Tag Archives: หนังเข้าใหม่

รีวิวหนังไทย ฟรีแลนซ์..ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ

รีวิวหนังไทย ฟรีแลนซ์..ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ

รีวิวหนังไทย ฟรีแลนซ์..ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ

รีวิวหนังไทย ฟรีแลนซ์..ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ ฟรีแลนซ์ป่วยงานต้องมีชีวิตยุ่งเหยิงเพิ่มขึ้นกับความรักที่มีให้หมอ สะท้อนชีวิตของฟรีแลนซ์อาชีพอิสระที่กลับไม่เคยเป็นอิสระจากงาน เช่นเดียวกับ กอด หนุ่มฟรีแลนซ์ที่อดหลับอดนอนโหมงานจนป่วย ทำให้เขาต้องไปหาหมอและพบกับหมออิมที่จะเพิ่มความปั่นป่วนให้กับชีวิตยุ่งเหยิงของเขามากขึ้น ผลงานกำกับของเต๋อ นวพล ผู้กำกับที่มีเอกลักษณ์ของตัวเอง หลายคนชอบการถ่ายทอดเรื่องราวได้อย่างสมจริง และการดำเนินเรื่องที่ช้าแต่มีจังหวะช่วยให้คนคิดวิเคราะห์ไปด้วยกันกับหนังค่ะ

Freelance ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ หรืออีกชื่อหนึ่งว่า heart attack เป็นภาพยนตร์แนวโรแมนติกคอมเมดี้ที่มีความดราม่าผสมอยู่ด้วยเล็กน้อย ผลงานกำกับของเต๋อ นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ จากค่าย GTH และมีกำหนดฉายเมื่อปี 2558

Freelance ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ

Freelance เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ ยุ่น(ซันนี่ สุวรรณเมธนนท์) ผู้ที่มีงานยุ่งอยู่ตลอดเวลา เขาเป็นฟรีแลนซ์ฝีมือดีคนหนึ่งด้านงานกราฟฟิก ทำให้ เจ๋ (วี วิโอเลต) ผู้รับทำหน้าที่แจกจ่ายงาน คอยป้อนงานให้เขาอยู่เรื่อย ๆ จนกระทั่งการโหมงานหนักต่อเนื่องมาเป็นเวลานานติดต่อกัน ทำให้ร่างกายเริ่มแสดงอาการอุทธรณ์ผ่านทางเม็ดตุ่มเล็ก ๆ ตามร่างกาย ที่จะเพิ่มมากขึ้นเมื่อมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมต่อสุขภาพ ด้วยสภาพร่างกายแบบนั้นทำให้ยุ่นต้องเดินทางโรงพยาบาลและได้พบกับ หมออิม (ใหม่ ดาวิกา) แล้วพฤติกรรมทางการทำงานของเขาก็เปลี่ยนด้วยสาเหตุบางประการ…

ตัวบทถือว่าทำได้ดีทีเดียว มีการชี้ประเด็นให้เราได้เห็นในแง่มุมที่ลึกขึ้นของทั้งการเป็นฟรีแลนซ์และการประกอบอาชีพหมอ หนังมีการสื่อสารออกมาในเชิงสัญลักษณ์ในบางครั้ง ตัวบทพูดแม้จะมีคำหยาบหลุดออกมาบ้าง แต่นั่นคือเสน่ห์ ที่ทำให้ตัวละครและบทภาพยนตร์ดูสมจริงมากยิ่งขึ้น

สำหรับโครงเรื่อง หนังมีจังหวะที่ดี รู้จักการรับ-ส่งบทกันได้อย่างตรงจังหวะ และเหตุการณ์ในเรื่องมีลำดับขั้นตอน เป็นเหตุเป็นผลกันดี แสดงถึงที่มาในแต่ละเรื่องได้อย่างชัดเจน เว็บดูหนัง

รีวิว-เรื่องย่อ] Freelance – 2015 ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ () –  TAmemo.com

ส่วนในด้านของตัวละคร นักแสดงก็สามารถที่จะสวมบทบาทได้เข้าที่เข้าทางแสดงว่ามีการทำการบ้านมาล่วงหน้า เพราะแต่ละอาชีพต่างก็มีรายละเอียดที่แตกต่างกันออกไป

ยุ่น เป็นตัวละครที่ตีแผ่อีกด้านของวงการฟรีแลนซ์ ความเครียด ความกดดันต่อคุณภาพงานก็มีให้เห็นอยู่เสมอ และสิ่งที่สำคัญมากสำหรับการดำรงอาชีพนี้คือ การยอมรับ ซึ่งดูเหมือนว่ายุ่นจะพยายามมากเพื่อให้ได้รับการยอมรับจากสังคมในวงการนั้น มันเหมือนเป็นอาชีพที่ห้ามหยุดพัก คุณจะต้องไปต่อ เรื่อย ๆ และ เรื่อย ๆ ถ้าหยุดเมื่อไหร่คือจบ อนาคตในวงการนี้เหมือนจะไปต่อได้ยากลำบากทีเดียว

หมออิม บอกเล่าถึงวิชาชีพแพทย์ที่ก็มีความกดดันอยู่ไม่น้อย สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนในตัวละครหมออิมคือ ความรับผิดชอบ ดูเหมือนว่าเธอจะยึดหลักนี้ไว้อยู่ในใจเสมอ เธอพยายามรักษาอย่างเต็มความสามารถ แม้บางทีเธอเองก็มีบาดแผลบ้างเหมือนกัน จากทั้งความคาดหวังของตนเองและผู้อื่น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกหากหมออิมต้องมีมุมผิดหวังให้เราได้เห็นบ้าง จากทั้งความคาดหวังของเธอเองและใครต่อใคร

เจ๋ เป็นอีกตัวละครหนึ่งที่ดูจริงจัง ผสมกับนิสัยแบบกวน ๆ เล็กน้อย เธอไม่ได้อ่อนหวานเหมือนผู้หญิงทั่วไป ออกจะติดภาพลักษณ์ที่ออกบอย ๆ หน่อยเสียด้วยซ้ำ เธอมีบุคลิกแบบแนว ๆ ตามประสาวัยรุ่น เธอคงเป็นอีกหนึ่งตัวละคร’หลัก’ ในชีวิตของยุ่นเลยก็ได้

พี่เป้ง เป็นตัวละครที่เป็นเหมือนจุดพลิกผันของเรื่องเลย โดยพี่เป้งจะเริ่มมีบทบาทสำคัญในช่วงตอนท้ายของเรื่อง และถึงแม้ยุ่นจะยอมเล่นตามน้ำแต่ก็เห็นได้ชัดว่าคนแบบพี่เป้งเป็นคนที่ดูไม่น่าคบ ดูพร้อมจะหลอกใช้ทุกคน ไม่ได้หวังดีกับใครจริง ๆ หรอก หวังเพียงตนได้ประโยชน์เป็นพอ

ในแง่ของฉากนั้นไม่มีอะไรมาก เพราะส่วนใหญ่อยู่ในห้องของยุ่นกับห้องของหมออิม แต่ก็ถือว่าหนังสามารถเก็บรายละเอียดได้ดี เครื่องไม้เครื่องมือต่าง ๆ ก็เป็นไปตามหลักความจริง หนังฟรี

5 เรื่องน่ารู้ก่อนดู ฟรีแลนซ์..ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ

รีวิวหนังไทย ฟรีแลนซ์..ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ

จุดเด่นอีกหนึ่งข้อที่สำคัญของหนังเรื่องนี้คือ การมีเพลงประกอบภาพยนตร์ที่ออกแนวน่ารัก จากน้ำเสียงใส ๆ ของ วี วิโอเลตกับเสียงนุ่ม ๆ ของแสตมป์ อภิวัชร์ ที่ช่วยเพิ่มให้หนังมีระดับความน่าดูเพิ่มขึ้นอีก ด้วยแนวเพลงที่ฟังง่าย ฟังสบาย จึงเป็นเพลงที่ฮิตได้ในเวลาไม่นาน

Freelance ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ

โดยรวมแล้วภาพยนตร์เรื่องนี้ทำออกมาได้ดีทีเดียว ทั้งในแง่ของความสนุกและการแฝงประเด็นต่าง ๆ ไว้ตลอดทาง ซึ่งอันนี้ก็ขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละคนแล้ว ว่าจะเก็บเกี่ยวสิ่งเหล่านั้นได้มากน้อยแค่ไหน ตัวละครแต่ละตัวต่างก็มีมุมมองและบทบาทต่อโลกในแบบที่แตกต่างกันออกไป คงจะดีไม่น้อยหากว่าในอนาคตเรามีโอกาสได้ศึกษามุมมองของตัวละครอื่น ๆ ดูบ้าง ถ้าอยากลองดูหนังสนุก ๆ อีกเรื่อง คิดว่าเรื่องนี้น่าจะเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีทีเดียว

กลับคำยังทันมั้ยครับเนี่ยว่าผมเป็นคนไม่ค่อยชอบดูหนังไทยเลย แต่พักนี้ลงรีวิวแต่หนัง-ซีรีย์ไทยถี่ ๆ เลยนะครับ วันก่อนเพิ่งได้มีโอกาสดูหนังเรื่องหนึ่งของค่าย GTH เป็นหนังเก่าหลายปีมาแล้ว แต่รู้สึกว่าเขาทำออกมาได้ มีเสน่ห์ดี เลยอยากเก็บมารีวิว วันนี้ขอ รีวิวหนัง ฟรีแลนซ์ ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ หนังน้ำดีอีกเรื่องที่ต้องขอบอกก่อนว่าอยากให้หลาย ๆ คนเปิดใจดูมาก ถึงแม้เนื้อเรื่องจะดำเนินช้า บทของตัวแสดงจะดูไม่ค่อยมีชีวิตชีวาไปนิด แต่นี่แหละถือเป็นเสน่ห์ของเรื่องนี้เลยล่ะครับ แถมเรื่องนี้ยังถือเป็นหนังที่ผมยกให้เป็นหนังที่สะท้อนวิถีฟรีแลนซ์ อาชีพอิสระแห่งยุคที่ทำงานหามรุ่งหามค่ำได้ดีที่สุดเลย

คนยุคใหม่เลือกประกอบอาชีพอิสระ หรือที่เราเรียกว่า ฟรีแลนซ์ กันเยอะมากขึ้น ๆ ในปัจจุบัน ถือเป็นทางเลือกทางอาชีพที่ค่อนข้างได้เปรียบด้านความสะดวกสบาย เพราะไม่ต้องเดินทาง ไม่ต้องอยู่ประจำออฟฟิศ ไม่ต้องตอกบัตรเข้า-ออกงานทุกวัน ไม่ต้องนั่งประชุม และไม่ต้องปรับตัวเข้ากับใคร เพียงแต่ข้อเสียของฟรีแลนซ์ คือ ไม่มีเวลาตายตัวในการทำงาน ถ้างานด่วน งานเร่ง งานแก้มาถึงมือล่ะก็… อาจต้องนั่งจมอยู่หน้าคอมเป็นวัน ๆ เลยก็ได้ แม้ว่ารายได้จะมากตามความขยัน แต่ข้อนี้เองเป็นจุดที่ทำให้อาชีพฟรีแลนซ์มักทำงานเกินลิมิตของตนเอง บางคนไม่มีเวลาพักผ่อน ไม่ออกไปสังสรรค์ ไม่มีสังคม และที่สำคัญละเลยการดูแลตัวเอง เหมือนดังเช่นตัวละคร “ยุ่น” ในเรื่อง หนังใหม่

ข้อเสีย-ข้อดี ก่อนไปดู ฟรีแลนซ์..ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ

รีวิวหนัง ฟรีแลนซ์ ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ ซันนี่ นักแสดงนำ
เสน่ห์ของเรื่อง คือ ความย้อนแย้งของภาพฟรีแลนซ์ที่เร่งรีบ กับการดำเนินเรื่องที่แสนละเมียดละไม
หลังจากที่ผมดูจบ ผมไปหาอ่านข้อมูลของหนังเรื่องนี้แล้วก็ต้อง อ๋อ… เลยครับ เพราะผู้กำกับฝีมือดีที่มีกลยุทธ์ในการกำกับและเขียนบทเองอย่างละเมียดละไม เน้นสะท้อนสังคม ลงดีเทลล์กระทั่งสีภาพ เมคอัพ คอสตูม และการคัดเลือกตัวละครสุด ๆ ก็คือ เต๋อ นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ ผมเคยได้ยินชื่อเสียงของเต๋อ นวพลมานาน ชาวหนังอินดี้รักหนุ่มคนนี้มาก เรื่องนี้ก็ถือเป็นอีกเรื่องที่ผมค่อนข้างโอเคนะ เข้าถึงได้ ถูกจริตมาก เหมือนเป็นกาแฟไม่ใส่น้ำตาลที่ได้รสชาติด้วยตัวเอง

เรื่องย่อหนังฟรีแลนซ์ ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ
ตัวเอก ยุ่น นำแสดงโดย ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ พระเอกฝีมือดีที่เคยนำแสดงในเรื่อง เพื่อนสนิท และสายลับจับบ้านเล็กมาก่อน ในเรื่องนี้ ซันนี่ต้องรับบทเป็น ยุ่น หนุ่มฟรีแลนซ์วัย 30 ปีที่รับงานกราฟฟิคดีไซน์ ตัดต่อ รีทัชภาพที่ตารางงานเต็มเอี๊ยดในทุกวันไม่มีวันหยุด วงการเบื้องหลังการตัดต่อ รีทัชย่อมรู้จักยุ่นดี เพราะเขาได้ชื่อว่าทำงานไว รับงานอึด งานเยอะ งานด่วน ต้องใช้บริการยุ่น เว็บดูหนังฟรี

ความสุขของยุ่นคือการท้าทายความสามารถตัวเองขึ้นไปเรื่อย ๆ ว่าเขาสามารถทำงานเยอะ ๆ งานด่วนแค่ไหนก็รับได้ จึงทำให้ เจ๋ วี วิโอเลต วอเทียร์ โปรดิวเซอร์จากบริษัทโฆษณาเอางานมาให้เขาอยู่เสมอเพราะไว้ใจฝีมือทำงานดี ทำงานไวของยุ่น

รีวิวฟรีแลนซ์ หนังไทย วี วิโอเลต
ยุ่นเริ่มรู้สึกว่าร่างกายตัวเองไม่เหมือนเก่า อดหลับอดนอนติดกันนาน ๆ ไม่ได้เหมือนเมื่อก่อน หลังจากที่เขาทำงาน 24 ชม. ติดต่อกัน 5 วันไม่พัก ร่างกายของเขาก็ส่งสัญญาณประท้วงออกมา ยุ่นพบว่าร่างกายของเขาเริ่มมีผื่นแดงคัน ขึ้นตามร่างกายมากขึ้นเรื่อย ๆ จนต้องไปหาหมอ และการไปหาหมอของยุ่นนั้น ยุ่นไม่รู้เลยว่าจะสามารถเปลี่ยนความคิดและวิถีชีวิตฟรีแลนซ์ของเขาไปได้ตลอดกาล หมออิม นำแสดงโดย ใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่ ดูหนังฟรี

เรื่องนี้ทุกคนแสดงได้ดีมาก ทั้งสีหน้าท่าทาง น้ำเสียง การพูด ไดอะล็อกต์เงียบแต่คมกริบ บาดลึกและให้ข้อคิด เป็นเรื่องแจ้งเกิดของสาววี วิโอเล็ต นักร้องเสียงดีจากเวทีเดอะวอยซ์ที่ปัจจุบันเป็นทั้งนักร้องและนักแสดง วีในเรื่องที่เล่นเป็นเจ๋นั้น ถือเป็นบทบาทที่คนจดจำกันมาก วลีเด็ดจากเรื่องคือ “ไปค่ะ พี่สุชาติ”

รีวิวหนัง ฟรีแลนซ์ ใหม่ ดาวิกา
ใครไม่อยากพลาดหนังดี ๆ จากค่าย GTH เรื่องนี้ แนะนำให้ไปดูนะครับ หนังไม่ยาวแค่ 2 ชั่วโมงนิด ๆ เองครับ แต่ดูจบแล้วได้อะไรเยอะมากเลย

รีวิวหนัง ฟรีแลนซ์ ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ เรื่องนี้ผมให้คะแนน 8/10 ติดตามกันเอง แล้วจะรู้ว่าหนังดีไม่ใช่เล่น และชีวิตเป็นของมีค่า ไม่ใช่ของเล่น อย่าท้าทายร่างกายตัวเองมากเกินไปนะครับ พักผ่อนเยอะ ๆ ถนอม ๆ ร่างกายเอาไว้ใช้ชีวิตในด้านอื่น ๆ ที่ไม่ใช่เรื่องงานกันบ้างครับ ความสนุกรออยู่อีกมาก ดูหนังออนไลน์

รีวิวหนังไทย สิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่า…รัก

รีวิวหนังไทย สิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่า...รัก

รีวิวหนังไทย สิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่า…รัก

รีวิวหนังไทย สิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่า…รัก รักครั้งแรกของน้องน้ำที่มีให้พี่โชน กวาดความนิยมทั่วเอเชีย เมื่อเด็กสาวอย่างน้องน้ำได้รู้จักกับความรักเป็นครั้งแรกผ่านพี่โชน รุ่นพี่แสนดี ทำให้น้องน้ำยอมเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อให้เขาหันมาสนใจ แต่แล้วทำไมยิ่งขยับเข้าใกล้ก็เหมือนพี่โชนจะไกลออกไป เป็นเรื่องราวความรักครั้งแรกที่ดูเผิน ๆ อาจจะไม่มีอะไรเป็นพิเศษ แต่บรรยากาศในเรื่องกลับทำให้หลายคนประทับใจเพราะนึกถึงความทรงจำสมัยเรียน นอกจากนี้ การแสดงของใบเฟิร์นและมาริโอ้ก็ถูกชื่นชมว่าสามารถถ่ายทอดออกมาได้ดี จนเหล่าวัยรุ่นอินตามกันทั่วเมืองเลยทีเดียวค่ะ

หากคุณอยากกลับไปนึกถึงคนแรกที่ทำให้คุณได้รู้จักคำว่า “รัก” อีกครั้งและเขาก็ยังคงเป็นรักแรกที่ติดตรึงอยู่ในหัวใจคุณตลอดเวลา มาวันนี้เรามีหนังที่จะพาคุณย้อนเวลาไปสู่ชีวิตวัยมัธยมซึ่งมีแต่ความสนุกสนาน มิตรภาพ เสียงหัวเราะ และน้ำตาอีกครั้งกับหนัง “สิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่า…รัก”

ซึ่งหลายคนน่าจะรู้จักกันดี ยิ่งใครอยู่มัธยมตอนที่หนังเรื่องนี้เพิ่งออกมาก็คงจะยิ่งติดใจจนดูซ้ำหลายรอบแน่นอน หนึ่งในนั้นก็คือเราค่ะ เพราะเรื่องนี้เลยทำให้เรารู้จักกับคำว่า “รักแรก” เหมือนกัน

รีวิวหนังสิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่า…รัก รีวิวหนัง รีวิวหนังเก่า รีวิวหนังรัก สิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่ารัก
รีวิวหนังสิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่า…รัก
– เรื่องย่อของหนังสิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่า…รัก
หนังสิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่า…รัก ได้ถ่ายทอดเรื่องราวของ “น้ำ”เด็กมัธยมหน้าตาขี้เหร่ถึงขั้นถูกเรียกว่า “ปลวก” เพราะไม่ค่อยสนใจดูแลตัวเองซึ่งน้ำได้ไปตกหลุมรัก “พี่โชน” รุ่นพี่ที่เป็นหนุ่มหล่อประจำโรงเรียน แต่เพราะมีคู่แข่งมากมาย

เธอจึงต้องลบคำสบประสามและทำให้เขาหันมาสนใจเธอให้ได้ ภารกิจแปลงโฉมจากปลวกน้อยให้กลายเป็นหงส์จึงเริ่มขึ้นท่ามกลางมิตรภาพของเพื่อนและความรักแบบปั๊ปปี้เลิฟที่มีแววจะปั่นป่วนมากกว่าที่คิด เว็บดูหนัง

รีวิว: สิ่งเล็กเล็ก ที่เรียกว่ารัก – Khajochi's Blog

– ความน่าสนใจของหนังสิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่า…รัก
รีวิวหนังสิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่า…รัก รีวิวหนัง รีวิวหนังเก่า รีวิวหนังรัก สิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่ารัก
รีวิวหนังสิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่า…รัก
หนังสิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่า…รักมีความน่าสนใจตรงที่มีการถ่ายทอดให้เห็นถึงบุคลิกและชีวิตของตัวละครวัยมัธยมหลายตัวที่มีความเป็นธรรมชาติทำให้เรานึกถึงชีวิตของตัวเองในวัยมัธยมซึ่งมีโมเม้นต์หลายอย่างแบบนี้จริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการแอบรักใครสักคน การคบหากับกลุ่มเพื่อนที่มีความเหมือนกันแม้จะไม่ใช่เพื่อนที่มีอะไรโดดเด่นแต่ก็ร่วมเป็นร่วมตายได้ตลอด

บทจะกรี๊ดรุ่นพี่ผู้ชายก็จะดี๊ด๊าเหมือนกันเป็นกลุ่มแบบสุมหัวเงียบ ๆ เพื่อนกันบางทีเราอยากทำอะไรก็มีอายเพราะกลัวโดนล้อ แต่สุดท้ายพวกเขาก็ได้ช่วยเราเหมือนกับเพื่อนในกลุ่มที่ช่วยน้ำแปลงโฉมและใช้วิธีให้ของแทนใจแก่พี่โชนต่าง ๆ พยายามเข้าชมรมที่ทำให้มีคนสนใจซึ่งก็ได้เป็นชมรมละครเวทีที่น้ำในแสดงเป็นสโนไวท์

บอกเลยว่าฉากนี้เราฟินจิกหมอนตอนพี่โชนผู้น่ารักต้องมารับบทเจ้าชายจำเป็นและจูบลง สมองนี่คิดไปไกลก่อนนางเอกแล้วจ้า ตั้งแต่นั้นนางเอกก็เริ่มหน้าตาดีมากขึ้นจนสุดท้ายก็ได้เป็นดรัมเมเยอร์ประจำโรงเรียนซึ่งพี่โชนก็เริ่มจะเข้าหาเธอมากขึ้น แต่กับมีมารผจญคือเพื่อนพระเอกที่มาชอบนางเอกนี่ล่ะ หนังฟรี

เราเสียน้ำตาให้กับฉากท้าย ๆ หลายฉากมากไม่ว่าจะเป็นฉากที่นางเอกซึ่งห่างเหินจากเพื่อน ๆ เพราะเอาแต่อยู่กับพวกพระเอกไปง้อจนกอดคอกันร้องเพลงวัน เดือน ปี และฉากที่นางเอกร้องไห้เปิดไดอารี่ซึ่งพระเอกเอามาให้ ในนั้นมีแต่รูปนางเอกทีเผลอที่พี่โชนแอบถ่ายไว้หลายรูปพร้อมข้อความบอกความในใจมากมายทำให้เราได้รู้ว่าพระเอกชอบนางเอกตั้งแต่ตอนหน้าปลวกแล้ว คือหน่วงมาก ณ จุดนี้ แต่สุดท้ายก็แฮปปี้เอ็นดิ้งนะ เป็นหนังอีกเรื่องที่คุณไม่ควรพลาดทุกประการค่ะ

สิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่ารัก กับการกดทับจากสิ่งใหญ่ใหญ่ที่เรียกว่า Beauty  Standard

รีวิวหนังสิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่า…รัก รีวิวหนัง รีวิวหนังเก่า รีวิวหนังรัก สิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่ารัก+

เราเสียน้ำตาให้กับฉากท้าย ๆ หลายฉากมากไม่ว่าจะเป็นฉากที่นางเอกซึ่งห่างเหินจากเพื่อน ๆ เพราะเอาแต่อยู่กับพวกพระเอกไปง้อจนกอดคอกันร้องเพลงวัน เดือน ปี และฉากที่นางเอกร้องไห้เปิดไดอารี่ซึ่งพระเอกเอามาให้ ในนั้นมีแต่รูปนางเอกทีเผลอที่พี่โชนแอบถ่ายไว้หลายรูปพร้อมข้อความบอกความในใจมากมายทำให้เราได้รู้ว่าพระเอกชอบนางเอกตั้งแต่ตอนหน้าปลวกแล้ว คือหน่วงมาก ณ จุดนี้ แต่สุดท้ายก็แฮปปี้เอ็นดิ้งนะ เป็นหนังอีกเรื่องที่คุณไม่ควรพลาดทุกประการค่ะ
รีวิวหนังสิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่า…รัก
– ข้อคิดดี ๆ จากหนังสิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่า…รัก
หนังสิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่า…รักทำให้เราได้เรียนรู้ถึงมิตรภาพความรักของการเป็นเพื่อนที่ดี ช่วยเหลือ และอยู่เคียงข้างกันและกัน แม้ว่าเราจะทำตัวอย่างไรสายใยระหว่างเพื่อนก็ไม่สามารถตัดได้ขาด และในมุมมองของความรัก สุดท้ายแล้วไม่ว่าเราจะเปลี่ยนแปลงตัวตนจนบรรลุเป้าหมายให้อยู่ในสายตาเขามากแค่ไหน แต่เขาก็รักที่คุณเป็นตัวของคุณที่นิสัยด้วยนะ

หากอยากให้เขาอยู่ในสายตา วิธีที่สุดคือ เราอาจจะเข้าหาเขา คอยช่วยเหลือ ให้เขารู้จักเรามากขึ้นและเมื่อเริ่มสนิทแล้วจึงค่อยบอกความในใจไป แม้จะเร็วแต่ก็ดีกว่าเราบอกช้าจนถูกคนอื่นแซงหน้านะ

รีวิว สิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่ารัก | ย้อนสู่การแอบรักของวัยมัธยมฯ
หนังที่พาเราย้อนไปสู่วัยมัธยมวัยของการแอบรักและทำทุกอย่างเพื่อให้ถูกรัก
Photo of PatSonic PatSonic Follow on Twitter23 August 2010 1 minute read หนังใหม่

ย้อนรอย “สิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่า…รัก” หนังไทยที่โดนใจคนแอบรักข้างเดียว |  ฝนตกเป็นหนัง

หนังสิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่า…รัก ได้ถ่ายทอดเรื่องราวของ “น้ำ”เด็กมัธยมหน้าตาขี้เหร่ถึงขั้นถูกเรียกว่า “ปลวก” เพราะไม่ค่อยสนใจดูแลตัวเองซึ่งน้ำได้ไปตกหลุมรัก “พี่โชน” รุ่นพี่ที่เป็นหนุ่มหล่อประจำโรงเรียน แต่เพราะมีคู่แข่งมากมาย

เธอจึงต้องลบคำสบประสามและทำให้เขาหันมาสนใจเธอให้ได้ ภารกิจแปลงโฉมจากปลวกน้อยให้กลายเป็นหงส์จึงเริ่มขึ้นท่ามกลางมิตรภาพของเพื่อนและความรักแบบปั๊ปปี้เลิฟที่มีแววจะปั่นป่วนมากกว่าที่คิด

อาทิตย์นึง ผมจะมีโอกาสได้ดูหนังจริงๆ ก็แค่เรื่องเดียวเท่านั้น เพราะเสาร์และอาทิตย์เป็นวันพักผ่อน และด้วยงบประมาณที่มีไม่เยอะนัก แม้จะมีหนังที่อยากดูหลายเรื่องแค่ไหน ก็ทำได้แค่ดูหนังอาทิตย์ละเรื่อง และเมื่อมันเป็นเช่นนั้น มันก็จำเป็นต้องมานั่งเลือกว่า อาทิตย์นี้จะดูเรื่องไหนดี เพราะบางครั้ง ก็มีหนังหลายเรื่องเรียงอยู่ในลิสต์ แต่ต้องเลือกมาแค่ “เรื่องเดียว” เท่านั้น

มาริโอ้ และ ใบเฟิร์น ในหนัง สิ่งเล็กเล็ก ที่เรียกว่ารัก
มาริโอ้ และ ใบเฟิร์น ในหนัง สิ่งเล็กเล็ก ที่เรียกว่ารัก
และบางครั้งก็มาตัดสินใจเอาในนาทีสุดท้าย อย่างเช่นวันนี้เป็นต้น

หลังจากคิดอยู่ว่า อยากเดินเข้าโรงหนัง ก็นึกชื่อที่คิดไว้ขึ้นมาในหัว แล้วก็เลือกด้วยความรู้สึก ผลปรากฏว่าเป็น “สิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่ารัก” หรือ “First Love” นั่นเอง หนังจากค่าย Work Point นั่นเอง นี่คงเป็นครั้งแรกที่ผมซื้อบัตรเข้าไปชมหนังของค่ายนี้ในโรง “สิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่ารัก” พาเราย้อนวัยกลับไปยังช่วงสมัยเรียนมัธยมฯ ช่วงนั้น ใครมีประสบการณ์แบบแอบรักรุ่นพี่ผู้ชาย คงจะอินกับหนังเรื่องนี้ไปเต็มๆ เสียดายที่เราเป็นผู้ชาย ถึงจะเคยแอบชอบรุ่นพี่ แต่มันก็แค่ชั่วประเดี๋ยวประด๋าว เว็บดูหนังฟรี

 

รีวิวหนังไทย สิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่า...รัก

แอบรักเพื่อนสิ ของจริงกว่า

เรื่องราวของการย้อนวัยสำหรับหนังไทยนั้นเคยใช้ได้ผลงานมาแล้ว แต่ประสบความสำเร็จอย่างเป็นปรากฏการณ์เลยด้วย แต่กับหนังเรื่องนี้ อาจเรียกได้เป็นปรากฏการณ์เล็กเล็กที่ทำให้เราได้รู้ว่า ค่ายหนังค่ายนี้ก็มีหนังดีๆ ให้เราดูเหมือนกัน เดี๋ยวจะหาว่า ผมพูดเกินไป ขอเข้าเรื่องอีกครั้งแล้วกันนะครับ

ในเมื่อผมเป็นผู้ชาย ตัวละครที่ผมจะได้เป็นก็คงไม่พ้น “โชน” ชายรุ่นพี่ที่หน้าตาดีหล่อเฟี้ยว สาวๆ ตอมกับตรึม แย่งกันจีบไม่เว้นวัน แต่ในใจผมน่ะเหรอ ผมมีคนในใจอยู่นะ แต่เป็นใครน่ะเหรอ ไม่บอกหรอก

หนึ่งในสาวๆ ที่มาแอบชอบผม ก็เห็นจะมีคนหนึ่งที่ออกจะดำๆ ใส่แว่น ดูไม่น่าจะโดดเด่นอะไรเลย เธอชื่อ “น้ำ” แต่เธอคนนี้แหละที่คอยมองผมแบบยิ้มๆ อยู่ตลอดมา เธอได้เล่นละครเป็นสโนว์ไวท์และผมเกือบจะได้เป็นเจ้าชายจูบเธอด้วยแนะ เธอได้เป็นดรัมเมเยอร์ของโรงเรียนทั้งๆ ที่โยนคทายังไม่เป็นเลย ยิ่งนานวัน ผมก็ยิ่งเห็นเธอน่ารักขึ้นเรื่อยๆ เธอไปทำอะไรของเธอมานะ

แล้วเธอก็กลายเป็นดาวโรงเรียนไปซะยังงั้น!

ประสาชายหนุ่มสุดหล่ออย่างผม ก็ต้องมีงานอดิเรกกับเขาบ้าง ผมชอบถ่ายรูปนะ มีกล้องประจำตัวอยู่ตัวหนึ่ง ก็ถ่ายไปเรื่อยเปื่อย วันนึง ผมคงได้เป็นตากล้องมืออาชีพกันเขาบ้าง แต่ผมก็ยังมีอีกมุมนึงนะ พ่อผมเป็นนักฟุตบอลที่เลิกเล่นเพราะยิงลูกโทษนัดชิงไม่เข้า และมันก็กลายมาเป็นตราบาปมาถึงตัวผมในวันนี้ ผมจะก้าวข้ามผ่านมันไปได้มั้ยนะ ดูหนังฟรี

แต่เรื่องราวของผมสมัยมัธยม ก็ไม่ได้มีแค่เรื่องของเด็กๆ หรอกนะ อาจารย์ก็ใช่ย่อย ชอบมาแสดงออกให้เด็กเห็นกันเป็นประจำ ไม่รู้ทำไม อาจารย์สาวๆ มักจะชอบอาจารย์ชายที่สอนพลศึกษากันจัง

ตัวอย่างหนัง สิ่งเล็กเล็ก ที่เรียกว่ารัก
หลังจากเสียงลือเสียงเล่าอ้าง บอกมาหลายเสียง ว่าหนังเรื่องนี้จะทำให้คุณเสียน้ำตาเป็นลิตร ให้เตรียมผ้าเช็ดหน้า กระดาษชำระไปเยอะๆ ประหนึ่งว่า มันจะโศกเศร้าร้องไห้กันทั้งเรื่องเยี่ยงนั้น การณ์กลับกลายเป็นว่า หนังช่วงต้น แทบทั้งหมดคือการปูเรื่องให้ไปถึงวันเสียน้ำตา เพราะฉะนั้น มันจึงเป็นเต็มด้วยภาพของวันสดใส ผู้หญิงที่กรี๊ดผู้ชาย และแสดงออกในแบบต่างๆ นานาๆ ทั้งแค่ได้เห็นหน้าก็พอใจ ไปจนถึงการแสดงละครเพื่อจะได้ซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ บทบาทน่ารักๆ ประกอบกันอยู่ในนั้น

แต่บางจุดก็ดูเหมือนจะหลุดๆ อยู่บ้าง ดูมันแปร่งๆ แต่ไม่เนียนตาเนียนใจอยู่บ้าง ยอมรับว่า นางเอกน่ารัก แต่ไม่อยากจะยอมรับว่า คนดำจะกลายเป็นคนขาวไปได้ ยอมรับว่า ความรักอาจทำให้คนตั้งใจทำอะไรดีๆ แต่บางทีบทมันออกจะมึนๆ เพื่อให้เกิดมุกที่เกินคาดหมาย ขณะที่ฉากเรียกร้องน้ำตาจากคนดู ค่อนข้างจะทำหน้าที่ได้ดี มีอยู่ฉากหนึ่งที่ค่อนข้างโดนเอามากๆ แม้บางช็อตผมจะไม่ได้มีประสบการณ์ร่วมนักก็ตาม

จะขัดใจอยู่มากๆ หน่อย ก็เห็นจะเป็นบทส่งท้าย ที่ดูยัดเยียดเกินงาม เหมือนต้องการจบอย่างที่ใจต้องการ มากกว่าจะให้มันเป็นไปตามหัวใจ ดูหนังออนไลน์

 

รีวิวหนังไทย รักแห่งสยาม

รีวิวหนังไทย รักแห่งสยาม

รีวิวหนังไทย รักแห่งสยาม

รีวิวหนังไทย รักแห่งสยาม รักไม่มีขีดจำกัด หนังที่สามารถเล่าครบแทบทุกมุมมองของความรัก

โต้งและมิวเพื่อนรักในวัยเด็ก ที่ได้กลับมาสานต่อมิตรภาพกัน กลับค้นพบความรู้สึกรักที่ยังเป็นสิ่งต้องห้าม เนื่องจากเป็นรักร่วมเพศ ในขณะเดียวกันครอบครัวของโต้งที่ความอบอุ่นค่อย ๆ เลือนรางเพราะการหายตัวไปของพี่สาว จนเหมือนจะถูกเติมเต็มเมื่อคนหน้าเหมือนพี่สาวโต้งโผล่กลับมา เป็นหนังรักที่หลายคนรีวิวเอาไว้ว่าเล่าได้ครบทุกรส ไม่ว่าจะเป็นความรักเห็นแก่ตัว ความรักที่ไม่ควรมีขอบเขต ความรักที่มีแต่ความหวังดี หรือสายใยรักในครอบครัวค่ะ

รีวิวภาพยนตร์ รักแห่งสยาม
-นี่คือ love actually เวอร์ชันไทยชัด ๆ หยิบมาดูไวไปหน่อย ถ้ารอคริสมาสต์แล้วได้มาดูอะไรแบบนี้คงเต็มอิ่มกับเทศกาล เหงา ๆ หนาว ๆ หึ้ย5555
-พี่มะเดี่ยวก็ยังคงเป็นพี่มะเดี่ยวที่มีพลังขยี้สิบแรงมือ ไม่รู้จะขยี้อะไรขนาดนั้น น้ำตาหนูไหลไม่ทันแล้วพี่ มันทุกจุด ทุกช็อตจริง ๆ ทุกสิ่งที่ตัวละครพูด หรือทำ ทุกแววตาที่แต่ละตัวละครมองกัน มันดูมีความหมายไปซะหมด คุณภาพคับแก้วจริง ๆ
–เป็นหนังLGBTที่เก่า แต่มีความคลาสสิคและได้อารมณ์ลึกลงไปในใจ ดูแล้วสัมผัสได้ถึงความรัก ความรู้สึก ความเหงา ได้ทุกมู้ดทุกอารมณ์แบบลึกซึ้งอ่ะ ไม่ใช่มาแค่ผิวเผินแล้วก็จากไป แต่เป็นความรู้สึกที่เรียกได้ว่ากัดกินหัวใจไม่น้อยเลยทีเดียว

-เราชอบการเล่าเรื่องของหนัง มันดูไปเรื่อย ๆ แต่ก็ทวีความรู้สึกที่กดทับหัวใจให้มันมากขึ้น ๆ เก็บรายละเอียดในแต่ละซีนแล้วเอามาขยี้ทีหลัง คือแบบ เห้ยมันกินใจมาก โดยเฉพาะการเอาเพลงมาเป็นส่วนนึงในการขับเคลื่อนตัวหนัง มันโรแมนติกแบบหน่วง ๆ เอาจริง ๆ เพลงนี่มันช่วยขับเคลื่อนความรู้สึกได้เยอะเหมือนกันนะ ทั้งตัวเนื้อร้อง ทำนอง เมโลดี้ เสียงร้องและอินเนอร์ของพี่พิชชี่ที่ทุกครั้งเวลาร้องเพลงให้มาริโอนี่คือเรายิ้มนะ มีความสุขมาก แต่ในใจลึก ๆโคตรหน่วงเลย

-นักแสดงคือสมแล้วจริง ๆ ที่เข้าชิงกันทุกคน ทุกอย่างมันโฟลว ธรรมชาติ เหมือนไม่ได้มีบทให้ท่อง สายตาของมาริโอกับพิชชี่นี่คือได้มาก เรารู้เลยว่าทั้งสองคนคิดอะไรยังไงอยู่ เป็นหนัง 2 ชั่วโมงครึ่งที่เหมือนผ่านไปแค่ครึ่งชั่วโมง แต่ความรู้สึกในใจกลับเหมือนถูกตราตรึงไม่มีวันหายไปไหน 12 ปีที่ผ่านไปไม่ได้ทำให้หนังเรื่องนี้เก่าเกินจะดูเลยซักนิดเดียว เว็บดูหนัง

รัก แห่ง สยาม The Love of Siam - Pantip

ดูแล้วอยากวาร์ปไปเดินสยามตอนนี้เลย
เทศกาลคริสมาสต์นี่มันเข้ากับความรักจริงๆเล้ย
ถึงอากาศจะหนาว
ถึงคู่รักรอบ ๆ จะทำให้เหงาไปบ้าง
แต่แค่ได้กลับบ้านมานอนในห้องอุ่น ๆ นอนดูรักแห่งสยามวนไป หัวใจก็อบอุ่นขึ้นมาแล้วแหละเนอะ

จุดเปลี่ยนแรกของครอบครัวโต้งคือการสูญเสียแตง พี่สาวคนโตของครอบครัวไปจากการหลงป่า จุดนี้เป็นจุดที่ทำให้ครอบครัวที่เคยสมบูรณ์แบบเปลี่ยนแปลงไปจากหน้ามือเป็นหลังเท้าเลยทีเดียว ในมุมมองของผมมองว่าการสูญเสียแตงไปทำให้เกิดตัวละครสองตัวที่สะท้อนความคิดใต้จิตใจของมนุษย์ต่อการสูญเสียคนที่รักไป ผ่านตัวละคร “สุนีย์” และ “กร”

“สุนีย์” เป็นภาพสะท้อนของ “คนที่พยายามหลีกหนีความจริงจากการสูญเสีย” ไม่ผิดหรอกครับที่คนเราจะต้อง move on และเดินหน้าต่อไป แต่สำหรับสุนีย์นั้นมันไม่ใช่แค่การมูฟออน แต่มันคือการทิ้งความจริงทั้งหมดไว้ข้างหลัง เพื่อพยายามให้ตัวเอง(และครอบครัว) หลุดพ้นจากความเจ็บปวดไปได้ ในฉากหนังเราจะเห็นการย้ายบ้านของโต้ง เหตุผลหนึ่งผมมองว่าสุนีย์พยายามจะพาทุกคนออกไปจากบรรยากาศที่มีแตงเคยอยู่ หรือหลายครั้งที่สุนีย์พยายามไม่พูดถึงเรื่องราวในอดีตของแตง เช่น ฉากที่สุนีย์นั่งดูทีวีกับโต้ง แล้วกรเดินถือรูปถ่ายที่มีแค่สามคน แต่ไม่มีแตงมาถามว่า

“แตงหายไปไหน?”

ซึ่งสุนีย์ก็ตอบกลับอย่างปัด ๆ ว่า “ไปกับเพื่อนแล้วมั้ง ฉันจำไม่ได้”

กรก็ซักต่อว่า “แล้วทำไมไม่เอารูปที่มีแตงมาวางล่ะ”

ทำให้สุนีย์ถึงกับอารมณ์ขึ้นแล้วเหวี่ยงกลับไปว่า “ก็เพราะว่ามันไม่มีเขาแล้วอะสิ”

จากเรื่องราวเหล่านี้มันสะท้อนให้เห็นว่าสุนีย์พยายามที่จะหนีจากความเจ็บปวดแบบสุดโต่ง คือไม่พูดถึง ไม่กล่าวถึง พยายามทำให้ครอบครัวของตนเองลืมแตงไปให้ได้ แต่ผมเชื่อว่าสุนีย์รู้ดีว่า “เขากำลังหลอกตัวเอง”

มาดูอีกด้านหนึ่ง “กร” ผู้เป็นพ่อที่รู้สึกผิดต่อตัวเองอย่างมากที่อนุญาตให้ลูกไปเที่ยวกับเพื่อนต่อจนนำมาซึ่งเหตุการณ์สะเทือนใจครั้งใหญ่ของครอบครัว ทำให้กรเศร้ามาก และสุดท้ายหันมาพึ่งเหล้าแทน สำหรับผมมองว่า หนังฟรี

12 ปี 'รักแห่งสยาม' จุดเริ่มต้นแห่งการขับเคลื่อน LGBT - Tonkit360

“กรเป็นตัวแทนของคนที่จมอยู่กับอดีต”
ในขณะที่สุนีย์พยายามมูฟออน แต่กรกลับทำทุกอย่างตรงกันข้าม เขาเฝ้านึกถึงเหตุการณ์นั้นอยู่ตลอดและโทษตัวเองเสมอ ฉากเดียวกันกับข้างบนและอีกหลายฉากในเรื่องที่กรจะเปิดดูรูปถ่าย และถามคนนั้นคนนี้อยู่เสมอว่าแตงไปไหน ทั้งที่ความจริงผมว่ากรรู้ดีอยู่แล้วว่าแตงไม่มีทางกลับมา และเขาสูญเสียลูกสาวของเขาไปแล้วจริง ๆ จึงประชดชีวิตตัวเองด้วยจมอยู่กับกองเหล้าตลอดเวลา

เมื่อผลจากการเดินทางตรงกันข้ามของผู้เป็นพ่อและแม่ ทำให้ผลกรรมตกมาอยู่ที่ “โต้ง” กลายเป็นว่าโต้งขาดความเป็นตัวเองไปหลังจากสูญเสียแตง ผมสังเกตจากการที่ในช่วงวัยเด็ก(เก้า จิรายุ) โต้งมีความเป็นคนขี้เล่นและเป็นตัวเองมากกว่า แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์สูญเสียครั้งนั้นขึ้น โต้งกลายเป็นอีกคนที่นิ่ง ๆ ไม่หือไม่อือกับอะไรทั้งนั้น แม้กระทั่งกับความรักที่มีกับโดนัท (เบสท์ อธิชา) ก็ตาม ในช่วงที่โต้งกำลังก้าวเข้าสู่วัยรุ่นอย่างเต็มตัว เขาจึงไม่รู้ความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเอง ว่าเขาต้องการอะไร

รีวิวหนังไทย รักแห่งสยาม

จุดเปลี่ยนที่สองของครอบครัวนี้ คือการกลับเข้ามาของมิว และการที่ได้รู้จักกับจูน หญิงสาวที่มีหน้าตาคล้ายกับแตงอย่างกับคนเดียวกัน หนังใหม่

การเข้ามาของจูน(ที่หลอกกรว่าเป็นแตง) ทำให้บรรยากาศภายในครอบครัวดูเหมือนจะดีขึ้น ที่บอกว่าดูเหมือนจะดี ความหมายก็คือยังไม่ดีนั่นเองครับ เพราะทุกอย่างที่เข้ามาทำให้ทุกตัวละครเกิดการหลอกตัวเองขึ้น ในมุมนี้สุนีย์ก็พยายามหลอกตัวเองว่าการที่จูนปลอมเป็นแตงจะช่วยทำให้สามีของเธอยอมเข้ารับการรักษาอาการติดเหล้า

ส่วนกรที่มีท่าทีเปลี่ยนไป ผมกลับมองว่าในเรื่องราวนี้ กรรู้อยู่แล้วว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่แตง เพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมาเขาเชื่ออย่างสนิทใจไปแล้วว่าแตงไม่ได้อยู่แล้ว แต่เขาก็เลือกทำสิ่งต่าง ๆ เพื่อหลอกตัวเองในเรื่องความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในอดีต ผมตีความจากการเล่นเกมหาสมบัติของกร อย่างที่โต้งบอกแหละครับว่ามันเป็นเกมประจำครอบครัว แปลว่ากรมีอะไรจะให้กับแตง(จูน) แต่สุดท้ายจูนก็เล่นไปไม่ถึงที่กรจะให้ ผมว่ากรไม่ได้ลืมอย่างที่โต้งบอกหรอก แต่เรื่องนี้ทำให้กรรู้ว่าถ้าเป็นแตงจริง ๆ แตงคงไม่หยุดเล่นแค่นี้แน่ หรือฉากเปิดดูอัลบั้มรูปที่กรก็พยายามหลอกถามให้แตงเล่าเหตุการณ์ต่าง ๆ จนไปถึงรูปเจ้าปัญหาที่ไม่มีแตง จูนบอกว่าแตงคงไปกับเพื่อนแล้ว ถึงไม่ได้อยู่ในรูป เหตุการณ์เหล่านี้น่าจะทำให้กรมั่นใจได้ว่าคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าเขาไม่ใช่แตง เขาสูญเสียแตงไปแล้วจริง ๆ ดังนั้นมันจึงสะท้อนออกมาที่มีฉากที่กรเข้าโรงพยาบาล แล้วจูนบอกกับสุนีย์ว่าถึงเขาจะเข้ามา แต่กรก็ไม่เคยหยุดกินเหล้าเลย ถ้าในแง่หนึ่งอาจจะมาจากอาการติดเหล้า แต่ในมุมหนึ่งผมกลับมองว่ามันสะท้อนว่ากรรู้ความจริงทุกอย่าง และยังจมอยู่กับอดีตเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

รักแห่งสยาม-8 - Tonkit360

รักแห่งสยาม
ผมว่าหนังเล่าได้ดีมากผ่านรูปภาพรูปนี้ เพราะมันทำให้เราเห็นพัฒนาการของตัวละครได้ดีมาก ๆ

ในช่วงต้นเรื่อง ฉากที่ผมเล่าไปที่กรถามถึงแตง นั่นสะท้อนให้เห็นว่าสุนีย์และกรกำลังเดินสวนทางกัน ซึ่งนี่คือสิ่งที่ทำให้ครอบครัวที่เคยสมบูรณ์เปลี่ยนแปลงไป
ฉากที่สอง คือฉากที่กรคุยกับแตง(จูน) ผมมองว่าช่วงเวลาที่จูนเข้ามาในครอบครัว ทำให้เส้นทางที่เคยเดินสวนทางกันของพ่อแม่ มันกลับมาใกล้กันมากขึ้น คือตัวละครจูนกำลังทำให้ทุกคนยอมรับความจริงและอยู่กับความจริงมากขึ้น
และฉากสุดท้ายคือฉากที่สุนีย์เล่นเกมตามหาสมบัติที่จูนวางไว้ จนไปพบข้อความสุดท้ายที่ทิ้งท้ายพร้อมกับรูปถ่ายรูปเดิม เมื่อกรเดินมาเห็นแล้วถามว่า “แตงไปกับเพื่อนแล้วใช่มั้ย?”
สุนีย์ที่เคยหนีความจริงมาตลอด ตอนนี้ก็ยอมรับแล้วว่าในรูปแตงยังอยู่กับเรา เพราะแตงเป็นคนถ่ายรูปนั้นเอง
อีกตัวละครสำคัญที่ทำให้สุนีย์ต้องยอมรับความเป็นจริงโดยดุษฎี คือ มิว การสูญเสีย “ ลูกสาว” คงเป็นเรื่องยากที่คนเป็นแม่จะยอมรับได้ เขาจึงพยายามทำทุกวิถีทางที่จะไม่ยอมสูญเสีย “ลูกชาย” คนสุดท้ายไปเป็นอันขาด ฉากสุนีย์ไปคุยกับมิวที่บ้านเพื่อให้มิวยุติความสัมพันธ์กับโต้ง นั่นคือความในใจทั้งหมดของตัวละครตัวนี้  เว็บดูหนังฟรี

สิ่งที่เกิดขึ้นกับครอบครัวนี้ ไม่ใช่เพราะขาดความรัก แต่เป็นเพราะพวกเขามีความรักให้กันอย่างมากล้น แต่ไม่เคยที่จะเข้าใจในความรักมุมมองของคนอื่นบ้าง สุนีย์เป็นแม่ที่ลุกขึ้นต่อสู้เพื่อเป็นเสาหลักของครอบครัว จากหลายฉากแสดงให้เห็นว่าเขายอมทำทุกอย่างเพื่อให้ครอบครัวกลับมาสมบูรณ์ แม้กระทั่งการยอมให้จูนเข้ามาในครอบครัว ทั้งที่มันเป็นสิ่งที่สุนีย์ปฏิเสธมาโดยตลอดหลังการสูญเสียแตงไป ถึงแม้ว่าหนังจะพยายามเล่าให้สุนีย์ดูจะสงสัยกับชีวิตของจูนกับแตง แต่หลายฉากมันก็อธิบายในตัวเองไปแล้วว่าสุนีย์ไม่คิดว่าจูนคือแตง ทั้งการพูดกับจูนว่า เธอไม่ใช่คนในครอบครัวของฉันจะไปรู้อะไร หรือฉันควรจะรู้ว่าเธอเป็นใคร ไม่ใช่เอาใครที่ไหนไม่รู้เข้ามาในบ้าน ทั้งหมดทั้งมวลนี้มันชัดเจนอยู่ในตัวแล้วว่าสุนีย์ยอมรับ

ตั้งแต่แรกแล้วว่าเขาสูญเสียแตงไปแล้วPANTIP.COM : A6068363 <<<<<<<<<< ดูแล้วมาคุยกัน ... รักแห่งสยาม ,  ทุกชีวิตเติบโตได้ด้วยความรัก >>>>>>>>>> [ภาพยนตร์]

บทสรุปของเรื่องทำให้เราเห็นถึงการกลับมาเชื่อมต่อกันของคนในครอบครัวอีกครั้ง ฉากโต้งถามแม่เรื่องเลือกตุ๊กตาตัวไหนดี ฉากสุนีย์ดูรูปถ่ายครอบครัวกับกรแล้วร้องไห้ และสิ่งสำคัญคือ เราทุกคนล้วนต้องยอมรับความจริงและอยู่กับมันให้ได้ ถึงแม้ว่ามันจะเป็นความจริงที่เจ็บปวด แต่สุดท้ายความจริงก็คือความจริง สุดท้ายความรักของครอบครัว คือความรักที่ยิ่งใหญ่และมีพลังมาก ในหลายครั้งเราอาจจะไม่เข้าใจในความหวังดีของคนในครอบครัวจนนำมาซึ่งความขัดแย้งกันได้ ดังนั้นรักกันอย่างเดียวอาจจะไม่พอ ในเมื่อเราไม่สามารถเข้าใจจิตใจของทุกคนได้ผ่านการมองตา การสื่อสารและการเชื่อมต่อซึ่งกันและกันจึงสำคัญไม่แพ้กับความรักที่เรามีให้กันเลยครับ

มาถึงตอนสุดท้ายอยากขอบคุณทีมงานและทีมนักแสดงเรื่องนี้ทุกคนที่ได้สร้างผลงานหนังไทยดี ๆ ออกมาให้เราชม อยากให้หนังไทยมีผลงานดี ๆ แบบนี้อีกครับ เชื่อว่าคนไทยของเรามีศักยภาพมากพอที่จะสร้างผลงานดีๆออกมาให้คนไทยได้ชมนะครับ ดูหนัง ไทย

ตอนแรกเราเฉยๆกับเรื่องนี้ อิมเมจของเรื่องนี้ที่เราคิดไว้คือหนังรักชายหญิงปกติธรรมดาที่พยายามยัดเยียดประเด็นรักร่วมเพศเข้ามาเพื่อเรียกแขกให้ดู เพราะปกติเวลาเราเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็จะมีแต่คนพูดถึงฉากเกย์บ้างแหละ พูดถึงว่ารู้สึกหักมุมบ้างแหละ จนเหมือนตอนนั้นเราไม่ได้เห็นด้านอื่นๆของหนังเรื่องนี้เลยนอกจากประเด็นรักร่วมเพศซึ่งพอมาดูแล้วผิดกับที่คิดทั้งหมด ดูหนังฟรี

ถ้าให้เราบอกคือหนังเรื่องนี้ไม่ใช่หนังรัก มันคือหนังของการค้นหาตัวตนของเด็กที่กำลังเติบโตในสภาพครอบครัวที่พังทลาย เราไม่รู้มาก่อนว่าประเด็นในเรื่องมันจะหนักขนาดนี้ กลายเป็นว่าโดยรวมหลายๆสิ่งในเรื่องเราไม่แปลกใจว่าทำไมมันถึงดังและมีคนชอบมากในช่วงนั้น เราว่าน่าจะเป็นเพราะประเด็นพวกนี้แหละที่ทำให้มันกลายเป็นหนังที่ดูมีอะไรขึ้นมา และพอเราดูจบเราก็พบว่าฉากเกย์ไม่ได้ใส่มาแบบยัดเยียด แต่ใส่มาเพื่อให้เห็นและเข้าใจในพัฒนาการของตัวละครมากกว่า

รักแห่งสยาม “ขอบคุณนะคะที่กล้าสอนหนู” เรื่องความรักและการมูฟออน | Spectrum  - พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน

เรื่องราวเกี่ยวกับครอบครัว 4 คน พ่อแม่พี่สาวน้องชาย อยู่กันอย่างสงบสุขเป็นปกติ แต่กลายเป็นว่าอยู่ดีๆวันหนึ่ง พี่สาวที่ไปเที่ยวกับเพื่อนก็หายไปและไม่มีวี่แววว่าจะกลับมาอีกเลย เธอไปเดินป่าจึงไม่รู้ว่าตอนนี้ไปอยู่ที่ไหน อาจจะตายไปแล้วก็ได้ และนี่คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ครอบครัวที่มีความสุขอยู่ดีๆเกิดการเปลี่ยนแปลง

เราชอบการแสดงของมาริโอ้ เมาเร่อเรื่องนี้มากนะ คือเราอยู่ในยุคที่ติดภาพเขาจากบทแบบอื่นไปแล้วแต่พอมาเรื่องนี้เรากลับรู้สึกว่าเขาไม่ใช่แบบในเรื่องอื่น เรารู้สึกว่าเขาเป็นเด็กหนุ่มที่รู้สึกมีปมทางครอบครัวจริงๆ มันเป็นตัวละครที่ดูอึดอัดแปลกๆและมาริโอ้เดินเรื่องได้ดีเลย แต่ที่ดีกว่าคงเป็นตัวแม่อย่างนก สินใจ และพ่ออย่างกบ ทรงสิทธิ์ที่การเข้าฉากร่วมกันเป็นอะไรที่อลังมากกก มันให้ความขนลุกแบบแปลกๆจากการแสดงของพวกเขา ยิ่งบทที่เขียนมาแล้วต้องใช้อารมณ์เป็นหลักซึ่งพวกเขาทำออกมาได้ดีมากยิ่งทำให้เรื่องนี้ดีขึ้นไปอีก

เรื่องนี้มีอะไรดีๆมากกว่าฉากเกย์ที่ทุกคนพูดถึงกันนะ ทั้งประเด็นสังคมเรื่องเพศด้วย เรื่องครอบครัวที่หลักกว่า เราชอบมาก เรื่องนี้พูดถึงปัญหาในครอบครัวออกมาได้ดีมาก ถ่ายทอดปัญหาระหว่างตัวละคร ความสัมพันธ์ต่างๆ ยิ่งการเปลี่ยนไปจนน่ากลัวภายในครอบครัวที่สร้างบรรยากาศออกมาได้ดี เอาเป็นว่าเราไม่อยากให้ทุกคนพลาดหนังเรื่องนี้ไปเพราะคิดว่าเป็นหนังรักวัยรุ่นธรรมดา ที่จริงมันมีอะไรมากกว่านั้นเยอะ ดูหนังออนไลน์

รีวิวหนังไทย ร่างทรง

รีวิวหนังไทย ร่างทรง

รีวิวหนังไทย ร่างทรง

รีวิวหนังไทย ร่างทรง มาถึงหนังสยองขวัญของไทยที่กลายเป็นว่าเพื่อนบ้านที่อื่นๆ ได้มีโอกาสได้พิสูจน์ก่อนชาติที่เป็นเจ้าของเรื่องราว อย่าง “ร่างทรง” (The Medium) ที่เป็นการจับมือร่วมกันสร้างระหว่าง จีดีเอช กับ SHOWBOX ของเกาหลีใต้ พร้อมกับได้ทีมงานและทีมทำงานที่ผสมผสานทั้งไทยและเกาหลีในการสร้างสรรค์ผลงานหลอน ด้วยการหยิบเอาประเด็นความเชื่อท้องถิ่นมาปรุงแต่งให้กลายเป็นความสะพรึงชวนขนลุก แต่ผลลัพธ์ของหนังที่ออกมา…จะเป็นความสะพรึงแบบที่เขาร่ำลือกันจริงหรือเปล่านะ?

ร่างทรง ว่าด้วยเรื่องราวของความเชื่อทางไสยศาสตร์ท้องถิ่นทางภาคอีสานของไทย โดยหนังจะโฟกัสที่ครอบครัวหนึ่งที่เชื่อในเรื่องเทพเจ้าที่เคารพบูชา และทำหน้าที่เป็นร่างทรงแบบสืบทอดกันมา แต่ปรากฏว่าพวกเขากับต้องเผชิญหน้ากับดวงวิญญาณและภูติผีที่แปลกประหลาดที่พยายามเข้ามาสิงสู่ในร่างของ มิ้งค์ หลานสาวของครอบครัว และเหตุการณ์ทั้งหมดนี้อาจจะต้องเปลี่ยนแนวคิดความเชื่อของพวกเขาไปตลอดกาล

หนังใช้สูตรการเล่าเรื่องแบบ Mockumentary หรือ หนังสารคดีล้อเลียน ที่เป็นหนังที่ซ้อนสารคดีไปในตัว ถือว่าเป็นการใช้สูตรที่ค่อนข้างท้าทายพอสมควร เพราะการเล่าเรื่องด้วยวิธีนี้มีหนังหลายเรื่องนำมาใช้และตกม้าตายไปก็หลายหนแล้วเช่นกัน แต่ ร่างทรง ก็เปิดตัวมาได้ค่อนข้างน่าสนใจ ด้วยการแนะนำเป็นการถ่ายทำสารคดีที่ตามชีวิต ป้านิ่ม ร่างทรงย่าบาหยัน ที่เป็นคนสืบทอดร่างทรงนี้ในรุ่นปัจจุบัน หนังดำเนินเรื่องในช่วงแรกได้อย่างกลมกล่อมและน่าสนใจพอตัว ส่วนหนึ่งก็เพราะว่าชีวิตป้านิ่มและสิ่งที่เธอทำนั้นค่อนข้างอยากให้คนใฝ่รู้

เปิดอ่านเรื่องน่ารู้: เปิด 13 ความเชื่อ พิธีกรรม ผี และสิ่งลี้ลับ จากหนังเรื่อง ร่างทรง เว็บดูหนัง

แต่นั่นก็ดูเหมือนจะเป็นข้อดีหลักๆ เพียงอย่างเดียวในหนังเรื่องนี้ที่ทำออกมา ในขณะที่หนังเดินเรื่องมาได้สัก 15-20 นาทีแรกกับโจทย์ที่ค่อนข้างน่าสนใจ ก่อนจะค่อยๆ เลอะเลือนประเด็นเบนไปอีกทางที่ไกลออกไป เมื่อหันไปโฟกัสเรื่องราวของหลานสาวที่ชื่อ มิ้งค์ กับพฤติกรรมแปลกประหลาดของเธอที่ค่อนข้างเปลี่ยนไป ที่ยังคงหยิบความหลักแนวคิดความเชื่อทางศาสนามาเป็นเส้นกั้นบางๆ โดยใช้พุทธศาสนาและคริสตศาสน เข้ามาขนานเคียงข้างไปกับความเชื่อเรื่องภูติผี

เรื่องราวของมิ้งค์ในช่วงเกริ่นแรกๆ ก็ยังพอดูได้ แต่ยิ่งเป็นหนักเข้า ก็พลอยทำให้ภาพรวมของหนังเริ่มสั่นคลอนและสะเปะสะปะรุงรังไปหมด สุดท้ายก็ยังคงหยิบเอาสูตรสำเร็จหนังผีเดิมๆ ที่จีดีเอชเคยทำมาแล้ว อีกทั้งยังไปหยิบยืมองค์ประกอบของหนังแนวๆ นี้มาใช้สร้างสมดุลให้กับหนัง หลายคนอาจจะรู้สึกว่าหนังค่อยๆ ไต่ระดับความพีคในเรื่องราวยิ่งขึ้นไป แต่กลับมองว่าหนังยิ่งเละเทะยิ่งขึ้นๆ มากกว่า

โดยเฉพาะช่วงราวๆ 20 นาทีสุดท้ายของหนัง กลายเป็นความนรกแตกที่เหมือนผัดกับข้าวในขั้นตอนท้ายๆ ที่ปรับเร่งไฟขึ้นและหยิบจับใส่เครื่องปรุงนั่นนี่ลงกระทะแบบรัวๆ จนเปลวไฟลุกฉ่า แต่ผลลัพธ์ที่พยายามจะทำให้คนดูรู้สึกตกตะลึงและหวาดผวากับตัวหนังถือว่าล้มเหลว กลับรู้สึกว่าหนังพาคนดูมาได้ไกลมาก…ไกลจนเกินไป เมื่อลองเหลียวมองหันหลังกลับไปดูจุดเริ่มต้นที่หนังได้สั่งสมเอาไว้เสียดิบดี แต่ช่วงสุดท้ายคือ…เมนูที่ดูจัดจ้านแต่รสชาติยังไม่กลมกล่อม

 

เอาจริงๆ ก็ไม่อยากจะคิดไปเองว่า หรือว่า “โต้ง-บรรจง ปิสัญธนะกูล” หมดแพชชั่นกับการทำหนังสยองขวัญที่เขาเคยทำเอาไว้ขึ้นหิ้งมาแล้วหรือเปล่า วิสัยทัศน์ต่างๆ ในหนังเรื่องนี้แทบไม่ค่อยเห็นความจัดจ้านในรูปแบบหนังผีของโต้งที่เคยสร้างสรรค์ออกมาเลย ถือว่าดีที่มีโปรดิวเซอร์เกาหลี “นาฮงจิน” มาช่วยคลุมโทนของหนังเอาไว้ได้อยู่หมัด ไม่เช่นนั้น ร่างทรง อาจจะการมีความเละเทะ ทะลุทะลวงลอยแม่น้ำโขงไปไกลได้ เว็บดูหนังฟรี

แต่กระนั้นก็ต้องยอมรับฝีไม้ลายมือของทีมนักแสดงในหนังเรื่องนี้ ที่เป็นความฉลาดของหนังที่ไม่เลือกใช้ดาราที่มีชื่อเสียงมาถ่ายทอดเรื่องนี้ การใช้นักแสดงโนเนมมาสวมบทบาทก็ทำให้คนดูรู้สึกเข้าถึงคาแรกเตอร์ต่างๆ ได้ดี ต้องปรบมือให้กับ “ญดา นริลญา” ที่แม้ว่าจะเป็นนักแสดงสาวที่เคยมีผลงานเล่นซีรีส์มาบ้างประปราย แต่มาในเรื่องนี้เจองานหินแต่เธอก็สู้ไม่หวั่นเช่นกัน คาแรกเตอร์ของเธอค่อนข้างหนักหน่วงพอสมควร ทั้งแอคติ้งเป็นคนทั่วไปก็ว่ายากแล้ว นี่ต้องมาเล่นเป็นคนไม่ปกติ และสีหน้า-แววตาทางการแสดงของเธอ ก็ถือว่าเกื้อกูลต่อตัวหนังได้ระดับหนึ่ง

แต่ดาวเด่นจริงๆ ในหนังก็คงต้องยกให้ “สวนีย์ อุทุมมา” คนนี้ไม่ต้องพูดอะไรเยอะ แม้ว่าเราจะเห็นเคยเธอรับบทตัวประกอบ-ตัวละครสมทบอยู่เรื่อยๆ แต่ฝีมือการแสดงของเธอนั้น เทียบชั้นครูได้เลย ทุกๆ ฉากที่มีเธอปรากฏตัวขึ้นมาในหนังนั้น มีพลังอย่างเหลือล้น เธอจึงกลายเป็นตัวละครที่ช่วยพยุงหนังเอาไว้ได้อย่างแท้จริง เป็นการแสดงที่ปลดปล่อยออกมาในรูปแบบน้อยแต่มาก ทั้งอินเนอร์และท่าทางออกมาเองโดยอัตโนมัติ ต้องยกให้เธอคนนี้จริงๆ

อีกองค์ประกอบหนึ่งที่คงต้องชื่นชมในหนังเรื่องนี้ ก็คงจะเป็นงานออกแบบศิลป์ในฉากต่างๆ พิธีกรรมที่จัดฉากขึ้นมาดูมีมนต์ขลังในแบบที่ไม่ต้องพยายาม ทีมงานทำการบ้านในเรื่องนี้ค่อนข้างน่าพอใจ ยิ่งมาผนวกกับบรรยากาศโลเคชั่นป่าฝนริมโขง แถวพื้นที่ จ.เลย และภาคอีสานตอนบน ยิ่งเพิ่มโทนบรรยากาศของหนังให้ดูมีความเลื่อมใสอยู่ไม่น้อย

เอาเป็นว่าในภาพรวมนั้น ร่างทรง ยังไม่ใช่หนังที่สมบูรณ์แบบใดๆ การใช้สูตร Mockumentary ของหนังเกือบจะล้มเหลว ในขณะที่บทหนังก็ดูยังไม่แข็งแรงเพียงพอ หนังพยายามบิ้วท์ความกลัวและความสยองขวัญมากเกินไป เปิดเรื่องมาด้วยประเด็นที่ชัดเจนและน่าสนใจ แต่ดันเบนเข็มไปแตะต้องสูตรสำเร็จความน่ากลัวแบบเดิมๆ ที่ทำให้ไม่ค่อยรู้สึกบันเทิงตามด้วยสักเท่าไหร่ จากการเปิดตัวร่างทรงแบบสวยๆ มาปิดท้ายกลายเป็นงานคนทรงที่เละเทะข้าวของกระจัดกระจายเต็มไปหมด และโดยสรุปแล้ว…ความสะพรึงของหนังก็ยังไม่ได้ดีเลิศอะไรขนาดนั้น

เรื่องย่อ: เรื่องราวการสืบทอดทายาทร่างทรง ย่าบาหยัน ของครอบครัวหนึ่งในภาคอีสานของไทย เมื่อทายาทรุ่นปัจจุบันไม่อยากรับช่วงต่อแต่ก็ไม่อาจฝืนชะตาได้ นำมาสู่เรื่องราวเขย่าขวัญคนทั้งโลก!

รีวิวหนังไทย ร่างทรง

เรื่องเกริ่นขึ้นใน ปี 2018 ทีมงานสารคดีทำข้อมูลเรื่องราวเกี่ยวร่างทรงในไทย และไปพบเจ้าของเรื่องอย่าง ป้านิ่ม (เอี้ยง-สวนีย์ อุทุมมา) ที่เป็นร่างทรง ‘ย่าบาหยัน’ ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำท้องถิ่นในจังหวัดเลย ที่น่าสนใจคือย่าบาหยันจะสืบทอดกันต่อเฉพาะลูกหลานที่เป็นผู้หญิงในตระกูลของป้านิ่มเท่านั้น โดยคนที่มีแนวโน้มรับต่อในปัจจุบันมากที่สุดคือ มิ้งค์ (ญดา-นริลญา กุลมงคลเพชร) ลูกของพี่สาวป้านิ่มนั่นเอง ทำให้ทีมสารคดีขออนุญาตมาถ่ายทำป้านิ่มและครอบครัวในปี 2019 จนได้มาเจอเรื่องราวต่าง ๆ และตัดสินใจเปลี่ยนหัวข้อของสารคดีจากเรื่องว่าร่างทรงคืออะไร มาเป็นเรื่องของการสืบทอดร่างทรงแทน

เรื่องราวที่เราจะได้รับชมทั้งหมดในหนังเรื่อง “ร่างทรง” จึงมาจากสายตาของทีมงานสารคดีนี้ทั้งสิ้น หนังฟรี

นี่คือการกลับมารับงานหนังสยองขวัญครั้งล่าสุดของ โต้ง – บรรจง ปิสัญธนะกูล ผู้กำกับชั้นแนวหน้าในปัจจุบันของไทยจากทั้งผลงานปลุกกระแสผีไทยจาก “ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ” (2547) จนมาถึงสร้างประวัติศาสตร์หนังไทยพันล้านจากหนังสยองปนขำเรื่อง “พี่มากพระโขนง” (2556) ทำให้ทุกสายตาจับจ้องมาที่ตัวเขาในทุกย่างก้าว

และการก้าวรอบนี้ก็เรียกว่าเป็นบันไดก้าวแรกสู่ระดับนานาชาติของบรรจงอย่างแท้จริง เพราะเขาได้รับการทาบทามให้ร่วมงานกับผู้กำกับเกาหลีชื่อดังระดับเวทีนานาชาติอย่าง นาฮงจิน ที่เคยมีผลงานแนวสยองขวัญเรื่อง “The Wailing” (2016) ที่ได้รสชาติสยองชวนคิดที่น่าสนใจ และหนังเรื่อง “ร่างทรง” ก็ไปคว้าอันดับ 1 ในบ็อกซ์ออฟฟิศของเกาหลีมาได้ด้วยอย่างงดงามเมื่อกลางปีที่ผ่านมา พร้อมคำชื่นชมในดีกรีความโหดขนหัวลุกของหนัง แน่นอนว่านี่คือความภูมิใจของคนไทยอย่างแท้จริงแล้ว โดยไม่ต้องสนใจว่าหนังจะออกมาหน้าตาเป็นอย่างไร

รีวิวหนังไทย ร่างทรง

ถ้าจะนับว่าอะไรที่ นาฮงจิน ส่งผลด้านดีต่อหนังนอกไปจากโครงเรื่องตั้งต้นที่เดิมเขาตั้งใจไว้ทำ “The Wailing” ภาค 2 นั่นก็คือ แนวทางการสร้างฉากและบรรยากาศของหนัง ที่กลิ่นฝนชื้นในชนบทดูเยือกเย็น ชวนเร้นลับ และภาพแปลกตาของพิธีกรรมความเชื่อที่แฝงอยู่ในชีวิตของคนได้อย่างน่าทึ่ง ฉากหลังเป็นตัวละครสำคัญอีกตัวหนึ่งที่ขาดไปรับรองหนังมีกร่อยลงแน่ ๆ

และต้องบอกว่าดีไซน์ของทีมงานคนไทยไม่ใช่ย่อย ๆ เลย ไม่ว่าจะฉากหุบผาที่สถิตของรูปปั้นย่าบาหยัน รวมถึงตึกร้างที่รากไม้ชอนไชเป็นทรวดทรงน่าขนลุก นี่คือ 2 ฉากเด่น ที่แค่เห็นไม่ต้องเอาดนตรีหรืออะไรเข้าช่วยก็ชวนขนลุกแล้ว พอประกอบกับดนตรีที่สร้างอารมณ์ร่วมมาก ๆ และการแสดงแบบเหมือนประทับร่างของนักแสดงสายฝีมือล้วน ๆ ทั้งตัวหลัก ตัวรอง ตัวประกอบ (เนี้ยบยันตัวประกอบนี่สำหรับหนังไทยคือคุณภาพสูงมาก) และบทหนังที่ปั่นหัวคนดูไปมา มันจึงเป็นหนังที่มีพลังสูงมาก ต้องปรบมือในการเลือกใช้นักแสดงที่เอาชื่อชั้นฝีมือเข้าว่าจริง ๆ

ครึ่งหลังของหนังเพียว ๆ จัดได้ว่า ตึงเครียด ปั่นประสาท ขนหัวลุก น่ากลัวมาก ๆ บางช่วงทำเอาคลื่นไส้มวนท้อง อาจเพราะความมืดของโรง การเคลื่อนภาพที่สมจริงสั่นไหวเหมือนอยู่ในสถานการณ์ ดนตรีที่โหมกระหน่ำ การตัดต่อที่ฉับไว ต้องยกความดีครึ่งหนึ่งให้กับการชมในโรงภาพยนตร์จริง ๆ ถ้าจอเล็กกว่านี้ มืดน้อยกว่านี้ ดนตรีไม่ดังอย่างนี้ มันคงไม่ได้ผลตามที่คนทำหนังต้องการนัก แล้วเรื่องไล่ระดับอารมณ์ได้ดีไม่มีหย่อนแบบอัดแล้วอัดเล่าใส่หัวใจคนดูตลอดครึ่งเรื่องหลัง จนอยากปรบมือให้ดัง ๆ  หนังใหม่

รีวิวหนังไทย ร่างทรง

อีกความน่าชื่นชมของหนังคือความรุนแรงของเรื่องที่กล้าท้าทายข้อห้ามจารีตสังคมไทยซ้ำแล้วซ้ำเล่าได้อย่างน่าชื่นชมในความฉลาดไม่โฉ่งฉ่าง คงเล่าไม่ได้ว่าทาบูที่โดนขยี้ย่ำนั่นเป็นอะไรบ้าง แต่เห็นความจงใจลองของตรงนี้ชัดเจน ถ้าฝีมือการเล่าด้อยกว่านี้ รับรองไม่ผ่านหน่วยงานหั่น-แบนของไทยแน่นอน (และชื่อ GDH ก็อาจเป็นเกราะช่วยประมาณหนึ่ง) และที่สำคัญอาจกลายเป็นหนังไร้รสนิยมไปได้ง่าย ๆ ทีเดียวกับการเล่นของโสมมทั้งทางสายตาและทางจิตใจแบบนี้ ขอปรบมือดัง ๆ ให้อีกรอบ

ร่างทรง
บุญส่ง นาคภู่ เป็นอีกหนึ่งคนเบื้องหลังที่มาทำเบื้องหน้าได้สุดติ่ง ละสายตาจากเขาเวลาอยู่บนจอไม่ได้จริง ๆ
อีกส่วนที่ก้ำกึ่งว่าจะดีหรือไม่ดี แต่ส่วนตัวชอบกว่าครึ่งหลังเพียว ๆ เสียอีก คือการหย่อนรายละเอียดในชีวิตของตัวละครได้อย่างน่าสนใจ ทั้งเรื่องที่พี่น้องไม่เต็มใจเป็นร่างทรง จนถึงขั้นมีความพยายามหนีปัญหาด้วยวิธีที่ผิด ๆ หรือการหนีไปพึ่งพระเจ้าอีกศาสนา อะไรพวกนี้น่าสนใจมาก ๆ ถ้าเป็นหนังสารคดีจริง ๆ เราคงเห็นแง่มุมพวกนี้ประเทืองปัญญาเราได้อีกมาก แต่เมื่อมันอยู่ในหนังสยองมันเลยมีที่ทางได้จำกัด และทำให้ครึ่งแรกของหนังคาบลูกคาบดอกระหว่างความน่าสนใจกับความน่าเบื่อ เพราะมันประดิษฐ์เล่าผ่านการให้สัมภาษณ์ตัวละครต่าง ๆ อยู่มาก บทสนทนาเองก็ค่อนข้างเยอะเพื่อปูภูมิหลังและอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นในหนังในช่วงที่ภาพยังเล่าเรื่องลึกซึ้งด้วยตนเองลำบาก

และการตัดต่อ อาจรวมถึงการเล่าเรื่อง แม้จะทำได้ดีมาตลอดทั้งเรื่อง แต่ก็เห็นความแปลกอยู่บ้างเหมือนกันเช่น ความพยายามหลอกให้หลงทางแต่หลงไม่สุด เพราะแอบหยอดอยู่ว่าไม่ใช่นะ ทำให้พอเฉลยก็ไม่ได้รู้สึกว้าวนัก ซึ่งมีการตัดต่อที่ดูลำดับแปลก ๆ อยู่เช่นกัน จากที่ปกติควรให้คนดูตะลึงว่าเข้าใจผิด แล้วค่อยไปดูผลอีกด้าน กลับเลือกไปให้ดูผลอีกด้านที่ทำให้คนเดาออกทันทีก่อนที่จะไปตกใจกับการเฉลย ดูหนังฟรี

รีวิวหนังไทย ร่างทรง

ร่างทรง
อย่างที่กล่าวไปว่าหนังมีจุดแข็งดี ๆ มากเลยทีเดียว แต่โชคร้ายที่หนังมีเนื้องอกของมันเองอยู่

ไม่แน่ใจว่าวิธีการนำเสนอที่มาลงปลงใจกับแนวทางสารคดีนี้ใครเป็นคนต้นคิดหรือชี้ขาด ข้อดีของมันแน่ ๆ คือการสร้างสภาวะสมจริงด้วยรูปแบบที่คนคุ้นชินว่ากำลังดูความจริง ทั้งเคลื่อนกล้องถือถ่าย มีเสียงทีมงานถามคำถาม การเข้าไปปรากฏกายของทีมงานเป็นระยะ เพื่อให้ดูเรียล แต่กระนั้นก็ยังมีคำถามว่าด้วยตัวเนื้อหาและสิ่งดี ๆ มากมายที่หนังมีอยู่แล้วจำเป็นหรือไม่ที่ต้องใช้แนวทางสารคดีปลอมมานำเสนอ เพราะสิ่งที่ถูกทำลายแน่ ๆ คือการจดจ้องแช่ภาพหรือเน้นความสวยงามความขลังของฉากที่ถูกคิดมาอย่างดี และคนดูเองก็มีสิทธิ์ที่จะรู้สึกถูกถีบออกมาระหว่างเคลิบเคลิ้มใหลลงในหนังทันที เมื่อตระหนักได้ว่านี่มีทีมงานปลอม ๆ อยู่และทั้งหมดคือหนังสารคดีปลอม

ในช่วงแรกยังคงรู้สึกแค่ว่าวิธีการสารคดีนี้มันเป็นเนื้องอกของหนัง คือเกินจำเป็น แต่ก็ยังประคองตัวอยู่ไปได้เรื่อย ๆ จนสถานการณ์มันเดินหน้ารุนแรงขึ้น ตัวละครเริ่มอาละวาดมากขึ้น เนื้องอกนี้ก็เริ่มกลายพันธุ์เป็นเนื้อร้ายไปในที่สุด

ในช่วงแรกสารคดีปลอมทำหน้าที่แค่ตามถ่ายมีคำถามบ้างแต่ก็ยังเห็นความพยายามไม่เข้าร่วมกับตัวเจ้าเรื่อง ใช้การสื่อสารกับคนดูผ่านทางข้อความบนพื้นสีดำเป็นระยะ ที่ว่ามันก็เป็นเพียงเนื้องอก จนกระทั่งเมื่อทีมงานถ่ายติดยายตาบอดในงานศพแล้วไม่มีคำถามใด ๆ ว่านั่นคนหรือผี ไม่มีแม้ความตกใจกับฟุตล้ำค่าที่ตนเพิ่งถ่ายได้ เราจึงเริ่มตั้งคำถามกับทีมงานสารคดีในเรื่องว่า ตรงนั้นเป็นคนจริง ๆ อยู่ไหม? และเมื่อตัวละครมิ้งค์เริ่มอาละวาดใส่คนรอบข้าง ตากล้องที่ตามถ่ายใกล้มิ้งค์ที่สุดกลับกลายเป็นสุญญากาศที่มิ้งค์ข้ามผ่านไปเฉย ๆ ทั้งที่ถ้าเราเป็นมิ้งค์อยากอาละวาดใส่อะไรใส่อย่าง ตากล้องที่มาตามถ่ายตลอดเวลานี่ล่ะน่าจะโดนก่อนเพื่อน

ร่างทรง
ตอนนี้เนื้องอกเริ่มไปดันอวัยวะรอบ ๆ ให้ทำงานผิดปกติให้เห็นแล้ว และเริ่มชัดขึ้นไปอีกเมื่อมิ้งค์มีอาการป่วยในที่ทำงาน แต่นอกจากกล้องกลับไม่มีใครเลยทั้งเพื่อนร่วมงาน พี่น้อง เจ้านาย ที่จะตามไปดู สำหรับคนที่ทำงานอยู่ในชีวิตจริงคงรู้สึกประหลาดกับจักรวาลในหนัง ยิ่งการที่เจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐเอาหลักฐานฉาวโฉ่ในที่ทำงานตัวเองมาให้คนนอกอย่างทีมงานสารคดีดูหมดเปลือกให้เสี่ยงต่อความเสื่อมเสียออกไปอีก เรายิ่งรู้สึกว่า เมืองเลยในหนัง น่าจะเป็นจังหวัดอีกมิติคู่ขนานกับเมืองเลยในไทยที่เรารู้จักแล้วล่ะ ดูหนังออนไลน์

รีวิวหนังไทย ฉลาดเกมส์โกง

รีวิวหนังไทย ฉลาดเกมส์โกง

รีวิวหนังไทย ฉลาดเกมส์โกง

รีวิวหนังไทย ฉลาดเกมส์โกง เนื้อเรื่องแปลกใหม่ ตีแผ่ความเครียดและกดดันของการศึกษาไทย หนังไทยเรื่องเยี่ยมเนื้อเรื่องแปลกใหม่ เมื่อกลุ่มนักเรียนอัจฉริยะตัดสินใจโกงการสอบที่ฉาวโฉ่ระดับโลก ตีแผ่ด้านมืดของการศึกษาไทยที่สร้างทั้งความเครียดและความกดดันให้กับเด็กนักเรียน โดยแทนที่จะเล่าในแง่มุมแบบดราม่ากลับเลือกดำเนินเรื่องสไตล์ Crime และ Thriller ทำให้เนื้อเรื่องที่แสนจะเข้มข้นนั้นกลายเป็นเรื่องสนุกชวนติดตาม คนดูจะทั้งลุ้นระทึกและตั้งคำถามกับการกระทำของตัวละครแต่ละตัว ที่สำคัญ การแสดงของทัพนักแสดงหน้าใหม่แต่ฝีมือเก๋าก็ทำให้เรื่องนี้กลายเป็นหนังไทยที่คุณห้ามพลาดเลยค่ะ รีวิวหนังไทย ฉลาดเกมส์โกง

‘ฉลาดเกมส์โกง’ หนังไทยเรื่องใหม่จาก GDH ที่แค่เข้าฉายวันแรกก็ได้รับเสียงตอบรับชื่นชมอย่างล้นหลาม ซึ่งจากที่ไปดูก็สนุกและตื่นเต้นตลอดทั้งเรื่อง แถมยังมีบทที่แตกต่างและสร้างออกมาได้เท่มากๆ ทุกจังหวะระหว่างที่ดูเหมือนดูหนังแอคชั่นมากกว่าหนังวัยรุ่นโกงข้อสอบซะอีก ถือเป็นหนังในช่วงนี้ที่ไม่อยากให้ใครต้องพลาดด้วยประการทั้งปวง มีสิบให้สิบ มีร้อยให้ร้อย !

เรื่องย่อ “ฉลาดเกมส์โกง”
เป็นเรื่องของ ลิน เด็กอัจฉริยะที่เพิ่งย้ายมาเข้าเป็นนักเรียนทุนของโรงเรียนเอกชน แต่ด้วยความที่พ่อของเธอต้องเสียค่าแป๊ะเจี๊ยะแพงมากเพื่อให้เธอได้เรียนอยู่ในโรงเรียนนี้
ลิน เด็กสาวที่มีระบบความคิดแตกต่างจากเด็กในรุ่นเดียวกันจึงได้ปิ๊งไอเดียระบบการลอกข้อสอบขึ้นมา โดยใช้สัญลักษณ์ต่างๆ เพื่อแทน ก ข ค และ ง
ลินทำเงินได้มหาศาลจากการให้เพื่อนลอกข้อสอบนี้ แต่มันยังไม่หยุดแค่นั้นเมื่อเธอต้องการที่จะโกงข้อสอบ STIC ซึ่งเป็นข้อสอบระดับโลกที่จะจัดสอบพร้อมๆ กับทุกประเทศ ทำให้นี่จึงเป็นความเสี่ยงครั้งรุนแรงที่สุดที่เธอต้องเจอ และเธอทำด้วยตัวคนเดียวไม่ได้ แบงค์ (เด็กเรียนทุน ที่เกลียดการโกงที่สุด) จึงต้องเข้ามามีส่วนในมหากาพย์การโกงข้อสอบของเธอ เว็บดูหนัง
แนะนำนักแสดง

หนังได้แรงบันดาลใจมาจากเรื่องจริง
เบื้องหลังก่อนมาเป็น “ฉลาดเกมส์โกง” ที่ทำเอาผู้ชมตื่นเต้นไปในทุกจังหวะนั้น เกิดจากโปรเจกต์ที่พี่เก้ง–จิระ ส่งต่อให้กับ ‘บาส–นัฐวุฒิ พูนพิริยะ’ (ผู้กำกับสุดหล่อ) โดยได้แรงบันดาลใจมาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงของเด็กกลุ่มหนึ่งที่ใช้ความต่างเวลาในการโกงข้อสอบระดับโลก (ไม่ใช่เด็กไทยนะ) จนเป็นเรื่องราวที่โด่งดังขึ้นมาช่วงหนึ่ง
และเมื่อได้โจทย์มา พี่บาสก็เอามาปรับให้เข้ากับสภาพสังคมแบบไทยๆ จนออกมาเข้มข้นและรับประกันว่าใครดูก็ต้องชอบ
ไม่ใช่แค่โกงข้อสอบ แต่มันพูดถึงการโกงที่เกิดในสังคม
“ประเด็นใหญ่ๆ มันคือเรื่องการโกงในสังคมปัจจุบัน ประเด็นที่โขลกลงมาในหนังก็คือ มันพูดถึงเด็กวัยรุ่น ซึ่งสนามแห่งการโกงของเด็กวัยรุ่นมันไปไหนได้ไม่ไกลเท่าไหร่นอกจากโรงเรียน ก็เลยหยิบยกเรื่องการโกงข้อสอบมาเป็นประเด็นหลักของหนัง” บทสัมภาษณ์ นัฐวุฒิ พูนพิริยะ ผู้กำกับหนังเรื่อง ‘ฉลาดเกมส์โกง’ จากนิตยสาร FILMAX ฉบับที่ 118 ประจำเดือน เมษายน 2560
จากที่ได้ชมนั้นจะรู้ได้เลยว่าทุกฉากทุกตอน มันสะท้อนอะไรที่ไปไกลกว่าห้องสอบ จะว่าง่ายๆ ก็คือมันการพูดถึงทัศนคติของคนโกงมากกว่าการโกง เลยยิ่งน่ากลัวเพราะคนที่มีความคิดว่า ‘การโกงไม่ผิดหรอก’ วันหนึ่งเขาก็จะต้องเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีความคิดแบบเดิม แล้วสังคมเราจะต้องมีคนที่มีชุดความคิดแบบนี้เยอะแค่ไหนกันเชียวล่ะ ?

รีวิว "ฉลาดเกมส์โกง" - เมื่อสังคมให้ความสำคัญต่อ "ผลการเรียน" มากกว่า  "กระบวนการเรียนรู้" จึงเป็นที่มาของการ "โกงข้อสอบ" - Pantip

นักแสดงหน้าใหม่แต่ฝีมือโคตรเก๋า
ต้องยกเครดิตให้นักแสดงทุกคนในเรื่องนี้ที่แสดงฝีมือออกมาได้ระดับโปรมากๆ ‘ออกแบบ’ นางเอกหน้าใหม่ของเรื่องมี character ที่น่าสนใจมาก แค่ทำหน้านิ่งๆ ก็รู้สึกว่ามีพลังงานความโหดบางอย่างถูกส่งออกมาสู่คนดูทำให้เราเชื่อไปเลยว่าคนคนนี้คือตัวละครอย่างที่หนังอยากให้เราคิดตาม
นอกจากนี้นักแสดงอีกหลายๆ คนที่เราอาจเคยเห็นจากซีรีส์ฮอร์โมนส์มาบ้างแล้ว ในหนังเรื่องนี้ก็สามารถฉีกบทเก่าแล้วทำให้เราตื่นเต้นได้อีกครั้งเหมือนกำลังดูนักแสดงหน้าใหม่ทั้งเรื่อง อย่างเช่น ‘นน’ ที่ต้องรับบทเป็นเด็กเรียนดีผู้ซื่อสัตย์ ก็ดีไซน์บุคลิกออกมาได้โคตรจะเจ๋ง หรือจะเป็น ‘เจมส์’ ที่ถึงแม้จะเล่นเป็นคนเจ้าเล่ห์ๆ อย่างที่ได้รับบทมาตลอด แต่ในเรื่องนี้เจมส์ก็ทำได้ดีมากๆ และฉายเสน่ห์ออกมาสุดๆ
การตัดต่อและถ่ายทำอย่างกับหนังฮอลลีวู้ด
ถ้าคุณคิดว่าหนังเรื่องนี้จะต้องมุ้งมิ้งเหมือนวัยรุ่นในโรงเรียนทั่วไป.. คุณคิดผิดแล้ว เพราะหนังเรื่องนี้ทะยานข้ามอีกสเต็ปของหนังไทย การตัดต่อและเทคนิคถ่ายทำต่างๆ ออกมาได้อย่างโคตรจะโหด สัญญะต่างๆ ในหนังก็คิดออกมารวมกับมุมกล้องต่างๆ ได้อย่างมีชั้นเชิง จะให้บอกว่าฉากไหนก็คงไม่ได้เดี๋ยวกลายเป็นการสปอยล์ เพราะงั้นก็รีบไปดูแล้วมาเม้าท์กัน  เว็บดูหนังฟรี

 

ที่หล่อกว่าพระเอกก็คือผู้กำกับ
รีวิวส่วนนี้ของสนองนี้ดตัวเอง คือจากที่ดูหนังรอบสื่อมาก็หลายเรื่อง เจอผู้กำกับมาก็หลายคน แต่กับพี่บาส คือเขาดูเท่มากๆ ไม่แปลกใจเลยที่จะทำผลงานเจ๋งๆ แบบนี้ออกมาให้เราได้ชมกัน

10/10 คะแนน
เป็นหนัง GDH ที่ทำออกมาได้แมส มีจังหวะตลก และน่าตื่นเต้นครบสูตร.. แต่ว่า! มันเป็นหนัง GDH ที่ไม่เหมือนเรื่องอื่นๆ ที่เคยมี เพราะถึงจะดูแมสแต่ทำออกมาเท่และแตกต่างมากๆ เป็นอีกหนึ่งข้อพิสูจน์ว่าหนังไทยไม่จำเป็นต้องเป็นหนังตลกจ๋าถึงจะสนุก
นักแสดงทุกคนคุณภาพเต็มเปี่ยม น่าสนใจและมีลุ้นได้รางวัลกันเกือบทุกบทบาท
บทเขียนออกมาได้มีชั้นเชิงมีการทำการบ้าน ค้นหาอุดทุกเรื่องจนลงตัว Perfect !
การถ่ายทำและตัดต่อทำออกมาได้น่าสนใจมาก ไม่มีจังหวะให้ได้เบื่อเลย
เป็นหนังที่ดูแปปเดียวจบเพราะตื่นเต้นปนลุ้นไปจนลืมเวลา
แม้กระทั่งเพลงและดนตรีประกอบเองก็ใส่มาได้แบบไม่ยัดเยียดคนดู เป็นความลงตัวมากๆ
หนังแสดงเซ้นส์ความขี้เล่นและกวนๆ ของผู้จัดทำ แต่ออกมาแบบไม่ล้นจนกลายเป็นหนังตลก หนังฟรี

โชว์ เนื้อ หนัง ไทย: ฉลาดเกมส์โกง BAD GENIUS (เบื้องหลัง) - YouTube

รีวิวหนังไทย ฉลาดเกมส์โกง

ถือว่าคุ้มค่าที่สุดในการดูหนังช่วงนี้ ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง
ในปี 2560 ฉลาดเกมส์โกง ทำประวัติศาสตร์ให้ วงการภาพยนตร์ไทยทั้งในประเทศและต่างประเทศ ด้วยรายได้เปิดตัววันแรกอยู่ที่ 2.18 ล้านบาท

และรวมตลอดโปรแกรมฉาย 113 ล้านบาท รวมจากการฉายทั่วโลกราว 889.73 ล้านบาท ซึ่งไม่ได้สำเร็จแค่ทางรายได้ แต่รวมถึงในแง่คำวิจารณ์ทั้งของไทยและต่างประเทศ เข้าฉายเทศกาลต่าง ๆ กว่า 10 แห่งและรางวัลอีกมากมาย

ในวงการภาพยนตร์ไทยมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา คนดูหนังก็ยังได้รับชมแต่หนังที่วนอยู่ในธีมโรแมนติกคอมเมดี้ แต่เมื่อปี 2560 GDH559 นำภาพยนตร์อย่างฉลาดเกมส์โกง

แนวจารกรรม-ระทึกขวัญ ในรูปแบบการโกงข้อสอบของเด็กนักเรียน โดยอิงมาจากเรื่องจริงที่มีเหตุการณ์โกงข้อสอบในประเทศจีน โดยได้ บาส ณัฐวุฒิ พูนพิริยะ มาทำหน้าที่กำกับภาพยนตร์เรื่องนี้ (Countdown)

เรื่องย่อ
บทบาทของนักแสดงทั้งสี่ตัวละครหลัก ลิน (ชุติมณฑน์ จึงเจริญสุขยิ่ง) แบงค์ (ชานน สันตินธรกุล) พัฒน์ (ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ) และ เกรซ (อิษยา ฮอสุวรรณ) รับหน้าที่ดำเนินเรื่องในฐานะทีมที่จะโกงข้อสอบ STIC ที่จะจำเป็นต้องข้ามไปสอบต่างประเทศใน Time Zone ที่แตกต่าง เพื่อนำคำตอบกลับมาให้เพื่อนที่ไทยได้ทันก่อนถึงเวลาสอบ

หลังจากนี้จะเป็นการวิเคราะห์และเปิดเผยเนื้อหาบางส่วนของภาพยนตร์ ใครที่ยังไม่ได้ดูหนังเรื่องฉลาดเกมส์โกง Bad Genius สามารถรับชมได้ที่ทรูไอดี (TrueID) เพื่อให้ได้อรรถรสก่อนอ่านบทความ หนังใหม่

 

ประเด็นบางส่วนที่ได้จากหนัง

รีวิว ฉลาดเกมส์โกง : สอบผ่านทั้งบท-ตัดต่อ-นักแสดง  สนุกลุ้นมากเหมือนเข้าไปสอบเอง - โพสต์ทูเดย์ ดูหนัง-ฟังเพลง

ตัวละครที่ได้รับการหล่อหลอมที่ไม่ดีจากสังคม
ใครที่ดูมาแล้วคงเห็นว่าตัวละครแต่ละตัวมีฐานะทางสังคมที่แตกต่างกันอย่างไรและส่งผลต่อตัวละครนั้นยังไง

ลิน อยู่ในครอบครัวที่มีฐานะปานกลาง เป็นคนที่มีความสามารถ เก่ง ฉลาด ในฐานะผู้ชมก็คงเห็นสิ่งที่ตัวละครนี้ได้รับ การเอารัดเอาเปรียบจากโรงเรียน ความกดดัน ความคาดหวังจากคนอื่น จนทำให้เด็กมัธยมปลายคนหนึ่ง เลือกนำความรู้มาใช้ในทางที่ผิด เพราะความแค้นในใจเล็ก ๆ ที่มีต่อสังคม

ทำให้ตกเป็น”เครื่องมือ”ของลูกคนฐานะร่ำรวยอย่างแบ้งค์ และ เกรซ ที่ก็ถูกคาดหวังและแรงกดดันจากพ่อแม่เช่นกัน เพื่อที่จะได้ไปเรียนต่อเมืองนอก

ไปจนถึง ตัวละครที่ดูซื่อ ๆ อย่าง แบงค์ ต้องช่วยเหลือพ่อแม่โดยการทำงานให้หนัก ใช้ความสามารถของตนแลกกับการได้ทุนเรียนดี ๆ หรือความโลภที่จะได้มีเงินร่ำรวยเพื่อยกระดับฐานะครอบครัว จนนำไปสู่การโกงข้อสอบ

เรื่องของตัวละครที่มีคาแรกเตอร์ที่แตกต่างกัน ไม่ได้มีอยู่ในภาพยนตร์เช่นนี้ แต่ในโลกความจริงมีเด็กที่ขาดโอกาสหรือไม่ได้รับการสอนที่ดีอีกมากมาย

 

การลอกข้อสอบเรื่องปกติในสังคมไทย?
ในการสอบในระดับโรงเรียน เพราะเด็กต้องการคะแนนที่ดี จึงให้ความสำคัญกับผลลัพธ์ที่ได้จนไม่สนใจวิธีการ ทำให้เกิดการโกงข้อสอบขึ้น แต่การโกงของเด็กกลับถูกมองข้ามโดยครูคุมสอบ ส่งผลให้นักเรียนไม่รู้ว่าการกระทำของตัวเองนั้นไม่ถูกต้อง เห็นได้จากฉากของการสอบ STIC ที่ต่างประเทศ ซึ่งมีผู้คุมสอบเข้มงวดกว่า แต่เด็กก็ยังเลือกที่จะโกง เพราะคิดว่าครูคุมสอบคงไม่ได้สนใจการกระทำของพวกเขาเช่นเดียวกับที่โรงเรียนไทย การที่ถูกละเลยการกระทำผิดแบบนี้อาจจะส่งผลเสียต่อเด็กในระยะยาว คิดว่าทำไปก็ไม่ได้มีใครว่า ทั้งที่เมื่อออกไปใช้ชีวิตในสังคมจริง ๆ อาจไม่เป็นอย่างนั้น ดูหนังฟรี

Movie Review “ฉลาดเกมโกงส์" - To all the movies I've watched before -  Minimore

 

ในฐานะผู้ชม
ด้วยความที่หนังค่อนข้างเล่นสเกลใหญ่ ชื่นชมงานภาพ และเกรดสีที่ทำออกมาได้มีความดาร์ก แต่ยังดูมีความยิ่งใหญ่แทรกอยู่ในนั้น การตัดต่อที่ทำให้เราสามารถตื่นเต้นและลุ้นไปกับฉากโกงข้อสอบในภาพยนตร์ บวกกับ soundtrack ที่ชักนำอารมณ์ได้เป็นอย่างดี

แต่ถึงยังไงก็ตาม อย่างที่บอกไปว่าหนังค่อนข้างเล่นสเกลใหญ่ ทำให้มี ”ความไม่สมเหตุสมผล” อยู่พอสมควร ความคิดของตัวละครค่อนข้างมีมุมมองที่แปลกหรือ ”ตลก” ไปในบางช่วง แต่ด้วยข้อดีที่กล่าวมา ก็พอจะมองข้ามข้อเสียเหล่านี้ได้

สิ่งที่คนดูพูดถึงอย่างมากก็คือ ฉากจบที่คนดูคาดหวังว่าหนังจะนำพาคนดูอย่างเราไปให้สุดมากที่สุด แต่กลับจบแบบปลายเปิดที่ไม่ค่อยสมเหตุสมผลมากนัก (เพราะหนังค่อนข้างเล่นประเด็นใหญ่เรื่องการโกงเป็นหลัก แต่ฉากจบกลับลงในแบบที่ค่อนข้างแฮปปี้เอนดิ้ง ซึ่งก็พอเข้าใจได้ว่าอาจจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดของตัวละคร)

 

ฉลาดเกมส์โกงเป็นภาพยนตร์ที่ละเอียดในด้านงานโปรดักชั่น บทภาพยนตร์กับตัวละครที่เข้ากันได้ดี มีการพัฒนาของตัวละครที่นำไปสู่การตัดสินใจต่าง ๆ (Character Development) เล่นกับโทนสี กับความรู้สึกของคนดู ไม่ได้ทำหนังเพียงต่อเพื่อมอบความบันเทิงในการรับชม แต่ออกจากโรงภาพยนตร์แบบที่เรายังคิดตีความ ยังตั้งคำถามกับความเหลื่อมล้ำ ระบอบการศึกษาไทย ครอบครัว และสังคม ที่เกิดขึ้นจริง ๆ ในสังคมบ้านเรา

รวมถึงเปิดมิติใหม่ให้กับวงการภาพยนตร์ไทย ที่ไม่ได้ทำแต่ภาพยนตร์รัก แต่บอกเล่ามุมมองหรือเรื่องราวใหม่ ๆ ออกมาในรูปแบบภาพยนตร์ และประสบความสำเร็จทั้งในและนอกประเทศ เป็นหนังไทยอีกเรื่องที่ไม่ควรพลาด และควรค่าแก่การรับชมสำหรับคนที่ไม่เคยดู ดูหนังออนไลน์

รีวิว THE RAIN STORIES

รีวิว THE RAIN STORIES

รีวิว THE RAIN STORIES

รีวิวหนังไทย สวัสดีครับจากประสบการ์ณของแอดที่ได้ไปรับชมส่วนตัวแอดคิดว่านี้ก็เป็นหนังไทยที่ดีอีกเรื่องเลย แต่แอดไม่คิดว่ามันจะปัง จะประสบความสำเร็จอย่างเกินคาดสำหรับภาพยนตร์เรื่อง “พี่ชาย My Bromance” จากค่าย วายุฟิล์มโปรดักชั่น ผู้กำกับมากฝีมืออย่าง “ณิชชี่ – ณิชภูมิ ชัยอนันต์” ก็ไม่รอช้าเดินหน้าสานต่อเรื่องราวความรักครั้งใหม่ ของบรรดาเด็กหนุ่มมัธยมปลายภายใต้รั้วโรงเรียนแห่งหนึ่ง พร้อมคว้าตัว นักแสดงเก๋าประสบการณ์ “ย้ง – ธรากร สุขสมเลิศ”

รีวิว THE RAIN STORIES

มารับบทนำใน “The Rain Stories เมื่อฝนหยดลงบนหัว” โดยสวมบทเป็น นนท์ หนุ่มใหญ่ใจดีที่มีรสนิยม รักเพศเดียวกัน ซึ่งจัดฉายปฐมทัศน์ ไปแล้วเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2559 ณ โรงภาพยนตร์เอสพลานาด รัชดาภิเษก เพิ่มความพิเศษจากผู้กำกับ และ เหล่านักแสดงนำที่มา ให้กับสัมภาษณ์กับทางเว็บ สยามโซน.คอม อย่างเป็นกันเอง ถึงเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในภาพยนตร์เรื่องนี้ เว็บดูหนัง

รีวิว THE RAIN STORIES

รีวิวหนังไทย ผู้กำกับ ณิชชี่ เผยถึงแรงบันดาลใจของภาพยนตร์ให้ฟังว่า “แรงบันดาลใจในการสร้างหนังเรื่องนี้นะครับ เกิดจากการที่ผมเติบโตมากับสังคมโรงเรียนชายล้วนในภาคเหนือมาตั้งแต่เด็ก ๆ เลย แล้วผมก็ได้เห็นเรื่องราวความรัก ที่เป็นความลับของความรักระหว่างชายกับชาย มาเยอะมากตั้งแต่วัยเด็ก เราก็เลยมีความฝันอยากทำ เป็นหนังขึ้นมาเพื่อเล่าเรื่องราวที่คนทั่วไปไม่ค่อยรู้จัก เราก็เลยทำเรื่อง พี่ชาย My Bromance ขึ้นมาเมื่อปี 57 ซึ่งมันสำเร็จสร้างรายได้อย่างเกินคาด แต่ว่าหนัง

รีวิว THE RAIN STORIES

เรื่องนั้นก็ยังไม่ตอบโจทย์ถึงที่สุดของเนื้อหาเกี่ยวกับเพศเดียวกัน ได้อย่างลึกซึ้ง มันยังมีจุดที่มันค้างคาอยู่ฮะ ผมก็เลยต่อยอดความรู้สึก และ อารมณ์จากเรื่องที่แล้วมาใส่ในหนังเรื่องนี้ ผมเปรียบฝนเหมือนปัญหาที่เข้ามาในชีวิตคนนะครับ ถ้าคน ๆ หนึ่งเนี่ยเจอปัญหาแล้วหรือเจอฝนตกลงมาใส่หัวเนี่ยเขาจะทำยังไงกับมัน ซึ่งคำตอบจะอยู่ในภาพยนตร์ ซึ่งต้องไปดูกันว่าฝนคืออะไร แล้วก็มีความสัมพันธ์ เกี่ยวกับตัวเรายังไง”

รีวิว THE RAIN STORIES

ย้ง พูดถึงบทบาทสุดท้าทายในครั้งนี้ว่า “บทบาทก็เป็นผู้ชายวัยกลางคนครับที่เข้าใจเรื่องความรักพอสมควร แล้วก็ผิดหวังมา คือผิดหวังอย่างเข้าใจ แล้วก็มีกำแพงของตัวเองเหมือนกัน แล้วบังเอิญว่าได้เจอกับ อ๊อฟชั่น (ถิรติกร กองคำ) ก็คือ เต้ นะครับในเรื่อง ซึ่งเขาบังเอิญหน้าเหมือนแฟนเก่าแล้วก็เหมือนกับเขาขายบริการ เราก็เลยลองซื้อมาแต่ว่าไม่ได้คาดหวังอะไร เพราะอย่างที่บอกว่าเขามีกำแพง ด้วยวัยวุฒิด้วยความผิดหวัง เนี่ยเขาก็ไม่ได้คิดอะไรมาก แต่ด้วยความหน้าเหมือน

ด้วยความผูกพัน มีระยะเวลาอยู่ด้วยกันก็เกิดความผูกพันขึ้นมา จนเขาเหมือนเผลอใจไปอีกครั้งหนึ่ง” ด้านหนุ่ม “อ๊อฟชั่น – ถิรติกร กองคำ” ที่ต้องมาประกบ นักแสดงรุ่นพี่เผยว่า “บทที่เล่นผมเล่นเป็น เต้ ครับ เต้เนี่ยจะเป็นนิสัยแบบก้าวร้าว ไม่ค่อยไปโรงเรียน เป็นเด็กเกเรเลยครับผม ชอบติดพนันบอล จนวันหนึ่งทำให้เขาต้องเป็นหนี้ พนันบอลถึงหนึ่งหมื่นบาท เลยได้เข้าวงการเกี่ยวกับ การขายบริการครับผม แล้วนั่นก็จะเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องนี้”

ผ่านช่วงเทศกาลแห่งความรักได้ไม่นาน ก็มีหนังรักเรื่องใหม่เข้าฉายทันที… รอบนี้ขอบอกเลยว่าหนังรักจริง ๆ ไม่ใช่หนังรักแบบรอบที่แล้วแน่นอน อยากบอกจะว่าหนังรักที่เอามารีวิวนี้ ไม่ใช่รักระหว่าง ชายหญิง ทั่วไปนะ แต่เป็นหนังรักระหว่าง ชายชาย ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วคิดว่า อี๊… ไม่ดูอ่ะ หนังเกย์ ใจเย็นนะ หนังเรื่องนี้ไม่ใช่หนังเกย์แบบที่คิดกันแน่นอน ถ้าไม่เชื่อ ลองอ่านต่อไปได้เลย!!!

The Rain Stories เมื่อฝนหยดลงบนหัว เป็นหนังรักเรื่องใหม่จากผู้สร้าง พี่ชาย My Bromance หนังรักชายชายที่เคยกวาดรายได้ไปกว่า 6 ล้านบาทในปีที่แล้ว กลับมาในปีนี้ The Rain Stories เป็นหนังที่เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับความรักของชายชายเหมือนเดิม เพียงแต่สิ่งที่เพิ่มเติมมาคือ มุมมองความรักที่ใหม่ขึ้น เยอะขึ้น โดยหนังเริ่มต้นที่เรื่องของ นานา นักเรียนชั้น ม.5 ที่มีร่างกายพิการ ได้มาพบรักกับ เจนท์ นักเรียนชาย ม.4 สุดน่ารัก ซึ่งหนังในพาทนี้จะเล่าเกี่ยวกับ ความรักแบบลับ ๆ

เรื่องที่สองเป็นเรื่องของ บาส นักเรียนชั้น ม.6 ที่ไม่เคยพบหน้าพ่อตัวเองตั้งแต่เกิด ซึ่งมีเพื่อนสนิทชื่อ บอย ทั้งสองเป็นเพื่อนที่สนิทกันมาก จนหลาย ๆ คนหาว่าเป็นคู่เกย์ ทั้งสองมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน จนมาวันนึงที่บาสรู้ความจริงว่า แม่ตัวเองเป็นมะเร็ง และ พ่อจะกลับมาหา บาสกลัวที่จะพบหน้าพ่อ นั่นจึงทำให้เกิดเรื่องราวอื่น ๆ ต่อมามากมาย ซึ่งหนังในพาทนี้จะเล่าเรื่องราวความรักในอีกมุมมองนึง ซึ่งน่าสนใจมาก ๆ

เรื่องสุดท้ายเป็นเรื่องราวของ เต้ นักเรียนชั้น ม.6 ที่ติดหนี้พนันบอล ที่ต้องหาเงินให้ได้ก่อนวันพรุ่งนี้ เต้ไม่รู้จะทำยังไงดี จึงตัดสินใจขายบริการทางเพศให้เกย์ จนได้พบกับคน ๆ นึง ที่จะเปลี่ยนมุมมองของเขาที่มีต่อความรักตลอดไป ซึ่งในพาทสุดท้ายก็จะเป็นมุมมองของความรักที่แปลกใหม่อีกหนึ่งมุมมอง ซึ่งทั้งสามเรื่องไม่ได้มีอะไรที่เกี่ยวพันกัน แต่ตัวละครอยู่ ร.ร. เดียวกัน ดูหนัง

สรุป THE RAIN STORIES

รีวิวหนังไทย หลังจากทุกคนอ่านมาจนถึงตรงนี้ หลาย ๆ คนก็คงคิดว่าก็เฉย ๆ นะ อีกบางคนก็อาจจะคิดว่าน่าสนใจ สิ่งที่อยากบอกก็คือ หนังเรื่องนี้ พี่ณิชชี่ที่เป็น ผกก. ตั้งใจทำงานมาก ถ้าใครที่ได้ดู My Bromance มาแล้ว ได้มาดูเรื่องนี้ ก็จะได้เห็นพัฒนาการอีกขั้นของ ผกก. เอาเป็นว่าเพื่อง่ายต่อการตัดสินใจ เราเลยคัด 10 ข้อ ที่คุณควรรู้ก่อนไปดู มาให้อ่านกัน ถ้าพร้อมแล้ว ไปอ่านกันเลย! เว็บหนัง

1. หนังเรื่องนี้ถึงจะได้ชื่อว่าหนังเกย์ แต่ก็เป็นความรักแบบใส ๆ ที่ไม่เน้นขายฉาก Sex จึงเหมาะสำหรับทุกเพศ ทุกวัย

2. นักแสดงชายหล่อ และ น่ารักมาก

3. หนังเรื่องนี้ไม่ได้เป็นภาคต่อของ My Bromance นะ เพราะงั้นถึงจะเคยดูหรือไม่เคยดู ก็ดูเรื่องนี้เข้าใจ

4. หนังเรื่องนี้มีหลายฟิลมาก ทั้ง สุข เศร้า เหงา ซึ้ง ดราม่าน้ำตาแตก ทุกอย่าง คือครบเลย

5. หนังเรื่องนี้มีมุกตลก จิกกัดหนังเรื่อง My Bromance ถ้าใครเคยดู ก็จะเกท ใครไม่เคยดู ก็ไม่เป็นไรเนาะ

6. หนังเรื่องนี้มีนักแสดงชายจากเรื่อง My Bromance มาโผล่ด้วย แต่จะมีฉากไหนบ้าง ต้องไปดูกันเอง

7. หนังเรื่องนี้เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเปิดใจดูหนังรักแนวใหม่ ๆ

8. หนังเรื่องนี้มีรอบฉายน้อยมาก เพราะงั้นอ่านจบรีบไปดูเลยนะ

9. ถ้าไปดูหนังจบแล้ว อย่าพึ่งรีบลุกออกจากโรง เพราะหนังเรื่องนี้มี end credit ด้วย

10. ส่วนตัวเราอยากให้ทุกคนลองไปดูหนังเรื่องนี้

รีวิว เมมโมรี่ รักหลอน

รีวิว เมมโมรี่ รักหลอน

รีวิว เมมโมรี่ รักหลอน

รีวิวหนังไทย สวัสดีครับวันนี้นรีวิวหนังไทยสยองขวัญ หนังอมตะตลอดกาลที่ไม่ว่าจะผ่านมานานแค่ไหน แต่คนที่เคย ๆ ดูรู้ว่ามัน หลอนแค่ไหน หลังจากที่เราได้เห็นบทบาทของเพื่อนสนิทอย่าง มาช่า วัฒนพานิช …ในหนังเรื่อง แฝด หลังจากหายผลงานทางจอเงินไปกว่า 15 ปี วันนี้เราจะได้เห็นบทบาทของ ใหม่ เจริญปุระ ในบทนำเต็มๆบนจอเงิน หลังจากหายไป 7 ปีเต็มบ้าง นับตั้งแต่การขึ้นจอสะกดสายตา และ อารมณ์คนดูในหนังประวัติศาสตร์ย้อนยุคของหม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล เรื่อง สุริโยไท

รีวิว เมมโมรี่ รักหลอน

เมมโมรี่ รักหลอน คือหนังที่ ใหม่ เจริญปุระ กลับมาได้ถูกที่ถูกทางถูกเวลาเป็นอย่างยิ่ง เพราะท่ามกลางหนังไทยทุกวันนี้ที่มีแต่หนังตลกขายตลกคาเฟ่มุกใต้สะดือด่าพ่อล่อแม่ หรือจะเป็นหนังสิ้นคิดของทีมผู้สร้างที่กะจะขายดารานักแสดงหน้าเดิมๆ …เรื่องนี้ตีโจทย์แตก ด้วยความแตกต่างโดยสิ้นเชิงกับหนังไทยทุกวันนี้ ถือเป็นอีกทางเลือกที่สมราคาคุย และ คุ้มค่ากับเวลา และ ค่าตั๋วที่เสียไปได้ …

หากพิจารณาจากหน้าหนัง และ ตัวอย่างที่ได้เห็นได้ชมกันไป เชื่อว่าหลายๆท่านในที่นี้ คงจะนึกว่านี่เป็นหนังสยองขวัญที่มีผีสางมาเป็นส่วนประกอบ และ ประเด็นสำคัญของเรื่อง แต่จากที่ได้ดูจบไปแล้ว หนังเรื่องนี้ใช้บรรยากาศในส่วนของความสยองขวัญเป็นตัวบิ้วท์อารมณ์ สร้างอารมณ์ร่วมให้กับหนัง ทำให้หนังดูมีความน่าค้นหา น่าสนใจมากกว่า โดยที่จริงๆแล้ว เนื้อเรื่องหลักของหนังไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับผีสางนางไม้แต่อย่างใด ดูหนังฟรี

รีวิว เมมโมรี่ รักหลอน

รีวิวหนังไทย เรื่องราวแห่งความรักระหว่าง อิงอร (สิริวิมล เจริญปุระ หรือ ใหม่ เจริญปุระ) กฤช (อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม) และ แพร (ซัน คัมภิรานนท์) เด็กหญิงวัย 7 ขวบ เกิดขึ้นในสถานการณ์บีบบังคับ เมื่ออิงอรจำยอมพาแพร ซึ่งเป็นลูกสาวไปพบกฤชเพื่อวินิจฉัยอาการป่วย กฤชเป็นแพทย์หนุ่มที่มีแต่ความหดหู่อาลัยในชีวิต และ นั่นเป็นครั้งแรกที่กฤชได้พบกับอิงอร และ แพรเด็กสาวที่น่าสงสาร

รีวิว เมมโมรี่ รักหลอน

ในระหว่างการรักษา อิงอรปฏิเสธคำวินิจฉัยของกฤชโดยตลอด ด้วยความหวงกลัวจะมีใครมาพรากลูกไปจากตน อิงอรจึงปฏิเสธที่จะให้แพรมาพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลตามคำแนะนำของกฤช ด้วยความที่แพรอายุใกล้เคียงกับลูกของกฤช ทำให้กฤชรู้สึกสงสารและ ผูกพันเป็นพิเศษ จึงเป็นเหตุผลที่กฤชยอมไปรักษาแพรที่บ้าน

รีวิว เมมโมรี่ รักหลอน

เมื่อกฤชเข้าไปใกล้ชิดกับครอบครัวนี้มากขึ้น กฤชกลับรู้สึกว่าอิงอรเหมือนเป็นคนที่เขาค้นหามาตลอด ทุกครั้งที่อยู่ใกล้ ไฟแห่งราคะพร้อมที่ลุกโชน ในขณะที่อิงอรเป็นหญิงม่ายที่เติบโตมาจากห้วงบาปแห่งชีวิต เปรียบผู้ชายดั่งสัตว์ที่มีผู้หญิงไว้เพียงบำบัดความใคร่ จึงจำเป็นที่จะต้องปกป้องลูกของตนจากผู้ชายทั้งปวง แพรจึงเป็นเพียงเด็กน้อยที่ในชีวิตไม่เคยมีใครอื่นนอกจากแม่

ด้วยความรัก และ เอ็นดูที่กฤชมีต่อแพร ทำให้อิงอรเริ่มมีความรู้สึกที่ดีกับกฤชแบบที่ไม่เคยรู้สึกกับผู้ชายคนใดมา ก่อน แต่เมื่อความสัมพันธ์ของเขาทั้งสองเพิ่มมากขึ้นเท่าไร กำแพงแห่งความกลัวของอิงอรกลับยิ่งเพิ่มสูงขึ้นเท่านั้น

การเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันทางอารมณ์ที่เกรี้ยวกราดของอิงอร การเลี้ยงลูกที่ประหลาดกว่าที่คนทั่วไปคิดจะทำ สิ่งหนึ่งที่กฤชสัมผัสได้จากความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นในครอบครัวนี้ คือความรักที่ไม่ปกติชวนผวาได้ตลอดเวลา สาเหตุเกิดจากอะไร เกิดจากใคร นั่นเป็นเรื่องที่กฤชต้องหาคำตอบ

เรียกว่าหนังเรื่องนี้ดูแล้วคุ้มค่าเพราะว่าตอบสนองคนดู ทุกอารมณ์ ทุกรสชาติ เป็นหนังที่พะยี่ห้อแนวทริลเลอร์ดราม่า แต่เนื้อในแฝงไปด้วยดราม่าเชิงจิตวิทยา ดราม่าเสียดสี ทริลเลอร์สยองขวัญ ดราม่าคอมมิดี้เล็กน้อย และ แน่นอนบทสรุปของหนังเป็นสิ่งที่คนดูหลายท่านอาจจะต้องอ้าปากหวอกันไปตามๆกัน และ เชื่อเลยว่า ไม่มีใครสามารถเดาตอนจบเรื่องนี้ได้ถูก แม้แต่ผมที่เดาไปต่างๆนานา แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นว่า หนังโคตรจะหลอกคนดูเลยจริงๆ

จากบรรยากาศที่ชวนให้ขนลุกตั้งแต่เริ่มต้นเรื่อง ผู้กำกับใช้ประโยชน์ได้ดีจากช่วงเวลาเขย่าขวัญทั้งหลาย ดึงวินาทีที่เต็มเปี่ยมด้วยอารมณ์ผวาดผวาน่ากลัวให้คนดูได้ตกใจ และ สะดุ้งโหยงกันไปตามๆกัน (หนังมาพร้อมอารมณ์ในส่วนนี้คล้ายคลึงกับหนังเรื่อง แฝด คือมีการใช้บรรยากาศลึกลับ ชวนสยองขวัญ ของภายในบ้าน และ คนใกล้ตัว) …ซึ่งไม่นานนัก หนังก็พลิกอารมณ์เข้าสู่อีกองค์หนึ่ง ซึ่งเป็นอีกองค์ที่มีอารมณ์แตกต่างกันไป ซึ่งก็ทำให้ผู้ชมสามารถเว้นวรรคความสยดสยอง และ เดินหน้าเข้าสู่ความเป็นดราม่า หรืออารมณ์สุนทรีย์ต่างๆ ที่หนังแทรกเข้ามาเป็นระยะ ก่อนจะกลับมากดดันคนดูอีกครั้ง เมื่อต้องเปิดปมไคลแม็กซ์ในแต่ละองค์

หนังเป็นส่วนผสมของหนังสยองขวัญชั้นปรมาจารย์ทั้งหลาย ที่บางทีอาจจะได้แรงบันดาลใจหรือ เกิดความอยากที่จะทำให้หนังมีลุกเล่นของผกก. เลยใส่รายละเอียดเล้กๆน้อยๆ ในส่วนนี้มา ไม่ว่าจะเป็นมาดแคแรกเตอร์ที่ดูน่าค้นหาบวกอารมณ์สยองขวัญ ส่วนนี้คล้ายคลึงกับ The Others, ความสัมพันธ์ของตัวละครที่เป็นผู้ปกครอง และ ลูกคล้ายคลึงกับ Hide And Seek, เล่ห์เหลี่ยม และ ความยั่วยวนของแคแรกเตอร์นำอย่างใหม่ได้อารมณ์เดียวกับ Basic Instinct, บรรยากาศสยองขวัญ และ องค์ประกอบศิลป์ต่างๆ ได้อารมณ์เดียวกันกับ แฝด..รวมทั้งมุกหักมุมในหนัง The Sixth Sense ก็ถูกมาใช้ในหนังเรื่องนี้ด้วย ..แล้วก็ยังมีฉากที่ให้อารมณ์เดียวกับ Sweeney Todd ซึ่งเป็นฉากที่ชวนช็อค และ กระตุกอารมณ์อย่างมากครับ

หนังจะมีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับหลักจิตวิทยา ที่เข้ามาสนับสนุนเหตุ และ ผลของไคลแม็กซ์ของเรื่อง ซึ่งตรงนี้เป็นหน้าที่คนดูที่จะต้องตีโจทย์บทสรุปของหนังให้แตก เพราะทันทีที่เมื่อหนังกำลังจะเข้าสู่บทเฉลยปมของทั้งเรื่อง ..หนังก็จะยัดเอารายละเอียดของปมสำคัญต่างๆที่มีมาทั้งเรื่อง ใส่เข้ามาให้คนดูแอบมึน คิดตามกันไม่ทัน แต่พอหนังจบจริงๆแล้ว คนดูที่ไม่พลาดแม้แต่สักฉากเดียว จะร้อง อ๋อ ได้อย่างไม่ยาก เพราะท้ายที่สุด หนังก็มีคำอธิบายต่างๆนานา ที่สอดคล้องกับหลักจิตวิทยาข้างต้น เข้ามาเคลียร์ความสงสัยให้แจ่มยิ่งขึ้น หนังฟรี

สรุป เมมโมรี่ รักหลอน

รีวิวหนังไทย สิ่งที่คุ้มค่าในหนังเรื่องนี้ที่ถือว่าคุ้มค่าจริงๆ นั่นก็คือ การแสดงอันทรงพลังของ ใหม่ เจริญปุระ ที่ตลอดเวลาของการขึ้นจอ ในมาด อิงอร สาวผู้มีอดีตอันแสนเจ็บปวด และ ทุกทรมานที่ถ่ายทอดสิ่งที่เหมือนเป็นดาบสองคมให้กับลูกของเธอ เพราะไม่อยากให้ลูกต้องพรากจากเธอ บทนี้ต้องใช้มิติเยอะ ในการที่สร้างความน่าเชื่อถือให้กับคนดู เพราะเธอจะมาพร้อมแคแรกเตอร์ที่มีหลายบุคลิก น่าค้นหา ลึกลับ เย้ายวน แข็งแกร่ง อ่อนไหว ซึ่งจะเป็นการสลับสับเปลี่ยนกันไป ภายในชั่วระยะเวลาสั้นๆ แต่ใหม่ ก็ถ่ายทอดออกมาได้เยี่ยมยอด อารมณ์ สีหน้า ท่าทาง การแสดง เธอเข้าถึงบทอิงอรสุดๆ นึกไม่ออกเลย ถ้าไม่ได้เธอมารับบทนี้ ใครจะเป็นคนมาเล่นแทนเธอ และ แน่นอน เมื่อช่วงเวลาการเข้าชิงรางวัลเกี่ยวกับด้านภาพยนตร์มาถึงปลายปี – ต้นปีหน้า จะต้องมีชื่อเธอไปเกี่ยวข้องด้วยอย่างแน่นอน และ เผลอๆ ใหม่ เตรียมเป็นผู้ชนะ ขึ้นรับรางวัล นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมแห่งปีได้เลย (หนึ่งในจำนวนผู้เข้าชิง ใหม่อาจจะต้องไปชิงดำกับ พลอย เฌอมาลย์ จาก สี่แพร่ง, แอม ฉายนันท์ จาก Happy Birthday, มะหมี่ นภคปภา จาก ลองของ 2 และ น้องเกรซ จาก ส้มตำ แว๊กกกกกกกก !!!)

ส่วน อนันดา หนังเรื่องนี้ก็เป็นอีกหนึ่งก้าวการแสดงที่เขาได้พิสูจน์ให้เห็นว่า แม้หนังจะเยอะมากในเครดิต แต่เป็นผู้ชายที่เลือกรับงานได้ดีทีเดียว และ บทคุณหมอจิตแพทย์ผู้มีปมอดีตที่รวดร้าวทุกข์ทรมาน..เขาถ่ายทอดออกมาได้อย่างดีเยี่ยม และ เหมาะสมกับแคแรกเตอร์คุณหมอที่ดูเหมือนจะมีปัญหามากกว่าคนไข้ได้ดีทีเดียว ดูหนังออนไลน์

เยี่ยมทั้งการแสดง และ องค์ประกอบ ทุกส่วนของหนัง

ถือเป็นหนังไทยที่เป็นทางเลือกที่แตกต่างสำหรับคนที่พิสมัยอยากจะชมอะไรที่จริงจัง ซีเรียส และ มีสาระ ..(หนังสอนอะไรหลายๆอย่างเกี่ยวกับความรู้สึกนึกคิด และ พฤติกรรมมนุษย์) …หาดูได้ยากครับ สมัยนี้

อ้อ ที่สำคัญ เลิฟซีนหนังเรื่องนี้ ไม่โ-ป๊ครับ สวยงามมาก …ทุกท่วงท่าลีลา และ การจัดภาพ อาร์ทไดเร็กชั่น สวยงามมากๆ …ผมว่าฉากเลิฟซีนนี่ยังโ-ป๊น้อยกว่าฉากจบนะ ตอนเฉลยปมเรื่องตอนสุดท้าย ฉากนั้นโ-ป๊กว่านี้เยอะครับ เพราะเห็นทุกส่วนจริงๆ จะจะ มากๆ ฮ่าๆๆๆ อยากรู้เป็นอะไรต้องไปดูกันในหนังนะครับ

อุดหนุนหนังไทยขายความแตกต่าง และ เจ๋งในตัวเรื่องนี้ไม่ควรพลาดครับ

คะแนน : 9.5 / 10
ผมขอให้เกรด A- ครับ (ให้ในความกล้าที่จะแตกต่างของผกก. และ ให้ในสปิริตการแสดงของนักแสดงครับ)

รีวิววันสุดท้าย ก่อนบายเธอ

รีวิววันสุดท้าย ก่อนบายเธอ

รีวิววันสุดท้าย ก่อนบายเธอ

รีวิวหนังไทย เป็นที่รู้กันดีว่าหนังไทยได้พัฒนามาเรื่อย ๆ ทุกปี การที่ผลงานเรื่องล่าสุดของบาส – นัฐวุฒิ พูนพิริยะ ผู้กำกับ ‘เคาท์ดาวน์’ กับ ‘ฉลาดเกมส์โกง’ ที่คราวนี้พ่วงหว่องกาไว (Wong Kar-wai) โคจรข้ามโลกมาเป็นโปรดิวเซอร์ให้ พร้อมกับหนีบรางวัล World Dramatic Special Jury Award: Creative Vision จาก Sundance Film Festival มาเป็นเครื่องการันตีก่อนเข้าฉายในไทย ทุกคนต้องได้ดูมันดีจริง ๆ

‘One for the Road’ เริ่มต้นเมื่ออู๊ด (ไอซ์ซึ – ณัฐรัตน์ นพรัตยาภรณ์) ได้โทรมาหาบอส (ต่อ – ธนภพ ลีรัตนขจร) ว่าตัวเขากำลังจะตายเพราะลูคีเมีย บอสจึงต้องข้ามน้ำข้ามทะเลจากนิวยอร์กกลับมาไทย และพาอู๊ดไปทำตามปณิธานสุดท้ายก่อนตาย ซึ่งก็คือการเดินทางกลับไปคืนของให้เหล่าบรรดาแฟนเก่า เรื่องราวการเดินทางครั้งสุดท้ายของชายป่วยใกล้ตายกับเพื่อนรักจึงเริ่มขึ้น

 

รีวิว วันสุดท้ายก่อนบายเธอ

หากใครได้เห็นโปสเตอร์หรือดูเทรลเลอร์มาบ้าง คงพอมองออกว่า One for the Road เป็นหนังสไตล์  ‘Road Movie’ ซึ่งจะเป็นการพาตัวละครไปยังสถานที่ต่าง ๆ พร้อมพาคนดูดำดิ่งเข้าไปในความสัมพันธ์อันซับซ้อน ฉะนั้นแล้วหนังเรื่องนี้จึงมีบรรยากาศที่แตกต่างจากหนังเรื่องอื่น ๆ ของบาส นัฐวุฒิ มากพอสมควร ในขณะที่หนัง 2 เรื่องก่อนจะเน้นสไตล์ทริลเลอร์ที่อัดความลุ้นระทึกจนแทบไม่ทันหายใจ แต่ในเรื่องนี้กลับเป็นบรรยากาศสบาย ๆ ที่ค่อย ๆ ใช้อารมณ์ภายในขับเคลื่อนตัวมู้ดของหนังออกมาแทน ดูหนังฟรี

รีวิว วันสุดท้ายก่อนบายเธอ

รีวิววันสุดท้าย ก่อนบายเธอ

รีวิวหนังไทย ขณะที่หนังพาเราสำรวจเส้นทางที่อู๊ดและบอสได้ได้เดินทางผ่าน หนังก็ค่อย ๆ สอดแทรกแฟลชแบ็กกับหยอดปมไว้ตลอดทาง พร้อมย้อนความว่าพวกเขาเป็นใคร อะไรที่นำพาให้พวกคู่หูนี้ให้ต้องมาเจอกัน แต่ทว่าหนังก็ใช้ความเป็นโร้ดมูวี่ได้ไม่คุ้มนัก เพราะแต่ละโลเกชันที่พวกเขาไป มันกลับไม่ได้มีความสลักสำคัญอะไรไปมากกว่าการเป็นแค่จุดเช็กพอยต์ที่พาอู๊ดไปเจอกับแฟนเก่าแต่ละคนก็เท่านั้น

รีวิว วันสุดท้ายก่อนบายเธอ

ถึงแม้ว่าหนังจะไม้ได้สลับซับซ้อนทางการนำเสนอ แต่ก็ทดแทนด้วยบทที่ซับซ้อนเข้ามาแทน จากปมปัญหาที่หนังแอบหยอดไว้ในแต่ละเส้นทางก็ค่อย ๆ ก่อตัวเป็นระเบิดเวลา และทำให้ซีนไคลแม็กซ์นั้นปะทุออกมาได้อย่างพอเหมาะพอเจาะ แม้ว่าหนังจะรีดอารมณ์คนดูออกมาได้ถูกจังหวะ แต่น่าเสียดายปมใหญ่ของหนังที่ถูกชูไว้ กลับไม่ถูกให้น้ำหนักเท่าที่ควร และทำให้คนดูรู้สึก ‘หลงทาง’ ในบางครั้ง

อีกสิ่งหนึ่งที่ช่วยพยุงหนังไว้คือทัพนักแสดงที่คอยแบกเรื่อง ไล่ตั้งแต่นักแสดงหลักอย่าง ต่อและไอซ์ซึที่เคมีเข้ากันอย่างลื่นไหล ในแต่ละบทสนทนาของทั้งคู่แฝงไว้ด้วยความยียวนกวนทีนและเป็นห่วงกันตลอด จนเรารู้สึกได้เลยว่า นี่แหละความเป็นเพื่อนที่ไม่ประดิดปะดอย โดยเฉพาะไอซ์ซึ ที่ต้องขอชมมาก เพราะเขาใช้วิธีการแสดงแบบ Method Acting ในการดำดิ่งเข้าสู่ความเป็นอู๊ด ซึ่งไอซ์ซึต้องลดน้ำหนักถึง 17 กิโลกรัมและศึกษาพฤติกรรมของผู้ป่วยลูคีเมียระยะสุดท้ายไปพร้อมกัน หนังฟรี

‘One for the Road’ พยายามอย่างมากที่จะพาเราไปสำรวจในทุกแง่มุมของความสัมพันธ์ ตั้งแต่คนแปลกหน้า เพื่อน คนรัก ไปจนถึงครอบครัว ซึ่งเรื่องราวเหล่านี้ช่วยดึงอารมณ์ให้คนดูมีจุดร่วมกับหนังไปได้อย่างดี

“แม้ว่าเราจะไม่อินกับอะไร แต่ก็ยังมีมุมที่สะกิดใจให้ได้หันกลับมามองตัวเองอยู่เหมือนกัน”

ภาพยนตร์เรื่องนี้จะเล่าเรื่องราวของ อู๊ด (ไอซ์ซึ ณัฐรัตน์) ที่ป่วยเป็นโรคร้าย และ มีเวลาอยู่ได้อีกไม่นาน เขาจึงตัดสินใจโทรตามเพื่อนของเขาที่เป็นเจ้าของบาร์อยู่ที่ New York อย่าง บอส (ต่อ ธนภพ) ให้กลับมาเมืองไทย เพื่อพาเขาขับรถไปเจอหน้าแฟนเก่าครั้งสุดท้ายก่อนตาย เพราะหมอไม่อนุญาติให้เขาขับรถ เลยต้องให้เพื่อนมาขับให้ ซึ่งเขาจะไปหาแฟนเก่าทุกคนเพื่อเคลียร์ และ ไม่ให้มีอะไรค้างคาต่อกันอีก เรื่องราวของพวกเขาทั้ง สองคนจะลงเอยอย่างไร และจะทำได้สำเร็จตามที่คิดไว้หรือไม่ คงต้องไปรับชมด้วยตาตัวเอง วันนี้ทุกโรงภาพยนตร์

สรุปวันสุดท้าย ก่อนบายเธอ

รีวิวหนังไทย ด้านงานภาพที่กำกับโดย พาเกล้า จิระอังกูรกุล นั้นก็เป็นหนึ่งข้อดีของเรื่องนี้ รับรู้เลยว่าในแต่ละซีนค่อนข้างพิถีพิถันในการจัดวางเฟรม และ การที่ได้หว่องกาไวมาช่วยดูภาพรวมของหนัง ก็ทำให้บรรยากาศ ‘สไตล์หว่อง’ ตลบอบอวลอยู่ตลอดทั้งเรื่อง เมื่อผสมกับจังหวะการตัดต่อสไตล์มอนทาจอย่างรวดเร็วด้วยแล้ว ก็ทำให้จังหวะของหนังถูกนำเสนอออกมาได้อย่างพอดี เป็นตรงกลางที่สมดุล และ ไม่น่าเบื่อจนเกินไป

บอกก่อนเลยว่า ดีเกินคาดมากๆ งานภาพสวยจริงๆ ยอมรับเลย ไม่เสียชื่อหว่อง กาไว จริงๆ งานละเอียด และ ดูสากลกว่าหนังไทยทั่วไปมากๆ แต่ต้องบอกว่าเรื่องนี้งานภาพไม่ได้ออกมาสไตล์หว่องขนาดนั้น แต่ก็มีกลิ่นอายไม่น้อย แต่ไม่เหมือนไปซะทั้งหมด ซึ่งบอกเลยว่าไม่ได้มีดีแค่งานภาพที่สวยงาม แต่มันดีเกือบทั้งหมด โดยเฉพาะบท ที่เขียนมาได้ดีมากๆ มีรายละเอียดยิบย่อยมากมาย ทำให้ได้เห็นมิติของตัวละครทุกตัวได้อย่างชัดเจน และ ทำให้คนดูเข้าใจความรู้สึกของตัวละครได้อย่างถ่องแท้ แถมทุกอย่างยังมีความหมาย และ สื่อถึงกันแบบหมดจด ทำให้รู้เลยว่า คนทำหนังเขาตั้งใจให้มันออกมาดีจริงๆ

รีวิววันสุดท้าย ก่อนบายเธอ

 

โดยรวมแล้ว ‘One for the Road’ หรือชื่อไทย ‘วันสุดท้าย..ก่อนบายเธอ’ เปรียบเหมือนค็อกเทลแก้วทดลองของบาส มีทั้งรสชาติที่แปลกใหม่ และ ส่วนที่อาจจะยังไม่อร่อยนัก แต่ด้วยการเชคที่ปราณีต และ ความพิถีพิถันในการคัดเลือกวัตถุดิบ ก็ช่วยให้เราดื่มด่ำกับมันได้ไม่ยาก พร้อมทั้งดีใจที่ได้เห็นเวย์ใหม่ ๆ ในการนำเสนอของบาส ( และ อีกก้าวของหนังไทย) ซึ่งชวนให้เรา ตั้งหน้าตั้งตารอว่า “ค็อกเทลแก้วต่อไปของบาสนั้นเป็นอย่างไร” และ เราก็พร้อมจะยกขึ้นดื่มอย่างไม่ปฏิเสธ

ในส่วนของนักแสดงก็แสดงดีกันทุกคน โดยเฉพาะซีนดราม่า ทำกันได้ดีไม่มีข้อกังขา แต่ขอติเรื่องบทพูดบางฉาก ที่บทพูดมันแปลกๆ ดูไม่ธรรมชาติยังไงไม่รู้ แต่ก็แค่บางฉากแหละ ภาพรวมคือดีหมด นอกจากงานภาพที่ผมชอบมากๆแล้ว อีกอย่างที่ชอบคือเพลง เสียงประกอบฉากต่างๆ ทำออกมาได้โคตรดีมากๆ เลือกเพลง และ เสียงประกอบฉาก และ อารมณ์ต่างๆได้ดี เหมาะกับภาพและ สถานการณ์ที่กำลังดำเนิ นอยู่ไปอย่างลื่นไหล อีกอย่างคือการที่เอาเสียงของตัวละครพ่อที่เป็นดีเจคลื่นวิทยุมาใส่ประกอบเป็นเสียงพื้นหลังอยู่เป็นระยะๆ มันเป็นอะไรที่เท่ห์ และ ดีมากๆจริงๆ เพราะเสียงที่คลอนั้นมันซ่อนเรื่องราวและความรู้สึกของตัวละครหลักไว้ ทำให้หนังมันมีเสน่ห์เพิ่มขึ้นมามากๆ

รีวิววันสุดท้าย ก่อนบายเธอ

โดยรวมแล้วถือว่าทำออกมาได้ดีมากๆแล้ว ผมชอบพอสมควร แต่ก็ยัง ไม่ถึงกับชอบมาก แต่รับรองว่าไม่เสียดายค่าตั๋วแน่นอน 100% ความดีงามของเรื่องนี้มันอยู่ระดับที่เอาไปฉายให้ ต่างชาติดูได้แบบไม่อายเลย ผมมองว่าหนังไทย ควรเริ่มจากหนังดราม่าเนี่ยแหละ เพราะใช้ทุนไม่เยอะ แต่ส ามารถทำออกมาให้ดีในระดับสากลได้ ถ้าอย ากเห็นหนังไทยดีขึ้น และ สามารถแข่งขันกับนานาชาติได้ ก็อยากให้ ทุกคนช่วยกันสนับสนุนหนัง ไทยกัน แต่ไม่ได้บอกว่า ให้ดูทุกเรื่องนี้ แต่เรื่องนี้ควรดู เพราะมันดีจริง คนทำจะได้มีกำ ลังใจทำหนังดีๆออกมาให้เ ราได้ดูอีก สุด ท้ายนี้ ขอให้คะแนนไว้ที่ 8/10 เลยแล้วกันครับสุดท้ายนี้ถ้าอ่า นแล้วชอบ ฝากกดติดตาม และ กดแชร์ด้วยนะครับ ดูหนังออนไลน์

  • ชื่อเรื่อง : One for the Road (วันสุดท้าย..ก่อนบายเธอ)
  • ความยาว : 2 ชั่วโมง 16 นาที
  • วันที่ฉาย : 10 กุมภาพันธ์ 2022
  • แนว : ชีวิต , ดราม่า , มิตรภาพ
  • ผู้กำกับ : นัฐวุฒิ พูนพิริยะ
  • ช่องทางการรับชม : วันนี้ทุกโรงภาพยนตร์