงว่าแม้ฉากเปิดเรื่องจะเปิดด้วยคลิปของทั้งคู่ แต่กว่าหนังจะมาปูความขัดแย้งของทั้งคู่ก็ปาไปองก์สองของหนังแล้ว ที่สำคัญความขัดแย้งของทั้งคู่ยังนำเสนอออกมาในลักษณะเพื่อนสาวที่ง้องแง้งกันมากกว่า และยังไม่พอหนังยังเพิ่มหลินฮุ่ยตัวละครเพื่อนสาวคนใหม่ของเมษาที่แทบไม่มีความจำเป็นกับเรื่องราวเท่าไหร่เข้าไปอีก หนังฟรี

บอสฉันขยันเชือด (My boss is a serial killer) 28 มกราคมนี้ ในโรงภาพยนตร์ - Pantip

รีวิวหนังไทย บอสฉันขยันเชือด

รีวิว บอสฉันขยันเชือด
ผักกาด-พอวิไล อภิรัชฎาพร ในบท หลินฮุ่ย นอท-สัณหณัฐ ทิราชีพ ในบท โจ๊ก
ประการต่อมาคือการตัวอย่างหนังที่ตัดออกมาโปรโมตคนดูอดคาดหวังไม่ได้เลยว่าตัวหนังควรออกมาระทึกและมีคนตายรายทางจนสถานการณ์ตึงเครียดขึ้นมา ปรากฎว่าทั้งเรื่องการฆาตกรรมเป็นเพียงอดีตที่เกิดขึ้นนานนับปีแค่ศพเดียว แล้วหนังก็เสียเวลาจับแพะชนแกะรายทางเอาทั้งความสงสัยแบบลอย ๆ ไปคุยกับดร.อัง (โอ๊ต ปราโมทย์ ปาทาน) หรือพี่ปั่น (เผือก พงศธร จงวิลาส) จนเราอดสงสัยในระดับสติปัญญาของนักสืบ 3 สาวไม่ได้เลย ที่สำคัญคือจุดหักมุมของมันก็มาในแบบจับยัดมากกว่าจะมีการปูปมนี้มาแต่ต้นไปอย่างน่าเสียดาย

Netflix จับมือหอภาพยนตร์ขนทัพหนังไทยสู่สตรีมมิงในแคมเปญ #ฉายแล้ววันนี้ที่Netflixรามา
ประการสุดท้ายเลยคืองานกำกับของหนังยังไม่สามารถทำให้คนดูลุ้นระทึกตามตัวละครหรือสถานการณ์ในเรื่อง ทั้งที่หนังมีฉากที่เอื้อต่อการทำให้คนดูตามติดและอกสั่นขวัญแขวนได้เพียบทั้งฉากในห้องล้างรูปบ้านของบอสต้น ไปจนถึงไคลแมกซ์ของหนังที่แม้จะทำให้คนดูได้หัวเราะและสนุกสนานบ้าง แต่จังหวะของมันก็เอื่อยจนผิดฟอร์มหนังทริลเลอร์ ทั้งการกำกับการแสดงที่เหมือนผู้กำกับเองก็ไม่มั่นใจว่าจะให้ตัวละครรีแอ็กกับเหตุการณ์ตรงหน้ายังไงจนดูประดักประเดิด มุกที่ให้หลินฮุ่ยเอาตัวชนกับฆาตกรก็ดูเป็นมุกสังขารที่เกินความเข้าใจไปหน่อยจนมันดูกระอักกระอ่วนเกินจะหัวเราะออกมาดัง ๆ ครับ หนังใหม่

รีวิวหนัง “บอสฉันขยันเชือด – My Boss is a Serial Killer” ใครเชือดใคร ใครกำลังโดนใครเชือด ทั้งในและนอกจอ ? – PERCEPTiA

แต่กระนั้นอีกหนึ่งไอเดียที่ดีมาก ๆ แต่ดันมาตอนจบคือคำพูดของฆาตกรที่ว่าด้วยสังคมการทำงานแบบไทย ๆ โดยเฉพาะเรื่องเส้นสายที่เอาคนรู้จักหรือมีความสัมพันธ์เข้ามาทำงานด้วยวิธีพิเศษ ซึ่งหากหนังปูเรื่องส่วนนี้ดี ๆ มันจะกลายเป็นหนังไทยที่มีบทหนังวิพากษ์สังคมการเมืองที่ทำงานที่เฉียบคมมาก ๆ อย่างไรก็ดีหากใครจะเข้าไปเสพหนังสนุก ๆ สักเรื่องที่มีดารามีเสน่ห์มาเพ่นพ่านกันบนจอ บอสฉัน..ขยันเชือดก็ถือว่ายังตอบโจทย์อยู่ดีครับ
บอสฉันขยันเชือด (My Boss is a Killer) ภาพยนตร์เรื่องแรกจากค่าย TAI Major ของคุณ วิสูตร และ วิชา พูลวรลักษณ์ ซึ่งแต่เดิมได้วางกำหนดการฉายเป็นวันที่ 28 มกราคม 2564 แต่ต้องถูกพิษโควิด-19 ที่ระบาดรอบใหม่สังเวยไป จนต้องเลื่อนโปรแกรมฉายมาเป็น 1 เมษายน 2564 แทน

ผลงานกำกับของ ศรณ์พัฒน์ ปราการะนันท์ และ ภูวนิตย์ ผลดี (สองผู้กำกับจาก โอเวอร์ไซส์ ทลายพุง ที่ออกฉายไปเมื่อปีพ.ศ. 2560)
ดูแลการผลิตโดย วิสูตร พูลวรลักษณ์
รับชมได้แล้วทาง Netflix เหมือนจะเป็นบริษัทธรรมดา มีเจ้านายหน้าตาดีดูภูมิฐาน ทว่าวันหนึ่งพวกเธอก็ได้ไปพบแฟลชไดรฟ์ของพนักงานไอทีหนุ่มที่ทำคลิปวิดีโอเปิดเผยว่า บอสเป็นอดีตฆาตรกรต่อเนื่องมาก่อน ชาวแก๊งพนักงานจึงต้องร่วมกันสืบหาความจริง ถือเป็นภาพยนตร์ที่ค่อนข้างแปลกใหม่ ตัวหนังเดินเรื่องได้น่าสนใจ ทั้งยังมีนักแสดงมากฝีมือมารวมตัวกันคับคั่ง ใครกำลังมองหาหนังไทยแก้เครียดต้องเรื่องนี้เลยค่ะ

เนื้อเรื่อง/เรื่องย่อ
หนังเล่าเรื่องราวของเหล่าพนักงานบริษัทนกกระทาคู่ เมื่อ เมษา, โบกี้ และ หลิน สามสาวแห่งทีมมาร์เกตติ้งของบริษัท ได้แอบไปล่วงรู้เรื่องราวความลับอันดำมืดของ คุณต้น บอสใหญ่ของพวกเขาว่าน่าจะเป็นฆาตกรโรคจิตฆ่าต่อเนื่องที่ออกตามล่าฆ่าพนักงานสาวออฟฟิศ

เมื่อรู้เช่นนี้แล้ว พวกเธอจะอยู่เฉยได้อย่างไร ปฏิบัติการขุดคุ้ยอดีตและสืบหาความจริงที่แสนระทึกจึงได้เริ่มต้นขึ้น โดยมี ดร. อัง เป็นผู้ให้ความช่วยเหลืออยู่เบื้องหลัง เว็บดูหนังฟรี

รีวิว] บอสฉัน..ขยันเชือด - แปลกใหม่ ไอเดียชวนว้าว อ้าว..ไหงอีหยังวะ - #beartai

ความรู้สึกหลังดูจบ
หนังเล่าเรื่องได้ไม่ค่อยสนุกเลยฮะ เดินเรื่องวนเวียนไม่ไปข้างหน้าซะที และด้วยความยาวหนังประมาณ 2 ชั่วโมงจึงกลายเป็น 2 ชั่วโมงที่อืดอาดยืดยาดมาก แถมปูมหลังของตัวละครที่พยายามสอดแทรกเข้ามาก็ไม่ได้ช่วยให้หนังมันเมคเซนต์อะไรเท่าไหร่นัก

ก็ไม่รู้ว่าเป็นที่ตัวผู้กำกับเองหรือได้โจทย์มาจากทางค่ายนะฮะ ถึงได้ตีความและเล่าหนังออกมาในทิศทางแบบนี้ คือหนังไม่มีความชัดเจนในแนวทางใดแนวทางหนึ่งเลย เราจึงได้เห็นว่าหนังมีทั้งความ “พยายาม” ที่จะเป็นหนังตลก (จุดนี้จะเห็นได้ตั้งแต่โปสเตอร์แล้วที่ทำให้คนดูรับรู้ว่านี่เป็นหนังตลกนะ) แต่มันก็ไม่ตลกเลย มุกแป๊กมาก ก็มีบางซีนที่พอให้ขำ หึหึ ได้บ้างแต่จากที่สังเกต คนดูทั้งโรงก็ไม่ได้ หึหึ กันทุกคนนะ ดูหนังฟรี

หนังมีทั้งความ “พยายาม” จะเป็นหนังตลกร้ายจิกกัดสังคมแต่ก็ทำออกมาได้ไม่ถึง ทั้งๆ ที่เรื่องราวในแวดวงพนักงานออฟฟิศ มีอะไรให้เอามาเล่นได้อีกเยอะ แต่หนังก็ไม่เอามาเล่น (แค่แตะๆ พอให้เห็นว่ากำลังเล่าเรื่องของพนักงานบริษัทอยู่นะ)

และสุดท้ายหนังยังมีความ “พยายาม” ที่จะเป็นหนังทริลเลอร์ระทึกขวัญหักมุม ซึ่งในพาร์ทนี้แมวโอเคนะ โดยเฉพาะในช่วงไคลแมกซ์ของเรื่องเนี้ย ทำออกมาได้ดีใช้ได้เลย เพียงแต่ว่ามันถูกความอืดอาดยืดยาดน่าเบื่อที่ทำให้มีความรู้สึกว่าเมื่อไหร่หนังจะจบครอบงำมาเกือบทั้งเรื่องแล้ว พอมาถึงจุดไคลแมกซ์อารมณ์มันเลยไม่พีคอย่างที่ควรจะเป็น

สิ่งที่ต้องขอชมเชยมากที่สุดสำหรับเรื่องนี้เลยก็คือการแสดงของคุณ ดีเจเผือก ฮะ เรื่องนี้ได้แสดงให้เห็นพัฒนาการและศักยภาพทางด้านการแสดงของเขาอย่างชัดเจนเลยฮะ สามารถทำให้เรา “เชื่อ” ในสิ่งที่เขาต้องการจะสื่อกับเราได้

บอสฉันขยันเชือด (My Boss is a Killer)
สรุป >> ให้แค่ 6 เต็ม 10 นะฮะ น่าเสียดายวัตถุดิบชั้นดีที่หนังมี ไม่ว่าจะเป็นพลอตเรื่องที่น่าสนใจหรือนักแสดงที่แค่เห็นหน้าก็เรียกคนดูได้แล้ว แต่กลับปรุงออกมาได้ไม่กลมกล่อมอย่างที่ควรจะเป็น

สุดท้ายนี้ ก็ขอฝากเพจไว้ด้วยเช่นเคย คลิกกันเข้าไปอ่านเรื่องอื่นๆ เพิ่มเติมกันได้เลยฮะ ดูหนังออนไลน์

รีวิวหนังไทย คิดถึงวิทยา

รีวิวหนังไทย คิดถึงวิทยา

รีวิวหนังไทย คิดถึงวิทยา

รีวิวหนังไทย คิดถึงวิทยา ความเข้าอกเข้าใจและความคิดถึงที่เชื่อมคนสองคนผ่านไดอารี่ สอง อดีตนักกีฬาที่ผันตัวมาเป็นครูสอนในโรงเรียนหมู่บ้านชาวประมงแสนห่างไกล ท่ามกลางความเหงา เขาได้พบไดอารี่ที่ถูกเขียนโดยแอน ครูคนเก่าที่ย้ายออกไป ข้อความในไดอารี่เป็นเหมือนความอบอุ่นที่ช่วยให้เขาผ่านแต่ละวันไปอย่างมีความสุข หนังเรื่องนี้เป็นหนังที่ยังคงกลิ่นอายฟีลกู้ดของ GTH แต่ก็มีความพิเศษตรงที่สะท้อนระบบการศึกษาและความเป็นครู ว่าไม่ใช่แค่สอนวิชาการตามหลักสูตร แต่ต้องคิดถึงพื้นฐานและอนาคตของเด็กด้วยเช่นกัน

เรื่องย่อ คิดถึงวิทยา
ปีการศึกษา 2555 “สอง” (บี้ สุกฤษฎิ์ วิเศษแก้ว) อดีตนักกีฬามวยปล้ำตกอับต้องผันตัวเองมาเป็นครูยังโรงเรียนแห่งหนึ่งที่กว่าจะไปถึงต้องออกเดินทางตั้งแต่เช้ามืด ขึ้นรถผ่านผืนป่า ลงเรือฝ่าผืนน้ำหลายชั่วโมง โรงเรียนซึ่งตั้งอยู่กลางเขื่อน โอบล้อมด้วยภูเขาและผืนน้ำอันกว้างใหญ่ “โรงเรียนบ้านแก่งวิทยา สาขาเรือนแพ”

โรงเรียนแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้เด็ก ๆ ลูกชาวประมงที่ไม่มีโอกาสออกไปนอกเขื่อนได้มีโอกาสเรียนหนังสือ สองต้องสอนเด็ก ๆ สุดแสบที่แม้จะมีเพียง 4 คน แต่ก็ล้วนเรียนกันคนละชั้นกันหมด แถมเขายังต้องสอนเด็ก ๆ ทุกวิชาทุกชั้นเรียนด้วยตัวคนเดียว ยิ่งไปกว่านั้นเขายังต้องทนกับสภาพที่ไม่มีทั้งไฟฟ้าน้ำประปา หนำซ้ำต้องผจญกับความเหงาที่ไม่สามารถติดต่อใครได้เพราะที่โรงเรียนนี้ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์

สิ่งเดียวที่พอจะช่วยให้สองคลายเหงาได้คือไดอารี่เล่มหนึ่งที่ถูกลืมทิ้งไว้ของ “แอน” (พลอย เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์) ครูคนเก่าที่เพิ่งย้ายออกไป แอนเขียนตัดพ้อถึงชีวิตของเธอและครูทุกคนที่มาสอนที่นี่ว่านอกจากจะลำบากแล้วยังต้องเลิกกับแฟนทุกราย ถึงขนาดตั้งฉายาให้โรงเรียนนี้ว่า “ถ.ท.ว. ถูกทิ้งวิทยา” เว็บดูหนัง

สองอ่านเรื่องของแอนผ่านสมุดเล่มนี้เสมือนเธอเป็นเพื่อนเพียงคนเดียวที่เข้าใจหัวอกของเขา จนกลายเป็นความผูกพันผ่านตัวหนังสือที่ยิ่งอ่านเขาก็ยิ่งเฝ้าคิดถึงตัวจริงของเธอ แต่แม้สองจะอยากเจอแอนแค่ไหน เขาก็ไม่รู้ว่าจะไปพบเธอได้อย่างไร…
Review คิดถึงวิทยา เป็นไปได้ไหม? ที่เราจะคิดถึงใครสักคน  โดยไม่เคยเจอหน้ากันมาก่อน (Spoii) - Pantip
ปีการศึกษา 2556 โชคชะตานำพาให้แอนกลับมาสอนที่โรงเรียนแห่งนี้อีกครั้ง ทว่าสองกลับไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว แอนพบไดอารี่ที่เธอลืมทิ้งไว้ พอแอนเปิดอ่านก็ต้องแปลกใจเมื่อได้พบกับลายมือของสองที่เขียนต่อจากสิ่งที่เธอเคยเขียนไว้ เขาระบายความรู้สึกในใจตลอดช่วงเวลาที่สอนอยู่ที่นี่ โดยเฉพาะความหวังที่เขาอยากจะพบกับแอนสักครั้ง

แอนไม่รู้ว่าสองจากไปเพราะอะไร ตอนนี้เขาอยู่ที่ไหนหรือแม้กระทั่งว่าเขาเป็นใคร แต่การได้รู้ว่ามีคนอีกคนที่เคยอยู่ในที่แห่งเดียวกับเธอคอยเฝ้าคิดถึงแต่เธอ ความรู้สึกในการกลับมาสอนที่โรงเรียนแห่งนี้อีกครั้งของแอนก็เปลี่ยนไปจากเหมือนถูกทิ้งกลายมาเป็นความคิดถึง

สวัสดีครับ เมื่อวานก็ได้มีโอกาสชมหนังไทยเรื่อง “คิดถึงวิทยา” ในรอบสื่อมวลชน ก็ต้องขอขอบคุณทาง GTH มา ณ ที่นี้ด้วยครับ

“คิดถึงวิทยา” เป็นหนังเรื่องล่าสุดจากทางค่าย GTH ที่ห่างหายจากจอหนังไปเกือบ 1 ปี เต็มๆ นับตั้งแต่ “พี่มาก..พระโขนง” การห่างหายไปของ GTH จากโรงหนัง คงต้องมีสาเหตุอะไรบางอย่าง แต่ในเมื่อหนังมีเวลาในการสร้าง การผลิต เพิ่มขึ้นเป็นครึ่งปี มันก็ย่อมต้องดีมากขึ้นมากขึ้น จริงไหมเอ่ย หนังฟรี

ฉากงาม ภาพสวย รุ่มรวยเสน่ห์ และ 5 มุมโรแมนติกของโรงเรียน คิดถึงวิทยา

ดังนั้น ความคาดหวังต่อ “คิดถึงวิทยา” จึงอยู่ในระดับที่สูงมาก แน่นอนว่าหนัง GTH ทุกเรื่อง ผมคาดหวังสูงอยู่แล้ว แต่เมื่ออยู่ในมือผู้กำกับอย่าง พี่ต้น-นิธิวัฒน์ ธราธร ผู้กำกับหนังไทยที่ผมชื่นชอบอย่าง Season change เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ก็ยิ่งไม่มีอะไรน่ากังวล

ตอนที่ได้ดูตัวอย่างหนังเรื่องนี้ มีความรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย รู้สึกว่าหนังมันน่าจะโรแมนติก น่าจะดูแล้ว Feel Good ดูแล้วน่าจะเจ็บจี๊ดๆในอารมณ์ แต่ก็แอบเสียดายว่าจะเอา เวียร์-ศุกลวัฒน์ คณารศ มาโผล่ในตัวอย่างทำไม น่าจะเก็บไว้ Surprise คนดูน่าจะดีกว่า

รีวิวหนังไทย คิดถึงวิทยา

ช่วงแรก หนังใช้วิธีการเล่าเรื่องที่น่าสนใจดีครับ การตัดสลับไปมาแบบฉับไว ทำให้ผมเกิดความคาดหวังว่าหนังจะทันสมัย เล่าเรื่องแบบรวดเร็ว ซึ่งก็เป็นจริงอยู่ได้พักนึงเท่านั้น แล้วหนังก็เริ่มเล่าเรื่องแบบธรรมดา แต่การปูพื้นฐานให้เห็นชีวิตความเป็นอยู่ของครูในโรงเรียนเรียนเรือนแพนั้นเป็นอย่างไร ก็ทำได้ดีจนผมอึ้งๆอยู่เยอะ ส่วนพื้นฐานความเป็นมาของทั้งครูแอนและครูสอง ก็เล่าได้พอรู้เรื่องประมาณนึง จุดสำคัญที่เป็นตัวเชื่อมเรื่องคือไดอารี่นั้น ทำได้ดีครับ และมุกตลกน่ารักๆ ก็มียิงมาประปราย ดูแล้วพอได้หัวเราะยิ้มๆได้เรื่อยๆ

ช่วงกลาง ดูเหมือนว่าหนังจะค่อนข้างชัดเจนในด้านการเล่าเรื่องที่เน้นไปในเรื่องของความรัก ความเหงา การใช้ชีวิตที่ยากลำบาก กำลังใจ การต่อสู้ แต่เน้นไปที่ตัวของครูสองกับครูแอนในมุมของครูสองเป็นหลัก… หนังก็ดำเนินเรื่องไปได้ดีเลยครับ ยิ่งบวกกับความน่ารักของเด็กๆ ก็ยิ่งดูได้เพลิน จนพอหนังไปถึงจุดเปลี่ยนสำคัญ (ผมมองว่ามันละครทีวีไปนะครับ โบราณมากพล็อตแบบนี้) หนังก็พาเราไปมองเห็นมุมของครูแอนบ้าง ช่วงนี้เริ่มรู้สึกได้ว่า หนัง “พยายาม” โรแมนติก เป็นอย่างมาก แต่ก็เป็นความพยายามที่ดีเลย เพราะดูจะได้ผลพอสมควร ช่วงจุดเปลี่ยนอันนั้น ผมขอชื่นชมเทคนิก Long Take ที่นำมาใช้ได้น่าสนใจครับ รวมทั้งการแสดงของพลอยใน Long Take นี้ด้วยที่ไม่หลุดเลย หนังใหม่

HD คิดถึงวิทยา | ดูหนัง วิจารณ์หนัง ฉากเด็ด MV เพลงประกอบ โหลด  ตัวอย่างหนังคิดถึงวิทยา

ช่วงท้าย หนังเข้าสู่ความเป็น “คิดถึงวิทยา” เต็มๆ โดยเล่าว่าความคิดถึงมันแปรเปลี่ยนไปเป็นอะไร แล้วหนังก็หักทิศทางอีกครั้ง จนผมเริ่มไม่แน่ใจว่า จะทำยังไงหนังถึงจะไปจบแบบ “Feel Good” (หนังแนวนี้ของ GTH ผมไม่เคยกล้าคิดว่า GTH จะไม่ Feel Good) แต่หนังก็ไปได้ในแบบที่ดูเรียบง่ายราบรื่นและสวยงาม แล้วก็จบไปอย่าง Feel Good ตามความประสงค์ ส่วนตัวผมว่าตอนจบมันไปได้พี๊คกว่านี้อีกเยอะ แต่ดูเหมือนหนังต้องการอารมณ์กรุ่นๆ อบอุ่นกึ่งเหงา ดูจบแล้วสบายใจเสียมากกว่า

การแสดง เป็นส่วนที่หาข้อติแทบจะไม่ได้เลยของหนังเรื่องนี้ ทั้งบี้ ทั้งพลอย เวียร์ นักแสดงสมทบ รวมทั้งนักแสดงเด็กทุกคน ทำได้ดีมากๆๆๆ เรียกว่าดูแล้วไม่มีความรู้สึกติดขัดสะดุดสายตาแต่ประการใด

ข้อดี ของหนังเรื่องนี้คือ หนังชัดเจนในเรื่องที่จะเล่า พาคนดูไปในทิศทางที่หนังอยากให้เป็นได้โดยไม่หลุดออกไป ยิ่งถ้ารับสิ่งที่หนังส่งออกมาได้มาก ก็จะยิ่งอิน อิ่ม สบายใจ มีความสุข เรียกว่ายิ้มออกมาจากโรงได้เลย ยิ่งใครคิดถึงหนังสไตล์ GTH ชอบหนังสไตล์ GTH เรื่องนี้มันเป็น GTH แบบสุดโต่งเลยล่ะครับ

ข้อเสีย บอกตรงๆว่าผมไม่แน่ใจว่ามันเรียกว่าข้อเสียได้หรือเปล่า เอาเป็นว่าเป็นข้อสังเกตละกันครับ [Spoil] หนังเรื่องนี้ มีกรอบมากๆครับ กรอบของความเป็นหนังรักโรแมนติก Feel Good และ GTH กรอบเหล่านี้ครอบความกล้าที่จะหลุดออกมาของหนังไว้จนมิด ทั้งที่ประเด็นในหนังมันสามารถสร้าง Conflict ใหญ่โตระดับสะเทือนระบบการศึกษาของสังคมไทยได้เลย แต่หนังข้ามสิ่งเหล่านั้นไป เล่าแค่ที่อยากจะเล่า ปัญหาระดับรากเหง้าของประเทศ เลยกลายเป็นแค่เรื่องปัญหาเล็กๆในความโรแมนติกเท่านั้น ผมมั่นใจว่าถ้าเรื่องนี้ไม่ใช่ค่าย GTH ทำ ประเด็นเหล่านี้จะกลายเป็นประเด็นใหญ่โตที่ถูกเอามาขยี้ให้เรารู้สึกได้เลยว่าระบบการศึกษาของเรามันแย่แค่ไหน ที่น่าสนใจกว่านั้น แน่ใจว่า “ครู” ที่หนังสื่อมาให้เห็นเป็น “ครู” ที่ควรจะเป็นจริงๆของสังคมไทย อยากให้คิดให้ละเอียดๆนะครับ ถ้าหนังจงใจซ้อนภาพตลบ 2 ชั้นให้คนดูหวนมาคิด ก็ถือว่าดี แต่ผมว่าไม่น่าจะใช่ เว็บดูหนังฟรี

เรื่องของเรื่อง" วีคนี้ พบกับ เบื้องหลัง "คิดถึงวิทยา"

สรุป หนังเรื่องนี้ดูง่าย ดูสบาย Feel Good สไตล์ GTH การแสดงดี ภาพสวย อิ่ม อุ่น เหงานิดๆ เพลงเพราะ เหมือนกินอาหารที่อร่อยสวยงามรสชาดดีทุกอย่าง ขาดแค่ความแปลกใหม่ ถ้าใครชอบสไตล์ของ GTH รวมทั้งหนังโรแมนติกดูแล้วสบายใจอินเลิฟ เรื่องนี้สมบูรณ์แบบมากครับ แต่ถ้าคุณเป็นคอหนังที่หวังว่าจะ “ได้” อะไรมากกว่าที่คาดจากหนังเรื่องนี้ ชอบคิดต่อ ชอบการเจาะลึกเสียดสีสังคม หนังเรื่องนี้จะแตะประเด็นในแบบที่ไม่พยายามให้เราไปสนใจประเด็นเหล่านั้น แต่ถ้าสนใจก็ลองไปดูก็ได้ครับว่า คุณจะคิดมากเหมือนกับผม หรือเห็นอะไรเหมือนกับที่ผมเห็นหรือไม่ เอ..หรือว่าผมบ้าไปเองคนเดียว เฮ้อ สำหรับผม หนังเรื่องนี้เหมือนรถรุ่นใหม่ที่ทำออกมาดีทุกอย่าง สมบรูณ์ ครบครัน แต่ไม่กล้าที่ใส่ Option ใหม่ๆที่ล้ำยุค เพียงเพราะแค่กลัวคนซื้อมองว่าเกินความจำเป็น

หากใครกำลังหาหนังรักที่ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงความรักอย่างเดียว แต่ยังทำให้เราได้เรียนรู้เรื่องราวของชีวิตคนเราได้มุมมองใหม่ ๆ ซึ่งให้ความรู้สึกละมุนอบอุ่นหัวใจ เราขอแนะนำเรื่อง “คิดถึงวิทยา”เลย เป็นหนังอีกเรื่องในดวงใจของเราและหลายคน แถมยังเป็นแรงผลักดันให้ครูหลายคนไม่ย่อท้อต่อการทำหน้าที่ของตัวเองเพื่อสร้างเยาวชนให้กลายเป็นคนดีของสังคมอย่างสมบูรณ์แบบด้วย เรื่องราวของหนังคิดถึงวิทยาจะน่าติดตามกันแค่ไหนต้องมาอ่านรีวิวกัน

หนัง “คิดถึงวิทยา” ได้ถ่ายทอดเรื่องราวของ “สอง” ที่ได้มาเป็นครูที่โรงเรียนเรือนแพแห่งหนึ่งทางภาคเหนือซึ่งอยู่ห่างไกลความเจริญ ต้องเดินทางโดยใช้เรือเท่านั้น และปัญหาใหญ่ของเขาก็คือ การที่เด็กนักเรียนไม่ค่อยสนใจครูอย่างเขาเลยสักนิด ทำให้สองรู้สึกท้อจนกระทั่งได้ไปค้นพบสมุดบันทึกของ “แอน”ที่ก่อนหน้าที่สองจะมา เธอเคยถูกส่งมาเป็นครูที่โรงเรียนเรือนแพอย่างไม่เต็มใจนักและทำให้เด็ก ๆ ที่นี่เปิดใจยอมรับเธอได้ซึ่งทำให้เขามีกำลังใจมากขึ้นในการเป็นครูสอนที่นี่

จนกระทั่งเวลาผ่านไปในที่สุดแอนก็ได้กลับมาที่โรงเรียนเรือนแพอีกครั้ง ในขณะที่สองได้ออกจากโรงเรียนไปแล้ว และแอนก็ได้เห็นว่าบันทึกของตัวเองถูกเขียนเพิ่มเติมเรื่องราวด้วยลายมือของสอง มิตรภาพของทั้งคู่จึงได้เกิดขึ้นผ่านบันทึกเล็ก ๆ 1 เล่มนี้ ดูหนังฟรี

รีวิวคิดถึงวิทยา - ครูกับในหลายความหมาย ######หนัง “คิดถึงวิทยา” ได้ถ่ายทอดมุมมองที่แปลกใหม่ของการเป็นครูที่ต้องมาสอนในโรงเรียนชนบทซึ่งเทคโนโลยียังเข้าไม่ถึง ทำให้ต้องมีทักษะชีวิตพอตัว โดยเราอาจจะชินกับภาพของครูดอยกันแล้ว แต่คงไม่มีใครจะคาดคิดว่าในประเทศไทยจะมีโรงเรียนเรือนแพด้วยซึ่งตรงนี้ได้สร้างจากเค้าโครงเรื่องจริงของ “ครูสามารถ สุทะ” ซึ่งเป็นครูสอนโรงเรียนเรือนแพเพียงคนเดียวที่โรงเรียนบ้านก้อจัดสรร

โดยนำมาแต่งเติมเรื่องราวเป็นหนังรักผ่านสมุดไดอารี่ของคู่พระนางให้มีสีสันและบอกเล่าชีวิตการทำหน้าที่ครูว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายในการทำให้เด็กสนใจในการเรียน ประสบการณ์ต่าง ๆ ที่เผชิญร่วมกันมาและมิตรภาพที่คุณมอบให้เขาอย่างเป็นกันเองจะค่อย ๆ ทำให้เด็กเปิดใจให้คุณจนพวกเขารักคุณเหมือนอย่างครูสองกับครูแอน

ในด้านความรักของคู่พระนางต่างคนต่างรู้จักตัวตนของอีกฝ่ายผ่านไดอารี่ แต่พระเอกก็ทำได้เพียงพยายามเก็บครูแอนไว้ในใจเพราะรู้ว่าเธอมีแฟนอยู่แล้ว แต่ก็ยังคงดั้นด้นไปหาถึงโรงเรียนในต่างอำเภอเพื่ออยากเห็นหน้าสักครั้ง ส่วนนางเอกกับแฟนก็เริ่มมีความรู้สึกห่างเหินกันมากขึ้นเพราะอุดมการณ์ในการสอนของแต่ละคนไม่เหมือนกัน จนกระทั่งต้องเลิกรากันในที่สุด ซึ่งเราลุ้นทั้งเรื่องว่าคู่พระนางจะได้เห็นหน้าคนที่เฝ้ารอมาในฉากไหน ซึ่งก็ไม่ผิดหวังแน่นอน ดูหนังออนไลน์

รีวิวหนังไทย 15 ค่ำ เดือน 11

รีวิวหนังไทย 15 ค่ำ เดือน 11

รีวิวหนังไทย 15 ค่ำ เดือน 11

รีวิวหนังไทย 15 ค่ำ เดือน 11 ความเชื่อที่พิสูจน์ไม่ได้กำลังถูกสั่นคลอนจากโลกวิทยาศาสตร์ หนังเรื่องนี้ได้หยิบยกเรื่องราวของ บั้งไฟพญานาค ปรากฏการณ์สำคัญที่ชาวบ้านกลุ่มลุ่มแม่น้ำโขงนั้นให้ความศรัทธา โดยหนังเรื่องนี้ไม่ได้บอกเล่าวิถีชีวิตชาวบ้านเพียงอย่างเดียว แต่ยังตั้งคำถามความขัดแย้งระหว่างความเชื่อที่พิสูจน์ไม่ได้จนอาจจะกลายเป็นความงมงาย ผ่านตัวละครหนุ่มรุ่นใหม่ที่ถูกความจริงทางวิทยาศาสตร์สั่นคลอนความเชื่อ อีกทั้งหนังยังสามารถผูกปมและดำเนินเรื่องไปในทางที่สร้างความอิ่มเอมใจให้ผู้ชมด้วยเช่นกันค่ะ

หนังไม่ได้เล่าเรื่องผ่านมุมมองตัวละครใดหนึ่ง แต่ใช้ระยะเวลาที่เข้าใกล้ ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ ร้อยเรียงเหตุการณ์ต่างๆของ ๓ – ๔ ตัวละครหลัก

ความจัดจ้านของการตัดต่อ คือจังหวะที่มีความรวดเร็วฉับไว โดยเฉพาะช่วงอารัมภบท ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ ของปีที่แล้ว สร้างความตื่นตระการตาให้ผู้ชมอย่างมาก

แต่ที่ผมชื่นชอบสุดของการตัดต่อ คือ Dynamic Cut ขณะอธิบายทฤษฎีของหมอนรติ และดร.สุรพล ที่จะมีการแทรกร้านตัดผม (แคะขี้หู น้อมรับฟัง) ลุกขึ้นมาชี้นิ้วอธิบายเปรียบเทียบกับอ่างปลา และอีกครั้งคือแม่ค้าขายผลไม้ หวังว่าคนไม่จบปริญญาจะสามารถฟังรู้เรื่องเข้าใจได้

เพลงประกอบโดย อมรพงศ์ เมธาคุณวุฒิ นักแต่งเพลงยอดฝีมือชาวไทย กรรมการผู้จัดการ/Music Direction บริษัท ไวด์แอทฮาร์ท จำกัด, ผลงานเด่น อาทิ ฟ้าทะลายโจร (พ.ศ. ๒๕๔๓), สตรีเหล็ก (พ.ศ. ๒๕๔๓), มนต์รักทรานซิสเตอร์ (พ.ศ. ๒๕๔๔), แฟนฉัน (พ.ศ. ๒๕๔๖) ฯ

งานเพลงมีลักษณะช่วยแต่งเติมเสริมบรรยากาศ สร้างสัมผัสทางอารมณ์ให้กับช่วงขณะนั้นๆ มีความหลากหลายตั้งแต่ สนุกสนานครื้นเครง (ตอนวันงาน), ลึกลับพิศวง, ขนลุกน่าอัศจรรย์ใจ, อดีตที่แสนงดงาม, และอนาคตแห่งความหวัง

ไคลน์แม็กซ์นาทีสุดท้ายของหนัง คือช่วงเวลาทรงพลังที่สุดของบทเพลง ส่วนผสมระหว่างดนตรีไทยกับสากล แต่ที่แย่งซีนไปเต็มๆคือเสียงซอ มอบสัมผัสอันลุ่มลึก สั่นสะท้าน น่าอัศจรรย์ใจเสียเหลือเกิน, นัยยะของการผสมผสานเครื่องดนตรีไทย-สากล มีความชัดเจนมากๆถึงจุดยืนของหนัง อยู่กึ่งกลางระหว่างสองสิ่ง เว็บดูหนัง

15 ค่ำ เดือน 11 (2002) | RAREMEAT BLOG

ศรัทธา ฤา เหตุผล แต่งเนื้อร้องโดย เขตต์อรัญ เลิศพิพัฒน์, ทำนองโดย นิมิต พิพิธกุล, ขับร้องโดย สุภัทรา โกราษฎร์ (อินทรภักดี)

คนเรายุคสมัยนี้มักถูกบีบบังคับให้ต้องเลือกระหว่างซ้าย-ขวา ดี-ชั่ว ถูก-ผิด ศาสนา-วิทยาศาสตร์ ขั้วการเมืองหนึ่งใดเท่านั้น ซึ่งเมื่อตัดสินใจไปแล้วก็จะถูกกีดกันจากอีกฝ่ายโดยสิ้นเชิง หรือพอเปลี่ยนข้างมักถูกกล่าวหาว่ากลับกลอกปอกลอก ‘นกสองหัว’

ลักษณะเช่นนั้นมักสร้างความอึดอัด คับข้อง ทุกข์ทรมานใจให้กับบุคคลผู้ไม่สามารถครุ่นคิดหาหนทางออก เพราะหนึ่งก็สำคัญจำเป็นแต่สองนั้นถูกต้องสมควร เฉกเช่นนี้แล้วจะให้ทำอย่างไรละ!

พุทธศาสนา ได้ให้คำแนะนำสอนสั่งไว้อย่างถูกต้องดีงามแล้ว คือการปลดปล่อยวางความครุ่นคิดยึดติด เมื่อซ้ายไม่ได้ ขวาก็ไม่ได้ เฉกเช่นนั้นจงเลือกทางสายกลาง มิต้องไปสนคำหมูหมากาไก่ ‘เอ็งไม่ได้เลือกฝั่งข้า ก็ไม่ใช่พวกข้า’ พวกที่มีโลกทัศนคติเช่นนั้น ย่อมมิใช่คนดีอะไร สูญเสียพรรคเพื่อนแบบนั้นไปบ้างก็ได้ จักทำจิตใจเราสงบผ่อนคลายลง

ครานี้มันจะมีประเด็นอย่าง ถ้าผู้มีพระคุณล้นฟ้าอย่างบิดา/มารดา กระทำในสิ่งผิดชั่วร้าย แล้วพยายามโน้มน้าวชักจูงให้คล้อยตามทั้งๆที่จิตใจต่อต้าน ถ้าเราบอกปัดปฏิเสธไม่ยินยอม เฉกเช่นนั้นจักถือว่าคือผู้ ‘อกตัญญู’ หรือไม่? ก่อนอื่นเราต้องเข้าใจความหมายของ กตัญญู-กตเวที เสียก่อน

กตัญญู คือ ความรู้อุปการคุณที่มีผู้ทำไว้ เป็นคุณธรรมคู่กับกตเวที คือ การตอบแทนอุปการคุณที่ผู้อื่นทำไว้นั้น, บุญคุณที่ว่านี้มิใช่ว่าตอบแทนกันแล้วก็หายกัน แต่หมายถึงการรำลึกถึงพระคุณที่เคยให้ความอุปการะแก่เราด้วยความเคารพยิ่ง เมื่อรู้พระคุณแล้วก็ตอบแทนพระคุณท่าน มีความคิดเช่นนี้อยู่ภายในใจอย่างต่อเนื่อง และแสวงหาโอกาสทำหน้าที่ตอบแทนบุญคุณท่านอย่างไม่รู้ลืม หนังฟรี

ปิดตำนาน นพดล ดวงพร ผู้รับบทหลวงพ่อในหนัง 15 ค่ำเดือน 11 เจ้าของวลี  เฮ็ดในสิ่งที่เชื่อ เชื่อในสิ่งที่เฮ็ด

รีวิวหนังไทย 15 ค่ำ เดือน 11

เฉกเช่นนั้นแล้วความหมายของการ อกตัญญู แท้จริงนั้นไม่ใช่ที่การกระทำแต่คือความรู้คุณ ถ้าจิตใจเรายังคงสำนึกในทุกสิ่งที่เคยได้รับมา แต่ขณะนั้นมิสามารถตอบแทน หรือการกระทำนั้นเป็นสิ่งชั่วร้ายเลวทราม ไม่ถูกต้องเหมาะสม จึงไม่ถือว่าเกิดความ อกตัญญู ขึ้นภายในจิตใจ

คนอีกประเภทหนึ่งที่พบเห็นได้บ่อย คือพวกชอบ ‘ทวงหนี้บุญคุณ’ นี่คือคำพูดแสดงความเห็นแก่ตัวมากๆ พยายามครอบงำ เรียกร้องอ้างสิทธิ ตักตวงผลประโยชน์คืนกลับสู่ตนเอง บุคคลประเภทนี้มักหมดสิ้นคุณความดีงามตั้งแต่เอ่ยปากขอแล้ว

“บุญคุณที่เขามีต่อเรา มันหมดสิ้นไปตั้งแต่เขาทวงบุญคุณจากเราแล้ว” หนังใหม่

เรื่องของความกตัญญูกตเวที เป็นสิ่งเราไม่ควรคาดหวัง พูดบอก เรียกร้อง หรือทักทวงถาม ปล่อยให้เป็นเรื่องสามัญสำนึก/บุญกรรม คือถ้าเขาสามารถตระหนักรับรู้ครุ่นคิดได้ ก็จักแสดงออก ตอบแทนให้เห็นเอง นั่นถือว่าได้บุญบารมีทั้งขึ้นทั้งล่อง (ทั้งผู้มีพระคุณและตอบแทนคุณ)

ความที่สังคมไทยเรามักเสี้ยมสอนลูกหลานให้รู้จักการ ‘กตัญญูกตเวที’ แต่ก็มักมีความเข้าใจผิดๆ เรียกร้อง เอาเปรียบ บีบบังคับ นั่นจักสร้างความอึดอัด คับข้อง รำคาญใจ กลายเป็นหมกมุ่นเครียดคลั่ง ทำอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอัน ชีวิตจมปลักไม่ก้าวหน้า แทนที่จะได้บุญกลับกลายเป็นเวรกรรมต่อกันเสียอีกนะ

คาน ชื่อตัวละครที่ภาษาไทยกลางหมายถึง

แซว: ผมนึกถึงสำนวน ‘ขึ้นคาน’ มากกว่านะ

จากความหมายของคำว่าคาน มีนัยยะสะท้อนถึงตัวละคร บุคคลผู้อยู่กึ่งกลาง แบกรับทุกสิ่งอย่างไว้จนไม่สามารถปลดปล่อยวางอะไรๆลงได้ จนกว่าจะมีบางสิ่งอย่างเกิดขึ้นถึงค่อยได้รับอิสรภาพของตนเอง

๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ เป็นภาพยนตร์ที่ไม่เพียงสะท้อนวิถีชีวิตชาวไทย ประเพณีวัฒนธรรมความเชื่อดั้งเดิม หรือการก้าวมาถึงของโลกทัศน์ยุคใหม่ วิทยาศาสตร์ทันสมัย เทคโนโลยีโลกาภิวัฒน์ แต่ยังคือการเรียนรู้ที่จะปรับตัวเอง ด้วยวิธีอ้างอิงจากหลักคำสอนพุทธศาสนา นั่นคือวางตัวเป็นกลาง ไม่สุดโต่งไปฝั่งใดฝั่งหนึ่ง มีประโยชน์อะไรที่จะพยายามค้นหาคำตอบ เพราะสุดท้ายจนวันตายก็อาจไม่ได้รับคืนสนอง หายใจเข้าลึกๆแล้วผ่อนคลายออกมา แค่นั้นแหละคือความสงบกายใจ สุขจริงแท้ชั่วนิรันดร์

หนังไม่มีรายงานทุนสร้าง แต่ได้ยินว่าทำเงินไปประมาณ ๕๕ ล้านบาท ถือว่าสูงใช้ได้ในยุคหลังผ่านพ้นวิกฤษต้มยำกุ้ง/ฟองสบู่แตก พ.ศ. ๒๕๔๐ เว็บดูหนังฟรี

ปิดตำนาน นพดล ดวงพร ผู้รับบทหลวงพ่อในหนัง 15 ค่ำเดือน 11 เจ้าของวลี  เฮ็ดในสิ่งที่เชื่อ เชื่อในสิ่งที่เฮ็ด

เข้าชิง ๑๑ สาขา คว้ามา ๙ รางวัลภาพยนตร์แห่งชาติ สุพรรณหงส์ ครั้งที่ ๑๒ พ.ศ. ๒๕๔๖

ส่วนตัวชื่นชอบหนังเรื่องนี้ ประทับใจมากๆกับการแสดงของ อนุชิต สพันธุ์พงษ์, ไดเรคชั่นของ จิระ มะลิกุล, ความบ้าระห่ำตัดต่อ และเพลงประกอบช่วงท้ายทรงพลังมากๆ หนังไทยน้ำดี … แต่ก็อยากให้ออกมาดีกว่านี้อีกนิด

ผมค่อนข้างมีปัญหากับการนำเสนอพฤติกรรมหลุดๆของบางตัวละคร (โดยเฉพาะ หมอ กับ ด็อกเตอร์) ถึงพอดูออกว่าต้องการแฝงนัยยะสุดโต่งบางอย่าง แต่มันทำให้ภาพรวมของหนังดูเหมือน ‘น็อตหลุด’ เต็มไปด้วยความบ้าๆบอๆ ทีจริง-ทีเล่น หาความสมดุลกึ่งกลางไม่ได้ซะอย่างงั้น

“ต้องดูให้ได้ก่อนตาย” มันถึงเวลาสักพักใหญ่แล้วที่คนไทยควรเปิดโลกทัศน์ตนเอง ออกจากกะลาที่ครอบหัวไว้ นี่ไม่ใช่ภาพยนตร์ล้มล้างศรัทธาความเชื่อหรือพุทธศาสนา แต่ทำให้คุณครุ่นคิดถึงอะไรคือความจริง-เท็จ ถูกต้อง-เหมาะสม เข้าใจกาลามสูตร ๑๐ และปล่อยวางจากความยึดติด ดูหนังฟรี

15 ค่ำ เดือน 11 🌕🙏 หนังเรื่องนี้ฉายเมื่อวันนั้น (Movie From That Day)

ก่อนจะเข้ารีวิว ผมขอชื่นชมนักแสดงทุกคนในเรื่องนี้รวมถึงคุณลุง “นพดล ดวงพร” มากๆ เลยนะครับ นี่คือผลงานที่ผมชอบและประทับใจมากเรื่องหนึ่ง เป็นหนังที่ผมชอบเปิดดูอยู่บ้านตอนกลับมาจากโรงเรียนกับครอบครัวผม และเป็นหนังที่ผมควานหาแผ่นมาทั่วปฐพีเพื่อแผ่นดีวีดีเรื่องนี้ และผมขอแสดงความเสียใจกับการจากไปของคุณลุงด้วยนะครับ ยอมรับว่าตอนได้ยินข่าวครั้งแรก ผมแทบน้ำตาร่วง เพราะผมค่อนข้างเห็นลุงเป็นไอดอลผมตอนเด็กเลย ลุงสอนผมปีนบ้าน สอนผมให้เซื่อในสิ่งที่เฮ็ด เฮ็ดในสิ่งที่เซื่อ “ในฐานะที่ข้อยเป็นเด็กน้อยผู้นึง ที่ใหญ่มากับหนังเรื่องนี้ เปิดเบิ่งอยู่สู่มื้อสู่เว็น เปิดจนแผ่นลาย เปิดจนจื่อคู่คำเว้าที่อยู่ในหนังได้ คุณลุงเป็นส่วนหนึ่งของหนังเรื่องนี้ ถ้าบ่มีคุณลุง ข่อยบ่มีทางมักหนังเรื่องนี้หลายส่ำนี่แน่นอน หลับให้สบายเด้อครับคุณลุง”
หนังยอดเยี่ยมครับ เป็นหนังไทยที่ผมเปิดดูบ่อยที่สุด เพราะมันไม่รู้สึกเหมือนดูหนัง แต่เป็นเหมือนการดูชีวิตของชาวอีสานที่สมจริง บทพูดในหนังเป็นธรรมชาติมาก และมีข้อคิดให้คิดตามค่อนข้างเยอะ นักแสดงเล่นได้ยอดเยี่ยมมาก ดูเป็นธรรมชาติ และดูเหมือนเป็นคนชนบทจริงๆ และที่ผมประทับใจมากๆ ในหนังคือ “การที่เล่นกับความเชื่อ” หนังไม่ได้มีการสรุปว่าสิ่งที่หนังเสนอนั้นจริงๆ แล้วมันคือความจริงหรือว่าอย่างอื่น แต่หนังแค่นำเสนอข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวกับความเชื่อของคนพื้นเมืองหนองคาย หนังไม่ได้ลบหลู่หรือว่าอยู่ข้างไหนทั้งสิ้น แต่ว่าเป็นตัวสอนใจเราว่าแท้จริงแล้ว มันขึ้นอยู่กับทัศนคติและความเชื่อทั้งนั้น บนโลกนี้ไม่มีอะไรเที่ยงตรง เราต่างหากที่เป็นคนกำหนดว่ามันคืออะไร
ถือซะว่ารีวิวนี้ผมเขียนมาเพื่อส่งคุณลุงไปสู่สุขติก็แล้วกันนะครับ ถือว่าเป็นหนังที่ผมอยากให้ทุกคนได้ดูจริงๆ หากใครที่หาแผ่นไม่เจอ สามารถดูได้ใน True ID นะครับ คุ้มค่ากับเงินและเวลาที่เสียไปแน่นอน ดูหนังออนไลน์

คะแนนเฉลี่ยรวม : 10/10
เรตหนัง : หนังยอดเยี่ยมที่ไม่ควรพลาด

รีวิวหนังไทย อ้าย…คนหล่อลวง

รีวิวหนังไทย อ้าย...คนหล่อลวง

รีวิวหนังไทย อ้าย…คนหล่อลวง

รีวิวหนังไทย อ้าย…คนหล่อลวง เมื่อพนักงานสาวถูกต้ม เธอจึงวางแผนจะเอาคืนแฟนเก่าให้สาสม เตรียมกรามของคุณให้พร้อม เพราะอ้าย…คนหล่อลวงเป็นภาพยนตร์โรแมนติกคอมเมดี้ที่จะพาคุณไปรู้จักกับวงการนักต้มตุ๋นแบบเจาะลึก ผ่านตัวละครสุดฮาอย่างอินา พนักงานสาวที่ถูกแฟนเก่าหลอกเอาเงินไปกว่าห้าแสนบาท เธอจึงวางแผนจะปล้นเงินคืนด้วยการว่าจ้างทาวเวอร์ นักต้มตุ๋นมืออาชีพ โดยให้ ครูนงนุช ปลอมเป็นเศรษฐีนีไปตีสนิทแฟนเก่าเพื่อให้เขาปอกลอก ทว่าการต้มตุ๋นครั้งนี้กลับเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ระหว่างอินาและทาวเวอร์ที่จะเปลี่ยนทุกอย่างไปตลอดกาล

อ้ายคนหล่อลวง : หนังเกี่ยวกับแก๊งต้มตุ๋น ที่ “ตุ๋น” คนดูซะเปื่อย
หากจะมีหนังไทยสักเรื่องที่เข้าไปอยู่ในใจคนดู หนัง ภาพยนตร์ “อ้ายคนหล่อลวง” จากค่าย GDH อาจคว้าตำแหน่งนั้นได้ไม่ยาก เพราะเป็นหนังที่เหมาะกับรสนิยมคนไทยอยู่หลายองค์ประกอบ ทั้งพล็อตของความเป็นหนังปล้น มุกตลกที่ใส่ไม่ยั้ง และความกุ๊กกิ๊กนิดหน่อย เมื่อผสานกับเคมีของนักแสดงอย่าง ณเดชน์ และใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ยิ่งทำให้หนัง ภาพยนตร์ “อ้ายคนหล่อลวง” กลายเป็นหนังที่กลมกล่อมและดูได้อย่างบันเทิงไม่น้อย

 

หนัง ภาพยนตร์ “อ้ายคนหล่อลวง” เล่าเรื่องราวของอินา สาวอีสานพนักงานเล็กๆของบริษัทสินเชื่อ ที่ต้องการหลอกเงินคืนจากแฟนเก่าที่เด็กกว่า คือ เพชร (แบงค์ ธิติ) ผู้เอาไปทั้งหัวใจและเงินจำนวนกว่าห้าแสน ที่อินาต้องทำงานงกๆใช้หนี้อีกหลายปี โดยเธอร่วมมือกับทาวเวอร์ (ณเดชน์) นักต้มตุ๋นมืออาชีพ ในการวางแผนให้ ครูนงนุช (แหม่ม คัทลียา) แกล้งปลอมตัวเป็นเศรษฐินีไปล่อให้เพชรอยากจับมาปอกลอก โดยได้ความช่วยเหลือจาก โจร (เผือก พงศธร) นักตุ๋นรุ่นพี่ ที่มาปลอมเป็นตัวละครอีกตัวหนึ่งเพื่อให้แผนแนบเนียนมากขึ้น ในระหว่างดำเนินแผน ทาวเวอร์ และ อินา ก็ได้รู้สึกถึงสายใยบางอย่างที่ทำให้พวกเขาเปลี่ยนไป เว็บดูหนัง

 

รีวิว อ้ายคนหล่อลวง (ไม่สปอยล์) -  หนังเพี้ยนๆที่เล่าเรื่องสนุกผ่านตัวละครที่มีเสน่ห์ - YouTube

 

หนัง อ้ายคนหล่อลวง : พล็อตตลกคอเมดี้ ยิงมุกไม่ยั้ง
ด้วยความที่หนัง ภาพยนตร์ “อ้ายคนหล่อลวง” เป็นหนังโรแมนติก คอเมดี้ อารมณ์ดี เราคาดหวังจาก GDH ได้เลยว่าหนังจะออกมาเป็นโทนที่เบาสมอง ผ่อนคลาย และทำให้คนดูได้หัวเราะออกมาดัง ๆ หลายฉาก ไม่ว่าจะเป็นมุกเกี่ยวกับความเป็นนักต้มตุ๋นที่ดูเนี้ยบตลอดของพระเอก ที่เมื่อเจอเหตุการณ์ให้ต้องซิ่งรถเฟอร์รารีก็ถึงกับทำตัวไม่ถูก หรือมุกที่เล่นกับคำพูด ท่าทางตัวละคร หากจะยกให้ใครเป็นดาวตลกประจำเรื่องคงต้องยกให้ตัวละคร โจร ของเผือก พงศธร กับฉากแกล้งคุยโทรศัพท์ในตำนาน และอีกคนคือ แซมซั่น (เต๋อ ฉันทวิชช์) กับมุกเกี่ยวกับร่างกาย ซึ่งแม้จะดูเกินไปหน่อยในหลายฉาก แต่ก็กลายเป็นภาพจำหนึ่งของหนัง

รีวิวหนังไทย อ้าย…คนหล่อลวง

หนัง อ้ายคนหล่อลวง : โลกนี้ช่างโหดร้าย
ในหนัง ภาพยนตร์ “อ้ายคนหล่อลวง” อินา ตัวละครนางเอก จะต้องได้รับบททดสอบเกี่ยวกับการเชื่อใจคนซ้ำแล้วซ้ำอีก เพราะเธอถูกแฟนเก่าอย่างเพชรหลอกมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ครั้งนี้ เธอกลับเลือกที่จะเชื่อใจนักต้มตุ๋นอย่างทาวเวอร์ แต่อินาก็เป็นตัวละครที่โดนแล้วเข็ด เธอจึงสามารถซ้อนแผนของตัวเองได้อย่างแนบเนียน และทำให้จุดพลิกล็อคของหนังมีความน่าลุ้น น่าติดตาม ซึ่งหนังก็ทำมาได้อย่างลงตัวดีโดยคนดูไม่รู้สึกเอะใจ

ด้วยความที่เป็นหนังเกี่ยวกับการต้มตุ๋นหลอกลวง ซึ่งเป็นสิ่งที่ผิด หนังก็ไม่ได้เห็นด้วยไปกับทุกสิ่งที่ตัวละครทำทั้งหมด ซึ่งคนดูก็สามารถคิดได้เองว่าสิ่งเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้ในโลกของหนัง แต่หากเป็นโลกแห่งความเป็นจริง คนดูย่อมจะต้องเข้าข้างเหยื่อมากกว่า หนังก็ได้ใส่ส่วนที่สอนในเรื่องนี้อยู่ในที และทำให้ชะตาชีวิตของทาวเวอร์ในตอนท้ายของหนังเปลี่ยนแปลงไป โดยที่เขาได้บางสิ่งเป็นการตอบแทนจากการเลือกเปลี่ยนชีวิตตนเองจากเส้นทางของนักต้มตุ๋น หนังฟรี

รีวิวหนังไทย อ้าย...คนหล่อลวง
หนัง อ้ายคนหล่อลวง : ซีนอารมณ์ดราม่านิด ๆ ให้ตนดูอินกับตัวละคร
หนัง ภาพยนตร์ “อ้ายคนหล่อลวง” ได้ใส่ซีนอารมณ์ปะทะกันระหว่างตัวละครเข้ามาด้วย ไม่ว่าจะเป็นซีนระหว่างอินา กับเพชร ซึ่งมีความหลังฝังใจกันมานาน หรืออินา กับทาวเวอร์ ในเรื่องการเชื่อใจซึ่งกันและกัน และทำให้คนดูอินไปกับชะตากรรมของอินา และเอาใจช่วยลุ้นไปกับเธอ ต้องยอมรับว่าใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ซึ่งอยู่ในเกือบทุกฉากของหนัง สามารถแบกหนังทั้งเรื่องไว้ได้ เมื่อประกบคู่กับนักแสดงซูเปอร์สตาร์อย่างณเดชน์ ยิ่งทำให้ออร่าของทั้งสองพวยพุ่ง จนเด่นออกมาจากตัวละครอื่น ๆ ในหนัง

นับว่าหนัง ภาพยนตร์ “อ้ายคนหล่อลวง” ประสบความสำเร็จในการสร้างความลุ้นและความอินให้กับคนดู ซึ่งก็เป็นโอกาสอันดีของชาวไทยที่จะดูหนังเรื่องนี้ได้แล้ววันนี้ ทาง Netflix
รีวิว อ้ายคนหล่อลวง
‘แฟนเก่าเบี้ยวหนี้ คลาสสิก’
‘หมาป่าอย่างไอ้เพชร ที่มันคิดที่จะเข้าไปขย้ำแกะ ไม่คิดระแวงหรอกว่าแกะจะหลอกมันรึป่าว’
‘คนที่อยู่ในสนามจะไปอ่านเกมออกได้ยังไง’
‘แล้วอย่างพี่ไว้ใจได้ใช่ไหม’

นี่เป็นบทสนทนาของสองตัวละครหลักใน ‘อ้ายคนหล่อลวง’
ที่ดูแล้วมีความหักเหลี่ยมเฉือนคม เหมือนหนังโจรกรรม…ใช่ อ้ายคนหล่อลวง
คือหนังจรชนที่มีภารกิจไปลวงเงินจากเหยื่อ แต่มันเวิร์คไหม สนุกไหม ตามเรามา

อ้าย…ฮู้บ่
“อ้ายคนหล่อลวง” ภาพยนตร์คอมเมดี้ส่งท้ายปีของ “จีดีเอช” จากผู้กำกับฝีมือดี “เมษ ธราธร” ผู้ที่เคยฝากผลงานภาพยนตร์กันมาแล้วอย่าง ไอฟาย..แต๊งกิ้ว..เลิฟยู้ ในครั้งนี้เขากลับมาเรียกเสียงหัวเราะกันอีกครั้ง กับการตีแผ่แผนกลลวงสุดฮาที่ใครหลาย ๆ คน อาจคาดไม่ถึง ขนาดคนรักที่เราไว้ใจยังหลอกกันได้ แล้วถ้าคุณต้องมาเจอกับมิจฉาชีพที่หน้าตาหล่อเหลาเอาการ คุณจะตกเป็นเหยื่อของความโลภ หรือจะตกเป็นเหยื่อของความรัก… หนังใหม่


อ้าย…เป็นไผ
‘ทาวเวอร์’ รับบทโดย ‘ณเดชน์ คูกิมิยะ’ นักต้มตุ๋นคอลเซ็นเตอร์สุดแพรวพราว ที่ดันพลาดท่าถูก ‘อินา’ รับบทโดย ใบเฟิร์น – พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์ อดีตสาวแบงค์สุดเพี้ยนจับไต๋ได้

อินาจึงยื่นข้อเสนอให้ทาวเวอร์คิดแผนต้มตุ๋น ‘เพชร’ รับบทโดย แบงค์ – ธิติ มหาโยธารักษ์ แฟนเด็กที่หลอกให้อินาเปย์ค่าเทอมหลายแสนแล้วชิ่งหนี จนอินาเป็นหนี้ท่วมหัว

แต่ภารกิจกลับถูกยกระดับขึ้น เมื่อทาวเวอร์ตัดสินใจเปลี่ยนแผนจากต้มเงินแสน เป็นตุ๋นเงินล้าน งานนี้จึงต้องหาทีมมาช่วยอย่าง ‘ครูนงนุช’ รับบทโดย แหม่ม – คัทลียา แมคอินทอช ครูสมัยประถมของอินา ผู้ที่ร้อนเงินที่สุดในช่วงนี้

 

อ้าย…ม่วนบ่?
หลายคนคงเคยชมตัวอย่างที่ปล่อยออกมากันบ้างแล้ว แต่ขอบอกเลยว่ามันเป็นเพียงแค่น้ำจิ้มเท่านั้น ตัวภาพยนตร์เต็มเรื่องจริงๆถือว่าทำออกมาได้คอมมาดี้สุดๆ สมแล้วที่เป็นภาพยนตร์ส่งความสนุก เรียกเสียงหัวเราะเฮฮากันปลายปีจากจีดีเอช

ด้วยความที่ภาพยนตร์เรื่องนี้กำกับโดยเมษ กลิ่นอายจาก ATM เออรัก เออเร่อ ก็ยังคงมีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นตัวธนาคารอย่าง JNBC เองก็มาปรากฎในภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วย

ที่น่าชมคือนักแสดงทุกคนเล่นดีมาก โดยเฉพาะคู่พระนาง ‘ณเดชน์ คูกิมิยะ’ และ ‘ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก’ ถือว่าเคมีความฮาดูเข้ากันได้ดีมาก สำหรับใบเฟิร์น เธอเล่นออกมาได้แบบไม่ห่วงสวย และทำให้เราเชื่อได้ว่า สาวนคนนี้เป็นแกะที่โดนหลอกและเสียค่าโง่ได้อย่างแนบเนียน (ฉากปล่อยผมในตำนานที่เห็นในตัวอย่าง พอดูในหนังจริงๆ ก็ยิ่งรู้สึกว่า…คลาสิก) เว็บดูหนังฟรี

ขณะที่การแสดงของณเดชน์ ต้องบอกว่าเป็นธรรมชาติแบบสุดๆ ทุกฉากที่ณเดชน์ โผล่ออกมา ไม่มีข้อกังขาในการแสดงของเขาเลย โดยเฉพาะการเป็นนักต้มตุ๋น เนียนกริ๊บ! (แต่ถ้าหามว่าเราชอบฉากไหน แนะนำฉากซิ่งรถเฟอร์รารี นั่นคือสุดยิดการแสดงของณเดชน์ ในหนังเรื่องนี้เลย)

สาเหตุที่นักแสดงรีดความสามารถในการเล่นออกมาได้ขนาดนี้ ในบทสัมภาษณ์ของเบื้องหลัง ณเดชน์ เล่าว่า ผู้กำกับเปิดโอกาสให้นักแสดงลองเล่นโดยการตีความตัวละครนั้นๆ เอง นอกเหนือจากเล่นตามบท บางฉากก็เล่นไป 4 – 5 แบบ

แต่ในเรื่องของความโรแมนติกนั้นยังดูไม่ค่อยสุดกันไปหน่อย อาจจะด้วยบทที่ไม่ได้ทำให้ทั้งคู่ได้มีโอกาสโรแมนติคมากนัก แต่ๆๆๆ มันก็มีฉากน่ารักให้เราได้อมยิ้มในคู่นี้และแอบเอาใจช่วยอยู่นะ ดูหนังฟรี

สรุปแล้วควรไปโดน ‘คนหล่อ’ มา ‘ลวง’ สักรอบไหม
โดยรวมถือได้ว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ทำการบ้านออกมาได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นการตีแผ่กลเม็ดของเหล่ากลโกงในไทยหลากหลายวิธี

เบื้องหลังของบทเรื่องนี้ใช้เวลาทำบทประมาณ 2 ปีจากการศึกษาพฤติกรรมนักต้มตุ๋นจริงๆ นั่นทำให้ความเนียนของหนังเรื่องนี้ ความสมจริง ไม่ได้เวอร์ หรือเกินจริงไปเลย เพราะนั่นเป็นพฤติกรรมจริงๆ ที่เราเห็นตามหน้าข่าว

แต่พอเอามาทำเป็นหนัง แม้นั่นจะเป็นพฤติกรรมที่หลอกลวง แต่ว่าเรากลับเอาใจช่วยในภารกิจนี้ เหมือนกับที่เราเอาใจช่วตัวเองในหนังจารกรรม เช่น Ocean’s Twelve หรือ Now You See me ยังไงยังงั้น

และอย่างที่บอกว่า บทเรื่องนี้ทำมาจากคดีจริง ดังนั้นถ้าคุณได้ไปชมภาพยนตร์เรื่องนี้แล้ว อาจจะต้องกลับมาสำรวจดูว่าบางทีเราอาจจะตกเป็นเหยื่อของเหล่ามิจฉาชีพโดยไม่รู้ตัวก็เป็นได้ ! ดูหนังออนไลน์

รีวิวหนังไทย แสงกระสือ

รีวิวหนังไทย แสงกระสือ

รีวิวหนังไทย แสงกระสือ

รีวิวหนังไทย แสงกระสือ ปัดฝุ่นความลี้ลับพื้นบ้าน มาเล่าใหม่ด้วย Production ที่นำสมัย กระสือ ถือเป็นตำนานความลี้ลับพื้นบ้านที่สร้างความสยดสยองให้กับคนไทยมาอย่างยาวนาน หนังเรื่องนี้จึงหยิบยกความลี้ลับนี้มาปัดฝุ่นใหม่ ด้วยการดำเนินเรื่องแบบทันสมัยมากขึ้น พร้อม Production คุณภาพที่ทำให้คุณรับชมได้อย่างเพลิดเพลิน เพิ่มความโรแมนติกและดราม่าให้คุณอินไปกับ สาย สาวจิตใจงามที่โชคร้ายเป็นกระสือ กับ น้อย ชายหนุ่มผู้มีรักมั่นคงและอยากช่วยสายให้หลุดพ้น ที่สำคัญ นักแสดงนำของเรื่องนี้ถึงจะเป็นหน้าใหม่แต่ฝีมือก็ไม่ธรรมดาเลยค่ะ

แสงกระสือ ฉายปี พ.ศ. 2562 ภาพยนตร์ไทยแนวแฟนตาซี โรแมนติก ดราม่า สยองขวัญ สะเทือนอารมณ์ กำกับโดย สิทธิศิริ มงคลศิริ และมือเขียนบทชั้นยอด ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล สร้างสรรค์โดย ทรานส์ฟอร์เมชั่น ฟิล์ม

ว่าด้วยเรื่องราวของหญิงสาวที่ชื่อว่า สาย ผู้ช่วยพยาบาลประจำอนามัยชุมชน วันหนึ่งเธอรู้ว่ามีบางสิ่งบางอย่างผิดปกติกับเธอ เกิดขึ้นพร้อม ๆ กับกระแสข่าวลือในหมู่บ้านที่ว่า มีแสงหนึ่งลอยไปลอยมา แล้วก็มีซากสัตว์ตายเกลื่อนกลาด ชาวบ้านต่างร่ำลือกันว่าแสงที่เห็นนั้นคือแสงกระสือ

แล้ววันหนึ่งสายก็รู้ว่าเธอนั้นเองคือกระสือ ซึ่งเมื่อย้อนกลับไปในวัยเด็ก สายกับเพื่อนอีกสัก 3 คนได้เข้าไปเล่นในบ้านร้างแห่งหนึ่งเพื่อทดสอบความกล้าหาญบางอย่างแบบเด็ก ๆ ด้วยการเล่นซ่อนหา แต่แล้วสายก็ถูกบางสิ่งเข้าจู่โจมแบบไม่ทันตั้งตัว แล้วเธอก็ได้รับเชื้อกระสือผ่านทางน้ำลายตั้งแต่ครั้งนั้น

สายโตขึ้นใช้ชีวิตแบบปกติ เธอมีเพื่อนชายที่สนิทสนมกันตั้งแต่วัยเด็กคือ เจิด ที่คอยดูแลเธอจนถึงปัจจุบัน และ น้อย ชายที่เธอให้ความรู้สึกดีมากกว่าเพื่อน ทั้ง 3 คนมีความสัมพันธ์แบบรักสามเศร้าที่เก็บงำไว้ในใจไม่อาจอธิบายได้

สายปิดบังเรื่องที่เธอเป็นกระสือไม่ให้ใครรู้ แม้จะมีการไล่ล่ากระสือของชาวบ้านอย่างหนักหน่วงในทุกค่ำคืนก็ตาม กระทั่งวันหนึ่ง น้อยเดินทางกลับมายังบ้าน และในคืนหนึ่งที่น้อยกำลังหาปลาอยู่นั้น เขาได้เห็นแสงของกระสือลอยไปลอยมาจึงวิ่งตามไป แล้วแสงกระสือนั้นก็ลอยเข้าไปในบ้านของสาย น้อยจึงได้เห็นว่าสายเป็นกระสือนั่นเอง เว็บดูหนัง

แสงกระสือ” ได้รับคัดเลือกเป็นตัวแทนหนังไทยเข้าชิงรางวัลออสการ์

แต่น้อยก็ไม่ได้เกรงกลัวสายแต่อย่างใด แถมยังแอบช่วยสายโดยหาของสดให้สายกิน เพื่อที่จะไม่ต้องออกไปล่องลอยหาอาหารให้ชาวบ้านไล่ล่า อีกทั้งยังช่วยสายหาว่านวิเศษชนิดหนึ่งที่เรียกว่าว่านกระสือ เพื่อใช้ระงับไม่ให้สายต้องกลายเป็นกระสือ กรสือก็หายออกไปจากชุมชน จนชาวบ้านรู้สึกผิดสังเกตว่าเพราะเหตุใดกระสือที่เคยอาละวาดนั้นถึงหายไปนับเดือน แต่อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านก็สามารถรู้จนได้ว่าสายคือกระสือ น้อยจึงทำหน้าที่ปกป้องสายจากการไล่ล่าของชาวบ้าน

ระหว่างนั้นน้อยที่เป็นมนุษย์เต็มตัวกับสายที่เป็นมนุษย์ครึ่งกระสือก็เกิดความรักกัน อันเป็นความรักต้องห้าม เป็นความรักที่ทั้งสองคนไม่อาจสมหวัง

จากนั้นก็มีหมอผีชื่อทัดกับพวกเข้ามาในหมู่บ้านเพื่อล่ากระสือ เป็นการล่าที่โหดเหี้ยมและทารุณ สายและน้อยก็พยายามหลบหนีอย่างสุดชีวิตและสู้กลับเท่าที่ทำได้

ไม่ใช่มีเพียงเฉพาะกระสือเท่านั้นที่ชาวบ้านเกรงกลัว ยังมีอสุรกายอีกตัวหนึ่งออกมาละวาดไล่ไล่ล่ากระสือด้วยการกินหัวใจของกะสือเพื่อทำให้ตนเองและเป็นอมตะ ดังนั้น สาย หญิงสาวผู้โชคร้าย นอกจากจะหนีการไล่ล่าของชาวบ้านแล้ว ยังต้องหนีจากการไล่ล่าของหมอผีและอสุรกายตัวนี้อีกด้วย เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไปขอให้ท่านติดตามชมได้ทาง netflix ครับ

แสงกระสือสำหรับผมแล้วจัดได้ว่าเป็นภาพยนตร์ผีที่ดีงามเรื่องหนึ่งของไทยแห่งยุคเลยทีเดียว มีการให้ภาพกระสือที่แตกต่างออกไปจากภาพจำที่เราเคยรับรู้มาจากอดีต คือการให้ภาพของกระสือที่ไม่ได้มีแต่ตับไตไส้พุงห้อยโตงเตงไปมา ซึ่งในเวอร์ชั่นแสงกระสือนี้ ได้ทำให้กระสือนั้นมีหัวหัวใจ และเส้นสายบางอย่างซึ่งสามารถใช้เป็นอาวุธในการต่อสู้และป้องกันตัวเองได้ด้วย ทำให้กระสือในเวอร์ชั่นนี้มีความน่ากลัว และสามารถต่อกรกับบุคคลได้ และยังใช้อธิบายได้ว่า กระสือใช้สิ่งใดเจาะไส้พุงของสัตว์ เรียกได้ว่าเป็นการติดอาวุธให้กับกระสือให้มีความร้ายกาจมากยิ่งขึ้น หนังฟรี

REVIEW : แสงกระสือ ดำดิ่งสู่ห้วงลึกหัวใจและไส้ของกระสือ - Major Cineplex  รอบฉายเมเจอร์ รอบหนัง จองตั๋ว หนังใหม่

แสงกระสือให้อารมณ์หลากหลาย ทั้งความรักโรแมนติก ผ่านตัวละครหลักสามคนที่มีความรักแบบสามเส้า ให้อารมณ์เสียสละ ให้อารมณ์ความแค้น ให้อารมณ์สงสาร อารมณ์สูญเสีย แน่นอนว่าสิ่งหนึ่งที่ทำให้สามารถดึงอารมณ์คนดูอยู่กับภาพยนตร์ได้นั่นก็คือเพลงประกอบภาพยนตร์อันยอดเยี่ยมนั่นเอง

การเล่าเรื่องก็มีส่วนสำคัญ ผู้กำกับและคนเขียนบทค่อนข้างพิถีพิถันกับการเล่าเรื่องแบบตัดสลับไปมาระหว่างอดีตกับปัจจุบัน เนื้อเรื่องมีความกลมกล่อม มีที่มาที่ไป สร้างความสมเหตุสมผลมีน้ำหนักให้กับคนดูได้เข้าถึงและเข้าใจอารมณ์และการกนะทำของตัวละคร และกระสือในเวอร์ชั่นนี้ใส่ความ Fantasy ลงไปอย่างค่อนข้างพอดีอีกด้วย

นักแสดงทุกคนที่คัดมานั้นล้วนแต่มีคุณภาพ สำหรับบท สาย ที่แสดงโดย มินนี่ ภัณฑิรา พิพิธยากร ถือได้ว่าเธอสอบผ่านในขั้นดีเยี่ยม สามารถก้าวขึ้นมาเป็นนักแสดงมากฝีมือระดับแนวหน้าได้เลยทีเดียว ทัด หมอผีล่ากระสือ แสดงโดยสุรศักดิ์ วงษ์ไทย ถือว่าเป็นอีกหนึ่งความดีงามของภาพยนตร์ ซึ่งจุดนี้หากใครเป็นคอหนังไทยยุค90 เชื่อได้ว่าจะดึงอารมณ์ของคนดูให้ย้อนกลับไปโหยหาอดีตได้อย่างดี นอกจากนั้นนักแสดงนำและนักแสดงสมทบหลายคนก็ขึ้นชื่อเรื่องฝีมือการแสดง เรียกได้ว่าการคัดเลือกนักแสดงนั้นมีความลงตัวอย่างที่สุด หนังใหม่

แสงกระสือ แซงโค้ง! สมาคมหนังไทยส่งเข้าชิง ออสการ์ 2020

แต่ถึงอย่างไรบทบาทของตัวละครและการแสดง ของตัวละครบางตัวนั้นมีความ over acting อย่างชัดเจนมากเกินไป แต่ก็พอเข้าใจได้ว่าทางทีมผู้กำกับคงต้องการทำให้คนดูได้รับรู้ถึงอารมณ์ของความเป็นหนังย้อนยุคให้ได้มากที่สุด

แม้จะขึ้นว่าชื่อว่าเป็นหนังผี แต่ก็ไม่ได้เน้นไปที่ความเป็นผีน่ากลัวสยองขวัญนัก แต่กับเน้นไปที่ความน่ากลัวของผู้คนต่อสิ่งที่เขาไม่เข้าใจเช่นเรื่องผี และสะท้อนไปถึงปฏิกิริยาป้องกันความกลัวนั้นด้วยการตามไล่ล่าผีอย่างไม่สนใจความเป็นมนุษยธรรม แม้ว่าผีนั้นจะอยู่ในร่างมนุษย์ก็ตาม กับกลายเป็นว่าคนดูไม่ได้กลัวผีกระสือแต่กลับกลัวผู้คนที่มาเป็น ๆ มากกว่า

แต่ข้อเสียที่เป็นจุดสำคัญก็คือการใช้เทคนิคพิเศษหรือคอมพิวเตอร์กราฟิกนั้นยังอยู่ค่อนข้างขัดตาอยู่บ้างครับ เพราะจะให้เนียนเทียบเท่าเลือก Hollywood ก็คงยาก เพราะต้นทุนในการทำกราฟฟิกนั้นสูงมาก ได้เท่านี้ก็ดีกว่ามาตรฐานหนังไทยแล้ว

หนังก็ยังมีตอนจบที่ออกไปในทางโศกนาฏกรรม แต่ก็เป็นโศกนาฏกรรมที่แสนจะประทับใจ และไม่มีสิ่งใดค้างคาใจ จัดได้ว่าเป็นการจบอย่างสวยงามตามแบบฉบับภาพยนตร์ชั้นดีเลยทีเดียว

แสงกระสือ (2019) คือหนังผีไทยแฟนตาซี โรแมนติก ดราม่า สะเทือนอารมณ์ บทดี ดำเนินเรื่องงาม ซึ่งเราไม่ได้ดูหนังผีไทยและหนังไทยชั้นดีอย่างนี้มานานแล้ว เป็นการหยิบยกตำนานผีไทยอันโด่งดังมาตีความใหม่และเล่าเรื่องได้อย่างสวยงาม เรียกได้ว่าแสงกระสือสามารถเป็นหนังผีไทยระดับขึ้นหิ้งได้เลยทีเดียว

จำ “จูบแรก” ของคุณได้ไหม? เด็กสาวแรกรุ่นในหมู่บ้านอันห่างไกล ค้นพบว่าแท้จริงแล้วเธอไม่ใช่มนุษย์เหมือนคนอื่น แต่สืบเชื้อสายมาจากเผ่าพันธุ์เก่าแก่ในตำนานที่ถ่ายทอดกันผ่านทางน้ำลาย มีเพียงเด็กหนุ่มคนเดียวในหมู่บ้านที่รู้ความจริง และพยายามปกป้องเธอจากการไล่ล่าของชาวบ้านที่หวาดกลัวผีกระสือ ความใกล้ชิดของทั้งสองเริ่มก่อตัวขึ้นเป็นความรัก ขณะที่อสูรกายอีกสายพันธุ์หนึ่งก็ต้องการหัวใจของเธอเพื่อความเป็นอมตะ หนทางที่เธอจะอยู่รอดคือหนีออกจากหมู่บ้าน หรือการเผชิญหน้ากับศัตรูที่ตามล่า… แล้วเขาจะปกป้องเธอได้หรือไม่ เว็บดูหนังฟรี

หนังไทยแนวแฟนตาซีเฮอร์เรอร์ที่โปรดักชั่นน่าดูมากถึงมากที่สุดเรื่องหนึ่งของปีนี้เลย สำหรับหนังผีกระสือ ผีโบราณที่แปลกแหวกความรู้สึกคนยุคใหม่ แต่ก็ทำออกมาได้รสชาติสากลแต่มีความขลังในแบบไทยสูงมาก ใครเด็กยุค 90 น่าจะจำละครช่อง 7 ที่มีกระสือยายสายและเนื้อเพลง “กระสือกลางวันมันเป็นหญิง มีทุกสิ่งธรรมด๊า ธรรมดา” ได้เป็นอย่างดี เรียกว่าเป็นอีกผีที่คู่ขวัญชาวไทยมาตลอดเช่นกัน

รีวิวหนังไทย แสงกระสือ

รอบนี้ค่าย ทรานสฟอร์เมชั่น ได้นำผู้กำกับ โดม-สิทธิศิริ มงคลศิริ ผู้กำกับ Last Summer ฤดูร้อนนั้น ฉันตาย มาถ่ายทอดจินตนาการเหนือจริง พร้อมด้วยดารานักแสดงรุ่นใหม่ในบทนำทั้ง โอบ-โอบนิธิ วิวรรธนวรางค์, มินนี่-ภัณฑิรา พิพิธยากร และ เกรท-สพล อัศวมั่นคง และยังเป็นการคืนจออีกครั้งของดารารุ่นใหญ่อย่าง เอ็ม-สุรศักดิ์ วงษ์ไทย ด้วย เรียกว่าทั้งโปรดักชั่น ซีจี ดารา น่าตื่นตาตื่นใจไปหมดทีเดียวเชียว

สิ่งที่ต้องชื่นชมอย่างมากคือความพิถีพิถันระดับงานคราฟต์ ของผู้สร้างหนัง คือ การถ่ายภาพ ไลท์ติ้ง โลเกชั่น อาร์ตไดฯ คอสตูม แต่งหน้า เทคนิคพิเศษ รวมถึงซีจี คือเนี้ยบมาก ทำดีต้องชมครับ ความตั้งใจนี่ถ่ายทอดมาให้เห็นในทุกเม็ดทุกดอกของหนังเลย และส่วนที่สำคัญมากคือ รสนิยมดี ดีตั้งแต่เริ่มคิดโปรเจ็กต์ พูดถึงกระสือเราก็ติดภาพเก่า ๆ แต่ผู้กำกับโดมกลับมองต่างออกไป ผีกระสือไม่ใช่ความแหวะ แต่มันคือความงดงามในแบบหนึ่ง แสงของกระสือคือแสงแห่งความยวนใจ ไม่ใช่ความสยอง

ผู้กำกับชี้ให้เห็นความต่างของเวอร์ชั่นนี้กับที่ผ่านมาว่า “ในฐานะคนดูหนังพอนึกถึงกระสือเรามักจะยึดติดกับผีสาวที่มีหัวกับไส้และกินอาจม แต่ทางทรานส์ฟอร์เมชั่นพูดขึ้นมาว่า แล้วทำไมเราไม่ทำออกมาให้มันดีล่ะ คำนี้ท้าทายผมมาก โจทย์ในหัวของผมก็คือจะทำยังไงให้ออกมาเป็นกระสือสวยงาม”

คำว่าสวยงามนี้สำคัญมากเหมือนเป็นคีย์ของโปรดักชั่นโดยรวมเลยทีเดียว และก็ตอบโจทย์การผสานงานอาร์ตกับงานบันเทิงที่ลงตัว นี่น่าจะเป็นปัจจัยความสำเร็จของหนังในตลาดเมืองนอกแน่ ๆ ดูหนังฟรี


สิ่งที่ต้องชมต่อมาคือ การแสดง คือเราต้องไม่ลืมว่า บทนำ 3 คนนั้น มีถึง 2 คนที่จัดได้ว่าหน้าใหม่เลย และอีก 1 คนอย่างโอบ-นิธิ ก็ยังอยู่ในช่วงของการพิสูจน์ตัวเอง ทว่าการแสดงของทั้งสาม คือเอาอยู่ ไม่ใช่เอาอยู่ธรรมดามันรีดเร้นพลังตั้งแต่หัวใจมาถึงสายตาในการแสดงทีเดียว ต้องยอมรับว่า เราไม่ค่อยเห็นหนังไทยที่ดึงพลังการแสดงด้วยสายตามากนัก ในขณะที่หนังต่างชาติเขาทำเป็นเรื่องปกติ การที่หนังเรื่องนี้ทั้งให้จังหวะเวลาที่พอดี ให้การกำกับการแสดงที่ถูกต้อง และได้การแสดงที่ตรงโจทย์สื่อความอย่างสร้างสรรค์ จึงเป็นพลังด้านการแสดงที่ทำให้เราตราตรึงมากเช่นกัน นี่ยังไม่นับมาตรฐานการแสดงของดารารุ่นเก่าทั้งหลายที่มาช่วยขับเคลื่อนเรื่องซึ่งดีเป็นทุนแล้ว และการแสดงของตัวประกอบที่ชัดเจนว่าไม่ได้คัดมาแบบขอไปที แต่ตัวประกอบทุกตัวมีเรื่องราวมีการแสดงที่ส่งหนังได้อย่างน่าสะพรึง

ในด้านเนื้อหา หนังได้มะเดี่ยว-ชูเกียรติ มาเขียนบท ซึ่งเป็นผู้กำกับที่มีวิสัยทัศน์ดีในฐานะคนเขียนบทด้วย และแน่นอนเมื่อหนังขับมาทางความรักสามเส้า ความคิดจิตใจแบบมนุษย์ที่มิติซับซ้อน รวมถึงความเป็นดราม่าแบบย้อนยุค ก็เรียกว่าลงตัว ดึงศักยภาพของมะเดี่ยวออกมาได้เต็มที่ สิ่งหนึ่งที่บทของมะเดี่ยวทำได้ดีมากคือการไม่ทำให้ผู้ชมเบื่อแม้กราฟหนังจะเล่าไปแบบไม่มีจุดลุ้นนัก เพราะบทจะสอดแทรกจุดหักมุมมากให้ช็อกคนดูอยู่ทุกระยะอย่างชำนาญมือ

แล้วผู้กำกับหนังก็ไม่พลาดที่จะใช้บทที่ดีในการสร้างหนังที่ดี นี่จึงคือความสมบูรณ์ที่เราบอกได้ว่าหนังเรื่องนี้เป็นหนังที่ดีและดูสนุก ไม่ได้สนุกในแบบหนังบันเทิงจ๋า แต่มันคือความสนุกของการดื่มด่ำไปกับรสทางอารมณ์ทั้งสุขเศร้า รักหวานซึ้ง การเสียสละ ความรันทดใจ อย่างยิ่งยวด ซึ่งคู่ควรกับคำว่า คลาสสิก จริง ๆ

ในอีกด้านเราอาจมองได้ว่านี่คือหนังแนวก้าวพ้นวัยในรูปแบบหนึ่ง เด็กสาวที่วันหนึ่งเธอต้องพบว่าชีวิตเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือจะรับมืออย่างไร หากเปรียบเปรยการเป็นกระสือก็อาจเหมือนการเติบโตด้านร่างกาย มีประจำเดือน ร่างกายเปลี่ยนแปลง ทำให้เกิดความเขินอายต้องหลบซ่อน แต่สุดท้ายเรื่องราวของกระสือก็เป็นการสอนว่าเราไม่อาจต่อต้านธรรมชาติของการเติบโตได้ ไม่ว่าทั้งด้านดีหรือด้านร้าย แค่ต้องเรียนรู้และยอมรับ ทั้งการเปลี่ยนแปลงของตนเอง และผู้อื่น ความรู้และการเปิดใจกว้างคือหนทางชนะสิ่งที่ไม่รู้และความกลัว หนังเรื่องนี้จึงให้คุณค่าในหลายระดับ ทั้งความงาม ปัญญา และอารมณ์ ดูหนังออนไลน์

รีวิวหนังไทย มหาลัยเหมืองแร่

รีวิวหนังไทย มหาลัยเหมืองแร่

รีวิวหนังไทย มหาลัยเหมืองแร่

รีวิวหนังไทย มหาลัยเหมืองแร่ มหาวิทยาลัยแห่งชีวิตให้บทเรียนที่คุณไม่สามารถเรียนรู้จากไหน ภาพยนตร์ที่สร้างจากวรรณกรรมของศิลปินแห่งชาติซึ่งถ่ายทอดออกมาได้อย่างพิถีพิถัน อาจินต์ นิสิตหนุ่มที่ถูกรีไทร์ต้องเดินทางไปยังเหมืองแร่ จังหวัดพังงาเพื่อทำมาหาเลี้ยงตัวเองให้อยู่รอดจากความยากจน และที่นั่นก็ทำให้เขาค้นพบบทเรียนชีวิตสำคัญที่แม้กระทั่งมหาวิทยาลัยก็ไม่มีสอน เป็นหนัง Coming of Age สะท้อนการเปลี่ยนผ่าน การเติบโตที่จะทำให้คุณอิ่มเอมหัวใจ หลายคนยังชื่นชมที่หนังถ่ายทอดบรรยากาศในสมัยนั้นได้อย่างสมจริง

เรื่องย่อ
เรื่องจริงที่ดัดแปลงมาจากชีวิตจริงของคุณอาจินต์ ปัญจพรรค์ ที่ออกมาหาประสบการณ์ชีวิตในขณะที่ 22 ปี หลังโดดรีไทร์ออกจากมหาวิทยาลัยชื่อดังในประเทศและมุ่งหน้ามาหาประสบการณ์ชีวิตที่เหมืองดีบุกในอำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา มันเป็นการค้นหาโลกอีกใบที่เขาไม่เคยสัมผัสในตำราเรียน โชคดีที่เขาเรียนวิศวะมาทำให้เข้าใจภาษาอังกฤษและสื่อสารกับนายหัวเจ้าของแร่จนได้รับความไว้วางใจ มันคือการเรียนรู้ชีวิตจริงที่เราไม่สามารถไปหาที่ไหนได้เลย

หนังเรื่องนี้เหมาะกับใคร
สำหรับ มหา’ลัย เหมืองแร่ เป็นหนังที่เหมาะสำหรับคนที่ชอบเรืื่องราวที่เกี่ยวกับชีวประวัติบุคคลสําคัญ หนังดัดแปลงจากหนังสือที่เล่าให้เห็นชีวิตการต่อสู้ที่ยากลำบากของคน ที่ต้องเจอบททดสอบชีวิตที่แปลกใหม่แตกต่างไปจากสิ่งที่เคยเผชิญหน้ามา อารมณ์ภาพจะสื่อสารออกมาดูเป็นธรรมชาติกว่าหนังไทยในท้องตลาด บวกกับการแสดงของ พิชญะ วัชจิตพันธ์ แบกเนื้อหาไว้ได้ยอดเยี่ยม สอดแทรกมุมมองใช้ชีวิตที่ไม่ได้อิงตำราเรียนไว้ได้คมคายเนื้อหาค่อนข้างสมจริงมาก

หน้าหนังอาจไม่ดึงดูดใจคนไทย พระเอกหน้าใหม่ในตอนนั้น ไม่ใช่ดาราบิ๊กเนมมาเป็นคนนำเรื่อง หนังไม่มีนางเอก เนื้อหาไม่มีความรัก เน้นความจริงประสบการณ์ชีวิตซึ่งตรงนี้แหละคือสิ่งที่ดีงามและเราคงหาไม่เจอแน่ๆจากหนังไทยเรื่องอื่นๆ การเล่าเรื่องทำให้คนได้รู้จักตัวตน อาจินต์ ปัญจพรรค์ เด็กหนุ่มจากเมืองหลวงที่มาทำงานเป็นกรรมกรเหมืองแร่ แถมยังได้เสียงตัวจริงมาบรรยายให้อีก ทำให้ได้เนื้อเรื่องที่ดูจริงจัง ภาษาสระสลวย ในแต่ละประเด็นที่เขาไปสัมผัสมาในแต่ละเหตุการณ์แต่ละชั้นปี แวดล้อมใหม่ ภาษาที่ไม่คุ้นเคย คนมากหน้าหลายตาที่สบประมาทในตัวเขา ว่าง่ายๆคือประสบการณ์ชีวิตที่มาฝึกสอนให้เขาได้รู้จักกับความรับผิดชอบ ความอดทน ความเป็นมืออาชีพในการทำงาน ได้เรียนรู้มิตรภาพจากเพื่อนร่วมงาน ซึ่งหาไม่ได้จากมหาวิทยาลัย เว็บดูหนัง

มหาลัยเหมืองแร่ คุณได้อะไรจากหนังเรื่องนี้ - Pantip

หนังเล่าเรื่องได้ละมุนละไม ตั้งแต่งานสร้าง บทภาพยนตร์ นักแสดง งานภาพ งานตัดต่อ ทุกอย่างลงตัว หนังให้แง่คิดเตือนสติคนเราได้อย่างคมคาย การปรับตัวในการทำงานคือสิ่งสำคัญ เรียนรู้เข้าใจผู้อื่นที่เราต้องไปทำงานด้วย ทำให้เด็กเมืองกรุงได้เข้าใจชีวิตคนเหมืองที่ยากลำบาก หนังปรุงแต่งให้เป็นธรรมชาติเหมือนไปสัมผัสช่วงเวลาปี 2492 เราได้เห็นวัฒนธรรมแบบคนใต้ การทำงานเหมืองแร่ที่แท้จริงมันเป็นอย่างไร ในยุคก่อนอยู่ในสภาพทุลักทุเลยากลำบาก สภาพอากาศทางใต้ฝนตกชุก เต็มไปด้วยโคลน ชีวิตก็เต็มไปด้วยความยากลำบาก ซึ่งตัวหนังทำหน้าที่ได้ดีงาม มีเพลงประกอบที่บรรเลงให้เข้าถึงอารมณ์ดราม่ายุคเก่า ที่ดูจริงจังสร้างประสบการณ์ร่วมให้แก่ผู้ชมมากๆ มันทำให้เราได้เข้าใจเรื่องราวอันยิ่งใหญ่ของอาจินต์ ณ เหมืองแร่และทำให้เขามีแรงบันดาลใจจนกลายเป็นนักเขียนดังในเวลาต่อมา

ชื่นชมการเลือกนักแสดงนำที่โนเนมในเวลานั้น พิชญะ วัชจิตพันธ์ เราคิดว่าอินเนอร์ความเป็นธรรมชาติของคน มันจะมาจากตัวตนจริงๆไม่ต้องมาปรุงแต่งอะไร ทำให้เขาสวมบทบาท อาจินต์ได้เลย ความใส่ซื้อออกมาเต็มที่ แสดงให้เห็นภาพของชายหนุ่มที่เข้าใจโลกใบใหม่ ที่เขาไม่มีวันเจอแน่ๆ อยู่กับชาวบ้าน บรรยากาศดูเถื่อน แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือความสุข ตัวละครดูจะท้อแท้สิ้นหวัง แต่ความรู้ความสามารถที่มีกลับซื้อใจเพื่อนร่วมงาน เจ้านายจนทำให้เขาได้เป็นหัวหน้า พูดเลยว่า พิชญะ สอบผ่านมากกับบทบาทนี้ หนังฟรี

รีวิว หนังมหา'ลัยเหมืองแร่: โลกกรรมกรสุดโรแมนติกของชนชั้นกลาง

 

ด้วยคำสั่งของบิดา คนหนุ่มคนนี้นั่งรถฝ่าดงโคลนที่ชื้นแฉะจนทำรถติดหล่ม ผ่านพื้นที่แสนทุรกันดาร เข้าไปยังเหมืองแร่ห่างไกลความเจริญ ที่ อ.กระโสม จ.พังงา เพื่อหวังหางานทำเป็นบทเรียนชีวิต

ในช่วงเวลา 3 ปีกว่า เกือบ 4 ปี เขาได้เรียนรู้วิถีชีวิตที่แตกต่างจากที่เขาเคยรู้จักอย่างสิ้นเชิง จาก ‘คนเมือง’ ลูกข้าราชการในกรุงเทพ ต้องพลิกผันมาเป็น ‘คนเหมือง’ เป็นกรรมกรใช้แรงงานแลกค่าแรงจากนายฝรั่งวันละไม่กี่บาท ใช้ชีวิตแบบหาเช้ากินค่ำไปวันๆแบบไม่ต้องคิดถึงอนาคตมากนัก

อาจกล่าวได้ว่า เหมืองแร่กระโสมในฉากหลังเปื้อนควันสีน้ำตาลอ่อน ภายใต้แสงส้มของดวงตะวันยามเย็นและไฟเหลืองที่ห้อยอยู่ตามหลังคาเรือขุด เป็นมหา’ลัยชีวิตของอาจินต์ ปัญจพรรค์ คนหนุ่มผู้นี้ ที่นี่ เขาได้เรียนรู้ทักษะชีวิตมากมายที่ในมหาวิทยาลัยไม่มีวันสอนเขาได้

มหา’ลัยแห่งชีวิต
ในปีแรกเขายังปรับตัวไม่ได้ แม้แต่จะหุงข้าวกินเองก็ยังทำไม่เป็นจนกลิ่นน้ำมันก๊าดซึมเข้าข้าวไปหมด ต้องอาศัยแกงจืดจากลุงแถวบ้านประทังชีวิต แม้รสชาติไม่อร่อยแต่บรรยากาศที่ได้นั่งซดน้ำแกงอยู่ใต้เพิงหมาแหงนพอให้คลายความคิดถึงบ้านลงได้บ้าง

แรกเริ่มเขาเป็นเพียงกรรมกรช่วยงานทั่วไปในเรือขุด ความรู้จากคณะวิศวะบวกกับการเป็นคนหนุ่มทำให้เขามั่นใจในตัวเองเสียหนักหนา แต่การณ์กลับกลายเป็นว่า แค่สั่งน็อตมาซ่อมเรือขุดเขายังเขียนรายการผิด ความไม่มีประสบการณ์ทำให้เขาต้องตั้งใจอย่างจดจ่อ เรียนรู้จากคนอื่นๆที่แม้ระดับการศึกษาต่ำกว่าเขา แต่ก็ชินและช่ำของในงาน เรือขุดนี้มีพี่จอน ฝรั่งที่พูดสำเนียงใต้ไฟแล่บเป็นนายหัวเรือขุด หนังไม่ได้บอกว่าพี่จอนมาจากไหน รู้แต่ว่าแกเป็นคนสู้งานและคุมทุกคนได้อยู่ แกมีพรรคพวกที่คอยเดินตามเมื่อตรวจเรือขุด และดูเหมือนว่าเหมืองนี้เป็นเลือดเนื้อและชีวิตแก หนังใหม่

มหา'ลัย เหมืองแร่ หนังโคตรดี ครบรอบ15 ปี อดีตคือความฝัน ปัจจุบันต้องอด(ทน)  - Major Cineplex รอบฉายเมเจอร์ รอบหนัง จองตั๋ว หนังใหม่

วันหนึ่งเจ้านายฝรั่งให้อาจินต์คอยจับตามองขโมยที่จะมาขโมยแร่ที่เหมือง แม่อาจินต์เฝ้าอยู่ เขากลับเห็นพี่จอนกับพรรคพวกมาขนแร่ไป อาจินต์โกรธจัด เทศนาทุกคนว่าแร่นี้เป็นของนายฝรั่ง เพราะเครื่องมือเครื่องจักรและค่าแรงทุกอย่างเป็นของนาย แต่คนขนแร่กลับตอกกลับมาว่าแร่นี้อยู่ในแผ่นดินไทย ไม่สมควรให้ฝรั่งมาเอาไป ความขัดแย้งก่อตัวขึ้นชัดในใจอาจินต์เสียจนเขาเดินไปลาออกในวันรุ่งขึ้น หารู้ไม่ว่าเขาจะได้เรียนรู้อะไรบางอย่างจากบทเรียนนี้

เมื่อกร้านขวบวัยมากขึ้น อาจินต์ได้เลื่อนตำแหน่งเป็นคนทำแผนที่ เขาได้ลูกมือมาช่วยคนหนึ่ง คือไอ้ไข่ ผู้ซึ่งยิ้มแย้มตลอดเวลาและมีนิสัยเหมือนเด็ก อาจินต์เล่าว่าเขาและไอ้ไข่แชร์วิถีประชาธิปไตยกันอยู่ เพราะตอนเช้าเขาจะเป็นคนเดินตัวปลิวไปเขียนแผนที่ แต่ตอนเย็นไอ้ไข่จะเป็นคนเดินมือเปล่านำหน้าไปก่อน ด้วยเหตุผลว่า ‘เลิกงานแล้ว’ ไอ้ไข่กลายมาเป็นเพื่อนสนิทที่นั่งท้ายรถกระบะลุยโคลนไปกับเขา แหวกพงหญ้าเข้าไปวางไม้วัดพื้นที่ และยังเป็นเพื่อนในวงเหล้ายามเหงา น่าสังเกตว่าเหล้าเป็นสิ่งเชื่อมสายใยของคนในเหมืองที่เป็นผู้ชายล้วนได้อย่างดี แม้กระทั่งนายฝรั่งเองก็ยังดื่มจัดและตั้งวงกับคนงาน พอเมาก็เอาเงินมาแจกเด็กชาวบ้านแถวนั้นไปซื้อเสื้อผ้า วิถีแบบลูกผู้ชายไหลเวียนอยู่ในสายเลือดที่มีแอลกอฮอล์ไหลเวียนอยู่ในนั้นอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

มุมมองชนชั้นกลางที่ไม่ใช่กรรมกรจริง

รีวิวหนังไทย มหาลัยเหมืองแร่

ในภาพรวม หนังมหา’ลัยเหมืองแร่ให้ภาพเกี่ยวกับโลกการทำงานของชนชั้นกรรมาชีพได้อย่างโรแมนติก เล่าด้วยเหตุการณ์สั้นๆที่จบในตัวเองหลายเหตุการณ์ เพราะตัวหนังสร้างจากเรื่องสั้นชุด ‘เหมืองแร่’ ที่เป็นประสบการณ์จริงของอาจินต์ ปัญจพรรค์ ศิลปินแห่งชาติ แต่ในความโรแมนติกนั้น ถ้าเรามองทะลุไป เราจะเห็นความแร้นแค้นในชีวิตกรรมกร อาจินต์นั้นแทบไม่เหลือเงินสักบาทตอนเขาออกจากเหมืองแร่ เพราะเอาเงินไปซื้อเหล้าหมดแล้ว กรรมกรคนอื่นก็ระหกระเหินไม่ต่างกันเมื่อเหมืองแร่ปิด และต้องใช้ชีวิตแบบไม่รู้อนาคตและไม่รู้จะได้กลับมาเจอกันเมื่อใด ในความโรแมนติกที่เล่าจากสายตาชนชั้นกลางของอาจินต์ เราจะเห็นแง่ที่ไม่งามของมันได้จากคำขอของนายฝรั่งที่ให้อาจินต์สัญญาว่าจะไม่มาใช้ชีวิตแบบนี้อีก พร้อมซื้อตั๋วเครื่องบินให้เขากลับกรุงเทพ เมื่อลองคิดดูแล้ว หากอาจินต์เป็นเพียงกรรมกรคนหนึ่งที่มีฐานะเท่าๆกับกรรมกรคนอื่นๆที่เหมือง เขาอาจไม่ได้มองเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องโรแมนติกแบบ Good Old Day ก็ได้ เพราะเขาไม่มีตาข่ายกันตกที่ชื่อว่าครอบครัวเช่นชนชั้นกลางแบบอาจินต์ – อาจินต์ที่เป็นชนชั้นกลางนั้นมีบ้านให้กลับไปเสมอ และที่บ้านพร้อมจะให้การสนับสนุนเขาแม้เขาจะไม่มีงาน แต่กรรมกรทั่วไปไม่ได้เช่นนั้น พวกเขาไม่รู้ว่าจะหางานได้อีกไหม และจะมีข้าวตกถึงท้องอีกเมื่อใด คงไม่มีใครมีอารมณ์มาเขียนเรื่องเล่าชุดที่ตีพิมพ์จนขายดีแบบอาจินต์ได้ เว็บดูหนังฟรี

หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) | มหา'ลัยเหมืองแร่

ในแง่หนึ่ง มหา’ลัยเหมืองแร่ และเรื่องสั้นชุดเหมืองแร่ ที่กำกับและเขียนโดยชนชั้นกลาง จึงเป็นแค่การมองไปที่โลกของกรรมกรอย่างคนที่อยู่ข้างนอก ที่มาลิ้มรสความลำบากเพียงชั่วครู่ชั่วยามเท่านั้น เมื่อออกมาจากโลกแห่งนั้น เขาก็ยังมีที่ให้ไปต่อ ด้วยต้นทุนทางสังคมและการศึกษาที่มากกว่า ตัวเนื้อเรื่องไม่ได้ผลักดันให้เกิดความเท่าเทียมทางชนชั้นมากขึ้น เพราะยังคงมองชีวิตกรรมาชีพเป็นสิ่งแปลกใหม่ น่าพิศวง (Exotic) เพราะแตกต่างจากชีวิตคนเมือง อย่างไรก็ตาม หนังก็ได้ทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์ในการให้ความบันเทิงและตอบกลุ่มคนดูชนชั้นกลางได้ดี จนได้รับรางวัลหลายรางวัล และได้ขึ้นทำเนียบหนึ่งในหนังไทยที่ดีที่สุด
อาจินต์ ปัญจพรรค์ กล่าวเอาไว้ตอนที่เค้าทำงานเหมืองที่กระโสม จังหวัดพังงาได้ครบ 1 ปี พร้อมกับผ่านบททดสอบจากนายฝรั่ง จนได้ขึ้นเงินเดือน อาจินต์พบว่า ชีวิตการทำงานในเหมืองแร่ คือการเรียนรู้ที่จะทำหน้าที่ของตัวเองตามความรับผิดชอบ มหา’ลัยเหมืองแร่ คือมหา’ลัยชีวิต ที่ อาจินต์ ปัญจพรรค์ ศึกษาด้วยตัวเอง ผ่านชีวิตการทำงานของอดีตนิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่ถูกไล่ออก อาจินต์กล่าวเอาไว้ในตอนต้นเรื่องว่า เหมือนแร่คือตู้ใส่กับข้าวใบสุดท้ายในชีวิตของเค้า และเวลาสี่ปีในการทำงานที่เหมือนแร่ของ อาจินต์ ปัญจพรรค์ ก็ได้ถูกถ่ายทอดร้อยเรียงออกมาเป็น วรรณกรรมอันทรงคุณค่า เรื่องสั้นชุดเหมืองแร่ และเรื่องสั้นชุดเหมืองแร่นี้เองก็ได้ถูกนำมาถ่ายทอดเป็นภาพยนตร์เรื่อง “มหา’ลัยเหมืองแร่” อย่างปราณีต โดยผู้กำกับคุณแก้ง จิระ มะลิกุล

ถ้าจะบอกว่าภาพยนตร์เรื่อง “มหา’ลัยเหมือนแร่” ดีงามอย่างไร ผมก็อยากจะบอกว่าหนังเรื่องนี้เป็นหนังเรื่องแรกๆของทาง GTH คุณเก้งน่าจะอยากฝากผลงานเอาไว้เป็นพอร์ตงานให้คนจารึกเอาไว้ในประวัติศาสตร์ถึงการทำงาน เพราะตลอดทั้งเรื่องที่ได้ดู ผมแทบหาอะไรผิดพลาดไม่เจอเลย ไม่ว่าจะเป็นงานสร้าง บทภาพยนตร์ ไปจนถึงการแสดง งานอาร์ท งานภาพ งานตัดต่อ ทุกอย่างถูกรังสรรค์เอาไว้อย่างงดงาม และลงตัว ด้วยตัวบทประพันธ์ดั้งเดิมของคุณ อาจินต์ ปัญจพรรค์ ศิลปินแห่งชาติ ที่มีความงดงามทางด้านภาษาอยู่แล้ว เนื้อหาทั้งเรื่องจึงเล่าและถ่ายทอดโดยตัว อาจินต์ ปัญจพรรค์ เด็กหนุ่มที่มาทำงานเป็นกรรมกรเหมืองแร่ในปีแรก

หนังบอกเล่าด้วยน้ำเสียงของตัวละครที่รับบทเป็น อาจินต์ ปัญจพรรค์ ด้วยภาษาที่สละสลวย ด้วยความเคารพในบทประพันธ์ ความสละสลวยของภาษา การเล่าเรื่อง ไม่ได้ทำให้หนังดูตลกหรือแปร่งเลย แต่มันกลับเต็มไปด้วยความกระหายที่จะอยากดูอีก อยากยกบางช่วงของบทบรรยายในหนังที่ผมชอบมากมาให้อ่าน

“ปีเดือนอันลุ่มๆดอนๆค่อยๆรวมชีวิตของผมให้กร้านและเกรียม เอาความบ้าบิ่นทำงานใส่มือไว้ เพื่อปลอบใจว่าเราไม่ใช่ผู้ชายที่เกียจคร้าน เอาการโลดโผนมาใส่ไว้เป็นมหรสพ แล้วเอาเหล้าคอยกลั้วไว้ไม่ให้ฝืดแห้งจนเกินไป”

ถ้าถามผมว่าทำไมหนังเรื่องนี้ถึงมีคุณค่า ผมคงต้องบอกว่า คุณค่าของหนังเรื่องนี้คือการนำกลับมาดูกี่รอบๆ ก็ให้แง่คิด ให้สติในการใช้ชีวิตและสอนให้ผมได้เรียนรู้ ปรับตัวในการทำงาน ไม่ว่าคุณจะทำงานอิสระหรือเป็นมนุษย์เงินเดือน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเรียนรู้ผู้ร่วมงานและคนที่เข้ามาเกี่ยวข้องในการทำงาน ดูหนังฟรี

มหาลัยเหมืองแร่ Archives - Gmtrocks.com
ตลอดเวลาเกือบๆสองชั่วโมงของหนัง บอกเล่าเรื่องราวการทำงานในเหมืองแร่ของ อาจินต์ ปัญจพรรค์ จากเด็กหนุ่มรั้วจามจุรีที่มาจากกรุงเทพ ต้องมาเจอกับชีวิตชาวเหมือง ต้องมาอยู่กับชาวบ้าน มาอยู่กับคนใต้ ที่มองจากสภาพภายนอก ส่วนใหญ่ก็ดูจะเถือนๆดิบๆ ได้เรียนรู้จักการทำงาน ความซื่อสัตย์ในหน้าที่ในอาชีพ ตลอดจนถึงการรักในงานที่ทำ หนังนำเสนอการพัฒนาการของตัวละครอย่าง อาจินต์ ปัญจพรรค์ ที่ในช่วงปีแรก เค้าท้อแท้แทบจะอยากกลับบ้าน แต่เมื่อทำงานต่อไปเรื่อยๆ เรากลับพบว่าเค้าเริ่มที่จะทำงานอย่างมีความสุข ทุกๆคนในที่ทำงาน รวมถึงนายฝรั่ง ก็คือคนที่ทำให้เค้าอยากตื่นไปทำงานทุกวัน หรือแม้แต่การเรียนรู้ในการปรับตัว เมื่อเค้าได้เจอกับเจ้านายคนใหม่ ที่มองภายนอกแล้ว ไม่น่าจะเป็นคนดีหรือดีกับลูกน้องได้เหมือนเจ้านายคนเก่า แต่การตัดสินคน ผ่านการมองจากภายนอก มันก็ไม่ใช่เครื่องพิสูจน์ได้เท่ากับการได้เห็นและได้สัมผัสในสิ่งที่เค้าทำ

ความฉลาดของการแคสติ้งที่ใช้นักแสดงหน้าใหม่เกือบทั้งหมด ทำให้เราเชื่อในตัวนักแสดงว่าเป็นผู็สวมบทบาทนั้นจริงๆ โดยเฉพาะ สนเดอะสตาร์และนายฝรั่ง รวมถึงพระเอกของเรื่องที่เป็นนักแสดงหน้าใหม่อีกด้วย(ไม่รู้หายไปไหน)

“มหาลัย’เหมืองแร่” สมบูรณ์แบบ ในทุกองค์ประกอบ รวมถึงงานโปรดักชั่น กำกับศิลป ถ่ายภาพ สมบูรณ์แบบทุกด้าน จนนึกไม่ออกเลยว่าด้วยทุนสร้างที่สูงถึง 70 ล้านแต่ทำรายได้ไปแค่ 19 ล้าน (บางแหล่งข้อมูลบอกว่าได้ 30 ล้าน) มันคงจะเป็นหนังที่ขาดทุนมโหฬาร แต่ในวันนี้ เราพูดได้เต็มปากแล้วว่า แม้หนังจะขาดทุนมหาศาล แต่ “มหา’ลัยเหมืองแร่” ก็คือหนังไทยเรื่องหนึ่งที่ยอดเยี่ยม และงดงามที่สุดตลอดกาล!! ดูหนังออนไลน์

สามารถรับชมมหา’ลัยเหมืองแร่ได้แล้ววันนี้ทาง Netflix

รีวิวหนังไทย ฟรีแลนซ์..ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ

รีวิวหนังไทย ฟรีแลนซ์..ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ

รีวิวหนังไทย ฟรีแลนซ์..ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ

รีวิวหนังไทย ฟรีแลนซ์..ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ ฟรีแลนซ์ป่วยงานต้องมีชีวิตยุ่งเหยิงเพิ่มขึ้นกับความรักที่มีให้หมอ สะท้อนชีวิตของฟรีแลนซ์อาชีพอิสระที่กลับไม่เคยเป็นอิสระจากงาน เช่นเดียวกับ กอด หนุ่มฟรีแลนซ์ที่อดหลับอดนอนโหมงานจนป่วย ทำให้เขาต้องไปหาหมอและพบกับหมออิมที่จะเพิ่มความปั่นป่วนให้กับชีวิตยุ่งเหยิงของเขามากขึ้น ผลงานกำกับของเต๋อ นวพล ผู้กำกับที่มีเอกลักษณ์ของตัวเอง หลายคนชอบการถ่ายทอดเรื่องราวได้อย่างสมจริง และการดำเนินเรื่องที่ช้าแต่มีจังหวะช่วยให้คนคิดวิเคราะห์ไปด้วยกันกับหนังค่ะ

Freelance ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ หรืออีกชื่อหนึ่งว่า heart attack เป็นภาพยนตร์แนวโรแมนติกคอมเมดี้ที่มีความดราม่าผสมอยู่ด้วยเล็กน้อย ผลงานกำกับของเต๋อ นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ จากค่าย GTH และมีกำหนดฉายเมื่อปี 2558

Freelance ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ

Freelance เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ ยุ่น(ซันนี่ สุวรรณเมธนนท์) ผู้ที่มีงานยุ่งอยู่ตลอดเวลา เขาเป็นฟรีแลนซ์ฝีมือดีคนหนึ่งด้านงานกราฟฟิก ทำให้ เจ๋ (วี วิโอเลต) ผู้รับทำหน้าที่แจกจ่ายงาน คอยป้อนงานให้เขาอยู่เรื่อย ๆ จนกระทั่งการโหมงานหนักต่อเนื่องมาเป็นเวลานานติดต่อกัน ทำให้ร่างกายเริ่มแสดงอาการอุทธรณ์ผ่านทางเม็ดตุ่มเล็ก ๆ ตามร่างกาย ที่จะเพิ่มมากขึ้นเมื่อมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมต่อสุขภาพ ด้วยสภาพร่างกายแบบนั้นทำให้ยุ่นต้องเดินทางโรงพยาบาลและได้พบกับ หมออิม (ใหม่ ดาวิกา) แล้วพฤติกรรมทางการทำงานของเขาก็เปลี่ยนด้วยสาเหตุบางประการ…

ตัวบทถือว่าทำได้ดีทีเดียว มีการชี้ประเด็นให้เราได้เห็นในแง่มุมที่ลึกขึ้นของทั้งการเป็นฟรีแลนซ์และการประกอบอาชีพหมอ หนังมีการสื่อสารออกมาในเชิงสัญลักษณ์ในบางครั้ง ตัวบทพูดแม้จะมีคำหยาบหลุดออกมาบ้าง แต่นั่นคือเสน่ห์ ที่ทำให้ตัวละครและบทภาพยนตร์ดูสมจริงมากยิ่งขึ้น

สำหรับโครงเรื่อง หนังมีจังหวะที่ดี รู้จักการรับ-ส่งบทกันได้อย่างตรงจังหวะ และเหตุการณ์ในเรื่องมีลำดับขั้นตอน เป็นเหตุเป็นผลกันดี แสดงถึงที่มาในแต่ละเรื่องได้อย่างชัดเจน เว็บดูหนัง

รีวิว-เรื่องย่อ] Freelance – 2015 ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ () –  TAmemo.com

ส่วนในด้านของตัวละคร นักแสดงก็สามารถที่จะสวมบทบาทได้เข้าที่เข้าทางแสดงว่ามีการทำการบ้านมาล่วงหน้า เพราะแต่ละอาชีพต่างก็มีรายละเอียดที่แตกต่างกันออกไป

ยุ่น เป็นตัวละครที่ตีแผ่อีกด้านของวงการฟรีแลนซ์ ความเครียด ความกดดันต่อคุณภาพงานก็มีให้เห็นอยู่เสมอ และสิ่งที่สำคัญมากสำหรับการดำรงอาชีพนี้คือ การยอมรับ ซึ่งดูเหมือนว่ายุ่นจะพยายามมากเพื่อให้ได้รับการยอมรับจากสังคมในวงการนั้น มันเหมือนเป็นอาชีพที่ห้ามหยุดพัก คุณจะต้องไปต่อ เรื่อย ๆ และ เรื่อย ๆ ถ้าหยุดเมื่อไหร่คือจบ อนาคตในวงการนี้เหมือนจะไปต่อได้ยากลำบากทีเดียว

หมออิม บอกเล่าถึงวิชาชีพแพทย์ที่ก็มีความกดดันอยู่ไม่น้อย สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนในตัวละครหมออิมคือ ความรับผิดชอบ ดูเหมือนว่าเธอจะยึดหลักนี้ไว้อยู่ในใจเสมอ เธอพยายามรักษาอย่างเต็มความสามารถ แม้บางทีเธอเองก็มีบาดแผลบ้างเหมือนกัน จากทั้งความคาดหวังของตนเองและผู้อื่น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกหากหมออิมต้องมีมุมผิดหวังให้เราได้เห็นบ้าง จากทั้งความคาดหวังของเธอเองและใครต่อใคร

เจ๋ เป็นอีกตัวละครหนึ่งที่ดูจริงจัง ผสมกับนิสัยแบบกวน ๆ เล็กน้อย เธอไม่ได้อ่อนหวานเหมือนผู้หญิงทั่วไป ออกจะติดภาพลักษณ์ที่ออกบอย ๆ หน่อยเสียด้วยซ้ำ เธอมีบุคลิกแบบแนว ๆ ตามประสาวัยรุ่น เธอคงเป็นอีกหนึ่งตัวละคร’หลัก’ ในชีวิตของยุ่นเลยก็ได้

พี่เป้ง เป็นตัวละครที่เป็นเหมือนจุดพลิกผันของเรื่องเลย โดยพี่เป้งจะเริ่มมีบทบาทสำคัญในช่วงตอนท้ายของเรื่อง และถึงแม้ยุ่นจะยอมเล่นตามน้ำแต่ก็เห็นได้ชัดว่าคนแบบพี่เป้งเป็นคนที่ดูไม่น่าคบ ดูพร้อมจะหลอกใช้ทุกคน ไม่ได้หวังดีกับใครจริง ๆ หรอก หวังเพียงตนได้ประโยชน์เป็นพอ

ในแง่ของฉากนั้นไม่มีอะไรมาก เพราะส่วนใหญ่อยู่ในห้องของยุ่นกับห้องของหมออิม แต่ก็ถือว่าหนังสามารถเก็บรายละเอียดได้ดี เครื่องไม้เครื่องมือต่าง ๆ ก็เป็นไปตามหลักความจริง หนังฟรี

5 เรื่องน่ารู้ก่อนดู ฟรีแลนซ์..ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ

รีวิวหนังไทย ฟรีแลนซ์..ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ

จุดเด่นอีกหนึ่งข้อที่สำคัญของหนังเรื่องนี้คือ การมีเพลงประกอบภาพยนตร์ที่ออกแนวน่ารัก จากน้ำเสียงใส ๆ ของ วี วิโอเลตกับเสียงนุ่ม ๆ ของแสตมป์ อภิวัชร์ ที่ช่วยเพิ่มให้หนังมีระดับความน่าดูเพิ่มขึ้นอีก ด้วยแนวเพลงที่ฟังง่าย ฟังสบาย จึงเป็นเพลงที่ฮิตได้ในเวลาไม่นาน

Freelance ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ

โดยรวมแล้วภาพยนตร์เรื่องนี้ทำออกมาได้ดีทีเดียว ทั้งในแง่ของความสนุกและการแฝงประเด็นต่าง ๆ ไว้ตลอดทาง ซึ่งอันนี้ก็ขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละคนแล้ว ว่าจะเก็บเกี่ยวสิ่งเหล่านั้นได้มากน้อยแค่ไหน ตัวละครแต่ละตัวต่างก็มีมุมมองและบทบาทต่อโลกในแบบที่แตกต่างกันออกไป คงจะดีไม่น้อยหากว่าในอนาคตเรามีโอกาสได้ศึกษามุมมองของตัวละครอื่น ๆ ดูบ้าง ถ้าอยากลองดูหนังสนุก ๆ อีกเรื่อง คิดว่าเรื่องนี้น่าจะเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีทีเดียว

กลับคำยังทันมั้ยครับเนี่ยว่าผมเป็นคนไม่ค่อยชอบดูหนังไทยเลย แต่พักนี้ลงรีวิวแต่หนัง-ซีรีย์ไทยถี่ ๆ เลยนะครับ วันก่อนเพิ่งได้มีโอกาสดูหนังเรื่องหนึ่งของค่าย GTH เป็นหนังเก่าหลายปีมาแล้ว แต่รู้สึกว่าเขาทำออกมาได้ มีเสน่ห์ดี เลยอยากเก็บมารีวิว วันนี้ขอ รีวิวหนัง ฟรีแลนซ์ ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ หนังน้ำดีอีกเรื่องที่ต้องขอบอกก่อนว่าอยากให้หลาย ๆ คนเปิดใจดูมาก ถึงแม้เนื้อเรื่องจะดำเนินช้า บทของตัวแสดงจะดูไม่ค่อยมีชีวิตชีวาไปนิด แต่นี่แหละถือเป็นเสน่ห์ของเรื่องนี้เลยล่ะครับ แถมเรื่องนี้ยังถือเป็นหนังที่ผมยกให้เป็นหนังที่สะท้อนวิถีฟรีแลนซ์ อาชีพอิสระแห่งยุคที่ทำงานหามรุ่งหามค่ำได้ดีที่สุดเลย

คนยุคใหม่เลือกประกอบอาชีพอิสระ หรือที่เราเรียกว่า ฟรีแลนซ์ กันเยอะมากขึ้น ๆ ในปัจจุบัน ถือเป็นทางเลือกทางอาชีพที่ค่อนข้างได้เปรียบด้านความสะดวกสบาย เพราะไม่ต้องเดินทาง ไม่ต้องอยู่ประจำออฟฟิศ ไม่ต้องตอกบัตรเข้า-ออกงานทุกวัน ไม่ต้องนั่งประชุม และไม่ต้องปรับตัวเข้ากับใคร เพียงแต่ข้อเสียของฟรีแลนซ์ คือ ไม่มีเวลาตายตัวในการทำงาน ถ้างานด่วน งานเร่ง งานแก้มาถึงมือล่ะก็… อาจต้องนั่งจมอยู่หน้าคอมเป็นวัน ๆ เลยก็ได้ แม้ว่ารายได้จะมากตามความขยัน แต่ข้อนี้เองเป็นจุดที่ทำให้อาชีพฟรีแลนซ์มักทำงานเกินลิมิตของตนเอง บางคนไม่มีเวลาพักผ่อน ไม่ออกไปสังสรรค์ ไม่มีสังคม และที่สำคัญละเลยการดูแลตัวเอง เหมือนดังเช่นตัวละคร “ยุ่น” ในเรื่อง หนังใหม่

ข้อเสีย-ข้อดี ก่อนไปดู ฟรีแลนซ์..ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ

รีวิวหนัง ฟรีแลนซ์ ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ ซันนี่ นักแสดงนำ
เสน่ห์ของเรื่อง คือ ความย้อนแย้งของภาพฟรีแลนซ์ที่เร่งรีบ กับการดำเนินเรื่องที่แสนละเมียดละไม
หลังจากที่ผมดูจบ ผมไปหาอ่านข้อมูลของหนังเรื่องนี้แล้วก็ต้อง อ๋อ… เลยครับ เพราะผู้กำกับฝีมือดีที่มีกลยุทธ์ในการกำกับและเขียนบทเองอย่างละเมียดละไม เน้นสะท้อนสังคม ลงดีเทลล์กระทั่งสีภาพ เมคอัพ คอสตูม และการคัดเลือกตัวละครสุด ๆ ก็คือ เต๋อ นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ ผมเคยได้ยินชื่อเสียงของเต๋อ นวพลมานาน ชาวหนังอินดี้รักหนุ่มคนนี้มาก เรื่องนี้ก็ถือเป็นอีกเรื่องที่ผมค่อนข้างโอเคนะ เข้าถึงได้ ถูกจริตมาก เหมือนเป็นกาแฟไม่ใส่น้ำตาลที่ได้รสชาติด้วยตัวเอง

เรื่องย่อหนังฟรีแลนซ์ ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ
ตัวเอก ยุ่น นำแสดงโดย ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ พระเอกฝีมือดีที่เคยนำแสดงในเรื่อง เพื่อนสนิท และสายลับจับบ้านเล็กมาก่อน ในเรื่องนี้ ซันนี่ต้องรับบทเป็น ยุ่น หนุ่มฟรีแลนซ์วัย 30 ปีที่รับงานกราฟฟิคดีไซน์ ตัดต่อ รีทัชภาพที่ตารางงานเต็มเอี๊ยดในทุกวันไม่มีวันหยุด วงการเบื้องหลังการตัดต่อ รีทัชย่อมรู้จักยุ่นดี เพราะเขาได้ชื่อว่าทำงานไว รับงานอึด งานเยอะ งานด่วน ต้องใช้บริการยุ่น เว็บดูหนังฟรี

ความสุขของยุ่นคือการท้าทายความสามารถตัวเองขึ้นไปเรื่อย ๆ ว่าเขาสามารถทำงานเยอะ ๆ งานด่วนแค่ไหนก็รับได้ จึงทำให้ เจ๋ วี วิโอเลต วอเทียร์ โปรดิวเซอร์จากบริษัทโฆษณาเอางานมาให้เขาอยู่เสมอเพราะไว้ใจฝีมือทำงานดี ทำงานไวของยุ่น

รีวิวฟรีแลนซ์ หนังไทย วี วิโอเลต
ยุ่นเริ่มรู้สึกว่าร่างกายตัวเองไม่เหมือนเก่า อดหลับอดนอนติดกันนาน ๆ ไม่ได้เหมือนเมื่อก่อน หลังจากที่เขาทำงาน 24 ชม. ติดต่อกัน 5 วันไม่พัก ร่างกายของเขาก็ส่งสัญญาณประท้วงออกมา ยุ่นพบว่าร่างกายของเขาเริ่มมีผื่นแดงคัน ขึ้นตามร่างกายมากขึ้นเรื่อย ๆ จนต้องไปหาหมอ และการไปหาหมอของยุ่นนั้น ยุ่นไม่รู้เลยว่าจะสามารถเปลี่ยนความคิดและวิถีชีวิตฟรีแลนซ์ของเขาไปได้ตลอดกาล หมออิม นำแสดงโดย ใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่ ดูหนังฟรี

เรื่องนี้ทุกคนแสดงได้ดีมาก ทั้งสีหน้าท่าทาง น้ำเสียง การพูด ไดอะล็อกต์เงียบแต่คมกริบ บาดลึกและให้ข้อคิด เป็นเรื่องแจ้งเกิดของสาววี วิโอเล็ต นักร้องเสียงดีจากเวทีเดอะวอยซ์ที่ปัจจุบันเป็นทั้งนักร้องและนักแสดง วีในเรื่องที่เล่นเป็นเจ๋นั้น ถือเป็นบทบาทที่คนจดจำกันมาก วลีเด็ดจากเรื่องคือ “ไปค่ะ พี่สุชาติ”

รีวิวหนัง ฟรีแลนซ์ ใหม่ ดาวิกา
ใครไม่อยากพลาดหนังดี ๆ จากค่าย GTH เรื่องนี้ แนะนำให้ไปดูนะครับ หนังไม่ยาวแค่ 2 ชั่วโมงนิด ๆ เองครับ แต่ดูจบแล้วได้อะไรเยอะมากเลย

รีวิวหนัง ฟรีแลนซ์ ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ เรื่องนี้ผมให้คะแนน 8/10 ติดตามกันเอง แล้วจะรู้ว่าหนังดีไม่ใช่เล่น และชีวิตเป็นของมีค่า ไม่ใช่ของเล่น อย่าท้าทายร่างกายตัวเองมากเกินไปนะครับ พักผ่อนเยอะ ๆ ถนอม ๆ ร่างกายเอาไว้ใช้ชีวิตในด้านอื่น ๆ ที่ไม่ใช่เรื่องงานกันบ้างครับ ความสนุกรออยู่อีกมาก ดูหนังออนไลน์

รีวิวหนังไทย สิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่า…รัก

รีวิวหนังไทย สิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่า...รัก

รีวิวหนังไทย สิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่า…รัก

รีวิวหนังไทย สิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่า…รัก รักครั้งแรกของน้องน้ำที่มีให้พี่โชน กวาดความนิยมทั่วเอเชีย เมื่อเด็กสาวอย่างน้องน้ำได้รู้จักกับความรักเป็นครั้งแรกผ่านพี่โชน รุ่นพี่แสนดี ทำให้น้องน้ำยอมเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อให้เขาหันมาสนใจ แต่แล้วทำไมยิ่งขยับเข้าใกล้ก็เหมือนพี่โชนจะไกลออกไป เป็นเรื่องราวความรักครั้งแรกที่ดูเผิน ๆ อาจจะไม่มีอะไรเป็นพิเศษ แต่บรรยากาศในเรื่องกลับทำให้หลายคนประทับใจเพราะนึกถึงความทรงจำสมัยเรียน นอกจากนี้ การแสดงของใบเฟิร์นและมาริโอ้ก็ถูกชื่นชมว่าสามารถถ่ายทอดออกมาได้ดี จนเหล่าวัยรุ่นอินตามกันทั่วเมืองเลยทีเดียวค่ะ

หากคุณอยากกลับไปนึกถึงคนแรกที่ทำให้คุณได้รู้จักคำว่า “รัก” อีกครั้งและเขาก็ยังคงเป็นรักแรกที่ติดตรึงอยู่ในหัวใจคุณตลอดเวลา มาวันนี้เรามีหนังที่จะพาคุณย้อนเวลาไปสู่ชีวิตวัยมัธยมซึ่งมีแต่ความสนุกสนาน มิตรภาพ เสียงหัวเราะ และน้ำตาอีกครั้งกับหนัง “สิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่า…รัก”

ซึ่งหลายคนน่าจะรู้จักกันดี ยิ่งใครอยู่มัธยมตอนที่หนังเรื่องนี้เพิ่งออกมาก็คงจะยิ่งติดใจจนดูซ้ำหลายรอบแน่นอน หนึ่งในนั้นก็คือเราค่ะ เพราะเรื่องนี้เลยทำให้เรารู้จักกับคำว่า “รักแรก” เหมือนกัน

รีวิวหนังสิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่า…รัก รีวิวหนัง รีวิวหนังเก่า รีวิวหนังรัก สิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่ารัก
รีวิวหนังสิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่า…รัก
– เรื่องย่อของหนังสิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่า…รัก
หนังสิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่า…รัก ได้ถ่ายทอดเรื่องราวของ “น้ำ”เด็กมัธยมหน้าตาขี้เหร่ถึงขั้นถูกเรียกว่า “ปลวก” เพราะไม่ค่อยสนใจดูแลตัวเองซึ่งน้ำได้ไปตกหลุมรัก “พี่โชน” รุ่นพี่ที่เป็นหนุ่มหล่อประจำโรงเรียน แต่เพราะมีคู่แข่งมากมาย

เธอจึงต้องลบคำสบประสามและทำให้เขาหันมาสนใจเธอให้ได้ ภารกิจแปลงโฉมจากปลวกน้อยให้กลายเป็นหงส์จึงเริ่มขึ้นท่ามกลางมิตรภาพของเพื่อนและความรักแบบปั๊ปปี้เลิฟที่มีแววจะปั่นป่วนมากกว่าที่คิด เว็บดูหนัง

รีวิว: สิ่งเล็กเล็ก ที่เรียกว่ารัก – Khajochi's Blog

– ความน่าสนใจของหนังสิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่า…รัก
รีวิวหนังสิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่า…รัก รีวิวหนัง รีวิวหนังเก่า รีวิวหนังรัก สิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่ารัก
รีวิวหนังสิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่า…รัก
หนังสิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่า…รักมีความน่าสนใจตรงที่มีการถ่ายทอดให้เห็นถึงบุคลิกและชีวิตของตัวละครวัยมัธยมหลายตัวที่มีความเป็นธรรมชาติทำให้เรานึกถึงชีวิตของตัวเองในวัยมัธยมซึ่งมีโมเม้นต์หลายอย่างแบบนี้จริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการแอบรักใครสักคน การคบหากับกลุ่มเพื่อนที่มีความเหมือนกันแม้จะไม่ใช่เพื่อนที่มีอะไรโดดเด่นแต่ก็ร่วมเป็นร่วมตายได้ตลอด

บทจะกรี๊ดรุ่นพี่ผู้ชายก็จะดี๊ด๊าเหมือนกันเป็นกลุ่มแบบสุมหัวเงียบ ๆ เพื่อนกันบางทีเราอยากทำอะไรก็มีอายเพราะกลัวโดนล้อ แต่สุดท้ายพวกเขาก็ได้ช่วยเราเหมือนกับเพื่อนในกลุ่มที่ช่วยน้ำแปลงโฉมและใช้วิธีให้ของแทนใจแก่พี่โชนต่าง ๆ พยายามเข้าชมรมที่ทำให้มีคนสนใจซึ่งก็ได้เป็นชมรมละครเวทีที่น้ำในแสดงเป็นสโนไวท์

บอกเลยว่าฉากนี้เราฟินจิกหมอนตอนพี่โชนผู้น่ารักต้องมารับบทเจ้าชายจำเป็นและจูบลง สมองนี่คิดไปไกลก่อนนางเอกแล้วจ้า ตั้งแต่นั้นนางเอกก็เริ่มหน้าตาดีมากขึ้นจนสุดท้ายก็ได้เป็นดรัมเมเยอร์ประจำโรงเรียนซึ่งพี่โชนก็เริ่มจะเข้าหาเธอมากขึ้น แต่กับมีมารผจญคือเพื่อนพระเอกที่มาชอบนางเอกนี่ล่ะ หนังฟรี

เราเสียน้ำตาให้กับฉากท้าย ๆ หลายฉากมากไม่ว่าจะเป็นฉากที่นางเอกซึ่งห่างเหินจากเพื่อน ๆ เพราะเอาแต่อยู่กับพวกพระเอกไปง้อจนกอดคอกันร้องเพลงวัน เดือน ปี และฉากที่นางเอกร้องไห้เปิดไดอารี่ซึ่งพระเอกเอามาให้ ในนั้นมีแต่รูปนางเอกทีเผลอที่พี่โชนแอบถ่ายไว้หลายรูปพร้อมข้อความบอกความในใจมากมายทำให้เราได้รู้ว่าพระเอกชอบนางเอกตั้งแต่ตอนหน้าปลวกแล้ว คือหน่วงมาก ณ จุดนี้ แต่สุดท้ายก็แฮปปี้เอ็นดิ้งนะ เป็นหนังอีกเรื่องที่คุณไม่ควรพลาดทุกประการค่ะ

สิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่ารัก กับการกดทับจากสิ่งใหญ่ใหญ่ที่เรียกว่า Beauty  Standard

รีวิวหนังสิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่า…รัก รีวิวหนัง รีวิวหนังเก่า รีวิวหนังรัก สิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่ารัก+

เราเสียน้ำตาให้กับฉากท้าย ๆ หลายฉากมากไม่ว่าจะเป็นฉากที่นางเอกซึ่งห่างเหินจากเพื่อน ๆ เพราะเอาแต่อยู่กับพวกพระเอกไปง้อจนกอดคอกันร้องเพลงวัน เดือน ปี และฉากที่นางเอกร้องไห้เปิดไดอารี่ซึ่งพระเอกเอามาให้ ในนั้นมีแต่รูปนางเอกทีเผลอที่พี่โชนแอบถ่ายไว้หลายรูปพร้อมข้อความบอกความในใจมากมายทำให้เราได้รู้ว่าพระเอกชอบนางเอกตั้งแต่ตอนหน้าปลวกแล้ว คือหน่วงมาก ณ จุดนี้ แต่สุดท้ายก็แฮปปี้เอ็นดิ้งนะ เป็นหนังอีกเรื่องที่คุณไม่ควรพลาดทุกประการค่ะ
รีวิวหนังสิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่า…รัก
– ข้อคิดดี ๆ จากหนังสิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่า…รัก
หนังสิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่า…รักทำให้เราได้เรียนรู้ถึงมิตรภาพความรักของการเป็นเพื่อนที่ดี ช่วยเหลือ และอยู่เคียงข้างกันและกัน แม้ว่าเราจะทำตัวอย่างไรสายใยระหว่างเพื่อนก็ไม่สามารถตัดได้ขาด และในมุมมองของความรัก สุดท้ายแล้วไม่ว่าเราจะเปลี่ยนแปลงตัวตนจนบรรลุเป้าหมายให้อยู่ในสายตาเขามากแค่ไหน แต่เขาก็รักที่คุณเป็นตัวของคุณที่นิสัยด้วยนะ

หากอยากให้เขาอยู่ในสายตา วิธีที่สุดคือ เราอาจจะเข้าหาเขา คอยช่วยเหลือ ให้เขารู้จักเรามากขึ้นและเมื่อเริ่มสนิทแล้วจึงค่อยบอกความในใจไป แม้จะเร็วแต่ก็ดีกว่าเราบอกช้าจนถูกคนอื่นแซงหน้านะ

รีวิว สิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่ารัก | ย้อนสู่การแอบรักของวัยมัธยมฯ
หนังที่พาเราย้อนไปสู่วัยมัธยมวัยของการแอบรักและทำทุกอย่างเพื่อให้ถูกรัก
Photo of PatSonic PatSonic Follow on Twitter23 August 2010 1 minute read หนังใหม่

ย้อนรอย “สิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่า…รัก” หนังไทยที่โดนใจคนแอบรักข้างเดียว |  ฝนตกเป็นหนัง

หนังสิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่า…รัก ได้ถ่ายทอดเรื่องราวของ “น้ำ”เด็กมัธยมหน้าตาขี้เหร่ถึงขั้นถูกเรียกว่า “ปลวก” เพราะไม่ค่อยสนใจดูแลตัวเองซึ่งน้ำได้ไปตกหลุมรัก “พี่โชน” รุ่นพี่ที่เป็นหนุ่มหล่อประจำโรงเรียน แต่เพราะมีคู่แข่งมากมาย

เธอจึงต้องลบคำสบประสามและทำให้เขาหันมาสนใจเธอให้ได้ ภารกิจแปลงโฉมจากปลวกน้อยให้กลายเป็นหงส์จึงเริ่มขึ้นท่ามกลางมิตรภาพของเพื่อนและความรักแบบปั๊ปปี้เลิฟที่มีแววจะปั่นป่วนมากกว่าที่คิด

อาทิตย์นึง ผมจะมีโอกาสได้ดูหนังจริงๆ ก็แค่เรื่องเดียวเท่านั้น เพราะเสาร์และอาทิตย์เป็นวันพักผ่อน และด้วยงบประมาณที่มีไม่เยอะนัก แม้จะมีหนังที่อยากดูหลายเรื่องแค่ไหน ก็ทำได้แค่ดูหนังอาทิตย์ละเรื่อง และเมื่อมันเป็นเช่นนั้น มันก็จำเป็นต้องมานั่งเลือกว่า อาทิตย์นี้จะดูเรื่องไหนดี เพราะบางครั้ง ก็มีหนังหลายเรื่องเรียงอยู่ในลิสต์ แต่ต้องเลือกมาแค่ “เรื่องเดียว” เท่านั้น

มาริโอ้ และ ใบเฟิร์น ในหนัง สิ่งเล็กเล็ก ที่เรียกว่ารัก
มาริโอ้ และ ใบเฟิร์น ในหนัง สิ่งเล็กเล็ก ที่เรียกว่ารัก
และบางครั้งก็มาตัดสินใจเอาในนาทีสุดท้าย อย่างเช่นวันนี้เป็นต้น

หลังจากคิดอยู่ว่า อยากเดินเข้าโรงหนัง ก็นึกชื่อที่คิดไว้ขึ้นมาในหัว แล้วก็เลือกด้วยความรู้สึก ผลปรากฏว่าเป็น “สิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่ารัก” หรือ “First Love” นั่นเอง หนังจากค่าย Work Point นั่นเอง นี่คงเป็นครั้งแรกที่ผมซื้อบัตรเข้าไปชมหนังของค่ายนี้ในโรง “สิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่ารัก” พาเราย้อนวัยกลับไปยังช่วงสมัยเรียนมัธยมฯ ช่วงนั้น ใครมีประสบการณ์แบบแอบรักรุ่นพี่ผู้ชาย คงจะอินกับหนังเรื่องนี้ไปเต็มๆ เสียดายที่เราเป็นผู้ชาย ถึงจะเคยแอบชอบรุ่นพี่ แต่มันก็แค่ชั่วประเดี๋ยวประด๋าว เว็บดูหนังฟรี

 

รีวิวหนังไทย สิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่า...รัก

แอบรักเพื่อนสิ ของจริงกว่า

เรื่องราวของการย้อนวัยสำหรับหนังไทยนั้นเคยใช้ได้ผลงานมาแล้ว แต่ประสบความสำเร็จอย่างเป็นปรากฏการณ์เลยด้วย แต่กับหนังเรื่องนี้ อาจเรียกได้เป็นปรากฏการณ์เล็กเล็กที่ทำให้เราได้รู้ว่า ค่ายหนังค่ายนี้ก็มีหนังดีๆ ให้เราดูเหมือนกัน เดี๋ยวจะหาว่า ผมพูดเกินไป ขอเข้าเรื่องอีกครั้งแล้วกันนะครับ

ในเมื่อผมเป็นผู้ชาย ตัวละครที่ผมจะได้เป็นก็คงไม่พ้น “โชน” ชายรุ่นพี่ที่หน้าตาดีหล่อเฟี้ยว สาวๆ ตอมกับตรึม แย่งกันจีบไม่เว้นวัน แต่ในใจผมน่ะเหรอ ผมมีคนในใจอยู่นะ แต่เป็นใครน่ะเหรอ ไม่บอกหรอก

หนึ่งในสาวๆ ที่มาแอบชอบผม ก็เห็นจะมีคนหนึ่งที่ออกจะดำๆ ใส่แว่น ดูไม่น่าจะโดดเด่นอะไรเลย เธอชื่อ “น้ำ” แต่เธอคนนี้แหละที่คอยมองผมแบบยิ้มๆ อยู่ตลอดมา เธอได้เล่นละครเป็นสโนว์ไวท์และผมเกือบจะได้เป็นเจ้าชายจูบเธอด้วยแนะ เธอได้เป็นดรัมเมเยอร์ของโรงเรียนทั้งๆ ที่โยนคทายังไม่เป็นเลย ยิ่งนานวัน ผมก็ยิ่งเห็นเธอน่ารักขึ้นเรื่อยๆ เธอไปทำอะไรของเธอมานะ

แล้วเธอก็กลายเป็นดาวโรงเรียนไปซะยังงั้น!

ประสาชายหนุ่มสุดหล่ออย่างผม ก็ต้องมีงานอดิเรกกับเขาบ้าง ผมชอบถ่ายรูปนะ มีกล้องประจำตัวอยู่ตัวหนึ่ง ก็ถ่ายไปเรื่อยเปื่อย วันนึง ผมคงได้เป็นตากล้องมืออาชีพกันเขาบ้าง แต่ผมก็ยังมีอีกมุมนึงนะ พ่อผมเป็นนักฟุตบอลที่เลิกเล่นเพราะยิงลูกโทษนัดชิงไม่เข้า และมันก็กลายมาเป็นตราบาปมาถึงตัวผมในวันนี้ ผมจะก้าวข้ามผ่านมันไปได้มั้ยนะ ดูหนังฟรี

แต่เรื่องราวของผมสมัยมัธยม ก็ไม่ได้มีแค่เรื่องของเด็กๆ หรอกนะ อาจารย์ก็ใช่ย่อย ชอบมาแสดงออกให้เด็กเห็นกันเป็นประจำ ไม่รู้ทำไม อาจารย์สาวๆ มักจะชอบอาจารย์ชายที่สอนพลศึกษากันจัง

ตัวอย่างหนัง สิ่งเล็กเล็ก ที่เรียกว่ารัก
หลังจากเสียงลือเสียงเล่าอ้าง บอกมาหลายเสียง ว่าหนังเรื่องนี้จะทำให้คุณเสียน้ำตาเป็นลิตร ให้เตรียมผ้าเช็ดหน้า กระดาษชำระไปเยอะๆ ประหนึ่งว่า มันจะโศกเศร้าร้องไห้กันทั้งเรื่องเยี่ยงนั้น การณ์กลับกลายเป็นว่า หนังช่วงต้น แทบทั้งหมดคือการปูเรื่องให้ไปถึงวันเสียน้ำตา เพราะฉะนั้น มันจึงเป็นเต็มด้วยภาพของวันสดใส ผู้หญิงที่กรี๊ดผู้ชาย และแสดงออกในแบบต่างๆ นานาๆ ทั้งแค่ได้เห็นหน้าก็พอใจ ไปจนถึงการแสดงละครเพื่อจะได้ซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ บทบาทน่ารักๆ ประกอบกันอยู่ในนั้น

แต่บางจุดก็ดูเหมือนจะหลุดๆ อยู่บ้าง ดูมันแปร่งๆ แต่ไม่เนียนตาเนียนใจอยู่บ้าง ยอมรับว่า นางเอกน่ารัก แต่ไม่อยากจะยอมรับว่า คนดำจะกลายเป็นคนขาวไปได้ ยอมรับว่า ความรักอาจทำให้คนตั้งใจทำอะไรดีๆ แต่บางทีบทมันออกจะมึนๆ เพื่อให้เกิดมุกที่เกินคาดหมาย ขณะที่ฉากเรียกร้องน้ำตาจากคนดู ค่อนข้างจะทำหน้าที่ได้ดี มีอยู่ฉากหนึ่งที่ค่อนข้างโดนเอามากๆ แม้บางช็อตผมจะไม่ได้มีประสบการณ์ร่วมนักก็ตาม

จะขัดใจอยู่มากๆ หน่อย ก็เห็นจะเป็นบทส่งท้าย ที่ดูยัดเยียดเกินงาม เหมือนต้องการจบอย่างที่ใจต้องการ มากกว่าจะให้มันเป็นไปตามหัวใจ ดูหนังออนไลน์

 

รีวิวหนังไทย องค์บาก

รีวิวหนังไทย องค์บาก

รีวิวหนังไทย องค์บาก

รีวิวหนังไทย องค์บาก โชว์ศิลปะการต่อสู้แบบไทย ๆ พร้อมเนื้อเรื่องที่สนุกน่าติดตามหนังเรื่องนี้นำแสดงโดย โทนี่ จา หรือ จา พนม สุดยอดนักแสดงหนังบู๊ ด้วยฝีมือในเรื่องของศิลปะการต่อสู้แบบไทย ๆ และทักษะด้านการแสดงที่ดีเยี่ยมของเขา ทำให้หนังเรื่ององค์บากสามารถกวาดความนิยมไปทั่วโลก และยังเป็นหนังแอ็กชันคลาสสิกแห่งวงการหนังไทย นอกจากการบู๊และแอ็กชันสุดสนุกแล้ว ยังมีหม่ำ จ๊กมก มาช่วยสร้างเสียงหัวเราะให้กับหนัง ถือเป็นเรื่องที่บาลานซ์ความบู๊ ความสนุกและความดราม่าอื่น ๆ ได้อย่างลงตัว

ณ เวลานี้คงไม่มีนักชมภาพยนตร์ไทยคนไหนไม่รู้จักผู้ชายที่ชื่อ จา พนม ยีรัมย์ กันแล้ว จากผลงานทั้งสองเรื่องที่ผ่านมาของเขา ก็สร้างปรากฏการณ์ใหม่ๆ ให้กับวงการภาพยนตร์ของไทยเราไม่ใช่น้อย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของรายได้ที่ได้มาเป็นกอบเป็นกำอย่างมหาศาลถล่มทลายทั้ง 2 เรื่อง และ จา พนม ยังเป็นเจ้าของตำนานที่ว่า เล่นจริง เจ็บจริง ไม่ใช้สลิง ไม่ใช้ตัวแสดงแทน อีกด้วย
และการกลับมาของ จา พนม ในภาพยนตร์ องค์บาก 2 นี้ ตอนแรกก็ทำท่าทางมีปัญหากับเจ้าของค่ายหนัง ซึ่งบางกระแสบอกว่าเป็นการสร้างข่าวเพื่อโปรโมทหนังบ้างล่ะ บางกระแสก็บอกว่าเป็นเรื่องจริง

แต่เรื่องที่เป็นข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์จะจริงหรือไม่จริงอย่างไรผมไม่รู้ แต่ที่ผมรู้ก็คือ ข่าวชิ้นนั้นมันจุดกระแสให้หนัง องค์บาก 2 นี้ กลายเป็นภาพยนตร์ที่นักดูหนังรอคอยอย่างมาก ยิ่งปล่อยตัวอย่างหนังออกมาเรียกน้ำย่อยก่อนก็เป็นปฏิกิริยาที่ทำให้อยากดูเข้าไปใหญ่ ถึงขนาดที่ค่ายหนังยังนำจุดนี้เป็นคำโปรยในตัวอย่างหนังเลยว่า ภาพยนตร์ที่คนทั่วโลกรอคอย ซึ่งคงไม่แปลกอะไรที่จะกล่าวอย่างนั้น เพราะหนังสองเรื่องแรกที่ จา พนม เล่นนั้นนำไปขายให้สายหนังต่างประเทศหลายประเทศด้วยกัน อย่างที่รู้ๆกันอยู่ และสำหรับเรื่องนี้ก็ได้รับคำยืนยันนอนยันมาจากคนวงในแล้วว่า องค์บาก 2 ได้ขายให้กับต่างประเทศไปแล้วกว่า 50 ประเทศ ก่อนที่ตัวหนังจะถ่ายทำเสร็จด้วยซ้ำเรียกได้ว่าขายได้ก่อนทั้งที่หนังยังสร้างไม่เสร็จเลยทีเดียว แล้วอย่างนี้จะไม่ให้ทั่วโลกรอคอยเหรอ หลังจากที่ผมดูตัวอย่างภาพยนตร์ก่อนที่จะได้ดูแบบเต็มๆ มีหลายคนบอกผมว่า องค์บาก 2 เป็นอะไรที่ดูยิ่งใหญ่ คงจะเป็นหนังไทยที่ถูกสร้างออกมาได้เหนือความคาดหมาย เว็บดูหนัง

 

องค์บาก Ong Bak 👊💥 หนังเรื่องนี้ฉายเมื่อวันนั้น (Movie From That Day)

ประการที่สำคัญก็คือตัว จา พนม เองที่เล่นหนังไปแค่ 2 เรื่อง แล้วกระโดดมาเป็นผู้กำกับเลย จะทำเรื่องนี้ได้ดีเหรอ? ถ้าเป็นนักแสดงเมืองนอกจะต้องเป็นพระเอกมาไม่รู้กี่เรื่องต่อกี่เรื่องก่อน จนอายุมากแล้วถึงจะกระโดดลงมาเป็นผู้กำกับ แต่สำหรับจาพนม ที่นักดูหนังต่างประเทศเรียกว่า โทนี่ จา เขาสามารถทำได้และทำได้ดีด้วย การที่จะเป็นผู้กำกับได้นั้น มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลย ไหนจะเรื่องพรีโปรดักชั่น ไหนจะเรื่องโปรดักชั่น และเรื่อยมาจนถึง โพสโปรดักชั่น ซึ่งมันเป็นอะไรที่ต้องใช้สมองและความสามารถอย่างสูง แต่ จา พนม ก็ทำได้ ผมถือว่า จา พนม เป็นพระเอกคนเดียวในโลก ที่อยู่เหนือกฎกติกามารยาท ในการสร้างหนัง
สำหรับเรื่องต้นทุนในการสร้างหนังเรื่องนี้ที่ประกาศไว้ว่า 300 ล้านบาท กมกับราคาดี เพราะในตัวหนังนั้นฉากทุกฉากถือเป็นฉากที่อลังการงานสร้างมาก ทุกฉากดูดีหมด ไม่เว้นแม้แต่เสื้อผ้า, หน้า, ผม ถูกออกแบบไว้อย่างดี และเรื่องการถ่ายภาพยอมรับว่าถ่ายได้ดีกว่าหนังสองเรื่องทีผ่านมาเสียด้วยซ้ำ มุมกล้องที่ส่งภาพออกมานั้นล้วนแล้วแต่คัดสรรมุมที่สวยที่สุดมาให้ชมแทบทั้งสิ้น หนังฟรี

ส่วนนี้ก็ต้องขอยกความดีให้กับทีมถ่ายภาพไป ผมว่าถ้าเอาเงิน 300 ล้านบาทนี้ไปให้ทีมผู้กำกับฝรั่งที่มีชื่อเสียงทำ ก็คงได้แค่งานเรื่องสั้นหรือไม่ก็แค่หนังแผ่นธรรมดาๆ เท่านั้น และถ้าใครได้ไปเห็นงานสร้างฉากของจริง (ที่จังหวัดเลย และระยอง) ก็ต้องบอกเลยว่างานนี้เป็นงานใหญ่จริงๆ อลังการมาก ในส่วนของเนื้อเรื่องนั้นมีหลายคนบอกว่าเหมือนหนังเรื่อง

 

ปืนใหญ่จอมสลัด ตอนแรกผมเห็น คุณสรพงษ์ ชาตรี ออกฉากมาผมก็ตกใจ นึกว่าเป็นกระเบนขาว-ดำ มาผิดเรื่อง แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่นะครับ ยอมรับนะครับว่านักแสดงหนังเรื่องนี้ เล่นดีกันทุกคนไม่ว่าจะเป็นคนไหน เสียอย่างเดียว บทพูดออกจะน้อยไปหน่อย ยิ่งตัวจาเองด้วยแล้วบทพูดแทบจะนับได้เลยว่ามีกี่คำ น้อยมาก ก็ยังคงตามสไตล์หนังที่จาเล่นอยู่เหมือนเดิมทุกเรื่อง คือพูดน้อยๆเข้าไว้ เอาบู๊มันส์ๆอย่างเดียว แต่จาก็สามารถแสดงคำพูดออกมาทางแววตาได้ แววตาของจาบอกทุกสิ่งทุกอย่างเกี่ยวกับความรู้สึกของตัวละครที่จาเล่นอยู่เป็นอย่างดี และต้องขอชมทีมคัดเลือกตัวแสดงสักหน่อยว่า

สุดแป้ก! หนังจา พนม เก็บรายได้ในอเมริกาแค่ 5 พันกว่า

นักแสดงที่เล่นเป็นจาตอนเด็กมีใบหน้าคล้ายจาแบบเหมือนมากๆเลย ถือว่าคัดมาอย่างดี ส่วนฉากบู๊ของ เดี่ยว ชูพงษ์ ที่สู้กันกับจาบนหัวช้าง ฉากนี้ก็เท่มากๆ ขอบอก สำหรับเรื่องนี้ถ้าเทียบกับสองเรื่องที่ผ่านมาของจา ผมถือว่าองค์บาก 2 นี้มีเนื้อเรื่องที่เพิ่มขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง แม้จะดูยังไม่มากก็ตาม แต่เนื่อเรื่องอันน้อยนิดตามสไตล์หนังของจาในเรื่องนี้ก็ยังมีที่มาที่ไป

 

มีปมของเรื่อง มีการแก้ปม แม้ว่ายังไม่สำเร็จก็ตาม (ยังแก้แค้นไม่สำเร็จ) ตัวพระเอกเก็บความแค้นเอาไว้หลังจากที่เห็นพ่อแม่ของตัวเองถูกโจรร้ายฆ่าตายต่อหน้าต่อตา ดีที่ว่ามีทหารคนสนิทของพ่อช่วยหนีนำตัวออกมาได้และบังเอิญได้ไปอยู่กับกลุ่มโจร ที่มีวิชาการต่อสู้ทุกแขนง ทำให้พระเอกของเราที่มีเลือดนักสู้อยู่เต็มตัว ต้องอยู่กับอาวุธทุกชนิด จนกลายเป็นหนุ่มร่างบึกบึน และมีฝีมือทางด้านศาสตราวุธทุกแขนงพร้อมออกไปแก้แค้นกับคนที่ฆ่าพ่อและแม่เขา
ยอมรับอีกเรื่องหนึ่งว่า จา พนม เก่งและตั้งใจที่จะถ่ายทอดวิชาการต่อสู้ทุกแขนงออกมาให้เราชมแบบสมจริงสมจังมาก หนังใหม่

เพราะฉะนั้นการออกแบบท่าการต่อสู้ในเรืงนี้จึงออกมาสวยงามมาก บวกกับความสามารถของจาด้วยแล้วก็เลยสุดยอดของเรื่องฉากต่อสู้เลยทีเดียว ชอบนะที่มีพระเอกเก่งๆ แล้วผู้ร้ายต้องเก่งๆ ด้วย หนังถึงจะสนุกแต่ถ้าจัดเรตติ้งให้หนังเรื่องนี้ ก็คงเป็นหนังที่เหมาะกับผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไปเพราะมีฉากฆ่าฟันกันเยอะพอสมควร ถึงแม้ว่า

 

ลีลาแม่ไม้มวยไทยสำหรับเรื่องนี้ ออกมาน้อยกว่า 2 เรื่องแรกที่จาเล่น แต่ก็มีศาสตร์แขนงใหม่ออกมาให้เราชมคือ นาฏยุทธ์ (เอามวยไทยกับโขนมารวมกัน)และฉากที่น่าประทับใจก็คงไม่พ้นฉากที่สามารถทำให้ช้างทั้งโขลงยอมคุกเข่าให้ทุกตัว ทำได้อย่างไร เก่งจริงๆ ประทับใจมากขอปรบมือให้กับฉากนี้ ตอนสุดท้ายของเรื่องนี้ จบแบบที่แสดงให้เห็นว่า หนังยังไม่จบ ไม่รู้ว่าเกิดจากตอนที่จาหายไปจากกองถ่ายที่เป็นข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ด้วยหรือเปล่า

เลยไม่รู้ว่าจะให้จบอย่างไรดี ก็เลยจบแบบด้วนๆ อย่างนี้ก็แล้วกัน หรือไม่ก็จงใจให้จบอย่างนี้ตั้งแต่แรกแล้วเพื่อที่จะทำภาค 3 ต่อได้ (ถ้าภาค 2 นี้ไปได้สวย) และข่าวที่แว่วมาจากด้านหลังผมเมื่อสักครู่นี้ก็คือ เสี่ยเจียง (สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ/เจ้าของค่ายหนังสหมงคลฟิล์ม)อนุมัติให้ จา พนม ทำ องค์บาก ภาค 3 ต่อแล้ว ถ้าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงก็รอดูได้เลย แต่ไม่รู้ว่าจะอีกนานแค่ไหนนะ เพราะว่าเรื่องนี้ก็สร้างมา 3 ปีด้วยกัน อยากบอกว่าราคาตั๋วหนังในประเทศไทยเราในราคาปกติอยู่ที่ใบละ 120-150 บาท อย่าเสียดายเลยครับกับหนังเรื่องนี้ แค่ดูฉากอลังการอย่างเดียวก็คุ้มเกินคุ้มแล้ว ส่วนฉากบู๊แอ็คชั่นที่มีมาทั้งหมดในหนังเรื่องนี้ ก็ถือว่าเป็นกำไร เว็บดูหนังฟรี

 

องค์บาก (2546) | รีวิวหนังแอ็คชั่น

รับรองได้ว่าที่เราเห็นทั้งหมดในหนังเรื่องนี้ไม่มีในหน้งต่างประเทศแน่นอน ก็ช่วยอุดหนุนหนังไทยดีๆ อย่างนี้สักเรื่องนะครับ จะได้มีหนังไทยดีๆ ให้เราดูเยอะๆ….
“นี่ไง… ที่ที่ผมเจอพี่จา พนมเป็นครั้งแรก” นั่นคืออารมณ์ตอนดู องค์บาก รอบล่าสุดครับ

ที่เราชอบแซว “ต้มยำกุ้ง” หรือ “องค์บากภาคต่อ” ว่าบทไม่มีอะไรนั้น เอาเข้าจริงแล้วองค์บากภาคแรกนี่ก็ไม่ได้มีบทซับซ้อนแปลกใหม่อะไรนะครับ ว่าด้วยชายหนึ่งตามหาของที่ถูกขโมยไป ต้องมายังเมืองที่เขาไม่คุ้นเคย

ระหว่างทางก็ได้เจอชายอีกคนที่หน้าเหมือนพี่หม่ำ (5555) ก่อนจะร่วมกันผจญเหล่าร้าย ฝ่าหมู่หมัดและดงเท้า… ประมาณนั้นนะครับ ดูหนังฟรี

แต่อะไรที่ทำให้องค์บากภาคแรกเด็ดสุด? โดยส่วนตัวผมว่า “มันพอเหมาะพอดี” ครับ คือบทน่ะไม่มีอะไร แต่การเดินเรื่องมันไม่เยิ่นเย้อ ตามด้วยการมีฉากแอ็กชันแบบเล่นจริงเจ็บจริง ไม่ใช้สลิงและสแตนอิน Effect ก็ไม่ต้องครับ ทุกอย่างเนื้อซัดเนื้อ หมัดซัดหมัดกันไป

ฉากไล่ล่าก็มีลูกเล่นพอดีๆ คือไม่ต้องระเบิดอลังการอะไรมากครับ แค่ให้พอหวาดเสียว ซึ่งจุดขายที่เด็ดสุดๆ ยังไงก็คือการเล่นจริงนี่แหละ มันให้อารมณ์อีกแบบจริงๆ นะครับ มันคืออารมณ์แบบที่คอหนังสไตล์เฉินหลงโปรดเป็นหนักหนา

ขณะเดียวกันมันยังมีอารมณ์ดราม่าแทรกลงมาแบบพอรับรู้ แต่ก็ไม่ฟูมฟายเกินไป ดูแล้วพอจะอินได้บ้างตามสมควร ณ ตอนนั้น หนังเรื่องนี้ถือเป็นปรากฏการณ์จริงๆ ครับ ส่วน ณ ตอนนี้ หนังก็ถือเป็นตำนานอีกหนึ่งบทที่น่าจดจำ ดูหนังออนไลน์