Tag Archives: หนังปี 2022

รีวิว THE RAIN STORIES

รีวิว THE RAIN STORIES

รีวิว THE RAIN STORIES

รีวิวหนังไทย สวัสดีครับจากประสบการ์ณของแอดที่ได้ไปรับชมส่วนตัวแอดคิดว่านี้ก็เป็นหนังไทยที่ดีอีกเรื่องเลย แต่แอดไม่คิดว่ามันจะปัง จะประสบความสำเร็จอย่างเกินคาดสำหรับภาพยนตร์เรื่อง “พี่ชาย My Bromance” จากค่าย วายุฟิล์มโปรดักชั่น ผู้กำกับมากฝีมืออย่าง “ณิชชี่ – ณิชภูมิ ชัยอนันต์” ก็ไม่รอช้าเดินหน้าสานต่อเรื่องราวความรักครั้งใหม่ ของบรรดาเด็กหนุ่มมัธยมปลายภายใต้รั้วโรงเรียนแห่งหนึ่ง พร้อมคว้าตัว นักแสดงเก๋าประสบการณ์ “ย้ง – ธรากร สุขสมเลิศ”

รีวิว THE RAIN STORIES

มารับบทนำใน “The Rain Stories เมื่อฝนหยดลงบนหัว” โดยสวมบทเป็น นนท์ หนุ่มใหญ่ใจดีที่มีรสนิยม รักเพศเดียวกัน ซึ่งจัดฉายปฐมทัศน์ ไปแล้วเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2559 ณ โรงภาพยนตร์เอสพลานาด รัชดาภิเษก เพิ่มความพิเศษจากผู้กำกับ และ เหล่านักแสดงนำที่มา ให้กับสัมภาษณ์กับทางเว็บ สยามโซน.คอม อย่างเป็นกันเอง ถึงเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในภาพยนตร์เรื่องนี้ เว็บดูหนัง

รีวิว THE RAIN STORIES

รีวิวหนังไทย ผู้กำกับ ณิชชี่ เผยถึงแรงบันดาลใจของภาพยนตร์ให้ฟังว่า “แรงบันดาลใจในการสร้างหนังเรื่องนี้นะครับ เกิดจากการที่ผมเติบโตมากับสังคมโรงเรียนชายล้วนในภาคเหนือมาตั้งแต่เด็ก ๆ เลย แล้วผมก็ได้เห็นเรื่องราวความรัก ที่เป็นความลับของความรักระหว่างชายกับชาย มาเยอะมากตั้งแต่วัยเด็ก เราก็เลยมีความฝันอยากทำ เป็นหนังขึ้นมาเพื่อเล่าเรื่องราวที่คนทั่วไปไม่ค่อยรู้จัก เราก็เลยทำเรื่อง พี่ชาย My Bromance ขึ้นมาเมื่อปี 57 ซึ่งมันสำเร็จสร้างรายได้อย่างเกินคาด แต่ว่าหนัง

รีวิว THE RAIN STORIES

เรื่องนั้นก็ยังไม่ตอบโจทย์ถึงที่สุดของเนื้อหาเกี่ยวกับเพศเดียวกัน ได้อย่างลึกซึ้ง มันยังมีจุดที่มันค้างคาอยู่ฮะ ผมก็เลยต่อยอดความรู้สึก และ อารมณ์จากเรื่องที่แล้วมาใส่ในหนังเรื่องนี้ ผมเปรียบฝนเหมือนปัญหาที่เข้ามาในชีวิตคนนะครับ ถ้าคน ๆ หนึ่งเนี่ยเจอปัญหาแล้วหรือเจอฝนตกลงมาใส่หัวเนี่ยเขาจะทำยังไงกับมัน ซึ่งคำตอบจะอยู่ในภาพยนตร์ ซึ่งต้องไปดูกันว่าฝนคืออะไร แล้วก็มีความสัมพันธ์ เกี่ยวกับตัวเรายังไง”

รีวิว THE RAIN STORIES

ย้ง พูดถึงบทบาทสุดท้าทายในครั้งนี้ว่า “บทบาทก็เป็นผู้ชายวัยกลางคนครับที่เข้าใจเรื่องความรักพอสมควร แล้วก็ผิดหวังมา คือผิดหวังอย่างเข้าใจ แล้วก็มีกำแพงของตัวเองเหมือนกัน แล้วบังเอิญว่าได้เจอกับ อ๊อฟชั่น (ถิรติกร กองคำ) ก็คือ เต้ นะครับในเรื่อง ซึ่งเขาบังเอิญหน้าเหมือนแฟนเก่าแล้วก็เหมือนกับเขาขายบริการ เราก็เลยลองซื้อมาแต่ว่าไม่ได้คาดหวังอะไร เพราะอย่างที่บอกว่าเขามีกำแพง ด้วยวัยวุฒิด้วยความผิดหวัง เนี่ยเขาก็ไม่ได้คิดอะไรมาก แต่ด้วยความหน้าเหมือน

ด้วยความผูกพัน มีระยะเวลาอยู่ด้วยกันก็เกิดความผูกพันขึ้นมา จนเขาเหมือนเผลอใจไปอีกครั้งหนึ่ง” ด้านหนุ่ม “อ๊อฟชั่น – ถิรติกร กองคำ” ที่ต้องมาประกบ นักแสดงรุ่นพี่เผยว่า “บทที่เล่นผมเล่นเป็น เต้ ครับ เต้เนี่ยจะเป็นนิสัยแบบก้าวร้าว ไม่ค่อยไปโรงเรียน เป็นเด็กเกเรเลยครับผม ชอบติดพนันบอล จนวันหนึ่งทำให้เขาต้องเป็นหนี้ พนันบอลถึงหนึ่งหมื่นบาท เลยได้เข้าวงการเกี่ยวกับ การขายบริการครับผม แล้วนั่นก็จะเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องนี้”

ผ่านช่วงเทศกาลแห่งความรักได้ไม่นาน ก็มีหนังรักเรื่องใหม่เข้าฉายทันที… รอบนี้ขอบอกเลยว่าหนังรักจริง ๆ ไม่ใช่หนังรักแบบรอบที่แล้วแน่นอน อยากบอกจะว่าหนังรักที่เอามารีวิวนี้ ไม่ใช่รักระหว่าง ชายหญิง ทั่วไปนะ แต่เป็นหนังรักระหว่าง ชายชาย ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วคิดว่า อี๊… ไม่ดูอ่ะ หนังเกย์ ใจเย็นนะ หนังเรื่องนี้ไม่ใช่หนังเกย์แบบที่คิดกันแน่นอน ถ้าไม่เชื่อ ลองอ่านต่อไปได้เลย!!!

The Rain Stories เมื่อฝนหยดลงบนหัว เป็นหนังรักเรื่องใหม่จากผู้สร้าง พี่ชาย My Bromance หนังรักชายชายที่เคยกวาดรายได้ไปกว่า 6 ล้านบาทในปีที่แล้ว กลับมาในปีนี้ The Rain Stories เป็นหนังที่เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับความรักของชายชายเหมือนเดิม เพียงแต่สิ่งที่เพิ่มเติมมาคือ มุมมองความรักที่ใหม่ขึ้น เยอะขึ้น โดยหนังเริ่มต้นที่เรื่องของ นานา นักเรียนชั้น ม.5 ที่มีร่างกายพิการ ได้มาพบรักกับ เจนท์ นักเรียนชาย ม.4 สุดน่ารัก ซึ่งหนังในพาทนี้จะเล่าเกี่ยวกับ ความรักแบบลับ ๆ

เรื่องที่สองเป็นเรื่องของ บาส นักเรียนชั้น ม.6 ที่ไม่เคยพบหน้าพ่อตัวเองตั้งแต่เกิด ซึ่งมีเพื่อนสนิทชื่อ บอย ทั้งสองเป็นเพื่อนที่สนิทกันมาก จนหลาย ๆ คนหาว่าเป็นคู่เกย์ ทั้งสองมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน จนมาวันนึงที่บาสรู้ความจริงว่า แม่ตัวเองเป็นมะเร็ง และ พ่อจะกลับมาหา บาสกลัวที่จะพบหน้าพ่อ นั่นจึงทำให้เกิดเรื่องราวอื่น ๆ ต่อมามากมาย ซึ่งหนังในพาทนี้จะเล่าเรื่องราวความรักในอีกมุมมองนึง ซึ่งน่าสนใจมาก ๆ

เรื่องสุดท้ายเป็นเรื่องราวของ เต้ นักเรียนชั้น ม.6 ที่ติดหนี้พนันบอล ที่ต้องหาเงินให้ได้ก่อนวันพรุ่งนี้ เต้ไม่รู้จะทำยังไงดี จึงตัดสินใจขายบริการทางเพศให้เกย์ จนได้พบกับคน ๆ นึง ที่จะเปลี่ยนมุมมองของเขาที่มีต่อความรักตลอดไป ซึ่งในพาทสุดท้ายก็จะเป็นมุมมองของความรักที่แปลกใหม่อีกหนึ่งมุมมอง ซึ่งทั้งสามเรื่องไม่ได้มีอะไรที่เกี่ยวพันกัน แต่ตัวละครอยู่ ร.ร. เดียวกัน ดูหนัง

สรุป THE RAIN STORIES

รีวิวหนังไทย หลังจากทุกคนอ่านมาจนถึงตรงนี้ หลาย ๆ คนก็คงคิดว่าก็เฉย ๆ นะ อีกบางคนก็อาจจะคิดว่าน่าสนใจ สิ่งที่อยากบอกก็คือ หนังเรื่องนี้ พี่ณิชชี่ที่เป็น ผกก. ตั้งใจทำงานมาก ถ้าใครที่ได้ดู My Bromance มาแล้ว ได้มาดูเรื่องนี้ ก็จะได้เห็นพัฒนาการอีกขั้นของ ผกก. เอาเป็นว่าเพื่อง่ายต่อการตัดสินใจ เราเลยคัด 10 ข้อ ที่คุณควรรู้ก่อนไปดู มาให้อ่านกัน ถ้าพร้อมแล้ว ไปอ่านกันเลย! เว็บหนัง

1. หนังเรื่องนี้ถึงจะได้ชื่อว่าหนังเกย์ แต่ก็เป็นความรักแบบใส ๆ ที่ไม่เน้นขายฉาก Sex จึงเหมาะสำหรับทุกเพศ ทุกวัย

2. นักแสดงชายหล่อ และ น่ารักมาก

3. หนังเรื่องนี้ไม่ได้เป็นภาคต่อของ My Bromance นะ เพราะงั้นถึงจะเคยดูหรือไม่เคยดู ก็ดูเรื่องนี้เข้าใจ

4. หนังเรื่องนี้มีหลายฟิลมาก ทั้ง สุข เศร้า เหงา ซึ้ง ดราม่าน้ำตาแตก ทุกอย่าง คือครบเลย

5. หนังเรื่องนี้มีมุกตลก จิกกัดหนังเรื่อง My Bromance ถ้าใครเคยดู ก็จะเกท ใครไม่เคยดู ก็ไม่เป็นไรเนาะ

6. หนังเรื่องนี้มีนักแสดงชายจากเรื่อง My Bromance มาโผล่ด้วย แต่จะมีฉากไหนบ้าง ต้องไปดูกันเอง

7. หนังเรื่องนี้เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเปิดใจดูหนังรักแนวใหม่ ๆ

8. หนังเรื่องนี้มีรอบฉายน้อยมาก เพราะงั้นอ่านจบรีบไปดูเลยนะ

9. ถ้าไปดูหนังจบแล้ว อย่าพึ่งรีบลุกออกจากโรง เพราะหนังเรื่องนี้มี end credit ด้วย

10. ส่วนตัวเราอยากให้ทุกคนลองไปดูหนังเรื่องนี้

รีวิว เมมโมรี่ รักหลอน

รีวิว เมมโมรี่ รักหลอน

รีวิว เมมโมรี่ รักหลอน

รีวิวหนังไทย สวัสดีครับวันนี้นรีวิวหนังไทยสยองขวัญ หนังอมตะตลอดกาลที่ไม่ว่าจะผ่านมานานแค่ไหน แต่คนที่เคย ๆ ดูรู้ว่ามัน หลอนแค่ไหน หลังจากที่เราได้เห็นบทบาทของเพื่อนสนิทอย่าง มาช่า วัฒนพานิช …ในหนังเรื่อง แฝด หลังจากหายผลงานทางจอเงินไปกว่า 15 ปี วันนี้เราจะได้เห็นบทบาทของ ใหม่ เจริญปุระ ในบทนำเต็มๆบนจอเงิน หลังจากหายไป 7 ปีเต็มบ้าง นับตั้งแต่การขึ้นจอสะกดสายตา และ อารมณ์คนดูในหนังประวัติศาสตร์ย้อนยุคของหม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล เรื่อง สุริโยไท

รีวิว เมมโมรี่ รักหลอน

เมมโมรี่ รักหลอน คือหนังที่ ใหม่ เจริญปุระ กลับมาได้ถูกที่ถูกทางถูกเวลาเป็นอย่างยิ่ง เพราะท่ามกลางหนังไทยทุกวันนี้ที่มีแต่หนังตลกขายตลกคาเฟ่มุกใต้สะดือด่าพ่อล่อแม่ หรือจะเป็นหนังสิ้นคิดของทีมผู้สร้างที่กะจะขายดารานักแสดงหน้าเดิมๆ …เรื่องนี้ตีโจทย์แตก ด้วยความแตกต่างโดยสิ้นเชิงกับหนังไทยทุกวันนี้ ถือเป็นอีกทางเลือกที่สมราคาคุย และ คุ้มค่ากับเวลา และ ค่าตั๋วที่เสียไปได้ …

หากพิจารณาจากหน้าหนัง และ ตัวอย่างที่ได้เห็นได้ชมกันไป เชื่อว่าหลายๆท่านในที่นี้ คงจะนึกว่านี่เป็นหนังสยองขวัญที่มีผีสางมาเป็นส่วนประกอบ และ ประเด็นสำคัญของเรื่อง แต่จากที่ได้ดูจบไปแล้ว หนังเรื่องนี้ใช้บรรยากาศในส่วนของความสยองขวัญเป็นตัวบิ้วท์อารมณ์ สร้างอารมณ์ร่วมให้กับหนัง ทำให้หนังดูมีความน่าค้นหา น่าสนใจมากกว่า โดยที่จริงๆแล้ว เนื้อเรื่องหลักของหนังไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับผีสางนางไม้แต่อย่างใด ดูหนังฟรี

รีวิว เมมโมรี่ รักหลอน

รีวิวหนังไทย เรื่องราวแห่งความรักระหว่าง อิงอร (สิริวิมล เจริญปุระ หรือ ใหม่ เจริญปุระ) กฤช (อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม) และ แพร (ซัน คัมภิรานนท์) เด็กหญิงวัย 7 ขวบ เกิดขึ้นในสถานการณ์บีบบังคับ เมื่ออิงอรจำยอมพาแพร ซึ่งเป็นลูกสาวไปพบกฤชเพื่อวินิจฉัยอาการป่วย กฤชเป็นแพทย์หนุ่มที่มีแต่ความหดหู่อาลัยในชีวิต และ นั่นเป็นครั้งแรกที่กฤชได้พบกับอิงอร และ แพรเด็กสาวที่น่าสงสาร

รีวิว เมมโมรี่ รักหลอน

ในระหว่างการรักษา อิงอรปฏิเสธคำวินิจฉัยของกฤชโดยตลอด ด้วยความหวงกลัวจะมีใครมาพรากลูกไปจากตน อิงอรจึงปฏิเสธที่จะให้แพรมาพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลตามคำแนะนำของกฤช ด้วยความที่แพรอายุใกล้เคียงกับลูกของกฤช ทำให้กฤชรู้สึกสงสารและ ผูกพันเป็นพิเศษ จึงเป็นเหตุผลที่กฤชยอมไปรักษาแพรที่บ้าน

รีวิว เมมโมรี่ รักหลอน

เมื่อกฤชเข้าไปใกล้ชิดกับครอบครัวนี้มากขึ้น กฤชกลับรู้สึกว่าอิงอรเหมือนเป็นคนที่เขาค้นหามาตลอด ทุกครั้งที่อยู่ใกล้ ไฟแห่งราคะพร้อมที่ลุกโชน ในขณะที่อิงอรเป็นหญิงม่ายที่เติบโตมาจากห้วงบาปแห่งชีวิต เปรียบผู้ชายดั่งสัตว์ที่มีผู้หญิงไว้เพียงบำบัดความใคร่ จึงจำเป็นที่จะต้องปกป้องลูกของตนจากผู้ชายทั้งปวง แพรจึงเป็นเพียงเด็กน้อยที่ในชีวิตไม่เคยมีใครอื่นนอกจากแม่

ด้วยความรัก และ เอ็นดูที่กฤชมีต่อแพร ทำให้อิงอรเริ่มมีความรู้สึกที่ดีกับกฤชแบบที่ไม่เคยรู้สึกกับผู้ชายคนใดมา ก่อน แต่เมื่อความสัมพันธ์ของเขาทั้งสองเพิ่มมากขึ้นเท่าไร กำแพงแห่งความกลัวของอิงอรกลับยิ่งเพิ่มสูงขึ้นเท่านั้น

การเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันทางอารมณ์ที่เกรี้ยวกราดของอิงอร การเลี้ยงลูกที่ประหลาดกว่าที่คนทั่วไปคิดจะทำ สิ่งหนึ่งที่กฤชสัมผัสได้จากความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นในครอบครัวนี้ คือความรักที่ไม่ปกติชวนผวาได้ตลอดเวลา สาเหตุเกิดจากอะไร เกิดจากใคร นั่นเป็นเรื่องที่กฤชต้องหาคำตอบ

เรียกว่าหนังเรื่องนี้ดูแล้วคุ้มค่าเพราะว่าตอบสนองคนดู ทุกอารมณ์ ทุกรสชาติ เป็นหนังที่พะยี่ห้อแนวทริลเลอร์ดราม่า แต่เนื้อในแฝงไปด้วยดราม่าเชิงจิตวิทยา ดราม่าเสียดสี ทริลเลอร์สยองขวัญ ดราม่าคอมมิดี้เล็กน้อย และ แน่นอนบทสรุปของหนังเป็นสิ่งที่คนดูหลายท่านอาจจะต้องอ้าปากหวอกันไปตามๆกัน และ เชื่อเลยว่า ไม่มีใครสามารถเดาตอนจบเรื่องนี้ได้ถูก แม้แต่ผมที่เดาไปต่างๆนานา แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นว่า หนังโคตรจะหลอกคนดูเลยจริงๆ

จากบรรยากาศที่ชวนให้ขนลุกตั้งแต่เริ่มต้นเรื่อง ผู้กำกับใช้ประโยชน์ได้ดีจากช่วงเวลาเขย่าขวัญทั้งหลาย ดึงวินาทีที่เต็มเปี่ยมด้วยอารมณ์ผวาดผวาน่ากลัวให้คนดูได้ตกใจ และ สะดุ้งโหยงกันไปตามๆกัน (หนังมาพร้อมอารมณ์ในส่วนนี้คล้ายคลึงกับหนังเรื่อง แฝด คือมีการใช้บรรยากาศลึกลับ ชวนสยองขวัญ ของภายในบ้าน และ คนใกล้ตัว) …ซึ่งไม่นานนัก หนังก็พลิกอารมณ์เข้าสู่อีกองค์หนึ่ง ซึ่งเป็นอีกองค์ที่มีอารมณ์แตกต่างกันไป ซึ่งก็ทำให้ผู้ชมสามารถเว้นวรรคความสยดสยอง และ เดินหน้าเข้าสู่ความเป็นดราม่า หรืออารมณ์สุนทรีย์ต่างๆ ที่หนังแทรกเข้ามาเป็นระยะ ก่อนจะกลับมากดดันคนดูอีกครั้ง เมื่อต้องเปิดปมไคลแม็กซ์ในแต่ละองค์

หนังเป็นส่วนผสมของหนังสยองขวัญชั้นปรมาจารย์ทั้งหลาย ที่บางทีอาจจะได้แรงบันดาลใจหรือ เกิดความอยากที่จะทำให้หนังมีลุกเล่นของผกก. เลยใส่รายละเอียดเล้กๆน้อยๆ ในส่วนนี้มา ไม่ว่าจะเป็นมาดแคแรกเตอร์ที่ดูน่าค้นหาบวกอารมณ์สยองขวัญ ส่วนนี้คล้ายคลึงกับ The Others, ความสัมพันธ์ของตัวละครที่เป็นผู้ปกครอง และ ลูกคล้ายคลึงกับ Hide And Seek, เล่ห์เหลี่ยม และ ความยั่วยวนของแคแรกเตอร์นำอย่างใหม่ได้อารมณ์เดียวกับ Basic Instinct, บรรยากาศสยองขวัญ และ องค์ประกอบศิลป์ต่างๆ ได้อารมณ์เดียวกันกับ แฝด..รวมทั้งมุกหักมุมในหนัง The Sixth Sense ก็ถูกมาใช้ในหนังเรื่องนี้ด้วย ..แล้วก็ยังมีฉากที่ให้อารมณ์เดียวกับ Sweeney Todd ซึ่งเป็นฉากที่ชวนช็อค และ กระตุกอารมณ์อย่างมากครับ

หนังจะมีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับหลักจิตวิทยา ที่เข้ามาสนับสนุนเหตุ และ ผลของไคลแม็กซ์ของเรื่อง ซึ่งตรงนี้เป็นหน้าที่คนดูที่จะต้องตีโจทย์บทสรุปของหนังให้แตก เพราะทันทีที่เมื่อหนังกำลังจะเข้าสู่บทเฉลยปมของทั้งเรื่อง ..หนังก็จะยัดเอารายละเอียดของปมสำคัญต่างๆที่มีมาทั้งเรื่อง ใส่เข้ามาให้คนดูแอบมึน คิดตามกันไม่ทัน แต่พอหนังจบจริงๆแล้ว คนดูที่ไม่พลาดแม้แต่สักฉากเดียว จะร้อง อ๋อ ได้อย่างไม่ยาก เพราะท้ายที่สุด หนังก็มีคำอธิบายต่างๆนานา ที่สอดคล้องกับหลักจิตวิทยาข้างต้น เข้ามาเคลียร์ความสงสัยให้แจ่มยิ่งขึ้น หนังฟรี

สรุป เมมโมรี่ รักหลอน

รีวิวหนังไทย สิ่งที่คุ้มค่าในหนังเรื่องนี้ที่ถือว่าคุ้มค่าจริงๆ นั่นก็คือ การแสดงอันทรงพลังของ ใหม่ เจริญปุระ ที่ตลอดเวลาของการขึ้นจอ ในมาด อิงอร สาวผู้มีอดีตอันแสนเจ็บปวด และ ทุกทรมานที่ถ่ายทอดสิ่งที่เหมือนเป็นดาบสองคมให้กับลูกของเธอ เพราะไม่อยากให้ลูกต้องพรากจากเธอ บทนี้ต้องใช้มิติเยอะ ในการที่สร้างความน่าเชื่อถือให้กับคนดู เพราะเธอจะมาพร้อมแคแรกเตอร์ที่มีหลายบุคลิก น่าค้นหา ลึกลับ เย้ายวน แข็งแกร่ง อ่อนไหว ซึ่งจะเป็นการสลับสับเปลี่ยนกันไป ภายในชั่วระยะเวลาสั้นๆ แต่ใหม่ ก็ถ่ายทอดออกมาได้เยี่ยมยอด อารมณ์ สีหน้า ท่าทาง การแสดง เธอเข้าถึงบทอิงอรสุดๆ นึกไม่ออกเลย ถ้าไม่ได้เธอมารับบทนี้ ใครจะเป็นคนมาเล่นแทนเธอ และ แน่นอน เมื่อช่วงเวลาการเข้าชิงรางวัลเกี่ยวกับด้านภาพยนตร์มาถึงปลายปี – ต้นปีหน้า จะต้องมีชื่อเธอไปเกี่ยวข้องด้วยอย่างแน่นอน และ เผลอๆ ใหม่ เตรียมเป็นผู้ชนะ ขึ้นรับรางวัล นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมแห่งปีได้เลย (หนึ่งในจำนวนผู้เข้าชิง ใหม่อาจจะต้องไปชิงดำกับ พลอย เฌอมาลย์ จาก สี่แพร่ง, แอม ฉายนันท์ จาก Happy Birthday, มะหมี่ นภคปภา จาก ลองของ 2 และ น้องเกรซ จาก ส้มตำ แว๊กกกกกกกก !!!)

ส่วน อนันดา หนังเรื่องนี้ก็เป็นอีกหนึ่งก้าวการแสดงที่เขาได้พิสูจน์ให้เห็นว่า แม้หนังจะเยอะมากในเครดิต แต่เป็นผู้ชายที่เลือกรับงานได้ดีทีเดียว และ บทคุณหมอจิตแพทย์ผู้มีปมอดีตที่รวดร้าวทุกข์ทรมาน..เขาถ่ายทอดออกมาได้อย่างดีเยี่ยม และ เหมาะสมกับแคแรกเตอร์คุณหมอที่ดูเหมือนจะมีปัญหามากกว่าคนไข้ได้ดีทีเดียว ดูหนังออนไลน์

เยี่ยมทั้งการแสดง และ องค์ประกอบ ทุกส่วนของหนัง

ถือเป็นหนังไทยที่เป็นทางเลือกที่แตกต่างสำหรับคนที่พิสมัยอยากจะชมอะไรที่จริงจัง ซีเรียส และ มีสาระ ..(หนังสอนอะไรหลายๆอย่างเกี่ยวกับความรู้สึกนึกคิด และ พฤติกรรมมนุษย์) …หาดูได้ยากครับ สมัยนี้

อ้อ ที่สำคัญ เลิฟซีนหนังเรื่องนี้ ไม่โ-ป๊ครับ สวยงามมาก …ทุกท่วงท่าลีลา และ การจัดภาพ อาร์ทไดเร็กชั่น สวยงามมากๆ …ผมว่าฉากเลิฟซีนนี่ยังโ-ป๊น้อยกว่าฉากจบนะ ตอนเฉลยปมเรื่องตอนสุดท้าย ฉากนั้นโ-ป๊กว่านี้เยอะครับ เพราะเห็นทุกส่วนจริงๆ จะจะ มากๆ ฮ่าๆๆๆ อยากรู้เป็นอะไรต้องไปดูกันในหนังนะครับ

อุดหนุนหนังไทยขายความแตกต่าง และ เจ๋งในตัวเรื่องนี้ไม่ควรพลาดครับ

คะแนน : 9.5 / 10
ผมขอให้เกรด A- ครับ (ให้ในความกล้าที่จะแตกต่างของผกก. และ ให้ในสปิริตการแสดงของนักแสดงครับ)

รีวิววันสุดท้าย ก่อนบายเธอ

รีวิววันสุดท้าย ก่อนบายเธอ

รีวิววันสุดท้าย ก่อนบายเธอ

รีวิวหนังไทย เป็นที่รู้กันดีว่าหนังไทยได้พัฒนามาเรื่อย ๆ ทุกปี การที่ผลงานเรื่องล่าสุดของบาส – นัฐวุฒิ พูนพิริยะ ผู้กำกับ ‘เคาท์ดาวน์’ กับ ‘ฉลาดเกมส์โกง’ ที่คราวนี้พ่วงหว่องกาไว (Wong Kar-wai) โคจรข้ามโลกมาเป็นโปรดิวเซอร์ให้ พร้อมกับหนีบรางวัล World Dramatic Special Jury Award: Creative Vision จาก Sundance Film Festival มาเป็นเครื่องการันตีก่อนเข้าฉายในไทย ทุกคนต้องได้ดูมันดีจริง ๆ

‘One for the Road’ เริ่มต้นเมื่ออู๊ด (ไอซ์ซึ – ณัฐรัตน์ นพรัตยาภรณ์) ได้โทรมาหาบอส (ต่อ – ธนภพ ลีรัตนขจร) ว่าตัวเขากำลังจะตายเพราะลูคีเมีย บอสจึงต้องข้ามน้ำข้ามทะเลจากนิวยอร์กกลับมาไทย และพาอู๊ดไปทำตามปณิธานสุดท้ายก่อนตาย ซึ่งก็คือการเดินทางกลับไปคืนของให้เหล่าบรรดาแฟนเก่า เรื่องราวการเดินทางครั้งสุดท้ายของชายป่วยใกล้ตายกับเพื่อนรักจึงเริ่มขึ้น

 

รีวิว วันสุดท้ายก่อนบายเธอ

หากใครได้เห็นโปสเตอร์หรือดูเทรลเลอร์มาบ้าง คงพอมองออกว่า One for the Road เป็นหนังสไตล์  ‘Road Movie’ ซึ่งจะเป็นการพาตัวละครไปยังสถานที่ต่าง ๆ พร้อมพาคนดูดำดิ่งเข้าไปในความสัมพันธ์อันซับซ้อน ฉะนั้นแล้วหนังเรื่องนี้จึงมีบรรยากาศที่แตกต่างจากหนังเรื่องอื่น ๆ ของบาส นัฐวุฒิ มากพอสมควร ในขณะที่หนัง 2 เรื่องก่อนจะเน้นสไตล์ทริลเลอร์ที่อัดความลุ้นระทึกจนแทบไม่ทันหายใจ แต่ในเรื่องนี้กลับเป็นบรรยากาศสบาย ๆ ที่ค่อย ๆ ใช้อารมณ์ภายในขับเคลื่อนตัวมู้ดของหนังออกมาแทน ดูหนังฟรี

รีวิว วันสุดท้ายก่อนบายเธอ

รีวิววันสุดท้าย ก่อนบายเธอ

รีวิวหนังไทย ขณะที่หนังพาเราสำรวจเส้นทางที่อู๊ดและบอสได้ได้เดินทางผ่าน หนังก็ค่อย ๆ สอดแทรกแฟลชแบ็กกับหยอดปมไว้ตลอดทาง พร้อมย้อนความว่าพวกเขาเป็นใคร อะไรที่นำพาให้พวกคู่หูนี้ให้ต้องมาเจอกัน แต่ทว่าหนังก็ใช้ความเป็นโร้ดมูวี่ได้ไม่คุ้มนัก เพราะแต่ละโลเกชันที่พวกเขาไป มันกลับไม่ได้มีความสลักสำคัญอะไรไปมากกว่าการเป็นแค่จุดเช็กพอยต์ที่พาอู๊ดไปเจอกับแฟนเก่าแต่ละคนก็เท่านั้น

รีวิว วันสุดท้ายก่อนบายเธอ

ถึงแม้ว่าหนังจะไม้ได้สลับซับซ้อนทางการนำเสนอ แต่ก็ทดแทนด้วยบทที่ซับซ้อนเข้ามาแทน จากปมปัญหาที่หนังแอบหยอดไว้ในแต่ละเส้นทางก็ค่อย ๆ ก่อตัวเป็นระเบิดเวลา และทำให้ซีนไคลแม็กซ์นั้นปะทุออกมาได้อย่างพอเหมาะพอเจาะ แม้ว่าหนังจะรีดอารมณ์คนดูออกมาได้ถูกจังหวะ แต่น่าเสียดายปมใหญ่ของหนังที่ถูกชูไว้ กลับไม่ถูกให้น้ำหนักเท่าที่ควร และทำให้คนดูรู้สึก ‘หลงทาง’ ในบางครั้ง

อีกสิ่งหนึ่งที่ช่วยพยุงหนังไว้คือทัพนักแสดงที่คอยแบกเรื่อง ไล่ตั้งแต่นักแสดงหลักอย่าง ต่อและไอซ์ซึที่เคมีเข้ากันอย่างลื่นไหล ในแต่ละบทสนทนาของทั้งคู่แฝงไว้ด้วยความยียวนกวนทีนและเป็นห่วงกันตลอด จนเรารู้สึกได้เลยว่า นี่แหละความเป็นเพื่อนที่ไม่ประดิดปะดอย โดยเฉพาะไอซ์ซึ ที่ต้องขอชมมาก เพราะเขาใช้วิธีการแสดงแบบ Method Acting ในการดำดิ่งเข้าสู่ความเป็นอู๊ด ซึ่งไอซ์ซึต้องลดน้ำหนักถึง 17 กิโลกรัมและศึกษาพฤติกรรมของผู้ป่วยลูคีเมียระยะสุดท้ายไปพร้อมกัน หนังฟรี

‘One for the Road’ พยายามอย่างมากที่จะพาเราไปสำรวจในทุกแง่มุมของความสัมพันธ์ ตั้งแต่คนแปลกหน้า เพื่อน คนรัก ไปจนถึงครอบครัว ซึ่งเรื่องราวเหล่านี้ช่วยดึงอารมณ์ให้คนดูมีจุดร่วมกับหนังไปได้อย่างดี

“แม้ว่าเราจะไม่อินกับอะไร แต่ก็ยังมีมุมที่สะกิดใจให้ได้หันกลับมามองตัวเองอยู่เหมือนกัน”

ภาพยนตร์เรื่องนี้จะเล่าเรื่องราวของ อู๊ด (ไอซ์ซึ ณัฐรัตน์) ที่ป่วยเป็นโรคร้าย และ มีเวลาอยู่ได้อีกไม่นาน เขาจึงตัดสินใจโทรตามเพื่อนของเขาที่เป็นเจ้าของบาร์อยู่ที่ New York อย่าง บอส (ต่อ ธนภพ) ให้กลับมาเมืองไทย เพื่อพาเขาขับรถไปเจอหน้าแฟนเก่าครั้งสุดท้ายก่อนตาย เพราะหมอไม่อนุญาติให้เขาขับรถ เลยต้องให้เพื่อนมาขับให้ ซึ่งเขาจะไปหาแฟนเก่าทุกคนเพื่อเคลียร์ และ ไม่ให้มีอะไรค้างคาต่อกันอีก เรื่องราวของพวกเขาทั้ง สองคนจะลงเอยอย่างไร และจะทำได้สำเร็จตามที่คิดไว้หรือไม่ คงต้องไปรับชมด้วยตาตัวเอง วันนี้ทุกโรงภาพยนตร์

สรุปวันสุดท้าย ก่อนบายเธอ

รีวิวหนังไทย ด้านงานภาพที่กำกับโดย พาเกล้า จิระอังกูรกุล นั้นก็เป็นหนึ่งข้อดีของเรื่องนี้ รับรู้เลยว่าในแต่ละซีนค่อนข้างพิถีพิถันในการจัดวางเฟรม และ การที่ได้หว่องกาไวมาช่วยดูภาพรวมของหนัง ก็ทำให้บรรยากาศ ‘สไตล์หว่อง’ ตลบอบอวลอยู่ตลอดทั้งเรื่อง เมื่อผสมกับจังหวะการตัดต่อสไตล์มอนทาจอย่างรวดเร็วด้วยแล้ว ก็ทำให้จังหวะของหนังถูกนำเสนอออกมาได้อย่างพอดี เป็นตรงกลางที่สมดุล และ ไม่น่าเบื่อจนเกินไป

บอกก่อนเลยว่า ดีเกินคาดมากๆ งานภาพสวยจริงๆ ยอมรับเลย ไม่เสียชื่อหว่อง กาไว จริงๆ งานละเอียด และ ดูสากลกว่าหนังไทยทั่วไปมากๆ แต่ต้องบอกว่าเรื่องนี้งานภาพไม่ได้ออกมาสไตล์หว่องขนาดนั้น แต่ก็มีกลิ่นอายไม่น้อย แต่ไม่เหมือนไปซะทั้งหมด ซึ่งบอกเลยว่าไม่ได้มีดีแค่งานภาพที่สวยงาม แต่มันดีเกือบทั้งหมด โดยเฉพาะบท ที่เขียนมาได้ดีมากๆ มีรายละเอียดยิบย่อยมากมาย ทำให้ได้เห็นมิติของตัวละครทุกตัวได้อย่างชัดเจน และ ทำให้คนดูเข้าใจความรู้สึกของตัวละครได้อย่างถ่องแท้ แถมทุกอย่างยังมีความหมาย และ สื่อถึงกันแบบหมดจด ทำให้รู้เลยว่า คนทำหนังเขาตั้งใจให้มันออกมาดีจริงๆ

รีวิววันสุดท้าย ก่อนบายเธอ

 

โดยรวมแล้ว ‘One for the Road’ หรือชื่อไทย ‘วันสุดท้าย..ก่อนบายเธอ’ เปรียบเหมือนค็อกเทลแก้วทดลองของบาส มีทั้งรสชาติที่แปลกใหม่ และ ส่วนที่อาจจะยังไม่อร่อยนัก แต่ด้วยการเชคที่ปราณีต และ ความพิถีพิถันในการคัดเลือกวัตถุดิบ ก็ช่วยให้เราดื่มด่ำกับมันได้ไม่ยาก พร้อมทั้งดีใจที่ได้เห็นเวย์ใหม่ ๆ ในการนำเสนอของบาส ( และ อีกก้าวของหนังไทย) ซึ่งชวนให้เรา ตั้งหน้าตั้งตารอว่า “ค็อกเทลแก้วต่อไปของบาสนั้นเป็นอย่างไร” และ เราก็พร้อมจะยกขึ้นดื่มอย่างไม่ปฏิเสธ

ในส่วนของนักแสดงก็แสดงดีกันทุกคน โดยเฉพาะซีนดราม่า ทำกันได้ดีไม่มีข้อกังขา แต่ขอติเรื่องบทพูดบางฉาก ที่บทพูดมันแปลกๆ ดูไม่ธรรมชาติยังไงไม่รู้ แต่ก็แค่บางฉากแหละ ภาพรวมคือดีหมด นอกจากงานภาพที่ผมชอบมากๆแล้ว อีกอย่างที่ชอบคือเพลง เสียงประกอบฉากต่างๆ ทำออกมาได้โคตรดีมากๆ เลือกเพลง และ เสียงประกอบฉาก และ อารมณ์ต่างๆได้ดี เหมาะกับภาพและ สถานการณ์ที่กำลังดำเนิ นอยู่ไปอย่างลื่นไหล อีกอย่างคือการที่เอาเสียงของตัวละครพ่อที่เป็นดีเจคลื่นวิทยุมาใส่ประกอบเป็นเสียงพื้นหลังอยู่เป็นระยะๆ มันเป็นอะไรที่เท่ห์ และ ดีมากๆจริงๆ เพราะเสียงที่คลอนั้นมันซ่อนเรื่องราวและความรู้สึกของตัวละครหลักไว้ ทำให้หนังมันมีเสน่ห์เพิ่มขึ้นมามากๆ

รีวิววันสุดท้าย ก่อนบายเธอ

โดยรวมแล้วถือว่าทำออกมาได้ดีมากๆแล้ว ผมชอบพอสมควร แต่ก็ยัง ไม่ถึงกับชอบมาก แต่รับรองว่าไม่เสียดายค่าตั๋วแน่นอน 100% ความดีงามของเรื่องนี้มันอยู่ระดับที่เอาไปฉายให้ ต่างชาติดูได้แบบไม่อายเลย ผมมองว่าหนังไทย ควรเริ่มจากหนังดราม่าเนี่ยแหละ เพราะใช้ทุนไม่เยอะ แต่ส ามารถทำออกมาให้ดีในระดับสากลได้ ถ้าอย ากเห็นหนังไทยดีขึ้น และ สามารถแข่งขันกับนานาชาติได้ ก็อยากให้ ทุกคนช่วยกันสนับสนุนหนัง ไทยกัน แต่ไม่ได้บอกว่า ให้ดูทุกเรื่องนี้ แต่เรื่องนี้ควรดู เพราะมันดีจริง คนทำจะได้มีกำ ลังใจทำหนังดีๆออกมาให้เ ราได้ดูอีก สุด ท้ายนี้ ขอให้คะแนนไว้ที่ 8/10 เลยแล้วกันครับสุดท้ายนี้ถ้าอ่า นแล้วชอบ ฝากกดติดตาม และ กดแชร์ด้วยนะครับ ดูหนังออนไลน์

  • ชื่อเรื่อง : One for the Road (วันสุดท้าย..ก่อนบายเธอ)
  • ความยาว : 2 ชั่วโมง 16 นาที
  • วันที่ฉาย : 10 กุมภาพันธ์ 2022
  • แนว : ชีวิต , ดราม่า , มิตรภาพ
  • ผู้กำกับ : นัฐวุฒิ พูนพิริยะ
  • ช่องทางการรับชม : วันนี้ทุกโรงภาพยนตร์