โจรปล้นโจร รีวิวหนังไทย

โจรปล้นโจร รีวิวหนังไทย

โจรปล้นโจร รีวิวหนังไทย

 

 

รีวิวหนังไทย หนังเป็นผลงานของผู้กำกับ เฉลิม วงค์พิมพ์ ผู้สร้างหนังแอ็กชันมัน ๆ ไอเดียดีอย่าง 7 ประจัญบาน (2545) 7 ประจัญบาน 2 (2548) และ คนไฟบิน (2549) จัดเป็นมือเก๋าในยุคสมัยหนึ่งที่หนังไทยยังบูมมาก ๆ การกลับมารอบนี้เขานำแนวหนังฝรั่งมาเล่นในหนังไทยแบบที่ไม่เห็นมานานมากแล้ว ถ้าจะจัดประเภทก็เข้าทั้ง ดราม่า โรแมนติก อาชญากรรม ตลกร้าย แต่จะลงให้ลึกในเนื้อแท้หนังเรื่องนี้ก็คือหนังนัวร์ดี ๆ นี่เอง

 

เรื่องย่อ โจรปล้นโจร

โจรปล้นโจร รีวิวหนังไทย เรื่องย่อ โจและเมย์กำลังจนตรอกเมื่อโจป่วยเป็นเนื้องอกในสมอง เมย์นำเงินที่แม่ของเธอทิ้งไว้ให้ไปแลกที่ร้าน The Exchange แต่กลับกลายเป็นว่าเงินเหล่านั้น กลายเป็นเงินสกุลที่เลิกใช้ไปแล้ว ทั้งคู่ถูกผู้จัดการร้านสบประมาท นั่นก็เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้เมย์เริ่มวางแผนปล้นร้านแลกเงิน แม้โจจะไม่เห็นด้วยแต่ด้วยความเป็นห่วงเมย์ เขาก็ไม่อาจจะปล่อยให้เมย์ทำเรื่องนี้คนเดียวได้ ทั้งคู่ตัดสินใจปล้น ทว่าเมื่อถึงวันที่ลงมือกลับกลายเป็นว่ามีกลุ่มโจรอีกกลุ่มบุกเข้ามาและจับพนักงานร้าน ลูกค้า รวมถึงโจและเมย์เป็นตัวประกัน กลุ่มโจรบอกว่าต้องการแค่เงิน และจะไม่ทำร้ายใคร แต่คำพูดเหล่านั้นจะเชื่อได้จริงหรือ โจต้องการจะหนีออกจากสถานการณ์นี้ แต่เมย์กลับมองเห็นช่องทางที่จะขโมยเงินต่อจากโจรอีกที ในพื้นที่ปิดตาย ที่คน 13 คนติดอยู่ด้วยกันนั้น ไม่อาจตอบได้ว่าสุดท้าย ใครจะเป็นคนที่อันตรายที่สุด

 

โจรปล้นโจร รีวิวหนังไทย

 

และแก่นตรงนี้ก็นำมาขยายรายละเอียดของสถานการณ์ได้อย่างน่าสนุก และเต็มไปด้วยเรื่องน่าประหลาดใจแบบที่ โจ ตัวเอกของเรื่องพูดบ่อยครั้งว่า ชีวิตเต็มไปด้วยเรื่องเซอร์ไพรส์ ทั้งหัวหน้าโจรที่จิตใจอ่อนโยน หัวหน้ายามที่เจ้าเล่ห์ราวจิ้งจอกเฒ่าหลอกใช้คนอื่นไม่เลือกมิตร-ศัตรู เจ้าของร้านแลกเงินที่เหยียดหยามคนจนสุดกู่ มหาเศรษฐีกรรมการวัดดังที่บวชเรียนมานาน 20 ปีที่พร้อมทิ้งธรรมะทั้งหลายเพื่อผลประโยชน์ของตน หรือแม้แต่คนธรรมดา ๆ ในเรื่องที่พร้อมจะร้อยเล่ห์หมื่นมารยาเพื่อเอาตัวรอดในสถานการณ์เสี่ยงชีวิต อย่างไม่น่าเชื่อ ถ้าว่าด้วยไอเดียมันจึงเป็นหนังที่มันมือมันในการสร้าง และสนุกตามาก ๆ ในการชม แค่ต้องเดาว่าใครดี ใครร้าย ใครร้ายกว่า ก็สนุกแล้ว ดูหนังออนไลน์,ดูหนังฟรี

 

โจรปล้นโจร รีวิวหนังไทย

ด้านนักแสดงก็สามารถดึงเสน่ห์ของดารานำอย่าง เป้ อารักษ์ อมรศุภศิริ และ คิทตี้ ชิชา อมาตยกุล มาใช้ได้ดี เราอินกับตัวละครได้ทันที ตั้งแต่ฉากแรก ๆ เพราะคาแรกเตอร์ของทั้งสองทั้งดิบและธรรมชาติ ทั้งยังเข้ากันดีแบบเชื่อได้ว่าคือคู่รักสมัยใหม่ทั่วไปจริง ๆ จะไม่ค่อยรู้สึกเหมือนตัวละครประดิษฐ์ในหนังเท่าใด และยิ่งฉากต่อมาที่เล่าทางดราม่าให้เห็นใจตัวละครเราก็เข้าหัวอกหัวใจพวกเขาได้ไว เพราะมันไม่ต่างจากคนธรรมดาดวงซวยที่พบได้ทั่วไปจริง ๆ และพอหนังพาเข้าเส้นปล้น เราจึงทั้งเอาใจช่วยและมองผ่านสายตาตัวละครนำได้อย่างไม่ตะขิดตะขวงแต่อย่างใด

หนังมีจุดติงอยู่บ้างเหมือนกัน ทั้งเรื่องฉากแอ็กชันแบบศิลปะการต่อสู้ต่าง ๆ ที่มือเก๋าอย่างเฉลิม วงค์พิมพ์น่าจะทำได้ดี กลับรู้สึกว่ามีความไม่ลื่นในการกำกับฉากบู๊อยู่เหมือนกัน อาจด้วยหนังสเกลกลางค่อนเล็กทำให้ออกแบบท่าทางต่าง ๆ ได้ไม่จริงจังมากนัก ในขณะที่เอฟเฟกต์พิเศษที่โชว์การยิงการระเบิดก็อยู่ในระดับที่พอยอมรับได้ถ้าคิดว่าหนังอยู่ระดับทุนสร้างหนังวีซีดียุคเก่า และแม้ว่านักแสดงตัวหลัก ๆ จะทำได้สมจริงดูดี แต่ตัวประกอบหลายตัวก็ดรอปมาตรฐานลงมากจนเหมือนตัวละครในละครหลังข่าวที่ไม่น่าจดจำเลยก็มี ก็น่าจะเป็นปัญหาตามที่บอกแต่แรกว่าหนังไม่ได้ทุนมากเท่าไรนักหรอก ดีไม่ดีน่าจะไม่เท่าหนังไทยระดับปกติด้วย แต่ด้วยการเติมเต็มด้วยบท การสร้างสรรค์ตัวละคร การเดินพลอตและธีมที่น่าสนใจน่าค้นหาและติดตาม มันก็ชดเชยให้หนังอยุ่ในระดับที่ดูสนุกได้เรื่องหนึ่งเลยล่ะ

 

โจรปล้นโจร รีวิวหนังไทย

 

หนังแอ็กชั่นดราม่าทริลเลอร์แบบไทยๆ เรื่องราวของสองคู่รัก “โจและเมย์” กำลังจนตรอกเมื่อโจป่วยเป็นเนื้องอกในสมอง เมย์นำเงินที่แม่ของเธอทิ้งไว้ให้ไปแลกที่ร้าน The Exchange แต่กลับกลายเป็นว่าเงินเหล่านั้น กลายเป็นเงินสกุลที่เลิกใช้ไปแล้ว ทั้งคู่ถูกผู้จัดการร้านสบประมาท นั่นก็เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้เมย์เริ่มวางแผนปล้นร้านแลกเงิน แม้โจจะไม่เห็นด้วยแต่ด้วยความเป็นห่วงเมย์ เขาก็ไม่อาจจะปล่อยให้เมย์ทำเรื่องนี้คนเดียวได้ ทั้งคู่ตัดสินใจปล้น ทว่าเมื่อถึงวันที่ลงมือกลับกลายเป็นว่ามีกลุ่มโจรอีกกลุ่มบุกเข้ามาและจับพนักงานร้าน ลูกค้า รวมถึงโจและเมย์เป็นตัวประกัน กลุ่มโจรบอกว่าต้องการแค่เงิน และจะไม่ทำร้ายใคร แต่คำพูดเหล่านั้นจะเชื่อได้จริงหรือ โจต้องการจะหนีออกจากสถานการณ์นี้ แต่เมย์กลับมองเห็นช่องทางที่จะขโมยเงินต่อจากโจรอีกที ในพื้นที่ปิดตาย ที่คน 13 คนติดอยู่ด้วยกันนั้น ไม่อาจตอบได้ว่าสุดท้าย ใครจะเป็นคนที่อันตรายที่สุด

 

พล็อตหนัง โจรปล้นโจร

โจรปล้นโจร หนังไทยที่มีพล็อตที่ดีมากทีเดียวในการเล่นเรื่องราววงแคบที่จำกัด (คงเพราะด้วยทุนสร้างหนังที่จำกัดด้วย) ซึ่งจากพล็อตนี่ถือว่าสอบผ่าน หนังดูน่าสนใจในเรื่องราวที่อาจจะเรียกว่าแปลกใหม่ไปจากหนังไทยปกติทั่วไปที่เคยมีมา แต่แค่พล็อตที่ดีอย่างเดียวมันไม่พอ หนังแบบนี้ต้องการบทที่ฉลาดบีบคั้นให้เรื่องราวให้ไหลมาเรื่อยๆ ซึ่งก็เห็นความพยายามในการระดมยัดไอเดียใส่เรื่องราวลงไปในหนัง 90 นาที ซึ่งสั้นมาก แต่ถ้าเรื่องราวที่ยัดลงไปมันสนุกจริงๆ หนังที่สั้นแบบนี้ก็ไม่ได้มีปัญหากับการดู ซึ่งโจรปล้นโจรก็ถือว่าสอบผ่านในด้านความสนุก หนังทำออกมาได้สนุกพอตัวกับเรื่องราว 90 นาทีนี้

แต่ถึงหนังจะดูสนุกก็ตามที ก็ไม่ใช่ว่าจะกลบปัญหาของเรื่องราวที่ไม่สมูธ แถมเต็มไปด้วยช่องโหว่ขาดเหตุผลรองรับที่ดีพอ หลายต่อหลายฉากไม่เมคเซนส์ กลายเป็นอีกหนึ่งหนังไทยที่มาตกม้าตายเพราะบทไม่ดีพอ ทำให้ถึงอยากเชียร์แค่ไหน แต่ว่าก็ต้องบอกตรงๆ ว่าบทหนังมีปัญหาเต็มไปด้วยบาดแผลเหวอะหวะมาก ยกตัวอย่าง ฉากหัวหน้า รปภ. ค้นกระเป๋าที่ซ่อนปืน ซึ่งของทั้งหมดในกระเป๋าถูกนำออกมาแล้วเหลือแต่ปืนที่ซ่อนอยู่

น้ำหนักของปืนรวมกระสุนก็ไม่ใช่น้อยๆ แต่กลับไม่รู้สึกถึงน้ำหนักที่ผิดปกติของกระเป๋าสะพายของผู้หญิงได้ยังไง ซึ่งหนังเปิดตัวเองมาว่านางเอกเตรียมแผนมาอย่างดีจากการดูหนังซีรีส์ แต่หนังกลับแทบไม่ได้ทำให้เห็นว่าสองคนนี้เตรียมอะไรเลย ทำให้ความน่าเชื่อถือตั้งแต่เริ่มเรื่องก็มีปัญหา ซึ่งโอเคจะไม่คิดก็ได้ ผมก็พยายามมองข้ามๆ ไปอยู่ แต่หนังก็ยังมีบทแบบนี้มาให้ดูเรื่อยๆ จนถ้าลำดับไล่เรื่องราวมาลงไว้ ก็คงแทบจะทั้งเรื่องที่ไม่สมเหตุผลเลย

 

โจรปล้นโจร รีวิวหนังไทย

 

ตัวละครหลักพระเอกนางเอกที่เล่นโดย เป้ อารักษ์ อมรศุภศิริ กับ คิทตี้ ชิชา อมาตยกุล ถือว่าสอบผ่าน โดยเฉพาะชิชาจากเด็กสาวชุดนักเรียนในซีรีส์แนนโน๊ะก็กลายมาเป็นตัวละครสาวเต็มตัวนิสัยห่ามๆ ที่มีเสน่ห์ลงตัวกับบทมาก ส่วน 3 โจรหลักในเรื่องก็มีบทกับคิวบู๊พอหอมปากหอมคอให้เล่น ซึ่งไม่ทิ้งลายผู้กำกับสายแอ็กชั่นอย่าง 7 ประจัญบาน กับ คนไฟบิน แต่นอกจากนั้นหนังยัดตัวละครประกอบไว้เยอะ แต่กลับนำมาใช้ให้ความสำคัญแค่ไม่กี่คน

แถมยังให้บทพร่ำเพรื่อวนเวียนน่ารำคาญกับการที่ตัวประกันแกล้งป่วย ทำให้เรื่องไม่ไปไหนติดกับคนเดิมซ้ำๆ ซึ่งผิดกับที่บอกโจรบอกไว้ว่าสุดท้ายจะฆ่าปิดปากให้หมด คือถ้าเจอตัวประกันรบกวนขนาดนั้นจริงๆ โจรโหดพวกนี้คงไม่ปล่อยไว้แบบนี้แน่นอน (ฉากเปิดเรื่องมาก็หักคอโชว์ไปคนนึงแท้ๆ) ซึ่งถ้าเป็นหนังซีรีส์ การจะให้มีบทตัวละครแบบนี้คงไม่แปลกเพราะมีเวลาพอ แต่นี่หนังสั้นมากแท้ๆ กลับปล่อยให้มีบทแบบนี้ที่กินเวลามากไป จนทำให้ตอนท้ายที่หนังเปิดตัวละครโจรในคราบคนดีมาเพิ่ม กลายเป็นหนังเอาตัวละครที่น่าสนใจที่สุดในเรื่องมาฆ่าทิ้งแบบแทบไม่ได้ใช้ประโยชน์จากเรื่องราวนี้เลย…

 

ตัวละครเรื่อง โจรปล้นโจร

โจรปล้นโจร รีวิวหนังไทย หนังวางบทให้ทุกตัวละครออกสีเทาๆ ทั้งหมด ไม่เว้นแม้แต่ตัวประกันที่น่าสงสาร ซึ่งในสถานการณ์แบบนั้นก็เป็นไปได้ และก็แอบใส่มุกตลกเสียดสีชนชั้นในสังคมเข้ามา แต่เหมือนเป็นการจับบทยัดใส่ปากท่องให้พูดมากไปหน่อย เลยกลายเป็นตลกเสียดสีฝืดๆ แถมตัวละครกลุ่มนี้ก็เล่นได้ไม่เนียนจนเป็นแค่ตัวประกอบของเรื่องราว ซึ่งเอาจริงๆ ผู้กำกับคงแค่อยากใส่มาให้เวลาหนังยืดเพิ่มขึ้นเท่านั้น

หนังแอบหยิบมุกปล้นของซีรีส์ฝรั่งมาใช้ แต่ก็อาจจะกระดากใจที่จะลากเรื่องราวให้โจรนำมาใช้จริงๆ ในตอนจบ (มุกจากซีรีส์ Money Heist ที่ให้ตัวประกันสวมหน้ากากแบบเดียวกับตัวเอง) ก็เลยตัดบทจบเรื่องราวกันง่ายๆ แล้วไปต่อตอนท้ายเรื่องให้พอสมเหตุสมผล แต่ด้วยความที่หนังรีบจบแบบลวกๆ กับยัดรายละเอียดเข้ามามากมาย แถมด้วยการตัดจบจากการโผล่มาของตัวละครที่หายไปแบบ “กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นย่อมคืนสนอง” ซึ่งไม่มีฉากนี้เลยซะก็จะดีกว่า ไม่รู้ผู้กำกับอาจจะกลัวว่าหนังนำเสนอเรื่องราวให้คนกลายเป็นโจรแล้วได้ดี มันไม่เข้ากับไทยหรือยังไงเลยต้องจบแบบนี้ ซึ่งถ้าจริงก็เป็นอะไรที่เรียกว่าแย่มากที่คิดว่าคนดูจะแยกแยะหนังกับความจริงไม่ได้

 

 

นี่เป็นงานเริ่มต้นมาดี ด้วยพล็อตที่ดี มีพล็อตซ้อนเรื่องหลักที่น่าสนใจ พระเอกนางเอกเข้าขากันได้ดี แต่หนังมีปัญหาในการลากเรื่องที่บทมีช่องโหว่มากขึ้นเรื่อยๆ จนสุดท้ายเหมือนเวลากับทุนหมดหนังจึงตัดจบเรื่องราวเอาง่ายๆ ซึ่งน่าเสียดายว่าหนังยังขยายไปได้อีก และจะทำให้เรื่องจบลงแบบมีความลงตัวกว่านี้มากครับ

 

โจรปล้นโจร รีวิวหนังไทย

เป็นหนังที่ผมรู้พลอตเคร่าๆว่าโจรสองคน บุกเข้าไปปล้นร้านแลกเงิน วันเดียวกับที่โจรอีกกลุ่มเข้าไปปล้นเหมือนกัน ซึ่งเอาจริงๆ แม้หน้าหนังจะดูเรียบๆ แต่ผมแอบคาดหวัง เพราะรู้สึกว่ามันดูจะมีอะไรในบทนั่นแหละ เลยอยากดูเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่ไม่ได้คาดหวังไว้สูงมากนัก

ก่อนดู ผมคิดว่าบทหนังน่าจะไม่คม ซึ่งพอดูจบก็คิดว่าไม่คมนะ มีรายละเอียดบางอย่างดูจงใจเกินไป ง่ายเกินไป หรือจำเพาะเจาะจงเกินไป เช่น ลูกค้าที่ถูกจับเป็นตัวประกันมันดูบังเอิญมากที่แต่ละคนมีความจำเพาะที่แตกต่างกันแบบพอดิบพอดี มีความล้นบางอย่างของตัวละคร เหมือนที่หนังไทยหลาย ๆ เรื่องชอบทำ

 

 

แต่ทำไมถึงผมยังชอบล่ะ คือหนังมันมีความสรรค์สร้างแบบพอเหมาะพอเจาะ หนังมันเลยเหมือนทำขายความบันเทิงเน้นๆ ความสมเหตุสมผลบางอย่างอาจจะลดทอนลงไป แต่การพลิกสถานการณ์ไปมา และทำให้ตัวประกอบทั้งหลาย มีความหมายจนเรียกว่าเป็นตัวละครสมทบย่อมๆ มันทำให้ภาพรวมหนังเรื่องนี้โดดเด่นขึ้นหลายจุด มีการเสียดสีสังคม มีบางฉากที่ดูแล้วน่าจะซีเรียสแต่กลายเป็นฉากตลก แบบไม่ตบมุก คือผมมองว่าหนังมีความตลกร้ายและเสียดสีไปพร้อมๆกัน ภายใต้ไอเดียที่ดีทำให้เราสนุกไปกับการนำเสนอของหนังพอสมควร

โดยรวมผมมองว่านี่เป็นหนังที่ดูเอาบันเทิง คลายเครียดได้ดีเรื่องนึงเลยล่ะครับ ช่วงต้นของเครดิตมีฉากแถมนิดนึง แต่หลังจากนั้นไม่มีแล้ว ดังนั้นไม่ต้องรีบลุกมาก พอเห็นฉากแถมแล้วค่อยลุกก็ได้ครับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น