รีวิวหนังไทย แหยมยโสธร 2

รีวิวหนังไทย แหยมยโสธร 2

รีวิวหนังไทย แหยมยโสธร 2

 

 

กำหนดฉาย แหยมยโสธร2 : 3 ธันวาคม 2552 ตัวอย่าง แหยม ยโสธร 2
แนว : คอเมดี้เฮฮาโรแมนติก รักรากหญ้าภาษาอีสาน
เรื่อง : เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา
บทภาพยนตร์ แหยมยโสธร2 : เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา, พิพัฒน์  จอมเกาะ
แหยมยโสธร2 นำแสดงโดย : เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา, เจเน็ต เขียว, หรินทร์ สุธรรมจรัส, บุษราคัม วงษ์คำเหลา, เพทาย วงษ์คำเหลา, อนุวัฒน์ ทาระพันธ์, จรณ์ วงษ์คำเหลา, อนุพงษ์ วงษ์คำเหลา, ชาญชัย เจ้าฝ้าย, วรวิทย์ จันทรานิตย์, โรจน์ สุรสวัสดิ์

 

เรื่องย่อ

แหยม ยโสธร 2 เรื่องย่อ 20 ปีผ่านไปไวเหมือนโกหก เรื่องราวชุลมุนวุ่นฮาสนั่นท้องทุ่งกับเรื่องราวความรักอันเป็นตำนานของ “บักแหยม” (หม่ำ จ๊กม๊ก) และ “อีเจ้ย” (เจเน็ต เขียว) สุกงอมเปล่งปลั่งงดงามจนได้ที่ผลิดอกออกผลเป็นลูกสาวลูกชายได้หนึ่งโหลพอดิบพอดี บ้างตบแต่งออกเหย้าออกเรือนกันไปอย่างชื่นมื่นตามคืนและวันที่ดำเนินผ่านไป เหลือเพียง “อีแว่” (บุษราคัม วงษ์คำเหลา) ลูกสาวคนสวย และ “บักคำผาน” (เพทาย วงษ์คำเหลา) ลูกชายคนเล็กอย่างละหน่อ ที่ยังอยู่เป็นแก้วตาดวงใจไข่ในหินอย่างมิให้คลาดสายตา แม้แต่จิ้งจก อึ่งอ่าง ไส้เดือนก็ยังบ่ได้ระแคะระคายเคือง อย่างน้อยๆ ในแถบถิ่นยโสธรที่ปกครองก็บ่มีผู้ใดกล้ามาริเด็ดดอกฟ้าหรือล้วงคองูหางกระดิ่งกริ๊งๆๆ อันเป็นที่รักยิ่งของบักแหยมที่บัดนี้กลายเป็น “กำนันแหยม” หนวดกระดิก ซึ่งเป็นที่ยำเกรงของผู้คนในตำบลไปเสียแล้ว หนังไทยย้อนยุค

 

รีวิวหนังไทย แหยมยโสธร 2

 

แต่แล้วเหมือนฟ้าเบื้องบนจะเป็นใจหรือลองใจบักกำนันแหยมคนดีศรียโสธรถึงได้ส่ง “ปลัดธนู” (ดิม แทตทู คัลเลอร์-หรินทร์ สุธรรมจรัส) หนุ่มหล่อรูปงามมาดเท่เพลย์บอยสุดๆ จากเมืองกรุงมาลูบคม ก็แหมราชการเขาส่งตัวปลัดให้มาช่วยพัฒนาตำบลแท้ๆ แต่ดันมาคอยขายขนมจีบอีแว่แก้วตาดวงใจของกำนันแหยมซะงั้น แหมเผลอทีไรไอ้หนุ่มเมืองกรุงหน้าทะเล้นจ้องแต่จะขโมยเด็ดดมลูกสาวคนสวยของกำนันตลอดตั้งแต่วันแรกที่ชาวบ้านจัดพิธีบายศรีสู่ขวัญต้อนรับปลัด ถึงขนาดปีนหน้าต่างห้องนอน แม้แต่ไปจ่ายตลาด, ตากผ้า, หว่านข้าวลงนา จนถึงงานพิธีบั้งไฟใหญ่ประจำจังหวัด พ่อปลัดก็ไม่วายออกรำเซิ้งหน้าทะเล้นใส่ต่อหน้าผู้หลักผู้ใหญ่กันทั่วทั้งจังหวัดเลยทีเดียว โดยมีคำผานลูกชายคนเล็กเป็นแนวร่วมส่งซิกรับใต้โต๊ะคอยดูทางหนีทีไล่ให้ปลัดอีกต่างหาก ไหนจะเห่อแฟชั่น ฟังแผ่นเสียงตามไอ้หนุ่มเมืองกรุง เป็นเอามากถึงขนาด “บ่ยอมเว่าลาว” ดูหนังออนไลน์

ส่วนอีเจ้ยก็ดันชอบอกชอบใจปลัดหนุ่มถึงขนาดจะยกเป็นลูกเขยเลยทีเดียว แต่บักกำนันกลับถูกใจในมาดซื่อๆ ของ “เกษตรฉัตรชัย” (จรณ์ วงษ์คำเหลา) ที่ดูขยันขันแข็งเอาการเอางานมากกว่า กลุ้มๆหลาย แถมเมียรักก็ดันเสน่ห์ล้นเหลือถึงขนาดมีหนุ่มๆ มาคอยส่งดอกไม้ให้ถึงชายขอบบ้านอีกต่างหาก ตายๆๆ เห็นทีงานนี้ปลัดหนุ่มกับกำนันแหยมจะอยู่ร่วมโลกกันบ่ได้แล้วละเด้อพี่น้อง เห็นทีคงต้องพึ่ง “หลวงพี่ยอดชาย” (อนุวัฒน์ ทาระพันธ์) พระหนุ่มที่มีน้ำเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ซึ่งบ่ใช่ใครที่ไหนคือเจ้าของประโยค “ชายรับบ่ได้” ที่ผิดหวังจากความรักแล้วหันหน้าเข้าทางธรรมจนเป็นขวัญกำลังใจและเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของผู้คนในตำบล คอยให้คำปรึกษาทุกเรื่องตั้งแต่งานบุญบั้งไฟเรื่องกลุ้มอกกลุ้มใจของกำนันแหยม ไปจนถึงเรื่องราวใหญ่โตที่มีชีวิตทรัพย์สินและผู้คนในตำบลเป็นเดิมพัน เมื่อการมาถึงของไอ้โจรร้ายอย่าง “เสือหยองลำพอง” (หยอง ลูกหยี) และพรรคพวกที่บุกเข้ามาปิดตลาดปล้นอย่างอุกอาจ ดูหนังฟรี

 

รีวิวหนังไทย แหยมยโสธร 2

 

รีวิวหนังไทย แหยมยโสธร 2

 

หากจะเอ่ยถึงภาพยนตร์แนวโรแมนติก-คอเมดี้ที่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองสักเรื่องหนึ่งเชื่อว่าคงมีภาพยนตร์มากมายอยู่ในใจใครหลายๆ คน และยังเชื่อได้อีกว่าหนึ่งในภาพยนตร์ที่อยู่ในใจใครหลายๆ คนนั้นต้องมีชื่อของ “แหยมยโสธร” (2548) จากฝีมือการกำกับของตลกแถวหน้าของประเทศอย่าง “หม่ำ จ๊กม๊ก” ด้วยแน่นอน ที่สามารถสร้างรายได้ถล่มทลายกว่า 100 ล้านบาท เพราะไม่ใช่แค่เรื่องราวความสนุกสนานที่ถ่ายทอดได้อย่างเรียบง่ายผ่านวิถีชีวิตชาวอีสานได้อย่างลงตัว แต่สีสันของตัวภาพยนตร์ที่ผู้กำกับลุกขึ้นมาฉีกกฎเกณฑ์เดิมๆ ของวงการภาพยนตร์ในสมัยนั้นอย่างสิ้นเชิงไม่ว่าจะเป็นทางด้านสีสันของภาพที่ย้อมสีจนฉูดฉาดหรือแม้แต่การเป็นหนังไทยในรอบหลายทศวรรษที่พูดภาษาอีสานทั้งเรื่องซึ่งทั้งหมดทั้งมวลได้กลายเป็นเอกลักษณ์ให้กับหนังรักอีสานอย่างแหยมยโสธร โดยผ่านการกลั่นกรองอย่างประณีตจากมันสมองระดับร้อยล้านอย่างหม่ำ จ๊กม๊กนั่นเอง

 

แหยมยโสธร 2 ภาคต่อจากภาคแรก

“ช่วงที่ทำ ‘แหยมยโสธร’ ในภาคแรกนั้นหลายคนมองว่าเสี่ยงเหมือนกันนะกับการทำหนังที่ไม่ค่อยมีใครเขาทำกัน หรืออาจจะไม่กล้าทำก็ไม่รู้นะ (หัวเราะ) คือด้วยโทนสีของภาพที่ฉูดฉาด สีสันของเสื้อผ้าที่แสบตาแล้ว มันยังมีเรื่องของภาษาด้วย เรียกได้ว่าเป็นหนังไทยเรื่องแรกเลยมั้งที่พูดอีสานกันทั้งเรื่อง คือเรื่องอื่นๆ อาจจะมีพูดกันแค่คนหรือสองคนที่พูดอีสาน ก็จะเล่นเป็นตัวตลก

แต่นี่คือตัวละครทุกคนนั้นพูดอีสานกันหมด ซึ่งคงไม่มีใครกล้าทำแน่ๆ แต่ผมอยากจะลองทำ ผมมองว่ามันไม่ใช่เรื่องเสี่ยง ในฐานะที่เป็นผู้กำกับผมก็อยากหาอะไรแปลกใหม่มาให้กับคนดูบ้าง อยากถ่ายทอดเรื่องราวความรักที่ผ่านวิถีชีวิตของชาวบ้านหรือชาวอีสาน คือคนบางคนไม่กล้าพูดภาษาอีสานนะเพราะว่าอาย ซึ่งผมคิดว่าผิดมาก คุณอาจจะลืมอะไรก็ลืมได้ แต่ลืมกำพืดตัวเองนั้นไม่ได้หรอก เป็นคนอีสานนั้นไม่น่าอาย ที่จริงแล้วคนอีสานนั้นเป็นคนที่น่ารัก ซื่อๆ ด้วยซ้ำ แล้วผมก็อยากให้คนดูได้รู้ถึงวิถีชีวิตของชาวบ้านว่าเขามีความเป็นอยู่กันอย่างไร เวลาเขาจีบกันเขาจีบกันอย่างไร แต่เป็นการเสนอในแบบของงานอาร์ต

 

รีวิวหนังไทย แหยมยโสธร 2

 

ซึ่งผมก็ไม่คิดด้วยว่าจะมีคนดูรึเปล่า เขาอาจจะดูหรือไม่ดูก็ได้ แต่ผมกล้าที่จะทำ ซึ่งพอหนังออกฉายมันก็โดนใจคนดูไปไม่น้อย อาจจะเป็นเพราะคนกรุงเทพฯ ไม่เคยเห็นวิถีชีวิตของชาวชนบทมั้งว่าเขามีความเป็นอยู่กันอย่างไร และอีกอย่างที่สำคัญมากผมว่าแหยมยโสธรมันเป็นหนังบ้านๆ ที่ดูง่าย ซึ่งผมว่านี่แหละคือเสน่ห์ของหนังเรื่องแหยมยโสธร”

และจากความสำเร็จดังกล่าวก็ทำให้เกิดกระแสเรียกร้องในการสร้างภาพยนตร์เรื่อง “แหยมยโสธร 2” ต่อทันที ซึ่งผู้กำกับอย่าง “หม่ำ จ๊กม๊ก” ก็ไม่ทำให้ใครหลายๆ คนผิดหวังด้วยการสานต่อโปรเจกต์หนังรักระดับรากต่อหลังจากช่วงกลางปีที่ผ่านมาเพิ่งปล่อยโปรเจ็กต์ฮาแบบไฮโซอย่าง “วงษ์คำเหลา” ออกมาเรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะกันทั้งเมืองไปแล้ว สิ้นปีนี้ก็ถึงคิวของหนังรักแบบรากหญ้าที่ใครหลายคนรอคอยอย่าง “แหยมยโสธร 2” บ้างที่จะมาเรียกเสียงหัวเราะจากคนไทยให้สนั่นหวั่นไหวทั่วทั้งประเทศ แต่ใครหลายคนอาจจะสงสัยทำไมผู้กำกับหน้าเหลี่ยมคนนี้ถึงปล่อยให้ “แหยมยโสธร 2” เว้นวรรคจากภาคแรกนานถึง 4 ปี ซึ่งผู้กำกับคนเก่งก็ได้กล่าวถึงเหตุผลอย่างอารมณ์ดีว่า

“ผมว่าหนังถ้าสร้างภาคต่อเร็วเกินไปคนดูจะไม่รู้สึกคิดถึง ตัวผมเองอยากให้คนดูรู้สึกคิดถึงหนังเรื่อง ‘แหยมยโสธร’ ว่ามันนานแล้วนะ เมื่อไหร่จะได้ดูซะที คือถ้าจะให้ผมทำ ‘แหยมยโสธร 2’ ต่อจากภาคแรกเลยก็ยังได้ แต่อย่างที่บอกผมอยากให้คนดูรู้สึกคิดถึงกับผลงานเรื่องแหยมของผม ซึ่งผมก็คิดว่า 4 ปีที่รอคอยกันนี้แหละ คือช่วงเวลาที่เหมาะสมแล้วสำหรับแหยมยโสธรในภาค 2 แล้วสำหรับหนังเรื่องนี้ผมอยากใช้เวลาเพาะบ่มมันให้นานที่สุดใ ห้รู้สึกดีที่สุดให้สมกับที่ทุกคนรอคอยและเรียกร้องกันมาคือผมต้องนั่งคิดแล้วว่าแหยมยโสธร 2 มันจะเล่าเรื่องราวอะไรดีซึ่งก็คิดว่ามันน่าจะเป็นเรื่องราวของรุ่นลูกของแหยมกับเจ้ยบ้าง

ว่าจะมีเรื่องราวชีวิตความเป็นอยู่สนุกสนานอย่างไรและเรื่องราวความรักของแหยมและเจ้ยในปัจจุบันที่คนก็อยากชมอยากรู้ว่าเรื่องราวการดำเนินชีวิตของคนทั้ง 2 จะเป็นอย่างไรบ้างผมจึงนำแนวคิดอันนี้มาพัฒนาเป็นบทของแหยมยโสธรในภาค 2 ก้ใช้เวลาคิดและพัฒนามันมาเรื่อยๆ ก็ใช้เวลารวม 4 ปีกว่า ซึ่งสำหรับผมก็คิดว่าไม่นานเท่าไหร่เพราะอยากให้งานมันออกมาดีแล้วเราอยากทำให้หนังมันสนุกเท่ากับภาคแรกหรือมากกว่านั้น ก็เลยต้องใช้เวลาพอสมควร”

 

การต่อยอดของหนัง

เป็นการต่อยอดมาจากภาค 1 ที่โกยเงินไปมากกว่าร้อยล้านบาท ด้วยการกำกับของคุณหม่ำ จ๊กมก “ตลกตัวพ่อ” ของเมืองไทย เรียกว่ากำกับเองเล่นเองตั้งแต่ภาคแรกแล้ว ด้วยบทตัวนำเด่นอย่าง “ไอ้แหยม” ที่แสดงโดยคุณหม่ำเอง (เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา) และนางเอกของเรื่อง “อีเจ้ย” แสดงโดยคุณเจเน็ต เขียว (นงนุช สมบูรณ์) ภาพยนตร์ที่มีกลิ่นอายย้อนยุคช่วงกางเกงขาบาน รองเท้าส้นสูงหรือส้นตึกกำลังฮิต แต่ละคนจะแต่งชุดแสบสันเรียกว่าสีสดใสตัดกันเห็นๆ ในภาคสองนี้คุณหม่ำเรียกว่าเป็นป๋าดันเต็มตัวเลยเพราะว่าในภาคนี้คุณหม่ำได้เหมาทั้งวงศ์ตระกูลมาเล่นเลย เพลงแหยมยโสธร3

 

 

อย่างบทนางเอกก็ได้ลูกสาวมาเล่นให้ในบทของ “อีแว่” (บุษราคัม วงษ์คำเหลา-เอ็ม) ส่วนลูกชายคนเล็กของเรื่องก็ให้ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของคุณหม่ำมาแสดงเช่นเดียวกัน ในบทของ “บักคำผาน” (เพทาย วงษ์คำเหลา-มิกซ์)ส่วนตัวประกอบอื่นๆ อย่างเกษตรฉัตรชัย ก็ได้คนในวงศ์ตระกูล วงษ์คำเหลามาเล่นอีก (จรณ์ วงษ์คำเหลา) และยังมี “วงษ์คำเหลา” อีกหลายคนมาเล่นเรื่องนี้นอกนั้นก็จะเป็นสมาชิกในวงจ๊กมกของคุณหม่ำซะเกือบหมดเรียกว่าหนังเรื่องนี้เป็นอุตสาหกรรมในครอบครัวของคุณหม่ำเลยก็คงไม่ผิดอะไร ตัวเรื่องของภาพยนตร์เรื่องนี้จะกล่าวถึงรุ่นลูกของไอ้แหยมกับอีเจ้ยแล้ว

แม้ว่าบทสนทนาในภาพยนตร์จะเป็นภาษาอีสานหรือภาษาท้องถิ่นของชาวยโสธร แต่ก็เป็นภาษาที่ฟังง่ายๆ ไม่ถึงกับไม่เข้าใจ แต่ถ้าคิดว่ากลัวจะไม่เข้าใจก็ยังคงมีบทพากย์เป็นภาษาไทยให้อ่านอีกต่างหากเพราะฉะนั้นเรื่องที่ว่าจะดูหนังเรื่องนี้ไม่รู้เรื่องก็คงตัดทิ้งไปได้เลยคุณหม่ำพยายามที่จะสอดแทรกประเพณีบั้งไฟที่โด่งดังของชาวยโสธรเข้ามาในภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วยก็อย่างที่บอกหนังตลกเป็นหนังไร้สาระ เพราะฉะนั้นถึงแม้ว่าจะนำเรื่องบั้งไฟเข้ามาในเรื่อง เราก็แค่รู้ว่าประเพณีบั้งไฟเป็นหน้าตาของชาวยโสธรเท่านั้น

 

รีวิวหนังไทย แหยมยโสธร 2

ดูเรื่องนี้แล้วได้อะไร แน่นอนเป็นภาพยนตร์ตลกก็ต้องได้ความบันเทิงในเรื่องของตลก แต่สิ่งอื่นๆ ถึงดูเป็นส่วนประกอบไม่ว่าจะเป็นวิถีชีวิตของชาวชนบทประเพณีต่างๆ ความรักที่พ่อคนหนึ่งมีต่อลูกความรับผิดชอบของคนในสังคมเดียวกันการปราบปรามอบายมุขต่างๆ รวมไปถึงเรืื่องของการทำผิดกฏหมาย การแฝงตัวของข้าราชการที่ไม่ดีสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ถูกสื่อออกมาจากภาพยนตร์เรื่องนี้ทั้งสิ้น

 

 

หนังตลกดูเพลินๆ ไม่คิดอะไรมากก็ถือว่าดีแล้วแต่ถ้ามีสาระแม้ว่าจะน้อยนิดแฝงเอาไว้ด้วย นั่นก็ถือว่าคนดูได้กำไรสุดๆ แล้วครับผมไม่อาจบอกได้ว่าหนังเรื่องนี้สนุกหรือเปล่า หรือว่าฮามากไหม ต้องขึ้นอยู่กับรสนิยมของคนดูใกล้ปีใหม่แล้วผมว่าหาหนังที่ดูแล้วไม่ต้องคิดมากสักเรื่องก็น่าจะดีนะเอาเป็นว่าถ้าว่างๆ ไม่มีอะไรทำก็เข้าไปดูหนังเรื่องนี้กันดีกว่ายังไงๆ ก็ยังได้ชื่อว่าเป็นคนไทยที่อุดหนุนหนังไทยนะครับ แหยม ยโสธร ภาค 2

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น