Category Archives: หนังไทยnetflix

รีวิวหนังไทย เฮ้ย ลูกเพ่ นี่ลูกพ่อ

รีวิวหนังไทย เฮ้ย ลูกเพ่ นี่ลูกพ่อ

รีวิวหนังไทย เฮ้ย ลูกเพ่ นี่ลูกพ่อ

 

 

หนังเรื่องปัจจุบันจากค่ายรานฟอร์เมชั่น ฟิล์ม รีวิวหนังไทย เฮ้ย!ลูกเพ่ นี่ลูกพ่อ เรื่องราวก็อต ชายหนุ่มนักแข่งรถไฟแรงที่ในเวลาตอนนี้ ไม่ค่อยจะลงรอยกับพ่อของตนเองสักเท่าไหร่ เขาบากบั่นจะพิสูจน์ให้พ่อมีความคิดเห็นว่าเขาเยี่ยมมากแค่ไหน จนกระทั่งวันหนึ่งก็อตได้แชมป์แข่งรถทางเรียบ ก็มีเรื่องที่ทำให้เข้าวาร์ปกลับไปในปี 2541 ก่อนที่ตนเองจะเกิดเพียงแค่ ปี

เรื่องย่อ ก็อต หนุ่มนักแข่งรถไฟแรงที่ไม่ค่อยจะลงรอยกับพ่อสักเท่าไหร่ เขาพยายามจะพิสูจน์ให้พ่อเห็นว่าเขาเจ๋งแค่ไหน จนวันหนึ่งก็อตได้แชมป์แข่งรถทางเรียบ ก็มีเหตุการณ์ที่ทำให้เข้าวาร์ปกลับไปในปี 2541 ก่อนที่ตัวเองจะเกิดเพียง 1 ปี ก็อตได้กลับมาเจอกับ เปรม พ่อของตัวเองที่ยังดูหล่อเฟี้ยว หัวหน้าแก๊งเจ้าโลก ทำหน้าที่เก็บค่าเช่าร้านค้า คาราโอเกะ โดยการกลับมาเจอกันครั้งนี้ของเขาทั้งคู่ จาก ‘ลูกพ่อ’ ก็กลายมาเป็น ‘ลูกเพ่’ คนสนิท ที่ดันมาปิ๊งสาวคนเดียวกัน อย่าง ดิว แล้วความสัมพันธ์ทุกอย่างก็ดำเนินไป การย้อนเวลาที่มาพร้อมกับ ‘มิตรภาพ’ เพื่อบอก ลูกเพ่ ว่านี่คือ ลูกพ่อ

 

ความน่าสนใจ

 

รีวิวหนังไทย เฮ้ย ลูกเพ่ นี่ลูกพ่อ

 

ความน่าสนใจที่สุดของหนังแอ็กชัน-คอมเมดี้ (ที่แอบมีกลิ่นไซไฟนิด ๆ เรื่องนี้) ก็คงหนีไม่พ้นคู่ดูโอ สองนักแสดงนำในเรื่องนี้อย่าง โป๊ป ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ ประกบเข้าคู่ครั้งแรกกับนักแสดงจากบ้าน GDH อย่าง เต๋อ ฉันทวิชช์ ชนะเสวี นั่นเอง ร่วมด้วยนางเอกละครมากสีอย่าง แซมมี่ เคาวเวลล์ ที่มารับงานภาพยนตร์เป็นครั้งแรกด้วยอีกต่างหาก และผู้กำกับอย่าง “ใหม่-ภวัต พนังคศิริ” เอง ที่ก็มีผลงานการกำกับภาพยนตร์มาก่อนหน้านี้แล้ว ทั้งหนังดราม่าหนัก ๆ อย่าง นาคปรก (2553) “หลุดสี่หลุด” ตอน คืนจิตหลุด (2554) และ “ตีสาม After Shock” ตอน ทางด่วน (2561) และข้ามมากำกับละครโทรทัศน์กระแสเปรี้ยงไว้หลายเรื่อง เช่น ลิขิตรักข้ามดวงดาว, บ่วง, มัจจุราชสีน้ำผึ้ง รวมถึงเป็นผู้กำกับละครพีเรียดโคตรฮิตอย่าง “บุพเพสันนิวาส” อีกด้วย ดูหนังฟรี,ดูหนังออนไลน์

 

จุดที่แปลกในหนัง

กับอีกจุดที่ผมรู้สึกสงสัยก็คือ ถ้ายึดข้อมูลจากเรื่องย่อ ก็อตย้อนกลับไปในปี 2541 ซึ่งก็ถือว่าเป็นปลายยุค 90’s ก่อนเข้าปี 2000 แต่กลายเป็นว่าอาร์ตไดเร็กชัน และเซ็ตติ้งต่างๆ ภายในหนังกลับมีอะไรที่ผิดยุคผิดสมัยอยู่เยอะมาก

ทุกอย่างตั้งแต่เสื้อผ้าอาคารบ้านช่อง รถราพาหนะ ดันย้อนยุคไปในช่วงยุค 60’s ซะอย่างนั้น แถมสิ่งของที่เอามาเป็นพร็อพต่างๆ ก็มาอยู่ร่วมสมัยกันได้ยังไงก็ไม่รู้ เช่นเครื่องเพจเจอร์ที่คนเริ่มนิยมใช้ในยุค 80’s ทามาก็อตจิ(และนิตยสาร The Boy ปกทาทายัง)ที่ฮิตในยุค 90’s ภาพถ่ายสติกเกอร์ที่นิยมกันในหมู่วัยรุ่นช่วงปี 2000 หรือแม้แต่คำพูดติดปากของเปรม เช่นคำว่าจ๊าบ หรือสะแด่วแห้ว ฯลฯ อยู่รวมกันให้มั่วไปหมด จนทำให้ผมเองก็งงว่าเอ๊ะตกลงนี่มันปี 2541 จริงเปล่าเนี่ยอันนี้ผมเองก็ได้แต่คิดไปว่าผู้กำกับแกคงอยากนึกสนุก “ตั้งใจ” ผสมความเป็น Retro จากทุกยุคสมัยมากองไว้รวมกัน ให้ออกมาเป็นเรโทรแบบที่ดูไม่สมจริงเหมือนพิพิธภัณฑ์ของเก่าแบบนี้นั่นแหละนะ

 

รีวิวหนังไทย เฮ้ย ลูกเพ่ นี่ลูกพ่อ

 

แต่แม้ว่าตัวหนังเองจะมีความแปร่ง ๆ ในด้านโปรดักชันและเซ็ตติ้ง และรวมถึงการเอาฉากที่เป็น “บันดาลใจ” จากหนังย้อนเวลาในตำนานมาใส่กันแบบโต้ง ๆ พล็อตที่ยังมีหลุดๆ แอบเป๋ไปบ้าง
แต่สิ่งที่หนังเรื่องนี้ยังพอมีอะไรให้จับใจได้ นั่นก็คือความโบ๊ะบ๊ะของโป๊ป-เต๋อ ที่เรียกได้ว่าเหนือความคาดหมายมากๆ เรียกว่าดูคู่นี้แล้วได้ยิ้มๆ ฮาๆ กันบ้างแหละ ส่วนแซมมี่ก็น่ารักเหลือเกิน แต่เหนืออื่นใด ด้วยความเข้าขาของโป๊ปกับเต๋อนี่แหละ ที่จะทำให้เราได้มองเห็นเรื่องราวความสัมพันธ์ของลูกเพ่ และลูกพ่อในแบบที่เชื่อว่าดูแล้วต้องคิดถึงพ่อกับแม่กันบ้างแหละ เฮ้ยลูกเพ่นี่ลูกพ่อ pantip

 

รีวิวหนังไทย เฮ้ย ลูกเพ่ นี่ลูกพ่อ

สวัสดีค่ะ ช่วงนี้มีใครกำลังมองหาหนังตลกคอมเมดี้ไว้ดูแก้เครียดในช่วง Work From Home กันอยู่ไหมเอ่ย วันนี้ผู้เขียนเลยมีหนังตลกขำขันมันฮาจาก TrueID มารีวิวให้เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ทุกคนให้ได้ชมคลายเครียดแก้เหงา หรือเวลาว่าง เพื่อผ่อนคลายและพักสมองจากการทำงานและการเรียนกันค่ะ ตามที่ทุกท่านได้เห็นบนปกของบทความแล้วนั้นก็คือเรื่อง เฮ้ย! ลูกพี่ นี่ลูกพ่อ My God Father ที่ได้หนังแสดงหนุ่มอารมณ์ดีอย่าง เต๋อ ฉันทวิชช์ และพระเอกหนุ่มหล่อหน้าคมเสน่ห์แรงอย่าง โป๊ป ธนวรรธน์ มาประกบคู่กับนางเอกสาวสวยตากลมสุดเซ็กซี่ แซมมี่ เคาวเวลล์ มาแรงเสียงฮาจากบรรดาแฟนคลับและแฟนหนังไทย ว่าแล้วก็ไปชมตัวอย่างกันเลยค่ะ

 

รีวิวหนังไทย เฮ้ย ลูกเพ่ นี่ลูกพ่อ

 

แค่ได้ชมตัวอย่าง ก็สนุกแล้ว ต่อไปลองไปดูกันว่านักแสดงทั้ง 3 ท่านรับบทเป็นใครบ้าง คนแรกเลย เต๋อ ฉันทวิชช์ รับบทเป็นเปรม หรือลูกเพ่ สุดหล่อเฟี้ยวหัวหน้าแก๊งเจ้าโลก นักเลงตัวพ่อสุดเฟี้ยว เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งคาแรคเตอร์ของเต๋อที่เราอาจจะไม่เคยเห็นหรือได้ชมมาก่อน เป็นอีกบทที่เราต้องหัวเราะให้กับเขาคนนี้จริงๆ เพราะเรื่องนี้เขาทั้งหล่อ ทั้งเท่ ทั้งตลกไปพร้อมกัน เฮ้ยลูกเพ่นี่ลูกพ่อ แม่กลับมาได้ไง
สำหรับนักแสดงนำหนุ่มหล่ออีกคนก็หล่อเท่ไปแพ้กันเลยอย่าง โป๊ป ธนวรรธน์ รับบทเป็น ก็อต หรือลูกพ่อ นักแข่งรถสุดหล่อไฟแรงมากเสน่ห์ ที่สามารถย้อนเวลากลับไปในอดีตได้ นอกจากความหล่อแล้วเรียกว่าหนุ่มโป๊ปเองก็ถือเป็นนักแสดงชายอีกคนที่มีมุมตลกเหมือนกัน อีกทั้งบทของก๊อตยังทำให้เราได้เห็นมุมฮาๆ ของพระเอกคนนี้อีกด้วยก็อต

ต่อไปนางเอกของหนังเรื่องนี้ แซมมี่ เคาวเวลล์ รับบทเป็น บิว หรือแฟนลูกเพ่ สาวสวยสุดฮอตเจ้าของร้านคาราโอเกะ ที่ทั้งสวยหวานปนขี้เล่น ที่ไม่ว่าเห็นเป็นต้องตกหลุมรักเธอคนนี้แน่นอน ถือเป็นการรับผลงานการแสดงหนังของเธอเป็นครั้งแรก ถือเป็นความท้าทายใหม่ในงานแสดงของเธอ

 

พล็อตหนัง เฮ้ย ลูกเพ่ นี่ลูกพ่อ

พล็อตของหนังเรื่องนี้ไม่มีอะไรซับซ้อนครับ เป็นเรื่องของพ่อกับลูกที่ไม่ค่อยถูกกัน เพราะมีปัญหาบาดหมางในอดีต คนเป็นพ่ออย่างเปรมเองก็ล้มเหลวในชีวิตมาตั้งแต่วัยหนุ่ม เคยติดคุกมาแล้วอีกต่างหาก แถมตัวเองก็ชอบตบตีทำร้ายลูก ส่วนคนเป็นลูกอย่างก๊อต ก็มีปัญหาหลายอย่าง พอพ่อติดคุก แม่ก็ชิงฆ่าตัวตายอีก แถมตัวก็อตเองก็ถูกพ่อกีดกันความฝันที่อยากจะเป็นนักแข่งรถอีกต่างหาก แต่แล้วก็อตและพ่อก็ต้องประสบกับอุบัติเหตุครั้งใหญ่ ซึ่งทำให้ก็อตต้องอยู่ในภาวะเหมือนคนใกล้ตาย ซึ่งหนังก็ยึดคอนเซ็ปต์ตรงที่ว่า คนใกล้ตายที่แหละที่จะสามารถย้อนอดีตกลับไปได้ ก็อตก็เลยต้องย้อนกลับไปเจอพ่อในปี 2541 ช่วงวัยหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกัน ก็อตเองได้ไปค้นพบเรื่องราวต่าง ๆ ที่พ่อและแม่ (ที่เขาก็ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน) ในวันหนุ่มสาวของเขาต้องเผชิญ และต้องพยายามที่จะทำทุกวิถีทางที่จะไม่ทำให้เกิดเรื่องร้าย ๆ เหมือนที่เขาและครอบครัวกำลังจะได้เจอในอนาคต

 

 

แม้ว่าตอนแรกผมเองจะรู้สึกแปร่ง ๆ กับการจับคู่คนละขั้วของโป๊ปและเต๋อ แต่ก็ต้องยอมรับว่า คู่ดูโอ “โป๊ป-เต๋อ” คือคู่หูที่ลงตัวเหมาะเจาะ เคมีเข้ากันจริง ๆ ครับ และที่สำคัญที่สุดคือ การเล่นมุกตลกของทั้งคู่ที่ประสานกันได้อย่างพอดีมาก ๆ ด้วยความที่ตัวหนังเองขับเคลื่อนไปได้ด้วยมุกตลกแบบซิตคอม และธรรมชาติของทั้งคู่เอง แม้ว่าทางตลกของโป๊ปคือทางตลกมุกล็อก เน้นจังหวะโบ๊ะบ๊ะ ส่วนเต๋อคือตลกสายอิมโพรไวส์ แต่มุกตลกของทั้งคู่ก็ดูแล้วได้ฮาเป็นส่วนใหญ่ แม้ว่าจะแอบมีมุกแป้กบ้างก็ตาม เฮ้ยลูกเพ่นี่ลูกพ่อ imovie

 

รีวิวหนังไทย เฮ้ย ลูกเพ่ นี่ลูกพ่อ

ส่วนที่จะไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือแซมมี่ ที่กระโดดมารับงานภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นเรื่องแรก แม้ว่าจะไม่ได้ถึงขั้นโดดเด่น แต่ก็ต้องยอมรับว่า ความน่ารักสไตล์ลูกครึ่งของแซมมี่นั้น “ทำงาน” ในจอใหญ่ได้ดีไม่แพ้ในจอทีวีเลยนะครับ ความน่ารักสดใสของแซมมี่เหมือนเป็นน้ำตาลเคลือบให้หนังเรื่องนี้น่าดูขึ้นมาเลยแหละ

แต่ก็มีข้อสังเกตในเรื่องของพล็อตและการดำเนินเรื่องโดยรวมอยู่เหมือนกันนะครับ เพราะว่าเอาจริง ๆ แล้ว ธีมของการ “ย้อนอดีตกลับไปหาพ่อแม่วัยหนุ่มสาว เพื่อที่จะค้นพบว่าพ่อแม่ในวัยหนุ่มสาวเขาต้องฝ่าฟันอุปสรรคอะไรมาบ้าง” นั้นก็ถือว่าไม่ได้เป็นพล็อตใหม่ นั่นก็เลยทำให้ตัวหนังอยู่ในระดับที่เดาพล็อตได้ง่ายเลย ซึ่งตัวหนังเองก็ต้องอาศัยมุกและความเข้าขาของโป๊ปและเต๋อคอยค้ำยันเส้นกราฟความน่าติดตามเอาไว้อยู่ค่อนข้างมากเหมือนกัน ซึ่งถ้าจะมองว่าหนังเรื่องนี้ ดูเพื่อความบันเทิง ดูแล้วไม่ต้องซีเรียสเรื่องพล็อต ก็ถือว่าออกมาไม่เลวเลย

 

 

แต่แม้ว่าหนังเรื่องนี้จะเน้นบันเทิงกันสุด ๆ แต่ส่วนตัวผมเองก็มีเรื่องที่รู้สึกขัดใจในหนังเรื่องนี้อยู่สองจุดครับ จุดแรกก็คือ พอตัวหนังเองตั้งธงว่าจะเป็นหนังย้อนเวลา (แม้ว่าจะไม่ได้อ้างความเป็นไซไฟอะไรขนาดนั้น) แต่สิ่งที่ผมแอบสงสัยในเจตนาของผู้กำกับก็คือ ฉากงานแต่งงานของเปรมกับบิว ซึ่งก็อตเป็นคนจัดงานแต่งงานให้ แล้วในงานแต่งงาน อยู่ดี ๆ ก็อตก็หยิบกีตาร์แล้วเดินขึ้นไปบนเวที แล้วก็…ไม่ขอสปอยล์นะครับ แต่ผมเชื่อว่า คนที่เคยดูหนังเรื่อง Back to The Future (1985) ดูแล้วคงต้องอุทานว่า “อืม…” เฮ้ยลูกเพ่นี่ลูกพ่อ เต็มเรื่อง พากย์ไทย

สุขสันต์วันโสด รีวิวหนังไทย

สุขสันต์วันโสด รีวิวหนังไทย

สุขสันต์วันโสด รีวิวหนังไทย

 

สุขสันต์วันโสด ภาพยนตร์โดย นฤบดี เวชกรรม รีวิวหนังไทย จัดเป็นหนังรักที่ให้อารมณ์โรแมนติกสูง ดูแล้วให้ความรู้สึกฟินมาก แถมยังปลุกพลังการท่องเที่ยวในตัวคุณอีกด้วย ส่วนตัวแล้วเป็นภาพยนตร์ไทยซึ่งสามารถขึ้นชั้นเข้าไปอยู่ในดวงใจคนอีกจำนวนไม่น้อยพอกับ กวนมึนโฮ หรือ สิ่งเล็กๆที่เรียกว่ารักได้เลย

 

เรื่องย่อ

หนังเล่าถึง หลิน หญิงสาวที่มีปมชีวิตตั้งแต่วัยเด็กเป็นคุณมีความรู้และมีความเข้าใจพิเศษในด้านการเห็นผี แต่ว่าครั้งใดก็ตามคุณบอกผู้ใดว่ามองเห็นผี ทุกคนก็จะกล่าวหาคุณบ้า และไม่ว่าจะมองเห็นผีมาแล้วจำนวนกี่ครั้งก็ไม่สามารถที่จะทำให้คุณเคยชินกับหัวข้อนี้ได้เลย คุณจะตื่นกลัวกับสิ่งที่มองเห็นทุกคราว จนกระทั่งเมื่อคุณโตขึ้นเป็นสาว เริ่มมีคู่รัก คุณก็จะเพียรพยายามเก็บอารมณ์สำหรับการมองเห็นผีไว้ แม้กระนั้นมันก็ทำไม่ได้จริงๆบ่อยที่คุณออกอาการกลัวผีให้แฟนชายหนุ่มมองเห็น แฟนก็ไม่เคยรู้เรื่องคุณ เมื่อแฟนชายหนุ่มของคุณแปลงเป็นนักแสดงศิลปินดัง ก็เริ่มมีเพศหญิงอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง กระทั่งมีการนอกใจ แล้วหลังจากนั้นก็เลิกลากันไป เมื่อหลินบอบช้ำรักก็หนีจากจังหวัดกรุงเทพ ท่องเที่ยวพักดวงใจที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งตรงกับตอน Low season พอดิบพอดี

ที่จังหวัดเชียงใหม่ หลินได้เจอกับ พุธ ชายหนุ่มที่ทำอาชีพเขียนบทภาพยนตร์ ที่เกเฮ้าส์แห่งหนึ่ง ซึ่งพุธ ก็ต้องการจะมาหาข้อมูลสำหรับการเขียนบทภาพยนตร์ผีสยองขวัญที่บนภูเขาแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ ในระยะแรกหลินก็ไม่ยินยอมบอกกับพุธว่าคุณมองเห็นผีได้ คุณกลัวว่าพุธจะกล่าวหาคุณบ้าอีก เพราะว่าเป็นตอน low season ก็เลยไม่ค่อยมีคนมาท่องเที่ยวเท่าไรนัก รถยนต์ที่เดินทางก็หายาก สุขสันต์วันโสด เต็ม เรื่อง รีวิว

 

สุขสันต์วันโสด รีวิวหนังไทย

 

เมื่อพุธเหมารถยนต์ไว้แล้วเพื่อจะไปกิ่วแม่ปาน หลินก็ขอเดินทางไปกับพุธด้วย เว้นแต่กิ่วแม่ปานแล้วทั้งคู่คนก็เดินทางขึ้นภูเขาไปยังสถานที่ต่างๆไปยังเกรสเฮ้าท์เพื่อนพ้องของพุธบนภูเขาไปพบกับเหล่าบรรดากรุ๊ปเพื่อนฝูงที่ล้วนจะเจอปัญหาหัวใจที่นัดหมายมาพบเจอกันในช่วง low season ทุกปี ไปพบพี่กะเร ชายหนุ่มคนดอยผู้มีประสบการณ์มองเห็นผี แล้วหลังจากนั้นทุกการเดินทาง ทุกสถานที่ที่พุธและก็หลินเดินทางไปทุกคนที่พุธรวมทั้งหลินคุยเสวนา ทำให้ทั้งคู่คนศึกษาซึ่งกันแล้วกัน ทำให้ตอน Low season กำเนิดความหมาย เปลี่ยนแปลงจากช่วงอันนี้เหงาหงอยเป็นตอนในช่วงเวลาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก ซึ่งเรื่องราวจะเป็นไปเช่นไร ก็ขอให้ทุกคนติดตามดูได้ทาง Netflix ครับ ดูหนังออนไลน์,ดูหนังฟรี

 

การดำเนินเรื่อง

ก่อนอื่นเลย หนังเรื่องสุขสันต์วันโสด ใช้วิธีการเล่าเรื่อง เป็นแนวหนังแบบ road movie ซึ่งหนังแนว road movie นี้ให้ความสำคัญ ของเรื่องราวระหว่างทางมากกว่าจุดหมายปลายทางกล่าวคือเมื่อตัวละครหลักของเรื่องเดินทางไปสถานที่แห่งหนึ่ง ทุก ๆ การเดินทางนั้นจะทำให้ตัวละครได้เรียนรู้ซึ่งกันและกัน สามารถปรับหากันและกันได้มากขึ้นไปเรื่อย ๆ ตามสถานที่และระยะทางในการเดินทาง ซึ่งในเรื่องสุขสันต์วันโสดนำเสนอในแง่มุมนี้ได้ดีมากครับ ตัวละครหลินและพุธ เมื่อพบกันครั้งแรกทั้งสองไม่ประทับใจซึ่งกันและกันนักแถมยังมีปากเสียงใส่กันในช่วงต้น แต่เมื่อทั้งสองเริ่มเดินทางด้วยกัน ไปยังสถานที่ต่างๆ ด้วยกันมากขึ้นทั้งสองก็สามารถปรับตัวเข้าหากัน มีการผจญภัยช่วยเหลือซึ่งกันและกันตลอดระยะเวลาในการเดินทาง ได้รับรู้ถึงเรื่องราวและภูมิหลังของกันและกัน ได้พบปะรู้จักคนอื่น เรียนรู้ถึงเรื่องราวของคนอื่น แล้วเกิดการสะกิดใจบางอย่างสุดท้ายก็นำไปสู่ความรัก

เอกลักษณ์หนึ่งของหนังแนว road movie ก็คือ จะเป็นการปลุกพลังการท่องเที่ยวให้กับผู้ชม เป็นการปลุกพลังการท่องเที่ยวให้กับสถานที่หรือแหล่งท่องเที่ยวที่ตัวละครเดินทางไปเพราะหนังได้นำเสนอภาพความสวยงามของสถานที่ท่องเที่ยวเหล่านั้นผ่านการเดินทางของตัวละคร และถ้าหากผู้กำกับภาพมีฝีมือในการเลือกมุมภาพด้วยแล้ว จะทำให้สถานที่แห่งนั้นน่าไปเที่ยวมากขึ้นเป็นทวีคูณ

 

สุขสันต์วันโสด รีวิวหนังไทย

 

โดยมากแล้วหนังแนว road movie ใช้สถานที่ท่องเที่ยวที่ยังไม่เป็นกระแสมากนักเป็นโลคชั่นในการถ่ายทำอย่างเช่นในเรื่องสุขสันต์วัดโสด ได้เลือกโลเคชั่นที่สวยที่สุดหลายๆ แห่งที่ซ่อนตัวอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งยังมีคนรู้จักน้อยเช่น กิ่วแม่ปาน อำเภอจอมทองผาชมเดือน ดอยไม่มีชื่อนาขั้นบันได ถนนแม่แดดน้อย ป่าสนวัดจันทร์ อำเภอกัลยาณิวัฒนา ซึ่งแต่ละสถานที่ที่เลือกใช้นั้นล้วนแต่มีความสวยงามมีความเป็นธรรมชาติสูง ต้องขอชมผู้กำกับและผู้กำกับภาพที่เลือกสถานที่ต่างๆ นั้นมาใช้ในหนังได้อย่างลงตัวและเลือกมุมมองที่มีความสวยงามมานำเสนอในหนังได้ดีมากจนทำให้เราอยากเที่ยวตามรอยในสถานที่เหล่านั้น สถานที่ท่องเที่ยวในหนังแนว road movie ก็เปรียบเสมือนกับเป็นตัวละครเอกของหนังด้วยไม่แพ้ตัวละครที่เป็นมนุษย์เลย

 

สุขสันต์วันโสด รีวิวหนังไทย

ในที่นี้จึงขอสอดแทรกภาพยนตร์แนว Road Movie ที่เป็นการปลุกกระแสให้คนเดินทางท่องเที่ยวไปยังสถานในหนังสักหน่อยครับ เพื่อเป็นการกระตุ้นทำให้ใครหลายคนย้อนกลับไปดูหนังเหล่านี้ แล้วไปเที่ยวในช่วง high season หรือ low season ในประเทศไทย สุขสันต์วันโสด ep1

เรื่อง Happy Birthday ฉายปี 2551 หนังรักโรแมนติก ที่ทำให้ใครหลายคนต้องเสียน้ำตาไปเป็นลิตร ๆ ใช้สถานที่ถ่ายทำเช่นปางอุ๋ง วัดจองคำ วัดจองกลาง แล้วถนนหนทางต่าง ๆ บนดอยจังหวัดแม่ฮ่องสอน แต่ละที่สวยมาก ๆ ครับ
เรื่อง ปายอินเลิฟ ฉายปี 2552 เรื่องราวความรักของคนหลายคนหลายช่วงอายุที่เดินทางไปยังเมืองปาย จังหวัดเชียงราย ถือว่าเป็นหนังเรื่องแรกที่ทำให้กระแสการท่องเที่ยวปายบูมขึ้นมามาก เกิดการพัฒนาเมืองปายให้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม และทำให้นิยมจนเกินไปจนทำให้ปายแทบเสียความเป็นธรรมชาติไปเลย

เรื่อง Love Melody รักทำนองนี้ ฉายปี 2555 เป็นหนังรักโรแมนติกดราม่าที่ทำให้ใครหลายคนเสียน้ำตา ใช้สถานที่ในการถ่ายทำคือ ทุ่งดอกบัวตองสีเหลืองที่บานสะพรั่งทั่วหุบเขาของดอยแม่อูคอ อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน ผู้กำกับได้ใช้ฉากนี้ ให้พระเอกนางเอกของเรื่องเล่นเปียโนดอกไม้ และยังมีดอยกองมู เป็นฉากร้านกาแฟที่มีบรรยากาศสวยที่สุดแห่งหนึ่งในโลกเลยก็ว่าได้ อีกทั้งยังใช้สถานที่สำคัญเช่นวัดจองคำ วัดจองกลาง และทะเลสาปปางอุ๋ง มาเติมความโรแมนติกให้กับหนังอีกด้วย

 

สุขสันต์วันโสด รีวิวหนังไทย

 

เรื่องตุ๊กแกรักแป้งมาก ฉายปี 2557 หนังนำเสนอเรื่องราวของวิถีชีวิตและชุมชน เมืองเชียงคานจังหวัดเลย นับเป็นเมืองที่ยังมีความสวยงามและยังเก็บความเป็นชุมชนดั่งเดิมเอาไว้มาก จุดสำคัญในเรื่องคือโรงหนังเพชรเชียงคาน ซึ่งใครที่ดูหนังเรื่องนี้แล้วจะต้องเดินทางไปยังสถานที่แห่งนี้ให้ได้

ยังมีหนังอีกหลายเรื่องที่นำเสนอสถานที่ท่องเที่ยวจนทำให้เกิดการปลุกกระแสท่องเที่ยวตามรอยภาพยนตร์ ซึ่งข้อดีก็คือทำให้เกิดการพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวทำให้เศรษฐกิจชุมชนเจริญเติบโตแต่ก็ยังมีข้อเสียคือเป็นการทำลายวิถีชีวิตของชาวบ้าน ทำให้ธรรมชาติเสื่อมโทรมการ ทำให้เกิดมลภาวะ ทำลายวิถีชีวิตชุมชน ซึ่งแน่นอนว่าทุกกิจกรรมจะต้องมีทั้งข้อดีและข้อเสียด้วยกันทั้งสิ้น ในฐานะที่เราเป็นประชาชนคนเดินทางท่องเที่ยวก็ต้องรู้จัก ให้ความเคารพวิถีชุมชนและรักษาสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ เอาไว้เพื่อให้เป็นสถานที่ที่สวยงามอยู่คู่กับประเทศไทยต่อไปนาน ๆ ครับ

 

 

สุขสันต์วันโสด รีวิวหนังไทย

สุขสันต์วันโสดเป็นภาพยนตร์รักโรแมนติกที่ทำให้คนดูดูแล้วรู้สึก feed good ได้ตลอดแทบทั้งเรื่อง ผู้กำกับรู้จักใส่อารมณ์ขันในหลาย ๆ จุดได้อย่างลงตัวรู้จักใส่อารมณ์เศร้าในหนังได้อย่างลงตัวนอกจากนี้ยังให้ความรู้สึกในการดูแล้วอบอุ่น ต่อให้ใครที่อยู่ในอารมณ์ชำระอกหักเมื่อดูแล้วก็ทำให้รู้สึกว่าโลกนี้ไม่ได้เลวร้ายเกินไป แถมยังทำให้หัวใจที่ห่อเหี่ยวนั้นกลับมาพองโตได้ตั้งแต่หนังเริ่มฉายสิ่งที่ทำให้องค์ประกอบนี้กลายเป็นจุดดีที่สุดของหนังก็คงต้องขอยกให้กับทีมนักแสดงของเรื่องซึ่งทุกคนเล่นดีมากเลยครับ ทั้งตัวพระเอก พุธ รับบทโดย มาริโอ้ เมาเร่อ เล่นได้เป็นธรรมชาติสมกับความสามารถของเขา ส่วนน้องหลิน รับบทโดย พลอยไพลิน ตั้งประภาพร

 

 

เป็นดาราใหม่แกะกล่องที่โด่งดังมาจากยูทูปเบอร์ สายท่องเที่ยว สายลุย เธอแสดงเรื่องนี้ได้ดีเกินคาดแถมความน่ารักสดใสของเธอทำให้ผู้ชายหลายคนต้องหลงใหล ถือว่าแจ้งเกิดในวงการภาพยนตร์ได้อย่างเต็มตัว แล้วเชื่อว่าถ้าเธอเลือกที่จะเดินทางสายนี้น่าจะมีอนาคตกับวงการนี้มากเลยครับแต่ผมมีความรู้สึกว่าในการเป็นยูทูปเบอร์ของเธอก็ถือว่าดีมากพอแล้ว คนติดตามช่อง YouTube ของเธอเยอะมากและรายการก็มีเนื้อหาเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ดีมากด้วยเช่นกัน พระนางคู่นี้มีเคมีที่เข้ากันได้ดีอย่างเหลือเชื่อ สุขสันต์วันโสดเต็มเรื่อง ยูทูป

 

ข้อดีของหนัง

ข้อดีมากๆ ของสุขสันต์วันโสดคือภาพครับการถ่ายภาพสวยมากเลือกมุมมองได้ดี เลือกสถานที่ได้ดีมากที่ชอบมากคือมุม Bird’s Eye View ทำให้เห็นสถานที่ได้กว้าง โดยเฉพาะการถ่ายมุมสูง ที่ให้เห็นการวิ่งของรถไปตามถนนนั้นสวยงามมากๆ การให้สีของภาพสวยมาก การเลือกบรรยากาศชาวงเวลาก็ทำได้ดีมากครับ

แต่องค์ประกอบที่สำคัญที่สุดของเรื่องที่ทำให้สุขสันต์วันโสดนั้นลงตัว ทั้งในแง่ของอารมณ์และความรู้สึกสามารถคุมโทนหนังของเรื่องให้อยู่ในอารมณ์เดียวได้ต้องขอยกความดีความชอบให้กับเพลงประกอบภาพยนตร์ครับโอ้โห มันลงตัวสุดๆ เพลงเพราะมาก ทั้งเพลงบรรเลงเพลงที่มีคนร้อง มันเข้ากับหนังเรื่องนี้มากๆ มันสื่อถึงความสุข มิตรภาพ ความเหงา ความอบอุ่น ความอิ่มเอมใจ

 

 

ลงตัวจนไม่รู้จะอธิบายหรือชื่นชมยังไงไหวโดยเฉพาะเพลงของเขียนไขและวานิชพอนำมาใส่ในหนังเรื่องนี้มันมหัศจรรย์มากประมาณว่า ดูหนังเรื่องนี้จบก็รีบไปหาเพลงมาฟังกันเลยทีเดียว หากมีการประกอบมอบรางวัลภาพยนตร์ในสาขาเพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (Best Original Song) และ ดนตรีประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (Best Original Score) ผมว่าถ้าเรื่องสุขสันต์วันโสดไม่ได้รางวัล ผมว่าคณะกรรมการคงมีปัญหาแล้วละครับ ในด้านเพลงประกอบภาพยนตร์นั้นผมถือว่าเป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่สุด เป็นสิ่งที่ดีงามที่สุดของหนังเรื่องสุขสันต์วันโสดเลยครับ สุขสันต์วันโสดเต็มเรื่อง 037

รีวิวหนังไทย มหาลัยเที่ยงคืน

รีวิวหนังไทย มหาลัยเที่ยงคืน

รีวิวหนังไทย มหาลัยเที่ยงคืน

 

สำหรับ รีวิวหนังไทย ใครที่เป็นคอดูหนังผีแนวที่หลอน ๆ แต่ไม่ถึงกับน่ากลัวจนต้องปิดตา และมีความตลกฮาสไตล์วัยรุ่นระหว่างผีกับคน เราขอแนะนำว่าคุณต้องไม่พลาดดูหนังเรื่อง “มหาลัยเที่ยงคืน”เลย ยิ่งใครที่กำลังรู้สึกท้อกับการเรียน ทำโปรเจ็กหรืองานไม่ผ่าน ต้องแก้โน่นแก้นี่ ลองพักมาดูหนังเรื่องนี้ดูแล้วคุณจะรู้สึกเหมือนมีเพื่อนหัวอกเดียวกันคอยให้กำลังใจ

 

เรื่องย่อ

ได้ถ่ายทอดเรื่องราวของ “สตาร์” เซเลปนักศึกษาควบตำแหน่งดาวประจำมหาลัยที่ติดเอฟวิชาภาษาอังกฤษของท่านรองคณบดีฯ ท่านจึงตัดสินใจว่าจะช่วยแก้เกรดให้เธอเรียนจบหากสตาร์ยอมเข้าเรียนและทำข้อสอบซ่อมเสริมห้องศูนย์การศึกษาเก่าตอนดึกอีกครั้ง

 

สปอยหนัง มหาลัยเที่ยงคืน

 

ซึ่งเธอก็สามารถหาเพื่อนเรียนครบทีมอย่าง “โอตาคุ” ตากล้องถ่ายผีสุดเนิร์ด ,”หมู,หมึก,กุ้ง” แก๊ง 3 ปู่ นักศึกษาปี 8 และ “อ้วนพาย” ติ่งตัวยงของสตาร์ แต่การเรียนในห้องศูนย์การศึกษาตึกเก่าดูจะไม่ง่ายอย่างที่คิดเพราะที่แห่งนี้มีผีนักศึกษาที่เรียนไม่จบรอวันพ้นจากบ่วงเต็มไปหมด แล้วพวกเขาจะทำเช่นไรดี! ดูหนังออนไลน์,ดูหนังฟรี

 

ความน่าสนใจของหนัง

มหาลัยเที่ยงคืน สปอย เป็นหนังผีอีกเรื่องที่มีความน่าสนใจจากการใช้พล็อตเจาะกลุ่มเด็กวัยเรียนผ่านตัวของสตาร์ที่เอาแต่เที่ยวเล่นทำตัวชิลล์ไปวัน ๆ จนเผลอติดเอฟวิชาภาษาอังกฤษของท่านรองคณบดี ทำให้เธอต้องเข้าไปเรียนในตึกผีสิง ซึ่งตรงนี้เราจะได้เห็นว่าแม้แต่กลุ่มเพื่อนที่คบกันมาแบบสนิทสนมก็ยังเอาตัวเองรอดไม่สนใจสตาร์แม้แต่น้อยด้วยความกลัว ทำให้เธอต้องไปหานักศึกษาคนอื่นที่ไม่ผ่านเช่นเดียวกันมาเรียนที่ห้องศูนย์เป็นเพื่อนเพื่อให้สามารถเรียนจบไปด้วยกัน

ตรงนี้เราจะได้เห็นถึงสิ่งที่ตัวหนังอยากบอกเกี่ยวกับสังคมมหาวิทยาลัยที่เพื่อนแท้หายากกว่ามัธยมมาก หลายคนที่คบกันก็มักจะร่วมสุขได้อย่างเดียว แต่ไม่สามารถร่วมทุกข์ไปด้วยกันได้ ตรงข้ามกับคนที่เราไม่เคยเห็นข้อดีของพวกเขา แต่กลับเป็นพวกเขาเองที่มาร่วมสู้ไปด้วยกันกับเรา นี่ล่ะคือมิตรภาพของเพื่อนแท้ มหา ลัย เที่ยงคืน เรื่อง จริง

 

สปอยหนัง มหาลัยเที่ยงคืน

 

และเหล่าวิญญาณก็ยอมรับว่าแต่งหน้าได้น่ากลัวจริงแบบโอเวอร์ตั้งใจหลอกหลอนคนดูเต็มที่จนคล้ายล้อเลียนผีในหนังสยองขวัญมากมายกลาย ๆ พวกสไตล์ตุ้งแช่ก็มีแบบเราสามารถรู้ได้เอง ไม่มีหลอกมาตุ้งแช่ทีหลัง แต่ผีหล่ออย่างคุณเขาก็มีนะ คอยช่วยเหลือสตาร์หลายอย่าง และผีหล่อคนนี้เองที่จะเป็นกุญแจไขปมของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในห้องศูนย์เมื่อหลายปีก่อนและตัวของรองคณบดีที่มีความสัมพันธ์กันแบบซึ้งมาก

เหมาะที่จะดูกับเพื่อน แถมยังประทับใจฉากที่วิญญาณพากันมาสอบอย่างที่ตัวเองรอคอยอีกด้วย น้ำตาไหลได้เลย คือผีก็ช่วยคน คนก็ช่วยผี

 

รีวิวหนังไทย มหาลัยเที่ยงคืน

พล็อตว่าด้วยกลุ่มนักศึกษาที่สอบไม่ผ่าน (นำโดย มาร์กี้ ราศรี บาเล็นซิเอก้า) พวกเขาเลยถูกนัดมาเพื่อเรียนคาบซ่อมพิเศษในยามราตรี ซึ่งคาบที่ว่านี้สอนโดยท่านรองอธิการครับ โดยเวลาเรียนจะเริ่มดึกๆ ไปจนถึงก่อนเที่ยงคืน แต่ท่านรองก็พยายามกำชับว่าพอเลิกแล้วให้รีบออกจากห้องก่อนเที่ยงคืน

เหตุผลก็คงเดาได้น่ะนะครับ ก็เพราะถ้ามันเกินเที่ยงคืนไปล่ะก็ อาจจะมีผีสางมาเรียนเป็นเพื่อนด้วยนั่นเอง แต่ก็นั่นแหละครับ มันก็ต้องมีคนไม่เชื่อพยายามลองของ สุดท้ายก็เจอของสมใจอยาก เพราะปรากฏว่ามีผีปรากฏตัวในอาคารแห่งนี้หลังเที่ยงคืนจริงๆ

เมื่อดูจนจบแล้ว ผมโอเคนะ จริงๆ คือค่อนข้างชอบในครึ่งหลังของหนังจนอดคิดไม่ได้ว่าถ้าครึ่งแรกหนังลดทอนช่วงที่มันต๊องๆ ออกไป หรือมีแค่ไม่ต้องเยอะ แล้วหันมาเน้นประเด็นหลักอย่างเดียวเลยมันน่าจะโอเคกว่านี้เยอะ ดีไม่ดีอาจจะทำได้ใกล้ๆ กับ “น้ำ ผีนอง สยองขวัญ” ก็ได้

 

สปอยหนัง มหาลัยเที่ยงคืน

 

อย่างเรื่องน้ำ ผีนองนั้น ผมว่ามันพอดีน่ะครับ ขำก็ขำแบบเต็มๆ แต่หนังก็ไม่ลืมว่าตัวเองกำลังจะเล่าเรื่องอะไร เรียกว่าความขำเป็นแค่ส่วนประกอบ แต่แก่นหลักจริงๆ ที่เป็นสิ่งที่มีสาระและความประทับใจนั้นหนังก็ไม่ได้ทิ้งให้หายไปไหน และพยายามย้ำสิ่งเหล่านั้นอยู่เรื่อยๆ จนทำให้หนังกลายเป็นความสนุก สยอง แบบพอดีไป

เรื่องนี้ถ้าไม่นับตอนต้นๆ แล้ว หนังก็ถือว่ามีทิศทางชัดอยู่ครับ พวกนักศึกษาสอบตกมาสอบซ่อมแล้วก็เจอดี วิ่งหนีผีจนแทบไม่กล้ามาเรียน แต่ขณะเดียวกันก็มีปมให้ตัวละครตามสืบว่าแล้วตกลงมันเพราะอะไรผีถึงต้องมาโผล่ที่นี่หลังเที่ยงคืน ซึ่งปมที่ว่าก็ถือเป็นอะไรที่น่าสนใจไม่น้อย คือมันอาจไม่ได้ใหม่น่ะครับ แต่หนังนำเสนอได้พอเหมาะดี มหาลัยเที่ยงคืน pantip

แล้วพอปมเฉลยแล้ว หนังก็ยังต่อด้วยประเด็นดีๆ อย่างเรื่องความพยายาม, ความรับผิดชอบ อีกทั้งมิตรภาพประดังกันเข้ามาในตอนไคลแม็กซ์ เรียกว่าเป็นการลงเอยที่ดีเลยครับ มันทำให้หนังเรื่องนี้เป็นมากกว่าแค่หนังวัยรุ่นฮาๆ วิ่งหนีผี เพราะมันมีประเด็นดีๆ มาสอนใจให้คนคิดตามด้วย

 

รีวิวหนังไทย มหาลัยเที่ยงคืน

ในแง่การแสดงถือว่าดีเลยครับ มาร์กี้เล่นได้น่ารักดี ตอนแรกก็มีคำถามนะว่าทำไมมาร์กี้ถึงมาเล่น พอดูแล้วก็พบว่าหลายฉากมันเป็นซีนอารมณ์ครับ แล้วมารฺ์กี้เองก็สามารถดึงอารมณ์ในซีนนั้นๆ ได้ดีด้วย แต่ที่ทึ่งมากหน่อยคือโทนี่ รากแก่นครับ เล่นไม่ห่วงลุค (จริงๆ ตัวละครของเขาอยู่ตรงโปสเตอร์นะครับ แต่หลายคนอาจไม่รู้มาก่อนว่า 555) และก็แน่นอนว่าเขาเล่นได้ดีเช่นเคยครับ

บทสมทบรอบๆ ก็ถือว่าโอเคเช่นกันครับ เสริมอารมณ์ฮาได้ แต่ก็อย่างที่บอกนั่นแหละว่าตอนต้นๆ หนังใช้เวลาไปกับเรื่องนอกลู่นอกทางค่อนข้างเยอะ ชนิดที่ถ้าหนังฉายตามฟรีทีวีแล้วเราเปิดไปดูเข้าล่ะก็ ความรู้สึกสนใจใคร่ดูของหลายๆ คนอาจหดหายก็ได้ เพราะมันดูไม่เป็นชิ้นเป็นอันเท่าไร

ก็เลยอยากจะบอกให้รู้กันไว้ครับ ว่าหากรู้สึกว่าตอนต้นมันเลอะๆ ก็อย่าเพิ่งเลิกดู ขอให้รออีกสักหน่อยครับ รอจนพวกนักศึกษาเริ่มเรียนและเริ่มเจอผีหลอกก่อน แล้วความน่าติดตามมันจะค่อยๆ เพิ่มขึ้นตามลำดับ (สารภาพเลยครับว่าถ้าผมไม่ใช่คนประเภท “ดูแล้วต้องดูให้จบ” ล่ะก็ ผมก็คงหยุดดูตั้งแต่ 30 นาทีแรกเหมือนกัน)

โดยรวมแล้วถือเป็นหนังผีผสมฮาที่ทำได้เข้าท่าเลยครับ จนทำให้ผมอยากเห็นหนังผีสไตล์นี้ออกมาอีกนะ ประเภทหนังผีผสมฮาแล้วแทรกสาระดีๆ (ที่หากพิจารณาดีๆ แล้วก็สามารถเอาไปใช้ประกอบกับชีวิตจริงของเราได้เลยล่ะ) หนังแบบนี้ดูได้เรื่อยๆ ครับ

 

 

เป็นหนังที่มีความบันเทิงหลายอารมณ์ รวมๆ แล้วเป็นหนังผีที่ไม่เน้นความน่ากลัวเท่าไหร่นะ ออกจะไปในทางตลกโปกฮาซะมากกว่า น่ากลัวนิดๆ ตุ้งแช่หน่อยๆ ดราม่าก็ได้.. บรรยากาศในหนัง และฉากผีหลอกแต่ละตอน ไม่ได้แปลกใหม่ แต่ก็ถือว่าทำได้น่ากลัวดีนะ แอบเสียดายที่มีอยู่น้อยไปหน่อย ถ้าผสมกันอย่างพอดีกว่านี้ระหว่างความน่ากลัว กับตลก หนังจะสนุกขึ้นมากเลยทีเดียว

ตัวหนังมีเนื้อหาที่มีแก่นไอเดียน่าสนใจที่ว่า ห้องเรียนที่สร้างมาเพื่อให้นักศึกษาที่ตายไปก่อนเรียนจบ ได้กลับมาเรียนมาสอบเพื่อจบการศึกษา จะได้ไปเกิดแบบไม่มีห่วง แต่ก็อย่างที่บอก มันน่าจะสนุกกว่านี้ได้อีกเยอะนะ แต่ที่มาที่ไป ไปๆ มาๆ กลับดูไม่ค่อยมีเหตุมีผลเท่าไหร่.. มุกตลกในหนังถือว่ามีเยอะมาก เรียกว่าตั้งใจหามายัดใส่คนดูรัวๆ แบบไม่สนใจคุณภาพ บางมุกก็พอได้ บางมุกก็แป๊กไปเลย เงียบกริบ บางฉากยาวเกินไปที่จะใช้เพื่อเล่นมุกมุกหนึ่ง และตัวนักแสดงที่ต้องตลก กลับเอาไม่อยู่เลยสักคนเดียว ตั๊ก บริบูรณ์ ที่ว่าฮา มาเล่นเรื่องนี้กลับเละซะงั้น.. ส่วนตัวคิดว่า มุกตลกในหนังผีที่ดีเนี่ย มันต้องทำให้เราลุ้นไปกับความสยอง และแฝงความตลกระหว่างที่กำลังลุ้นไปด้วยพร้อมๆ กัน

มาร์กี้ กับหนังเรื่องแรก ก็ถือว่าเล่นได้น่ารักสดใสตามสไตล์ของเธอ ที่เราคุ้นตากันในจอโทรทัศน์ แต่กลับไม่เหมาะกับบทของเรื่องนี้เท่าไหร่ และที่อดพูดถึงไม่ได้คือ โทนี่ รากแก่น กับบทบาทโอตาคุหื่นๆ ที่คุณไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อนแน่ๆ เรียกว่าแย่งซีนคนอื่นหมดเลยทีเดียว

 

ข้อคิดดี ๆ จากหนัง

มหา ลัย เที่ยง คืน ภาค 2 ได้ทำให้เราเห็นความสำคัญของการเรียนว่าหากคุณมีความตั้งใจที่จะศึกษาจนจบได้สำเร็จก็จะรู้สึกภาคภูมิใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แม้ระหว่างเรียนจะรู้สึกเบื่อหน่ายและบ่นตามเรื่อง แต่พอจบแล้วคุณก็จะคิดถึงความทรงจำ มิตรภาพระหว่างเพื่อนและครูอาจารย์มาก สิ่งต่าง ๆ เป็นประสบการณ์ให้คุณสามารถนำไปใช้เมื่อทำงานได้แน่นอน เมื่อมีโอกาสก็จงตั้งใจเรียนเพื่ออนาคตของเราเถอะ
สำหรับคะแนน รีวิวหนัง มหาลัยเที่ยงคืน เริ่มที่ส่วนของนักแสดง ผมต้องชม “มาร์กี้ ราศรี” ที่ในเรื่องนี้เธอเล่นได้น่ารักมากมาย เป็นตัวของตัวเอง ดูเป็นธรรมชาติ และอีกคนที่ต้องชมเชยเป็นพิเศษ คือ “โทนี รากแก่น” ที่รับบทเป็น “โอตาคุ” เขาเล่นได้เนิร์ดดี และ ดูโรคจิตมากๆ คือฉีกจากบทบาทเดิมๆ ที่เราชินตา ผมค่อนข้างทึ่งในความสามารถทางการแสดงของเขาในเรื่องนี้ ในส่วนของนักแสดงนำ

ในส่วนของความฮาและความสนุกสนาน ในหนังเรื่องนี้จะทำอะไรที่ดูบ้าๆ บอๆ ออกมา จนกลายเป็นขำมากกว่าน่ากลัว แม้หลายมุกจะแป๊กไปบ้าง แต่ยังมีมุกที่เรียกเสียงหัวเราะจากผู้ชมในโรงได้เป็นระยะๆ ถือว่าสอบผ่านไปได้ในส่วนนี้ สำหรับในส่วนของการดำเนินเรื่อง ส่วนตัวผมมองว่า นี่คือจุดอ่อนของหนังเรื่องนี้ เพราะการดำเนินเรื่องไม่ค่อยลื่นไหลเท่าที่ควร หลายฉากหลายตอนที่ไม่จำเป็นต้องมี ก็กลับมีขึ้นมา หลายฉากก็ไม่เห็นมีที่มาที่ไปคือ คนดูๆ แล้วก็ไม่เข้าใจว่า ทำไมต้องมีฉากนี้ด้วย จริงๆ แล้วเนื้อเรื่อง มหาลัยเที่ยงคืน ถือว่าค่อนข้างดีเลยทีเดียว แต่วิธีการเล่าเรื่องกับการลำดับเรื่องราวต่างๆ ยังไม่โดนใจผมเท่าไร ในส่วนนี้ผมให้ไว้ที่ 7.5/10

 

 

สรุปคะแนน รีวิวหนัง มหาลัยเที่ยงคืน ผมให้ที่ 8.5/10 ดูเอาขำดูเอาฮา ดูความน่ารักของมาร์กี้ และดูบทบาทความเนิร์ดของ โทนี่ รากแก่น รับรองไม่ผิดหวัง แต่หากต้องการดูเพื่อสยองขวัญน่ากลัว แบบมีเหตุผล มีที่มาที่ไป ชวนให้ขบคิดตามไปด้วย ท่านอาจจะผิดหวัง อย่างไรก็ตามโดยรวมถือเป็นหนังผีที่เรียกเสียงหัวเราะได้ค่อนข้างดีอีกเรื่องหนึ่งในปีนี้ และตามความเห็นส่วนตัว ผมชอบหนัง “มหาลัยเที่ยงคืน” นี้มากกว่าหนังผีอีกเรื่องของค่ายเดียวกันก่อนหน้านี้
เป็นหนังผีที่ดูแล้วได้อารมณ์ทูอินวันครับ ในแง่หนึ่งคือมันมีทั้งอารมณ์สยองขวัญผีๆ สางๆ ผสมกันความตลกตามสไตล์หนังผีไทย… แต่ “ทูอินวัน” ที่ผมบอกตอนต้นนั้น ไม่ได้หมายถึงแค่เรื่องโทนของหนังเท่านั้นหรอกครับ

ทูอินวันที่ว่าคือ ช่วงต้นๆ เรื่องของหนังมันทำให้ผมรู้สึกเรื่อยๆ ในบางโมเมนต์มันทำให้ผมคิดด้วยซ้ำว่าหนังคงจะไม่มีอะไรเด่น ดูเป็นหนังผีวัยรุ่นขำๆ ที่มีอะไรต๊องๆ เป็นพักๆ หรือไม่ก็สถานการณ์เว่อร์ๆ ที่ดูแล้วเข้าใจน่ะครับว่าพยายามจะขายขำ แต่บางอารมณ์ก็รู้สึกว่ามันเลอะๆ อยู่เหมือนกัน

พี่นาค 2 รีวิวหนังไทย

พี่นาค 2 รีวิวหนังไทย

พี่นาค 2 รีวิวหนังไทย

 

 

รีวิวหนังไทย ภาพยนตร์ไทยแนวสยองขวัญปนตลกที่ไม่ควรพลาด พี่นาค2 netflix ภาพยนตร์ไทยแนวสยองขวัญคอมเมดี้จากค่าไฟว์สตาร์โปรดักชั่น กำกับการแสดงโดยไมค์-ภณธฤต โชติกฤษฎาโสภณ เป็นภาพยนตร์ที่ต้องบอกก่อนเลยว่าหากใครที่เคยดูพี่นาคภาคแรกไปแล้วคงเรียกร้องหาภาคต่อไปเป็นแน่แท้ทีเดียวเพราะฉากตอนจบของภาคแรกนั้นได้ทิ้งปมเหมือนว่าจะมีต่อภาค 2 แน่นอน พี่นาค 2 นี้นำนักแสดงหน้าเดิมมาร่วมแสดงอย่างครบเซ็ตไม่ว่าจะเป็นเจมส์ ภูริพรรธน์ ที่รับบทเป็น เฟิร์ส, เอม วิทวัสที่รับบทเป็น บอลลูน

 

เรื่องย่อ พี่นาค 2

พี่นาค 2 รีวิวหนังไทย เรื่องย่อ พระบอลลูน พระเฟิร์ส แอบสึกแบบลับ ๆ ปล่อยให้พระโหน่งอยู่รับใช้ศาสนาในวัดธรรมนาคานิมิตรที่มีตำนานความสยองกับสองคู่หู เณรน็อต และ อ๊อด เด็กวัด แต่แล้ว บอลลูน และเฟิร์สก็ย้อนกลับมาที่วัดในสภาพร่อแร่ปางตาย ขอกลับมาบวชซ้ำรอบสอง หวังล้างคำสาปที่วัดแห่งนี้ไม่มีใครเคยได้สึก! ทำไมพระวัดนี้ถึงสึกไม่ได้? แล้ว 2 กะเทยเพื่อนซี้ บอลลูน เฟิร์ส จะรอดถึงวันได้ห่มผ้าเหลืองหรือไม่?

ผ่านไป 1 ปีพอดีหลังจากความสำเร็จของ พี่นาค หนังพระเป็นผีจากค่ายไฟว์สตาร์ที่ทำได้ดีขนาดกวาดรายได้ไปกว่า 150 ล้านบาททั่วประเทศ แถมยังได้ออกไปฉายต่างประเทศแบ่งปันความหลอนถ้วนทั่ว จึงไม่แปลกใจที่ไฟว์สตาร์จะให้ผู้กำกับต้นฉบับที่โตมาจากสายงานกำกับศิลป์อย่าง ไมค์-ภณธฤต โชติกฤษฎาโสภณ ที่เคยมีหนังผีบทซับซ้อนอย่าง มอญซ่อนผี เป็นหนังแจ้งเกิดได้มาสานต่อความฮาความเฮี้ยนเป็นแฟรนไชส์ใหม่ของค่าย

 

พี่นาค 2 รีวิวหนังไทย

 

โดยเอาปมที่หนังภาคแรกทิ้งไว้ก่อนจบว่า นอกจากตำนานเรื่องนาคไม่ได้บวชแล้วยังมีอีกตำนานนั่นคือ พระที่บวชที่วัดนี้ห้ามสึก ด้วย นอกจากนั้นถ้ามองดี ๆ ตัวผู้กำกับคงไม่ได้มีไอเดียหยุดแค่ต่อภาคสอง แต่จากที่บอลลูนบนไว้ว่าจะบวช 3 พรรษา (3 ปี) เพราะเข้าใจผิดว่าคือแค่ 3 เดือน ก็น่าจะหมายถึงพรรษาละภาคเลยนั่นล่ะ เราอาจได้เห็นพี่นาคเป็นหนังไตรภาคก็เป็นได้ ซึ่งตอนจบของ พี่นาค 2 เองก็มีฉากที่ยืนยันเรื่องนี้ได้ดี แถมมาแบบเหนือความคาดหมายอีกแล้ว

ทั้งนี้ตัวเอกของหนังในภาคที่แล้วอย่างงานศิลป์พิถีพิถันสร้างสรรค์บรรยากาศสะพรึงจากวัดป่า โบถส์ วิหาร ศาลเพียงตา และพระพุทธรูป สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่ถูกมองผ่านแว่นแห่งความสยองได้อย่างน่าจดจำนั้น ในภาคนี้ก็ลดบทบาทลงไปมาก เพราะทางผู้สร้างต้องเอาเวลาไปเทให้กับตัวละครที่มากขึ้นแบบมากกว่าภาคแรกเกินเท่าตัวได้เลย เพราะไม่เพียงเหล่าตัวละครเก่าๆ ที่ได้กลับมากันครับครันทั้ง พระโหน่ง (ออกัส-วชิรวิชญ์ ไพศาลกุลวงศ์ จากละคร กรงกรรม) กับ 2 เพื่อนแต๋วอย่าง บอลลูน (เอม-วิทวัส รัตนบุญบารมี หรือ เอม ตามใจตุ๊ด) กับ เฟิร์ส (เจมส์-ภูวดล เวชวงศา ขาประจำหนังค่ายไฟว์สตาร์) ที่ยังคงหาเหาใส่หัวได้ตั้งแต่ต้นเรื่อง ทั้งสมทบด้วยเณรไฮเทคอย่าง เณรน็อต (ต้า-อธิวัตน์ แสงเทียน) และเด็กวัดลุกเด็กแว้นที่เลื่อนเวลมาเป็นสัปเหร่อแทนปู่อย่าง อ๊อด (ปอนด์-คุณพัทธ์ พิเชษฐ์วรวุฒิ) แล้ว ดูหนังฟรี,ดูหนังออนไลน์

 

พี่นาค 2 รีวิวหนังไทย

ในภาคใหม่นี้ยังสมทบจัดหนักเสริมแก๊งหลัก แก๊งรองถ้วนทั่ว อย่าง 3 เพื่อนซี้ โหน่ง บอลลูน และเฟิร์ส ก็ได้เพื่อนใหม่เป็นซุป’ตาร์เกาหลี โทมินจุน (มีน-พีรวิชญ์ อรรถชิตสถาพร) ที่มาขอบวชแก้บนและต้องผจญซวยเพราะไม่รู้ว่าสิ่งลี้ลับที่ตามติดพวกเขาอยู่คือคำสาปเดิมของนาคนนที่ห้ามโทิมินจุนบวช หรือคำสาปของนาคใหม่ที่ห้ามบอลลูนกับเฟิร์สสึกกันแน่ ส่วนแก๊งเณรแก๊งเด็กวัดก็ได้พวกเพิ่มมาเยอะทีเดียว

 

พี่นาค 2 รีวิวหนังไทย

 

เสียดายว่าคาแรกเตอร์วางไว้จัดแต่ถึงเวลาจริงเราก็แทบแยกความแตกต่างของเหล่าเณรกลุ่มนี้ไม่ออก ไม่ว่าจะ เณรกู๊ด สายหน้ามึน เณรบอม สายบ้าพลัง เณรคิดดี สายโลกสวย ส่วนแก๊งเด็กวัดของอ๊อดก็ได้ลูกไล่เพิ่มอย่าง ฟ้าลั่น เด็กวัดสายป่วน กับ เจ ลูกครึ่งสายซ่อม ซึ่งที่ว่ามานี้ตัดออกเกินครึ่งได้เลยแบบไม่มีผลอะไรกับหนัง แต่ที่โดดเด่นสุดในกลุ่มตัวละครใหม่ภาคนี้ก็คงต้องยกให้ผีนาคตนใหม่อย่าง อ้ายสน (ธามไท แพลงศิลป์) ที่แสดงได้เข้มและเมกอัปผีได้โหดไม่แพ้พระนนในภาคแรกเลย เสียดายก็แค่พอหนังต้องกระจายบทไปให้ตัวละครที่มากขึ้น เวลาผีไทม์เลยน้อยลงแถมไม่ค่อยมีเวลาบิ้วแบบภาคแรกที่มาเป็นขบวนแห่นาคไร้หัว ในภาคนี้เปิดตัวมาดูดีด้วยแฟลชแบ็กที่ตามฆ่าอดีตพระตายคาขบวนแห่ แต่พอถึงเวลาหลอกจริงกับกลุ่มตัวเอกกลับธรรมดามากไปหน่อย เทียบกับตอนนาคนนสิงบอลลูนในภาคแรกแบบเทียบไม่ติดเลย

 

การวางโครงเรื่องของหนัง

ปัญหาใหญ่ของหนังก็มาจากการวางโครงเรื่องมาดี คิดเฉลยคิดฉากจบมาพร้อม แต่ต้องมายำตัวละครและด้นสดระหว่างทางเพื่อพากลุ่มตัวละครไปสู่ตอนจบที่ตั้งใจไว้มากไปหน่อย ทำให้กลุ่มโครงสร้างเนื้อเรื่องแกว่งไปมาเดี๋ยวดราม่าแรง เดี๋ยวตลก เดี๋ยวผี แบบไม่ค่อยไปด้วยกันได้ โดยเฉพาะซีนดราม่าทั้งหลายมาแบบเด่นเด้งไม่สนใจฉากก่อนหน้าและที่จะตามมาเลยจนรู้สึกหนังคิดรายละเอียดบทมายังไม่เนี้ยบพอ แต่พอโครงสร้างของหนังที่เป็นพลอตใหญ่เริ่มทำงานในช่วงหลังมีการเฉลยนั่นนี่แล้วก็เริ่มดูสนุกขึ้น ดูน่าตื่นเต้นกับเรื่องราวผูกโยงอดีตชาติ แถมยังมีคำสอนต่าง ๆ อิงไปนาคในพระพุทธศาสนาอีก ตรงนี้ประทับใจเลยล่ะ แต่ก็นั่นล่ะถ้าทีมสร้างไม่เร่งทำหนังชนปีต่อปีขนาดนี้ น่าจะมีเวลาเกลาตัวละครและบทบิ้วต่าง ๆ ช่วงแรกได้เยี่ยมกว่านี้ มีคัตการแสดงที่งง ๆ เคมีไม่ล้นก็ขาดน้อยกว่านี้

ความตลกของหนังก็มาจากมุกสถานการณ์บ้างอย่างช็อตเจอสิงสาราสัตว์เป็นต้น แต่ที่ทำงานเอาจริง ๆ และรู้สึกตลกธรรมชาติกว่ามากคือการแสดงแบบเป็นตัวเองของ เอม ตามใจตุ๊ด เสียมากกว่า ฉากเล่าเรื่องย้อนอดีตชาติให้ทุกคนฟังคือสนุกมาก เสียดายที่หนังมีอะไรที่ลงตัวพอดีแบบนี้น้อยไปหน่อย แต่โดยรวมก็เป็นหนังที่ดูเอาฮาเอาข้อคิดได้บ้าง และก็ต่อยอดตัวเองได้น่าสนใจ ถ้ามีโอกาสได้ทำภาคต่อไปก็ไม่แปลกใจล่ะนะ เพราะในธีมพระเป็นผีนี่แฟรนไชส์เรื่องนี้เป็นเจ้าตลาดไปเรียบร้อยแล้ว พี่นาค 2 ดู ได้ ที่ไหน

 

พี่นาค 2 รีวิวหนังไทย

 

ภาคนี้เราได้นักแสดงใหม่มาเพิ่มอย่างธามไท แพลงศิลป์ที่ได้รับบทผีพี่นาคในภาคนี้ และมีน-พีรวิชร์ มารับบทเป็นมินจุน ศิลปินเกาหลีที่มาบวชแก้บนตามคำขอของแม่ ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ถูกฉายไปแล้วในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2020 ใช้เวลาในการฉายอยู่ที่ 1 ชั่วโมง 54 นาที เนื้อเรื่องจะเป็นการเล่าเรื่องต่อจากภาคแรกที่ภาคแรกนั้นใครบวชนาคต้องตาย ทุกคนต้องเอาชีวิตรอดจากผีพี่พระนาคที่ต้องการบวชทดแทนคุณให้กับแม่ของตนแต่ถูกยิงตายก่อนจึงไม่ต้องการให้ใครมาบวช

ต่างจากภาคนี้ที่เป็นภาคต่อแต่ความอาถรรพ์แรงกว่าภาคแรกเป็นอย่างมากโดยพี่นาค 2 นี้เป็นการนำเสนอเรื่องราวในเรื่องของการห้ามสึก หากใครสึกต้องตาย อาจจะมีความสับสนในเนื้อหาที่ว่าภาคแรกนั้นห้ามบวชพอมาภาค 2 กลับไม่ให้สึกแต่รับรองถึงความสนุกความน่ากลัวของพี่นาค 2 นี้ไม่แพ้พี่นาคในภาคแรกแน่นอน

 

พี่นาค 2 รีวิวหนังไทย

ภาพยนตร์ พี่นาค 2จำได้ไหมครับในภาคแรกที่พระใช้อุปกรณ์ไฮเทคในการช่วยสู้กับผี แต่ภาคนี้เห้นไอเจ้านี่แล้วก็ตะลึงกว่าครับ ที่มันต้องไฮเทคขนาดนี้เลยหรอ แล้วมันจะเอาไปใช้ยังไงได้ในเรื่อง หรือว่าเขาจะขับโดรนไล่ชนผีหรือขับโดรนสาดน้ำมนต์ แค่นี้ก็ตื่นเต้นแล้วล่ะครับ ว่ามันจะออกมาเป็นอีท่าไหน ส่วนตัวละครเก่า ๆ จากภาคที่แล้วนะครับก็ดูเหมือนจะอยู่กันครบเลย ไม่ว่าจะเป็นพระโหน่ง เณรอ๊อด หรือว่า เจ้าน๊อต นะครับ แถมยังมีเด็กแว่นปริศนาเพิ่มเข้ามาอีก หน้าตาก็เอาเรื่องอยู่เหมือนกันนะครับ รวมตัวกันน่าจะแสบขึ้นไปอีกแต่ที่สำคัญก็คือ ตัวละครใหม่นี้ครับ นักร้องเกาหลีสุดฮอตที่ชื่อว่า มินจุน ที่ต้องมาบวชแก้บนที่นี่เช่นเดียวกัน

มาถึงในส่วนของครึ่งหลังกันครับเรียกได้ว่าเปลี่ยนอารมณ์จากหน้ามือเป็นหลังมือเลยก็ว่าได้ จากหนังตลกโปกฮากลายเป็นหนังผีอย่างเต็มตัวเลยล่ะครับ มุมกล้องต่าง ๆ โชว์ความเป็นหนังสยองขวัญแล้วก็เปิดโชว์ตัวผีในเรื่องอย่างเต็ม ๆ ตาจากพี่นาคในภาคที่แล้วนะครับ คราวนี้แหละ ดูจะกลายเป็นผีพระอย่างเต็มตัวแล้วแหละครับ อิทธิฤทธิ์ ความโหดเหี้ยมต่าง ๆ ก็ดูมากขึ้นไปอีก ดูจากฉากที่สวดมนต์ตามแล้ว ระดับความเฮี้ยนน่าจะทวีขึ้นอย่างเทียบไม่ติดครับ ดูแค่ในตัวอย่างก็สัมผัสได้ถึงแรงอาฆาตของผีตนนี้ได้อย่างชัดเจน นี่ยังไม่รวมถึงฉากลากคนต่อหน้าพระและเณรอีกนะครับ แล้วแบบนี้จะเอาอะไรไปรอดล่ะครับ

 

 

ในส่วนของนักแสดงนะครับ ตอนแรกผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเป็นใคร ไปหาข้อมูลเพิ่มเติมร้องอ๋อเลยครับ คุณธามไท แพลงศิลป์ ผมนี่เคยเห็นหน้าคาดตาตาม MV เพลงหรือรายการทีวีโชว์มาบ่อย ๆ ครับ มาเห็นเขาในตัวอย่างพี่นาค 2 นี่ถึงกับจำไม่ได้เลยแหละครับ แต่งใบหน้าให้ดูน่ากลัวขึ้นจนไม่เหลือเค้าของหนุ่มคนเดิมสักนิดเดียวเลย ซึ่งหลังจากดูตัวอย่างทั้งหมด ตัวผมนะครับคิดว่าพี่นาคภาค 2 เนี่ยก็น่าจะยังคงอารมณ์เดิมไว้ครับ คือเป็นหนังผีไทยหลากอารมณ์ ทั้งน่ากลัวแล้วก็ตลก เหมือนกับพี่นาคภาคก่อนหน้านี้ครับ แต่ก็ทวีความเข้มข้นขึ้นไปอีก

ภาพยนตร์ พี่นาค 2 เต็มเรื่อง facebook สิ่งที่ผมชอบเนี่ยน่าจะเป็นบรรยากาศ Horror ในหนังเรื่องนี้แหละครับที่ดูมืดมน จริงจัง สยองขวัญมากกว่าเดิม แฟน ๆ ของหนังเรื่องนี้ก็น่าจะพอใจครับ แต่สำหรับใครที่ยังไม่เคยดู ผมขอแนะนำแล้วกันครับ จากคนที่ไม่เคยคิดจะดูเหมือนกันครับ พอได้สัมผัสจริง ๆ แล้ว ผมขอบอกว่ามันก็บันเทิงกว่าที่คิดเลยครับ

 

บทสรุปของภาพยนตร์เรื่องพี่นาค 2

พี่นาค 2 รีวิวหนังไทย นั้นสืบเนื่องมาจากพี่นาคภาคแรกที่เรียกได้เลยว่าเปลี่ยนอารมณ์จากหน้ามือเป็นหลังมือ จากผีตลกกลายเป็นหนังผีอย่างเต็มตัวมีความน่ากลัวความสยองขวัญ ด้วยมุมกล้องที่โชว์ความสยองให้คนดูได้ลุ้นอยู่ตลอดเวลา ความโหดเฮี้ยมต่างๆ ที่มีมากขึ้น ในภาคสองนี้เราได้นักแสดงอย่างธามไทมารับบทเป็นพระนาคองค์ใหม่ ต้องขอชมช่างแต่งหน้าที่สามารถแต่งหน้าของธามไทออกมาได้อย่างน่ากลัวจนเราถึงกับจำไม่ได้เลยทีเดียว

ผีพี่นาค2 นี้ยังคงความเหมือนเดิมอยู่ในเรื่องของความน่ากลัวและความตลกเพียงแต่ภาคนี้จะเพิ่มความเข้มข้นความสยองมากขึ้นไปอีก บรรยากาศที่ได้นำมาถ่ายทำและทำการแสดงมีความสยองขวัญมากกว่าเดิม เรียกได้ว่าเป็นภาพยนตร์ที่หาจุดนำมาเชื่อมเข้าหากันจากพี่นาคภาคแรกความสนุกก็มีเพิ่มมากขึ้นสามารถทำให้คนดูรู้สึกว่าหนังยังคงเป็นเรื่องเดียวกันได้อย่างลงตัวเราจะมองเห็นความสามารถของนักแสดงที่มีมากขึ้น มีการพัฒนาทั้งด้านการแสดงและการนำเสนอบทบาทของแต่ละคนที่มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น มีหลายๆ ส่วนที่ได้รับการพัฒนามาจากภาคแรกที่ให้ความรู้สึกบวกกับบรรยากาศที่หลอนมากกว่าภาคแรก

โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเฮี้ยน ความหลอน ความน่ากลัวของผีอ้ายสนในเรื่องที่มีความอาฆาตมากกว่าพระนนท์ในภาคแรก และอีกบทบาทที่ทำออกมาในดีคือบทดราม่าที่บางฉากก็ทำให้คนดูอย่างเราสูญเสียน้ำตาไปไม่น้อย ในส่วนของงาน CGI ในเรื่องก็ถือว่าทำออกมาได้เป็นอย่างดีสามารถสร้างฉากหลายๆ ฉากออกมาได้อย่างตระการตา เช่น ฉากที่ต้องโชว์พลังความเฮี้ยนของพระสนก็สามารถทำมันออกมาได้ดีและน่ากลัว

 

 

ถือว่าภาพ CGI ของ พี่นาค 2 Dailymotion นี้ทำออกมาได้ดีมากเลยทีเดียว จุดด้อยของภาพยนตร์เรื่องนี้คงเป็นเกี่ยวกับเรื่องปัญหาเพศที่ 3 ที่เล่นกับร่างกายของเพศชายมากไปทำให้ฉากตลกบางฉากที่ดูชุลมุลวุ่นวายทำให้ดูน่ารำคาญในหลายฉากหลายตอน มุกตลกบางมุกที่ไม่ค่อยตลกเท่าไหร่มีการเพิ่มจำนวนคนให้ขึ้นมากเกินไปจนดูวุ่นวาย แต่ถ้าหากต้องเทียบระหว่างจุดด้อยทีมีกับจุดเด่นของเรื่องถือว่าเรื่องนี้ไม่ควรพลาดและหากดูแบบไม่มีอคติถือว่าเรื่องนี้สร้างเสียงหัวเราะได้มากเลยทีเดียว

ด้านโครงเรื่องของพี่นาค 2 ดูเหมือนจะเป็นอย่างที่ทิ้งท้ายเอาไว้ในภาคแรกครับที่ทั้งทั้ง 2 ตัวป่วนในภาคที่แล้วอย่างคุณบอลลูนและคุณเฟิร์สครับ ซึ่งถ้าเกิดว่าผมเข้าใจไม่ผิดก็คือทั้งคู่แหละแอบสึกแล้วหนีออกจากวัดไปก่อนกำหนดนะครับ ทำให้เหมือนจะต้องเจออาถรรพ์มารังควานในรูปแบบของผีนุ่งจีวร จนต้องซมซานกลับมาที่วัดเดิม คราวที่แล้วเนี่ยผีไม่อยากให้คนมาบวช คราวนี้ผีดันไม่อยากให้สึก อะไรมันจะขนาดนั้นเนี่ย สิ่งแรกที่สะดุดตาผมในตัวอย่างเลยก็คือโดรนตัวนั้นแหละครับ

รีวิว 5 แพร่ง หนังผีไทย

รีวิว 5 แพร่ง หนังผีไทย

รีวิว 5 แพร่ง หนังผีไทย

 

 

รีวิวหนังไทย ห้าแพร่ง (อังกฤษ: Phobia 2) เป็นภาพยนตร์แนวสยองขวัญ โดยมีโครงเรื่องเกี่ยวกับผีและความกลัวเช่นเดียวกับ สี่แพร่ง แต่จะถ่ายทอดผ่านภาพยนตร์สั้น 5 เรื่อง เข้าฉายเมื่อวันที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2552 และมีการจัดฉายรอบสื่อมวลชนเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2552 ณ โรงภาพยนตร์เอสเอฟ เวิลด์ ซีเนมา ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ โดยมีการถ่ายทอดสดบรรยากาศงานผ่านเว็บไซต์ทางการของภาพยนตร์ นับเป็นภาพยนตร์ไทยเรื่องแรกที่มีการถ่ายทอดสดบรรยากาศการจัดฉายรอบสื่อมวลชนทางอินเทอร์เน็ต เป็นหนังสยองขวัญ ที่ทำสถิติรายได้เปิดตัวสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของวงการหนังไทย ภาพยนตร์เรื่อง ห้าแพร่ง ทำรายได้จากการเข้าฉายในประเทศไทยจำนวน 113.5 ล้านบาท 5 แพร่ง Netflix

 

เรื่องย่อ 5 แพร่ง ตอนที่ 1

หลาวชะโอน

รีวิว 5 แพร่ง หนังผีไทย หลาวชะโอน เป็นชื่อของต้นไม้ตระกูลปาล์มที่มีรูปร่างสูงเรียว โดยในเรื่องนี้ได้ใช้เสาในการ “ตั้งเปรต” ในประเพณีสารทเดือนสิบ เป็นพิธีทำบุญแผ่ส่วนกุศลให้กับบรรพบุรุษและภูติผีต่าง ๆ โดยจัดอาหารคาวหวานไว้ที่บริเวณวัด เรียกว่า “ตั้งเปรต” ซึ่งต่อมาพัฒนาเป็นพิธี “การชิงเปรต” ที่เป็นขั้นตอนการอุทิศส่วนกุศลแก่เปรต โดยลูกหลานจะแย่งอาหารมากิน ซึ่งของที่แย่งมาได้ถือเป็นของเดนชาน การได้กินเดนชานจากวิญญาณบรรพบุรุษ เป็นการแสดงความรัก และสิริมงคล เป็นกุศลแก่ลูกหลาน 5 แพร่ง เรื่องย่อ

 

รีวิว 5 แพร่ง หนังผีไทย

 

แนวคิดของตอน หลาวชะโอน มาจากความต้องการทำหนังผีที่หลากหลาย ให้ดูเป็นทางการ์ตูนจัด ๆ มีแนวทางในการเล่าเรื่องเยอะ ๆ มีการสร้างภาพเทคนิคพิเศษเข้ามาเกี่ยวข้อง และทดลองทำหนังผีที่เป็นแนวดราม่า การคัดเลือกนักแสดง สาเหตุที่เลือกน้องเก้าเพราะ เห็นว่ามีแววตาที่ดื้อ แต่มีความอ่อนแออยู่ในแววตา โดยคัดจากนักแสดง 200 กว่าคน

ทำเลถ่ายทำตอนนี้คือ อุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์ ตั้งอยู่ในท้องที่อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี และยังถ่ายทำในวัดกลางป่าที่จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งห่างจากถนนกว่า 3 กิโลเมตร ต้องเดินเลาะห้วยบึงเข้าไปถ่ายทำ ฉากในเรื่องของการหลอกผี ต้องการให้เหมือนในหนังผีโบราณ ที่จะดูไม่ตัดต่อเยอะ แทบจะไม่มีคัตเลย โดยนักแสดงไม่เห็นตัวผีต้องจินตนาการว่ามีผี แล้วจึงมาใส่ซีจีภายหลัง ตอนหลาวชะโอน ใช้เวลาถ่ายทำราว 7-8 วัน ดูหนังออนไลน์,ดูหนังฟรี

 

รีวิว 5 แพร่ง ตอนที่ 2-3

5 แพร่ง ห้องเตียงรวม

ตอน “ห้องเตียงรวม” มีผู้กำกับคือ วิสูตร พูลวรลักษณ์ ที่เป็นผลงานการกำกับการแสดงครั้งแรกเมื่ออายุ 50 กว่าๆ ด้วยเหตุผลที่ว่า ยงยุทธ ทองกองทุนประสบอุบัติเหตุ ทางคุณจิระ มะลิกุลและผู้กำกับจีทีเอชจึงขอร้องให้มากำกับสักเรื่อง โดยในวันถ่ายทำ คุณจิระมาช่วยถ่ายกล้อง 2 และได้ ย้ง ทรงยศ ถ่ายภาพนิ่ง และเอส คมกฤษ มาช่วยเป็นแอ็กติงโค้ชให้นักแสดง ตอน “ห้องเตียงรวม” มีอยู่ 141 ช็อต ใช้เวลาถ่ายทำ 2-3 วัน ถ่ายตั้งแต่ 6 โมงเช้าถึงตี 2

 

รีวิว 5 แพร่ง หนังผีไทย

 

Backpacker

แนวคิดของตอนนี้ จากบทสัมภาษณ์ ทรงยศกล่าวว่าชอบดูหนังแนวทริลเลอร์ จึงต้องการเน้นให้มีเนื้อเรื่องมีทิศทางไปทางทริลเลอร์ เดิมที ย้ง ทรงยศ ตอนเขียนเรื่องนี้มายังไม่ได้มองว่าใครจะเล่น โดยเริ่มมองดาราในค่ายก่อน และเห็นว่าคนอื่นดูผู้ดี คุณหนู ไฮโซ กันหมด เหลือเพียงคนเดียวที่พอเป็นเด็กท้ายรถได้คือ แน็ก ชาลี ไตรรัตน์ และถือเป็นบทบาทที่แน็กยังไม่เคย เล่น ส่วนใหญ่ในเรื่องนี้จะใช้การสื่อสารทางอารมณ์มาก กว่าบทสนทนา สาเหตุการเลือกแบ็กแพ็กเกอร์เป็นคนญี่ปุ่น เดิมทรงยศคิดว่าถ้าเป็นฝรั่งจะเห็นชัดเจนกว่า แต่ต้องการให้ภาพรวมเป็นเอเชียทั้งหมด จึงลงมาที่ประเทศญี่ปุ่นที่เขาเจริญกว่าเรา ตอน Backpacker ใช้เวลาถ่ายทำ 7 วัน

 

5 แพร่ง ตอนที่ 4-5

รถมือสอง

การคัดเลือกนักแสดง ที่เลือกนิโคล เพราะมีความเป็นแม่จริง ๆ และผู้กำกับโอ๋ ภาคภูมิ วงศ์ภูมิ เคยเห็นนิโคลเล่น คืนไร้เงา ก็ยังไม่ค่อยแน่ใจเพราะบทที่เล่นในเรื่องนั้นดูเรียบ ๆ นิ่ง ๆ แต่เมื่อเล่าเรื่องเสร็จให้นิโคลฟัง ก็น้ำตาคลอเนื่องจากคิดถึงลูกตัวเอง และคิดว่าน่าจะเล่นในอินเนอร์ในหนังได้ และลองให้เล่นดูในบทสุดท้ายที่เป็นฉากที่ยากมากที่ต้องร้องไห้ ก็เลือกรับทันที เต๊นท์ที่ถ่ายทำ ถ่ายที่กาญจนาภิเษก และรถพัง ๆ กว่า 50 คันในเรื่องก็ได้มาจากสถานีตำรวจที่ชนคนตาย ที่จอดทิ้งไว้ แต่หมอประจำสถานีตำรวจก็ทำพิธีให้ สำหรับฉากผีติดล้อ มีที่มาจากข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ที่เด็กโดนรถกระบะทับ

 

รีวิว 5 แพร่ง หนังผีไทย

 

คนกอง

จากกระแสตอบรับที่ดีของตอน “คนกลาง” ใน สี่แพร่ง แฟน ๆ อยากให้ทั้ง 4 คนกลับมาร่วมแสดงกันอีก จึงได้คิดเนื้อเรื่องใหม่ขึ้นมา โดยตัวละคร 4 คนไม่เกี่ยวข้องกับตัวละครใน “คนกลาง” (ไม่ใช่ภาคต่อหรือภาคก่อน)[16] แต่นิสัยเหมือนเดิม ส่วนฉากกับชุด มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกับเรื่อง แฝด คือเป็นเรื่อง แฝด ภาค 2 ที่มีฉากหลังและชุดของมาช่าในเรื่อง แฝด โดยผู้เขียนจับทางในเรื่องกระแสตอบรับที่ดีได้ในเรื่องการเสียดสีล้อเลียนให้เพิ่มมากขึ้น เหมือนล้อเลียนในแง่การทำหนังผี เหมือนเป็นการอำตัวเอง อำการทำหนัง อำการคิดหนัง

 

ที่มาของโครงการ 

รีวิว 5 แพร่ง หนังผีไทย หลังจากที่ สี่แพร่ง ประสบความสำเร็จ เป็นที่รู้จัก ทำให้ทางทีมงานคิดว่าน่าจะทำเป็นแฟรนไชส์ (ภาคต่อ) ที่แข็งแรงได้ และได้ทำการประชุมกันโดยที่ผู้กำกับเดิมใน สี่แพร่ง ก็ยังมีเรื่องอยู่ ที่สนุกและคิดว่าน่าจะตอบโจทย์ในแง่ความแปลกใหม่ได้ ส่วนจาก 4 แพร่ง เพิ่มเป็น 5 แพร่ง HD เพราะชื่อว่าปีนี้ (2552) เลข 5 มาแรง

 

 

โดยเริ่มจากผู้กำกับ 3 คนคือ บรรจง, ปวีณ, ทรงยศ และภาคภูมิกับวิสูตร ตามมาทีหลัง เริ่มประชุมกันทั้งวันทั้งคืนอยู่หลายวัน เรื่องแนวของหนัง สิ่งที่เป็นสาระที่ไม่เคยมีในหนังผีในโลกนี้มาก่อน นำเรื่องมาเสนอ 20-30 เรื่อง ขึ้นบนกระดาษแล้วนำมาต่อเนื่อง ช่วยกันคิดกัน แชร์แลกเปลี่ยนกัน โดยเรื่องที่เลือกมาเพราะเป็นเรื่องที่น่าสนใจ เป็นจุดสนใจของสังคม ณ ปัจจุบัน แล้วลองทำในมุมมองใหม่ ให้แตกต่าง

 

รีวิว 5 แพร่ง หนังผีไทย

ล่าสุดได้ข่าวมาว่าหนังทำรายได้วันแรกทุบสถิติหนังผีทุกเรื่องไม่เว้นแม้แต่นางนากได้สำเร็จหนังทำเงินแน่ๆแต่ทำได้เท่าไหร่และจะทุบสถิติภาคแรกได้ไหมคงต้องรอดูผลกันอีกในสุดสัปดาห์นี้ก็ทราบและพยากรณ์กันได้แล้วครับ
ไปชมกันครับ สนุกและมีดีอย่างที่บอกครับ

บทเรียนสอนใจได้ดี มีมุมสะเทือนใจอย่างหาที่เปรียบมิได้ทีเดียว

โต้ง-บรรจง ปิสัญธนะกูล สร้างความประทับใจ “คนกลาง” ในภาคก่อนด้วยความน่ากลัวบวกความฮา มาในภาคนี้ก็ไม่ทำให้คนดูต้องผิดหวังอย่างเคย เพียงแต่สิ่งที่อาจจะทำได้ไม่เท่า “คนกลาง” ก็คงจะเป็นที่ “คนกอง” ดูจะไม่น่าสะพรึงกลัวสักเท่าไหร่ หากเน้นไปที่ความฮาเสียมากกว่า สังเกตได้จากเสียงหัวเราะลั่นโรงเมื่อได้ทีมนักแสดงกลุ่มเดิมที่มากันอย่างครบถ้วน พร้อมตัวชูโรงตัวใหม่ กับการล้อเลียนหนังผีอีกหน

 

 

โดยเฉพาะ “แฝด” ที่ มาช่า วัฒนพานิช คนเดิมเคยฝากความทรงจำเอาไว้ เรื่องราวในฉากหนึ่งของการถ่ายทำหนังผี ที่น้องคนนั้นที่เล่นเป็นผีเธอเกิดตายระหว่างถ่าย แต่ห่วงว่างานแสดงครั้งแรกของเธอจะไม่ลุล่วง จึงกลับมาป่วนกองถ่ายอีกครั้ง แพร่งนี้ คุณจะได้พบกับมาช่าในมุมที่แปลกใหม่ไม่เคยเห็นที่ไหน
ความเห็นนี้ อาจจะไม่ตรงกับบางคนได้ อย่าว่ากันเลยนะ

ฉากที่ดูร้ายแรงที่สุด คงเป็นตอนจบของมัน ที่บ่งบอกอะไรบางอย่างได้ดี

ผมยอมรับว่า ประทับใจกับหลายแพร่งในระดับที่ใกล้เคียงกัน แต่แพร่งที่ดูจะได้ใจจากผมไปน้อยที่สุด ก็เห็นจะเป็น “ห้องเตียงรวม” ของผู้กำกับ วิสูตร พูลวรลักษณ์ ที่เลือก แดน วรเวช ดานุวงศ์ มารับบทหนังส่วนใหญ่เอาไว้เกือบจะคนเดียว กับเรื่องราวของ ตี้ ที่ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์จนต้องเข้าโรงพยาบาล เขาเรียกร้องห้องเดี่ยวแต่กลับต้องมาอยู่ร่วมห้องกับชายแก่ที่รอวันถอดเครื่องช่วยหายใจ การดำเนินเรื่องทำได้ดีในการสร้างความน่ากลัว แต่กลับสอบตกเรื่องการอธิบายที่มาที่ไป และไม่ชัดเจนในสิ่งที่ต้องการสื่อเป็นการพลิกบทบาทครั้งสำคัญของมาช่าจริงๆ

รีวิวหนัง เรื่อง ผี เล่า

รีวิวหนัง เรื่อง ผี เล่า

รีวิวหนัง เรื่อง ผี เล่า

 

 

ประเภท:สยองขวัญ / ระทึกขวัญ

ผู้กำกับ: ศุภกร เหรียญสุวรรณ

นำแสดงโดย: อารักษ์ อมรศุภศิริ, กัญญ์ณรัณ วงศ์ขจรไกล, ปริญ สุภารัตน์

ความยาว: 98 นาที

เข้าฉาย: 11 มีนาคม 2021

รีวิวหนังไทย ย้อนกลับไปเมื่อเกือบจะ 20 ปีที่แล้ว เป็นช่วงที่หนังผีของไทยกำลังหุงขึ้นหม้อแบบสุดๆ มีการผลิตสร้างหนังหลอนๆ ออกมาเป็นกำไรของคนดู โดยมีระยะเวลาหนึ่งที่มักจะสร้างออกมาเป็นลักษณะหนังแบบทรี อิน วัน ที่ผสมผสานเรื่องราว 3 เรื่อง เอาไว้ในหนังเรื่องเดียว แล้วปัจจุบันสไตล์หนังแบบนั้นก็ได้กลับมาอีกครั้งใน “เรื่อง ผี เล่า” (Haunted Tales) ที่ได้ประเดิมเป็นหนังไทยเรื่องแรกที่ออกฉายในปี 2564 กับการเล่าเรื่องตำนานเฮี้ยนทั้ง 3 เรื่อง ที่ดูเหมือนจะกลายเป็นคนละเรื่องเดียวกัน

 

ผลงานกำกับ เรื่อง ผี เล่า

 

รีวิวหนัง เรื่อง ผี เล่า

 

เรื่องผีเล่า netflix เป็นผลงานการกำกับของ “เอ๋-ศุภกร เหรียญสุวรรณ” ที่คนดูอาจจะไม่คุ้นชื่อเขาสักเท่าไหร่ แต่ถ้าบอกว่าเขาเคยเป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังซิตคอมดังๆ “เป็นต่อ” หรือ “เฮง เฮง เฮง” มาก่อน ทุกคนคงจะร้องอ่อ ในหนังเรื่องนี้เขาได้เก็บเกี่ยวเอาประสบการณ์ที่เคยสัมผัสเรื่องราวและเรื่องราวมาจากคนรอบๆ ตัว หยิบเอามาทำเป็นหนังที่แบ่งออกเป็น 3 เรื่อง แน่นอนว่าเขาเองก็มีประสบการณ์เอาดีทางด้านนี้อยู่บ้าง จากการที่เคยกำกับซีรีส์ลึกลับ “เซน สื่อรักสื่อวิญญาณ” และเขาก็ได้หยิบเอามาใช้ในการสร้างหนังเรื่องนี้ด้วย ดูหนังออนไลน์,ดูหนังฟรี

 

เรื่องย่อ เรื่อง ผี เล่า

รีวิวหนัง เรื่อง ผี เล่า สำหรับหนัง 3 เรื่องนั้นได้ถูกแบ่งแยกออกเป็น 3 บทอย่างชัดเจน ผ่านการแสดงหลักๆ ของทั้ง 4 นักแสดง ไม่ว่าจะเป็น “เป้ อารักษ์”, “เอก ธเนศ”, “ปราง กัญญ์ณรัณ” และ “หมาก ปริญ” ดังนั้นในบทความนี้จะขอจำแนกและแยกวิจารณ์หนังในแต่ละบท ทั้ง 3 เรื่อง ที่รวมกันออกมาเป็นหนัง เรื่อง ผี เล่า เรื่องเดียวในครั้งนี้…เรื่อง ผี เล่า พากย์ไทย

อยู่ในรถ (Taxi) ในช่วงของพาร์ตแรกประเดิมเปิดเรื่องมาได้ค่อนข้างขึงขังดุดันพอสมควร หนังเปิดเรื่องมาแบบไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลงใดๆ เพียงแค่ไม่ถึง 5 นาทีแรกก็เข้าประเด็นได้อย่างรวดเร็ว หนังพาร์ตนี้ได้ เป้ อารักษ์ กับ เอก ธเนศ มาประชันบทบาทกันแบบซอฟต์…หอมปากหอมคอ แต่ดูเหมือนว่านักแสดงรุ่นใหญ่รายหลังจะวินๆ เฉือนชนะนักแสดงรุ่นน้องไปได้ด้วยฝีมือ เป้ อารักษ์ ยังดูติดเป็นการแสดง ประกอบกับบทไม่ส่งเสริมเขาสักเท่าไหร่

ในขณะที่ เอก ธเนศ มาแบบนิ่งๆ แต่ทรงพลังแทบจะทุกช็อต อีกทั้งคาแรกเตอร์ตัวละครของเขาก็ดูจะมิติให้คนดูได้นึกคิดตามไปต่อ หนังผสมผสานความหลอนสไตล์หนังผี กับพล็อตแนวหนังจับตัวประกันได้อย่างลงตัว กลายเป็นมุมมองใหม่แบบที่ค่อยได้เห็นในหนังไทยสักเท่าไหร่ แต่ก็น่าเสียดายที่ความรวบรัดของหนังพาร์ตนี้ ค่อนข้างมาไวไปไว ปุบปับก็หักเลี้ยวและปิดฉากลงด้วยบทสรุปแบบง่ายๆ แฝงด้วยคติสอนใจแบบเชยๆ

 

รีวิวหนัง เรื่อง ผี เล่า

 

ไปผุดไปเกิด (Stuck) ถัดมาในพาร์ตที่สองของเรื่อง ที่เพิ่มบรรยากาศความวังเวงให้กับตัวหนังได้เป็นอย่างดี ปราง กัญญ์ณรัณ มาทำหน้าที่แบกรับหนังตอนนี้เอาไว้เพียงคนเดียว แต่ก็เกือบจะไม่รอดซะทีเดียว ต้องยอมรับว่าเนื้อหาพาร์ตค่อนข้างชวนติดตาม เป็นสไตล์พล็อตผีแนวสืบสวนคลายปมปริศนา คนดูจะค่อยๆ ลุ้นหาเบาะแสไปตามตัวละครทีละเรื่อยๆ แต่หนังก็เล่าเรื่องแบบราบเรียบ ไม่มีจุดไหนพีคสุดๆ หลอนสุดๆ เต็มไปด้วยสูตรสำเร็จเดิมๆ ที่เคยเห็นในหนังผีมาหลายเรื่องแล้ว

และก็ได้พบเจอกับปัญหาเดิมอีกครั้ง อีกวิธีการเล่าเรื่องที่เหมือนไปไม่สุดทาง ล่อลวงคนดูไปเกือบจะฟินได้อยู่แล้วเชียว กลับตัดบทและหักเลี้ยวเข้าสู่บทสรุปไม่ได้เหนือความคาดหมายเลยแม้แต่นิดเดียว อีกทั้งยังออกจะไปในทิศทางที่แปลกประหลาดไปสักหน่อยด้วย เพราะอยู่ๆ นางเอกของเราก็กลายเป็นหมอผีมาเองเสียอย่างนั้น และก็เช่นเดิมหนังก็ทิ้งท้ายด้วยคำสอนใจที่แสนเชยเอาไว้อีกรอบ

 

รีวิวหนัง เรื่อง ผี เล่า

 

ใบลาน (Book of the Truth) ปิดท้ายกับพาร์ตที่สาม ที่ต้องยอมรับว่าเป็นพาร์ตที่บทหนังค่อนข้างดูมีมิติมากที่สุดในทั้ง 3 เรื่องแล้ว การหยิบเอาประเด็นความเชื่อแต่โบราณกาลของใบลานมาเป็นประเด็นเล่าเรื่อง เป็นสิ่งแปลกใหม่ที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย หนังได้สร้างบรรยากาศความขวัญผวาไปกับความวังเวงแบบไทยโบราณที่มีความน่าเกรงขามอยู่ในตัว แต่กลับน่าเสียดายที่เมื่อออกมาดูภาพรวมทั้งหมดแล้ว หนังพาร์ตนี้กลับไม่พบจุดไหนที่จะทำให้หวาดกลัวได้เต็มที่สักช่วงได้เลย

หมาก ปริญ ทำหน้าที่แบกรับหนังทั้งพาร์ตเอาไว้ได้สบายๆ การแสดงของเขาสามารถไว้วางใจได้ ผู้ชมต้องทึ่งกับฉากที่เขาต้องเล่นและเพ้อเองอยู่คนเดียว อินเนอร์ต่างๆ ออกมาอย่างน่าหวั่นเกรง แต่…ก็ต้องมีแต่ในหนังพาร์ตนี้อยู่ดี เพราะในท้ายที่สุดหนังก็มาเผชิญหน้ากับการเล่าเรื่องที่ไม่สุดทาง บทที่เหมือนจะปูทางมาดี สร้างมิติเอาไว้ค่อนข้างน่าสนใจ กลับล้มเหลวเหมือนแหกโค้ง เมื่ออยู่ๆ ก็รวบรัดตัดตอนสรุปจบแบบหักศอกอีกครั้ง ทำให้สิ่งที่สาธยายเล่ามาทั้งเรื่องนั้น กลับไม่มีอะไรให้น่าสนใจ และแทบจะไม่มีความน่ากลัวเลยสักนิด

 

รีวิวหนัง เรื่อง ผี เล่า

แต่กระนั้นหนังเรื่องนี้ก็ไม่ใช่หนังที่แย่อะไร เพราะหนังก็สร้างความบันเทิงและพอจะดูได้เพลินๆ อยู่ในระดับหนึ่ง อีกทั้งยังแอบฉุกคิดอยู่เลยว่า เรื่องราวทั้ง 3 ตอนของหนังเรื่องนั้น อาจจะคล้ายรายการซีรีส์เตือนใจอย่าง “ฟ้ามีตา” ที่อาจจะปรับโทนเป็นเวอร์ชั่นสยองขวัญ หรืออาจจะเป็นซีรีส์เรื่องผี ที่มักจะนำมาออนแอร์ทางโทรทัศน์ ทุกคืนวันพุธ เมื่อประมาณ 10-20 ปีที่แล้ว หนังบางตอนยังสามารถนำเอาไปขยายเป็นหนังเรื่องยาวได้สบายๆ แต่น่าเสียดายที่ยังไม่มีเวลาและพื้นที่เพียงพอที่จะยัดเยียดทุกสิ่งออกมาให้สมบูรณ์แบบได้

 

รีวิวหนัง เรื่อง ผี เล่า

เทศกาลฮาโลวีนใกล้เข้ามาทุกที วันนี้เลยจะมาแนะนำภาพยนตร์ เรื่อง ผี เล่า 2021 เต็มเรื่อง Haunted Tales หนังผีไทยหลอน ๆ หนังกระแสดีติด Top 10 หนังน่าดูใน Netflix ผลงานของ ศุภกร เหรียญสุวรรณ ที่ควบทั้งตำแหน่งผู้กำกับและผู้เขียนบท เรื่องราวความสยองขวัญของ 3 คน 3 เรื่องหลอน “อยู่ในรถ” “ไปผุดไปเกิด” และ “ใบลาน” ได้นักแสดงนำฝีมือดีอย่างเป้ อารักษ์, ปราง กัญญ์ณรัณ และ หมาก ปริญ แต่ละเรื่องมีความน่ากลัวมากน้อยแตกต่างกัน แต่การันตีมีสะดุ้งถึงขั้นทำใจหล่นไปถึงตาตุ่มแน่นอน ว่าแต่จะหลอน สั่นประสาทแค่ไหน ไปติดตามกับรีวิวภาพยนตร์ เรื่อง ผี เล่า Haunted Tales กันค่ะ

 

 

นักแสดงนำทั้งสามคน แสดงดีสมบทบาท เอาอยู่กับเรื่องที่ได้รับ มุมกล้องหลอน เพลงประกอบได้ฟีลหนังสยองขวัญ ดำเนินเรื่องช้าบ้างเร็วบ้าง เนื้อเรื่องน่าสนใจ ความหลอนมากน้อยคละเคล้ากันไป โดยรวมให้ 7.5/10 ถือว่าเป็นหนังผีไทย ที่ทำดีเรื่องหนึ่ง ใครชอบหนังสยองขวัญลองรับชมกันดู กับเวลา 1.37นาที ไม่ถือว่าสูญเปล่า แฝงข้อคิดดี สามารถรับชม เรื่อง | ผี | เล่า Huanted Tales ได้ทาง Netflix ผ่านกล่องทรูไอดี

 

สรุปหนัง เรื่อง ผี เล่า

 

 

รีวิวหนัง เรื่อง ผี เล่า โดยสรุปในภาพรวมแล้ว เรื่อง ผี เล่า เต็มเรื่อง hd ก็เป็นหนังผีที่ไม่ได้ชวนขนลุกขนพองสยองขวัญอะไรขนาดนั้น หนังกลายเป็นการสะท้อนประเด็นเรื่องกฎแห่งกรรมและสอดแทรกด้วยข้อคิดในการดำรงชีวิตอยู่เสียมากกว่า บทหนังยังเต็มไปด้วยปัญหาอยู่เต็มไปหมด อีกทั้งเรื่องเวลาในการเล่าเรื่องที่จำกัดก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้หนังไม่สามารถเล่าเรื่องได้อย่างเต็มที่ หนังทั้ง 3 ตอนยังไม่สามารถส่งคนดูไปได้ถึงสุดทาง

สปอยหนัง โฮมสเตย์

สปอยหนัง โฮมสเตย์

สปอยหนัง โฮมสเตย์

เรื่อง : Homestay โฮมสเตย์ (2018)

ผู้กำกับ : ภาคภูมิ วงศ์ภูมิ

นักแสดงนำ : ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ, เฌอปราง อารีย์กุล, สู่ขวัญ บูลกุล

แนว : แฟนตาซี ระทึกขวัญ ดราม่า

ระยะเวลาการรับชม : 2 ชั่วโมง 15 นาที

รางวัลที่ได้รับจากเวทีสุพรรณหงส์ ครั้งที่ 28 : นักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม, เทคนิคการสร้างภาพพิเศษยอดเยี่ยม, ลำดับภาพยอดเยี่ยม

สปอยหนัมาใหม่ Halloween นี้ชวนดูหนังแฟนตาซี ดราม่า ระทึกขวัญ Homestay โฮมสเตย์ (2018) ภาพยนตร์จากค่าย GDH รับชมได้ทาง TrueID เป็นภาพยนตร์คุณภาพที่การันตีด้วย 3 รางวัลจากเวทีรางวัลภาพยนตร์แห่งชาติ สุพรรณหงส์ ครั้งที่ 28 ผลงานของผู้กำกับภาคภูมิ วงศ์ภูมิ ที่เคยเป็นผู้กำกับร่วมในหนังผี ระทึกขวัญอย่าง 4 แพร่ง, 5 แพร่ง, แฝด และชัตเตอร์กดติดวิญญาณ ภาพยนตร์เรื่องโฮมสเตย์เป็นเรื่องราวของวิญญาณเร่ร่อนที่ได้รับโอกาสให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ได้นักแสดงนำอย่าง เจมส์ ธีรดนย์, เฌอปราง BNK48 และ สู่ขวัญ บูลกุล เกริ่นมาขนาดนี้ ไม่ดูไม่ได้แล้วหละ ว่าแต่จะสนุก ดราม่า ระทึกใจแค่ไหนไปติดตามกับรีวิวหนัง Homestay โฮมสเตย์ กันค่ะ

 

สปอยหนัง โฮมสเตย์

 

สปอยหนัง โฮมสเตย์

 

homestay พากย์ไทย เป็นภาพยนตร์ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากนวนิยายของญี่ปุ่นเรื่อง Colorful ผลงานของนักเขียน Mori Eto เป็นเรื่องราวของวิญญาณเร่ร่อนที่ได้รับรางวัลจากผู้คุมวิญญาณให้กลับมามีชีวิตได้อีกครั้งหนึ่ง ในร่างของเด็กหนุ่มมัธยมปลาย มิน เด็กที่เสียชีวิตจากการฆ่าตัวตาย โดยมีเงื่อนไขว่าเขาสามารถอยู่ในร่างนี้ได้เพียง 100 วัน และต้องหาให้ได้ว่ามินฆ่าตัวตายเพราะใคร ไม่เช่นนั้นเขาจะกลายเป็นวิญญาณเร่ร่อนไม่ได้ผุดได้เกิดอีกเลย อุปสรรคนอกจากระยะเวลาที่จำกัดแล้วเขายังต้องถูกผู้คุมวิญญาณลบความทรงจำอีกด้วย เมื่อเวลาผ่านไปเขาได้พบเจอเรื่องแปลกใหม่ เริ่มคุ้นชินและมีความสุขกับร่างใหม่นี้ แต่ทำไมมินถึงฆ่าตัวตาย เขาจะสามารถหาสาเหตุการตายของมินได้ทันเวลาหรือไม่ สามารถรับชมได้ทาง ดูหนังออนไลน์,ดูหนังฟรี

 

เรื่องย่อ โฮมสเตย์

 

สปอยหนัง โฮมสเตย์

 

สปอยหนัง โฮมสเตย์ “มึงได้รางวัลนะ” ผู้ชายท่าทางลึกลับที่เรียกตัวเองว่า ผู้คุม (นพชัย ชัยนาม) บอกผม ในขณะที่เรายืนประจันหน้ากันบนผนังตึกของโรงพยาบาลที่หมุนพลิกราวกับแรงโน้มถ่วงกลับด้าน! ผู้คุมไม่รอให้ผมปะติดปะต่อเรื่องราวในหัว เขากระชากคอเสื้อผมให้มาฟังคำอธิบายถึงรางวัลที่วิญญาณเร่ร่อนอย่างผมได้รับ นั่นก็คือการได้กลับมามีชีวิตอีกครั้งในร่างของเด็กม.ปลายที่ชื่อ มิน (ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ) ที่นอนนิ่งอยู่ในตู้เก็บศพของโรงพยาบาลแห่งนี้ จะว่าไปการได้มาอยู่ในร่างใหม่ ก็ไม่ต่างอะไรกับการอยู่โฮมสเตย์ คืออยู่ได้แค่ชั่วคราว แถมยังไม่ได้อยู่ฟรีๆ เพราะผมต้องหาคำตอบให้ได้ภายใน 100 วัน ว่า “มินตายเพราะใคร” ถ้าตอบไม่ได้ ผมจะต้องตายและจากร่างโฮมสเตย์นี้ไปตลอดกาล

 

นักแสดงนำโฮมสเตย์

เจมส์ ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ รับบทเป็น มิน และวิญญาณเร่ร่อน บทมินเป็นเด็กหนุ่มที่เสียชีวิตไปแล้วหนึ่งวัน แต่กลับมามีชีวิตอีกครั้งหลังจากที่วิญญาณเร่ร่อนมาสิงร่าง โดยวิญญาณต้องค้นหาสาเหตุการตายของเจ้าของร่าง (มิน) แต่เพราะสูญเสียความทรงจำ ทุกอย่างจึงดูเป็นเรื่องใหม่สำหรับเขา หนุ่มเจมส์แสดงได้สมบทบาท ชอบซีนที่เจอกับหลี เพื่อนสนิทและพาย รุ่นพี่สายรหัสครั้งแรก ดูโลกสดใส น่ารัก ทั้งสองซีน ส่วนซีนดราม่ากับครอบครัวก็ทำน้ำตาซึม จัดว่าเป็นนักแสดงที่พัฒนาฝีมืออย่างต่อเนื่อง ดูแล้วไม่ผิดหวัง ทำได้ดีทั้งดราม่า และบทโรแมนติก กุ๊กกิ๊ก อบอุ่น

 

สปอยหนัง โฮมสเตย์

 

เฌอปราง อารีย์กุล หรือ เฌอปราง BNK48 รับบทเป็นพาย รุ่นพี่ของมิน นักเรียนโอลิมปิก สาวเฌอปรางน่ารักมาก เคมีกับหนุ่มเจมส์ลงตัว ดูอบอุ่น ชอบตอนแก้บนบนสะพานน่ารักดี กับซีนดราม่าน้ำตาท่วมสาวเฌอปรางก็ทำได้ไม่เลว

สู่ขวัญ บูลกุล รับบทเป็น แม่ของมิน เป็นแม่ที่รักและเป็นห่วงลูกมาก แต่ด้วยภาระหน้าที่การงาน และบวกกับปัญหาความสัมพันธ์ในครอบครัวทำให้เครียด เรื่องนี้คุณสู่ขวัญได้รับรางวัลสุพรรณหงส์ ครั้งที่ 28 สาขานักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม เป็นรางวัลที่คู่ควรเพราะว่าแสดงดีมาก ตั้งแต่ต้นจนจบ ดูแล้วอิน ราวกับว่าเป็นแม่ลูกกับหนุ่มเจมส์จริง ๆ มากฝีมือด้วยกันทั้งคู่ ชอบตอนเกือบสุดท้ายที่แม่บอกมินว่าครอบครัวจะไม่เหมือนเดิมแล้ว รู้สึกว่าซีนนั้นเศร้ามากเลย บทก็ดีด้วย “คนอย่างแม่ไม่สมควรจะเป็นแม่ใครทั้งนั้น แม่ขอโทษนะมิน” homestay 2018 เต็มเรื่อง พากย์ไทย ultra hd

 

ภาพสวย กราฟฟิกดี โปรดักชันเยี่ยม

สปอยหนัง โฮมสเตย์ กราฟฟิก CG ในภาพยนตร์โฮมสเตย์คือดีย์ ตั้งแต่ฉากต้นเรื่องที่วิญญาณเร่ร่อนคุยกับผู้คุมวิญญาณบนกำแพงของโรงพยาบาลและฝนตกกำลังตกในแนวเฉียง ภาพได้อารมณ์เหมือนดูหนังฝรั่งอย่าง Doctor Strange (2016) หรือไม่ก็ซีรีส์เกาหลีอย่าง Goblin (2016) มีหลายฉากที่ล้ำ ๆ อย่างน้ำหยุดนิ่ง ฝนตกกลับด้าน จัดว่าเป็นหนังโปรดักชันคุณภาพ homestay หมายถึง

 

 

ดำเนินเรื่องน่าติดตามสมกับรางวัลลำดับภาพยอดเยี่ยม

การดำเนินเรื่องค่อย ๆ เปิดปมให้หาสาเหตุการตาย จากนั้นค่อย ๆ เล่าเรื่องของมินผ่านความสัมพันธ์กับตัวละครต่าง ๆ เริ่มจากความสัมพันธ์กับเพื่อนและรุ่นพี่ ต่อจากนั้นเป็นความสัมพันธ์กับครอบครัว พี่ชาย พ่อ แม่ และมีปม ทวิสต์เล็ก ๆ ในตอนท้าย ดูแล้วน่าติดตามทั้งเรื่อง ได้ครบทุกอารมณ์ สุข เศร้า เสียใจ เหงา โดดเดี่ยว หนังดำเนินเรื่องดีส่งผลให้ ได้รับรางวัลลำดับภาพยอดเยี่ยม จากรางวัลสุพรรณหงส์ ครั้งที่ 28 ใครชอบแนวระทึกขวัญไม่ควรพลาด หรือหากไม่ใช่แนวระทึกขวัญก็ดูได้ เพราะดำเนินเรื่องสนุก น่าติดตาม ชอบการสอดแทรกข้อคิดการใช้ชีวิต เช่นการมีชีวิตคือรางวัลที่ยิ่งใหญ่ ถึงมันจะไม่ได้เป็นอย่างที่เราฝันไว้ทุกอย่างก็ตาม

 

สปอยหนัง โฮมสเตย์

ความน่าดูหลัก ๆ ของหนัง คงเป็นการเล่นหนังใหญ่ครั้งแรกของ กัปตันเฌอปราง BNK48 หรือ เฌอปราง อารีย์กุล ขวัญใจของใครหลาย ๆ คน ซึ่งน่าจะเป็นสาเหตุหลักที่ทุกคนจับตามองหนังเรื่องนี้นอกไปจากว่าเป็นหนัง GDH หนังจากค่ายคุณภาพที่มีแฟนคลับติดตามทุกเรื่องอยู่แล้ว และยิ่งเป็นการแสดงที่เรารับรู้ได้มาก ๆ ว่าเฌอทุ่มเทให้บทนี้ขนาดไหน ทั้งยังเป็นการพลิกภาพ BNK48 ครั้งสำคัญที่จะมารับบทหนัก ๆ ดราม่า สุด ๆ อย่างนี้ และแน่นอนความแรงของนิยายและบทหนังก็ไม่แน่ใจว่าเหล่าแฟนคลับผู้ชื่นชอบ BNK48 จะมองอย่างไร ว่าเป็นงานหนึ่ง หรือเป็นการละเมิดความรู้สึกแฟน ๆ (อ่านถึงตรงนี้บางคนหวั่นใจกับการต้องไปดูหนัง ใช่ครับเชิญหวั่นใจไปเลย แต่ต้องรับรู้ว่าเฌอทุ่มเทกับมันขนาดนั้นจริง ๆ) แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นนี่คืองานที่เฌอสามารถภาคภูมิใจได้ และเธอมีสิทธิ์เข้าชิงรางวัลด้านการแสดงในปีล่ารางวัลที่จะถึงนี้อย่างแน่นอน

 

 

ให้คะแนน 8/10 นักแสดงฝีมือดี เนื้อเรื่องแปลกใหม่ การดำเนินเรื่องน่าติดตาม ให้ข้อคิดการดำเนินชีวิต ภาพสวย CG ล้ำ ให้คะแนน 8/10 ฮาโลวีนนี้ใครกำลังหาหนังแนวระทึกขวัญ แฟนตาซี แนะนำ Homestay อีกหนึ่งหนังไทยคุณภาพ คุ้มค่าคุ้มเวลากับ 2 ชั่วโมง 15 นาที สามารถรับชมได้ทาง homestay เต็มเรื่อง 037

รีวิวหนังไทย Fast & Feel Love

รีวิวหนังไทย Fast & Feel Love

รีวิวหนังไทย Fast & Feel Love

หนังรักสายเนิร์ดบอกเล่าเรื่องราวของแฟนหนุ่มที่เป็นแชมป์กีฬาสแต็ก รีวิวหนังไทย (เรียงแก้วเร็ว) ที่ทุ่มเททั้งแรงกายและแรงใจให้กับสิ่งนี้จนความสัมพันธ์กับคนรักมีปัญหาเพราะถูกแฟนบอกเลิก หนังออนไลน์ล่าสุด เรื่องราวของการแข่งขันที่ต้องฝึกซ้อมเพื่อพิชิตคู่แข่งก็สำคัญ การแก้ปัญหาชีวิตและประคับประคองความสัมพันธ์กับคนรักก็สำคัญ เรื่องราวจะลงเอยอย่างไรต้องติดตาม Fast & Feel Love นำแสดงโดย ณัฏฐ์ กิจจริต และ อุรัสยา เสปอร์บันด์ สนุก!! Fast & Feel Love เร็วโหด..เหมือนโกรธเธอ ภาพยนตร์ผลงานของผู้กำกับคนเก่ง เต๋อ-นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ ที่เคยฝากผลงานไว้อย่างฮาวทูทิ้ง (2019) และ ฟรีแลนซ์.. ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ (2015) เรื่องนี้ยังคงเป็นสไตล์ดราม่า แต่มีความโรแมนติกคอมเมดี้เข้ามาด้วย ได้นักแสดงนำแม่เหล็ก อย่างสาวสวยญาญ่า อุรัสยา ประกบคู่กับหนุ่มหล่อ ณัฎฐ์ กิจจริต ตอนนี้ออกอากาศให้รับชมทาง Netflix แล้ว หลังผู้เขียนเข้า ดูหนังฟรี การเขียนคอนเทนต์กับทางทรูไอดี เลยอยากรีวิวหนังไทยสักเรื่อง ปกติรีวิวแต่หนังฝรั่ง ซีรีส์เกาหลี ซีรีส์จีน ขอเลือกเรื่องนี้ล่ะกัน เพิ่งเข้า Netflix และสนุกด้วย ก็อยากเชิญชวนทุกคนมาดู หนังดีของไทย ที่ไม่ควรพลาด ไปติดตามกับรีวิวนี้กันค่ะ ดูหนังออนไลน์

รีวิวหนังไทย Fast & Feel Love

เรื่องย่อ Fast & Feel Love เร็วโหด..เหมือนโกรธเธอ (2022) บอกเล่าเรื่องราวของ เกา (รับบทโดยณัฎฐ์ กิจจริต) หนุ่มนักเรียงแก้ว ที่ใฝ่ฝันอยากเป็นแชมป์เรียงแก้วอันดับหนึ่งของโลก กับ เจ (รับบทโดยญาญ่า) สาวนักบัญชี ที่ใฝ่ฝันอยากมีชีวิตอันแสนเรียบง่าย หลังจากได้รู้จักกันขณะเรียนมัธยมปลาย ทั้งสองก็ตกลงคบหากัน โดยเจเป็นฝ่ายสนับสนุนคอยช่วยให้เกามีเวลาฝึกซ้อมได้เต็มที่ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ดำเนินด้วยดีมาตลอด เกามีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับในฐานะนักเรียงแก้วฝีมือดี เจก็เป็นแม่บ้านที่ดูแลเอาใจใส่เกาไม่ห่าง แต่เมื่อถึงวัย 30+ เกายังคงวิ่งตามความฝัน แต่เจอยากลงรักปักฐานมีครอบครัวมีลูก เมื่อเป้าหมายต่างกัน ชีวิตคู่มันจะลงเอยอย่างไร ต้องไปติดตามทาง Netflix หนังยาว 2 ชั่วโมง 11 นาที

รีวิวหนังไทย Fast & Feel Love

เนื้อเรื่องแปลกใหม่ เล่าเรื่องได้สนุก

ชอบตั้งแต่ตอนเปิดเรื่องเลยที่คุณครูถามว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร ชอบคำตอบของนักเรียนแต่ละคนรวมทั้งนักแสดงที่มาคามีโอด้วย แค่เปิดเรื่องก็ฮาแล้ว เรื่องราวความฝันของเกา ที่อยากเป็นนักเรียงแก้วกับบริบทสังคมไทย ถือว่าเป็นเรื่องแปลกใหม่ นำเสนอออกมาได้ดี น่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้ใครหลายคน

มิลลิหนังผสมผสานเรื่องความสัมพันธ์ของชีวิตคู่เข้ามาได้อย่างลงตัว ตั้งแต่เรื่องซื้อบ้าน ทำอาหารเช้า ยันซักผ้า ตลอดไปจนถึงขายบ้าน ผู้กำกับใส่ใจในรายละเอียดยิบย่อยที่ใส่ลงไป ทำให้หนังมีความสมจริง เข้าถึงได้ไม่ยาก เป็นชีวิตคู่ที่ฝ่ายหนึ่งเป็นฝ่ายให้ตลอดเวลา ส่วนอีกฝ่ายก็รับลูกเดียว มีความดราม่าเป็นช่วง ๆ แต่ไม่หน่วง ทุกปมดูสนุก ชอบบ้านของเกากับเจ สวยน่าอยู่

รีวิวหนังไทย Fast & Feel Love

ณัฐ กิจจริต เหมาะกับบท เกา

หนุ่มเนิร์ดนักเรียงแก้ว ที่ชีวิตไม่มีอะไรนอกจากการซ้อมและการซ้อม มีเป้าหมายเดียวคือเรียงแก้วให้ได้เวลาน้อยที่สุด หนุ่มณัฐแสดงดี ดูเป็นเด็กเนิร์ด ๆ เคมีกับญาญ่า

มีความสมจริงเหมือนเป็นคู่รักหนุ่มเนิร์ดกับสาวใจดี ลุ้นอยากให้ง้อเธอให้สำเร็จญาญ่า รับบท เจ สาวใจดีกับทุกคน เธอมีความฝันง่าย ๆ ทำงาน แต่งงาน มีลูก ญาญ่ากับบทแม่บ๊านแม่บ้าน

มีเสน่ห์น่ารัก เล่นเป็นธรรมชาติ ยิ่งซีนปลูกต้นไม้ ดูอินสุด ๆ เจรักเกามาก พร้อมทำทุกอย่างเพื่อสนับสนุกเกา เมียดียืนหนึ่ง คาแรกเตอร์น่ารัก ดูไปก็คิดไปว่า เจช่างเป็นแม่บ้านในอดุมคติ

ถ้าหนุ่มไหนได้ภรรยาอย่างนี้ คงพร้อมยอมทำทุกอย่างเพื่อรักษาชีวิตคู่

รีวิวหนังไทย Fast & Feel Love

ดราม่า สอดแทรกความตลก และข้อคิดดี ๆ

Fast & Feel Love เร็วโหด..เหมือนโกรธเธอ ผลงานของผู้กำกับ เต๋อ-นวพล บทดีงาม ให้ข้อคิดดี ๆ หลายเรื่อง ทั้งเรื่องความสัมพันธ์และเรื่องการทำตามความฝัน ไม่ว่าจะนักกีฬาโอลิมปิกหรือ นักเรียงแก้ว หรือใครก็ตามที่อยากทำอะไรให้สำเร็จสักอย่างหนึ่ง คีย์สำคัญคือการทุ่มเทฝึกซ้อม พัฒนาฝีมืออย่างหนัก และในการที่จะมีเวลาฝึกซ้อมให้ได้อย่างเต็มที่ มันมีหลายคนเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะพ่อ แม่ เมีย และ โค้ช หนังเล่าส่วนนี้ออกมาได้ซึ้งกินใจ บางครั้งเมื่อหมกมุ่นกับอะไรมาก ๆ เราอาจหลงลืมความจริงข้อนี้ไปได้ และอีกด้านหนึ่งถ้ามองในมุมมองของชีวิตคู่ เมื่อความรักมันไปต่อไม่ได้ มันก็เหมือนขโมยเวลาของกันและกัน

รีวิวหนังไทย Fast & Feel Love

ภาพยนตร์ Fast & Feel Love เร็วโหด..เหมือนโกรธเธอ ยังคงเป็นแนวดราม่า เหมือนเรื่องก่อนหน้าของผู้กำกับ แต่ใส่ความโรแมนติก คอมเมดี้เข้ามาด้วย ทำให้ย่อยง่ายกว่าทุกเรื่อง ดราม่าไม่หนักหน่วง ขำ ตลก สนุก เล่าความสัมพันธ์คู่รักออกมาสวยงาม สอดแทรกความตลกเสียดสี ผ่านตัวละครทั้งคุณน้องแม่บ้าน เมทัลสายซัพพอร์ท โค้ชตัวน้อยไผ่หลิวสายโหด และ คุณแม่เกาสายบุญ ชอบมุกเลียนแบบหนังออสการ์ Parasite ชนชั้นปรสิต (2019) ที่แม่บ้านเมทัลพาคนขับรถคนเกาหลี กับติวเตอร์คนเกาหลีมาสอนภาษาอังกฤษ ตอนท้ายทิ้งปมเปิดไว้ในเครดิตท้ายเรื่อง ถ้าดูไม่ผิดเป็นรูปสามคนพ่อแม่ลูกใช่ไหม ว่าแต่มันคือครอบครัวของใคร? ปลง! ไม่ต้องไปคิดมัน หนังมันจบดีในตัวของมันอยู่แล้ว

รีวิว ภาพยนตร์ Fast & Feel Love เร็วโหด เหมือนโกรธเธอ : หนังรัก คนเนิร์ด รสชาติคอมมาดี้ กับคำถามว่า ชีวิตจะฝันธรรมดาไม่ได้เลยหรือไง ?
นับเป็นเรื่องราวที่น่าสนใจมาก สำหรับการตั้งคำถาม ในภาพยนตร์ Fast & Feel Love เร็วโหด เหมือนโกรธเธอ ผลงานการกำกับภาพยนตร์เรื่องล่าสุด ของผู้กำกับ ที่มีสไตล์เอกลักษณ์เป็นของตัวเอง และโดดเด่นที่สุดคนหนึ่งในวงการภาพยนตร์ไทย อย่าง เต๋อ นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ โดย หนัง Fast & Feel Love เร็วโหด เหมือนโกรธเธอ ได้นักแสดงระดับ A-List อย่าง ญาญ่า อุรัสยา มาประกบกับ นัท ณัฏฐ์ กิจจริต พระเอกที่กำลังเป็นที่น่าจับตามองในฝีมือการแสดงซึ่ง ฉายแสงความเฉียบมาหลายต่อหลายเรื่องแล้ว อาทิ ในหนัง อาชีวะยุค 90s ในเรื่อง 4Kings


ภาพยนตร์แนวแอ็คชั่น-ชีวิต กำกับโดย เต๋อ-นวพล ที่เล่าถึง เกา ชายอายุ30 ที่ชื่นชอบการเล่นกีฬาSport Stacking และซ้อมแข่งเพื่อโค่นล้มแชมป์ทำลายสติโลก แต่เส้นทางนั้นไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่คิดเมื่อเขาต้องเผชิญหน้ากับความรับผิดชอบต่างๆในชีวิตประจำวัน.

หลังจากชมภาพยนตร์เรื่องนี้เสร็จก็ยังพบว่าสไตล์เดิมของพี่เต๋อยังคงอยู่ในเรื่องนี้ เช่น บทพูดที่ติสท์ๆ การแช่ภาพ เป็นต้น แต่ในสิ่งที่เพิ่มเติมเข้ามาแตกต่างจากภาพยนตร์เรื่องก่อนๆ คือวิธีการเล่าเรื่องที่ไปในจังหวะของแนวแอคชั่น ไม่ว่าจะซาวนด์ประกอบที่หนักแน่น การตัดต่อที่มันดูรวดเร็วรวมถึงการเปลี่ยนmood(อารมณ์). ซึ่งพี่เต๋อสามารถบิ้วผมให้รู้สึกสนุกไปกับหนังได้ + กับคอมเมดี้ที่เป็นธรรมชาติ. เสน่ห์อีกอย่างที่เราเห็นตั้งแต่ตัวอย่างหนังคือการล้อเลียนหนังHollywood เรื่องต่างๆในจุดนี้พี่แกก็ใส่เข้ามาอย่างพอดี ถ้าใครดูหนังเยอะๆจะตลกหลายซีน พร้อมกับคอมเมดี้ที่เป็นธรรมชาติ มันทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้มันออกมาดี. รวมทั้งใส่ประเด็นปัญหาของสังคมการศึกษาของเด็กยุคใหม่และผู้ใหญ่ยุคเก่าอีกด้วย. ในส่วนของข้อเสียนั้นบทพูดของตัวละครนั้นบางประโยคค่อนข้างลึกและมุขบางอย่างก็เข้าใจยากทำให้ผู้ชมอาจไม่เข้าถึงอรรถรสกันได้ทุกคน. ในส่วนของนักแสดงทุกคนถ่ายทอดออกมาได้ดีและมีตัวประกอบที่คอยแย่งซีนอยู่ต้องไปดูครับ

รีวิวหนังไทย 4 Kings

รีวิวหนังไทย 4 Kings

รีวิวหนังไทย 4 Kings

4 Kings เป็นหนังอาชีวะยุค 90s รีวิวหนังไทย บอกเล่าเรื่องราวของความเป็นคู่อริของนักเรียนช่าง 4 สถาบัน เข้มข้นกับอารมณ์ที่พรั่งพรู หนังออนไลน์ล่าสุด ฉากแอคชันตามสไตล์ยกพวกตีกัน คล้ายภาพยนตร์ดัง 2499 อันธพาลครองเมือง แต่มีความสมจริงมากขึ้นตามยุคสมัย 4 Kings นำแสดงโดย เป้ อารักษ์ อมรศุภศิริ, ภูมิ รังษีธนานนท์, จ๋าย ไททศมิตร, โจ๊ก อัครินทร์ อัครนิธิเมธรัฐ, ทู สิราษฎร์ อินทรโชติเป็นอีกโปรเจกต์หนังที่ใช้เวลาเดินทางมาอย่างยาวนานทีเดียวกว่าที่ พุฒิพงษ์ นาคทอง ผู้กำกับที่จบจากวิทยาลัยเทคนิคราชสิทธารามจะเริ่มไล่ล่าความฝันการเป็นนักสร้างหนัง โดยไต่เต้าจากเด็กกองจนมาเป็นผู้ช่วยผู้กำกับให้กับ ดูหนังฟรี ต้อม ยุทธเลิศ สิปปภาค ได้ในที่สุด และเขาก็พกพาเรื่องราวที่ได้ยินได้ฟังมาในสมัยเรียนเขียนออกมาเป็นบทหนังออกเร่หาทุนเป็นเวลาหลายปีจนแทบนึกว่าโครงการจะล่มไปเสียแล้ว แต่ในที่สุดเขาก็ได้มาทำหนังยาวกับค่ายเนรมิตรหนัง ฟิล์ม จำกัด ค่ายหนังไทยหน้าใหม่ที่ดูมีวิสัยทัศน์น่าสนใจทีเดียว ดูหนังออนไลน์

รีวิวหนังไทย 4 Kings

และอาจด้วยการฝ่าฟันผลักดันความฝันนี้มาอย่างยาวนาน เหมือนว่าเรื่องที่เขาอยากเล่ามันได้ถูกเคี่ยวถูกบ่มจนได้ที่ เค้นเนื้อเน้น ๆ ดีกรีแรงออกมาเป็นหนังเรื่องนี้ ถ้าถามว่าความรู้สึกมันคล้ายหนังเรื่องไหน ก็คงเป็น ‘2499 อันธพาลครองเมือง’ ในแบบฉบับที่จริงจังขึ้น และคมคายสมจริงขึ้นตามยุคสมัย

หนังยังอิงถึง ‘โลกทั้งใบให้นายคนเดียว’ หนังที่มีเด็กช่างเป็นพระเอกเรื่องแรก ๆ ของไทยด้วย
จุดเด่นของหนังคือการได้เด็กช่างตัวจริงที่ไปคลุกวงในเด็กช่างเด็กเทคนิคยุค 90s มาจริง ๆ จนได้วัตถุดิบที่สมจริงมาปรุงการเล่าเรื่อง แต่ละรายละเอียดในหนังเป็นการผสมผสานหลากหลายชีวิตและบทเรียนจากคนมากมายกว่าจะนำมาผูกสร้างเป็นตัวละครแต่ละตัว แม้จะยืนพื้นจากบุคคลที่มีตัวตนอยู่จริงและหลายคนก็ยังคงมีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน ทว่าผู้กำกับก็ฉลาดพอที่จะทำให้มันเป็นเรื่องแต่งเพื่อไม่ให้กระทบคนจริง ๆ ที่ว่ามา และในแง่ดีคือมันใส่ลูกขยี้ลูกดราม่าชีวิตบัดซบให้ตัวละครได้มากขึ้นด้วย

ต้องชมอย่างแรกเลยคือ การคัดเลือกนักแสดงมาเล่น ถือว่าดีมาก ๆ ไม่เห็นการคัดแบบเข้าท่าเข้าทางยกทีมยกเรื่องขนาดนี้มานานแล้ว ด้วยจำนวนตัวละครที่ค่อนข้างมากในเรื่อง ทีมสร้างจึงเลือกให้ศูนย์กลางเรื่องราวอยู่ที่ตัวละคร บิลลี่ อินทร ของ จ๋าย ไทยทศมิตร หรือ อิชณน์กร พึ่งเกียรติรัศมี ที่เป็นเหมือนผู้นำพาผู้ชมไปรู้จักโลกของเขาที่มีเพื่อนสนิท 2 คนคือ ดา อินทร ที่รับบทโดยเป้ อารักษ์ อมรศุภศิริ ที่เป็นตัวละครที่สร้างขึ้นใหม่และเป็นหัวโจกของกลุ่มเพื่อน และอีกคนคือ รูแปง อินทร ที่รับบทโดย ภูมิ ภูมิ รังษีธนานนท์ ซึ่งเป็นตัวแสบในกลุ่มโรงเรียนอินทรอาชีวะ

รีวิวหนังไทย 4 Kings

จริงแล้วชื่อ 4Kings

ก็บอกในตัวอยู่แล้วว่ามี 4 สถาบันที่เป็นคู่แค้นกัน แต่เรื่องราวจะเล่าผ่านสายตาฝั่ง อินทรอาชีวะ เป็นหลัก โดยเจาะไปที่คู่ปรับตัวฉกาจอย่าง เทคโนโลยีประชาชล (ซึ่งเพี้ยนชื่อมาจากของจริงคือ เทคโนโลยีประชาชื่น) ที่มีตัวละครนำอย่าง มด ชล หัวโจกของกลุ่ม รับบทโดย โจ๊ก อัครินทร์ อัครนิธิเมธรัฐ และ โอ๋ ชล ที่เป็นเหมือนมือขวารับบทโดย นัท ณัฏฐ์ กิจจริต

และจะยังมีอีก 2 สถาบันสุดแสบอย่าง กนกอาชีวะ และช่างกลบุรณพนธ์ เป็นตัวสอดแทรกเข้ามาเป็นระยะ โดยเล่าผ่านตัวนำอย่าง บ่าง กนก ที่รับบทโดย แหลม สมพล รุ่งพาณิชย์ หรือ แหลม 25Hours และ เอก บู รับบทโดย ทู สิราษฎร์ อินทรโชติ ซึ่งหนังฉลาดในการค่อย ๆ พาจากกลุ่มอินทรไปรู้จักกลุ่มอื่น ผ่านตัวละครของบิลลี่ที่มีเหตุให้ต้องเข้าไปร่วมหัวจมท้ายกับ โอ๋ ชล และ เอก บู ในช่วงเวลาหนึ่ง

และยังฉลาดในการใส่ตัวละครตัวป่วนที่เข้าไปปั่นสถานการณ์ให้วุ่นวายหนักข้อโดยไม่เลือกหน้าอย่างกลุ่มเด็กเจ้าถิ่นที่เรียกว่าเด็กบ้านที่นำแก๊งโดย ยาท เด็กบ้าน รับบทโดย บิ๊ก อุกฤษ วิลลีย์ บรอด ดอนกาเบรียล หรือ D Gerrard และเมื่อหนังแนะนำตัวละครสำคัญ ๆ ได้ครบ ทั้งยังให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครที่บ้างเป็นศัตรูอยู่ร่วมโลกไม่ได้ บ้างเป็นศัตรูที่ยอมรับให้เกียรติกัน บ้างก็เป็นมิตรที่อยู่คนละขั้วและต้องเลือกอยู่เสมอว่าระหว่างสถาบันกับเพื่อนน้ำหนักสิ่งไหนสูงกว่ากัน ซึ่งทำให้เนื้อหามันมีมิติความซับซ้อนที่ดีพอจะทำให้เกิดสถานการณ์ชวนเอาใจช่วยตัวละครมากมาย

และที่ชอบมากอีกประการคือการสร้างบทสนทนา หนังเรื่องนี้มีบทสนทนาที่ดีมาก ๆ เกิดขึ้นระหว่างความขัดแย้งของตัวละครที่คมคายมาก ๆ ไม่ใช่เพียงระหว่างศัตรู แต่ระหว่างลูกกับพ่อแม่ เพื่อนกับเพื่อน ครูกับศิษย์ คนรักกับคนรัก และแม้ตัวเรื่องมันจะเป็นอะไรที่ดราม่าเชย ๆ แบบที่เราเห็นในหนังสะท้อนสังคมแทบทุกเรื่อง ทว่าบทสนทนาในเรื่องกลับทำให้มันแตกต่างและน่าจดจำอย่างไม่น่าเชื่อ

ที่สำคัญมันไม่ได้แค่ชวนคิดชวนถกเถียงเท่านั้น แต่มันยังเปี่ยมด้วยทัศนคติที่ดี และเป็นผู้ใหญ่ที่ผ่านโลกมามากพอจริง ๆ และสำคัญอย่างยิ่งที่มันไม่ได้ตัดสินตัวละครจากสิ่งที่สังคมให้ค่าเลย ในเรื่องนี้ผู้ใหญ่ไม่จำเป็นต้องถูกเสมอ เด็กก็อาจมีเหตุผลที่ดีกว่าก็ได้ในมุมมองของเขา อะไรเช่นนี้เป็นสิ่งที่น่าชื่นชมมากในการเป็นหนังสะท้อนสังคมเรื่องหนึ่งในยุคแห่งเหตุและผลเช่นนี้

รีวิวหนังไทย 4 Kings

และแม้จะมีสิ่งดีมากมาย

แต่หนังก็มีจุดด้อยสำคัญอยู่ นั่นคือมันไม่ตอบรับความคาดหวังของผู้ชมที่อยากดูหนังบู๊มัน ๆ แรง ๆ แบบลูกผู้ชายตามที่หน้าหนังนำเสนอไว้ได้มากพอ หนังแทบจะตัดส่วนรุนแรงอย่างภาพการตีกันแบบกดข้ามไปเลยด้วยซ้ำ และฉากใหญ่ที่คนรอคาดหวังอย่าง คอนเสิร์ตช็อต ชาร์จ ช็อก ที่เป็นตำนาน ก็แทบไม่คุ้มแก่การรอคอยเท่าไรเลย พอประกอบกับความยาวของหนังที่มากถึง 2 ชั่วโมงครึ่งแบบที่เส้นเรื่องเยอะมาก ใครหวังมาดูหนังแอ็กชันก็น่าจะมีผิดหวังไปพอสมควร แต่ส่วนตัวมองว่าใครที่ดูแล้วเอาข้อด้อยนี้มาตัดสินหนังทั้งเรื่องก็ออกจะใจร้ายไปสักหน่อย เช่นเดียวกับที่ตัวละครในหนังพูดไว้ว่า “เห็นมันเป็นอย่างนั้น ใครทำลงก็เ_ี้ยเกินไปแล้วล่ะ”

และนี่คือสิ่งสำคัญมาก ใครที่กำลังตัดสินใจไปดู ต้องเข้าใจก่อนเลยว่าหนังเรื่องนี้ไม่ใช่หนังแอ็กชันแบบเด็กเกเรตีกันแบบพวกหนังเด็กนักเรียนญี่ปุ่นที่วัยรุ่นกำลังนิยม แต่มันคือหนังดราม่าหนังชีวิตที่เข้มข้นมาก ๆ และความรุนแรงด้านภาพก็ไม่ได้เป็นส่วนสำคัญเลย เพราะความรุนแรงต่ออารมณ์และความรู้สึกผู้ชมนั้นมันสาหัสสากรรจ์กว่ามาก ๆ ต่อให้เป็นผู้ชายแมน ๆ ยังไง คุณก็มีโอกาสโดนสักฉากในหนังที่ทำเอาน้ำตาร่วงได้แน่นอน นี่จึงเป็นหนังอีกเรื่องที่ดูแล้วจะอยากบอกต่อใครสักคนเลยว่า ของมันดีจริง ๆ

รีวิวหนังไทย 4 Kings

 

รีวิวหนังไทย 4 Kings

แม้ว่าในปีนี้จะมีปริมาณหนังไทยเข้าฉายตามปกติเพียงน้อยนิด ดูทรงแล้วก็เพียงสิบเรื่องนิดๆ แค่นั้น แล้วแต่ละเรื่องก็สร้างออกมาได้เสริมพลังคำสบประมาทและพลอยทำให้ผู้ชมมองในแง่ร้ายกับหนังไทยไปก็เสียเยอะ แต่ดูเหมือนว่าจะมีหนังไทยส่งท้ายปีเรื่องนี้ ที่น่าจะมากอบกู้สถานการณ์ได้ไม่น้อย เพราะนี่คือ “4Kings อาชีวะยุค 90” หนังแอคชั่นดราม่าจัดจ้านที่ตีแผ่ประเด็นนักเรียนตีกัน ที่เข้มข้นกว่าแค่ประเด็นยกพวกตีกันธรรมดาๆ

4Kings อาชีวะยุค 90 เป็นหนังที่ยกประเด็นมาเพื่อสะท้อนสังคมและความจริงอีกมุมของกลุ่มนักเรียนนักศึกษาสายอาชีพในยุคก่อน ที่ใครๆ ก็มองว่าพวกเขาเป็นตัวสร้างปัญหาที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งและนองเลือก โดยเล่าเรื่องผ่านเด็กอาชีวะจาก 4 สถาบันหลักๆ ได้แก่ อินทร, ประชาชล, บูรณพันธ์ และ กนก ที่พวกเขามันก่อเรื่องจู่โจมกันแทบทุกครั้งที่เจอหน้า แต่ว่าเพราะอะไรจึงกลายเป็นปัญหาเช่นนี้ และนี่คือบทเรียนชีวิตที่พวกเขาเคยก้าวผิด

หนังเรื่องนี้ถือว่าเป็นการเปิดตัวและชิมลางค่ายหนังน้องใหม่ที่เข้ามาเสริมทัพประดับวงการหนังอีกค่าย นั่นก็คือ เนรมิตหนังฟิล์ม ที่ถือว่าเป็นตัวเลือกที่จัดจ้านและเปิดตัวค่ายได้อย่างสง่าไม่เบา เพราะว่า 4Kings กลายเป็นหนังไทยที่สามารถสร้างเซอร์ไพรส์ให้กับผู้ชมได้ไม่น้อย ทั้งเนื้อหา ทั้งการเล่าเรื่อง ทั้งการแสดง ที่องค์ประกอบต่างๆ ถูกใส่เข้าอย่างได้จังและกลมกล่อมในระดับที่ใช้ได้ นับว่าเป็นหนังไทยที่ให้รสชาติที่อร่อยกำลังพอดี

เราอาจะไม่ได้เคยได้ยินชื่อ “พุฒิพงษ์ นาคทอง”

ที่รับหน้าที่เป็นทั้งผู้กำกับและเขียนบทหนังเรื่องนี้ แต่ผลงานชิ้นนี้ได้กลายเป็นมาสเตอร์พีชประดับอาชีพของเขาไปเรียบร้อย ด้วยการใส่ใจในรายละเอียดต่างๆ ที่ถูกใส่เข้ามาอย่างเหมาะสม การเล่าเรื่องที่อาจจะใช้สูตรสำเร็จเข้ามาช่วยเยอะ แต่ปรากฏว่าเป็นความลงตัวที่้เข้ากับตัวหนังพอดี ดราม่าจัดจ้านที่ไม่ได้รู้สึกยัดเยียดเกินเหตุ หรือฉากต่อสู้ตีกันพัลวันก็อยู่ในเกณฑ์ที่ไม่มากไม่น้อยกำลังพอ
องค์ประกอบต่างๆ ใน 4Kings อาชีวะยุค 90 อาจจะยังไม่ถึงขั้นสมบูรณ์แบบ เพราะยังคงมีช่องว่างและจุดโหว่ปะปนอยู่ตลอดทาง แต่เนื้อหาที่เข้มข้นของหนังก็สามารถช่วยกลบเกลื่อนอุดรอยต่างๆ ได้เป็นอย่างดี จนทำให้ผู้ชมมองข้ามไปในบางจุด โดยเฉพาะในช่วงครึ่งแรกของหนังนั้น ถือว่าสอบผ่านและทำดีใช้ได้เลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นการปูเรื่องราวและสร้างมิติให้กับตัวละครต่างๆ

รวมไปทั้งการใส่รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เก็บทุกเม็ดของความสภาพสังคมในยุค 90 ที่สัมผัสเห็นได้ถึงงานละเอียดที่ทีมงานและผู้สร้างบรรจงใส่มาทั้งในรูปแบบนามและวัตถุที่้ต้องขอยกนิ้วให้กับการทำการบ้านที่ดีใช้ได้อย่างหนังเรื่องนี้เลย แต่น่าเสียดายที่ในช่วงครึ่งหลังของหนังนั้น ค่อนข้างยืดเยื้อไปนิด ด้วยการใส่นู้นนี่เข้ามามากเกินจำเป็น หากมีการตัดทอนและปรุงแต่งให้กระชับกว่านี้หน่อย ลดไปอีกสัก 10 นาที เชื่อว่าอาจจะดีกว่านี้

สปอย ลองของซีรีส์

สปอย ลองของซีรีส์

สปอย ลองของซีรีส์

 

 

รีวิวหนังไทย ผมเป็นคนนึงที่ชอบหนังเรื่อง ลองของ ซึ่งออกฉายเมื่อปี พ.ศ. 2548 และภาคสองในปี พ.ศ. 2551 คือ เนื้อหามันดีมาก แล้วก็มีการผูกปมของเรื่องได้ดี แม้ว่าตอนออกภาคสองเพื่อเติมเต็มเนื้อหาของภาคแรกเนี่ย มันจะมีเนื้อหาบางส่วนที่แบบดูแล้วรู้สึกว่า มันเข้ากันกับไทม์ไลน์ของภาคแรกได้ไง(วะ) ก็เหอะ พอมีข่าวว่าเขาจับมาปัดฝุ่น ทำเป็นซีรี่ส์ เปลี่ยนเนื้อเรื่องใหม่ แต่ยังเป็นเรื่องของการทำของ ทำคุณไสยใส่กัน เฮ้ย อยากดูเลยว่ามันจะออกมายังไง ในโลกยุคดิจิทัล และนี่ก็คือความรู้สึกหลังจากดูไปแล้ว 4 ตอน

 

เนื้อเรื่อง ลองของซีรีส์

สปอย ลองของซีรีส์ เนื้อเรื่องย่อที่เขาออกมาเป็นข่าว บอกว่าอันนี้เป็นเรื่องราวด้านมืดของทีมเชียร์ลีดเดอร์มหาวิทยาลัยที่ชื่อว่า University of Bangkok (คือ จะเรียกว่ามหาวิทยาลัยกรุงเทพแบบแปลตามตัวเป๊ะๆ ก็กระไรๆ อยู่) แล้วบอกว่า ทุกคนต่างแข่งขันกันเพื่อให้ได้ตำแหน่งนี้มาครอบครอง ด้านมืดในจิตใจของแต่ละคนเริ่มเปิดเผย เมื่อตำแหน่งที่ทุกคนหมายปองนั้นใกล้เข้ามา สงครามเชือดเฉือนด้วยความเกลียดชังจึงเกิดขึ้น จนนำไปสู่การทำคุณไสย เขาว่างี้

แล้วตามมาด้วยเนื้อหาอีกส่วนคือ เมื่อ แพรวา สตาฟฟ์สาวที่ไม่มีใครชอบหน้า ถูกปรักปรำว่าเป็นคนที่อยู่ในคลิปลับที่มีความสัมพันธ์กับหนุ่มสุดฮอตในทีม เธอถูกทำร้ายร่างกายแถมยังโดนเล่นของใส่จนแทบเอาชีวิตไม่รอด หลังจากรักษาตัว แพรวากลับมาทวงความยุติธรรมกับใครก็ตามที่ทำกับเธอ แต่พบว่ามีผู้อยู่เบื้องหลังเป็นคนที่เธอคาดไม่ถึง

 

สปอย ลองของซีรีส์

 

พอได้ดูไปแล้ว 4 ตอน ความรู้สึกแรกที่เกิดขึ้นเลยก็คือ ไหนวะสงครามเชือดเฉือนเพื่อแย่งชิงตำแหน่งเซ็นเตอร์ของทีม คือ มันอาจจะมีความอยากจะเป็นกันแหละ แต่สองตอนแรกของซีรี่ส์มันไม่ได้มีสงครามเชือดเฉือนอะไรกันเลย ทุกคนเหมือนจะยอมรับว่า เอญ่า สมควรเป็นเซ็นเตอร์ซะงั้น คนเดียวที่ดูแล้วรู้สึกได้ว่ายึดมั่นถือมั่นกับตำแหน่งเซ็นเตอร์มาก ก็มีแต่ เอญ่า นี่แหละ ที่นางออกมาโวยวายตอนที่ไม่ได้ถูกเลือกเป็นเซ็นเตอร์

ตัวละครเอกของเรื่อง แพรวา สมาชิกของทีมเชียร์ลีดเดอร์ที่ไม่มีใครชอบหน้า ซึ่งไม่ได้มีการเกริ่นเหตุผลอะไรเลย แต่ถ้าดูจากตอนแรกก็พอจะเดาๆ ได้ว่าเป็นเพราะบุคลิกภาพของน้องเขา ซึ่งดูเป็นแนวสตอล์กเกอร์ ที่แอบตาม เอญ่า ดูได้จากตอนแรก ที่แพรวา ทำตุ๊กตา แล้วมีรูปของ เอญ่า ติดอยู่ แต่จะเรียกว่า แพรวา โดนบูลลี่ก็ไม่ใช่ เพราะไม่มีใครที่ทำแบบออกหน้า ดูหนังออนไลน์,ดูหนังฟรี

 

สปอย ลองของซีรีส์

ตอนแรกนึกว่าที่แพรวามาคัดเลือกเป็นลีด เพราะอยากตามเอญ่ามา แต่ตอนที่ 4 มาเฉลยให้เห็นว่าเป็นเพราะแพรวาสัญญากับทรายซึ่งเป็นเพื่อนในวัยเด็กเอาไว้ ซึ่งภายหลังแพรวาและทรายก็ได้แม่ฝนรับมาอุปการะเป็นลูกสาวทั้งคู่ แต่ไม่รู้ว่าทรายหายไปไหน และทำไมแม่ฝนถึงได้ดูเกลียดทรายซะงั้น (ตอนที่ 4 มีฉากที่แม่ฝนเขาเอารูปทรายออกมาเขวี้ยงทิ้ง บอกให้เอาออกไปจากบ้าน) อันนี้เป็นปมที่ยังไม่มีการเฉลย

จนกระทั่งเกิดเคสที่ เบรฟ แฟนของเอญ่า เหมือนจะไปมีเพศสัมพันธ์กับสาวนางนึง แล้วถ่ายวิดีโอไว้ แล้วก็ส่งคลิปให้ณัฐ แล้วณัฐก็เอาคลิปไปปล่อยต่อ โดยอ้างกับเบรฟว่าไม่ได้ตั้งใจ เพราะมือถือหาย (คำแก้ตัวมาตรฐานเวลามีคลิปหลุดจริงๆ) แพรวาถูกเอามาเป็นแพะรับบาป (ซึ่งมาเฉลยในตอนที่ 4 ว่าอาจารย์ภัทร เป็นคนที่ออกไอเดียแพะรับบาป เพราะไปรับเงินพ่อของเบรฟมาให้ช่วยปกป้องชื่อเสียงของลูก) ซึ่งสิ่งนี้นำไปสู่การที่เอญ่าปรี๊ดแตก ไปตบตีแพรวาจนสาหัสเลย ซึ่งพฤติกรรมนี้ก็พอจะเข้าใจได้ ถ้าพิจารณาจากบุคลิกตัวละครของเอญ่า แต่ที่ไม่เข้าใจคือ การที่คิณดูเหมือนจะเตรียมการมาอย่างดีเลย ที่ไปเอาพวกมูลนิธิฯ มาอุ้มแพรวาที่ไม่ได้สติเพื่อไปรุมโทรม

 

สปอย ลองของซีรีส์

 

ซึ่งสุดท้ายแพรวาก็รอดจากการถูกรุมโทรมได้ เพราะดันมีคนทำของใส่จนทุรนทุราย แล้วไอ้พวกมูลนิธิฯ ก็หนีไป และที่แปลกสุดๆ คือ แพรวา ที่โดนของเข้าไปแล้วทำไมไม่ตาย แถมยังกลับไปถึงบ้านได้อีกตะหาก คือของที่แพรวาโดนเป็นของที่กะให้ถึงตายเลยนะ เพราะตอนที่ 4 มีการเฉลยให้ดูว่าแม่ฝนของแพรวา เขามอบวิชาครึ่งนึงที่เหลืออยู่ให้กับแพรวา เพื่อเอาไปสู้กับของที่อยู่ในตัว ของที่โดนขับออกมานี่มีทั้งตะปู ใบมีดโกน เล่นเอาแพรวาเลือดอาบเลย ยังอุตส่าห์กลับบ้านได้อีกซะงั้น

แล้วดูจากการที่แพรวาก็ทำพิธีรับวิชาจากแม่ฝนแบบไม่เคอะเขิน มีแววว่าแพรวาก็รู้เรื่องของดีอยู่แล้วด้วยนะเนี่ย แต่จนถึงตอนนี้ ยังไม่รู้ว่าอะไรทำให้บุคลิกของแพรวาเปลี่ยนไป จนเป็นแบบนิ่งๆ หลอนๆ ร้ายเงียบ สไตล์ครูพนอ ต้นฉบับของการลองของ

 

การดำเนินเรื่อง ลองของซีรีส์

การดำเนินเรื่องของลองของเดอะซีรี่ส์เนี่ย บอกตรงๆ มันขึ้นๆ ลงๆ ชอบกล คือ ดูตอนแรกก็รู้สึกว่าแบบ ทำไมมันขาดๆ เกินๆ จังวะ เช่น เด็กหญิงที่โดนจับมาในตอนเปิดเรื่อง มันคืออะไร (ยังไม่มีเฉลย) หรือ อยู่ๆ ก็มีฉากคนขับรถตู้กะพาผู้โดยสารมาเคลม แล้วอยู่ๆ ก็โดนของจนตาย มันคืออะไรกัน แต่พอมาดูถึงตอนที่สองกับสาม ก็เริ่มรู้สึกว่าเออ เหมือนจะเข้าที่เข้าทาง เริ่มมีการเฉลยว่าใครทำอะไรไว้กับแพรวาบ้าง ถึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ถึงตาย

 

สปอย ลองของซีรีส์

 

ฉากที่แพรวาจับแคทมาเค้นว่าใครเป็นผู้หญิงในคลิปของเบรฟกันแน่ แพรวากำลังข่มขู่ด้วยไม้เบสบอล
แล้วไอ้ตอนที่ 4 นี่ก็งงที่สุดเลยครับ เมื่อแพรวาไปดักฟาดหัวแคท เพื่อมาเค้นหาความจริงว่าใครกันแน่ที่เป็นผู้หญิงในคลิป คือ บอกตรงๆ ว่างง เพราะคนในคลิปคนนึงคือเบรฟ อันนี้ชัดเจนมาก คือถ้าอยากรู้มาก ทำไมแพรวาไม่ไปถามเบรฟโดยตรงก็ไม่รู้ ทำไมต้องอ้อมๆ มาถามแคท ซึ่งแคทก็ชี้เป้าไปที่ณัฐ ว่าเป็นคนปล่อยคลิป ไม่ได้หลุดเพราะมือถือหายใดๆ ทั้งสิ้น จากนั้นนางก็โดนแพรวาขังไว้บนดาดฟ้าตึก ซึ่งพิจารณาแล้ว ก็น่าจะเป็นดาดฟ้าตึกที่ คิณ หนีผี (ซึ่งจริงๆ คือเห็นภาพหลอน มองคุณหมอเป็นผี) จนตกลงมาตาย ซึ่งเหมือนกับเป็นโรงพยาบาลในมหาวิทยาลัย? แล้วแบบนี้จะใครไปช่วยไหมเนี่ย?

 

สปอย ลองของซีรีส์

พอรู้ว่าเป็นณัฐ ที่เป็นคนปล่อยคลิป แทนที่จะไปหาความจริงจากณัฐ หรือไปถามจากเจ้าตัวคนในคลิปอย่างเบรฟ แพรวาดันไปหาอาจารย์ภัทรแทน ซึ่งโอเค อาจารย์ภัทรก็รู้ว่าผู้หญิงในคลิปนั่นเป็นใคร และก็เป็นคนที่ปรักปรำแพรวา ต้องโดนล้างแค้นแหละ แต่การไปถามอาจารย์ภัทรมันก็อ้อมไปปะ?

ความขลังของการเล่นของ ก็ดูดรอปลงไปจากตอนเวอร์ชันภาพยนตร์ลองของเยอะเลย อันดับแรก เทพสามตา จะเรียกว่าน่ากลัวแบบคิกขุดีไหม คือเป็นอารมณ์ตุ๊กตาบลายธ์ซะงั้น มันก็ ดูหลอนๆ แบบสาวมหาวิทยาลัยละมั้ง ส่วนพวกคาถาที่ร่าย ถ้าเป็นเวอร์ชันภาพยนตร์จะเป็นภาษาเขมร เพราะคุณไสยในเรื่องเป็นพวกของเขมร แต่ในเวอร์ชันเดอะซีรี่ส์ มันเหมือนจะเป็นภาษาอื่น แต่นึกไม่ออกว่ามันเป็นภาษาอะไร แต่ผมว่าร่ายเป็นภาษาเขมรมันฟังแล้วหลอนกว่า

 

 

เดี๋ยวดูจนครบทุกตอนแล้ว ค่อยมารีวิวสรุปอีกทีละกันเนอะ เหลือที่เขาบอกไว้ในเนื้อเรื่องย่อ ที่ว่า ผู้อยู่เบื้องหลังคือคนที่คาดไม่ถึง … จะคาดไม่ถึงขนาดไหนละเนี่ย
สวัสดีครับผู้อ่านทุกคน บางคนอาจกำลังหาซีรีส์แนวสยองขวัญ วันนี้เรามีเรื่องที่มีความหลอนมาฝากกัน กับเรื่อง ลองของซีรีส์ จะหลอนและสนุกขนาดไหนไปดูกันเลย ใครขวัญอ่อนไม่ควรดูนะครับลองของซีรีส์ลองของซีรีส์เป็นภาพยนตร์ แนวสยองขวัญเคยเปิดตัวในปี พ.ศ. 2548 ซึ่งถูกมาดัดแปลง เป็น 2020 ทำให้มีคนหลาย ๆ คนอยากดูเรื่องนี้ เพราะมีความสนุก และ ความหลอนที่อยู่ในเรื่อง ( ใครขวัญอ่อนไม่ควรดูนะครับ ) ผู้กำกับโดยผู้สร้าง ลองของ และ ลองของ 2 อย่าง ไฟว์สตาร์ โปรดักส์ชั่น

สรุป ลองของซีรีส์

สปอย ลองของซีรีส์ ซีรีส์เรื่องนี้ มีตอนจบที่ถือว่าดีมาก และตอบคำถามที่คาใจคนดู ได้เป็นอย่างดีทั้งหมด เป็นซีรีส์ที่หากเริ่มดูแล้ว เราอยากให้ทุกคนดูให้ถึงตอนจบ ซึ่งหากกลัวว่าจะต้องดูนานไป ก็ไม่ต้องกลัวกันไปค่ะ เพราหลายคนคงสงสัยว่า ลองของซีรีส์ มีกี่ตอน ขอกระสิบบอกว่ามีเพียงแค่ 8 ตอนเท่านั้นค่ะ ใครชอบซีรีส์แนวสยองขวัญปนปริศนา ให้ได้ลองทายกันไปตลอดเรื่อง เรื่องนี้ดีและเหมาะอย่างมาก สำหรับการรับชม

 

 

และทั้งหมดนี้ คือข้อสรุปที่เรารวบรวมมาให้ทุกคน ได้ดูกันก่อนที่จะเริ่มต้นดูตัว ลองของซีรีส์ กันแบบจริงจัง ซึ่งซีรีส์เรื่องนี้ มีคนนำมารีวิว ไว้จำนวนมากพอสมควร เพราะมีเรื่องราว ที่ชวนให้น่าติดตามกันจริง ๆ เป็นอย่างไรกันบ้างค่ะ สำหรับ รีวิว ลองของซีรีส์ ที่เรานำมารีวิวให้ทุกคน ได้สัมผัสกับความหลอนกันในครั้งนี้ ซึ่งเราว่า สำหรับใครที่ไม่ชอบการดูซีรีส์ อาจจะต้องเปลี่ยนใจ ไปลองเปิดหาดูซีรีส์เรื่องนี้ กันอย่างแน่นอน เพราะเราว่าโดยรวมแล้ว ทั้งเรื่องราวของซีรีส์ และนักแสดงแต่ละคน สามารถทำมันออกมาได้ดีจริง ๆ ค่ะ