Category Archives: หนังไทยnetflix

รีวิวหนังไทย โฮมสเตย์

รีวิวหนังไทย โฮมสเตย์

รีวิวหนังไทย โฮมสเตย์

รีวิวหนังไทย โฮมสเตย์ การฟื้นคืนจากความตาย ของวิญญาณปริศนาในร่างเด็กหนุ่ม “มึงได้รางวัลนะ” ทันทีที่ได้ยินเสียงปริศนาในความมืด ตัวเอกของเรื่องตื่นขึ้นมาและพบว่าตัวเองกำลังอยู่ในห้องดับจิต ในร่างของเด็กหนุ่มนามว่า มิน ที่ตายโดยไม่ทราบสาเหตุ เขาไม่รู้ว่าทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะอะไร กระทั่งได้พบกับเหตุการณ์เหนือธรรมชาติที่มาพร้อมบุคคลปริศนาซึ่งเรียกตัวเองว่าผู้คุม จึงได้ค้นพบว่าการฟื้นคืนชีพครั้งนี้มีเวลาเพียง 100 วันเท่านั้น ที่สำคัญ เขายังต้องหาคำตอบให้ได้ ว่าเจ้าของร่างที่ชื่อมินฆ่าตัวตายเพราะอะไร หากตอบไม่ได้ทั้งเขาและมินจะต้องตายไปพร้อมกัน

เรื่องย่อ

“มึงได้รางวัลนะ” ผู้ชายท่าทางลึกลับที่เรียกตัวเองว่า ผู้คุม (นพชัย ชัยนาม) บอกผม ในขณะที่เรายืนประจันหน้ากันบนผนังตึกของโรงพยาบาลที่หมุนพลิกราวกับแรงโน้มถ่วงกลับด้าน! ผู้คุมไม่รอให้ผมปะติดปะต่อเรื่องราวในหัว เขากระชากคอเสื้อผมให้มาฟังคำอธิบายถึงรางวัลที่วิญญาณเร่ร่อนอย่างผมได้รับ นั่นก็คือการได้กลับมามีชีวิตอีกครั้งในร่างของเด็กม.ปลายที่ชื่อ มิน (ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ) ที่นอนนิ่งอยู่ในตู้เก็บศพของโรงพยาบาลแห่งนี้ จะว่าไปการได้มาอยู่ในร่างใหม่ ก็ไม่ต่างอะไรกับการอยู่โฮมสเตย์ คืออยู่ได้แค่ชั่วคราว แถมยังไม่ได้อยู่ฟรีๆ เพราะผมต้องหาคำตอบให้ได้ภายใน 100 วัน ว่า “มินตายเพราะใคร” ถ้าตอบไม่ได้ ผมจะต้องตายและจากร่างโฮมสเตย์นี้ไปตลอดกาล

ความน่าดูหลัก ๆ ของหนัง คงเป็นการเล่นหนังใหญ่ครั้งแรกของ กัปตันเฌอปราง BNK48 หรือ เฌอปราง อารีย์กุล ขวัญใจของใครหลาย ๆ คน ซึ่งน่าจะเป็นสาเหตุหลักที่ทุกคนจับตามองหนังเรื่องนี้นอกไปจากว่าเป็นหนัง GDH หนังจากค่ายคุณภาพที่มีแฟนคลับติดตามทุกเรื่องอยู่แล้ว และยิ่งเป็นการแสดงที่เรารับรู้ได้มาก ๆ ว่าเฌอทุ่มเทให้บทนี้ขนาดไหน ทั้งยังเป็นการพลิกภาพ BNK48 ครั้งสำคัญที่จะมารับบทหนัก ๆ ดราม่า สุด ๆ อย่างนี้ และแน่นอนความแรงของนิยายและบทหนังก็ไม่แน่ใจว่าเหล่าแฟนคลับผู้ชื่นชอบ BNK48 จะมองอย่างไร ว่าเป็นงานหนึ่ง หรือเป็นการละเมิดความรู้สึกแฟน ๆ (อ่านถึงตรงนี้บางคนหวั่นใจกับการต้องไปดูหนัง ใช่ครับเชิญหวั่นใจไปเลย แต่ต้องรับรู้ว่าเฌอทุ่มเทกับมันขนาดนั้นจริง ๆ) แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นนี่คืองานที่เฌอสามารถภาคภูมิใจได้ และเธอมีสิทธิ์เข้าชิงรางวัลด้านการแสดงในปีล่ารางวัลที่จะถึงนี้อย่างแน่นอน เว็บดูหนัง

Homestay โฮมสเตย์ รีวิวหนังใหม่จาก GDH กับการเล่นหนังครั้งแรกของ เฌอปราง

และสำหรับแฟนคลับที่ทำใจไม่ไหวขอให้คิดแบบที่ผู้คุมบอกมินครับ “มันก็แค่ร่างชั่วคราว มึงอย่าอินสิวะ”

ส่วนนักแสดงหลักตัวจริงอย่าง เจมส์ ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ ที่กำลังติดหน้าติดตาผู้ชมจากผลงานเด่น ๆ ที่ดังต่อเนื่องทั้ง ฉลาดเกมส์โกง และ ซีรีส์เลือดข้นคนจาง จนมาถึงเรื่องนี้ ก็เป็นการยกระดับการแสดงที่ท้าทายมากขึ้นกว่าทุกครั้งเพราะต้องเล่นกับอารมณ์หลากหลายซับซ้อน ทั้งยังต้องแบกหนังทั้งเรื่องด้วยตัวคนเดียวด้วยในฐานะบทนำ ก็ทำได้อย่างละเอียดเราร่วมทุกข์ร่วมสุขกับตัวละครผ่านการแสดงของเจมส์ได้ดี จนเมื่อผู้คุมให้สติมินว่า “มันก็แค่ร่างชั่วคราว มึงอย่าอินดิ” นั่นล่ะเราถึงดึงตัวออกมาทันว่า เออใช่มันคือชีวิตในหนัง อย่าอินสิ เพราะถ้าใครอินกับตัวมินอย่างที่หนังสร้างศักยภาพไว้ รับรองมีจิตตกโรคซึมเศร้ากินแน่นอน และอีกเช่นกันเจมส์น่าจะได้ลุ้นในรางวัลด้านการแสดงจากเรื่องนี้อีกเช่นกัน

นักแสดงสมทบอื่น ๆ ก็นับว่าได้ตัวกลั่นของวงการมาทั้งสิ้นทั้ง สู่ขวัญ บูลกุล มารับบทแม่ ซึ่งเราคิดว่าเธอทำได้อยู่แล้วแต่กลับเป็นว่าเธอทำได้เกินความคาดหมายมาก คิดว่าน่าจะมีลุ้นรางวัลอีกคนหนึ่งของหนังเลยล่ะ ส่วน วิโรจ ควันธรรม รับบทพ่อ และ เบสท์ ณัฐสิทธิ์ มารับบทพี่ชาย ก็ถือว่าแสดงได้สมน้ำสมเนื้อ น่าเสียดายที่หนังฉบับไทยนี้ไม่ได้ให้ที่ทางของทั้งคู่มากพอเท่ากับของแม่ จนดูว่าปมเบาบางและเดาได้มาแต่กลางเรื่องไม่ได้น่าจดจำเมื่อมีการขยี้เท่าใดนัก จะบอกว่าเป็นจุดพร่องแต่ไม่ถึงกับจุดอ่อนของการดัดแปลงครั้งนี้ก็ได้ หนังฟรี

มาที่ฝั่งผู้คุมซึ่งเป็นตัวละครแฟนตาซีของหนังก็ได้ทั้ง ปีเตอร์ นพชัย ชัยนาม มาเป็นตัวเปิด แล้วผลัดเปลี่ยนเป็นร่างอื่น ๆ ทั้ง ธเนศ วรากุลนุเคราะห์ ทั้ง พลอย เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์ และอีกหลายคน ซึ่งจริง ๆ หนังยังถ่ายไว้มากกว่านี้ ทั้ง เผือก พงศธร ทั้ง เดวิด อัศวนนท์ แต่ด้วยเวลาของหนังกว่าสองชั่วโมงก็ยาวมากเกินที่จะยัดฉากผู้คุมลงไปเพิ่มอีก จนต้องตัดทิ้งอย่างน่าเสียดาย ในส่วนนักแสดงสมทบจึงนับว่าเป็นทีมนักแสดงที่ลงตัวมากที่สุดเรื่องหนึ่งทีเดียว

ความน่าดูที่สอง ในฐานะคนดูหนังไทยคงเป็นการกลับมาทำหนังยาวอีกครั้งของ โอ๋ ภาคภูมิ วงศ์ภูมิ ที่ปล่อยเพื่อนรักอย่างโต้ง บรรจง ปิสัญธนะกูล ครั้งทำหนังเรื่องแรกด้วยกันใน ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ (2547) โด่งดังมีหนังพันล้านไปแล้วกับ พ่อมากพระโขนง (2556) ส่วนพี่โอ๋ก็ไปได้ดีกับหนังสั้นที่ได้รับคำชื่นชมสูงใน ฝนตกที่ห้วยขาแข้ง (2558) แล้วก็ร้างราหายหน้าไปนานพอควร การกลับมาของพี่โอ๋รอบนี้จึงน่าจับตามองอย่างสำคัญ

รีวิว หนัง Homestay : ก้าวผ่านความเจ็บปวดในวัยเด็ก

รีวิวหนังไทย โฮมสเตย์

โดยนิยายญี่ปุ่นเรื่องนี้คงโดนใจพี่โอ๋มากถึงขนาดยอมทนรอเวลาพัฒนาและติดต่อซื้อบทจากญี่ปุ่น ฟูมฟักมันอย่างอดทน และที่สำคัญการดัดแปลงมาในฉบับนี้รายละเอียดและการเล่านั้นยกระดับของเรื่องมาอีกขั้นเลย เราจะได้เห็นความตั้งใจของพี่โอ๋กับหนังเรื่องนี้มากทีเดียว ผมต้องยอมรับว่าหนังดัดแปลงมาได้เข้มข้นและน่าติดตามมาก ขนาดว่าเคยรู้เรื่องมาก่อนแล้วก็ยังดูสนุก แต่สำหรับใครที่ติดใจกับวิธีการเล่าเรื่องแบบเนิบนิ่งของญี่ปุ่นที่ค่อย ๆ สั่นสะเทือนความรู้สึกเราช้า ๆ สำหรับเรื่องนี้มันรุกมากกว่าและยิงตรงแรง ๆ ในจังหวะที่ออกแบบมาดีกว่ามากครับ ก็แล้วแต่รสนิยมผู้ชมว่าจะชอบไหม เพราะด้วยความที่มันคือดราม่าหนัก ๆ ถึงจะเคลือบด้วยความเป็นแฟนตาซีธริลเลอร์ให้ย่อยง่ายขึ้นก็เถอะ มันอาจไม่ถูกรสคนทั่วไปมากนัก ยิ่งกับคอหนังชาวไทยนี่หนังดราม่าจริงจังนับเป็นของไม่ถูกโฉลกเท่าไรด้วย

ความน่าดูต่อมา คือการที่มันเป็นหนังไทยเรื่องแรกที่นำวรรณกรรมญี่ปุ่นยุคใหม่อย่าง Colorful ของ เอโตะ โมริ หรือนิยายฉบับแปลไทยใช้ชื่อว่า เมื่อสวรรค์ให้รางวัลผม ทั้งยังเคยถูกนำไปสร้างเป็นหนังแอนิเมชั่นญี่ปุ่นในชื่อ Colorful (2010) มาก่อนด้วย นับเป็นก้าวเปลี่ยนสำคัญสำหรับหนังไทยเหมือนกันนะ เพราะก่อนหน้าแม้จะมี อุโมงก์ผาเมือง ก็เป็นการดัดแปลงจากหนังญี่ปุ่น ราโชมอน มากกว่าตัวนิยายโดยตรง แถมยังเป็นนิยายยุคเก่าด้วย หนังใหม่

รีวิว Homestay ดราม่าระดับสั่นสะเทือน

หนังมีการปรับรายละเอียดต่าง ๆ ไปหลายสิ่ง ตั้งแต่ตัวละครที่เปลี่ยนมาเป็นเด็กมัธยมตอนปลายซึ่งเล่นอะไรได้มากกว่าในฉบับนิยาย และสามารถเล่นประเด็นที่ดูรุนแรงแบบผู้ใหญ่ ๆ ได้เข้ากับเรื่องมากขึ้น อีกทั้งรูปแบบของผู้คุมที่ในฉบับญี่ปุ่นจะมาในรูปลักษณ์ของเด็กชายอายุใกล้เคียงกับพระเอกและไม่ได้มีท่าทีคุกคามเท่าฉบับไทย หนังยังใช้ความเป็นหนังสืบสวนสอบสวนแบบจริงจัง มากกว่าที่จะเป็นการค้นหาความหมายของชีวิตซึ่งเป็นแก่นแท้และการเล่าเรื่องในฉบับญี่ปุ่น ทั้งยังไม่ได้วางเงื่อนไขเรื่องการค้นหาความจริงและเวลาจำกัดให้กดดันตัวละครเท่าฉบับไทยด้วย ตรงนี้จึงเป็นข้อได้เปรียบของหนังเวอร์ชั่นไทยที่ดูสนุกกว่า อินกว่า รู้สึกกับตัวละครมากกว่า จนเกือบจะสร้างความเป็นออริจินัลของตัวเองได้เลย แต่ก็น่าเสียดายเพราะหนังยังต้องโดนกรอบด้วยการตีความของนิยายไว้ ทำให้ไม่สามารถเล่นกับตอนจบได้มากนัก ใครเคยชมฉบับญี่ปุ่นมาคือไม่มีอะไรให้เซอร์ไพรส์เลยครับ

ส่วนตัวแอบคาดหวังตลอดการดูว่าหนังจะตีความใหม่อย่างไร โดยเฉพาะการเล่นคำว่าโฮมสเตย์ หรือมึงอย่าอินสิมันแค่ร่างชั่วคราว แต่สุดท้ายหนังก็ไม่สามารถดึงจุดนี้ขึ้นไปแทนที่ในช่วงไคลแม็กส์ของหนังได้ เพราะมันต้องยุติที่ว่าใครฆ่าซึ่งจริง ๆ เป็นเพียงทางผ่านของแก่นแท้เท่านั้น ยิ่งการที่ผู้กำกับเน้นมาทางนี้ยิ่งขยายด้วยปรัชญาแบบพุทธได้คมคายมากกว่าด้วย อันนี้ก็เป็นแค่ความเห็นส่วนตัวครับ เพราะเป็นทางเลือกของผู้กำกับอยู่แล้วว่าอยากจะเล่นแค่ตรงนี้ เว็บดูหนังฟรี

มาเเล้วโปสเตอร์ที่3ของHome Stay - Pantip

ด้านซีจีของหนังนับว่าพอดีและสมจริงมาก ช่วยสร้างบรรยากาศแฟนตาซีได้โดดเด่น อันนี้ต้องชื่นชมไปถึงงานด้านภาพที่เล่นสีตัดและการสื่อความได้ดี แม้บางฉากจะดูหลุดไปเป็นสีการ์ตูนไปนิดแต่ก็เข้ากับการตีความฉากนั้น ๆ ด้วย

สุดท้ายนี่คือหนังที่เราควรเอาหัวว่างเปล่า ไม่รับรู้อะไรมาก แล้วค่อย ๆ เรียนรู้ไปกับตัวละคร ดังนั้นไม่ควรโดนสปอยล์ก่อนไปชมเลยครับ ดูหนังฟรี

Homestay | โฮมสเตย์ (2018) เป็นภาพยนตร์ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากนวนิยายของญี่ปุ่นเรื่อง Colorful ผลงานของนักเขียน Mori Eto เป็นเรื่องราวของวิญญาณเร่ร่อนที่ได้รับรางวัลจากผู้คุมวิญญาณให้กลับมามีชีวิตได้อีกครั้งหนึ่ง ในร่างของเด็กหนุ่มมัธยมปลาย มิน เด็กที่เสียชีวิตจากการฆ่าตัวตาย โดยมีเงื่อนไขว่าเขาสามารถอยู่ในร่างนี้ได้เพียง 100 วัน

 

และต้องหาให้ได้ว่ามินฆ่าตัวตายเพราะใคร ไม่เช่นนั้นเขาจะกลายเป็นวิญญาณเร่ร่อนไม่ได้ผุดได้เกิดอีกเลย อุปสรรคนอกจากระยะเวลาที่จำกัดแล้วเขายังต้องถูกผู้คุมวิญญาณลบความทรงจำอีกด้วย เมื่อเวลาผ่านไปเขาได้พบเจอเรื่องแปลกใหม่ เริ่มคุ้นชินและมีความสุขกับร่างใหม่นี้ แต่ทำไมมินถึงฆ่าตัวตาย เขาจะสามารถหาสาเหตุการตายของมินได้ทันเวลาหรือไม่ สามารถรับชมได้ทาง TrueID

เจมส์ ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ รับบทเป็น มิน และวิญญาณเร่ร่อน บทมินเป็นเด็กหนุ่มที่เสียชีวิตไปแล้วหนึ่งวัน แต่กลับมามีชีวิตอีกครั้งหลังจากที่วิญญาณเร่ร่อนมาสิงร่าง โดยวิญญาณต้องค้นหาสาเหตุการตายของเจ้าของร่าง (มิน) แต่เพราะสูญเสียความทรงจำ ทุกอย่างจึงดูเป็นเรื่องใหม่สำหรับเขา หนุ่มเจมส์แสดงได้สมบทบาท ชอบซีนที่เจอกับหลี เพื่อนสนิทและพาย รุ่นพี่สายรหัสครั้งแรก ดูโลกสดใส น่ารัก ทั้งสองซีน ส่วนซีนดราม่ากับครอบครัวก็ทำน้ำตาซึม จัดว่าเป็นนักแสดงที่พัฒนาฝีมืออย่างต่อเนื่อง ดูแล้วไม่ผิดหวัง ทำได้ดีทั้งดราม่า และบทโรแมนติก กุ๊กกิ๊ก อบอุ่น ดูหนังออนไลน์

รีวิวหนังไทย โหมโรง

รีวิวหนังไทย โหมโรง

รีวิวหนังไทย โหมโรง

รีวิวหนังไทย โหมโรง การดำรงคงอยู่ของวงการดนตรีไทยผ่านยุคสมัยแห่งการเปลี่ยนผ่านหนังขึ้นหิ้งหนังดีแห่งวงการหนังไทย โดยบอกเล่าเรื่องราวทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับบุคคลสำคัญอย่าง หลวงประดิษฐ์ไพเราะ ผู้มีพรสวรรค์และมีบทบาทสำคัญต่อวงการดนตรีไทย ที่ครั้งหนึ่งต้องนำพามรดกทางดนตรีไทยให้อยู่รอดภายใต้การเปลี่ยนผ่านวัฒนธรรม Production ของหนังนั้นสามารถทำออกมาได้ดีเยี่ยมในทุกแง่มุม ไม่ว่าจะเป็นบทประพันธ์ การเล่าเรื่อง หรือการแสดง เรียกได้ว่าเป็นตำนานหนังไทยที่คุณไม่ควรพลาดเลยค่ะ

รีวิวภาพยนตร์ สืบเนื่องจากเมื่อกระทู้ก่อน ผมได้เขียนรีวิวเกี่ยวกับภาพยนตร์เรื่อง The Legend of 1900 เอาไว้ ซึ่งมีหลายฉากเป็นแรงบันดาลใจให้กับโหมโรง ระหว่างการหาข้อมูลก็ได้ไปเจอหลายฉากที่น่าประทับ จึงอยากมานำมาย้อนรำลึกถึงบรรยากาศและฉากต่างๆในโหมโรงครับ
มารู้จักกับภาพยนตร์เรื่อง ” โหมโรง “

โหมโรง หนึ่งในภาพยนตร์ที่ดีที่สุดของวงการหนังไทย โหมโรงถูกสร้างในปี 2547 (ผ่านมากว่า 13 ปีแล้ว !!!) โหมโรงกำกับโดย อิทธิสุนทร วิชัยลักษณ์ ในส่วนดนตรีได้รับการควบคุมโดย ชาติชาย พงศ์ประภาพันธุ์ และ ชัยภัค ภัทรจินดา (คนดนตรีไทยน่าจะรู้จักดี) ตัวหนังได้รับเสียงชื่นชมมากมาย สร้างกระแสดนตรีไทยฟีเวอร์ ขนาดถูกนำไปสร้างเป็นละครทีวีและละครเวที โหมโรงเริ่มแรกเกือบจะถูกถอดไปแล้ว แต่โชคดีถูกต่อลมหายใจโดยพันทิป กระแสปากต่อปากช่วยเอาไว้ ในส่วนรางวัล หนังได้รางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจากสุพรรณหงส์ รางวัลต่างๆภายในประเทศมากมาย และถูกคัดเลือกเป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งชิงออสการ์ภาพยนตร์ต่างประเทศด้วย

นอกจากรางวัลในประเทศไทยแล้ว โหมโรงยังได้รางวัลจากเทศกาลหนังต่างประเทศหลายเทศกาลด้วย เช่น Miami Film Festival , Asia-Pacific Film Festival , Marrakech International Film Festival จึงถือได้ว่าเป็นหนังไทยที่เจ๋งมาก สามารถไปสร้างชื่อเสียงในต่างประเทศได้ เว็บดูหนัง

เรื่องย่อ'โหมโรง'

สำหรับเนื้อเรื่องโหมโรงเป็นภาพยนตร์ที่ถูกดัดแปลงมาจากชีวิตของ หลวงประดิษฐ์ไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) ครูคนสำคัญของวงการดนตรีไทย ศรเกิดมาในครอบครัวดนตรีไทยและได้รู้จักกับดนตรีไทยตั้งแต่เด็ก เมื่อเติบโตมาก็มีพรสวรรค์ทางดนตรีสูงกว่าคนอื่น ทำให้ได้เข้าไปอยู่ในวงดนตรีหลวงที่มีเจ้านายคอยอุปถัมภ์ เป็นนายระนาดประจำวง ได้พบรักกับสาวในวัง ได้เข้าสู่ช่วงที่หมดหวังที่สุดในชีวิตเมื่อประชันระนาดแพ้ขุนอิน แต่สุดท้ายด้วยการฝึกฝนและคิดค้นทางระนาดใหม่ ทำให้สามารถเอาชนะขุนอินไปได้

ตัดไปช่วงบั้นปลายชีวิต ศรในวัยชรา ต้องเผชิญกับ อุปสรรคของดนตรีไทยอย่างวัฒนธรรมตะวันตกที่แพร่กระจายเข้ามาในสังคม นโยบายควบคุมดนตรีไทยและศิลปะแขนงต่างๆ จนทำให้ดนตรีไทยเข้าสู่ยุคโรยรา ซึ่งเป็นยุคที่ศรยากจะทำใจได้

เกือบหนึ่งสัปดาห์แล้ว ถ้านับจากวันที่เรามีโอกาสได้ไปชมละครเวที “โหมโรง เดอะมิวสิคัล” จนถึงตอนนี้ เพิ่งมีโอกาสได้เขียนรีวิว มากกว่าการแอบอู้อ่านสอบไฟนอลมาเขียนรีวิว คือเราอยากบันทึกความทรงจำดีๆ ที่ได้จากการชมละครเวทีเรื่องนี้

โหมโรง เดอะมิวสิคัล เป็นละครเวทีที่เราดูแล้วรู้สึกอิ่มเอมหัวใจ คือมันได้ทุกอารมณ์ ทุกอรรถรส ทั้งโรแมนติก ตลก ซาบซึ้ง น้ำตาคลอ ตื่นเต้น ลุ้นระทึก รวมๆ กันแล้วมันคือความประทับใจ คะแนนเต็ม 10 ก็ให้ 10 เป็น 3 ชั่วโมงครึ่งที่มีความสุขมาก เป็นการดูละครเวทีที่ “ดีต่อใจ” เราไม่เคยมีโอกาสได้สัมผัสละครเวทีบรอดเวย์ หรือของต่างประเทศ แต่มากกว่าเยาวชน มากกว่าคนไทยทุกคน เราอยากให้ชาวต่างชาติได้มาสัมผัสละครเวทีดีๆ ฝีมือคนไทยอย่างเรื่องนี้เหลือเกิน หนังฟรี

กระทู้รำลึก) โหมโรง (2004) :  หนังไทยเรื่องเยี่ยมที่แสดงศักยภาพดนตรีไทยออกมาได้อย่างทรงพลัง - Pantip

บทละครเวที “โหมโรง เดอะมิวสิคัล” ดัดแปลงจากบทภาพยนตร์เรื่อง “โหมโรง” ในปี 2547 เราเคยชมภาพยนตร์เรื่องนี้ตั้งแต่เด็ก คือเด็กมากจนปะติดปะต่อเนื้อเรื่องไม่ได้เลย ภาพจำของเราในภาพยนตร์เรื่องนี้มีแค่ โอ อนุชิต เป็นพระเอก อ๊อฟ พงษ์พัฒน์ เป็นทหาร มีการเล่นระนาด …จำได้แค่นี้จริง ๆ ซึ่งพอเราตัดสินใจจะไปชมละครเวที คิดวันนี้ก็ซื้อบัตรรอบพรุ่งนี้เลย ไปแบบโล่งๆ เข้าไปทำความรู้จักกับเรื่องราว กับตัวละครที่หน้างานเลยละกัน

เป็น 3 ชั่วโมงครึ่ง ที่มีความสุข เรายิ้ม เราหัวเราะ เราลุ้นระทึก แต่ที่สุดของโหมโรง เดอะมิวสิคัล คือละครเวทีเรื่องนี้ทำเราน้ำตาคลอถึง 6 ครั้ง !

เรื่องราวของ “โหมโรง เดอะมิวสิคัล” ได้แรงบันดาลใจจากชีวประวัติของ หลวงประดิษฐไพเราะ หรือท่านครูศร ศิลปะบรรเลง ปูชนียบุคคลผู้มีคุณูปการต่อวงการดนตรีไทย ชีวิตของศร ตั้งแต่วัยเด็ก วัยหนุ่ม จนถึงวัยชรา เพื่อความฝันของเขา เขาต้องต่อสู้ ต้องฝ่าฟันกับอุปสรรคมากมายในทุกช่วงชีวิต การเล่าเรื่อง ตัดฉากสลับระหว่างช่วงวัยหนุ่มกับวัยชรา ยิ่งทำให้เรื่องสนุกและน่าติดตามมากขึ้น
องก์ 1 รุ่มรวยด้วยความสุข มีแต่รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ อิ่มเอมในความงาม ความไพเราะของดนตรีไทย
องก์ 2 คือการขมวดปมด้วยแรงกดดัน ลุ้นไปกับนายศร เสียน้ำตาให้กับท่านครูและอีกหลายชีวิต ก่อนจะจบอย่างจับใจ หนังใหม่

เสียงดนตรีไม่มีวันตาย : โหมโรง - YouTube

รีวิวหนังไทย โหมโรง

ตลอดชีวิตของท่านครู หรือนายศร เขาล้วนต้องต้องสู้เพื่อให้ได้สิ่งที่เขาปรารถนา

“เด็กชายศร” ต้องต่อสู้กับความรักของพ่อ…ความฝันที่จะเล่นดนตรีไทยต้องยุติลง เพียงเพราะความตายของพี่ชายอันเกิดจากชัยชนะในการประชันระนาด แต่นั่นใช่ความผิดของดนตรีไทยหรือ? เมื่อพ่อตัดสินใจเช่นนั้น เด็กน้อยก็ไม่มีทางเลือก น้องที่เล่นเป็นศรคือร้องเพลงเพราะมาก แสดงดีมากเช่นกัน ความรู้สึกของคนที่ถูกห้ามทำในสิ่งที่รัก ซีนพ่อพาศรไปไหว้ครูนี่คือดีมาก แค่ซีนแรกๆ พระเอกยังไม่ทันโต เราก็น้ำตาคลอแล้ว… ถึงแม้พาร์ตวัยเด็กจะใช้เวลาไม่นาน แต่ก็อัดแน่นด้วยความประทับใจ

“นายศร” การต่อสู้กับหัวใจตัวเอง… ละครเวทีเรื่องนี้ทำให้เราอยากให้ประเทศไทยมีการแจกรางวัลให้กับวงการละครเวทีบ้างเหลือเกิน ซึ่งถ้ามี ในปี 2561 นี้ ผู้ที่คู่ควรกับรางวัลนักแสดงนำชายคงเป็นใครไม่ได้นอกจาก อาร์ม-กรกันต์ สุทธิโกเศศ หน้าตาดี ร้องเพลงเพราะ การแสดงเป็นเลิศ ฝีไม้ลายมือการเล่นระนาดถึงขั้นประชันกับรุ่นครูแล้วชนะ คุณสมบัติเหล่านี้ยากที่จะอยู่ในตัวคนคนเดียว แต่พี่อาร์มทำได้! เว็บดูหนังฟรี

ศรในวัยหนุ่ม เขาอยู่ในยุครุ่งเรืองของดนตรีไทย เขาคือระนาดเอกแห่งอัมพวา ความภาคภูมิใจในความสามารถของตนเอง บางครั้งก็มากเกินไปจนกลายเป็นความผยอง จนกระทั่งเขาได้พบ ได้ยินเสียงของระนาดที่เหนือกว่าเขา เข้มแข็งและดุดันกว่าเขา จนยากที่จะเอาชนะ นั่นกลายเป็นความกลัว เสียงนั้นยังคอยหลอนให้ชายหนุ่มอย่างศรหวาดผวา และไม่กล้าเล่นระนาดอีก…แท้จริงแล้ว นี่ไม่ใช่การต่อสู้ระหว่างเขากับขุนอินเลย แต่นี่คือการต่อสู้ของศรกับใจของเขา…

พาร์ตวัยหนุ่มของศร ที่จะไม่พูดถึงไม่ได้คือบทของ “ทิว” เพื่อนสนิทของศร ที่ตัวติดกันตลอด ทิวจัดได้ว่าเป็นตัวสร้างสีสันของเรื่อง ด้วยคาแรคเตอร์ที่จัดจ้าน เล่นใหญ่ไฟกะพริบ แต่การแสดงของ นาย-มงคล กลับเรียกรอยยิ้มให้กับผู้ชมและไม่ทำให้ตัวละครตัวนี้น่ารำคาญเลย

Sahamongkolfilm | โหมโรง (The Overture)
หลายตัวละครในพาร์ตวัยหนุ่ม ทำให้เราสัมผัสและเข้าใจคำว่า “น้อยแต่มาก” ด้วยไทม์ไลน์ของเรื่องที่ยาวนาน ทำให้บางตัวละครปรากฏตัวออกมาน้อย แต่กลับสร้างความประทับใจให้คนดู…ยากที่จะลืมได้ ครูรัก-ศรัทธา มาในบทของ “ครูเทียน” ผู้สอนศรเล่นดนตรีในวัง ออกมาน้อยแต่มาเพื่อเรียกเสียงหัวเราะจากผู้ชม

รีวิวภาพยนตร์ เรื่องย่อ โหมโรง ละครโทรทัศน์แห่งความภาคภูมิใจในคุณค่าศิลปวัฒนธรรมความเป็นไทย อันเป็นรากของแผ่นดิน ความงดงามและความไพเราะจากเครื่องดนตรีไทยอย่าง “ระนาดเอก” เริ่มต้นบรรเลงขับขานไปพร้อมกับเรื่องราวอันเข้มข้นของ “ศร” บุรุษผู้ที่ได้รับการยกย่องให้เป็น “มหาคีตกวี” กับเส้นทางชีวิตมุ่งหน้าสู่ความเป็น “นักระนาดเอกมือหนึ่งของแผ่นดิน” บรมครูของนักดนตรีไทย ผู้ผ่านทั้งยุคทองที่รุ่งเรืองอย่างสูงสุด และยุคตกต่ำที่สุดของวงการดนตรีไทย ยอดคนระนาดเอกแห่งสยามประเทศ จะกลับมาโลดแล่นบนจอแก้ว ดูหนังฟรี
ยุครัชกาลที่ 5

พันโทวีระที่ดูแลเรื่องวัฒนธรรมนี้อยู่ ด้วยขณะนั้นบ้านเมืองอยู่ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง มีความขัดแย้งหลายอย่างเกิดขึ้นในสังคม เป็นช่วงเวลาที่ประเทศไทยรับเอาอารยธรรมจากต่างชาติเข้ามาปฏิบัติด้วยถือว่านี่คือสิ่งศิวิไลซ์ที่ประชาชนควรถือปฏิบัติ และนำชาติด้วยคำว่า “เชื่อผู้นำ ชาติพ้นภัย” ในยุคนั้นมีการออกกฎมากมายเกี่ยวกับดนตรี เช่นการจะแสดงดนตรีไทยต้องมีบัตรนักดนตรีเท่านั้น ห้ามนั่งเล่นดนตรีกับพื้น เป็นต้น ข้อห้ามเหล่านี้ล้วนทำให้นักดนตรีไทยทำมาหากินยากลำบากขึ้น จนทำให้นักระนาดบางคนที่มีฝีมือดีมากอย่างเปี๊ยกกลับต้องหันเหชีวิตไปรับจ้างแบกข้าวสาร จนเกิดอุบัติเหตุข้อมือหักไม่สามารถเล่นระนาดได้อีก เปี๊ยกทำใจไม่ได้จึงตัดสินใจคร่าชีวิตตัวเองด้วยการผูกคอตาย ดูหนังออนไลน์

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นสะเทือนใจทุกคนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะท่านครู … ความขัดแย้งทั้งด้านสงครามก็ดำเนินรุนแรงขึ้น ขณะที่ความขัดแย้งทางวัฒนธรรมระหว่างคนในชาติเองก็รุนแรงตามเป็นลำดับ สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ ก่อให้เกิดผลกระทบ และสร้างความปวดร้าวแก่นักดนตรีไทยและคนไทยทุกคน รวมทั้งท่านครูที่แม้จะพยายามอธิบายถึงความชัดเจนในความเป็นตัวตนของไทยแล้วหากจะรับสิ่งอื่นก็ต้องรับเข้ามาอย่างเข้าใจ จึงจะผสานไปด้วยกันได้ พันโทวีระดูจะไม่เข้าใจ ท่านครูจึงจบการสนทนาด้วยการเดินไปที่ระนาดและท่านได้ใช้ความกล้าหาญในเฮือกสุดท้ายแห่งชีวิตท่านไปกับการบรรเลงเพลง แสนคำนึง ขึ้นต่อสู้เพื่อพิสูจน์คุณค่าแห่งดนตรีและวัฒนธรรมไทยที่ท่านรักดั่งชีวิต ทำให้พันโทวีระได้ฉุกคิด เขาได้เข้าใจถึงเสียงพูดของท่านครูที่ดังไปเข้าหูเขาในวันนั้นแล้ว พันโทวีระยอมจากไปแต่โดยดีในที่สุด

จากนั้นไม่นานท่านครูก็สิ้นลมลงด้วยความหวังว่าสิ่งเหล่านี้ที่ท่านครูเองได้ต่อสู้มานั้นจะไม่หายไปไหน ในงานศพของท่านครู เหล่านักดนตรีไทยได้มารวมตัวกันและบรรเลงเพลงร่วมกันส่งวิญญาณครูและเหมือนเป็นการส่งสัญญาณให้ครูได้รู้ว่าตั้งแต่นี้ไปคือโหมโรงที่จะสืบทอดปณิธานของท่านครูสืบไปด้วยเช่นกัน ดูหนังออนไลน์

รีวิวหนังไทย ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ

รีวิวหนังไทย ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ

รีวิวหนังไทย ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ

รีวิวหนังไทย ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ ความขวัญผวาผ่านรูปถ่าย ดีเยี่ยมจนต่างประเทศพากันรีเมค สร้างความขวัญผวาทั่วทั้งประเทศไทย กับเรื่องราวของวิญญาณติดรูปถ่ายที่คอยตามหลอกหลอนธรรม์และเจน หนุ่มสาวคู่รัก ก่อนจะค้นพบว่าแท้จริงแล้ววิญญาณที่ตามจองเวรนั้นมีที่มาที่ไป หนังเรื่องนี้เป็นหนังผีสไตล์ตุ้งแช่ ที่มีจังหวะในการเล่นกับจิตใจของคนดูได้อย่างเยี่ยมยอด นอกจากนี้ ยังมีจุดหักมุมที่คาดไม่ถึงด้วยเช่นกัน นอกจากจะได้รับความนิยมในไทยแล้ว ยังได้เสียงตอบรับอย่างดีในต่างประเทศ จนทั้ง Hollywood และประเทศญี่ปุ่นยังขอนำไปรีเมคเลยทีเดียวค่ะ

รีวิว ซัตเตอร์กดติดวิญญาณ ฉายปี 2547 จากคาย GTH กำกับโดย บรรจง ปิสัญธนะกูล และ ภาคภูมิ วงศ์ภูมิ การสืบสวนเรื่องประหลาดจากภาพถ่ายติดวิญญาณ หนังแจ้งเกิดอีกรอบดาราสุดฮอต อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม กับสาววีเจสุดฮอท ณัฐฐาวีรนุช ทองมี ทั้งสองคนช่วยกันเล่าเรื่องวิญญาณสยองในภาพถ่ายที่ตามรังควานจนไม่สามารถใช้ชีวิตแบบปกติได้

 

เรื่องย่อคือ กลุ่มเพื่อนตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยที่ไม่ได้เจอกันหลายปีกลับมารวมตัวกันในงานแต่งงานของเพื่อนคนหนึ่งในกลุ่ม เมื่องานเลี้ยงจบทุกคนก็แยกย้ายกันกลับ คืนนั้น ธรรม์ ช่างภาพหนุ่มกับ เจน แฟนสาวขับรถกลับบ้าน เจนดันขับรถชนหญิงสาวคนหนึ่งอย่างแรง แต่ธรรม์บอกให้เจนขับรถหนีไปก่อน ด้วยความตกใจเจนจึงตัดสินใจขับหนีไป เวลาผ่านไปไม่กี่วันก็เกิดเหตุการณ์แปลกขึ้นคือ กลุ่มเพื่อนของธรรม์ที่ไปงานแต่งงานวันนั้นเกิดการตายอย่างปริศนาไปทีละคน จนธรรม์กับเจนรู้สึกว่าเรื่องนี้ผิดปกติ เมื่อสืบไปสืบมาก็พบว่า การตายของเพื่อนนั้นเกี่ยวข้องกับรูปถ่ายใบหนึ่งที่ธรรม์ถ่าย เป็นรูปถ่ายติดวิญญาณ ซึ่งเป็นวิญญาณที่ตามหลอกหลอนธรรม์กับเจนทุกช่วงเวลา เจนและธรรม์จึงต้องตามสืบหาว่าวิญญาณในภาพถ่ายนั้นต้องการสิ่งใด และต้องสืบให้ได้ก่อนที่ความตายจะมาถึงเขาทั้งสองคน เว็บดูหนัง

เนื้อเรื่องสลับซับซ้อน นำเสนอในมุมของหนังผีแนวสืบสวนสอบสวน ไขปริศนาภาพถ่ายหลอน

ซึ่งหากย้อนกลับไปในช่วงเวลาที่หนังฉาย ซึ่งก่อนหน้านั้น ภาพถ่ายติดวิญญาณเป็นที่นิยมมากของคนทั่วไป เช่นรายการผีที่เล่าทางคลื่นวิทยุที่แฟนรายการมักจะนำรูปถ่ายติดวิญญาณมาให้กับทางรายการ และผู้ดำเนินรายการนั้นได้นำภาพถ่ายติดวิญญาณไปออกในรายการโทรทัศน์รายการหนึ่ง รวมถึงในนิตยสารรายเดือนที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับภูตผีปีศาจนั้น ก็มักจะนำภาพถ่ายติดวิญญาณใส่เข้าไปในนิตยสารให้คนได้ดูด้วย แน่นอนว่าในยุคนั้น มีกล้องดิจิตอลแล้วมีคอมพิวเตอร์และมีโปรแกรมที่สามารถตัดต่อรูปภาพได้แล้ว อย่างไรก็ตามรูปถ่ายนั้นบางรูปก็เชื่อว่าน่าจะเป็นจริงและบางรูปก็มีหลักฐานในการตัดต่ออย่างแท้จริง ซึ่งในชัตเตอร์กดติดวิญญาณนั้นได้นำประเด็นนี้มาเล่นได้อย่างดีใน 2 แง่มุมอย่างน่าสนใจ คือ มุมที่หลายคนเชื่อว่าภาพถ่ายมีน่าจะติดวิญญาณจริง กับมุมที่มีความเป็นวิทยาศาสตร์คือ ภาพถ่ายติดวิญญาณอาจเกิดจากความผิดพลาดทางเทคนิคอย่างใดอย่างหนึ่งหรือเกิดจากการตัดต่อก็ได้ เป็นการเปิดโอกาสให้คนดูได้คิดตามตลอดเวลา

การออกแบบผีนั้นมีความน่ากลัวสไตน์ญี่ปุ่น ซึ่งสไตล์การหลอกหลอนแบบญี่ปุ่นนั้น ได้รับความนิยมในช่วงเวลานั้นอย่างเช่นผีใน Juon หรือผีใน the Ring คือการใช้สาวผีผมยาวและผีมักคลานเข้าหาตัวละคร หลอนทุกที่ ทุกเวลาไม่เว้นกลางวันกลางคืน ในเรื่องของจังหวะจะโคนจังหวะตกใจ เขาทำได้ดีมาก หนังฟรี

ในด้านความสยดสยองของภาพยนตร์ความน่ากลัวของผี ถือว่าเป็นจุดเด่นสำคัญที่สุดในชัตเตอร์กดติดวิญญาณ และขึ้นชื่อลือชาจนกลายเป็นหนังผีที่น่ากลัวที่สุดในใจของใครหลายคน มีฉากจำอยู่หลายฉากเช่น ฉากผีหลอกในสตูดิโอถ่ายภาพ ฉากผีหลอกในห้องเรียนวิชาถ่ายภาพ ฉากผีหลอกในห้องล้างฟิล์ม ฉากผีหลอกขณะขับรถตอนกลางคืน ผีหลอกในโรงแรมค่ำคืนวันฝนตก ผีหลอกในห้องแล๊ปชีววิทยาของมหาวิทยาลัย และฉากเด็ดที่สุดที่อยู่ตอนท้ายเรื่องที่ทั่งหักมุม ทั้งตกใจ ทั้งอึ้ง ซึ่งทำให้หลายคนต้องตกตะลึงกับการเฉลยแบบนั้น

รีวิวหนังไทย ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ

อีกจุดหนึ่งที่ชอบคือ การเลือกใช้เพลงในช่วง end credit หนังใช้เพลง วิญญาณในภาพถ่ายโดย สุเทพ วงศ์กำแหง มาประกอบกับการนำภาพถ่ายติตวิญญาณอันโด่งดังมาให้ชมในช่วงนี้ด้วย ซึ่งมันเพิ่มความหลอนให้กับหนังเป็นอย่างมาก เรียกได้ว่าหลอนตั้งแต่เริ่มต้นยันท้ายเรื่องเลยครับ

จากความน่าสนใจของเนื้อเรื่องและวิธีการเล่าเรื่องรวมถึงวิธีการหักมุมที่ชาญฉลาดนั้น ทำให้ชัตเตอร์กดติดวิญญาณเป็นหนังผีขึ้นทำเนียบความน่ากลัวที่สุดเรื่องหนึ่งของไทย และเข้าไปอยู่ในทำเนียบหนังผีที่น่ากลัวที่สุดในดวงใจใครหลายคน ทำรายได้ในการฉายไปประมาณ 107 ล้านบาท

ภาพยนตร์ถูกซื้อลิขสิทธิ์ไปสร้างใหม่ในปี พ.ศ. 2550 กำกับโดย Masayuki Ochiai ผู้กำกับชาวญี่ปุ่น นำแสดงโดย ราเชล เทย์เลอร์ นักแสดงชาวออสเตรเลีย ซึ่งมีชื่อเสียงจากภาพยนตร์ฮอลลีวูดเรื่อง ฉายในปี พ.ศ. 2551 นอกจากนี้ยังมีผู้สร้างภาพยนตร์บอลลีวูดของอินเดีย นำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ภาษาทมิฬ ออกฉายในปี พ.ศ. 2550 ชื่อเรื่อง Sivi

และหนังยังมีความดีงามจนสามารถขึ้นทำเนียบภาพยนตร์แห่งชาติในปี พ.ศ. 2558 อีกด้วย ชัตเตอร์กดติดวิญญาณของค่าย GTH นับเป็นจุดเริ่มต้นของการปฎิวัติหนังผีไทยยุคใหม่อย่างแท้จริง

ย้อนไปเมื่อ 15 ปี ที่แล้ว ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ คือภาพยนตร์เรื่องแรกในนาม GTH ที่รวมตัวกันระหว่าง ไท เอ็นเตอร์เทนเมนต์, หับโห้หิ้น ฟิล์ม และจีเอ็มเอ็ม พิคเจอร์ส ที่เปลี่ยนแนวจากหนังฟีลกู๊ดอย่าง แฟนฉัน มาเปิดตัวด้วยภาพยนตร์สยองขวัญที่แจ้งเกิดให้ โต้ง-บรรจง ปิสัญธนะกูล (สี่แพร่ง, ห้าแพร่ง, พี่มาก..พระโขนง) และโอ๋-ภาคภูมิ วงศ์ภูมิ (แฝด, Homestay) กลายเป็นผู้กำกับหนังสยองขวัญที่น่าจับตาในเวลาต่อมา หนังใหม่

รีวิวหนังไทย ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ

ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ เล่าเรื่องของธรรม์ (รับบทโดยอนันดา เอเวอริงแฮม) ช่างภาพหนุ่ม และเจน (รับบทโดย จ๋า-ณัฐฐาวีรนุช ทองมี) แฟนสาว ที่เริ่มพบเหตุการณ์ประหลาดจากภาพถ่ายที่มีเงาสีขาวคล้ายใบหน้าผู้หญิงติดอยู่ในนั้น ระหว่างการตามหาว่าปริศนาในรูปภาพนั้นคืออะไร ความลับดำมืดที่ธรรม์ซุกซ่อนเอาไว้ พร้อมกับความสยองขวัญที่ทำให้คนดูต้องกลับไปเพ่งมองรูปถ่ายของตัวเองด้วยสายตาแบบใหม่ก็เริ่มต้นขึ้น

ความสนุกอย่างแรกของ ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ อยู่ที่การไม่ได้โฟกัสไปที่ฉาก Jump Scare โฉ่งฉ่างระหว่างปล่อยให้ ‘ผี’ ออกอาละวาดไปเรื่อยๆ แต่เป็นการให้คนดูที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย ค่อยๆ ไขปริศนาของธรรม์ให้เปิดเผยขึ้นมา และยิ่งเราล่วงรู้ความลับของธรรม์มากเท่าไร ก็ยิ่งทำให้เรารู้สึกหลอนไปกับสิ่งที่ธรรม์ต้องเจอมากขึ้นเท่านั้น

และตัวหนังก็ยังมี ‘ฉากจำ’ หลายฉากที่ออกแบบการปรากฏตัวของผีได้เป็นอย่างดี ตั้งแต่ใบหน้าเปลือยเปล่าของเนตร (รับบทโดย เฟี้ยว์ฟ้าว สุดสวิงริงโก้ ที่ตอนนั้นยังใช้ชื่อว่า อชิตะ วุฒินันท์สุระสิทธิ์) ที่หลอนตั้งแต่ยังไม่กลายเป็นผี ฉากที่ธรรม์ถูกผีคลานตามล่าจนหัวซุกหัวซุน ทุกๆ ฉากในห้องมืด ที่ใช้สัญญะของ ‘สีแดง’ ที่หมายถึงความอันตรายมาเล่นกับความรู้สึกคนดูได้อย่างน่าขนลุก ฉากอ่างอาบน้ำ ที่ทำให้หลายคนไม่กล้าเข้าห้องน้ำไปอีกหลายวัน รวมถึงฉากจบที่ขึ้นหิ้งเป็นตำนานสุดคลาสสิกมาจนถึงทุกวันนี้ เว็บดูหนังฟรี

รีวิวหนังไทย ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ

นอกจากนี้ ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ ยังใช้ ‘ผี’ เป็นภาพสะท้อนปัญหาของสังคมในขณะนั้นได้อย่างเฉียบขาด ทั้งปัญหาระดับชั้นทางสังคม รุ่นน้องต้องเชื่อฟังรุ่นพี่ และต้องทำทุกอย่างเพื่อให้เป็นที่ยอมรับในสังคม รวมทั้งปัญหาการกดขี่เพศหญิง ที่ไม่ว่าจะถูกกระทำอย่างเลวร้ายเท่าไร ก็ไม่อาจมีปากมีเสียงหรือต่อรองใดๆ ได้เลย จนกระทั่งต้องรอให้ตัวเองจากโลกนี้ไปกลายเป็น ‘ผี’ นี่ล่ะ ที่โลกหลังความตายถึงจะมอบอำนาจในการเอาคืนให้กับเธอ

ด้วยองค์ประกอบทั้งหมด ทำให้ GTH เปิดตัวหนังเรื่องแรกไปได้อย่างสวยงาม ด้วยรายได้ทั่วประเทศ 107.1 ล้านบาท มี 30 ประเทศมาขอซื้อลิขสิทธิ์ไปฉายต่อ รวมทั้งการถูกนำไปสร้างใหม่ในเวอร์ชันฮอลลีวูด โดยผู้กำกับชาวญี่ปุ่น มาซายูกิ โอชิอาอิ แต่ก็ยังห่างไกลจากเวอร์ชันต้นฉบับอยู่พอสมควร
“ธรรม์” (อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม) เป็นช่างภาพหนุ่มคนหนึ่งที่คบอยู่กับ “เจน” (ณัฐฐาวีรนุช ทองมี) วันหนึ่งทั้งคู่ขับรถไปชนหญิงสาวคนหนึ่งก่อนที่จะตัดสินใจขับหนีไป หลังจากนั้นทั้งคู่เริ่มพบเหตุการณ์แปลกประหลาด ธรรม์พบว่ารูปถ่ายของเขามีเงาสีขาวติดมาและมีใบหน้าคล้ายผู้หญิงอยู่ในนั้น ภาพถ่ายเหล่านั้นจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ธรรม์และเจนต้องเผชิญกับเรื่องราวไม่คาดฝันและค้นพบความลับที่ซ่อนอยู่ ดูหนังฟรี

รีวิวหนังไทย ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ

หลายครั้งเมื่อพูดถึง “สีแดง” หลายคนก็จะนึกถึงความรักหรือความร้อนแรง แต่สีแดงยังหมายถึง “อันตราย” ได้เช่นเดียวกัน และในบางครั้งความรักก็มาพร้อมกับอันตรายที่เราไม่คาดคิด ดังนั้นชัตเตอร์จึงหยิบสีแดงมาใช้สื่อความหมายตลอดเรื่อง

เราจะเห็นตั้งแต่เครดิตเปิด มีภาพถ่ายมากมายปรากฏขึ้นมาให้เห็น ถ้าดูกันตรง ๆ ก็เหมือนภาพถ่ายที่กำลังถูกล้างในห้องล้างรูปของพระเอก แต่มองอีกแง่มันก็ไม่ต่างอะไรจากภาพที่เปื้อนเลือด ภาพความทรงจำเหล่านั้นซ่อนสิ่งที่อันตรายเอาไว้อยู่และมันกำลังจะถูกเปิดเผยออกมา เครดิตเปิดนี้ยังใช้เสียงลั่นชัตเตอร์ประกอบในเสียงดนตรีด้วย ทั้งหมดทั้งมวลนี้ล้วนบ่งบอกว่ากล้องและภาพถ่ายนี่แหละจะเป็นตัวการสำคัญในเรื่อง

เครดิตเปิดนี้เป็นลางบอกเหตุให้ผู้ชมได้เฝ้ามองถึงอันตรายที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นเราจะเห็นสีแดงโผล่มาซ้ำ ๆ ตลอดเรื่อง โดยเฉพาะแสงสีแดงในห้องล้างรูปที่เห็นได้บ่อยที่สุดและเป็นที่เกิดเหตุการณ์ประหลาด ๆ ขึ้นบ่อยครั้ง

แน่นอนว่าถึงวันนี้ ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ ยังคงขึ้นแท่นเป็นหนังผีอันดับต้นๆ เมื่อมีคนถูกถามว่า ‘หนังผี’ ที่น่ากลัวที่สุดคือเรื่องอะไร ดูหนังออนไลน์

รีวิวหนังไทย รักแห่งสยาม

รีวิวหนังไทย รักแห่งสยาม

รีวิวหนังไทย รักแห่งสยาม

รีวิวหนังไทย รักแห่งสยาม รักไม่มีขีดจำกัด หนังที่สามารถเล่าครบแทบทุกมุมมองของความรัก

โต้งและมิวเพื่อนรักในวัยเด็ก ที่ได้กลับมาสานต่อมิตรภาพกัน กลับค้นพบความรู้สึกรักที่ยังเป็นสิ่งต้องห้าม เนื่องจากเป็นรักร่วมเพศ ในขณะเดียวกันครอบครัวของโต้งที่ความอบอุ่นค่อย ๆ เลือนรางเพราะการหายตัวไปของพี่สาว จนเหมือนจะถูกเติมเต็มเมื่อคนหน้าเหมือนพี่สาวโต้งโผล่กลับมา เป็นหนังรักที่หลายคนรีวิวเอาไว้ว่าเล่าได้ครบทุกรส ไม่ว่าจะเป็นความรักเห็นแก่ตัว ความรักที่ไม่ควรมีขอบเขต ความรักที่มีแต่ความหวังดี หรือสายใยรักในครอบครัวค่ะ

รีวิวภาพยนตร์ รักแห่งสยาม
-นี่คือ love actually เวอร์ชันไทยชัด ๆ หยิบมาดูไวไปหน่อย ถ้ารอคริสมาสต์แล้วได้มาดูอะไรแบบนี้คงเต็มอิ่มกับเทศกาล เหงา ๆ หนาว ๆ หึ้ย5555
-พี่มะเดี่ยวก็ยังคงเป็นพี่มะเดี่ยวที่มีพลังขยี้สิบแรงมือ ไม่รู้จะขยี้อะไรขนาดนั้น น้ำตาหนูไหลไม่ทันแล้วพี่ มันทุกจุด ทุกช็อตจริง ๆ ทุกสิ่งที่ตัวละครพูด หรือทำ ทุกแววตาที่แต่ละตัวละครมองกัน มันดูมีความหมายไปซะหมด คุณภาพคับแก้วจริง ๆ
–เป็นหนังLGBTที่เก่า แต่มีความคลาสสิคและได้อารมณ์ลึกลงไปในใจ ดูแล้วสัมผัสได้ถึงความรัก ความรู้สึก ความเหงา ได้ทุกมู้ดทุกอารมณ์แบบลึกซึ้งอ่ะ ไม่ใช่มาแค่ผิวเผินแล้วก็จากไป แต่เป็นความรู้สึกที่เรียกได้ว่ากัดกินหัวใจไม่น้อยเลยทีเดียว

-เราชอบการเล่าเรื่องของหนัง มันดูไปเรื่อย ๆ แต่ก็ทวีความรู้สึกที่กดทับหัวใจให้มันมากขึ้น ๆ เก็บรายละเอียดในแต่ละซีนแล้วเอามาขยี้ทีหลัง คือแบบ เห้ยมันกินใจมาก โดยเฉพาะการเอาเพลงมาเป็นส่วนนึงในการขับเคลื่อนตัวหนัง มันโรแมนติกแบบหน่วง ๆ เอาจริง ๆ เพลงนี่มันช่วยขับเคลื่อนความรู้สึกได้เยอะเหมือนกันนะ ทั้งตัวเนื้อร้อง ทำนอง เมโลดี้ เสียงร้องและอินเนอร์ของพี่พิชชี่ที่ทุกครั้งเวลาร้องเพลงให้มาริโอนี่คือเรายิ้มนะ มีความสุขมาก แต่ในใจลึก ๆโคตรหน่วงเลย

-นักแสดงคือสมแล้วจริง ๆ ที่เข้าชิงกันทุกคน ทุกอย่างมันโฟลว ธรรมชาติ เหมือนไม่ได้มีบทให้ท่อง สายตาของมาริโอกับพิชชี่นี่คือได้มาก เรารู้เลยว่าทั้งสองคนคิดอะไรยังไงอยู่ เป็นหนัง 2 ชั่วโมงครึ่งที่เหมือนผ่านไปแค่ครึ่งชั่วโมง แต่ความรู้สึกในใจกลับเหมือนถูกตราตรึงไม่มีวันหายไปไหน 12 ปีที่ผ่านไปไม่ได้ทำให้หนังเรื่องนี้เก่าเกินจะดูเลยซักนิดเดียว เว็บดูหนัง

รัก แห่ง สยาม The Love of Siam - Pantip

ดูแล้วอยากวาร์ปไปเดินสยามตอนนี้เลย
เทศกาลคริสมาสต์นี่มันเข้ากับความรักจริงๆเล้ย
ถึงอากาศจะหนาว
ถึงคู่รักรอบ ๆ จะทำให้เหงาไปบ้าง
แต่แค่ได้กลับบ้านมานอนในห้องอุ่น ๆ นอนดูรักแห่งสยามวนไป หัวใจก็อบอุ่นขึ้นมาแล้วแหละเนอะ

จุดเปลี่ยนแรกของครอบครัวโต้งคือการสูญเสียแตง พี่สาวคนโตของครอบครัวไปจากการหลงป่า จุดนี้เป็นจุดที่ทำให้ครอบครัวที่เคยสมบูรณ์แบบเปลี่ยนแปลงไปจากหน้ามือเป็นหลังเท้าเลยทีเดียว ในมุมมองของผมมองว่าการสูญเสียแตงไปทำให้เกิดตัวละครสองตัวที่สะท้อนความคิดใต้จิตใจของมนุษย์ต่อการสูญเสียคนที่รักไป ผ่านตัวละคร “สุนีย์” และ “กร”

“สุนีย์” เป็นภาพสะท้อนของ “คนที่พยายามหลีกหนีความจริงจากการสูญเสีย” ไม่ผิดหรอกครับที่คนเราจะต้อง move on และเดินหน้าต่อไป แต่สำหรับสุนีย์นั้นมันไม่ใช่แค่การมูฟออน แต่มันคือการทิ้งความจริงทั้งหมดไว้ข้างหลัง เพื่อพยายามให้ตัวเอง(และครอบครัว) หลุดพ้นจากความเจ็บปวดไปได้ ในฉากหนังเราจะเห็นการย้ายบ้านของโต้ง เหตุผลหนึ่งผมมองว่าสุนีย์พยายามจะพาทุกคนออกไปจากบรรยากาศที่มีแตงเคยอยู่ หรือหลายครั้งที่สุนีย์พยายามไม่พูดถึงเรื่องราวในอดีตของแตง เช่น ฉากที่สุนีย์นั่งดูทีวีกับโต้ง แล้วกรเดินถือรูปถ่ายที่มีแค่สามคน แต่ไม่มีแตงมาถามว่า

“แตงหายไปไหน?”

ซึ่งสุนีย์ก็ตอบกลับอย่างปัด ๆ ว่า “ไปกับเพื่อนแล้วมั้ง ฉันจำไม่ได้”

กรก็ซักต่อว่า “แล้วทำไมไม่เอารูปที่มีแตงมาวางล่ะ”

ทำให้สุนีย์ถึงกับอารมณ์ขึ้นแล้วเหวี่ยงกลับไปว่า “ก็เพราะว่ามันไม่มีเขาแล้วอะสิ”

จากเรื่องราวเหล่านี้มันสะท้อนให้เห็นว่าสุนีย์พยายามที่จะหนีจากความเจ็บปวดแบบสุดโต่ง คือไม่พูดถึง ไม่กล่าวถึง พยายามทำให้ครอบครัวของตนเองลืมแตงไปให้ได้ แต่ผมเชื่อว่าสุนีย์รู้ดีว่า “เขากำลังหลอกตัวเอง”

มาดูอีกด้านหนึ่ง “กร” ผู้เป็นพ่อที่รู้สึกผิดต่อตัวเองอย่างมากที่อนุญาตให้ลูกไปเที่ยวกับเพื่อนต่อจนนำมาซึ่งเหตุการณ์สะเทือนใจครั้งใหญ่ของครอบครัว ทำให้กรเศร้ามาก และสุดท้ายหันมาพึ่งเหล้าแทน สำหรับผมมองว่า หนังฟรี

12 ปี 'รักแห่งสยาม' จุดเริ่มต้นแห่งการขับเคลื่อน LGBT - Tonkit360

“กรเป็นตัวแทนของคนที่จมอยู่กับอดีต”
ในขณะที่สุนีย์พยายามมูฟออน แต่กรกลับทำทุกอย่างตรงกันข้าม เขาเฝ้านึกถึงเหตุการณ์นั้นอยู่ตลอดและโทษตัวเองเสมอ ฉากเดียวกันกับข้างบนและอีกหลายฉากในเรื่องที่กรจะเปิดดูรูปถ่าย และถามคนนั้นคนนี้อยู่เสมอว่าแตงไปไหน ทั้งที่ความจริงผมว่ากรรู้ดีอยู่แล้วว่าแตงไม่มีทางกลับมา และเขาสูญเสียลูกสาวของเขาไปแล้วจริง ๆ จึงประชดชีวิตตัวเองด้วยจมอยู่กับกองเหล้าตลอดเวลา

เมื่อผลจากการเดินทางตรงกันข้ามของผู้เป็นพ่อและแม่ ทำให้ผลกรรมตกมาอยู่ที่ “โต้ง” กลายเป็นว่าโต้งขาดความเป็นตัวเองไปหลังจากสูญเสียแตง ผมสังเกตจากการที่ในช่วงวัยเด็ก(เก้า จิรายุ) โต้งมีความเป็นคนขี้เล่นและเป็นตัวเองมากกว่า แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์สูญเสียครั้งนั้นขึ้น โต้งกลายเป็นอีกคนที่นิ่ง ๆ ไม่หือไม่อือกับอะไรทั้งนั้น แม้กระทั่งกับความรักที่มีกับโดนัท (เบสท์ อธิชา) ก็ตาม ในช่วงที่โต้งกำลังก้าวเข้าสู่วัยรุ่นอย่างเต็มตัว เขาจึงไม่รู้ความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเอง ว่าเขาต้องการอะไร

รีวิวหนังไทย รักแห่งสยาม

จุดเปลี่ยนที่สองของครอบครัวนี้ คือการกลับเข้ามาของมิว และการที่ได้รู้จักกับจูน หญิงสาวที่มีหน้าตาคล้ายกับแตงอย่างกับคนเดียวกัน หนังใหม่

การเข้ามาของจูน(ที่หลอกกรว่าเป็นแตง) ทำให้บรรยากาศภายในครอบครัวดูเหมือนจะดีขึ้น ที่บอกว่าดูเหมือนจะดี ความหมายก็คือยังไม่ดีนั่นเองครับ เพราะทุกอย่างที่เข้ามาทำให้ทุกตัวละครเกิดการหลอกตัวเองขึ้น ในมุมนี้สุนีย์ก็พยายามหลอกตัวเองว่าการที่จูนปลอมเป็นแตงจะช่วยทำให้สามีของเธอยอมเข้ารับการรักษาอาการติดเหล้า

ส่วนกรที่มีท่าทีเปลี่ยนไป ผมกลับมองว่าในเรื่องราวนี้ กรรู้อยู่แล้วว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่แตง เพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมาเขาเชื่ออย่างสนิทใจไปแล้วว่าแตงไม่ได้อยู่แล้ว แต่เขาก็เลือกทำสิ่งต่าง ๆ เพื่อหลอกตัวเองในเรื่องความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในอดีต ผมตีความจากการเล่นเกมหาสมบัติของกร อย่างที่โต้งบอกแหละครับว่ามันเป็นเกมประจำครอบครัว แปลว่ากรมีอะไรจะให้กับแตง(จูน) แต่สุดท้ายจูนก็เล่นไปไม่ถึงที่กรจะให้ ผมว่ากรไม่ได้ลืมอย่างที่โต้งบอกหรอก แต่เรื่องนี้ทำให้กรรู้ว่าถ้าเป็นแตงจริง ๆ แตงคงไม่หยุดเล่นแค่นี้แน่ หรือฉากเปิดดูอัลบั้มรูปที่กรก็พยายามหลอกถามให้แตงเล่าเหตุการณ์ต่าง ๆ จนไปถึงรูปเจ้าปัญหาที่ไม่มีแตง จูนบอกว่าแตงคงไปกับเพื่อนแล้ว ถึงไม่ได้อยู่ในรูป เหตุการณ์เหล่านี้น่าจะทำให้กรมั่นใจได้ว่าคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าเขาไม่ใช่แตง เขาสูญเสียแตงไปแล้วจริง ๆ ดังนั้นมันจึงสะท้อนออกมาที่มีฉากที่กรเข้าโรงพยาบาล แล้วจูนบอกกับสุนีย์ว่าถึงเขาจะเข้ามา แต่กรก็ไม่เคยหยุดกินเหล้าเลย ถ้าในแง่หนึ่งอาจจะมาจากอาการติดเหล้า แต่ในมุมหนึ่งผมกลับมองว่ามันสะท้อนว่ากรรู้ความจริงทุกอย่าง และยังจมอยู่กับอดีตเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

รักแห่งสยาม-8 - Tonkit360

รักแห่งสยาม
ผมว่าหนังเล่าได้ดีมากผ่านรูปภาพรูปนี้ เพราะมันทำให้เราเห็นพัฒนาการของตัวละครได้ดีมาก ๆ

ในช่วงต้นเรื่อง ฉากที่ผมเล่าไปที่กรถามถึงแตง นั่นสะท้อนให้เห็นว่าสุนีย์และกรกำลังเดินสวนทางกัน ซึ่งนี่คือสิ่งที่ทำให้ครอบครัวที่เคยสมบูรณ์เปลี่ยนแปลงไป
ฉากที่สอง คือฉากที่กรคุยกับแตง(จูน) ผมมองว่าช่วงเวลาที่จูนเข้ามาในครอบครัว ทำให้เส้นทางที่เคยเดินสวนทางกันของพ่อแม่ มันกลับมาใกล้กันมากขึ้น คือตัวละครจูนกำลังทำให้ทุกคนยอมรับความจริงและอยู่กับความจริงมากขึ้น
และฉากสุดท้ายคือฉากที่สุนีย์เล่นเกมตามหาสมบัติที่จูนวางไว้ จนไปพบข้อความสุดท้ายที่ทิ้งท้ายพร้อมกับรูปถ่ายรูปเดิม เมื่อกรเดินมาเห็นแล้วถามว่า “แตงไปกับเพื่อนแล้วใช่มั้ย?”
สุนีย์ที่เคยหนีความจริงมาตลอด ตอนนี้ก็ยอมรับแล้วว่าในรูปแตงยังอยู่กับเรา เพราะแตงเป็นคนถ่ายรูปนั้นเอง
อีกตัวละครสำคัญที่ทำให้สุนีย์ต้องยอมรับความเป็นจริงโดยดุษฎี คือ มิว การสูญเสีย “ ลูกสาว” คงเป็นเรื่องยากที่คนเป็นแม่จะยอมรับได้ เขาจึงพยายามทำทุกวิถีทางที่จะไม่ยอมสูญเสีย “ลูกชาย” คนสุดท้ายไปเป็นอันขาด ฉากสุนีย์ไปคุยกับมิวที่บ้านเพื่อให้มิวยุติความสัมพันธ์กับโต้ง นั่นคือความในใจทั้งหมดของตัวละครตัวนี้  เว็บดูหนังฟรี

สิ่งที่เกิดขึ้นกับครอบครัวนี้ ไม่ใช่เพราะขาดความรัก แต่เป็นเพราะพวกเขามีความรักให้กันอย่างมากล้น แต่ไม่เคยที่จะเข้าใจในความรักมุมมองของคนอื่นบ้าง สุนีย์เป็นแม่ที่ลุกขึ้นต่อสู้เพื่อเป็นเสาหลักของครอบครัว จากหลายฉากแสดงให้เห็นว่าเขายอมทำทุกอย่างเพื่อให้ครอบครัวกลับมาสมบูรณ์ แม้กระทั่งการยอมให้จูนเข้ามาในครอบครัว ทั้งที่มันเป็นสิ่งที่สุนีย์ปฏิเสธมาโดยตลอดหลังการสูญเสียแตงไป ถึงแม้ว่าหนังจะพยายามเล่าให้สุนีย์ดูจะสงสัยกับชีวิตของจูนกับแตง แต่หลายฉากมันก็อธิบายในตัวเองไปแล้วว่าสุนีย์ไม่คิดว่าจูนคือแตง ทั้งการพูดกับจูนว่า เธอไม่ใช่คนในครอบครัวของฉันจะไปรู้อะไร หรือฉันควรจะรู้ว่าเธอเป็นใคร ไม่ใช่เอาใครที่ไหนไม่รู้เข้ามาในบ้าน ทั้งหมดทั้งมวลนี้มันชัดเจนอยู่ในตัวแล้วว่าสุนีย์ยอมรับ

ตั้งแต่แรกแล้วว่าเขาสูญเสียแตงไปแล้วPANTIP.COM : A6068363 <<<<<<<<<< ดูแล้วมาคุยกัน ... รักแห่งสยาม ,  ทุกชีวิตเติบโตได้ด้วยความรัก >>>>>>>>>> [ภาพยนตร์]

บทสรุปของเรื่องทำให้เราเห็นถึงการกลับมาเชื่อมต่อกันของคนในครอบครัวอีกครั้ง ฉากโต้งถามแม่เรื่องเลือกตุ๊กตาตัวไหนดี ฉากสุนีย์ดูรูปถ่ายครอบครัวกับกรแล้วร้องไห้ และสิ่งสำคัญคือ เราทุกคนล้วนต้องยอมรับความจริงและอยู่กับมันให้ได้ ถึงแม้ว่ามันจะเป็นความจริงที่เจ็บปวด แต่สุดท้ายความจริงก็คือความจริง สุดท้ายความรักของครอบครัว คือความรักที่ยิ่งใหญ่และมีพลังมาก ในหลายครั้งเราอาจจะไม่เข้าใจในความหวังดีของคนในครอบครัวจนนำมาซึ่งความขัดแย้งกันได้ ดังนั้นรักกันอย่างเดียวอาจจะไม่พอ ในเมื่อเราไม่สามารถเข้าใจจิตใจของทุกคนได้ผ่านการมองตา การสื่อสารและการเชื่อมต่อซึ่งกันและกันจึงสำคัญไม่แพ้กับความรักที่เรามีให้กันเลยครับ

มาถึงตอนสุดท้ายอยากขอบคุณทีมงานและทีมนักแสดงเรื่องนี้ทุกคนที่ได้สร้างผลงานหนังไทยดี ๆ ออกมาให้เราชม อยากให้หนังไทยมีผลงานดี ๆ แบบนี้อีกครับ เชื่อว่าคนไทยของเรามีศักยภาพมากพอที่จะสร้างผลงานดีๆออกมาให้คนไทยได้ชมนะครับ ดูหนัง ไทย

ตอนแรกเราเฉยๆกับเรื่องนี้ อิมเมจของเรื่องนี้ที่เราคิดไว้คือหนังรักชายหญิงปกติธรรมดาที่พยายามยัดเยียดประเด็นรักร่วมเพศเข้ามาเพื่อเรียกแขกให้ดู เพราะปกติเวลาเราเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็จะมีแต่คนพูดถึงฉากเกย์บ้างแหละ พูดถึงว่ารู้สึกหักมุมบ้างแหละ จนเหมือนตอนนั้นเราไม่ได้เห็นด้านอื่นๆของหนังเรื่องนี้เลยนอกจากประเด็นรักร่วมเพศซึ่งพอมาดูแล้วผิดกับที่คิดทั้งหมด ดูหนังฟรี

ถ้าให้เราบอกคือหนังเรื่องนี้ไม่ใช่หนังรัก มันคือหนังของการค้นหาตัวตนของเด็กที่กำลังเติบโตในสภาพครอบครัวที่พังทลาย เราไม่รู้มาก่อนว่าประเด็นในเรื่องมันจะหนักขนาดนี้ กลายเป็นว่าโดยรวมหลายๆสิ่งในเรื่องเราไม่แปลกใจว่าทำไมมันถึงดังและมีคนชอบมากในช่วงนั้น เราว่าน่าจะเป็นเพราะประเด็นพวกนี้แหละที่ทำให้มันกลายเป็นหนังที่ดูมีอะไรขึ้นมา และพอเราดูจบเราก็พบว่าฉากเกย์ไม่ได้ใส่มาแบบยัดเยียด แต่ใส่มาเพื่อให้เห็นและเข้าใจในพัฒนาการของตัวละครมากกว่า

รักแห่งสยาม “ขอบคุณนะคะที่กล้าสอนหนู” เรื่องความรักและการมูฟออน | Spectrum  - พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน

เรื่องราวเกี่ยวกับครอบครัว 4 คน พ่อแม่พี่สาวน้องชาย อยู่กันอย่างสงบสุขเป็นปกติ แต่กลายเป็นว่าอยู่ดีๆวันหนึ่ง พี่สาวที่ไปเที่ยวกับเพื่อนก็หายไปและไม่มีวี่แววว่าจะกลับมาอีกเลย เธอไปเดินป่าจึงไม่รู้ว่าตอนนี้ไปอยู่ที่ไหน อาจจะตายไปแล้วก็ได้ และนี่คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ครอบครัวที่มีความสุขอยู่ดีๆเกิดการเปลี่ยนแปลง

เราชอบการแสดงของมาริโอ้ เมาเร่อเรื่องนี้มากนะ คือเราอยู่ในยุคที่ติดภาพเขาจากบทแบบอื่นไปแล้วแต่พอมาเรื่องนี้เรากลับรู้สึกว่าเขาไม่ใช่แบบในเรื่องอื่น เรารู้สึกว่าเขาเป็นเด็กหนุ่มที่รู้สึกมีปมทางครอบครัวจริงๆ มันเป็นตัวละครที่ดูอึดอัดแปลกๆและมาริโอ้เดินเรื่องได้ดีเลย แต่ที่ดีกว่าคงเป็นตัวแม่อย่างนก สินใจ และพ่ออย่างกบ ทรงสิทธิ์ที่การเข้าฉากร่วมกันเป็นอะไรที่อลังมากกก มันให้ความขนลุกแบบแปลกๆจากการแสดงของพวกเขา ยิ่งบทที่เขียนมาแล้วต้องใช้อารมณ์เป็นหลักซึ่งพวกเขาทำออกมาได้ดีมากยิ่งทำให้เรื่องนี้ดีขึ้นไปอีก

เรื่องนี้มีอะไรดีๆมากกว่าฉากเกย์ที่ทุกคนพูดถึงกันนะ ทั้งประเด็นสังคมเรื่องเพศด้วย เรื่องครอบครัวที่หลักกว่า เราชอบมาก เรื่องนี้พูดถึงปัญหาในครอบครัวออกมาได้ดีมาก ถ่ายทอดปัญหาระหว่างตัวละคร ความสัมพันธ์ต่างๆ ยิ่งการเปลี่ยนไปจนน่ากลัวภายในครอบครัวที่สร้างบรรยากาศออกมาได้ดี เอาเป็นว่าเราไม่อยากให้ทุกคนพลาดหนังเรื่องนี้ไปเพราะคิดว่าเป็นหนังรักวัยรุ่นธรรมดา ที่จริงมันมีอะไรมากกว่านั้นเยอะ ดูหนังออนไลน์

รีวิวหนังไทย พี่มาก…พระโขนง

รีวิวหนังไทย พี่มาก...พระโขนง

รีวิวหนังไทย พี่มาก…พระโขนง

รีวิวหนังไทย พี่มาก…พระโขนง เดินเข้าสู่โรงหนังอีกแล้วนายแพท วันนี้ คือวันที่มีหนังรอบสื่อที่คนสนใจกันมากและคาดว่าน่าจะฟาดรายได้ในระดับสูงถึงสองเรื่องนัดกันเปิดฉายพร้อมกัน แย่งชิงคนดูที่จะกลายเป็นกระบอกเสียงกันมากพอดู ทำให้ต้องลำบากใจที่จะเลือกใครสักคนเป็นอันมาก แม้สุดท้ายจะต้องเลือกก็ยังเสียดายที่ไม่ได้เลือกอยู่ดี รีวิวหนังไทย พี่มาก พระโขนง วันนี้ ผมขอพูดถึง ‘พี่มาก..พระโขนง’ ที่เพิ่งไปดูมาก่อนแล้วกันนะครับ

เดินเข้าสู่โรงหนังอีกแล้วนายแพท วันนี้ คือวันที่มีหนังรอบสื่อที่คนสนใจกันมากและคาดว่าน่าจะฟาดรายได้ในระดับสูงถึงสองเรื่องนัดกันเปิดฉายพร้อมกัน แย่งชิงคนดูที่จะกลายเป็นกระบอกเสียงกันมากพอดู ทำให้ต้องลำบากใจที่จะเลือกใครสักคนเป็นอันมาก แม้สุดท้ายจะต้องเลือกก็ยังเสียดายที่ไม่ได้เลือกอยู่ดี วันนี้ ผมขอพูดถึง ‘พี่มาก..พระโขนง’ ที่เพิ่งไปดูมาก่อนแล้วกันนะครับ

มันคือโปรเจ็กต์หนังเรื่องใหม่จากค่าย GTH จากฝีมือการกำกับฯ ของ โต้ง – บรรจง ปิสัญธนะกูล ผู้ชายใส่แว่นที่มีดีกรีจาก ชัตเตอร์, แฝด, คนกลาง, คนกอง และ กวน มึน โฮ กลับมาครานี้ หยิบเอาตำนาน “แม่นาค” มาสร้างใหม่ ตีความใหม่ ใส่โจ๊กเพิ่มสีสันยำจนมันมือให้เราได้ชมกัน

รีวิวหนัง ‘พี่มาก..พระโขนง’ เว็บดูหนัง
หนังเรื่องนี้หยิบเอาทุกอย่างที่เป็นช็อตสำคัญที่เราเคยได้สัมผัสและจดจำเกี่ยวกับ “แม่นาค” ในอดีตมาใส่ไว้ แต่เพิ่มสีสันใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็น เหตุการณ์/ฉาก/เสื้อผ้า/ชื่อ/บทพูด ที่ค่อนข้างขัดกัน เพราะมันไม่ได้ไปด้วยกันเลยในแง่ของความเป็นจริง นัยว่า ไม่สนความเป็นจริงในแง่ประวัติศาสตร์ใดๆ ทั้งสิ้น หยิบทุกอย่างมายำเข้าไว้ในหนังเรื่องเดียวกัน ตัวละครชุดเดียวกัน ซึ่งมันก็เล่ารวมกันไปได้อย่างแปลกประหลาด และเรื่องราวเหล่านั้นมุ่งเป้าที่จุดหมายหลักอย่าง “พี่มากขา” คนนี้นี่เอง

พี่มาก (มาริโอ้ เมาเร่อ) ของเราไปรบและหนีทัพกลับมาเหมือนที่เราเคยรู้ๆ แต่คราวนี้ เขากลับมาพร้อมๆ กับเพื่อนใหม่ 4 คน — เต๋อ เผือก ชิน และ เอ ที่จะมาสร้างความป่วนให้กับย่านพระโขนง เมื่อพวกเขาสี่เกลอได้รับรู้ว่า แม่นาคแสนสวย (ใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่) ของพี่มากนั้นเป็นผี (เขาลือกันไปทั่วทั้งบางและมีเพียงพี่มากที่ไม่ยอมเชื่อ) แต่ไม่สามารถจะเปิดเผยบอกความจริงกับพี่มากแบบตรงๆ ได้ ก็เลยต้องใช้วิธีการต่างๆ นานา

ทั้งสี่คือแก๊งคนกลาง/คนกองจากหนัง 4 แพร่ง/5 แพร่ง ที่เคยสร้างความฮามาก่อนหน้านี้ คราวนี้พวกเขาก็ยังทำได้ไม่แพ้ครั้งก่อน เว็บดูหนังฟรี

Review] พี่มาก..พระโขนง – “มาก” กว่าความสนุก คือความรักที่มีให้ “นาค” [Spoil] - Pantip

 

รีวิวหนังไทย พี่มาก…พระโขนง

ระหว่างดูหนังเรื่องนี้ไป ก็คิดในใจว่า ‘Peemak’ หนังเรื่องนี้นี่เขาจัดมาเพื่อความฮาโดยแท้ ได้หัวเราะกันร่วนตลอดเวลาที่ดู ขณะที่เนื้อเรื่องก็พยายามจะล้อเล่นกับการคาดเดาของคนดูอยู่พอประมาณ ถ้าจะว่ากันในด้านของความเป็นหนังผี ผมว่าอารมณ์และดนตรีประกอบที่ตัดต่ออย่างรู้ชั้นเชิงมันส่งเสริมความหลอนได้เป็นอย่างดีเลยล่ะครับ

แก๊งคนกอง/คนกลางนี่จัดเต็มเลยนะ ส่วนมาริโอ้ก็นับว่าเล่นมุขฮาใช้ได้อยู่ ด้านใหม่นี่ ผมว่าหน้าเธอสวยคมสมที่จะเล่นบทแม่นาคดี ถ้านับกันที่ด้านความระทึกขวัญ จังหวะจะโคนถือว่าเอาอยู่ ความฮานั้นถือว่าการมีแก๊งนี้เข้ามานี่เพิ่มสีสันได้อย่างมาก

สวัสดีค่ะ สาวก หนังไทย ทุกท่าน วันนี้ ” Pilermo ” มานำเสนอหนังไทย ให้ทุกท่านได้ลองไปดูคือเรื่อง พี่มาก..พระโขนง (Pee Mak) สรุปเรื่องนี้เป็นหนังผี หนังตลก หนังรัก หนังซึ้ง หน้าดราม่าหรือว่าอะไรกันแน่ ไม่มีอะไรมาจำกัดความได้เลย ครบรสมาก หนังฟรี

เรื่องย่อหนัง
นาค มาก เต๋อ เผือก เอ ชินใครที่ยังไม่รู้จักตำนานพี่มากแห่งพระโขนงก็มาฟังเรื่องย่อก่อน ส่วยใครที่รู้แล้วก็ข้ามส่วนนี้ไปได้ หรือถ้าลืมไปแล้วก็มารื้อฟื้นกัน พี่มากเนี่ยนะเป็นคนอินเตอร์หน่อยมีความฝรั่งในเรื่องนะ ตำนานเค้าไม่ได้เป็นแบบนี้555 พี่มากต้องไปสู้รบ เพราะปกป้องประเทศชาติ กับเพื่อน. ๆ 4 คนก็คือ เต๋อ เผือก เอ ชิน ในสมัยก่อนผู้ชายต้องออกรบปกป้องบ้านเมือง พ่อมากก็ต้องออกรบไปทั้ง ๆ ที่แม่นาคตั้งท้องอยู่ แต่ความเป็นชายชาติทหารก็จำต้องทำ พอพ่อมากรบจบก็กลับมาหาแม่นาค แต่ไม่รู้เสียแล้วว่าแม่นาคได้ตายไปในขณะคลอดเจ้าแดง ทุกคนรู้แฟนคลับรู้ แม่นาคเมียไอ้มากได้ตายไปแล้ว แม่นาคไม่ยอมเป็นทาสไปเป็นวิญญาณเฉย ๆ หรอกค่ะ ฉันรอพี่มากที่ท่าน้ำทุกวัน ตามเสต็บผีไทย แต่เพราะ ใหม่ ดาวิกา แสดงก็เลยเป็นผีที่น่ารักเฉย หนังไทยที่เป็นพล็อตเรื่องผีต้องกลายมาเป็นหนังตลกเพราะแก๊งพ่อมาก แถมจบด้วยเรื่องซาบซึ้งใจของแม่นาค และพ่อมากอีก

รีวิว: พี่มาก .. พระโขนง – หนังแม่นากมุมมองใหม่ หัวใจว้าวุ่น – Khajochi's Blog

สิ่งที่ประทับใจ
1. ภาพสวยมาก ถึงเนื้อเรื่องจะเป็นฟิลกลางคืนอยู่ตลอดเวลาเพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับผีก็เลยต้องมืด ๆ ไว้ก่อน แต่ได้ภาพที่สวยเห็นทุกอย่างชัดเจน องค์ประกอบต่าง ๆ ดี

2. เป็นหนังตลกแหละแต่พล็อตเรื่องผีเป็นตัวนำ ก็ได้แก๊งพ่อมากมาอยู่ในเรื่องทุกฉากฮาหมด ดูคลายเครียดจากงานชิว ๆ

3. ความรักของแม่นาคก็ยังคงเป็นตำนานอยู่ ไม่ว่าจะเวลาไหนก็ตาม แม่นาครอพี่มากที่ท่าน้ำทุกวัน ไม่ยอมไปไหน ความเสียใจที่ตายไปพร้อมกับลูกด้วยความเหงาเปลี่ยวที่ผัวไปรบ มันช่างโดดเดี่ยวจริง ๆ นะแม่นาค

4. ความรักของพ่อมาก ถึงแม้จะรู้ว่าเมียตัวเองตายแล้ว แต่ก็ยังคงรับไม่ได้ อยากอยู่ด้วยกันถึงแม้มันจะเป็นไปไม่ได้ก็ตาม

5. ฉากสุดท้ายเป็นฉากสุดซึ้ง เป็นหนังไทยที่ดีเรื่องหนึ่งเลย

6. พี่มากในเรื่องก็คือน่ารักไม่ไหว อ้อนเมียเก่งที่ 1 แต่ตอนจบคือซึ้งมากจริง ๆ

ถ้าพูดถึงแม่นาคพระโขนง ไม่ว่าจะเป็นคนรุ้นใหม่ หรือรุ่นเก่าทุกคนก้ต้องรู้จักกันแน่นอน กับเรื่องราวความรักอันน่าสงสารของนางนาค หรือแม่นาคที่เราคุ้นชื่อกัน

หนังเรื่องแม่นาคพระโขนงถือว่าได้ถูกนำมาสร้างเป็นหนังนับไม่ถ้วนเลย และก่อนการจะสร้างหนังได้แต่ละครั้งทุกกองถ่ายก็มักจะได้เจอเรื่องราวอันน่าพิศวงกันอีกด้วย หนังแม่นาคในยุคก่อนๆ ก็จะสร้างให้เกี่ยวกับวิญญาณของแม่นาคที่น่ากลัว แต่สำหรัยหนังเรื่อง พี่มากพระโขนง เรื่องนี้นั้นไม่ได้เน้นไปที่ความน่ากลัว แต่แสดงให้เห็นถึงความรักที่แม่นาคมีต่อพ่อนาค รวมถึงความฮาของเหล่าเพื่อนพี่มาก หนังใหม่

ทุบสถิติหนังไทย'พี่มาก'4วันกวาด100ล.
เรื่องมีอยู่ว่า
ในสมัย กรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น เกิดสงครามจนทำให้ชาวบ้านจำนวนมากต้องถูกเกณฑ์ไปรบ “พี่มาก” จำต้องทิ้งเมียของเขาที่กำลังท้องแก่ไว้ที่บ้านเพื่อเข้าร่วมศึก ระหว่างสงคราม มากได้พบและช่วยชีวิตเพื่อนทหารเกณฑ์สี่คนคือ เต๋อ เผือก ชิน และเอ จนท้ายที่สุดทั้งห้าก็กลายมาเป็นเพื่อนสนิทกัน เมื่อสงครามยุติ มากจึงชวนให้ทั้งสี่ไปเยี่ยมบ้านของเขาที่พระโขนง ดูหนังฟรี

เมื่อถึงพระโขนง มากแนะนำให้ เต๋อ เผือก ชิน และเอ รู้จักกับ “นางนาก” เมียสาวแสนสวยของเขา และยังมี “แดง” ลูกชายวัยแรกเกิดของมากด้วย เต๋อ เผือก ชิน และเอ ตัดสินใจอยู่ที่พระโขนงสักระยะโดยอาศัยที่บ้านหลังเก่าฝั่งตรงข้ามบ้านมาก

ขณะ นั้นมีข่าวลือหนาหูในหมู่ชาวบ้านว่านากเป็นผีตายทั้งกลม โดยต้นตอมาจากยายเปรียกเจ้าของร้านยาดองปั่น ทั้งสี่ไม่เชื่อ จึงพยายามพิสูจน์ด้วยวิธีการต่างๆ ต่อมายายเปรียกผู้ปล่อยข่าวลือเกิดจมน้ำตายลอยขึ้นอืดอย่างน่าสยดสยอง ทำให้เต๋อ เผือก ชิน และเอ ปักใจเชื่อว่านากเป็นผีแน่ๆ ทั้งสี่ไม่ กล้าบอกมากตรงๆ เนื่องจากกลัวจะต้องพบจุดจบแบบเดียวกับยายเปรียก แต่เมื่อนึกถึงบุญคุณที่มากเคยช่วยชีวิต พวกเขาจึงต้องตัดสินใจบอกความจริงให้มากรู้ เพราะคนกับผีอยู่ร่วมกันไม่ได้

สรุปคะแนน
สำหรับเรื่องนี้นะคะ ถือว่าเป็นหนังไทยอีกเรื่องที่ทำยอดทะลุพันล้าน ทุกองค์ประกอบ รายละเอียด การดำเนินเรื่องของตัวละครทุกตัวถือว่าดีมากๆ ค่ะ สนุก ความมันส์ ความฮา รวมถึงความรัก ความเศร้า มีทุกรสจริงๆ ค่ะ เรื่องนี้ ให้คะแนน 9.5 ไปเลยค่ะ ดูหนังออนไลน์

รีวิวหนังไทย ร่างทรง

รีวิวหนังไทย ร่างทรง

รีวิวหนังไทย ร่างทรง

รีวิวหนังไทย ร่างทรง มาถึงหนังสยองขวัญของไทยที่กลายเป็นว่าเพื่อนบ้านที่อื่นๆ ได้มีโอกาสได้พิสูจน์ก่อนชาติที่เป็นเจ้าของเรื่องราว อย่าง “ร่างทรง” (The Medium) ที่เป็นการจับมือร่วมกันสร้างระหว่าง จีดีเอช กับ SHOWBOX ของเกาหลีใต้ พร้อมกับได้ทีมงานและทีมทำงานที่ผสมผสานทั้งไทยและเกาหลีในการสร้างสรรค์ผลงานหลอน ด้วยการหยิบเอาประเด็นความเชื่อท้องถิ่นมาปรุงแต่งให้กลายเป็นความสะพรึงชวนขนลุก แต่ผลลัพธ์ของหนังที่ออกมา…จะเป็นความสะพรึงแบบที่เขาร่ำลือกันจริงหรือเปล่านะ?

ร่างทรง ว่าด้วยเรื่องราวของความเชื่อทางไสยศาสตร์ท้องถิ่นทางภาคอีสานของไทย โดยหนังจะโฟกัสที่ครอบครัวหนึ่งที่เชื่อในเรื่องเทพเจ้าที่เคารพบูชา และทำหน้าที่เป็นร่างทรงแบบสืบทอดกันมา แต่ปรากฏว่าพวกเขากับต้องเผชิญหน้ากับดวงวิญญาณและภูติผีที่แปลกประหลาดที่พยายามเข้ามาสิงสู่ในร่างของ มิ้งค์ หลานสาวของครอบครัว และเหตุการณ์ทั้งหมดนี้อาจจะต้องเปลี่ยนแนวคิดความเชื่อของพวกเขาไปตลอดกาล

หนังใช้สูตรการเล่าเรื่องแบบ Mockumentary หรือ หนังสารคดีล้อเลียน ที่เป็นหนังที่ซ้อนสารคดีไปในตัว ถือว่าเป็นการใช้สูตรที่ค่อนข้างท้าทายพอสมควร เพราะการเล่าเรื่องด้วยวิธีนี้มีหนังหลายเรื่องนำมาใช้และตกม้าตายไปก็หลายหนแล้วเช่นกัน แต่ ร่างทรง ก็เปิดตัวมาได้ค่อนข้างน่าสนใจ ด้วยการแนะนำเป็นการถ่ายทำสารคดีที่ตามชีวิต ป้านิ่ม ร่างทรงย่าบาหยัน ที่เป็นคนสืบทอดร่างทรงนี้ในรุ่นปัจจุบัน หนังดำเนินเรื่องในช่วงแรกได้อย่างกลมกล่อมและน่าสนใจพอตัว ส่วนหนึ่งก็เพราะว่าชีวิตป้านิ่มและสิ่งที่เธอทำนั้นค่อนข้างอยากให้คนใฝ่รู้

เปิดอ่านเรื่องน่ารู้: เปิด 13 ความเชื่อ พิธีกรรม ผี และสิ่งลี้ลับ จากหนังเรื่อง ร่างทรง เว็บดูหนัง

แต่นั่นก็ดูเหมือนจะเป็นข้อดีหลักๆ เพียงอย่างเดียวในหนังเรื่องนี้ที่ทำออกมา ในขณะที่หนังเดินเรื่องมาได้สัก 15-20 นาทีแรกกับโจทย์ที่ค่อนข้างน่าสนใจ ก่อนจะค่อยๆ เลอะเลือนประเด็นเบนไปอีกทางที่ไกลออกไป เมื่อหันไปโฟกัสเรื่องราวของหลานสาวที่ชื่อ มิ้งค์ กับพฤติกรรมแปลกประหลาดของเธอที่ค่อนข้างเปลี่ยนไป ที่ยังคงหยิบความหลักแนวคิดความเชื่อทางศาสนามาเป็นเส้นกั้นบางๆ โดยใช้พุทธศาสนาและคริสตศาสน เข้ามาขนานเคียงข้างไปกับความเชื่อเรื่องภูติผี

เรื่องราวของมิ้งค์ในช่วงเกริ่นแรกๆ ก็ยังพอดูได้ แต่ยิ่งเป็นหนักเข้า ก็พลอยทำให้ภาพรวมของหนังเริ่มสั่นคลอนและสะเปะสะปะรุงรังไปหมด สุดท้ายก็ยังคงหยิบเอาสูตรสำเร็จหนังผีเดิมๆ ที่จีดีเอชเคยทำมาแล้ว อีกทั้งยังไปหยิบยืมองค์ประกอบของหนังแนวๆ นี้มาใช้สร้างสมดุลให้กับหนัง หลายคนอาจจะรู้สึกว่าหนังค่อยๆ ไต่ระดับความพีคในเรื่องราวยิ่งขึ้นไป แต่กลับมองว่าหนังยิ่งเละเทะยิ่งขึ้นๆ มากกว่า

โดยเฉพาะช่วงราวๆ 20 นาทีสุดท้ายของหนัง กลายเป็นความนรกแตกที่เหมือนผัดกับข้าวในขั้นตอนท้ายๆ ที่ปรับเร่งไฟขึ้นและหยิบจับใส่เครื่องปรุงนั่นนี่ลงกระทะแบบรัวๆ จนเปลวไฟลุกฉ่า แต่ผลลัพธ์ที่พยายามจะทำให้คนดูรู้สึกตกตะลึงและหวาดผวากับตัวหนังถือว่าล้มเหลว กลับรู้สึกว่าหนังพาคนดูมาได้ไกลมาก…ไกลจนเกินไป เมื่อลองเหลียวมองหันหลังกลับไปดูจุดเริ่มต้นที่หนังได้สั่งสมเอาไว้เสียดิบดี แต่ช่วงสุดท้ายคือ…เมนูที่ดูจัดจ้านแต่รสชาติยังไม่กลมกล่อม

 

เอาจริงๆ ก็ไม่อยากจะคิดไปเองว่า หรือว่า “โต้ง-บรรจง ปิสัญธนะกูล” หมดแพชชั่นกับการทำหนังสยองขวัญที่เขาเคยทำเอาไว้ขึ้นหิ้งมาแล้วหรือเปล่า วิสัยทัศน์ต่างๆ ในหนังเรื่องนี้แทบไม่ค่อยเห็นความจัดจ้านในรูปแบบหนังผีของโต้งที่เคยสร้างสรรค์ออกมาเลย ถือว่าดีที่มีโปรดิวเซอร์เกาหลี “นาฮงจิน” มาช่วยคลุมโทนของหนังเอาไว้ได้อยู่หมัด ไม่เช่นนั้น ร่างทรง อาจจะการมีความเละเทะ ทะลุทะลวงลอยแม่น้ำโขงไปไกลได้ เว็บดูหนังฟรี

แต่กระนั้นก็ต้องยอมรับฝีไม้ลายมือของทีมนักแสดงในหนังเรื่องนี้ ที่เป็นความฉลาดของหนังที่ไม่เลือกใช้ดาราที่มีชื่อเสียงมาถ่ายทอดเรื่องนี้ การใช้นักแสดงโนเนมมาสวมบทบาทก็ทำให้คนดูรู้สึกเข้าถึงคาแรกเตอร์ต่างๆ ได้ดี ต้องปรบมือให้กับ “ญดา นริลญา” ที่แม้ว่าจะเป็นนักแสดงสาวที่เคยมีผลงานเล่นซีรีส์มาบ้างประปราย แต่มาในเรื่องนี้เจองานหินแต่เธอก็สู้ไม่หวั่นเช่นกัน คาแรกเตอร์ของเธอค่อนข้างหนักหน่วงพอสมควร ทั้งแอคติ้งเป็นคนทั่วไปก็ว่ายากแล้ว นี่ต้องมาเล่นเป็นคนไม่ปกติ และสีหน้า-แววตาทางการแสดงของเธอ ก็ถือว่าเกื้อกูลต่อตัวหนังได้ระดับหนึ่ง

แต่ดาวเด่นจริงๆ ในหนังก็คงต้องยกให้ “สวนีย์ อุทุมมา” คนนี้ไม่ต้องพูดอะไรเยอะ แม้ว่าเราจะเห็นเคยเธอรับบทตัวประกอบ-ตัวละครสมทบอยู่เรื่อยๆ แต่ฝีมือการแสดงของเธอนั้น เทียบชั้นครูได้เลย ทุกๆ ฉากที่มีเธอปรากฏตัวขึ้นมาในหนังนั้น มีพลังอย่างเหลือล้น เธอจึงกลายเป็นตัวละครที่ช่วยพยุงหนังเอาไว้ได้อย่างแท้จริง เป็นการแสดงที่ปลดปล่อยออกมาในรูปแบบน้อยแต่มาก ทั้งอินเนอร์และท่าทางออกมาเองโดยอัตโนมัติ ต้องยกให้เธอคนนี้จริงๆ

อีกองค์ประกอบหนึ่งที่คงต้องชื่นชมในหนังเรื่องนี้ ก็คงจะเป็นงานออกแบบศิลป์ในฉากต่างๆ พิธีกรรมที่จัดฉากขึ้นมาดูมีมนต์ขลังในแบบที่ไม่ต้องพยายาม ทีมงานทำการบ้านในเรื่องนี้ค่อนข้างน่าพอใจ ยิ่งมาผนวกกับบรรยากาศโลเคชั่นป่าฝนริมโขง แถวพื้นที่ จ.เลย และภาคอีสานตอนบน ยิ่งเพิ่มโทนบรรยากาศของหนังให้ดูมีความเลื่อมใสอยู่ไม่น้อย

เอาเป็นว่าในภาพรวมนั้น ร่างทรง ยังไม่ใช่หนังที่สมบูรณ์แบบใดๆ การใช้สูตร Mockumentary ของหนังเกือบจะล้มเหลว ในขณะที่บทหนังก็ดูยังไม่แข็งแรงเพียงพอ หนังพยายามบิ้วท์ความกลัวและความสยองขวัญมากเกินไป เปิดเรื่องมาด้วยประเด็นที่ชัดเจนและน่าสนใจ แต่ดันเบนเข็มไปแตะต้องสูตรสำเร็จความน่ากลัวแบบเดิมๆ ที่ทำให้ไม่ค่อยรู้สึกบันเทิงตามด้วยสักเท่าไหร่ จากการเปิดตัวร่างทรงแบบสวยๆ มาปิดท้ายกลายเป็นงานคนทรงที่เละเทะข้าวของกระจัดกระจายเต็มไปหมด และโดยสรุปแล้ว…ความสะพรึงของหนังก็ยังไม่ได้ดีเลิศอะไรขนาดนั้น

เรื่องย่อ: เรื่องราวการสืบทอดทายาทร่างทรง ย่าบาหยัน ของครอบครัวหนึ่งในภาคอีสานของไทย เมื่อทายาทรุ่นปัจจุบันไม่อยากรับช่วงต่อแต่ก็ไม่อาจฝืนชะตาได้ นำมาสู่เรื่องราวเขย่าขวัญคนทั้งโลก!

รีวิวหนังไทย ร่างทรง

เรื่องเกริ่นขึ้นใน ปี 2018 ทีมงานสารคดีทำข้อมูลเรื่องราวเกี่ยวร่างทรงในไทย และไปพบเจ้าของเรื่องอย่าง ป้านิ่ม (เอี้ยง-สวนีย์ อุทุมมา) ที่เป็นร่างทรง ‘ย่าบาหยัน’ ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำท้องถิ่นในจังหวัดเลย ที่น่าสนใจคือย่าบาหยันจะสืบทอดกันต่อเฉพาะลูกหลานที่เป็นผู้หญิงในตระกูลของป้านิ่มเท่านั้น โดยคนที่มีแนวโน้มรับต่อในปัจจุบันมากที่สุดคือ มิ้งค์ (ญดา-นริลญา กุลมงคลเพชร) ลูกของพี่สาวป้านิ่มนั่นเอง ทำให้ทีมสารคดีขออนุญาตมาถ่ายทำป้านิ่มและครอบครัวในปี 2019 จนได้มาเจอเรื่องราวต่าง ๆ และตัดสินใจเปลี่ยนหัวข้อของสารคดีจากเรื่องว่าร่างทรงคืออะไร มาเป็นเรื่องของการสืบทอดร่างทรงแทน

เรื่องราวที่เราจะได้รับชมทั้งหมดในหนังเรื่อง “ร่างทรง” จึงมาจากสายตาของทีมงานสารคดีนี้ทั้งสิ้น หนังฟรี

นี่คือการกลับมารับงานหนังสยองขวัญครั้งล่าสุดของ โต้ง – บรรจง ปิสัญธนะกูล ผู้กำกับชั้นแนวหน้าในปัจจุบันของไทยจากทั้งผลงานปลุกกระแสผีไทยจาก “ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ” (2547) จนมาถึงสร้างประวัติศาสตร์หนังไทยพันล้านจากหนังสยองปนขำเรื่อง “พี่มากพระโขนง” (2556) ทำให้ทุกสายตาจับจ้องมาที่ตัวเขาในทุกย่างก้าว

และการก้าวรอบนี้ก็เรียกว่าเป็นบันไดก้าวแรกสู่ระดับนานาชาติของบรรจงอย่างแท้จริง เพราะเขาได้รับการทาบทามให้ร่วมงานกับผู้กำกับเกาหลีชื่อดังระดับเวทีนานาชาติอย่าง นาฮงจิน ที่เคยมีผลงานแนวสยองขวัญเรื่อง “The Wailing” (2016) ที่ได้รสชาติสยองชวนคิดที่น่าสนใจ และหนังเรื่อง “ร่างทรง” ก็ไปคว้าอันดับ 1 ในบ็อกซ์ออฟฟิศของเกาหลีมาได้ด้วยอย่างงดงามเมื่อกลางปีที่ผ่านมา พร้อมคำชื่นชมในดีกรีความโหดขนหัวลุกของหนัง แน่นอนว่านี่คือความภูมิใจของคนไทยอย่างแท้จริงแล้ว โดยไม่ต้องสนใจว่าหนังจะออกมาหน้าตาเป็นอย่างไร

รีวิวหนังไทย ร่างทรง

ถ้าจะนับว่าอะไรที่ นาฮงจิน ส่งผลด้านดีต่อหนังนอกไปจากโครงเรื่องตั้งต้นที่เดิมเขาตั้งใจไว้ทำ “The Wailing” ภาค 2 นั่นก็คือ แนวทางการสร้างฉากและบรรยากาศของหนัง ที่กลิ่นฝนชื้นในชนบทดูเยือกเย็น ชวนเร้นลับ และภาพแปลกตาของพิธีกรรมความเชื่อที่แฝงอยู่ในชีวิตของคนได้อย่างน่าทึ่ง ฉากหลังเป็นตัวละครสำคัญอีกตัวหนึ่งที่ขาดไปรับรองหนังมีกร่อยลงแน่ ๆ

และต้องบอกว่าดีไซน์ของทีมงานคนไทยไม่ใช่ย่อย ๆ เลย ไม่ว่าจะฉากหุบผาที่สถิตของรูปปั้นย่าบาหยัน รวมถึงตึกร้างที่รากไม้ชอนไชเป็นทรวดทรงน่าขนลุก นี่คือ 2 ฉากเด่น ที่แค่เห็นไม่ต้องเอาดนตรีหรืออะไรเข้าช่วยก็ชวนขนลุกแล้ว พอประกอบกับดนตรีที่สร้างอารมณ์ร่วมมาก ๆ และการแสดงแบบเหมือนประทับร่างของนักแสดงสายฝีมือล้วน ๆ ทั้งตัวหลัก ตัวรอง ตัวประกอบ (เนี้ยบยันตัวประกอบนี่สำหรับหนังไทยคือคุณภาพสูงมาก) และบทหนังที่ปั่นหัวคนดูไปมา มันจึงเป็นหนังที่มีพลังสูงมาก ต้องปรบมือในการเลือกใช้นักแสดงที่เอาชื่อชั้นฝีมือเข้าว่าจริง ๆ

ครึ่งหลังของหนังเพียว ๆ จัดได้ว่า ตึงเครียด ปั่นประสาท ขนหัวลุก น่ากลัวมาก ๆ บางช่วงทำเอาคลื่นไส้มวนท้อง อาจเพราะความมืดของโรง การเคลื่อนภาพที่สมจริงสั่นไหวเหมือนอยู่ในสถานการณ์ ดนตรีที่โหมกระหน่ำ การตัดต่อที่ฉับไว ต้องยกความดีครึ่งหนึ่งให้กับการชมในโรงภาพยนตร์จริง ๆ ถ้าจอเล็กกว่านี้ มืดน้อยกว่านี้ ดนตรีไม่ดังอย่างนี้ มันคงไม่ได้ผลตามที่คนทำหนังต้องการนัก แล้วเรื่องไล่ระดับอารมณ์ได้ดีไม่มีหย่อนแบบอัดแล้วอัดเล่าใส่หัวใจคนดูตลอดครึ่งเรื่องหลัง จนอยากปรบมือให้ดัง ๆ  หนังใหม่

รีวิวหนังไทย ร่างทรง

อีกความน่าชื่นชมของหนังคือความรุนแรงของเรื่องที่กล้าท้าทายข้อห้ามจารีตสังคมไทยซ้ำแล้วซ้ำเล่าได้อย่างน่าชื่นชมในความฉลาดไม่โฉ่งฉ่าง คงเล่าไม่ได้ว่าทาบูที่โดนขยี้ย่ำนั่นเป็นอะไรบ้าง แต่เห็นความจงใจลองของตรงนี้ชัดเจน ถ้าฝีมือการเล่าด้อยกว่านี้ รับรองไม่ผ่านหน่วยงานหั่น-แบนของไทยแน่นอน (และชื่อ GDH ก็อาจเป็นเกราะช่วยประมาณหนึ่ง) และที่สำคัญอาจกลายเป็นหนังไร้รสนิยมไปได้ง่าย ๆ ทีเดียวกับการเล่นของโสมมทั้งทางสายตาและทางจิตใจแบบนี้ ขอปรบมือดัง ๆ ให้อีกรอบ

ร่างทรง
บุญส่ง นาคภู่ เป็นอีกหนึ่งคนเบื้องหลังที่มาทำเบื้องหน้าได้สุดติ่ง ละสายตาจากเขาเวลาอยู่บนจอไม่ได้จริง ๆ
อีกส่วนที่ก้ำกึ่งว่าจะดีหรือไม่ดี แต่ส่วนตัวชอบกว่าครึ่งหลังเพียว ๆ เสียอีก คือการหย่อนรายละเอียดในชีวิตของตัวละครได้อย่างน่าสนใจ ทั้งเรื่องที่พี่น้องไม่เต็มใจเป็นร่างทรง จนถึงขั้นมีความพยายามหนีปัญหาด้วยวิธีที่ผิด ๆ หรือการหนีไปพึ่งพระเจ้าอีกศาสนา อะไรพวกนี้น่าสนใจมาก ๆ ถ้าเป็นหนังสารคดีจริง ๆ เราคงเห็นแง่มุมพวกนี้ประเทืองปัญญาเราได้อีกมาก แต่เมื่อมันอยู่ในหนังสยองมันเลยมีที่ทางได้จำกัด และทำให้ครึ่งแรกของหนังคาบลูกคาบดอกระหว่างความน่าสนใจกับความน่าเบื่อ เพราะมันประดิษฐ์เล่าผ่านการให้สัมภาษณ์ตัวละครต่าง ๆ อยู่มาก บทสนทนาเองก็ค่อนข้างเยอะเพื่อปูภูมิหลังและอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นในหนังในช่วงที่ภาพยังเล่าเรื่องลึกซึ้งด้วยตนเองลำบาก

และการตัดต่อ อาจรวมถึงการเล่าเรื่อง แม้จะทำได้ดีมาตลอดทั้งเรื่อง แต่ก็เห็นความแปลกอยู่บ้างเหมือนกันเช่น ความพยายามหลอกให้หลงทางแต่หลงไม่สุด เพราะแอบหยอดอยู่ว่าไม่ใช่นะ ทำให้พอเฉลยก็ไม่ได้รู้สึกว้าวนัก ซึ่งมีการตัดต่อที่ดูลำดับแปลก ๆ อยู่เช่นกัน จากที่ปกติควรให้คนดูตะลึงว่าเข้าใจผิด แล้วค่อยไปดูผลอีกด้าน กลับเลือกไปให้ดูผลอีกด้านที่ทำให้คนเดาออกทันทีก่อนที่จะไปตกใจกับการเฉลย ดูหนังฟรี

รีวิวหนังไทย ร่างทรง

ร่างทรง
อย่างที่กล่าวไปว่าหนังมีจุดแข็งดี ๆ มากเลยทีเดียว แต่โชคร้ายที่หนังมีเนื้องอกของมันเองอยู่

ไม่แน่ใจว่าวิธีการนำเสนอที่มาลงปลงใจกับแนวทางสารคดีนี้ใครเป็นคนต้นคิดหรือชี้ขาด ข้อดีของมันแน่ ๆ คือการสร้างสภาวะสมจริงด้วยรูปแบบที่คนคุ้นชินว่ากำลังดูความจริง ทั้งเคลื่อนกล้องถือถ่าย มีเสียงทีมงานถามคำถาม การเข้าไปปรากฏกายของทีมงานเป็นระยะ เพื่อให้ดูเรียล แต่กระนั้นก็ยังมีคำถามว่าด้วยตัวเนื้อหาและสิ่งดี ๆ มากมายที่หนังมีอยู่แล้วจำเป็นหรือไม่ที่ต้องใช้แนวทางสารคดีปลอมมานำเสนอ เพราะสิ่งที่ถูกทำลายแน่ ๆ คือการจดจ้องแช่ภาพหรือเน้นความสวยงามความขลังของฉากที่ถูกคิดมาอย่างดี และคนดูเองก็มีสิทธิ์ที่จะรู้สึกถูกถีบออกมาระหว่างเคลิบเคลิ้มใหลลงในหนังทันที เมื่อตระหนักได้ว่านี่มีทีมงานปลอม ๆ อยู่และทั้งหมดคือหนังสารคดีปลอม

ในช่วงแรกยังคงรู้สึกแค่ว่าวิธีการสารคดีนี้มันเป็นเนื้องอกของหนัง คือเกินจำเป็น แต่ก็ยังประคองตัวอยู่ไปได้เรื่อย ๆ จนสถานการณ์มันเดินหน้ารุนแรงขึ้น ตัวละครเริ่มอาละวาดมากขึ้น เนื้องอกนี้ก็เริ่มกลายพันธุ์เป็นเนื้อร้ายไปในที่สุด

ในช่วงแรกสารคดีปลอมทำหน้าที่แค่ตามถ่ายมีคำถามบ้างแต่ก็ยังเห็นความพยายามไม่เข้าร่วมกับตัวเจ้าเรื่อง ใช้การสื่อสารกับคนดูผ่านทางข้อความบนพื้นสีดำเป็นระยะ ที่ว่ามันก็เป็นเพียงเนื้องอก จนกระทั่งเมื่อทีมงานถ่ายติดยายตาบอดในงานศพแล้วไม่มีคำถามใด ๆ ว่านั่นคนหรือผี ไม่มีแม้ความตกใจกับฟุตล้ำค่าที่ตนเพิ่งถ่ายได้ เราจึงเริ่มตั้งคำถามกับทีมงานสารคดีในเรื่องว่า ตรงนั้นเป็นคนจริง ๆ อยู่ไหม? และเมื่อตัวละครมิ้งค์เริ่มอาละวาดใส่คนรอบข้าง ตากล้องที่ตามถ่ายใกล้มิ้งค์ที่สุดกลับกลายเป็นสุญญากาศที่มิ้งค์ข้ามผ่านไปเฉย ๆ ทั้งที่ถ้าเราเป็นมิ้งค์อยากอาละวาดใส่อะไรใส่อย่าง ตากล้องที่มาตามถ่ายตลอดเวลานี่ล่ะน่าจะโดนก่อนเพื่อน

ร่างทรง
ตอนนี้เนื้องอกเริ่มไปดันอวัยวะรอบ ๆ ให้ทำงานผิดปกติให้เห็นแล้ว และเริ่มชัดขึ้นไปอีกเมื่อมิ้งค์มีอาการป่วยในที่ทำงาน แต่นอกจากกล้องกลับไม่มีใครเลยทั้งเพื่อนร่วมงาน พี่น้อง เจ้านาย ที่จะตามไปดู สำหรับคนที่ทำงานอยู่ในชีวิตจริงคงรู้สึกประหลาดกับจักรวาลในหนัง ยิ่งการที่เจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐเอาหลักฐานฉาวโฉ่ในที่ทำงานตัวเองมาให้คนนอกอย่างทีมงานสารคดีดูหมดเปลือกให้เสี่ยงต่อความเสื่อมเสียออกไปอีก เรายิ่งรู้สึกว่า เมืองเลยในหนัง น่าจะเป็นจังหวัดอีกมิติคู่ขนานกับเมืองเลยในไทยที่เรารู้จักแล้วล่ะ ดูหนังออนไลน์

รีวิวหนังไทย ฉลาดเกมส์โกง

รีวิวหนังไทย ฉลาดเกมส์โกง

รีวิวหนังไทย ฉลาดเกมส์โกง

รีวิวหนังไทย ฉลาดเกมส์โกง เนื้อเรื่องแปลกใหม่ ตีแผ่ความเครียดและกดดันของการศึกษาไทย หนังไทยเรื่องเยี่ยมเนื้อเรื่องแปลกใหม่ เมื่อกลุ่มนักเรียนอัจฉริยะตัดสินใจโกงการสอบที่ฉาวโฉ่ระดับโลก ตีแผ่ด้านมืดของการศึกษาไทยที่สร้างทั้งความเครียดและความกดดันให้กับเด็กนักเรียน โดยแทนที่จะเล่าในแง่มุมแบบดราม่ากลับเลือกดำเนินเรื่องสไตล์ Crime และ Thriller ทำให้เนื้อเรื่องที่แสนจะเข้มข้นนั้นกลายเป็นเรื่องสนุกชวนติดตาม คนดูจะทั้งลุ้นระทึกและตั้งคำถามกับการกระทำของตัวละครแต่ละตัว ที่สำคัญ การแสดงของทัพนักแสดงหน้าใหม่แต่ฝีมือเก๋าก็ทำให้เรื่องนี้กลายเป็นหนังไทยที่คุณห้ามพลาดเลยค่ะ รีวิวหนังไทย ฉลาดเกมส์โกง

‘ฉลาดเกมส์โกง’ หนังไทยเรื่องใหม่จาก GDH ที่แค่เข้าฉายวันแรกก็ได้รับเสียงตอบรับชื่นชมอย่างล้นหลาม ซึ่งจากที่ไปดูก็สนุกและตื่นเต้นตลอดทั้งเรื่อง แถมยังมีบทที่แตกต่างและสร้างออกมาได้เท่มากๆ ทุกจังหวะระหว่างที่ดูเหมือนดูหนังแอคชั่นมากกว่าหนังวัยรุ่นโกงข้อสอบซะอีก ถือเป็นหนังในช่วงนี้ที่ไม่อยากให้ใครต้องพลาดด้วยประการทั้งปวง มีสิบให้สิบ มีร้อยให้ร้อย !

เรื่องย่อ “ฉลาดเกมส์โกง”
เป็นเรื่องของ ลิน เด็กอัจฉริยะที่เพิ่งย้ายมาเข้าเป็นนักเรียนทุนของโรงเรียนเอกชน แต่ด้วยความที่พ่อของเธอต้องเสียค่าแป๊ะเจี๊ยะแพงมากเพื่อให้เธอได้เรียนอยู่ในโรงเรียนนี้
ลิน เด็กสาวที่มีระบบความคิดแตกต่างจากเด็กในรุ่นเดียวกันจึงได้ปิ๊งไอเดียระบบการลอกข้อสอบขึ้นมา โดยใช้สัญลักษณ์ต่างๆ เพื่อแทน ก ข ค และ ง
ลินทำเงินได้มหาศาลจากการให้เพื่อนลอกข้อสอบนี้ แต่มันยังไม่หยุดแค่นั้นเมื่อเธอต้องการที่จะโกงข้อสอบ STIC ซึ่งเป็นข้อสอบระดับโลกที่จะจัดสอบพร้อมๆ กับทุกประเทศ ทำให้นี่จึงเป็นความเสี่ยงครั้งรุนแรงที่สุดที่เธอต้องเจอ และเธอทำด้วยตัวคนเดียวไม่ได้ แบงค์ (เด็กเรียนทุน ที่เกลียดการโกงที่สุด) จึงต้องเข้ามามีส่วนในมหากาพย์การโกงข้อสอบของเธอ เว็บดูหนัง
แนะนำนักแสดง

หนังได้แรงบันดาลใจมาจากเรื่องจริง
เบื้องหลังก่อนมาเป็น “ฉลาดเกมส์โกง” ที่ทำเอาผู้ชมตื่นเต้นไปในทุกจังหวะนั้น เกิดจากโปรเจกต์ที่พี่เก้ง–จิระ ส่งต่อให้กับ ‘บาส–นัฐวุฒิ พูนพิริยะ’ (ผู้กำกับสุดหล่อ) โดยได้แรงบันดาลใจมาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงของเด็กกลุ่มหนึ่งที่ใช้ความต่างเวลาในการโกงข้อสอบระดับโลก (ไม่ใช่เด็กไทยนะ) จนเป็นเรื่องราวที่โด่งดังขึ้นมาช่วงหนึ่ง
และเมื่อได้โจทย์มา พี่บาสก็เอามาปรับให้เข้ากับสภาพสังคมแบบไทยๆ จนออกมาเข้มข้นและรับประกันว่าใครดูก็ต้องชอบ
ไม่ใช่แค่โกงข้อสอบ แต่มันพูดถึงการโกงที่เกิดในสังคม
“ประเด็นใหญ่ๆ มันคือเรื่องการโกงในสังคมปัจจุบัน ประเด็นที่โขลกลงมาในหนังก็คือ มันพูดถึงเด็กวัยรุ่น ซึ่งสนามแห่งการโกงของเด็กวัยรุ่นมันไปไหนได้ไม่ไกลเท่าไหร่นอกจากโรงเรียน ก็เลยหยิบยกเรื่องการโกงข้อสอบมาเป็นประเด็นหลักของหนัง” บทสัมภาษณ์ นัฐวุฒิ พูนพิริยะ ผู้กำกับหนังเรื่อง ‘ฉลาดเกมส์โกง’ จากนิตยสาร FILMAX ฉบับที่ 118 ประจำเดือน เมษายน 2560
จากที่ได้ชมนั้นจะรู้ได้เลยว่าทุกฉากทุกตอน มันสะท้อนอะไรที่ไปไกลกว่าห้องสอบ จะว่าง่ายๆ ก็คือมันการพูดถึงทัศนคติของคนโกงมากกว่าการโกง เลยยิ่งน่ากลัวเพราะคนที่มีความคิดว่า ‘การโกงไม่ผิดหรอก’ วันหนึ่งเขาก็จะต้องเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีความคิดแบบเดิม แล้วสังคมเราจะต้องมีคนที่มีชุดความคิดแบบนี้เยอะแค่ไหนกันเชียวล่ะ ?

รีวิว "ฉลาดเกมส์โกง" - เมื่อสังคมให้ความสำคัญต่อ "ผลการเรียน" มากกว่า  "กระบวนการเรียนรู้" จึงเป็นที่มาของการ "โกงข้อสอบ" - Pantip

นักแสดงหน้าใหม่แต่ฝีมือโคตรเก๋า
ต้องยกเครดิตให้นักแสดงทุกคนในเรื่องนี้ที่แสดงฝีมือออกมาได้ระดับโปรมากๆ ‘ออกแบบ’ นางเอกหน้าใหม่ของเรื่องมี character ที่น่าสนใจมาก แค่ทำหน้านิ่งๆ ก็รู้สึกว่ามีพลังงานความโหดบางอย่างถูกส่งออกมาสู่คนดูทำให้เราเชื่อไปเลยว่าคนคนนี้คือตัวละครอย่างที่หนังอยากให้เราคิดตาม
นอกจากนี้นักแสดงอีกหลายๆ คนที่เราอาจเคยเห็นจากซีรีส์ฮอร์โมนส์มาบ้างแล้ว ในหนังเรื่องนี้ก็สามารถฉีกบทเก่าแล้วทำให้เราตื่นเต้นได้อีกครั้งเหมือนกำลังดูนักแสดงหน้าใหม่ทั้งเรื่อง อย่างเช่น ‘นน’ ที่ต้องรับบทเป็นเด็กเรียนดีผู้ซื่อสัตย์ ก็ดีไซน์บุคลิกออกมาได้โคตรจะเจ๋ง หรือจะเป็น ‘เจมส์’ ที่ถึงแม้จะเล่นเป็นคนเจ้าเล่ห์ๆ อย่างที่ได้รับบทมาตลอด แต่ในเรื่องนี้เจมส์ก็ทำได้ดีมากๆ และฉายเสน่ห์ออกมาสุดๆ
การตัดต่อและถ่ายทำอย่างกับหนังฮอลลีวู้ด
ถ้าคุณคิดว่าหนังเรื่องนี้จะต้องมุ้งมิ้งเหมือนวัยรุ่นในโรงเรียนทั่วไป.. คุณคิดผิดแล้ว เพราะหนังเรื่องนี้ทะยานข้ามอีกสเต็ปของหนังไทย การตัดต่อและเทคนิคถ่ายทำต่างๆ ออกมาได้อย่างโคตรจะโหด สัญญะต่างๆ ในหนังก็คิดออกมารวมกับมุมกล้องต่างๆ ได้อย่างมีชั้นเชิง จะให้บอกว่าฉากไหนก็คงไม่ได้เดี๋ยวกลายเป็นการสปอยล์ เพราะงั้นก็รีบไปดูแล้วมาเม้าท์กัน  เว็บดูหนังฟรี

 

ที่หล่อกว่าพระเอกก็คือผู้กำกับ
รีวิวส่วนนี้ของสนองนี้ดตัวเอง คือจากที่ดูหนังรอบสื่อมาก็หลายเรื่อง เจอผู้กำกับมาก็หลายคน แต่กับพี่บาส คือเขาดูเท่มากๆ ไม่แปลกใจเลยที่จะทำผลงานเจ๋งๆ แบบนี้ออกมาให้เราได้ชมกัน

10/10 คะแนน
เป็นหนัง GDH ที่ทำออกมาได้แมส มีจังหวะตลก และน่าตื่นเต้นครบสูตร.. แต่ว่า! มันเป็นหนัง GDH ที่ไม่เหมือนเรื่องอื่นๆ ที่เคยมี เพราะถึงจะดูแมสแต่ทำออกมาเท่และแตกต่างมากๆ เป็นอีกหนึ่งข้อพิสูจน์ว่าหนังไทยไม่จำเป็นต้องเป็นหนังตลกจ๋าถึงจะสนุก
นักแสดงทุกคนคุณภาพเต็มเปี่ยม น่าสนใจและมีลุ้นได้รางวัลกันเกือบทุกบทบาท
บทเขียนออกมาได้มีชั้นเชิงมีการทำการบ้าน ค้นหาอุดทุกเรื่องจนลงตัว Perfect !
การถ่ายทำและตัดต่อทำออกมาได้น่าสนใจมาก ไม่มีจังหวะให้ได้เบื่อเลย
เป็นหนังที่ดูแปปเดียวจบเพราะตื่นเต้นปนลุ้นไปจนลืมเวลา
แม้กระทั่งเพลงและดนตรีประกอบเองก็ใส่มาได้แบบไม่ยัดเยียดคนดู เป็นความลงตัวมากๆ
หนังแสดงเซ้นส์ความขี้เล่นและกวนๆ ของผู้จัดทำ แต่ออกมาแบบไม่ล้นจนกลายเป็นหนังตลก หนังฟรี

โชว์ เนื้อ หนัง ไทย: ฉลาดเกมส์โกง BAD GENIUS (เบื้องหลัง) - YouTube

รีวิวหนังไทย ฉลาดเกมส์โกง

ถือว่าคุ้มค่าที่สุดในการดูหนังช่วงนี้ ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง
ในปี 2560 ฉลาดเกมส์โกง ทำประวัติศาสตร์ให้ วงการภาพยนตร์ไทยทั้งในประเทศและต่างประเทศ ด้วยรายได้เปิดตัววันแรกอยู่ที่ 2.18 ล้านบาท

และรวมตลอดโปรแกรมฉาย 113 ล้านบาท รวมจากการฉายทั่วโลกราว 889.73 ล้านบาท ซึ่งไม่ได้สำเร็จแค่ทางรายได้ แต่รวมถึงในแง่คำวิจารณ์ทั้งของไทยและต่างประเทศ เข้าฉายเทศกาลต่าง ๆ กว่า 10 แห่งและรางวัลอีกมากมาย

ในวงการภาพยนตร์ไทยมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา คนดูหนังก็ยังได้รับชมแต่หนังที่วนอยู่ในธีมโรแมนติกคอมเมดี้ แต่เมื่อปี 2560 GDH559 นำภาพยนตร์อย่างฉลาดเกมส์โกง

แนวจารกรรม-ระทึกขวัญ ในรูปแบบการโกงข้อสอบของเด็กนักเรียน โดยอิงมาจากเรื่องจริงที่มีเหตุการณ์โกงข้อสอบในประเทศจีน โดยได้ บาส ณัฐวุฒิ พูนพิริยะ มาทำหน้าที่กำกับภาพยนตร์เรื่องนี้ (Countdown)

เรื่องย่อ
บทบาทของนักแสดงทั้งสี่ตัวละครหลัก ลิน (ชุติมณฑน์ จึงเจริญสุขยิ่ง) แบงค์ (ชานน สันตินธรกุล) พัฒน์ (ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ) และ เกรซ (อิษยา ฮอสุวรรณ) รับหน้าที่ดำเนินเรื่องในฐานะทีมที่จะโกงข้อสอบ STIC ที่จะจำเป็นต้องข้ามไปสอบต่างประเทศใน Time Zone ที่แตกต่าง เพื่อนำคำตอบกลับมาให้เพื่อนที่ไทยได้ทันก่อนถึงเวลาสอบ

หลังจากนี้จะเป็นการวิเคราะห์และเปิดเผยเนื้อหาบางส่วนของภาพยนตร์ ใครที่ยังไม่ได้ดูหนังเรื่องฉลาดเกมส์โกง Bad Genius สามารถรับชมได้ที่ทรูไอดี (TrueID) เพื่อให้ได้อรรถรสก่อนอ่านบทความ หนังใหม่

 

ประเด็นบางส่วนที่ได้จากหนัง

รีวิว ฉลาดเกมส์โกง : สอบผ่านทั้งบท-ตัดต่อ-นักแสดง  สนุกลุ้นมากเหมือนเข้าไปสอบเอง - โพสต์ทูเดย์ ดูหนัง-ฟังเพลง

ตัวละครที่ได้รับการหล่อหลอมที่ไม่ดีจากสังคม
ใครที่ดูมาแล้วคงเห็นว่าตัวละครแต่ละตัวมีฐานะทางสังคมที่แตกต่างกันอย่างไรและส่งผลต่อตัวละครนั้นยังไง

ลิน อยู่ในครอบครัวที่มีฐานะปานกลาง เป็นคนที่มีความสามารถ เก่ง ฉลาด ในฐานะผู้ชมก็คงเห็นสิ่งที่ตัวละครนี้ได้รับ การเอารัดเอาเปรียบจากโรงเรียน ความกดดัน ความคาดหวังจากคนอื่น จนทำให้เด็กมัธยมปลายคนหนึ่ง เลือกนำความรู้มาใช้ในทางที่ผิด เพราะความแค้นในใจเล็ก ๆ ที่มีต่อสังคม

ทำให้ตกเป็น”เครื่องมือ”ของลูกคนฐานะร่ำรวยอย่างแบ้งค์ และ เกรซ ที่ก็ถูกคาดหวังและแรงกดดันจากพ่อแม่เช่นกัน เพื่อที่จะได้ไปเรียนต่อเมืองนอก

ไปจนถึง ตัวละครที่ดูซื่อ ๆ อย่าง แบงค์ ต้องช่วยเหลือพ่อแม่โดยการทำงานให้หนัก ใช้ความสามารถของตนแลกกับการได้ทุนเรียนดี ๆ หรือความโลภที่จะได้มีเงินร่ำรวยเพื่อยกระดับฐานะครอบครัว จนนำไปสู่การโกงข้อสอบ

เรื่องของตัวละครที่มีคาแรกเตอร์ที่แตกต่างกัน ไม่ได้มีอยู่ในภาพยนตร์เช่นนี้ แต่ในโลกความจริงมีเด็กที่ขาดโอกาสหรือไม่ได้รับการสอนที่ดีอีกมากมาย

 

การลอกข้อสอบเรื่องปกติในสังคมไทย?
ในการสอบในระดับโรงเรียน เพราะเด็กต้องการคะแนนที่ดี จึงให้ความสำคัญกับผลลัพธ์ที่ได้จนไม่สนใจวิธีการ ทำให้เกิดการโกงข้อสอบขึ้น แต่การโกงของเด็กกลับถูกมองข้ามโดยครูคุมสอบ ส่งผลให้นักเรียนไม่รู้ว่าการกระทำของตัวเองนั้นไม่ถูกต้อง เห็นได้จากฉากของการสอบ STIC ที่ต่างประเทศ ซึ่งมีผู้คุมสอบเข้มงวดกว่า แต่เด็กก็ยังเลือกที่จะโกง เพราะคิดว่าครูคุมสอบคงไม่ได้สนใจการกระทำของพวกเขาเช่นเดียวกับที่โรงเรียนไทย การที่ถูกละเลยการกระทำผิดแบบนี้อาจจะส่งผลเสียต่อเด็กในระยะยาว คิดว่าทำไปก็ไม่ได้มีใครว่า ทั้งที่เมื่อออกไปใช้ชีวิตในสังคมจริง ๆ อาจไม่เป็นอย่างนั้น ดูหนังฟรี

Movie Review “ฉลาดเกมโกงส์" - To all the movies I've watched before -  Minimore

 

ในฐานะผู้ชม
ด้วยความที่หนังค่อนข้างเล่นสเกลใหญ่ ชื่นชมงานภาพ และเกรดสีที่ทำออกมาได้มีความดาร์ก แต่ยังดูมีความยิ่งใหญ่แทรกอยู่ในนั้น การตัดต่อที่ทำให้เราสามารถตื่นเต้นและลุ้นไปกับฉากโกงข้อสอบในภาพยนตร์ บวกกับ soundtrack ที่ชักนำอารมณ์ได้เป็นอย่างดี

แต่ถึงยังไงก็ตาม อย่างที่บอกไปว่าหนังค่อนข้างเล่นสเกลใหญ่ ทำให้มี ”ความไม่สมเหตุสมผล” อยู่พอสมควร ความคิดของตัวละครค่อนข้างมีมุมมองที่แปลกหรือ ”ตลก” ไปในบางช่วง แต่ด้วยข้อดีที่กล่าวมา ก็พอจะมองข้ามข้อเสียเหล่านี้ได้

สิ่งที่คนดูพูดถึงอย่างมากก็คือ ฉากจบที่คนดูคาดหวังว่าหนังจะนำพาคนดูอย่างเราไปให้สุดมากที่สุด แต่กลับจบแบบปลายเปิดที่ไม่ค่อยสมเหตุสมผลมากนัก (เพราะหนังค่อนข้างเล่นประเด็นใหญ่เรื่องการโกงเป็นหลัก แต่ฉากจบกลับลงในแบบที่ค่อนข้างแฮปปี้เอนดิ้ง ซึ่งก็พอเข้าใจได้ว่าอาจจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดของตัวละคร)

 

ฉลาดเกมส์โกงเป็นภาพยนตร์ที่ละเอียดในด้านงานโปรดักชั่น บทภาพยนตร์กับตัวละครที่เข้ากันได้ดี มีการพัฒนาของตัวละครที่นำไปสู่การตัดสินใจต่าง ๆ (Character Development) เล่นกับโทนสี กับความรู้สึกของคนดู ไม่ได้ทำหนังเพียงต่อเพื่อมอบความบันเทิงในการรับชม แต่ออกจากโรงภาพยนตร์แบบที่เรายังคิดตีความ ยังตั้งคำถามกับความเหลื่อมล้ำ ระบอบการศึกษาไทย ครอบครัว และสังคม ที่เกิดขึ้นจริง ๆ ในสังคมบ้านเรา

รวมถึงเปิดมิติใหม่ให้กับวงการภาพยนตร์ไทย ที่ไม่ได้ทำแต่ภาพยนตร์รัก แต่บอกเล่ามุมมองหรือเรื่องราวใหม่ ๆ ออกมาในรูปแบบภาพยนตร์ และประสบความสำเร็จทั้งในและนอกประเทศ เป็นหนังไทยอีกเรื่องที่ไม่ควรพลาด และควรค่าแก่การรับชมสำหรับคนที่ไม่เคยดู ดูหนังออนไลน์

รีวิว THE RAIN STORIES

รีวิว THE RAIN STORIES

รีวิว THE RAIN STORIES

รีวิวหนังไทย สวัสดีครับจากประสบการ์ณของแอดที่ได้ไปรับชมส่วนตัวแอดคิดว่านี้ก็เป็นหนังไทยที่ดีอีกเรื่องเลย แต่แอดไม่คิดว่ามันจะปัง จะประสบความสำเร็จอย่างเกินคาดสำหรับภาพยนตร์เรื่อง “พี่ชาย My Bromance” จากค่าย วายุฟิล์มโปรดักชั่น ผู้กำกับมากฝีมืออย่าง “ณิชชี่ – ณิชภูมิ ชัยอนันต์” ก็ไม่รอช้าเดินหน้าสานต่อเรื่องราวความรักครั้งใหม่ ของบรรดาเด็กหนุ่มมัธยมปลายภายใต้รั้วโรงเรียนแห่งหนึ่ง พร้อมคว้าตัว นักแสดงเก๋าประสบการณ์ “ย้ง – ธรากร สุขสมเลิศ”

รีวิว THE RAIN STORIES

มารับบทนำใน “The Rain Stories เมื่อฝนหยดลงบนหัว” โดยสวมบทเป็น นนท์ หนุ่มใหญ่ใจดีที่มีรสนิยม รักเพศเดียวกัน ซึ่งจัดฉายปฐมทัศน์ ไปแล้วเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2559 ณ โรงภาพยนตร์เอสพลานาด รัชดาภิเษก เพิ่มความพิเศษจากผู้กำกับ และ เหล่านักแสดงนำที่มา ให้กับสัมภาษณ์กับทางเว็บ สยามโซน.คอม อย่างเป็นกันเอง ถึงเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในภาพยนตร์เรื่องนี้ เว็บดูหนัง

รีวิว THE RAIN STORIES

รีวิวหนังไทย ผู้กำกับ ณิชชี่ เผยถึงแรงบันดาลใจของภาพยนตร์ให้ฟังว่า “แรงบันดาลใจในการสร้างหนังเรื่องนี้นะครับ เกิดจากการที่ผมเติบโตมากับสังคมโรงเรียนชายล้วนในภาคเหนือมาตั้งแต่เด็ก ๆ เลย แล้วผมก็ได้เห็นเรื่องราวความรัก ที่เป็นความลับของความรักระหว่างชายกับชาย มาเยอะมากตั้งแต่วัยเด็ก เราก็เลยมีความฝันอยากทำ เป็นหนังขึ้นมาเพื่อเล่าเรื่องราวที่คนทั่วไปไม่ค่อยรู้จัก เราก็เลยทำเรื่อง พี่ชาย My Bromance ขึ้นมาเมื่อปี 57 ซึ่งมันสำเร็จสร้างรายได้อย่างเกินคาด แต่ว่าหนัง

รีวิว THE RAIN STORIES

เรื่องนั้นก็ยังไม่ตอบโจทย์ถึงที่สุดของเนื้อหาเกี่ยวกับเพศเดียวกัน ได้อย่างลึกซึ้ง มันยังมีจุดที่มันค้างคาอยู่ฮะ ผมก็เลยต่อยอดความรู้สึก และ อารมณ์จากเรื่องที่แล้วมาใส่ในหนังเรื่องนี้ ผมเปรียบฝนเหมือนปัญหาที่เข้ามาในชีวิตคนนะครับ ถ้าคน ๆ หนึ่งเนี่ยเจอปัญหาแล้วหรือเจอฝนตกลงมาใส่หัวเนี่ยเขาจะทำยังไงกับมัน ซึ่งคำตอบจะอยู่ในภาพยนตร์ ซึ่งต้องไปดูกันว่าฝนคืออะไร แล้วก็มีความสัมพันธ์ เกี่ยวกับตัวเรายังไง”

รีวิว THE RAIN STORIES

ย้ง พูดถึงบทบาทสุดท้าทายในครั้งนี้ว่า “บทบาทก็เป็นผู้ชายวัยกลางคนครับที่เข้าใจเรื่องความรักพอสมควร แล้วก็ผิดหวังมา คือผิดหวังอย่างเข้าใจ แล้วก็มีกำแพงของตัวเองเหมือนกัน แล้วบังเอิญว่าได้เจอกับ อ๊อฟชั่น (ถิรติกร กองคำ) ก็คือ เต้ นะครับในเรื่อง ซึ่งเขาบังเอิญหน้าเหมือนแฟนเก่าแล้วก็เหมือนกับเขาขายบริการ เราก็เลยลองซื้อมาแต่ว่าไม่ได้คาดหวังอะไร เพราะอย่างที่บอกว่าเขามีกำแพง ด้วยวัยวุฒิด้วยความผิดหวัง เนี่ยเขาก็ไม่ได้คิดอะไรมาก แต่ด้วยความหน้าเหมือน

ด้วยความผูกพัน มีระยะเวลาอยู่ด้วยกันก็เกิดความผูกพันขึ้นมา จนเขาเหมือนเผลอใจไปอีกครั้งหนึ่ง” ด้านหนุ่ม “อ๊อฟชั่น – ถิรติกร กองคำ” ที่ต้องมาประกบ นักแสดงรุ่นพี่เผยว่า “บทที่เล่นผมเล่นเป็น เต้ ครับ เต้เนี่ยจะเป็นนิสัยแบบก้าวร้าว ไม่ค่อยไปโรงเรียน เป็นเด็กเกเรเลยครับผม ชอบติดพนันบอล จนวันหนึ่งทำให้เขาต้องเป็นหนี้ พนันบอลถึงหนึ่งหมื่นบาท เลยได้เข้าวงการเกี่ยวกับ การขายบริการครับผม แล้วนั่นก็จะเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องนี้”

ผ่านช่วงเทศกาลแห่งความรักได้ไม่นาน ก็มีหนังรักเรื่องใหม่เข้าฉายทันที… รอบนี้ขอบอกเลยว่าหนังรักจริง ๆ ไม่ใช่หนังรักแบบรอบที่แล้วแน่นอน อยากบอกจะว่าหนังรักที่เอามารีวิวนี้ ไม่ใช่รักระหว่าง ชายหญิง ทั่วไปนะ แต่เป็นหนังรักระหว่าง ชายชาย ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วคิดว่า อี๊… ไม่ดูอ่ะ หนังเกย์ ใจเย็นนะ หนังเรื่องนี้ไม่ใช่หนังเกย์แบบที่คิดกันแน่นอน ถ้าไม่เชื่อ ลองอ่านต่อไปได้เลย!!!

The Rain Stories เมื่อฝนหยดลงบนหัว เป็นหนังรักเรื่องใหม่จากผู้สร้าง พี่ชาย My Bromance หนังรักชายชายที่เคยกวาดรายได้ไปกว่า 6 ล้านบาทในปีที่แล้ว กลับมาในปีนี้ The Rain Stories เป็นหนังที่เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับความรักของชายชายเหมือนเดิม เพียงแต่สิ่งที่เพิ่มเติมมาคือ มุมมองความรักที่ใหม่ขึ้น เยอะขึ้น โดยหนังเริ่มต้นที่เรื่องของ นานา นักเรียนชั้น ม.5 ที่มีร่างกายพิการ ได้มาพบรักกับ เจนท์ นักเรียนชาย ม.4 สุดน่ารัก ซึ่งหนังในพาทนี้จะเล่าเกี่ยวกับ ความรักแบบลับ ๆ

เรื่องที่สองเป็นเรื่องของ บาส นักเรียนชั้น ม.6 ที่ไม่เคยพบหน้าพ่อตัวเองตั้งแต่เกิด ซึ่งมีเพื่อนสนิทชื่อ บอย ทั้งสองเป็นเพื่อนที่สนิทกันมาก จนหลาย ๆ คนหาว่าเป็นคู่เกย์ ทั้งสองมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน จนมาวันนึงที่บาสรู้ความจริงว่า แม่ตัวเองเป็นมะเร็ง และ พ่อจะกลับมาหา บาสกลัวที่จะพบหน้าพ่อ นั่นจึงทำให้เกิดเรื่องราวอื่น ๆ ต่อมามากมาย ซึ่งหนังในพาทนี้จะเล่าเรื่องราวความรักในอีกมุมมองนึง ซึ่งน่าสนใจมาก ๆ

เรื่องสุดท้ายเป็นเรื่องราวของ เต้ นักเรียนชั้น ม.6 ที่ติดหนี้พนันบอล ที่ต้องหาเงินให้ได้ก่อนวันพรุ่งนี้ เต้ไม่รู้จะทำยังไงดี จึงตัดสินใจขายบริการทางเพศให้เกย์ จนได้พบกับคน ๆ นึง ที่จะเปลี่ยนมุมมองของเขาที่มีต่อความรักตลอดไป ซึ่งในพาทสุดท้ายก็จะเป็นมุมมองของความรักที่แปลกใหม่อีกหนึ่งมุมมอง ซึ่งทั้งสามเรื่องไม่ได้มีอะไรที่เกี่ยวพันกัน แต่ตัวละครอยู่ ร.ร. เดียวกัน ดูหนัง

สรุป THE RAIN STORIES

รีวิวหนังไทย หลังจากทุกคนอ่านมาจนถึงตรงนี้ หลาย ๆ คนก็คงคิดว่าก็เฉย ๆ นะ อีกบางคนก็อาจจะคิดว่าน่าสนใจ สิ่งที่อยากบอกก็คือ หนังเรื่องนี้ พี่ณิชชี่ที่เป็น ผกก. ตั้งใจทำงานมาก ถ้าใครที่ได้ดู My Bromance มาแล้ว ได้มาดูเรื่องนี้ ก็จะได้เห็นพัฒนาการอีกขั้นของ ผกก. เอาเป็นว่าเพื่อง่ายต่อการตัดสินใจ เราเลยคัด 10 ข้อ ที่คุณควรรู้ก่อนไปดู มาให้อ่านกัน ถ้าพร้อมแล้ว ไปอ่านกันเลย! เว็บหนัง

1. หนังเรื่องนี้ถึงจะได้ชื่อว่าหนังเกย์ แต่ก็เป็นความรักแบบใส ๆ ที่ไม่เน้นขายฉาก Sex จึงเหมาะสำหรับทุกเพศ ทุกวัย

2. นักแสดงชายหล่อ และ น่ารักมาก

3. หนังเรื่องนี้ไม่ได้เป็นภาคต่อของ My Bromance นะ เพราะงั้นถึงจะเคยดูหรือไม่เคยดู ก็ดูเรื่องนี้เข้าใจ

4. หนังเรื่องนี้มีหลายฟิลมาก ทั้ง สุข เศร้า เหงา ซึ้ง ดราม่าน้ำตาแตก ทุกอย่าง คือครบเลย

5. หนังเรื่องนี้มีมุกตลก จิกกัดหนังเรื่อง My Bromance ถ้าใครเคยดู ก็จะเกท ใครไม่เคยดู ก็ไม่เป็นไรเนาะ

6. หนังเรื่องนี้มีนักแสดงชายจากเรื่อง My Bromance มาโผล่ด้วย แต่จะมีฉากไหนบ้าง ต้องไปดูกันเอง

7. หนังเรื่องนี้เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเปิดใจดูหนังรักแนวใหม่ ๆ

8. หนังเรื่องนี้มีรอบฉายน้อยมาก เพราะงั้นอ่านจบรีบไปดูเลยนะ

9. ถ้าไปดูหนังจบแล้ว อย่าพึ่งรีบลุกออกจากโรง เพราะหนังเรื่องนี้มี end credit ด้วย

10. ส่วนตัวเราอยากให้ทุกคนลองไปดูหนังเรื่องนี้

รีวิว เมมโมรี่ รักหลอน

รีวิว เมมโมรี่ รักหลอน

รีวิว เมมโมรี่ รักหลอน

รีวิวหนังไทย สวัสดีครับวันนี้นรีวิวหนังไทยสยองขวัญ หนังอมตะตลอดกาลที่ไม่ว่าจะผ่านมานานแค่ไหน แต่คนที่เคย ๆ ดูรู้ว่ามัน หลอนแค่ไหน หลังจากที่เราได้เห็นบทบาทของเพื่อนสนิทอย่าง มาช่า วัฒนพานิช …ในหนังเรื่อง แฝด หลังจากหายผลงานทางจอเงินไปกว่า 15 ปี วันนี้เราจะได้เห็นบทบาทของ ใหม่ เจริญปุระ ในบทนำเต็มๆบนจอเงิน หลังจากหายไป 7 ปีเต็มบ้าง นับตั้งแต่การขึ้นจอสะกดสายตา และ อารมณ์คนดูในหนังประวัติศาสตร์ย้อนยุคของหม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล เรื่อง สุริโยไท

รีวิว เมมโมรี่ รักหลอน

เมมโมรี่ รักหลอน คือหนังที่ ใหม่ เจริญปุระ กลับมาได้ถูกที่ถูกทางถูกเวลาเป็นอย่างยิ่ง เพราะท่ามกลางหนังไทยทุกวันนี้ที่มีแต่หนังตลกขายตลกคาเฟ่มุกใต้สะดือด่าพ่อล่อแม่ หรือจะเป็นหนังสิ้นคิดของทีมผู้สร้างที่กะจะขายดารานักแสดงหน้าเดิมๆ …เรื่องนี้ตีโจทย์แตก ด้วยความแตกต่างโดยสิ้นเชิงกับหนังไทยทุกวันนี้ ถือเป็นอีกทางเลือกที่สมราคาคุย และ คุ้มค่ากับเวลา และ ค่าตั๋วที่เสียไปได้ …

หากพิจารณาจากหน้าหนัง และ ตัวอย่างที่ได้เห็นได้ชมกันไป เชื่อว่าหลายๆท่านในที่นี้ คงจะนึกว่านี่เป็นหนังสยองขวัญที่มีผีสางมาเป็นส่วนประกอบ และ ประเด็นสำคัญของเรื่อง แต่จากที่ได้ดูจบไปแล้ว หนังเรื่องนี้ใช้บรรยากาศในส่วนของความสยองขวัญเป็นตัวบิ้วท์อารมณ์ สร้างอารมณ์ร่วมให้กับหนัง ทำให้หนังดูมีความน่าค้นหา น่าสนใจมากกว่า โดยที่จริงๆแล้ว เนื้อเรื่องหลักของหนังไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับผีสางนางไม้แต่อย่างใด ดูหนังฟรี

รีวิว เมมโมรี่ รักหลอน

รีวิวหนังไทย เรื่องราวแห่งความรักระหว่าง อิงอร (สิริวิมล เจริญปุระ หรือ ใหม่ เจริญปุระ) กฤช (อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม) และ แพร (ซัน คัมภิรานนท์) เด็กหญิงวัย 7 ขวบ เกิดขึ้นในสถานการณ์บีบบังคับ เมื่ออิงอรจำยอมพาแพร ซึ่งเป็นลูกสาวไปพบกฤชเพื่อวินิจฉัยอาการป่วย กฤชเป็นแพทย์หนุ่มที่มีแต่ความหดหู่อาลัยในชีวิต และ นั่นเป็นครั้งแรกที่กฤชได้พบกับอิงอร และ แพรเด็กสาวที่น่าสงสาร

รีวิว เมมโมรี่ รักหลอน

ในระหว่างการรักษา อิงอรปฏิเสธคำวินิจฉัยของกฤชโดยตลอด ด้วยความหวงกลัวจะมีใครมาพรากลูกไปจากตน อิงอรจึงปฏิเสธที่จะให้แพรมาพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลตามคำแนะนำของกฤช ด้วยความที่แพรอายุใกล้เคียงกับลูกของกฤช ทำให้กฤชรู้สึกสงสารและ ผูกพันเป็นพิเศษ จึงเป็นเหตุผลที่กฤชยอมไปรักษาแพรที่บ้าน

รีวิว เมมโมรี่ รักหลอน

เมื่อกฤชเข้าไปใกล้ชิดกับครอบครัวนี้มากขึ้น กฤชกลับรู้สึกว่าอิงอรเหมือนเป็นคนที่เขาค้นหามาตลอด ทุกครั้งที่อยู่ใกล้ ไฟแห่งราคะพร้อมที่ลุกโชน ในขณะที่อิงอรเป็นหญิงม่ายที่เติบโตมาจากห้วงบาปแห่งชีวิต เปรียบผู้ชายดั่งสัตว์ที่มีผู้หญิงไว้เพียงบำบัดความใคร่ จึงจำเป็นที่จะต้องปกป้องลูกของตนจากผู้ชายทั้งปวง แพรจึงเป็นเพียงเด็กน้อยที่ในชีวิตไม่เคยมีใครอื่นนอกจากแม่

ด้วยความรัก และ เอ็นดูที่กฤชมีต่อแพร ทำให้อิงอรเริ่มมีความรู้สึกที่ดีกับกฤชแบบที่ไม่เคยรู้สึกกับผู้ชายคนใดมา ก่อน แต่เมื่อความสัมพันธ์ของเขาทั้งสองเพิ่มมากขึ้นเท่าไร กำแพงแห่งความกลัวของอิงอรกลับยิ่งเพิ่มสูงขึ้นเท่านั้น

การเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันทางอารมณ์ที่เกรี้ยวกราดของอิงอร การเลี้ยงลูกที่ประหลาดกว่าที่คนทั่วไปคิดจะทำ สิ่งหนึ่งที่กฤชสัมผัสได้จากความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นในครอบครัวนี้ คือความรักที่ไม่ปกติชวนผวาได้ตลอดเวลา สาเหตุเกิดจากอะไร เกิดจากใคร นั่นเป็นเรื่องที่กฤชต้องหาคำตอบ

เรียกว่าหนังเรื่องนี้ดูแล้วคุ้มค่าเพราะว่าตอบสนองคนดู ทุกอารมณ์ ทุกรสชาติ เป็นหนังที่พะยี่ห้อแนวทริลเลอร์ดราม่า แต่เนื้อในแฝงไปด้วยดราม่าเชิงจิตวิทยา ดราม่าเสียดสี ทริลเลอร์สยองขวัญ ดราม่าคอมมิดี้เล็กน้อย และ แน่นอนบทสรุปของหนังเป็นสิ่งที่คนดูหลายท่านอาจจะต้องอ้าปากหวอกันไปตามๆกัน และ เชื่อเลยว่า ไม่มีใครสามารถเดาตอนจบเรื่องนี้ได้ถูก แม้แต่ผมที่เดาไปต่างๆนานา แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นว่า หนังโคตรจะหลอกคนดูเลยจริงๆ

จากบรรยากาศที่ชวนให้ขนลุกตั้งแต่เริ่มต้นเรื่อง ผู้กำกับใช้ประโยชน์ได้ดีจากช่วงเวลาเขย่าขวัญทั้งหลาย ดึงวินาทีที่เต็มเปี่ยมด้วยอารมณ์ผวาดผวาน่ากลัวให้คนดูได้ตกใจ และ สะดุ้งโหยงกันไปตามๆกัน (หนังมาพร้อมอารมณ์ในส่วนนี้คล้ายคลึงกับหนังเรื่อง แฝด คือมีการใช้บรรยากาศลึกลับ ชวนสยองขวัญ ของภายในบ้าน และ คนใกล้ตัว) …ซึ่งไม่นานนัก หนังก็พลิกอารมณ์เข้าสู่อีกองค์หนึ่ง ซึ่งเป็นอีกองค์ที่มีอารมณ์แตกต่างกันไป ซึ่งก็ทำให้ผู้ชมสามารถเว้นวรรคความสยดสยอง และ เดินหน้าเข้าสู่ความเป็นดราม่า หรืออารมณ์สุนทรีย์ต่างๆ ที่หนังแทรกเข้ามาเป็นระยะ ก่อนจะกลับมากดดันคนดูอีกครั้ง เมื่อต้องเปิดปมไคลแม็กซ์ในแต่ละองค์

หนังเป็นส่วนผสมของหนังสยองขวัญชั้นปรมาจารย์ทั้งหลาย ที่บางทีอาจจะได้แรงบันดาลใจหรือ เกิดความอยากที่จะทำให้หนังมีลุกเล่นของผกก. เลยใส่รายละเอียดเล้กๆน้อยๆ ในส่วนนี้มา ไม่ว่าจะเป็นมาดแคแรกเตอร์ที่ดูน่าค้นหาบวกอารมณ์สยองขวัญ ส่วนนี้คล้ายคลึงกับ The Others, ความสัมพันธ์ของตัวละครที่เป็นผู้ปกครอง และ ลูกคล้ายคลึงกับ Hide And Seek, เล่ห์เหลี่ยม และ ความยั่วยวนของแคแรกเตอร์นำอย่างใหม่ได้อารมณ์เดียวกับ Basic Instinct, บรรยากาศสยองขวัญ และ องค์ประกอบศิลป์ต่างๆ ได้อารมณ์เดียวกันกับ แฝด..รวมทั้งมุกหักมุมในหนัง The Sixth Sense ก็ถูกมาใช้ในหนังเรื่องนี้ด้วย ..แล้วก็ยังมีฉากที่ให้อารมณ์เดียวกับ Sweeney Todd ซึ่งเป็นฉากที่ชวนช็อค และ กระตุกอารมณ์อย่างมากครับ

หนังจะมีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับหลักจิตวิทยา ที่เข้ามาสนับสนุนเหตุ และ ผลของไคลแม็กซ์ของเรื่อง ซึ่งตรงนี้เป็นหน้าที่คนดูที่จะต้องตีโจทย์บทสรุปของหนังให้แตก เพราะทันทีที่เมื่อหนังกำลังจะเข้าสู่บทเฉลยปมของทั้งเรื่อง ..หนังก็จะยัดเอารายละเอียดของปมสำคัญต่างๆที่มีมาทั้งเรื่อง ใส่เข้ามาให้คนดูแอบมึน คิดตามกันไม่ทัน แต่พอหนังจบจริงๆแล้ว คนดูที่ไม่พลาดแม้แต่สักฉากเดียว จะร้อง อ๋อ ได้อย่างไม่ยาก เพราะท้ายที่สุด หนังก็มีคำอธิบายต่างๆนานา ที่สอดคล้องกับหลักจิตวิทยาข้างต้น เข้ามาเคลียร์ความสงสัยให้แจ่มยิ่งขึ้น หนังฟรี

สรุป เมมโมรี่ รักหลอน

รีวิวหนังไทย สิ่งที่คุ้มค่าในหนังเรื่องนี้ที่ถือว่าคุ้มค่าจริงๆ นั่นก็คือ การแสดงอันทรงพลังของ ใหม่ เจริญปุระ ที่ตลอดเวลาของการขึ้นจอ ในมาด อิงอร สาวผู้มีอดีตอันแสนเจ็บปวด และ ทุกทรมานที่ถ่ายทอดสิ่งที่เหมือนเป็นดาบสองคมให้กับลูกของเธอ เพราะไม่อยากให้ลูกต้องพรากจากเธอ บทนี้ต้องใช้มิติเยอะ ในการที่สร้างความน่าเชื่อถือให้กับคนดู เพราะเธอจะมาพร้อมแคแรกเตอร์ที่มีหลายบุคลิก น่าค้นหา ลึกลับ เย้ายวน แข็งแกร่ง อ่อนไหว ซึ่งจะเป็นการสลับสับเปลี่ยนกันไป ภายในชั่วระยะเวลาสั้นๆ แต่ใหม่ ก็ถ่ายทอดออกมาได้เยี่ยมยอด อารมณ์ สีหน้า ท่าทาง การแสดง เธอเข้าถึงบทอิงอรสุดๆ นึกไม่ออกเลย ถ้าไม่ได้เธอมารับบทนี้ ใครจะเป็นคนมาเล่นแทนเธอ และ แน่นอน เมื่อช่วงเวลาการเข้าชิงรางวัลเกี่ยวกับด้านภาพยนตร์มาถึงปลายปี – ต้นปีหน้า จะต้องมีชื่อเธอไปเกี่ยวข้องด้วยอย่างแน่นอน และ เผลอๆ ใหม่ เตรียมเป็นผู้ชนะ ขึ้นรับรางวัล นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมแห่งปีได้เลย (หนึ่งในจำนวนผู้เข้าชิง ใหม่อาจจะต้องไปชิงดำกับ พลอย เฌอมาลย์ จาก สี่แพร่ง, แอม ฉายนันท์ จาก Happy Birthday, มะหมี่ นภคปภา จาก ลองของ 2 และ น้องเกรซ จาก ส้มตำ แว๊กกกกกกกก !!!)

ส่วน อนันดา หนังเรื่องนี้ก็เป็นอีกหนึ่งก้าวการแสดงที่เขาได้พิสูจน์ให้เห็นว่า แม้หนังจะเยอะมากในเครดิต แต่เป็นผู้ชายที่เลือกรับงานได้ดีทีเดียว และ บทคุณหมอจิตแพทย์ผู้มีปมอดีตที่รวดร้าวทุกข์ทรมาน..เขาถ่ายทอดออกมาได้อย่างดีเยี่ยม และ เหมาะสมกับแคแรกเตอร์คุณหมอที่ดูเหมือนจะมีปัญหามากกว่าคนไข้ได้ดีทีเดียว ดูหนังออนไลน์

เยี่ยมทั้งการแสดง และ องค์ประกอบ ทุกส่วนของหนัง

ถือเป็นหนังไทยที่เป็นทางเลือกที่แตกต่างสำหรับคนที่พิสมัยอยากจะชมอะไรที่จริงจัง ซีเรียส และ มีสาระ ..(หนังสอนอะไรหลายๆอย่างเกี่ยวกับความรู้สึกนึกคิด และ พฤติกรรมมนุษย์) …หาดูได้ยากครับ สมัยนี้

อ้อ ที่สำคัญ เลิฟซีนหนังเรื่องนี้ ไม่โ-ป๊ครับ สวยงามมาก …ทุกท่วงท่าลีลา และ การจัดภาพ อาร์ทไดเร็กชั่น สวยงามมากๆ …ผมว่าฉากเลิฟซีนนี่ยังโ-ป๊น้อยกว่าฉากจบนะ ตอนเฉลยปมเรื่องตอนสุดท้าย ฉากนั้นโ-ป๊กว่านี้เยอะครับ เพราะเห็นทุกส่วนจริงๆ จะจะ มากๆ ฮ่าๆๆๆ อยากรู้เป็นอะไรต้องไปดูกันในหนังนะครับ

อุดหนุนหนังไทยขายความแตกต่าง และ เจ๋งในตัวเรื่องนี้ไม่ควรพลาดครับ

คะแนน : 9.5 / 10
ผมขอให้เกรด A- ครับ (ให้ในความกล้าที่จะแตกต่างของผกก. และ ให้ในสปิริตการแสดงของนักแสดงครับ)

รีวิววันสุดท้าย ก่อนบายเธอ

รีวิววันสุดท้าย ก่อนบายเธอ

รีวิววันสุดท้าย ก่อนบายเธอ

รีวิวหนังไทย เป็นที่รู้กันดีว่าหนังไทยได้พัฒนามาเรื่อย ๆ ทุกปี การที่ผลงานเรื่องล่าสุดของบาส – นัฐวุฒิ พูนพิริยะ ผู้กำกับ ‘เคาท์ดาวน์’ กับ ‘ฉลาดเกมส์โกง’ ที่คราวนี้พ่วงหว่องกาไว (Wong Kar-wai) โคจรข้ามโลกมาเป็นโปรดิวเซอร์ให้ พร้อมกับหนีบรางวัล World Dramatic Special Jury Award: Creative Vision จาก Sundance Film Festival มาเป็นเครื่องการันตีก่อนเข้าฉายในไทย ทุกคนต้องได้ดูมันดีจริง ๆ

‘One for the Road’ เริ่มต้นเมื่ออู๊ด (ไอซ์ซึ – ณัฐรัตน์ นพรัตยาภรณ์) ได้โทรมาหาบอส (ต่อ – ธนภพ ลีรัตนขจร) ว่าตัวเขากำลังจะตายเพราะลูคีเมีย บอสจึงต้องข้ามน้ำข้ามทะเลจากนิวยอร์กกลับมาไทย และพาอู๊ดไปทำตามปณิธานสุดท้ายก่อนตาย ซึ่งก็คือการเดินทางกลับไปคืนของให้เหล่าบรรดาแฟนเก่า เรื่องราวการเดินทางครั้งสุดท้ายของชายป่วยใกล้ตายกับเพื่อนรักจึงเริ่มขึ้น

 

รีวิว วันสุดท้ายก่อนบายเธอ

หากใครได้เห็นโปสเตอร์หรือดูเทรลเลอร์มาบ้าง คงพอมองออกว่า One for the Road เป็นหนังสไตล์  ‘Road Movie’ ซึ่งจะเป็นการพาตัวละครไปยังสถานที่ต่าง ๆ พร้อมพาคนดูดำดิ่งเข้าไปในความสัมพันธ์อันซับซ้อน ฉะนั้นแล้วหนังเรื่องนี้จึงมีบรรยากาศที่แตกต่างจากหนังเรื่องอื่น ๆ ของบาส นัฐวุฒิ มากพอสมควร ในขณะที่หนัง 2 เรื่องก่อนจะเน้นสไตล์ทริลเลอร์ที่อัดความลุ้นระทึกจนแทบไม่ทันหายใจ แต่ในเรื่องนี้กลับเป็นบรรยากาศสบาย ๆ ที่ค่อย ๆ ใช้อารมณ์ภายในขับเคลื่อนตัวมู้ดของหนังออกมาแทน ดูหนังฟรี

รีวิว วันสุดท้ายก่อนบายเธอ

รีวิววันสุดท้าย ก่อนบายเธอ

รีวิวหนังไทย ขณะที่หนังพาเราสำรวจเส้นทางที่อู๊ดและบอสได้ได้เดินทางผ่าน หนังก็ค่อย ๆ สอดแทรกแฟลชแบ็กกับหยอดปมไว้ตลอดทาง พร้อมย้อนความว่าพวกเขาเป็นใคร อะไรที่นำพาให้พวกคู่หูนี้ให้ต้องมาเจอกัน แต่ทว่าหนังก็ใช้ความเป็นโร้ดมูวี่ได้ไม่คุ้มนัก เพราะแต่ละโลเกชันที่พวกเขาไป มันกลับไม่ได้มีความสลักสำคัญอะไรไปมากกว่าการเป็นแค่จุดเช็กพอยต์ที่พาอู๊ดไปเจอกับแฟนเก่าแต่ละคนก็เท่านั้น

รีวิว วันสุดท้ายก่อนบายเธอ

ถึงแม้ว่าหนังจะไม้ได้สลับซับซ้อนทางการนำเสนอ แต่ก็ทดแทนด้วยบทที่ซับซ้อนเข้ามาแทน จากปมปัญหาที่หนังแอบหยอดไว้ในแต่ละเส้นทางก็ค่อย ๆ ก่อตัวเป็นระเบิดเวลา และทำให้ซีนไคลแม็กซ์นั้นปะทุออกมาได้อย่างพอเหมาะพอเจาะ แม้ว่าหนังจะรีดอารมณ์คนดูออกมาได้ถูกจังหวะ แต่น่าเสียดายปมใหญ่ของหนังที่ถูกชูไว้ กลับไม่ถูกให้น้ำหนักเท่าที่ควร และทำให้คนดูรู้สึก ‘หลงทาง’ ในบางครั้ง

อีกสิ่งหนึ่งที่ช่วยพยุงหนังไว้คือทัพนักแสดงที่คอยแบกเรื่อง ไล่ตั้งแต่นักแสดงหลักอย่าง ต่อและไอซ์ซึที่เคมีเข้ากันอย่างลื่นไหล ในแต่ละบทสนทนาของทั้งคู่แฝงไว้ด้วยความยียวนกวนทีนและเป็นห่วงกันตลอด จนเรารู้สึกได้เลยว่า นี่แหละความเป็นเพื่อนที่ไม่ประดิดปะดอย โดยเฉพาะไอซ์ซึ ที่ต้องขอชมมาก เพราะเขาใช้วิธีการแสดงแบบ Method Acting ในการดำดิ่งเข้าสู่ความเป็นอู๊ด ซึ่งไอซ์ซึต้องลดน้ำหนักถึง 17 กิโลกรัมและศึกษาพฤติกรรมของผู้ป่วยลูคีเมียระยะสุดท้ายไปพร้อมกัน หนังฟรี

‘One for the Road’ พยายามอย่างมากที่จะพาเราไปสำรวจในทุกแง่มุมของความสัมพันธ์ ตั้งแต่คนแปลกหน้า เพื่อน คนรัก ไปจนถึงครอบครัว ซึ่งเรื่องราวเหล่านี้ช่วยดึงอารมณ์ให้คนดูมีจุดร่วมกับหนังไปได้อย่างดี

“แม้ว่าเราจะไม่อินกับอะไร แต่ก็ยังมีมุมที่สะกิดใจให้ได้หันกลับมามองตัวเองอยู่เหมือนกัน”

ภาพยนตร์เรื่องนี้จะเล่าเรื่องราวของ อู๊ด (ไอซ์ซึ ณัฐรัตน์) ที่ป่วยเป็นโรคร้าย และ มีเวลาอยู่ได้อีกไม่นาน เขาจึงตัดสินใจโทรตามเพื่อนของเขาที่เป็นเจ้าของบาร์อยู่ที่ New York อย่าง บอส (ต่อ ธนภพ) ให้กลับมาเมืองไทย เพื่อพาเขาขับรถไปเจอหน้าแฟนเก่าครั้งสุดท้ายก่อนตาย เพราะหมอไม่อนุญาติให้เขาขับรถ เลยต้องให้เพื่อนมาขับให้ ซึ่งเขาจะไปหาแฟนเก่าทุกคนเพื่อเคลียร์ และ ไม่ให้มีอะไรค้างคาต่อกันอีก เรื่องราวของพวกเขาทั้ง สองคนจะลงเอยอย่างไร และจะทำได้สำเร็จตามที่คิดไว้หรือไม่ คงต้องไปรับชมด้วยตาตัวเอง วันนี้ทุกโรงภาพยนตร์

สรุปวันสุดท้าย ก่อนบายเธอ

รีวิวหนังไทย ด้านงานภาพที่กำกับโดย พาเกล้า จิระอังกูรกุล นั้นก็เป็นหนึ่งข้อดีของเรื่องนี้ รับรู้เลยว่าในแต่ละซีนค่อนข้างพิถีพิถันในการจัดวางเฟรม และ การที่ได้หว่องกาไวมาช่วยดูภาพรวมของหนัง ก็ทำให้บรรยากาศ ‘สไตล์หว่อง’ ตลบอบอวลอยู่ตลอดทั้งเรื่อง เมื่อผสมกับจังหวะการตัดต่อสไตล์มอนทาจอย่างรวดเร็วด้วยแล้ว ก็ทำให้จังหวะของหนังถูกนำเสนอออกมาได้อย่างพอดี เป็นตรงกลางที่สมดุล และ ไม่น่าเบื่อจนเกินไป

บอกก่อนเลยว่า ดีเกินคาดมากๆ งานภาพสวยจริงๆ ยอมรับเลย ไม่เสียชื่อหว่อง กาไว จริงๆ งานละเอียด และ ดูสากลกว่าหนังไทยทั่วไปมากๆ แต่ต้องบอกว่าเรื่องนี้งานภาพไม่ได้ออกมาสไตล์หว่องขนาดนั้น แต่ก็มีกลิ่นอายไม่น้อย แต่ไม่เหมือนไปซะทั้งหมด ซึ่งบอกเลยว่าไม่ได้มีดีแค่งานภาพที่สวยงาม แต่มันดีเกือบทั้งหมด โดยเฉพาะบท ที่เขียนมาได้ดีมากๆ มีรายละเอียดยิบย่อยมากมาย ทำให้ได้เห็นมิติของตัวละครทุกตัวได้อย่างชัดเจน และ ทำให้คนดูเข้าใจความรู้สึกของตัวละครได้อย่างถ่องแท้ แถมทุกอย่างยังมีความหมาย และ สื่อถึงกันแบบหมดจด ทำให้รู้เลยว่า คนทำหนังเขาตั้งใจให้มันออกมาดีจริงๆ

รีวิววันสุดท้าย ก่อนบายเธอ

 

โดยรวมแล้ว ‘One for the Road’ หรือชื่อไทย ‘วันสุดท้าย..ก่อนบายเธอ’ เปรียบเหมือนค็อกเทลแก้วทดลองของบาส มีทั้งรสชาติที่แปลกใหม่ และ ส่วนที่อาจจะยังไม่อร่อยนัก แต่ด้วยการเชคที่ปราณีต และ ความพิถีพิถันในการคัดเลือกวัตถุดิบ ก็ช่วยให้เราดื่มด่ำกับมันได้ไม่ยาก พร้อมทั้งดีใจที่ได้เห็นเวย์ใหม่ ๆ ในการนำเสนอของบาส ( และ อีกก้าวของหนังไทย) ซึ่งชวนให้เรา ตั้งหน้าตั้งตารอว่า “ค็อกเทลแก้วต่อไปของบาสนั้นเป็นอย่างไร” และ เราก็พร้อมจะยกขึ้นดื่มอย่างไม่ปฏิเสธ

ในส่วนของนักแสดงก็แสดงดีกันทุกคน โดยเฉพาะซีนดราม่า ทำกันได้ดีไม่มีข้อกังขา แต่ขอติเรื่องบทพูดบางฉาก ที่บทพูดมันแปลกๆ ดูไม่ธรรมชาติยังไงไม่รู้ แต่ก็แค่บางฉากแหละ ภาพรวมคือดีหมด นอกจากงานภาพที่ผมชอบมากๆแล้ว อีกอย่างที่ชอบคือเพลง เสียงประกอบฉากต่างๆ ทำออกมาได้โคตรดีมากๆ เลือกเพลง และ เสียงประกอบฉาก และ อารมณ์ต่างๆได้ดี เหมาะกับภาพและ สถานการณ์ที่กำลังดำเนิ นอยู่ไปอย่างลื่นไหล อีกอย่างคือการที่เอาเสียงของตัวละครพ่อที่เป็นดีเจคลื่นวิทยุมาใส่ประกอบเป็นเสียงพื้นหลังอยู่เป็นระยะๆ มันเป็นอะไรที่เท่ห์ และ ดีมากๆจริงๆ เพราะเสียงที่คลอนั้นมันซ่อนเรื่องราวและความรู้สึกของตัวละครหลักไว้ ทำให้หนังมันมีเสน่ห์เพิ่มขึ้นมามากๆ

รีวิววันสุดท้าย ก่อนบายเธอ

โดยรวมแล้วถือว่าทำออกมาได้ดีมากๆแล้ว ผมชอบพอสมควร แต่ก็ยัง ไม่ถึงกับชอบมาก แต่รับรองว่าไม่เสียดายค่าตั๋วแน่นอน 100% ความดีงามของเรื่องนี้มันอยู่ระดับที่เอาไปฉายให้ ต่างชาติดูได้แบบไม่อายเลย ผมมองว่าหนังไทย ควรเริ่มจากหนังดราม่าเนี่ยแหละ เพราะใช้ทุนไม่เยอะ แต่ส ามารถทำออกมาให้ดีในระดับสากลได้ ถ้าอย ากเห็นหนังไทยดีขึ้น และ สามารถแข่งขันกับนานาชาติได้ ก็อยากให้ ทุกคนช่วยกันสนับสนุนหนัง ไทยกัน แต่ไม่ได้บอกว่า ให้ดูทุกเรื่องนี้ แต่เรื่องนี้ควรดู เพราะมันดีจริง คนทำจะได้มีกำ ลังใจทำหนังดีๆออกมาให้เ ราได้ดูอีก สุด ท้ายนี้ ขอให้คะแนนไว้ที่ 8/10 เลยแล้วกันครับสุดท้ายนี้ถ้าอ่า นแล้วชอบ ฝากกดติดตาม และ กดแชร์ด้วยนะครับ ดูหนังออนไลน์

  • ชื่อเรื่อง : One for the Road (วันสุดท้าย..ก่อนบายเธอ)
  • ความยาว : 2 ชั่วโมง 16 นาที
  • วันที่ฉาย : 10 กุมภาพันธ์ 2022
  • แนว : ชีวิต , ดราม่า , มิตรภาพ
  • ผู้กำกับ : นัฐวุฒิ พูนพิริยะ
  • ช่องทางการรับชม : วันนี้ทุกโรงภาพยนตร์