Tag Archives: หนังน่าดูตลอดกาล

หลงไฟ รีวิวหนังไทย

หลงไฟ รีวิวหนังไทย

หลงไฟ รีวิวหนังไทย

 

 

คนจำนวนไม่น้อยพร่ำบ่นกันว่าละครไทยมันน้ำเน๊า.. น้ำเสีย นั่งมองแต่ละทีมีแม้กระนั้นยุงบินว่อน หนังไทยnetflix แถมยังรังควานสังคมทางอ้อมด้วยฉากชิงรักหักสวาท อารมณ์ทำนองว่าข่มขืนกระทำชำเราโรแมนติก (ดารานำชายปลุกปล้ำนางเอก แล้วนางเอกก็ตกลง.. ให้หัวใจไปซะงั้นกระทั่งผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยเริ่มเอือมสุดจะทนกับละครไทย แล้วก็หันไปให้ความชื่นชอบกับซีรี่ส์ของฝรั่งมากขึ้นเรื่อยๆ แม้กระนั้นวันนี้บอกได้เลยว่าคุณกำลังเริ่มจะหันมาพบแสงไฟแล้ว เพราะเหตุว่าละครไทยเวลานี้เค้าทำดี๊ดี.. ไม่ใช่ละครไทยแบบที่เมินหน้าหนีอีกแล้ว อย่างละครที่กางไต๋จะมาเอ่ยถึงในวันนี้โน่นเป็นละครที่พึ่งจบไปหมาดๆอย่างเรื่อง หลงไฟ” ละครที่ไม่ใช่แค่สะท้อนสังคม แม้กระนั้นยังสอนสังคม กระทั่งผู้ชมจะต้องเศร้าใจ กลัวแนวทางการทำชั่วช้าสารเลวอย่างยิ่งจริงๆเชียว!! แถมความครีเอทของละครหัวข้อนี้ยังมาเต็ม พูดได้ว่าเป็นมิติใหม่ของละครไทยอย่างยิ่งจริงๆ

 

หลงไฟ รีวิวหนังไทย

“หลงไฟ” บทประพันธ์แนวเมโลดรามาของกฤษณา อโศกสิน ที่เคยถูกสร้างออกมาแล้วหลายครั้ง โดยครั้งแรกคือเมื่อปี 2533 และครั้งต่อมาในปี 2544 แต่ไม่ได้ออกอากาศ และกลับมาได้รับความนิยมและเป็นกระแสอีกครั้งในปี 2560 โดยเวอร์ชั่นปี 2560 นี้ มีผู้กำกับการแสดงคือ กู่ – เอกสิทธิ์ ตระกูลเกษมสุข  และคฑาเทพ ไทยวานิช โดยมีผู้ทำบทโทรทัศน์คือ ธัญลักษณ์ จุลพงษ์

และมีนักแสดงนำของละครคือ พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์, ปฐมพงศ์ เรือนใจดี,จุฑาวุฒิ ภัทรกำพล,มชณต สุวรรณมาศ, กัลยา เลิศเกษมทรัพย์, ภรัณยู โรจนวุฒิธรรม, พิษณุ นิ่มสกุล, ภัทรภณ โตอุ่น, กิจเกษม แมคแฟดเดน, ณัฐภัสสร สิมะเสถียร, กฤตธวัฒน์ เอกชัย, สรัณณัฏฐ์ ประดู่คู่ยามดี และ วรินดา ดำรงผล ดูหนังฟรี,ดูหนังออนไลน์

 

เรื่องย่อ

หลงไฟ ep 1 เป็นเรื่องราวของหญิงสาววัยมหาวิทยาลัย ชื่อก้านแก้ว ที่นอกจากเธอจะมีความสวย ความสามารถ และกริยาอันน่าดึงดูดใจแล้ว เธอยังมีอาชีพเสริมที่คนภายนอกไม่รู้ นั่นคือ เป็นสาวไซด์ไลน์ในมาดของพริตตี้สาวสวยสุดฮอต ความที่เธอรับงานเพื่อนกิน เพื่อนเที่ยว จึงทำให้เธอมีโอกาสได้รู้จักคนมากหน้าหลายตา โดยเฉพาะคนมีชื่อเสียงต่างๆ ในสังคม และนั่นทำให้เธอดูเป็นคนที่มีกริยาและความสามารถเกินวัย จนทำให้ใครๆ อดอิจฉาในตัวเธอไม่ได้

ก้านแก้วเอง มีเพื่อนสนิทชื่อชาลา และกุญชร ชาลาแม้จะเกิดในครอบครัวที่มีฐานะยากจนไม่ต่างจากก้านแก้ว แต่เธอกลับเป็นสาวที่มีอุปนิสัยตรงข้ามกับก้านแก้วอย่างสิ้นเชิง เธอเป็นเพียงนักศึกษาธรรมดา มุ่งหวังเพียงว่าเมื่อเรียนจบ จะได้ทำงานประจำ ที่มั่นคงสักแห่ง และสามารถเลี้ยงแม่และน้องชายได้ บุคลิกของเธอแตกต่างกับก้านแก้วอย่างมาก เธอชอบความเรียบง่าย ไม่หรูหราฟุ่มเฟือย ไม่ทะเยอทะยาน และอยากพัฒนาตนเองจนเกินตัว ด้วยอุปนิสัยและทัศนคติหลายอย่างที่ตรงข้ามกับก้านแก้วอย่างสิ้นเชิง ก้านแก้วจึงมักรู้สึกรำคาญและอึดอัดที่เพื่อนของเธอเป็นเช่นนี้ จนก้านแก้วอดที่จะบ่นในความเรียบง่ายของชาลาไม่ได้

 

หลงไฟ รีวิวหนังไทย

 

แต่ถึงอย่างนั้นก้านแก้วเองก็หวังดีกับชาลา เธอจึงแนะนำให้ชาลาตกลงปลงใจกับดุรงค์ หนุ่มไฮโซเจ้าของโรงแรมที่ชาลาฝึกงานอยู่ ซึ่งเขาหลงรักเธอด้วยใจจริง และพยายามทำดีกับครอบครัวชาลา ขณะเดียวกันกุญชรก็เป็นเพื่อนสนิทที่ตามจีบด้วยความดีและหลงรักก้านแก้วอย่างมาก แต่ถึงอย่างนั้น  ก้านแก้วก็ไม่ได้สนใจในตัวกุญชรมากนัก เพราะกุญชรไม่ได้มีฐานะร่ำรวยเหมือนผู้ชายคนอื่นๆ ในชีวิตเธอ

ชีวิตการทำงานพริตตี้และไซด์ไลน์ของก้านแก้วดำเนินไปเรื่อยๆ เธอมีโอกาสเจอผู้ชายดีๆ และร่ำรวยมากมาย ไม่ว่าจะเป็นโชน ชายหนุ่มไฮโซที่มีคู่หมั้นอยู่แล้ว อาวุธ ชายหนุ่มวัยกลางคนที่มีตำแหน่งใหญ่โตในบริษัทที่ก้านแก้วฝึกงาน แต่มีภาระครอบครัวต้องดูแล และชายที่ซื้อบริการคนอื่นๆ ที่มาพัวพันในชีวิตเธอ..

 

เรื่องราว

แม้จะดูเป็นสาวที่สวย ไฮโซ และเก่งในสายตาคนภายนอก แต่ชีวิตของก้านแก้วก็ต้องมาพลิกผันครั้งใหญ่ เมื่อโชนตัดสินใจโบกมือลาคู่หมั้นแล้วมาใช้ชีวิตกับเธออย่างเป็นจริงเป็นจัง จากหนุ่มไฮโซ ก็กลับกลายมาเป็นหนุ่มแมงดา ให้เธอหาเลี้ยง

ด้วยงานพริตตี้และไซด์ที่เคยทำอยู่ ไม่สามารถหาเลี้ยงชีวิตไฮโซของโชน และผ่อนคอนโดสุดหรูของเธอได้ เธอจึงหาลู่ทางใหม่ๆ จนได้รู้จักกับ เขียว ผู้ดูแลสถานบันเทิงชื่อดัง เขียวหลอกให้เธอทำงานกับเขา ใช้งานเธออย่างคุ้มค่า และโกงเธออย่างเลือดเย็น หากเธอปฏิเสธที่จะทำงาน เขาจะลงไม้ลงมือกับเธออย่างเหี้ยมโหด หลงไฟ ep 11

ขณะเดียวกัน โชนก็ได้สืบรู้ว่าก้านแก้วทำอาชีพไซด์ไลน์ เขาจึงเลือกเดินจากเธอไปอย่างไม่ใยดี ปล่อยให้เธอตกอยู่ในนรกของการขายบริการกับนายหน้าอย่างเขียว

 

หลงไฟ รีวิวหนังไทย

 

เขียวทั้งข่มขู่ ทำร้ายก้านแก้ว.. จากหญิงสาวสวย ที่ดูไฮโซ จึงค่อยๆ กลายเป็นหญิงสาวที่โทรมและโหมงานหนัก เขียวทั้งกักขังและรังแกเธอสารพัด จนเมื่อก้านแก้วถึงขีดสุด จึงหาทางหลุดพ้นจากวงจรนี้ด้วยการติดต่อกับลูกค้าหนุ่มชาวเยอรมัน ที่เคยซื้อบริการของเธอ นั่นคือจาโคบี้ หลังจากเธอติดต่อจาโคบี้ได้ เขาจัดการปลดพันธนาการของเธอจากเขียว ด้วยการจ่ายเงิน 2 ล้านบาทให้กับเขียว พร้อมกับข่าวดีที่ว่าก้านแก้วจะได้ย้ายไปอยู่กับเขาที่เยอรมันในฐานะภรรยาของจาโคบี้

ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน ชาลาเองก็ไม่ได้มีความสุขกับดุรงค์นัก เพราะหลังจากที่เริ่มสนิทสนมกับเขามากขึ้น และรู้สึกดีกับดุรงค์แล้ว เธอจึงพบว่าแท้จริงแล้ว ดุรงค์ได้แต่งงานกับหญิงสาวคนหนึ่ง เธอจึงตัดสินใจเลิกกับดุรงค์ และเริ่มความสัมพันธ์กับกุญชรแทน

เมื่อก้านแก้วมาถึงเยอรมัน เธอเริ่มสงสัยและประหลาดใจเกี่ยวกับงานที่จาโคบี้ทำ ก่อนรู้ว่าแท้จริงแล้วเขาหลอกเธอมาขายให้กับซ่องในเยอรมัน.. ฝันที่เธอเคยวาดไว้ว่าจะมีชีวิตที่ดีก็พังทลายลงในพริบตา วันทั้งวันเธอวุ่นกับการรับแขกนับสิบคน ไม่ได้พักผ่อน และเธอเริ่มโทรมตามวิถีชีวิต ไม่ใช่เพียงร่างกายที่บอบช้ำ หากเป็นจิตใจเธอด้วย เธอรู้ว่าไม่มีทางหนีรอด และเริ่มตรอมใจ หวนคิดถึงคำพูดของชาลาที่เคยตักเตือนเธอต่างๆ นานา ภาพความหลังต่างๆ เกี่ยวกับผู้คนในชีวิตของเธอค่อยๆ ไหลผ่านเข้ามาในความคิด ขณะเดียวกันเธอก็เริ่มต่อต้านพวกคุมซ่องที่ใช้กำลังกลับเธอ จนพวกคุมซ่องเหล่านั้นขาดสติและยิงเธอทิ้ง

 

พล็อตเรื่องที่น่าสงสารของตัวละครก้านแก้ว

เรื่องราวของก้านแก้ว จึงเป็นเรื่องที่สะเทือนใจในความรู้สึกคนดูอย่างมาก แม้ว่าการอ่านเรื่องย่อชีวิตของเธอ และหลายคนต้องอดที่จะสมน้ำหน้าเธอในใจไม่ได้ หากแต่ได้ดูในเวอร์ชั่นเต็มของละครแล้ว จะคิดว่าได้ว่า ชีวิตของเธอนั้นช่างน่าสงสารและสังเวชใจในเวลาเดียวกัน อีกทั้งการนำเสนอในเวอร์ชั่น 2560 นี้ หลงไฟได้ถือเป็นละครที่น่าสนใจแห่งปีเลยก็ว่าได้ เพราะละครเรื่องนี้ไม่เพียงแต่สะท้อนสังคมเท่านั้น แต่ยังเป็นการสอนสังคมด้วย ในขณะเดียวกันเราก็จะได้เห็นรูปแบบการโปรโมทละคร และทำให้ละครเป็นกระแสทางโลกออนไลน์ได้เป็นอย่างดี จนถึงขั้นทุบสถิติยอดเข้าชมทางโลกออนไลน์เลยทีเดียว

 

หลงไฟ รีวิวหนังไทย

 

เรามาดูกันดีกว่า ว่ามีเหตุผลอะไรบ้าง ที่ละครเรื่องนี้สมควรอย่างยิ่งที่ควรจะโปรโมทให้เป็นที่รู้จักไปทั่วบ้านทั่วเมือง และเป็นละครที่ควรปลุกให้คนที่กำลังหลับใหลหรือหลงระเริง เข้ามาดู!

 

ครั้งแรกของการรับบทนี้ของ ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก

นับเป็นครั้งแรกของการพลิกบทบาทของนักแสดงนำอย่าง ใบเฟิร์น – พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์ เนื่องจากก่อนหน้านี้ใบเฟิร์น มักได้รับบทนางเอกใส หวาน หรือห้าวแบบน่ารัก ตามฉบับของนางเอกละครไทย ซึ่งเธอก็ได้แสดงให้เห็นถึงฝีมือการแสดงที่เรียกได้ว่าเป็นพรสวรรค์ของเธอมาบ้างแล้ว และดูเหมือนว่าการพลิกบทบาทการแสดงในครั้งนี้ จะกลายเป็นผลงานครั้งสำคัญที่สร้างชื่อให้เธออีกครั้ง ชนิดที่สามารถติดแฮชแทคใส่รัวๆ ว่า #นักแสดงสายฝีมือ เพราะทั้งท่าทาง น้ำเสียง สีหน้า และสายตาที่ใบเฟิร์นแสดงออกมาได้อย่างมีมิติและเป็นธรรมชาติ จนทำให้ผู้ชมเคลิ้มและสัมผัสได้ถึงความเป็นสาวไซด์ไลน์ของเธอ จนลืมภาพนางเอกหวานใสจากละครที่ผ่านมาไปโดยปริยาย หลงไฟตอนจบ

 

 

ในขณะเดียวกัน การทำให้ผู้ชมสามารถเข้าถึงละครหลงไฟได้ผ่านการอัพโหลดลงช่องทาง Youtube และวิดีโอ Live ยิ่งทำให้ผู้ชมสามารถเข้าถึงและง่ายต่อการติดตามละครอย่างมาก จึงไม่แปลกใจ ที่ละครเรื่องนี้จะเป็นกระแสในโลกออนไลน์อย่างมาก (เพราะผู้ชมดูผ่านสมาร์ทโฟนได้ยังไงหล่ะ ไม่ต้องเปิดจอโทรทัศน์ แต่อยู่ที่ไหนก็ดูได้แล้ว แถมยังดูย้อนหลังได้ด้วย จึงเป็นการกวาดกลุ่มเป้าหมายของคนยุคใหม่ ที่นิยมดูวิดีโอทาง Youtube ได้ดี) และคงต้องกล่าวชมทีมการตลาดหรือครีเอทีฟของหลงไฟ เวอร์ชั่น 2560 ด้วย เพราะในขณะ Live วิดีโออยู่นั้น ได้ใช้โอกาสในการพักเบรค หากิจกรรมที่ทำให้ผู้ชมมีส่วนร่วมใน Live ทั้งการทำให้ผู้ชมคอมเม้นแลกเปลี่ยนแสดงความคิดเห็น หรือการกดอิโมติคอนต่างๆ เพื่อให้ผู้ชมได้เลือกฝั่งของตน

 

หลงไฟ รีวิวหนังไทย

ละคร หลงไฟ ทุกตอน มีการปรับบทละครให้เข้ากับยุคสมัยได้อย่างกลมกลืน แน่นอนว่าบทประพันธ์และบทโทรทัศน์ของละครแต่ละเรื่องย่อมได้รับการปรับให้เหมาะสมกับยุคสมัย แต่ก็ยังอดชื่นชมในผู้เขียนบทละครโทรทัศน์ของหลงไฟไม่ได้ เพราะสามารถเข้าถึงยุคปัจจุบันได้เป็นอย่างดี จับประเด็นและกระแสแรงๆ ที่คนชอบจับกลุ่มเม้าส์มาใส่ในละครได้หมด ชนิดที่ว่ากวาดเรียบในการดึงความสนใจของคนยุค 2017 ทั้งการเปลี่ยนให้หญิงสาวโสเภณีธรรมดาๆ ในยุคก่อนที่ปรากฎในบทประพันธ์ฉบับเดิม กลายมาเป็นพริตตี้สาวไซด์ไลน์สุดฮอตในยุคปัจจุบันและจากสาวโสเภณีผิวแทน ที่คนยุคก่อนตีค่าว่าเธอเป็นเมียฝรั่งในบทประพันธ์ต้นฉบับ ก็ได้กลายเป็นสาวสวยหมวยเกาหลี ที่เป็นค่านิยมความงามของสังคมไทยในยุคนี้

หรือแม้แต่รายละเอียดเล็กๆ อย่างการเช่ากระเป๋าแบรนด์เนม หรือการอัพโหลดชีวิตดีๆ บนโซเชี่ยล การตัดต่อรูปไปเที่ยวต่างประเทศเพื่อสร้างภาพ ก็ทำให้ผู้ชมรู้สึกอินตามละครได้ เพราะหลายคนก็คุ้นเคยหรือรับรู้กับเรื่องแบบนี้มาพอสมควร

 

 

ตอนจบในบทประพันธ์และบทละครเวอร์ชั่น 2560 ไม่ได้แตกต่างกันนัก นั่นคือก้านแก้วต้องเสียชีวิตลงในซ่องที่ต่างประเทศ เพราะโดนหลอกไปขายตัว ซึ่งต้องบอกว่าตอนจบแบบนี้คลาสสิคและดึงความรู้สึกของผู้ชมให้จมดิ่งสู่ความเศร้าและสะเทือนใจได้เป็นอย่างดี และนับว่าเป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของละครเรื่องนี้เลยทีเดียว

นอกจากนี้สิ่งที่ทำให้ผู้ชมต้องอมยิ้ม นั่นคือการทำตอนจบอีกแบบออกมาเอาใจผู้ชม ที่รู้สึกหดหู่ใจจากการชมหลงไฟตอนจบด้วยการทำให้เรื่องทั้งหมดเป็นเพียงเรื่องที่ก้านแก้วฝันร้ายไป และกลับให้ชาลากลายเป็นหญิงสาวที่ขายบริการเอง และแม้การจบแบบนี้จะทำให้ผู้ชมอมยิ้มได้ แต่ก็ยังอดคิดถึงชีวิตชาลาไม่ได้ ว่าจะมีจุดจบแบบก้านแก้วรึเปล่า

รีวิวหนังไทย นาคี 2

รีวิวหนังไทย นาคี 2

รีวิวหนังไทย นาคี 2

 

 

เรื่องราวของ สร้อย” (อุรัสยา เสปอร์บันด์) สาวดอนไม้ป่า ผู้เติบโตมากับความเชื่อถือแล้วก็เชื่อถือต่อเจ้าแม่นาคี เธอช่วยคุณยายขายดอกไม้มอบเจ้าแม่ แล้วก็รอดูแลเทวาลัยที่นี้ สร้อยก็เลยมีความสัมพันธ์กับเจ้าแม่นาคีอย่างมากมาย แม้กระนั้นภายหลังที่ ร้อยตำรวจเอกป้องปราบ” (ณเดชน์ คูกิมิยะ) ถูกย้ายมาประจำที่ สภ.ดอนไม้ป่า ก็กำเนิดคดีสะเทือนใจขึ้นมากมายก่ายกอง โดยหลายคดีเกิดขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ และก็มีประเด็นที่คลี่คลายมิได้ โดยประชาชนต่างปักใจว่าเป็นฝีมือของ

เจ้าแม่นาคี หนังไทยมาใหม่ ที่กำลังออกก่อกวนอีกรอบและก็เรื่องยิ่งพาให้ชาวบ้านต่างมั่นใจว่า สร้อย เป็นร่างประทับของเจ้าแม่นาคี แม้กระทั้งตัวสารวัตรป้องปราบเองซึ่งไม่เคยเชื่อในเรื่องราวลี้ลับเหนือธรรมชาติ ยังลังเลต่อคำกล่าวร้ายที่สร้อยได้รับ กระทั่งทำให้เขาจำเป็นต้องค้นหาความเป็นจริงเบื้องหน้าเบื้องหลังคดีลึกลับในดอนไม้ป่าที่นี้ จัดแจงประจันหน้ากับสิ่งที่เชื่อถือ สิ่งที่มองไม่เห็น มิได้แสดงว่าไม่มีอยู่จริง นาคี 2 เต็มเรื่อง 4k

 

ผลงานการกำกับของ อ๊อฟ พงษ์พัฒน์

ผลงานการกำกับหนังใหญ่อีกครั้ง ของ อ๊อฟ พงษ์พัฒน์ วชิระบรรจง หลังจากเว้นมือนับจาก ชิงหมาเถิด (2553) หนังเสียดสีสังคมและการเมืองไทย แล้วไปทำละครป้อนคนดูทางโทรทัศน์อยู่นาน  ซึ่งเราคงได้ข่าวกันว่าเพิ่งล้มป่วยกะทันหันจากการทำงาน แต่ตัวหนัง นาคี 2 เต็มเรื่อง imovie นั้นโชคดีที่ได้กำกับจนจบก่อนแล้ว หนังเรื่องนี้เป็นการสานต่อกระแสของละครฮิตเรื่อง นาคี ซึ่งป๋าอ๊อฟได้กำกับจนเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์เมื่อ 2 ปีก่อน

โดยตอนเป็นละครนั้นได้ แต้ว ณฐพร และ เคน ภูภูมิ ประกบฉากกัน จากบทประพันธ์ของ ตรี อภิรุม นักเขียนนิยายที่มีชื่อเสียงทางสยองขวัญ ผลงานขึ้นชื่อก็มีคุ้นหูอย่าง แก้วขนเหล็ก นั่นเอง ซึ่งในภาค 2 นี้ก็ยังใช้บทประพันธ์ของ ตรี อภิรุม มา คิดโครงเรื่องสานต่อเป็นเรื่องราวอีกราว 20 ปีต่อมาจากละคร โดยพงษ์พัฒน์คิดเรื่อง แล้วได้ทีมเขียนบทที่นำโดย โขม ก้องเกียรติ โขมศิริ ผู้กำกับและมือเขียนบทแนวธริลเลอร์มือต้น ๆ ของไทยมาเขียน

 

รีวิวหนังไทย นาคี 2

 

ซึ่งทำให้พล็อตที่ดูเชยมาก ๆ อย่างตำรวจหนุ่มชาวกรุงเข้ามาช่วยเหลือสาวสวยบ้านป่า จากคดีเหนือธรรมชาติ ที่ชาวบ้านต่างใส่ร้ายว่าเธอคือต้นเหตุ แต่เพราะวิธีการเล่าแบบหนังสืบสวน ปนสยองขวัญ ก็ทำให้เรื่องดูสนุกน่าสนใจขึ้นมากทีเดียว ไม่ค่อยได้เห็นในหนังไทยบ่อยนัก ส่วนจุดพร่องของการเล่าเรื่องก็มีบ้างคือการตัดตอนรวบรัดแบบกะว่าคนดูละครไทยจะเข้าใจได้อยู่แล้ว เช่น ไม่มีฉากที่ทำให้คู่พระนางรักกัน แต่ตอนจบทั้งคู่ก็จะรักกันได้ เพราะเป็นละครไทย การอนุมานใช้ความเคยชินของคนดูละครไทยอะไรแบบนั้น ก็อาจมองเป็นจุดด้อยหนึ่งของหนังได้เช่นกัน เพราะหนังในเวลาที่เท่ากันอาจเลือกวางเรื่องและอารมณ์ให้ชัดกว่านี้ ดูหนังฟรี,ดูหนังออนไลน์

 

รีวิวหนังไทย นาคี 2

ทีมงานหนังยังได้มือรางวัลอีกหลายรายมาร่วมงานทั้งสยมภู มุกดีพร้อม ผู้กำกับภาพฝีมือโกอินเตอร์ที่ล่าสุดเพิ่งทำหนังชิงออสการ์อย่าง Call Me By Your Name มารับหน้าที่กำกับภาพด้วย ซึ่งงานภาพของเรื่องนี้หลายซีนดูโดดเด่น ทั้งการใช้แสงลงในฉาก และการใช้สีตัดได้อย่างน่าสนใจ ดีเกินหน้าหนังทั่วไปอยู่หลายฉากเลย และด้านการตัดต่อก็ยังได้ ลี ชาตะเมธีกุล มือต้นๆของไทยที่นานๆ จะรับงานตัดต่อหนังใหญ่มาตัดต่ออีกด้วย

ฝ่ายศิลป์ของหนังเองก็นับว่าเนี้ยบมาก ฉากโรงพักโดนถล่มนี่คือมาสเตอร์พีซเลย ต้องบอกว่าเป็นการรวมทีมผู้สร้างที่ไม่ธรรมดา จนได้งานที่ยกระดับโปรดักชั่นจากละครขึ้นมาสมศักดิ์ศรีภาพยนตร์จอเงิน ใครดูตัวอย่างจากทีวีจากจอคอมแล้วร้องอี๋ บอกเลยว่าของจริงในโรงดูดีไม่น้อยหน้าหนังสัตว์ประหลาดของเมืองนอกเลยล่ะ ถ้านับแค่ว่ามันเป็นหนังสืบสวนสยองขวัญ สัตว์ประหลาดยักษ์ นี่น่าจะเป็นหนังไทยเบอร์ต้นในแนวทางนี้เลย ยังนึกเรื่องอื่นที่ดีเทียบเท่าไม่ค่อยออก

 

รีวิวหนังไทย นาคี 2

 

และในครั้งนี้ก็ได้นำคู่ขวัญละครไทยอย่างญาญ่า อุรัสยาและณเดชน์ คูกิมิยะ ที่ต่างก็ลองผ่านงานจอเงินมาแล้วทั้งคู่ อย่าง ญาญ่า ก็เพิ่งมี น้อง.พี่.ที่รัก ส่วนณเดชน์ ก็ยังจำฝีไม้ลายมือจาก คู่กรรม  ได้ดี และในเรื่องนี้ยังมารับบทนำร่วมกันประกบกับคู่ขวัญเดิมอย่างแต้วและเคนอีก อย่างที่บอกว่าบทรักของหนังไม่ค่อยเด่นนัก แต่ด้วยความหวานนอกจอของญาญ่า-ฌเดชน์ ก็มากพอให้เรารู้สึกว่าตัวละครมันรักกันได้ล่ะ ก็นักแสดงเขารักกันนี่นา

หนังยังใช้เสน่ห์กลิ่นอายแบบอีสานทั้งฉากหลัง หมู่บ้าน ความเชื่อ ภาษาถิ่น ได้อย่างดีและมีเอกลักษณ์ คนอีสานน่าจะชอบอกชอบใจ ส่วนคนภาคอื่นก็ฟังเพลินสำเนียงสวย และก็รู้เรื่องเพราะหนังมีซับแปลให้อ่านเรียบร้อย สบายใจ ส่วนตัวคือชอบนะครับ ภาษาทางอีสานมันมีความสวยของมันอยู่ แล้วยังทำให้บริบทหนังมันดูสมจริงสมบูรณ์ขึ้นด้วย ที่สำคัญยังทำให้การเล่นบทตลกของ อี๊ด โปงลางฯ กับ ปอยฝ้าย มาลัยพร ในบทคู่หูตำรวจเสียงอีสานดูตลกขึ้นจมด้วย ทำให้ช่วงต้นของหนังดูสนุกขึ้นด้วย

 

จุดอ่อนของหนังเรื่องนี้

จุดอ่อนของหนังไทยอย่างเรื่องของซีจีต่าง ๆ ต้องยอมใจผู้สร้างที่แม้ทุนมากขึ้น โดยมีให้กับการทำซีจีนับ 20 ล้านบาท และมีตัวเลือกจะใช้บริษัทต่างชาติที่ผ่านงานระดับโลกมาทำก็ตาม แต่ป๋าอ๊อฟแกหัวชนฝาให้เป็นหนังเมดอินไทยแลนด์ จึงใช้บริการ Fatcat บริษัทที่ทำกราฟฟิกให้ในละคร นาคี มาสานต่องานเดิม ด้วยความละเอียดและทุนที่มากขึ้น เป็นเรื่องที่น่าภูมิใจเหมือนกันเพราะ หนังทำออกมาได้ใกล้เคียงงานสากลแบบไม่อายเลย มีที่หลุด ๆ อยู่บ้างก็เรียกว่าน้อยจนให้อภัยได้

 

รีวิวหนังไทย นาคี 2

 

นอกจากดนตรีประกอบที่ผสมความทันสมัยกับสำเนียงเพลงอีสานหวนไห้ได้อย่างน่าสนใจแล้ว เพลงประกอบหนังอย่าง สายแนนหัวใจ ของ ก้อง ห้วยไร่ เจ้าเก่าเองก็น่าจะติดหูและเป็นที่นิยมได้ไม่ยากเช่นกัน นี่พอหนังจบไม่อยากลุกเลย ฟังเพลงไปอินดีมาก

หลังจากที่ได้กระแสตอบรับที่ดีจากการออกอากาศในช่อง 3 เมื่อปี 59 ล่าสุด ละคร “นาคี” ก็ได้เพิ่มภาคต่อเป็นภาพยนตร์ “นาคี2เต็มเรื่อง123” จากฝีมือของผู้กำกับเดิม อ๊อฟ พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง และได้นักแสดงนำคู่เดิม คือ แต้ว ณฐพร, เคน ภูภูมิ ตบเท้าร่วมกับ ญาญ่า อุรัสยา และณเดชน์ คูกิมิยะ รับบทนำคู่กันในภาคนี้

 

เรื่องราวภาคต่อของเรื่อง นาคีภาค 1

เรื่องราวในภาคนี้เกิดขึ้นต่อจากภาคแรก เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น 60 ปี คือปี 60 โดยถ่ายทอดผ่าน 2 ตัวละครหลัก ได้แก่ สร้อย (รับบทโดย ญาญ่า) เด็กสาวขายดอกไม้ที่เติบโตมากับตำนานเจ้าแม่นาคี และสารวัตรป้องปราบ (ณเดชน์) ตำรวจที่ถูกย้ายมาประจำในหมู่บ้านที่เต็มไปด้วยความเชื่อ โดยดำเนินเรื่องแบบยึดเค้าโครงเดิมคือ ความเชื่อเรื่องพญานาค หรือ “เจ้าแม่นาคี” ในภาคอีสานเป็นหลัก

 

 

เริ่มต้นที่นักแสดงนำอย่าง ณเดชน์ และญาญ่า ด้วยความที่ทั้งคู่ผ่านงานแสดงบนจอภาพยนตร์มาแล้วทั้งคู่ รวมทั้งผลงานบนจอแก้วอีกนับไม่ถ้วน นั่นทำให้เรื่องแอคติ้งไม่ต้องมีอะไรน่าเป็นห่วง ทั้ง 2 คนสามารถถ่ายทอดซีนอารมณ์ออกมาได้สมฝีมือ และโดยเฉพาะกับญาญ่า ที่ในหนังเรื่องนี้ได้เผยมุมที่คนดูอาจไม่เคยเห็นมาก่อนด้วยการพูดภาษาอีสานตลอดทั้งเรื่อง ส่วนคำแก้ว และทศพลจากภาคที่แล้ว แม้ว่าจะมีฉากออกมาให้เห็นไม่มากอย่างที่เราคิด แต่เรื่องการแสดงก็ทำได้ดีแบบไม่น่าผิดหวัง

 

รีวิวหนังไทย นาคี 2

สิ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้ในหนังเรื่องนี้เลยก็คือ CG ที่อลังการและสมจริงมากยิ่งขึ้นเมื่อเทียบกับละคร หลายๆ คนอาจจะเคยได้เห็นกันไปแล้วในภาคแรก รวมถึงในตัวอย่างหนังแต่เมื่อไปอยู่บนจอยักษ์แล้วก็ทำให้ได้อรรถรสและความสมจริงมากขึ้นอีก ซึ่ง CG อาจเรียกได้ว่าเป็นจุดแข็งของหนังเรื่องนี้เลยก็ว่าได้

แม้ว่าจะในภาคที่แล้วจะชูเรื่องราวความรักมาควบคู่กับความเชื่อ แต่ในภาคนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างพระเอกกับนางเอก ไม่ได้ถูกสะท้อนออกมาให้เห็นมากนัก บวกกับการดำเนินเรื่องแบบเรื่อยๆ จึงอาจทำให้ดูแล้วเบื่ออยู่บ้าง แต่ก็ได้ 2 นักแสดงสมทบอย่าง อี๊ด โปงลางสะออน และปอยฝ้าย มาลัยพร ซึ่งรับบทจ่าและดาบตำรวจ มาสร้างเสียงหัวเราะให้คนดูได้อยู่เป็นระยะๆ youtube นาคี 2 เต็มเรื่อง

 

 

อย่างที่ได้เล่าไปแล้วในตอนต้น ด้วยความที่เนื้อหาหนังเน้นเรื่องของความเชื่อ และประเพณีเป็นหลัก บวกกับการเล่าเรื่องแบบเรื่อยๆ และคลายปมอย่างรวดเร็วในตอนท้าย ทำให้ “นาคี ๒” อาจเป็นหนังที่ไม่ได้ตรงใจคนที่ไม่อินเรื่องเหนือธรรมชาติ หรือผีสางมากนัก  แต่สำหรับแฟนละครที่เคยอินกับภาคแรกมาแล้ว เรื่องราวเกี่ยวกับความเชื่อ และความอลังการบนจอยักษ์ของหนังเรื่องนี้ น่าจะเป็นสิ่งที่คุณรอคอย โดยนาคี ๒ จะเข้าฉายในวันที่ 18 ต.ค. ทุกโรงภาพยนตร์

รีวิวหนังไทย ส่ม ภัค เสี่ยน

รีวิวหนังไทย ส่ม ภัค เสี่ยน

รีวิวหนังไทย ส่ม ภัค เสี่ยน

 

 

ภาพยนตร์เรื่อง SOM PAK SIAN (2017 ส่ ม ภัค เสีย น เป็นหนังไทยแนวสยองขวัญ ตื่นเต้น ผลงานการควบคุมของ วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง หนังไทยย้อนยุคบอกเล่าเรื่องราวของชายหนุ่มอีสานคนหนึ่งที่อกหักเนื่องจากแฟนสาวไปรักกับเพศชายอื่น เขารอคอยให้แฟนสาวกลับมาบ้านเพื่อหวังกลับมาดำเนินชีวิตด้วยกัน


ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้นักแสดงมากเรื่องมากความสามารถเยอะแยะมาร่วมแสดงไม่ว่าจะเป็นโตโน่ ภาคิน คำวิลัยศักดิ์ มารับบทเป็นเศษไม้ ชายหนุ่มอีสานสุดหล่อผู้รักรกรากแล้วก็รักแฟนสาวรอคอยรอแฟนสาวกลับมาอยู่ร่วมกันคนถัดมาเป็นบุษราคัมวงษ์คำเหลามารับบทเป็นส้ม แฟนสาวของเศษไม้ที่จะกลับมาจากกรุงเทวดา คนถัดมาเป็นรุ่งรัตน์ เหม็งพานิช รับบทบาทเป็น ภัค สาวน้อยน้องที่แอบตกหลุมรัก เศษไม้ รุ่นพี่ปี มาตั้งแต่ตนเองเป็นเฟรชชี่ ปี 1 ภัคก็เลยมักที่จะหาเวลามาให้เศษไม้ติวหนังสือให้อยู่ตลอดคนถัดมาเป็นแขนวัฒน์สุวรัตนานนท์ มารับบทเป็น จักรพันธ์คนรักใหม่หน้าตี๋ พร้อมประกาศสมรส แบบสายฟ้าแลปกับส้ม

คนถัดมาเป็นวาวภคภรณ์ เยี่ยมชำนาญกุล มารับบทเป็นสายหัวใจ แฟนสาวขี้น้อยอกน้อยใจของบรรจง คนถัดมาเป็นเพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา สวมบทเป็น พระมหาชัย ผู้ซึ่งเป็นที่เลื่อมใสของประชาชน จำเป็นต้องมารอสอนแล้วก็แก้ไขปัญหาโดยใช้ธรรมะเป็นสื่อ และก็คนท้ายที่สุดที่จะมาเสนอแนะในวันนี้เป็นคริสโตเฟอร์ โจนาธาน รอยเชฟ สวมบทเป็นบรรจงเพื่อนฝูงสุดซี้ขี้เหล้าเมายาประจำหมู่บ้านที่รอช่วยเหลือเศษไม้โดยภาพยนตร์เรื่องส่ม ภัค อาเสี่ยเป็นภาพยนตร์เมื่อปี 2562

 

เรื่องย่อ

ภาพยนตร์เรื่อง ส่มภัคเสี่ยน1 เต็มเรื่อง เปิดเรื่องราวมาที่ ส้ม ก่อนจากลาไปเรียนต่อกรุงเทพ ส้ม สาวพนมคนงามก็ให้สัญญากับเสี้ยนแฟนหนุ่มว่าจะไม่ลืมเขาและจะกลับมาเพื่อใช้ชีวิตกับเขาอย่างแน่นอน แต่ไม่นาน ส้มกลับพาคู่หมั้นกลับบ้านเพื่อมาแต่งงานทำให้ เสี้ยน แทบบ้าที่คนรักเปลี่ยนใจจากเขาไป โดยไม่รู้เลยว่า ภัค สาวน้อยเจ้าของร้านทอง แอบรักเขามานานแล้วตั้งแต่ปี 1 ในขณะที่พระมหาชัย ต้องคอยประกันตัวบรรจงหนุ่มอีสานหน้าฝรั่งขี้เมาที่มักมีเรื่องติดคุกจนเมียเริ่มระอา บทสรุปของเรื่องราววุ่นๆนี้จะเป็นอย่างไรติดตามชมได้ในภาพยนตร์เรื่อง ส่ม ภัค เสี่ยน ดูหนังฟรี

 

รีวิวหนังไทย ส่ม ภัค เสี่ยน

 

ความประทับใจหลังดูภาพยนตร์ ส่ม ภัค เสี่ยน

ภาพยนตร์เรื่องนี้ถ้าจะดูเอาแค่ฮาก็ขอแนะนำเลยค่ะเพราะว่าฮาจริงๆ แต่ถ้าจะพูดในเรื่องของเนื้อเรื่องกลับไม่ค่อยมีอะไรซับซ้อนเราสามารถที่จะคาดเดาเนื้อเรื่องกันได้ง่ายๆ เพราะฉะนั้นต้องขอแนะนำสำหรับใครที่อยากหาหนังแนวเบาสมอง กับภาพยนตร์เรื่อง ส่ม ภัค เสี่ยน ดูหนังออนไลน์

 

รีวิวหนังไทย ส่ม ภัค เสี่ยน

ก่อนจากลาไปเรียนต่อกรุงเทพ ส้ม (บุษราคัม วงษ์คำเหลา)สาวพนมคนงามก็ให้สัญญากับ เสี้ยน (ภาคิน คำวิลัยศักดิ์) ว่าจะไม่ลืมหนุ่มบ้านนอกอย่างเขา แต่ไม่นาน ส้มก็พาคู่หมั้นกลับบ้านเพื่อมาแต่งงานทำให้ เสี้ยน แทบคลั่งที่คนรักเปลี่ยนใจจากเขาไปอย่างง่ายดายโดยไม่รู้เลยว่า ภัค (รุ่งรัตน์ เหม็งพานิช) สาวน้อยเจ้าของร้านทอง แอบรักเขามานานแล้วในขณะที่พระมหาชัย (เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา) ต้องคอยประกันตัว บรรจง (คริสโตเฟอร์ โจนาธาน รอย เชฟ) หนุ่มอีสานหน้าฝรั่งขี้เมาที่มักมีเรื่องติดคุกจนเมียเริ่มระอา

มองจากหน้าหนังแล้วคงเดาได้ไม่ยากว่า ส่มภัคเสี่ยน มุ่งขายคนดูในกลุ่มชาวบ้านโดยเฉพาะภาคอีสานเป็นหลัก ทั้งดาราแม่เหล็กที่คิดไว้แล้วว่าดึงคนมาดูได้แน่ๆอย่าง โตโน่ ภาคินทร์ และ ไข่มุก รุ่งรัตน์ มาเสริมทัพ หม่ำ จ๊กม๊ก ในบทพระมหาชัย พ่วงด้วย แจ๊ส ชวนชื่นในบทหลวงพี่แจ๊ส และถ้ายังไม่พอ หนังยังได้ เพชร สหรัตน์ ศิลปินขวัญใจชาวอีสานมาเรียกแขกให้กับหนังตลกที่เล่าเรื่องราวง่ายๆอย่างความรัก มุกตลกในวงการพระ และอารมณ์สำนึกรักบ้านเกิด

 

รีวิวหนังไทย ส่ม ภัค เสี่ยน

 

แต่ใช่ว่าหนังที่เล่าเรื่องราวง่ายๆจะจัดการให้ทุกองค์ประกอบออกมาลงตัวและเป็นหนังที่ดีได้เสมอไปและโดยที่เราไม่ประเมินค่าหนังแต่เพียงภาพลักษณ์ภายนอก การกำกับหนังเรื่องแรกของ เอ็ม บุษราคัม วงษ์คำเหลา ก็ไม่ต่างจากการทำอาหารจานแรกให้อร่อย ยิ่งชื่อหนังเพี้ยนมาจากชื่ออาหารอีสานอย่าง ส้มผักเสี้ยน ที่ยิ่งต้องลงแรงทั้งบีบทั้งคั้น ในทุกองค์ประกอบของหนังให้ออกมาลงตัวที่สุด แม้ว่าจุดขายอยู่ที่ดาราแต่เรื่องราวและจังหวะในการนำเสนอของมันต่างหากที่จะทำให้หนังออกมาแซ่บนัวร์ที่สุด แต่ผลลัพธ์ที่ออกมากลับไม่ต่างจากหนังตลกที่พ่อของเธอทำเท่าใดนัก

 

มุกเดิมๆ ไม่ค่อยมีอะไรแปลกใหม่

สิ่งที่น่าเสียดายอันดับแรกคงหนีไม่พ้น เมื่อคนดูได้เห็น หม่ำ จ๊กม๊ก เราก็แทบไม่เหลือความแปลกใจอะไรกับมุกต่างๆที่หนังพยายามนำเสนอ ตั้งแต่มุกตลกคำหยาบ มุกสองแง่สองง่าม หรือแม้กระทั่งการเชิญนักพากษ์ทีมพันธมิตร อย่าง อาเกรียง- เกรียงศักดิ์ เหรียญทองและ อาติ่ง- สุภาพ ไชยวิสุทธิกุล มาเล่นมุกพากษ์สด ที่ต้องบอกว่า มุกหลายๆมุก ทั้งเป็นการรีไซเคิลของเก่าและ ฝืดเฝือเพราะผู้กำกับไม่สามารถนำเสนอให้มันเหมาะกับสื่อภาพยนตร์ได้จริงๆ

จนสุดท้ายกว่า 70% ของหนังเลยเหมือนมุกที่เราเคยผ่านตาทั้งในแหยม ยโสธร, บอดี้การ์ดหน้าเหลี่ยมหรือแม้แต่รายการชิงร้อยชิงล้านที่ไม่แน่ใจว่าเมื่อไหร่เขาจะเลิกเล่นมุกเมียน้อยตามจังหวัดต่างๆเสียที และที่เลวร้ายที่สุดหาก ผู้กำกับสาว เอ็ม คิดว่า “มุกหม่ำโชว์” ของคุณพ่อคือตัวช่วยชูรสหนัง ก็เข้าขั้นแม่ครัวหนักมือจน ผงชูรสมากลบรสหวานของพลอตหลักว่าด้วยความรักของสามตัวละครหลักจนแทบไม่เหลือความสำคัญเพราะต้องเฉลี่ยเวลามานำเสนอมุกตลกทั้งหลายแทน ซ้ำร้ายการเชิญเหล่าดารา ก็อปปี้โชว์ มาอยู่ในหนังก็ยิ่งเพิ่มความน่ารำคาญมากกว่าความฮาโดยเฉพาะมุกคนหน้าเหมือน มิสเตอร์บีน ที่ทำให้อึดอัดทุกครั้งที่เขาปรากฏตัว

 

รีวิวหนังไทย ส่ม ภัค เสี่ยน

 

อย่างที่ได้เกริ่นไว้ว่าหนังมุ่งใช้ดารามาเป็นจุดขาย โดยเฉพาะการใช้บริการเซเลบอีสานทั้งหลาย ตั้งแต่ โตโน่ ภาคินทร์ หรือ โตโน่ เดอะสตาร์ ดาราอีสานหน้าหล่อที่เพิ่งมีผลงานละคร เดอะคิวปิดไปไม่นาน และ ไข่มุก รุ่งรัตน์ จากเวทีเดอะวอยซ์ ที่ผ่านงานหนัง ลูกทุ่งซิกเนเจอร์ มาแล้ว หากกล่าวโดยที่ไม่นับการแสดงที่ไม่มีอะไรน่าสนใจแล้ว สิ่งที่หนังพลาดแบบไม่น่าให้อภัยคือการเอานักร้องดังสองคนมาแสดงหนังแต่ไม่มีฉากร้องเพลงของทั้งคู่เลยสักฉากเดียว ส่ ม ภัค เสีย น เต็มเรื่อง

 

รีวิวหนังไทย ส่ม ภัค เสี่ยน

ทั้งเรื่องเราจะได้เห็นโตโน่ทำตัวงี่เง่า อกหัก และระรานชาวบ้าน ส่วนไข่มุก รุ่งรัตน์ ก็ถูกยัดเยียดภาพลักษณ์สาวบ้านนาตัวดำแต่งตัวเชยให้ทั้งเรื่องทั้งที่หน้าตาเธอก็ไม่ได้ขี้เหร่จนถึงกับดูไม่ได้ จนเหมือนกล้องใจร้ายถ่ายเธอให้ดูแย่เกินไปหน่อย ซ้ำร้ายพอหนังไม่ได้บอกเล่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่มากไปกว่า ฉากแฟลชแบ็คตอนเด็ก และฉากแอ๊วหนุ่มของไข่มุก เลยกลายเป็นว่าแก่นหลักของหนังว่าด้วยความรักที่อยู่ใกล้ตัวถูกกลืนจนแทบหมดความสำคัญ

ยังดีที่การปรากฏตัวของ สุนารี ราชสีมา ดีว่าเมืองย่าโม ในบทแม่ของเสี้ยน ช่วยให้หนังดูสนุกขึ้นบ้างทั้งการตบมุกที่เล่นได้ฮาจนเหล่าตลกอาชีพยังอาย ส่วน คริสโตเฟอร์ โจนาธาน รอย เชฟ หรือ คริส เดอะสตาร์ ก็รับบทหนุ่มฝรั่งพูดอีสานได้โดดเด่นและน่าจะเป็นเพียงคนเดียวที่รับส่งมุกกับ หม่ำ จ๊กม๊ก แล้วคนดูพอจะได้หัวเราะบ้าง

 

 

นอกจากนี้ ส่มภัคเสี่ยน ยังมีบางมุมที่แสดงให้เห็นความคิดสร้างสรรค์ของหนังไม่น้อย โดยเฉพาะความพยายามจะเอ็นเตอร์เทนคนดูด้วยเพลงอีสาน ซึ่งเธอก็ใช้ เพชร สหรัฐ ได้อย่างคุ้มค่า ทั้งให้แต่งเพลงและมาเล่นฉากแฟนตาซีมิวสิกวีดีโอ แม้จะดูแปลกแยกและประดักประเดิด แต่ต้องยอมรับว่าทำให้หนังมีสีสันขึ้นมา ซึ่งจุดนี้เองที่แสดงให้เห็นลายเซ็นจางๆของผู้กำกับสาว เอ็ม ที่พยายามนำเสนอวัฒนธรรมอีสานให้ดูพ็อพ โดยเฉพาะการนำเพลงอีสานยุคใหม่ที่ก้ำกึ่งระหว่างเพลงลูกทุ่งและพ็อพร็อค

 

สรุปหนัง

มานำเสนอคล้าย มิวสิกวีดีโอแนวเซอร์เรียลของผู้กำกับอย่าง มิเชล กอนดรี้ แต่น่าเสียดายที่มันมีแค่ฉากเดียวนอกนั้นหนังกลับนำเสนอความเป็นอีสานแบบผิวเผิน ทั้งเครื่องดนตรีภาษาพูดหรือแม้แต่ฉากทำ ส้มผักเสี้ยน ที่หนังก็ไม่ได้ใช้ประโยชน์ในการนำมาอุปมาอุปมัยกับความรักของตัวละครหลักหรือวิถีชีวิตแต่อย่างใด ซ้ำร้ายเมื่อบทหนังยังคงนำเสนอเรื่องราวเดิมๆว่าด้วยความรักของหนุ่มสาวบ้านนาและผลิตซ้ำแนวคิดสำนึกรักบ้านเกิดแบบผิวเผิน พ่วงด้วยปมปัญหาวิถีชีวิตชาวบ้านที่หนีไม่พ้น ตั้งวงเมาเหล้า เป็นหนี้ติดพนัน ขยันเล่นหวย ก็ยิ่งทำให้ส่มภัคเสี่ยน แปรสภาพจากอาหารอีสารรสแซ่บกลายเป็นผักดองบูดๆที่ถ่ายใส่จานใหม่ไปอย่างน่าเสียดาย

 

 

สรุปแล้วถ้าเป็นอาหาร ส่มภัคเสี่ยน2 เต็มเรื่อง ก็คืออาหารหน้าตาจัดจ้านครบเครื่องแต่กลับใส่ผงชูรสหนักมือจนความเค็มปร่าจากมุกที่ชวนอึดอัดพาให้หนังสร้างความรำคาญแก่คนดูเป็นระยะรวมถึงงานภาพของหนังที่ยังไม่ได้มาตรฐานหนังฉายโรงนัก เลยทำให้หนังที่น่าจะเป็น อาหารระดับมิชลินสตาร์ จบแค่ อาหารข้างทางเค็มนำที่ไม่ได้น่าจดจำเท่าใดนัก

รีวิวหนังไทย the underclass ห้องนี้ไม่มีห่วย

รีวิวหนังไทย the underclass ห้องนี้ไม่มีห่วย

รีวิวหนังไทย the underclass ห้องนี้ไม่มีห่วย

 

 

The Underclass ห้องนี้ไม่มีห่วย

แนว : Drama / วัยรุ่น

กำกับโดย ภาส พัฒนกำจร

แสดงโดย มิวสิคBNK48, มิวนิคBNK48, ฝ้ายBNK48, ฟ้อนด์BNK48, สตางค์BNK48, พาขวัญBNK48, จ๋าBNK48, ก่อนBNK48, มิโอริBNK48, จิ๊บBNK48, เปี่ยมBNK48, Sailor Nink

ผลิตโดย : GMM

ถ้าเกิดมีการเปลี่ยนแปลงของแนวทางการทำ Series ไทย ทาง Netflix ชอบมีกระแสที่มีทั้งคนถูกใจและไม่ถูกใจออกมามีความคิดเห็น ยิ่งมีอีกสายกระแสเข้ามาผสมอย่างน้องๆBNK48 แน่ๆละครับ อีกทั้งการผลิต การโหน รวมทั้งการชนกระทบกระแทกย่อมมา
ซีรี่ย์ห้องนี้ไม่มีไม่ดี Underclass กระจายเสียงทุกๆวันอาทิตย์ 21:30 น. ทาง GMM25 แล้วก็ 23:00 น. ทาง Netflix

ได้ ภาส พัฒนกำจร จากหนังอินดี้ มาสู่หนังแมสอย่าง เรื่องผีมีอยู่ว่า ,รักจัดหนัก มาทำหน้าที่กำกับ แล้วก็ดาราหนังจากค่าย BNK48 รุ่น มิวสิค ก่อน จ๋า จิ๊บ เปี่ยม โอคุโบะ มิโอริ สมาชิก BNK48 รุ่น มิวนิค พาขวัญ ฝ้าย สตางค์ ฟ้อนด์ และก็ผลงานท้ายที่สุดในฐานะสมาชิก BNK48 ก่อนที่จะประกาศสำเร็จการศึกษา นิ้ง สมาชิก BNK48 รุ่น ร่วมด้วย แสดงชายหนุ่ม ม่อน ธนัชชัย ปลาย แล้วก็ ไม้เอก มาสร้างสีสันให้ซีรีย์เรื่องนี้

 

เรื่องย่อ

เรื่องนี้เป็นการรวมกลุ่มของสมาชิกวงไอดอล BNK48 เหล่าโอตะ น่าจะคอยเรื่องนี้อยู่เช่นกันละเนอะ GMM25 เขาก็เสิร์ฟร้อนมาให้ดูอาทิตย์ละตอนกับลงใน หนังไทยnetflix ด้วย ซึ่งทีแรกๆถูกเสิร์ฟออกมาแล้วเป็นระเบียบเรียบร้อยโรงเรียน BNK เป็นเรื่องของโรงเรียนมัธยมศึกษาหญิงล้วนแบบกินนอนชั้นแนวหน้าแห่งหนึ่ง ซึ่งแบ่งห้องเรียนตามระดับคะแนนการศึกษาของนักเรียน ตั้งแต่ห้อง ไปถึงห้อง โดยที่ไม่มีการแบ่งสายการเรียน ใช้เพียงแค่หลักสูตรเดียว แต่ว่ามีวิชาเลือกให้เลือกลงได้ตามคะแนนรวมทั้งหน่วยกิตที่มี ก็ไม่ได้ยากอะไรเลยนะ ห้อง เป็นแหล่งรวมของเด็กที่เยี่ยมแล้วแต่ห้อง เป็นห้องที่บรรจุไปด้วยเด็กห่วยในสายตาของรอง ผู้อำนวยการ ที่มีค่านิยมเป็นวิสัยทัศน์ที่ว่า เด็กจะต้องเรียนเก่งและก็ได้คะแนนดีเพียงแค่นั้นถึงจะประสบความสำเร็จในชีวิตได้และการจบการศึกษาออกไปจากโรงเรียนนี้ นับว่าเป็นเกียรติยศที่น่าภูมิใจดูหนังฟรี

 

รีวิวหนังไทย the underclass ห้องนี้ไม่มีห่วย

 

เด็กทุกคนจะมีคะแนนคล้าย ๆ กับการประกวดวงเกิร์ลกรุ๊ป มีการเลื่อนลำดับจาก A-F โดยที่คะแนนของทุกคนจะขึ้นโชว์อยู่ที่แอปพลิเคชันของโรงเรียน ใครเก่งใครห่วยก็รู้เช่นเห็นชาติกันหมด มีแต้มสะสมคะแนนจากการเช็กอินเข้าชั้นเรียน
พะแพง (มิวนิค-นันท์นภัส เลิศนามเชิดสกุล) เด็กห้อง A คนเก่งต้องตกไปอยู่ห้อง F เพราะเธอดันถูกจับได้ว่าโกงข้อสอบ ทำไมอยู่ห้อง A แล้วต้องโกงข้อสอบล่ะ ซีรีส์ทำให้เห็นว่าเด็กเครียดค่ะ กลัวลำดับจะร่วงลงมาแล้วพ่อแม่จะผิดหวังจึงตัดสินใจทำสิ่งที่ไม่ควรทำ แต่ชีวิตในห้อง F มันไม่ง่ายเพราะพะแพงเข้ากับใครไม่ได้ สังคมต่างจากห้อง A ที่เธอมาโดยสิ้นเชิง แถมเธอยังมีเรื่องกับ มีน (มิวสิค-แพรวา สุธรรมพงษ์) หัวโจกของห้องอีกต่างหาก แถมเธอยังเข้าไปพัวพันกับขบวนการ “แกะดํา” โดยไม่ตั้งใจ นี่คือเนื้อหาของ Ep1 ดูหนังออนไลน์

 

พล็อตเรื่องและบทบาท

พล็อตเรื่องวางมาดีมาก ๆ นะคะมีความร่วมสมัยและเข้ากับเหตุการณ์ในยุคปัจจุบัน ที่การแข่งขันทางด้านการศึกษาเข้มข้นไม่เลิก จริง ๆ แล้วค่านิยมเด็กเก่งเด็กเรียนและการตั้งความหวังของพ่อแม่เรื่องการศึกษาของลูก มันอยู่คู่โลกใบนี้มานานแล้วละ ตัวบทเมื่อดูไปเพียงแค่ Ep เดียวก็สัมผัสได้เลยว่ามีการจิกกัดวัฒนธรรมการศึกษาในระบบ พยายามสะท้อนค่านิยมการศึกษาที่พุ่งเป้าไปที่ผลการเรียน คะแนน เกรดแถมยังใส่ความเหลื่อมล้ำทางสังคมเข้าไปอีกด้วยการเขียนให้เด็กห้อง A ได้รับสิทธิพิเศษแบบเกินต้านจนแตกต่างกับเด็กห้อง F ราวฟ้ากับเหว ห้องนี้ไม่มีหวย เต็มเรื่อง

ไม่ว่าจะเป็นทางเดินในโรงเรียนที่มีทางพิเศษเฉพาะเด็กห้อง A เท่านั้น เรือนนอนที่หรูหราหมาเห่าในขณะที่เด็กห้อง F ได้นอนในบ้านพักโทรม ๆ อาหารที่แตกต่างไปตั้งแต่ห้องที่จัดให้รับประทาน ภาชนะที่ใส่ไปจนถึงเมนูอาหาร ทั้ง ๆ ที่เด็กทุกคนที่เรียนอยู่ที่โรงเรียนนี้ จ่ายค่าเทอมเท่ากันทุกคน อ้าวววว ไหงงันล่ะ ก็เข้าใจได้ในระดับหนึ่งค่ะว่าบทพยายามจะให้เห็นความแตกต่าง ความเหลื่อมล้ำที่ทางโรงเรียนปฏิบัติ คุณต้องพยายามไปยืนในจุดที่สูงที่สุดเท่านั้นถึงจะได้รับการปฏิบัติที่ดี

 

รีวิวหนังไทย the underclass ห้องนี้ไม่มีห่วย

 

พล็อตเรื่องดีนะคะ แต่บทมีความ contrasts กับโลกแห่งความเป็นจริงอยู่มากจนไม่สามารถสร้างความรู้สึก อินไปกับพล็อตดี ๆ ที่วางเอาไว้ได้ ความเป็นไปได้ในส่วนนี้เท่ากับศูนย์กันเลยทีเดียว มันเป็นไปไม่ได้เลยที่ความโกลาหลจะไม่เกิด ไม่มีพ่อแม่ผู้ปกครองบ้านไหนยอมให้ลูกถูกปฏิบัติอย่างไม่เท่าเทียมเพียงเพราะลูกของฉันการเรียนแย่กว่าเพื่อน ๆ แน่นอน จ่ายเงินเท่ากันอ่ะค่ะคุณ มันบ่ได้เลยนะ อย่าหาทำ

 

รีวิวหนังไทย the underclass ห้องนี้ไม่มีห่วย

ต้องถามว่าหนู ๆ มาเล่นอะไรกันตรงนี้คะลูก น่ารักน่าเอ็นดูสมวัยพวกเขาค่ะ แต่ถ้าจะเคี่ยวให้ข้นอีกสักหน่อย ศักยภาพของเด็กกลุ่มนี้ที่เราเคยเห็นในผลงานที่ผ่านมาอย่าง 365วัน บ้านฉันบ้านเธอ , Where We Belong ที่ตรงนั้น มีฉันหรือเปล่า , App War แอปชนแอป , Homestay ที่ทำเอาไว้ได้ดีมาก ๆ จะต้องเฉิดฉายออกมาอีกครั้งกับซีรีส์เรื่องนี้อย่างแน่นอน บอกตามตรงว่า Ep แรกทำให้รู้สึกเสียดายฝีมือที่เชื่อว่าน้อง ๆ ทำได้แน่ ๆ ก็เราเคยชื่นใจกับผลงานในเรื่องอื่น ๆ มาแล้วนี่

 

รีวิวหนังไทย the underclass ห้องนี้ไม่มีห่วย

 

บทสนทนาในหลาย ๆ ช่วง ขาดความเป็นธรรมชาติไปแล้วครึ่งหนึ่งจากสายตาและความรู้สึก แอกติ้งของตัวแสดงที่หลายฉากไม่ควรปล่อยผ่านแต่ก็ผ่านออกมาซะแล้ว จนกลายเป็นการทำงานที่จบด่วน ห้วนสั้นไปซะอย่างงั้น มุกตลกที่เกือบตลก ฉากซึ้ง ๆ คำพูดกินใจหรืออารมณ์ร่วมที่จะดึงความรู้สึกได้แน่ ๆ กลับดึงออกมาไม่ได้อย่างที่ควรจะเป็น เสียดายค่ะ

 

คาแรคเตอร์ของตัวละคร

ในส่วนคาแรคเตอร์ “มีน” แสดงออกมาว่าไม่สนใจในเรื่องของตัวเลข สถิติต่างๆและให้ความสำคัญกับเพื่อนๆ หรือสิ่งรอบข้างมากกว่า ทำให้เราเห็นภาวะในตัวเด็กที่มีความคิดที่ดีมากๆคนนึง และเราไม่สามารถตัดสินว่าเธอเป็นคนนอกคอก เพียงเพราะการย้อมหัวสี หรือมีความดื้อต่อกฎระเบียบ เพราะเราเห็นว่ามีนจะเอาใจใส่เพื่อนๆ รวมไปถึงครูประจำชั้นด้วย แม้ว่าเธอจะดูแรงแค่ไหน ดุยังไง ก็ยังอยู่ในลิมิต และยังคิดถึงครูประจำชั้นที่อยู่ตรงหน้าด้วย

 

 

คือปกติถ้ามีนมาพูดจาหาเรื่องแพงกันขนาดนี้ ปกตินี่ต้องมีฝ่ายเปิดต่อยกันตรงนั้นแล้ว
คาแรคเตอร์ “พระแพง” น่าสนใจมากๆ ซีนอารมณ์ในห้องน้ำ คือการระเบิดพลังของทั้งสองคน มิวนิค และ มิวสิค เป็นซีนที่บอกเล่า Background ของพระแพงได้ดีซีนหนึ่ง เพราะเธอเองก็อยากจะเป็นคนที่อยู่ในระบบอันแสนโหดร้าย ที่พลาดเพียงคะแนนสองคะแนนหมายถึงชะตาชีวิตที่พลิกผัน เพียงเพื่อให้พ่อ แม่ได้ภูมิใจ ห้องนี้ไม่มีหวย ซีซั่น 2
ส่วนตัวละครอื่นๆ ก็ยังไม่มีอะไรให้เห็นชัดนัก แหม่ ซีรี่ส์เนอะ จะให้เล่าครบทุกตัวละครเลยคงเป็นไปไม่ได้แน่นอน

 

รีวิวหนังไทย the underclass ห้องนี้ไม่มีห่วย

ต้องยอมรับในส่วนนี้ค่ะว่าใส่ลงมาได้พอเหมาะพอเจาะ กับสัจธรรมในการใช้ชีวิตบนโลกทุกวันนี้ การจมให้ลง การยอมรับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับชีวิตและต้องปรับตัวให้ได้กับผลของการกระทำที่สร้างขึ้นเองในบทของ พะแพง ตรงนี้ดีมาก ๆ เลยแหละ เป็นแง่คิดที่หากดูแบบไม่ปล่อยผ่าน ไม่มองข้ามจะรับรู้ได้ว่าซีรีส์เรื่องนี้มีข้อคิดที่เป็นเครื่องเตือนใจได้ดีเรื่องหนึ่ง ห้องนี้ไม่มีหวยตอนที่ 1

แต่ก็แอบเห็นความจิกกัดที่เหมือนจะกัดไม่ปล่อย กับความเหลื่อมล้ำในสังคมในเรื่องของการถูกเลือกปฏิบัติ มิตรภาพความรักที่แท้เทียมระหว่างสังคมสองสถานะ คือความสัมพันธ์ที่ดูก็รู้ว่าปลอมของเด็กห้อง A กับความสัมพันธ์ที่มีแต่ความจริงใจเข้าหากันของเด็กห้อง F แทนการแบ่งชนชั้นทางสังคม ซีรีส์สามารถทำให้รู้สึกได้แบบนั้นใน Ep เดียวนี่แหละค่ะ จนเด็กห้อง F ต้องลุกขึ้นมาปฏิวัติด้วยการก่อตั้งขบวนการ “แกะดํา” ใส่ชุดดำ สวมหน้ากากเป็นฮีโร เพื่อต่อกรกับอำนาจมืดและทวงคืนความยุติธรรม แถมยังมีความพิเศษตรงที่หนึ่งในเด็กกลุ่มนี้กลับมีพลังฮึดจนพังประตูเหล็กได้เมื่อถูกทำให้โมโห อาย หรือโกรธ

 

 

แถมยังมีอาจารย์ฝึกสอน รู้เห็นเป็นใจในการทำงานของขบวนการแกะดำซะอีกด้วย เรียกได้ว่าเจ้าหน้าที่รัฐก็หลับตาข้างเดียว กับการเป็นฮีโร่ของกลุ่มคนที่รัฐบาลต้องการตัวในครั้งนี้ ณ จุดนี้ OST Batman ต้องขึ้นแล้วค่ะ ซีรีส์เขาจริงจังนะ บทสนทนาก็จริงจังขึงขัง แต่ทำไมดิฉันขำกับการกระทำแบบเด็ก ๆ ของหนู ๆ ก็ไม่รู้สิ

ส่วนเวอร์ชั่น NETFLIX เอาจริงๆ ดูไม่ออกนะว่ามันมีซีนไหนตัดออกไปบ้าง ใครรู้บอกที เพราะตัดมาเนียนดี ห้องนี้ไม่มีหวย pantip

ฟัดจังโตะ รีวิวหนังไทย

ฟัดจังโตะ รีวิวหนังไทย

ฟัดจังโตะ รีวิวหนังไทย

 

 

ประเภท: คอเมดี้

นำแสดงโดย: บอย ปกรณ์, ยิปโซ อริย์กันตา, แอนนา ชวนชื่น

กำกับโดย: ฤกษ์ชัย พวงเพ็ชร์

ความยาว: 100 นาที

เข้าฉายครั้งแรก: 24 พฤศจิกายน 2547

เปลี่ยนวันอันแสนน่ารำคาญ แล้วเพิ่มความสนุกสนานด้วยหนังดีหนังไทยมาใหม่ ที่พวกเราพร้อมเตรียมการความสนุกสนานมาเสิร์ฟให้ท่านถึงมือกับ การเสนอแนะหนังน่าดูทุกวันที่ TrueID แล้วก็ TrueID+ นานาประการความสนุกสนานไร้ขีดจำกัดกับตอน “Movie of the Day” ในวันนี้ Movie.TrueID ขอเสนอ ฟัด จัง โตะ ภาพยนตร์คอเมดี้ ดูแลโดย ยามชัย พวงเพ็ชร์ และก็แสดงนำโดย บอย ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์, ยิปโซ อริย์กันตา มหาพฤกษ์วงศ์แอนทุ่งนา เชิญชื่น ฟัดจังโตะ netflix

 

เรื่องย่อ

 

ฟัดจังโตะ รีวิวหนังไทย

 

ก๊อป (ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์) ผู้ชายห่วย ๆ ที่ทำอะไรไม่ค่อยได้เรื่องได้ราวซักเท่าไหร่ มีอาชีพเป็นนักออกแบบผลิตภัณฑ์ ที่มักจะมีไอเดียไม่ได้เรื่องไปเสนอเจ้านายอยู่บ่อย ๆ เวลาที่รู้สึกแย่ ๆ ก็ต้องการใครซักคนที่จะมาช่วยฟังปัญหาของเขา แก๊ป (อริย์กันตา มหาพฤกษ์พงศ์) หญิงสาวที่ชอบพูดแต่เรื่องของตัวเอง ไม่ค่อยฟังใคร ชอบพูดจาเอะอะโวยวาย มีอาชีพเป็นแดนเซอร์ และมีความใฝ่ฝันว่าครั้งหนึ่งจะต้องไปเหยียบแผ่นดินญี่ปุ่น แก๊ป ชอบทุกสิ่งที่เป็นญี่ปุ่น ฟังเพลงญี่ปุ่น อ่านการ์ตูนญี่ปุ่น และกินอาหารญี่ปุ่น พอรู้ข่าวว่ามีการชิงโชคไพรเวททัวร์ไปคู่เดียวเที่ยวญี่ปุ่น แก๊ป เลยไม่รอช้าที่จะล่ารางวัล ดูหนังฟรี,ดูหนังออนไลน์

 

ฟัดจังโตะ รีวิวหนังไทย

หนังตลก ฟัด จัง โตะ คอมเมดี้ ตบ จองคิวฉายหนังทุกปลายปีสำหรับค่าย M39 และ ยอร์ช ฤกษ์ชัย ผู้กำกับที่มีมุ่งมั่นในการทำ หนังรักตลก ออกมาอย่างสมํ่าเสมอ ช่วง10ปีที่ผ่านมาภาพยนตร์ของเขาแม้จะทำเงินไปมากมาย พร้อมกับเสียงชื่นชมจำนวนมาก แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าอีกฟากหนึ่งก็มีเสียงวิจารณ์จากคนดูหนังไทยจำนวนหนึ่งที่ไม่ชอบ จนถึงเข้าขั้นเกลียดหนังของเขา

 

ฟัดจังโตะ รีวิวหนังไทย

 

ภาพยนตร์แนวซาดิสต์คอมเมอดี้ ตบ! จูบ! ของคู่คนเคยรัก ที่เลิกลากัน ความรักจึงเกิดเป็นความแค้นแบบฮาๆ แต่เมื่อทั้งสองต้องเดินทางไปญี่ปุ่น บททดสอบว่าทั้งสองจะกลับมารักกันอีกครั้งได้หรือไม่จึงเริ่มขึ้น!

 

แนะนำนักแสดง

ก๊อป รับบทโดย บอย ปกรณ์ ผู้ชายห่วยๆที่ทำอะไรไม่ค่อยได้เรื่องได้ราวซักเท่าไหร่ มีอาชีพเป็นนักออกแบบผลิตภัณฑ์ ที่มักจะมีไอเดียไม่ได้เรื่องไปเสนอเจ้านายอยู่บ่อยๆ เวลาที่รู้สึกแย่ๆก็ต้องการใครซักคนที่จะมาช่วยฟังปัญหาของเค้า

แก๊ป รับบทโดย ยิปโซ รมิตา หญิงสาวที่ชอบพูดแต่เรื่องของตัวเอง ไม่ค่อยฟังใคร ชอบพูดจาเอะอะโวยวาย มีอาชีพเป็นแด๊นเซอร์ และมีความใฝ่ฝันว่าครั้งนึงจะต้องไปเหยียบแผ่นดินญี่ปุ่นให้ได้ แก๊ปชอบทุกสิ่งที่เป็นญี่ปุ่น ฟังเพลงญี่ปุ่น อ่านการ์ตูนญี่ปุ่น และกินอาหารญี่ปุ่น พอรู้ข่าวว่ามีการชิงโชคไพรเวททัวร์ไปคู่เดียวเที่ยวญี่ปุ่น แก๊ปเลยไม่รอช้าที่จะล่ารางวัลนี้ให้สำเร็จ

 

ฟัดจังโตะ รีวิวหนังไทย

 

ไกด์ รับบทโดย เอ๊ะ ละอองฟอง ผู้ชายชื่อไกด์ที่มีอาชีพเป็นไกด์ ไกด์เป็นลูกติดพ่อ ไม่ว่าจะไปไหน ไกด์ก็จะหิ้วพ่อไปด้วยเสมอ รวมถึงการเดินทางในทริปนี้ด้วย

กวง รับบทโดย แอนนา ชวนชื่น พ่อเพี้ยนๆ ของไกด์ กวงเป็นคนจีนไหหลำที่มาทำอาชีพเป็นไกด์ที่ญี่ปุ่น พอแก่ตัวทำไม่ไหวก็ให้ลูกชายทำแทน ส่วนตัวเองก็คอยช่วยงานลูก กวงมีความใฝ่ฝันว่าอยากเป็นนักร้อง และชอบร้องเพลงเป็นชีวิตจิตใจ

 

ฟัดจังโตะ รีวิวหนังไทย

จองคิวฉายหนังทุกท้ายปีสำหรับค่าย M39 และก็ ยอร์ช ฤกษ์ชัย ผู้กำกับที่มีตั้งใจสำหรับในการทำหนังรักขำขันออกมาอย่างสมํ่าเสมอ ตอน10ปีที่ล่วงเลยไปภาพยนตร์ของเขาแม้ว่าจะทำเงินไปๆมาๆมาย พร้อมทั้งเสียงชื่นชอบจำนวนหลายชิ้น แต่ว่าก็ไม่สามารถที่จะปฏิเสธได้ว่าอีกฟากหนึ่งก็มีเสียงวิภาควิจารณ์จากผู้ชมภาพยนตร์ไทยปริมาณหนึ่งที่เกลียด จนกระทั่งเข้าขั้นเกลียดหนังของเขา ฟัดจังโตะ hd

ด้วยเหตุผลดังกล่าวปี 2013 กับ ฟัดจังโตะ โปรเจกต์หนังรักซาดิสต์คอเมอดี้ของ ยอร์ช โอกาสชัย เขาก็เลยดึงเอาเพื่อนสนิทอย่าง ตรง พดล อากาศ ผู้กำกับประชาสัมพันธ์ มาร่วมดูแลด้วย คล้ายกับว่าปรารถนาแก้ตัวและก็ลบคำปรามาสของคนที่แอนตี้หนังของเขา แรกทีเดียวเขาออกตัวว่าสร้างสรรค์ภาพยนตร์โดยตัวเขากับหมู่คณะจนกระทั่งผมรู้ผิดมีความคิดว่าเรื่องนี้ ยอร์ช มิได้ดูแล เป็นเพียงแต่ผู้อำนวยการผลิต มารู้ตอนใกล้จะได้ดูหนังว่าเป็นการควบคุมคู่

หนังมีลายเซ็นต์ของยอร์ชเต็มเปี่ยม พล็อตหละหลวมมากมาย ตัดคั่นรายการวกไปวนมา ไร้เหตุผล ปราศจากความสมจริงสมจัง ลักษณะเด่นก็คืออย่างต่ำนี่ก็เป็นหนังเรื่องแรกในรอบนับเป็นเวลาหลายปีของเขาที่มีโครงเรื่องของการเขียนบทแน่ชัด และไม่ค่อยมีคำคมพรํ่าเพ้อจากเครือข่ายสังคมยัดใส่ปากผู้แสดงเท่าใด รู้เรื่องว่า ตรง พดล อาจจะมาช่วยกับกับเพียงแค่ด้านภาพกับกราฟฟิคของหนังตามที่เขาถนัดเสียมากกว่า ซึ่งในสองส่วนนี้จัดว่าทำเป็นดี ภาพแจ่ม กราฟฟิคน่ารักน่าเอ็นดู ฟัดจังโตะ pantip

 

แต่ว่า โดยรวมแล้วมันยังคงอัดแน่นไปด้วยอารมณ์หนังของ ยอร์ช ที่เดินเรื่องแบบตลกโปกฮาเหตุการณ์หรือซิทคอม หากว่าประเด็นนี้จะมีความเป็นหนังมากเพิ่มขึ้น แต่ว่าพวกเรายังคงเจอคำพูดตลกที่ถูกเซ็ทขึ้นมาอย่างมีระบบส่วนตัวรู้สึกว่ามันไม่ธรรมชาติ คนจำนวนไม่น้อยก็เลยมีลักษณะขำแบบกั๊กไม่สุด จะฮาก็ไม่สุดกำลัง นักแสดงยิงมุขกันไปตลอดทริปแป๊กบ้าง ฝืดบ้าง ตามจังหวะ ด้านความโรแมนติกหาไม่ได้เลย ไม่ซึ้ง ไม่อิน นักแสดงจู่ๆก็ชังกัน จู่ๆก็รักกัน ประเภทไม่มีความเป็นมา

ผมทำเป็นเพียงแค่หัวเราะฝาดกับความประพฤติของนักแสดงหลักที่ ตบกันบ้าง ตีกันบ้าง ขัดขวางบ้าง ถีบกันบ้าง หาอะไรมาตีกันบ้าง หากการที่ผู้กำกับให้คำว่าหนังเป็นซาดิสต์คอเมอดี้ เพียงแต่พระนางฟาดศีรษะกันไปๆมาๆไม่มีความแตกต่างจากขำขันคาเฟ่ ฟาดศีรษะเข้าบ้าน ขำแบบหยาบ แล้วกล่าวว่านี่เป็นแถวทางใหม่ของหนัง ผมขอคัดค้านหมดตัว เหตุเพราะมุขต่างๆมันอยู่ในการ์ตูประเทศญี่ปุ่นมาหลายสิบปีแล้ว เพียงแค่ไม่มีผู้ใดกล้าเอามาทำเป็นหนัง

 

คาแร็กเตอร์ของตัวละคร

คาแร็กเตอร์ของตัวละครโอเวอร์จนเกือบล้น คอสตูมหลุดโลก แน่่นอนมันเป็นสไตล์ของผู้กำกับแอนนา ชวนชื่น แปลกประหลาดชนิดไม่ต้องสงสัยว่าแกแสดงเป็นคนญี่ปุ่นทำไมด่าชัดกว่าคนไทยตัวละครแบบนี้มีในหนังยอร์ชทุกเรื่องไล่มาตั้งแต่ จตุรงค์,ค่อม ชวนชื่น,โก๊ะตี๋ เป็นตัวประคองเสียงหัวเราะของเรื่อง แต่ก็ทำลายความน่าเชื่อถือไปพร้อมๆกัน ยิปโซ เด่นสุดโดยเฉพาะกับบทสาวอีกคนที่หน้าเหมือนแก๊ปเธอได้แสดงความสามารถทั้งร้องเพลง เล่นกีตาร์และเต้นรำ น่าเสียดายที่บทมันว่างเปล่าเกินไป

บอย ปกรณ์เคมีเข้ากับยิปโซพอสมควรแต่ดูไม่เหมาะกับการแสดงหนังตลกบุคลิกเขาแค่กวนๆเท่านั้น ไม่สามารถทำให้คนดูระเบิดเสียงฮาได้เท่า คู่ เต๋อ กับ หนูนา ในทริปเกาหลีจากหนังกวนมึนโฮเอ๊ะ ละออกฟองเป็นนักแสดงสมทบที่ไม่สามารถขโมยซีนได้เลย ทั้งที่ฉากของเขาเยอะกว่าสองตายายในหมู่บ้านโบราณซะอีกส่วนตัวละครอื่นๆไม่มีความจำเป็นเลย ไม่ว่าจะเป็นรุ่นน้องสาวที่แอบชอบก็อป หรือกลุ่มเพื่อนๆที่ออฟฟิศก็อป ซีนที่ ก็อบ โทรจากญี่ปุ่นหาเพื่อนที่เมืองไทยตัดออกก็ไม่มีผลกับหนัง

 

 

กระนั้น ปฏิเสธไม่ได้ว่าคนดูจำนวนหนึ่งหัวเราะมีความสุขไปกับหนัง จะด้วยความชื่นชอบในตัวผู้กำกับ นักแสดง หรืออะไรก็แล้วแต่ พวกเขาบอกว่าหนังสนุกมากด้วยซํ้า ภาพที่เกิดในโรงจึงดูขัดแย้งกัน คือ คนดูบางคนหลับ คนดูบางคนหัวเราะแทบตกเก้าอี้ บางคนสงสัยว่าทำไมคนข้างๆไม่ขำ ขณะที่บางคนสงสัยว่าทำไมคนข้างๆถึงขำเยอะขนาดนั้น

อย่างไรก็ตาม ฟัดจังโตะ imovie HD ยังดูดีกว่าสุดเขตฯ , คุณนายโฮ ,สคส. และวาเลนไทน์ สวีตตี้ ถือว่ามีพัฒนาการบางอย่างเกิดขึ้นในหนังของ ยอร์ช ถึงจะไม่มากเท่าไหร่ แต่เห็นได้ถึงความพยายามของเขา

รีวิวหนังไทย ทะเลแปร

รีวิวหนังไทย ทะเลแปร

รีวิวหนังไทย ทะเลแปร

 

 

ทะเลแปรเป็น ที่สร้างมาจากบทประพันธ์ของ ว.วินิจฉัยกุล ที่เล่าเรื่องราวของ ทัตติยาหรือแทต (ฟ้า ยงวรีหญิงสาวเพียบพร้อมมองโลกในแง่ดี หนังไทยย้อนยุค ถูกอุปการะมาอย่างทะนุถนอมจากครอบครัวที่มีพ่อเป็นแพทย์สูติ แม่เปิดร้านขายเบเกอรี่ อ่อนต่อโลก ไม่เคยมีแฟน มาหลงคารมณ์ของ จารหรือจ้า (นิว วงกร)นักธุรกิจชายหนุ่มจอมเจ้าชู้ที่มองเห็นเมียเป็นเพียงแค่เกราะบังหน้า หนำซ้ำยังคงมีสัมพันธ์กับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า สร้างปัญหาให้ไม่หยุดหย่อน ทำให้เมียผู้แสนดีต้องเจ็บช้ำจนต้องลุกขึ้นมาต่อสู้รวมทั้งเผชิญหน้ากับความเป็นจริง เส้นทางชีวิตของทัตติยา ต้องพบกับอุปสรรคอีกมากมายหลังจากการตัดสินใจของเธอ เหมือนคลื่นลมชีวิตที่แปรผันดังเช่นทะเล ดูหนังออนไลน์

เรื่องย่อ

 

รีวิวหนังไทย ทะเลแปร

 

ทะเลแปร เรื่องย่อ ของบทประพันธ์ก็ประมาณนี้ ทะเลแปรเคยถูกสร้างมาแล้วค่ะเมื่อปี 2540 ทางช่อง 3 ตอนนั้น เบนซ์ พรชิตา รับบทเป็น ทัตติยา และ พีท ทองเจือ รับบทเป็น จารณ สำหรับเวอร์ชันใหม่นี้ก็ลืมเวอร์ชันเก่าไปได้เลยค่ะ ก็มัน 23 ปีมาแล้วนี่เนอะ อะไร ๆ ก็ย่อมต้องเปลี่ยน บทใหม่ นางเอกใหม่ ผู้กำกับคนใหม่และช่องทางออกอากาศใหม่กริ๊บ ถือเป็นเรื่องที่ 3 ของอัมรินทร์ทีวีที่ลงมาเล่นตลาดละคร แล้วก็หยิบนิยายอมตะมาเล่นซะด้วยสิ เวอร์ชันนี้เปิดฉากที่งานแต่งงานของ ทัตติยา (ฟ้า ยงวรี) กับ จารณ (นิว วงศกร) ยังไม่ทันสวมชุดเจ้าสาว นางเอกคนสวยของเราก็ได้ซองจดหมายสีดำเข้าแล้ว พร้อมข้อความว่า ดูหนังฟรี

 

รีวิวหนังไทย ทะเลแปร

 

รีวิวหนังไทย ทะเลแปร

 

ว้ายยย…นางเอกหน้านิ่งมากค่ะ เดาว่าคงจะงง จดหมายของใครเอ๊ะยังไงกันนะ แต่งตัวก็แล้ว อะไรก็แล้วเจ้าบ่าวก็ยังไม่มา (เพราะมัวไปจัดการกับผู้หญิงอีกคน) แล้วนางก็ได้จดหมายแบบนี้อีกเป็นใบที่สอง ใบที่สาม ก็ยังจะแต่งอ่ะเนอะ แต่ทำไงได้เพราะตามบทแล้ว ทัตติยาถูกเลี้ยงมาอย่างไข่ในหิน จึงทำให้เป็นคนหัวอ่อนมองโลกในแง่ดี เรียกได้ว่าเธอยืนอยู่ท่ามกลางทุ่งเลเวนเดอร์เลยก็ว่าได้ คิดว่าชีวิตตัวเองจะมีแต่เรื่องสวยงามสมบูรณ์แบบ ไม่คิดว่าผู้ชายที่พูดจาอ่อนหวานและเป็นสุภาพบุรุษในสายตาเธอ จะเป็นคนเลวไปซะได้เธอจึงตอบรับคำขอแต่งงานของเขาด้วยความปลาบปลื้ม ทั้ง ๆ ที่เพิ่งทำความรู้จักกันเพียงแค่เดือนเดียว อุ้ย!!! เชื่อคนง่ายแท้ ๆ แต่นางเอกเรื่องนี้ใสซื่ออยู่ได้ไม่นานหรอกนะคะ เพราะคนมองโลกในแง่ดีก็ไม่ได้แปลว่าต้องโง่เสมอไป เธอจะมีการลุกขึ้นสู้ด้วยการขอหย่า ออกไปทำงานนอกบ้านและเจอผู้ชายคนใหม่คือ นนที (นาวิน เยาวพลกุล) แต่ไม่ราบรื่นหรอกค่ะชีวิตมีอะไรให้น่าติดตามหลังจากนี้อีกเยอะเลย

 

เวอร์ชั่นของ นิว วงศกร

สำหรับเวอร์ชันนี้ ทะเลแปร นักแสดง นิว วงศกร มารับบทจารณได้เหมาะสมมาก ๆ เป็นคาสโนวานัยตาเจ้าชู้ เทียบกับพีทแล้วถือว่าสูสี พีทนี่เจ้าชู้กรุ้มกริ่ม เห็นปุ๊บรู้เลยว่าอีตาคนนี้นิสัยไม่ดีแน่ ๆ แต่สำหรับนิวเป็นเจ้าชู้ก้ำกึ่ง เดาทางไม่ถูกตกลงเป็นคนยังไง มันก็ทำให้เชื่อได้ว่าทำไมนางเอกถึงไว้เนื้อเชื่อใจในหลาย ๆ เหตุการณ์ที่น่าจะไหวตัวทันได้ตั้งนานแล้ว

จารณมองทัตติยาเป็นผู้หญิงที่สวย แต่จืดชืด ฉลาดแต่โลกแคบต้องการแต่งงานกับทัตติยาเพื่อที่จะควบคุมเธอได้ง่าย ๆ อยากเอาใจเจ้าสัวกิมพ้ง (นพพล โกมารชุน) ที่เป็นปู่เพราะกลัวจะต้องเสียบริษัทให้ชาลี (อาร์ต-พศุตม์ )หลานของอาม่าใหญ่ (ดวงดาว จารุจินดา) ภรรยาคนแรกของเจ้าสัว ในขณะเดียวกันก็ยังมีความสัมพันธ์ลับ ๆ กับ รำแพน (แคทรียา อิงลิช) เจ้าของร้านเสื้อผ้าชื่อดังที่มีสามีแล้ว แล้วไหนจะนางเล็กนางน้อยคนนู้นคนนี้อีกพะเรอเกวียน ปีนต้นงิ้วกันสนุกเลยละค่ะ
เรื่องนี้ แคทรียา อิงลิช พลิกบทบาทจากเมียหลวงในเรื่อง สามีสีทอง มาเป็นชู้ในเรื่องนี้ซะงั้น ก็เรียกได้ว่าแซบพริก 10 เม็ดยังเผ็ดไม่พอ จูบเป็นจูบ ตบเป็นตบ เอาใจสายบู๊กันไปเลย เป็นละครผิดศีลธรรมที่สะท้อนชีวิตของนางเอกว่าจะจัดการกับชีวิตหลังจากนี้ของเธอต่อไปยังไง ทะเลแปร ย้อนหลังทุกตอน

 

 

สำหรับนางเอกเรื่องนี้ ฟ้า ยงวรี ถือเป็นนางเอกใหม่ป้ายแดงในงานละคร ที่เข้าตาอัมรินทร์ทีวีพอดีเป๊ะ คาดว่าน่าจะได้เห็นผลงานของน้องจากเรื่องที่ผ่านมา ถ้าจะให้แฟนละครนึกออกแบบถึงบางอ้อกันเร็ว ๆ ก็สองเรื่องนี้ค่ะ เพชรกลางไฟ ในบท ดวงแข เรื่องนี้เธอเล่นเป็นตัวร้ายที่ซวยซ้ำซวยซ้อน ส่วนอีกเรื่องที่เพิ่งผ่านไปเมื่อปีที่แล้วเธอรับบทเป็น นางพิม ในภาพยนตร์เรื่อง ขุนแผนฟ้าฟื้น สวยค่ะ สวยหวาน ดูเรียบร้อยสมกับบทที่มองโลกในแง่ดีแต่แววตาก็บ่งบอกว่าเป็นคนฉลาด

ชื่นชมทีมแคสติ้งของเช้นจ์2651 ในเรื่องนี้นะคะ ตัวแสดงนำหลายตัวเหมาะสมกับบทบาท ไม่ขัดสายตา เสื้อผ้าหน้าผมส่งให้นางเอกเป็นสาวหวานที่สมสมัย รำแพนก็เป็นสาวใหญ่ที่เซ็กซี่และหิวโหย สำหรับใครที่ชอบละครแนวดราม่าเข้มข้น เรื่องนี้ถือว่าเข้มจริงและไม่น่าเบื่อ มีเหตุมีผล มีที่มาที่ไป ตัวละครมีมิติที่จับต้องได้ นางเอกไม่ใช่คนดีแสนดีที่โดนหลอกและยอมคนตะพึดตะพือ ความเลวของพระเอกมีเหตุมีผลจากการเลี้ยงดูมาอย่างผิด ๆ แต่ก็กลับตัวได้ในที่สุดเรียกว่าเลวแค่สันดอนค่ะ ยังไม่ลึกถึงสันดาน ส่วนสาวใหญ่อย่างรำแพนก็หาได้ในชีวิตจริงถ้าไม่หลับตาแล้วหันให้กับความเป็นจริงที่เห็นอยู่บนโลกใบนี้ก็จะพบคนอย่างรำแพนได้ไม่ยาก

 

รีวิวหนังไทย ทะเลแปร

มาแล้วค่ะใครกักตัวอยู่บ้าน ไม่ได้ออกไปไหน เพราะกลัวการแพร่ระบาดของโควิด-19 วันนี้เราจะมาสปอยล์ ละครเรื่อง “ทะเลแปร” ที่ใครหลายคนอาจพลาดไปไม่ได้ดู แนะนำเลยนะคะเรื่องนี้สนุกมาก ๆ ถึงใจถึงอารมณ์จริง ๆ ค่ะ สำหรับเรื่องนี้ก็จะกล่าวถึง จารณหรือจ้า ซึ่งเป็นพระเอกของเรื่อง เป็นหนุ่มเจ้าชู้ ใจสปอร์ต สายเปย์ที่มีสาว ๆ เข้ามาหาไม่ซ้ำหน้า “ข้าวตู” เป็นสาวคนสนิทที่เจอกันในระหว่างที่จ้าไปเรียนที่เมืองนอก

พอกลับมาข้าวตูโดนพ่อจับแต่งงานกับคนที่พ่อเลือกให้ แต่เขาก็ไม่หยุดที่จะวุ่นวายกับจ้า ยังแอบสับรางสามีเพื่อมาหาจ้า จนสามีจับได้สามีก็เลิกกับข้าวตูไป แล้วจ้ากับข้าวตูก็แอบไปกินกันบ่อย ๆ คนต่อมาก็จะเป็น “รำแพน ” สาวใหญ่ที่มีแฟนฝรั่งอยู่เมืองนอกนาน ๆ จะกลับมาหาที ก็แอบเล่นชู้กันกับจ้า ซึ่งรำแพนเป็นเจ้าของห้องตัดเย็บเสื้อผ้าที่มีชื่อเสียง คนต่อมาก็จะเป็น “นก” คนที่รำแพนจ้างมาเพื่อมาเป็นนางแบบให้ห้องเสื้อของรำแพน แล้วใช้นกเป็นเครื่องมือเพื่อที่จะสู้กับภรรยาของจ้า แต่สุดท้ายนกก็แอบไปกินกันเองกับจ้า จนรำแพนจับได้ แล้วแตกคอกันกับนก

 

 

กล่าวถึงก๋งของจ้ามีหลานทั้งหมด 2 คน คือ ชาลีเป็นลูกเมียคนแรกของก๋ง ส่วนจ้าเป็นลูกเมียคนที่สองของก๋ง หลานของก๋งไม่ค่อยถูกกัน เพราะอาม่าใหญ่คือเมียคนแรกของก๋ง สอนให้ชาลีเกลียดจ้า เพราะจ้ามีความสามารถที่โดดเด่นกว่าชาลี และมีคนคอยช่วยนั้นคือ “พี่อำพล” ทนายคนสนิทที่คอยช่วยเหลือทุกเรื่อง ก๋งเคยบอกไว้ว่าถ้าใครบริหารบริษัทได้ดีกว่า ก๋งจะยกบริษัทอสังหาริมทรัพย์ ทั้งหมดให้กับคนนั้น จึงมีการแข่งขันระหว่างชาลีและจ้าเกิดขึ้น

พ่อกับแม่ของจ้าจึงพยายามหาทางเอาใจก๋ง เพราะทนความเสเพลของลูกชายไม่ไหว จึงให้จ้าแต่งงานกับ “แท๊ต” ซึ่งเป็นหญิงสาวผู้เรียบร้อย มากด้วยความกุลสตรี ถูกพ่อแม่เลี้ยงมาแบบไม่เคยเจอโลกภายนอก แท๊ตดูซื่อ ๆ ไม่ค่อยทันคน แท๊ตซึ่งเป็นลูกสาวของเพื่อนสนิทแม่จ้า สมัยเรียนมีดีกรีเป็นถึงลูกนายแพทย์ ทำให้แม่ของจ้าถูกใจแท๊ตมาก จึงให้จ้าแต่งงานกับแท๊ต เพื่อเอาใจก๋งและให้แท๊ตมีลูกให้ก๋ง แต่การแต่งงานคืนแรกก็ผ่านไป

จ้าปล่อยให้แท๊ตนอนห้องหอคนเดียวทั้งคืน เพราะออกไปปาร์ตี้กับเพื่อน ในระหว่างที่แต่งงานกัน แท๊ตต้องเจอวีรกรรมอะไรมากมายของจ้า ทั้งที่ก่อนแต่งงาน วันแต่งงาน และหลังแต่งงาน แฟนทุกคนของจ้าไปร่วมแสดงความยินดี ทุกคนพยายามส่งสัญญาณต่าง ๆ ทำทุกวิถีทางเพื่อให้แท๊ตสงสัย ส่วนชาลีก็พยายามทำทุกอย่าง เช่น ดึงเลขาคนสนิทของจ้า มาทำงานด้วย พยายามจะแย่งทุกอย่างไปจากจ้า

สรุปโดยรวม

สุดท้ายความมักมากของจ้า ทำให้แท๊ตทนไม่ไหว วันนั้นทะเลาะกันอย่างหนักทำให้แท๊ตขอหย่ากับจ้า จ้าโมโหมากจึงหย่ากับแท๊ต แท๊ตย้ายออกจากบ้านจ้า กลับไปอยู่บ้านพ่อกับแม่ ได้ไปทำงานตามที่ตัวเองใฝ่ฝัน นั่นก็คือเป็นช่างภาพแล้วกลับมาทำงาน ร่วมกันกับบริษัทของจ้า เพราะแท๊ตไปทำงานกับบริษัทของพี่นนท์ ทำให้จ้าแปลกใจมาก และต่อมาเหมือนแท๊ตจะกลับมามีใจให้พี่นนท์ เพราะพี่นนท์เคยเป็นคนรักเก่า ทะเลแปรep1

แต่อยู่ดีดีพี่นนท์ก็หายไปไม่ได้ร่ำลา พอกลับมาอีกทีแท๊ตก็แต่งงานกับคุณจ้าแล้ว นนท์พยายามขอโอกาสจะเริ่มต้นใหม่กับแท๊ต ความรักครั้งนี้ของแท๊ตจะเป็นอย่างไร ตอนนี้จ้ากำลังจะสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่าง เพราะความมักมากไม่รู้จักพอ เพราะความมั่นใจในตัวเองจนเกินไป ว่าเอาอยู่ไม่มีทางผิดพลาดเรื่องผู้หญิงแน่นอน ตอนนี้เขากำลังไปยุ่งเกี่ยวกับน้ำเพชร ซึ่งเป็นลูกสาวของรำแพน หวังว่าจ้าจะมีจิตใต้สำนึกพอที่จะไม่เอาทั้งแม่และลูก

 

 

บทสรุปของคนผู้ชายไม่รู้จักพอครั้งนี้จะเป็นอย่างไร อย่าลืมไปติดตามกันดูนะคะ ช่วงนี้กำลังเข้มข้นเลย ใครอยู่บ้านกักตัวเหงา ๆ กว่าจะถึงวันที่ 12 เมษายน แนะนำให้ดูย้อนหลังเลยค่ะ สนุกมาก หาอะไรทำเพลิน ๆ ไม่เครียดกันนะคะ เราจะผ่านวิกฤตโควิด-19 ไปด้วยกันค่ะ ติดตามได้ทุกวันเสาร์ – อาทิตย์ เวลา 22:00 น. ทางช่อง AMARIN TV HD ช่อง 34 ค่ะ

รีวิวหนังไทย app war แอปชนแอป

รีวิวหนังไทย app war แอปชนแอป
รีวิวหนังไทย app war แอปชนแอป

App War แอปชนแอป เป็น หนังไทยnetflix แนวโรแมนติกคอมเมดี้ ควบคุมโดย ยรรยง คุรุอังกูร ผลิตและก็จำหน่ายโดย หน โมเมนต์ แสดงนำโดย ณัฏฐ์ กิจจริต ริศรา ยู พัศชนันท์ เจียจิโชติ สิราษฎร์ อินทรโชติ ธนาภพ อยู่วิจิตร ธิชา วงศ์ทิพย์กานนท์ และก็อภิวิชญ์ เรียร์ดอน โดยมีระบุฉายอย่างเป็นทางการในวันที่ ส.ค. พุทธศักราช 2561 เกี่ยวกับเรื่องราวของกรุ๊ปนักธุรกิจคนใหม่ที่อยากชิงทุนจากบริษัทดังด้วยการผลิตแอ

เนื้อเรื่องย่อ

บอมบ์กับจูนสองหัวหน้าทีมทำแอปหน้าใหม่ที่ไม่เคยประสบความสำเร็จในการประกวด Startup เวทีไหนมาก่อนเลย วันหนึ่งพวกเขาได้เจอกันโดยบังเอิญเมื่อได้ทำความรู้จักกันมากขึ้นก็พบว่าต่างคนต่างก็ชอบอะไรหลายๆ อย่างเหมือนกัน จนคุยกันถูกคอ และเกิดเป็นความรู้สึกดีๆ ขึ้น ค่ำคืนนั้นทำให้บอมบ์ได้แรงบันดาลใจและปิ๊งไอเดียแอป แอปหนึ่งขึ้นมา แต่หลังจากเปิดตัวแอปได้ไม่นานก็มีอีกแอปหนึ่งเปิดตัวในเวลาไล่เลี่ยกันทั้งไอเดียและคอนเซปต์ของแอปคล้ายของเขาจนแทบจะเรียกได้ว่า “ก๊อบ” กันออกมาทีเดียว และเมื่อสืบถึงตัวเจ้าของแอปก็พบว่า แอปนั้นเป็นของจูน นั่นเอง ดูหนังฟรี,ดูหนังออนไลน์
รีวิวหนังไทย app war แอปชนแอป
ทั้งบอมบ์และจูนได้เจอกันอีกครั้ง แต่เป็นในฐานะคู่แข่ง เมื่อต่างคนต่างก็เชื่อมั่นว่าตัวเองเป็นเจ้าของไอเดียแอปนี้และไม่มีใครยอมรับว่าตัวเองเป็นฝ่าย “ก๊อบ” แถมเวลาของการแข่ง Startup ครั้งใหม่ก็กำลังจะมาถึง และครั้งนี้มันคือการเดิมพันด้วยอนาคตของทั้งสองทีม โดยมีการระดมทุนระดับร้อยล้านเป็นเดิมพัน ทั้งสองทีมต่างต้องเอาตัวรอด พวกเขาเริ่มคิดวิธีตุกติก ยิ่งเวลาดำเนินไปแผนการล้วงลับแอปคู่แข่งของทั้งสองต่างก็เริ่มเลยเถิด และอยู่นอกเหนือการควบคุมมากขึ้นทุกขณะ แอปชนแอป ดูได้ที่ไหน

รีวิวหนังไทย app war แอปชนแอป

หนังจากค่าย T Moment ที่ส่วนตัวคิดว่าเป็นบริษัทผลิตภาพยนตร์ความมุ่งมาดหนึ่งของคนชอบดูหนังไทยเลยนะโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับหนังระลอก ที่ค่ายนี้จัดเตรียมปลดปล่อยโดยเริ่มที่หนังเรื่องแรกเป็น App War นี่เอง หนังสำเร็จงานดูแลของ เสือ-ยรรยง คุรุอังกูร ที่เคยดูแลภาพยนตร์ไทยที่ลำพองใจไปแบบม้ามืดในปี 2558 เรื่อง 2538 อัลเทอร์มาจีบของค่ายโมโนพิคพบร์ก่อนจะมารวมกับ ไท เอ็นเตอร์เทนเมนต์  ก็ถือว่ามารอบใหม่ยังคงเก็บคุณลักษณะเด่นในเรื่องภาพหรูงามรายละเอียดมันเข้าใจง่ายเข้าอกรู้เรื่องวัยรุ่นวัยศึกษาเหมือนเคยส่วนที่ปรับปรุงขึ้นอาจจะเป็นการกล้าที่จะเล่าเนื้อหาใหม่ไม่อิงความนิยมชมชอบเดิมแบบนอสตัลเกียอปิ้งเรื่องก่อน เนื่องจากสตาร์ทอัปถึงจะเป็นคำได้รับความนิยมที่ได้ยินหลายครั้งในตอนไม่กี่ปีนี้แต่ว่าเอาเข้าจริงเด็กไทยก็มิได้พอใจหรือต้องการจะรู้เรื่องอะไรไปๆมาๆนัก นี้ทำให้ App War มีจุดกำหนดมมาตรฐานใหม่ๆให้ภาพยนตร์ไทยอย่างที่ฉลาดหลักแหลมเกมคดโกงเคยทำไว้เช่นเดียวกันหนังที่กล้าสร้างเทรนด์ที่ดีให้สังคมแบบงี้ก็เลยเป็นอะไรที่จะต้องสรเสริญไม่ใช่แค่สรรเสริญเลยครับผม
รีวิวหนังไทย app war แอปชนแอป

ความหวัง ความฝัน บวกกับไอที และสตาร์ตอัป

ใน ‘แอปชนแอป’ วัยรุ่นสองกลุ่มกำลังคร่ำเคร่งกันสร้างแอปที่มีคอนเซปต์ความสัมพันธ์ที่ใช้ความชอบเฉพาะอย่างเป็นตัวเชื่อม กับธุรกิจ Startup อันเป็นธุรกิจที่มีความเสี่ยงสูงที่จะ “เจ๊ง” และมีเพียงสวนน้อยเท่านั้นที่จะสำเร็จ

สิ่งนี้ถูกเน้นย้ำไว้มากพอในหนัง

มากกว่านั้น หนังยังพยายามเล่นกับคำว่า Start ด้วยการบอกให้มองถึงจุดเริ่มต้นของการสร้างแอปขึ้นมาสักตัว แต่อย่างไรก็ดี Startup ก็เป็นธุรกิจ แผนการตลาดที่เป็นไปได้ยังคงเป็นเรื่องสำคัญ นอกเหนือไปจากเงินทุนที่ต้องพึ่งคนมีกะตังค์ วัยรุ่นหลายๆ คนก็อาจจะประสบความสำเร็จในฐานะมือใหม่ที่สร้างธุรกิจใหม่ๆ และประสบความสำเร็จ การเล่าเรื่องด้วยการแข่งขันเป็นอะไรที่เข้าใจง่ายสำหรับคนดูมากที่สุด ทีม Inviter และทีม Amjoin จึงถูกเลือกมาเพื่อสร้างเป็นหนังเรื่องนี้

 

ดาราหน้าใหม่

รีวิว app war แอปชนแอป หนังใช้ดาราหน้าใหม่เป็นตัวหลักแม้เราจะคุ้นหน้าจากงานโฆษณา หรือเอ็มวีมาบ้างแต่ก็ต้องยอมรับว่า ฐานแฟนคลับยังไม่ใช่ขนาดตัวเรียกเงินทองได้ ดังนั้นค่ายก็ต้องมั่นใจในฝีไม้ลายมือกันระดับหนึ่งเลยล่ะตรงนี้ก็ขอพูดรวบทีเดียวเลยว่ากลุ่มนักแสดงตัวหลักทั้งฝั่งพระเอก และนางเอก นั้นมีเสน่ห์น่าสนใจแต่การแสดงนั้นอยู่ในกรอบมาตรฐานที่ดี ยังไม่ได้โดดเด้งจนจดจำนักอย่างพระเอก ณัฏฐ์ กิจจริตในบท บอมบ์ โปรแกรมเมอร์เทพก็ถูกนำเสนออย่างเด็กเนิร์ดจัดที่มีปัญหาในการปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น ตามเนื้อเรื่องก็ทำให้ไม่ได้โชว์ฝีมือการแสดงได้จะแจ้งจนไปตัดสินได้ ฝั่งนางเอกอย่าง จูน ที่แสดงโดย วริศรา ยู แม้จะทำได้ดีในบทปะทะอารมณ์และบททั่วๆ ไป แต่ในโมเม้นท์เขินอายเข้าพระเข้านางก็ยังมีจังหวะแปลกๆ ที่เห็นชัดว่าเคมียังไม่เข้ากันกับพระเอกดีนัก แต่ก็เป็นฉากสั้น ๆ ที่อาจปล่อยผ่านไปก็ได้ล่ะนะ
App War ด้านเพื่อนพระเอกนางเอก ก็มีความชัดเจนดีตัวละครฝั่งจิตใจด้านมารของทั้งสองทีมอย่าง ตัวละคร ฝ้าย (ธิชา วงศ์ทิพย์กานนท์) และบิ๊วท์ (อภิวิชญ์ เรียร์ดอน) ก็แสดงด้านเทาที่ความต้องการชนะอยู่เหนือความถูกต้อง ทำให้เรื่องขับไปข้างหน้าได้สนุก เพราะมันเป็นทั้งฝั่งตัวเอกที่เราอยากเอาใจช่วยแต่มันก็มีจุดหลงผิดที่เราอยากห้ามเหมือนกัน เป็นพวกเทาๆ ที่น่าสนใจ ส่วนอีกตัวละครเพื่อนพระเอกอย่าง ไต๋ (สิราษฎร์ อินทรโชติ) คาแรกเตอร์อาจใกล้กับบอมบ์มากไปนิดแต่ ทู-สิราษฎร์ ที่เริ่มเชี่ยวชาญงานแสดงก็หาจุดน่าจดจำของตัวละครนี้ได้ เรียกว่าเอาตัวรอดเก่ง
รีวิวหนังไทย app war แอปชนแอป
ความเซอร์ไพร้ส์และต้องยืนปรบมือให้รัวๆ กลับเป็น 2 นักแสดงสมทบที่ได้พื้นที่และเวลาของตัวเองแบบพอดีมากๆ ไม่ล้นจนอวยและไม่น้อยจนไม่รู้จะใส่มาทำไมแถมการแสดงของทั้งสองคนก็ทำให้หนังสนุกขึ้นมาก ดีขึ้นมากด้วย และคนแรกก็คือ เอ็ดดี้ เสือร้องไห้ในบทรุ่นพี่แก๊งยิงเลเซอร์ ที่ต้องบอกว่าขโมยซีนได้โคตรเก่งฉากของเขาเรียกสีสันความฮาได้มาก แล้วยังทำให้ตัวละครอื่น ๆ อย่างพระเอกนางเอกดูเล่นได้ตลกเข้าขามากขึ้นด้วย คือเป็นอาวุธลับที่สุดยอดมากของหนังสำหรับเอ็ดดี้ส่วนอีกคนคงเป็นคนที่หลายคนจับตามองนั่นก็คือ อร-พัศชนันท์ เจียจิรโชติ หรือ อรอุ๋ง แห่ง BNK48 นั่นเอง ที่ต้องบอกว่าแม้จะเป็นการแสดงครั้งแรกก็ฉายเสน่ห์ออกมาได้อย่างไม่เก็บเม้มกันเลย คือเราโดนตกกันผ่านการแสดงของเธอจริงๆ ทั้งบทอ้อน และบทดราม่า คือน่าประทับใจจริงๆ
ซึ่งอรได้ถามเหล่าแฟน ๆ ให้คอมเม้นท์อย่างตรงไปตรงมาถึงการแสดงของเธอเพื่อให้เธอตัดสินใจอนาคตการแสดง ก็ขอวิจารณ์ตรง ๆ ตามเนื้อผ้านะครับว่า มีหลายช่วงที่เราเห็นการแสดงแบบเล่นตามแพทเทิร์นและยังไม่ค่อยลงตัว แต่ก็รู้สึกแค่ช่วงแรก ๆ ของหนัง เมื่อเล่นไปเรื่อย ๆ กลับพบว่าอรเล่นได้เนียนขึ้น อาจเพราะบทใกล้กับวัยตัวเอง จนฉากที่เธอต้องดราม่านั่นล่ะครับ เราเชื่อได้ว่าอรต้องเป็นนักแสดงที่ดีได้แน่ ๆ แต่ก็ต้องขอให้เก็บประสบการณ์และฝึกฝนด้านการแสดงอย่างต่อเนื่องด้วยเช่นกัน เพราะยังต้องลดจุดบกพร่องในการเล่นแนวตามสูตรและสมาธิความนิ่งในจังหวะที่รอบทเล่นให้มากขึ้นด้วย

รีวิวหนังไทย app war แอปชนแอป

 

 

โดยสรุปหนังเรื่องนี้จัดเป็นหนังไทยที่ภาพเท่มากๆ คอสตูมดีไซน์ต่างๆ คิดมาอย่างมีรสนิยม เนื้อเรื่องมีการนำเทรนด์ทางปัญญาให้เด็กๆ มีฝันในยุคแห่งนวัตกรรมและยังให้เห็นอุปสรรคชีวิตจริงว่าความสำเร็จมันไม่ได้มาง่ายๆ ไม่ฟุ้งลอยเกินไปด้วย ในขณะเดียวกันแม้ข้อคิดและสาระจะมากมี แต่ก็สมดุลกับความบันเทิงที่มีเรื่องของมิตรภาพและความรักเป็นพื้นได้อย่างไม่ขาดไม่เกิน หนังอาจไม่เด็ดขาดอย่างหนังแนวธุรกิจแบบเดียวกันของฝรั่ง หรือเข้มข้นระทึกขวัญขนาดฉลาดเกมโกงแต่ก็มีความดีงามไปอีกทางหนึ่งที่หนังเรื่องที่กล่าวมาไม่อาจนำเสนอได้ คือจากใจเลยคือมองว่าสำหรับช่วงปีสองปีนี้หนังเป็นรองแค่ ฉลาดเกมโกง เท่านั้นเอง ดังนั้นเชื้อเชิญอย่างยิ่งเลยให้ทุกคนไปดูครับ
และน่าจะเป็นบทพิสูจน์อีกครั้งว่า BNK48 ที่เคยช่วยชุบชีวิตวงการสิ่งพิมพ์ไทยให้รอดตายมาได้ แล้วครั้งนี้ก็น่าจะช่วยวงการหนังไทยที่ลูกผีลูกคนอยู่ได้อย่างมากทีเดียว

วิจารณ์และสรุปหนัง

บทวิจารณ์ : ไม่ได้อยากจะอวยอะไรทั้งสิ้นแล้วก็ไม่เคยเป็นโอตะของ BNK48 มาก่อน แต่ต้องยอมรับว่าน้องอรทำให้กระแสของหนังเรื่องนี้ดังเอามากๆ จนต้องหาเวลามาดู แล้วก็ได้พบว่า App War แอปชนแอป เป็นหนังที่มีเทสต์ดี ไม่ว่าจะเป็นการเลือกนักแสดง วางคาแรคเตอร์ ไปจนถึงเรื่องคอสตูม และเลือกโลเกชั่น ด้วยองค์ประกอบหลายๆ ด้าน ทำให้ App War แอปชนแอป นั้นมีความโดดเด่นกว่าหนังไทยทั่วๆ ไป แอปชนแอป netflix
นอกจากนี้พล๊อตเรื่องการเดินเรื่องก็น่าสนใจเป็นการหยิบยกเอาประเด็นใหม่ๆ ขึ้นมานำเสนอได้อย่างเรียบง่ายแต่สะท้อนให้เห็นถึงชีวิตและความเป็นอยู่ที่เปลี่ยนไปของคนรุ่นใหม่ รวมไปถึงวิธีการคิดและการตัดสินใจด้วย เช่น คนสมัยก่อนจะคิดว่าต้องอายมากๆ ถึงจะเริ่มทำธุรกิจได้ และก็ต้องเริ่มต้นจากการเป็นหนี้ โดยการไปกู้เงินจากธนาคาร แต่โลกของคนรุ่นใหม่กลับต่างออกไปอย่างสิ้นเชิงพวกเขาเลือกที่จะขายความฝันให้นายทุนเพื่อนำเม็ดเงินมาเนรมิตแนวความคิดของพวกเขาให้กลายเป็นจริงจนในบางครั้งก็อาจจะต้องใช้วิธีสกปรกเข้าแลก แต่อย่างน้อย App War แอปชนแอป ก็ทำให้เราได้รู้ว่า จริงๆ แล้วความคิดของแต่ละคนไม่เหมือนกันและในบางครั้งชัยชนะบนซากปรักหักพังอาจดดูไร้ค่าถึงอย่างนั้นก็อย่าได้จมจ่อมอยู่กับความเศร้านานเกินไป แต่จงลุกขึ้นมาเริ่มต้นใหม่เพราะความพ่ายแพ้นั้นไม่ใช่ทุกสิ่งของชีวิตแต่มันเป็นเพียงบางสิ่งที่อาจจะผ่านเข้ามาในชีวิตของคุณ
สรุป : App War แอปชนแอป เป็นหนังที่ให้แง่คิด โดยใช้การเล่าเรื่องของวิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่ อาจจะไม่ได้สวยงามเหมือนวิ่งเล่นในทุ่งหญ้าลาแวนเดอร์ แต่กลับงดงามชวนติดตาม และควรค่าต่อการรับชม app war เต็มเรื่อง

รีวิว ปิดเทอมใหญ่ หัวใจว้าวุ่น หนังไทย

รีวิว ปิดเทอมใหญ่ หัวใจว้าวุ่น หนังไทย

รีวิว ปิดเทอมใหญ่ หัวใจว้าวุ่น หนังไทย

 

 

ประเภท Comedy / Romance / Teen

ผู้กำกับ ทรงยศ สุขมากอนันต์

บทภาพยนตร์ ทรงยศ สุขมากอนันต์, อมราพร แผ่นดินทอง, มนตรา คุ้มวงศ์, ธงชัย แซ่หล่อ,นิธิศ ณพิชญสุทิน, ประเสริฐ วิจิตรพาวรรณ, วรรณฤดี พงษ์สิทธิศักดิ์

บริษัทผู้สร้าง จีทีเอช, จอกว้างฟิล์ม

วัยรุ่นเป็นช่วงๆเวลาเปลี่ยนแปลงผ่านจากการเป็นเด็กก้าวเข้าสู่การเจริญเติบโตเป็นผู้ใหญ่ เป็นตอนๆในตอนที่พวกเราจะได้รับประสบการณ์และก็การศึกษาอะไรมากในชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของความรัก ดูได้จากการที่พวกเรานั้นเริ่มแอบรักสหายหรือรุ่นพี่ในตอนที่พวกเราเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น หนังไทยย้อนยุค

ความรักนั้นแม้ว่าจะเป็นสิ่งงามแม้กระนั้นมันก็มิได้เต็มไปด้วยความสวยสดงดงามเสมอ แม้กระนั้นมันเต็มไปด้วยเรื่องราวสุดคลาสสิคที่ไม่ว่าใครก็จำเป็นต้องเคยพบเห็นมาก่อน เพียงพอเสนอนำเอามาสร้างเป็นภาพยนต์ ก็เลยไม่น่าประหลาดใจนักที่มันจะเป็นที่นิยมเพราะเหตุว่ามันดำชันไปตรงกับชีวิตของคนอีกหลายคนนั่นเอง

อีกหนึ่งเรื่องราวที่พวกเราจะได้พบเห็นเฉพาะตอนที่ยังเป็นเด็กรวมทั้งวัยรุ่นแค่นั้นก็คือการปิดภาคเรียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งปิดภาคเรียนใหญ่ที่ใช้เวลาหลักเดือน ทำให้พวกเรานั้นได้ได้โอกาสไปทำอะไรมากมายก่ายกองที่พวกเราปรารถนา เป็นช่วงๆขณะที่เมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้วก็จำต้องก้าวเข้าสู่วัยทำงานจะมิได้ได้โอกาสสัมผัสอีกต่อไป

 

เรื่องราวในหนัง

ปิดเทอมใหญ่ หัวใจว้าวุ่น ภาค2 เต็มเรื่อง เล่าถึงเรื่องราวของเพื่อนสนิทอย่างพุและไม้ พวกเขานั้นเป็นเพื่อนสนิทกันมาตั้งแต่ยังเด็กทำให้รู้จักกันเป็นอย่างดีและไปมาหาสู่ในบ้านของอีกฝ่ายอยู่เสมอ แล้วในวันหนึ่งเขาก็ได้พบกับเพื่อนเก่าที่มีชื่อว่านา เด็กสาวที่ในอดีตนั้นเคยเป็นเด็กตัวอวบอ้วนมาก่อน แต่พอโตขึ้นเธอก็ย้ายไปเรียนที่อื่น

พอปิดเทอมใหญ่จึงเดินทางกลับมาพักผ่อนที่บ้านทำให้ได้เจอเพื่อนเก่าทั้งสองคนอีกครั้ง ในตอนแรกทั้งสองคนนั้นจำนาไม่ได้เพราะเธอเปลี่ยนไปมาก กลายเป็นเด็กสาวหน้าตาน่ารักที่ทำให้ทั้งสองคนนั้นรู้สึกชอบ เพื่อเอาชนะใจเด็กสาว เพื่อนสนิททั้งสองคนจึงได้ตกลงกันว่าจะผลัดกันจีบนาโดยแบ่งเป็นวันคู่และวันคี่

ต่อมาเป็นเรื่องราวของโอ๋เล็ก หญิงสาวที่มีความชื่นชอบในตัวไอดอลนักร้องจากประเทศจีนเป็นอย่างยิ่ง ถึงขั้นที่ทำห้องนอนของเธอนั้นเต็มไปด้วยรูปภาพและสแตนดี้ของเขา เธอนั้นมอบความรักให้กับเขาแบบหมดทั้งใจ แต่เพราะอีกฝ่ายเป็นชาวจีนทำให้เธอนั้นฟังเพลงของเขาไม่รู้เรื่อง เธอจึงตัดสินใจที่จะเรียนภาษาจีนเพราะอยากฟังเพลงของเขาให้อินมากยิ่งขึ้น

สำหรับเธอแล้วความรักที่มีให้กับไอดอลนั้นก็เปรียบเสมือนกับความรักที่รู้มาตั้งแต่ต้นเลยว่าไม่มีความหวัง แต่เธอนั้นก็ยังคงมอบความรักให้กับเขาและสนับสนุนผลงานของเขาอยู่เสมอ โดยที่ไม่รู้เลยว่าในวันหนึ่งเธอนั้นจะได้พบเข้ากับเขาโดยบังเอิญ ดูหนังฟรี,ดูหนังออนไลน์

 

รีวิว ปิดเทอมใหญ่ หัวใจว้าวุ่น หนังไทย

 

ถัดไปเป็นเรื่องราวของเด็กชั้นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อว่าโจ้ เขาเป็นเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่ต้องรับมือกับการแอบรักเพื่อนสนิท หลังจากที่ได้รับชมภาพยนตร์โรแมนติกอย่าง Love actually เขาก็มีความต้องการที่จะพิชิตใจเพื่อนสนิทให้ได้ แต่ซีเพื่อนสนิทที่เขาหลงรักนั้นกลับรู้สึกกับเขาเพียงแค่เพื่อนเท่านั้น

ทำให้พอเธอรู้ว่าโจ้แอบชอบเธอเธอก็ทำการตัดความหวังของอีกฝ่ายในทันที โจ้จึงต้องพยายามรักษาความสัมพันธ์กับเพื่อนที่ตัวเองแอบชอบให้ยังคงอยู่ในฐานะเพื่อนต่อไปสุดท้ายเป็นเรื่องราวของชายหนุ่มที่มีชื่อว่าเหิร เขานั้นกำลังจะเดินทางไปพบกับแฟนที่ฝึกงานในจังหวัดแถบภาคใต้ แต่ในขณะที่เขาเดินทางด้วยรถไฟนั้นเขาก็ได้พบเข้ากับหญิงสาวชาวญี่ปุ่นหน้าตาน่ารักที่มีชื่อว่า Aoi แต่เขาอ่านชื่อเธอผิดเป็นอ้อย

ทั้งสองคนนั้นได้ทำความรู้จักกันและทำให้เส้นทางของเหิรนั้นเปลี่ยนแปลงไป เพราะดูเหมือนว่าเขานั้นจะชื่นชอบหญิงสาวที่ได้พบเจอโดยบังเอิญเป็นพิเศษถึงขั้นที่ชวนเธอไปเที่ยวที่ภาคใต้ด้วยกันเลยทีเดียว แต่แน่นอนว่าเรื่องราวไม่เป็นไปอย่างที่เขาคิด เมื่อสุดท้ายแฟนสาวของเขาก็จับได้ว่าเหิรนั้นเดินออกนอกเส้นทาง

 

โดยรวมหนัง

ปิดเทอมใหญ่ หัวใจว้าวุ่น ภาค2 เป็นการรวบรวมนำเอาเรื่องราวความรักสุดคลาสสิคที่มักจะเกิดขึ้นในวัยรุ่นมาเล่าเป็น 4 เส้นเรื่องหลักด้วยกัน มีทั้งการแอบชอบผู้หญิงคนเดียวกันจนทำให้เพื่อนสนิทต้องมาแข่งกันจีบผู้หญิง การแอบรักเพื่อนสนิทของตัวเอง ความรักที่มีให้กับไอดอล ความรักระยะไกล และการนอกใจ

ทั้ง 4 เส้นเรื่องนี้ไม่ว่าอย่างไรก็คงจะไปตรงกับชีวิตใครบางคนอยู่ดี เพราะมันหยิบยกนำเอาเรื่องราวสุดคลาสสิคมาเล่าจนแทบจะครบถ้วนไปหมด แม้ว่าฟังดูแล้วเป็นความรักที่ดูจะไม่สมหวังและเต็มไปด้วยเรื่องราวสุดดราม่า แต่ภาพยนตร์เรื่องนี้ก็เล่าออกมาในสไตล์ feel good สดใสสมกับเป็นภาพยนตร์จากค่ายดังอย่าง GTH

 

รีวิว ปิดเทอมใหญ่ หัวใจว้าวุ่น หนังไทย

 

ทำให้ในช่วงที่ภาพยนตร์เรื่องนี้ปล่อยออกมามันกลายเป็นภาพยนตร์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังเป็นพลุแตก ด้วยความกลมกล่อมของเรื่องราวที่เล่าและวิธีการเล่าแบบตัดสลับไปมาในแต่ละเส้นเรื่อง ไม่ได้เล่าเรื่องใดเรื่องหนึ่งให้จบไปก่อนแล้วค่อยต่ออีกเรื่องนึง ทำให้มันมีความน่าติดตามตลอดการรับชม

ไม่เพียงเท่านั้นภาพยนตร์เรื่องนี้ยังเป็นภาพยนตร์ไทยเรื่องแรกที่ได้รับเกียรติจากนักแสดงภาพยนตร์ AV ชาวญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยมสูงสุดในขณะนั้นอย่างโซระ อาโออิมาเป็นนักแสดงนำใน 1 เส้นเรื่องอีกด้วย หลังจากนั้นเราก็ได้เธอในสื่อประเทศไทยอีกหลายต่อหลายครั้ง

 

รีวิว ปิดเทอมใหญ่ หัวใจว้าวุ่น หนังไทย

ปิดเทอมใหญ่หัวใจว้าวุ่น เต็มเรื่อง พากย์ไทย เป็นภาพยนตร์ที่ได้รับความนิยมในอันดับต้นๆ ของค่ายภาพยนตร์อย่าง GTH เรียกได้ว่าทั้งเด็กและวัยรุ่น รวมไปถึงผู้ใหญ่มียุคนั้นต่างก็เคยรับชมภาพยนตร์เรื่องนี้มาก่อนกันทั้งนั้น และส่วนใหญ่กระแสวิจารณ์ก็ออกมาในแง่บวก

นั่นก็เป็นเพราะว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่เพียงแต่นำเสนอเรื่องราวความรักที่ทุกคนเคยประสบพบเจอและมีประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับมันมาก่อนเท่านั้น แต่มันยังได้สอดแทรกบทเรียนมากมายในแต่ละเรื่องไม่เพียงแค่เรื่องความรักเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงเรื่องเพื่อนและครอบครัวอีกด้วย

 

รีวิว ปิดเทอมใหญ่ หัวใจว้าวุ่น หนังไทย

 

ไม่เพียงเท่านั้นการเล่าเรื่องยังส่งให้เรื่องราวที่เล่าในภาพยนตร์นั้นเต็มไปด้วยความสนุกสนานและน่าติดตามว่าต่อไปจะเกิดอะไรขึ้นกับตัวละคร มันจึงสามารถรับชมได้โดยที่ไม่รู้สึกเบื่อ แม้ว่าจะเล่าเรื่องราวถึง 4 เส้นเรื่องแต่สามารถเราได้อย่างไหลลื่นไม่มีสะดุด

 

ภาพยนตร์ไทยจาก GTH

จากจุดเริ่มต้น ‘แฟนฉัน’ สร้างกลุ่มผู้กำกับที่น่าจับตามองให้กับแวดวงหนังไทย จากนั้น แต่ละคนก็หันไปสร้างผลงานฉายเดี่ยวของตัวเอง บ้างก็รุ่ง เช่น เพื่อนสนิท บ้างก็ร่วง เช่น หมากเตะ ฯลฯ ในบรรดาหนังฉายเดี่ยว เรื่องที่ผมรักมากที่สุดคือ ซีซั่นเช้นจ์ และ เรื่องที่ผมคิดว่าเป็นก้าวย่างที่ไปได้ไกลกว่าจุดสตาร์ทมากที่สุดคือ เด็กหอ ของ ผู้กำกับทรงยศที่เป็นเจ้าของ ปิดเทอมใหญ่ หัวใจว้าวุ่น … จุดเด่นของปิดเทอมใหญ่ฯ ที่น่าสนใจคือการที่หนังไม่จำเพาะเจาะจงเหมารวมวัยรุ่นแบบเดียว แต่แตกแขนงช่วงวัยเล่าไปตั้งแต่วัยรุ่นตอนต้น (Preteen หรือ early adolescent) กินยาวไปจนถึงช่วงวัยรุ่นตอนปลาย (late adolescent) ด้วยวิธีการเล่าสลับไปมาเหมือนสไตล์หนังหลากชีวิตเช่นใน Love actually ที่นำเสนอความรักหลากหลายรูปแบบที่ช่วงวัยนี้ต้องเผชิญ

 

 

อารมณ์รวมๆของหนังยังดูสนุก เพลิดเพลิน แถมแฝงแง่คิดสะท้อนชีวิตรักช่วงวัยรุ่นได้ดี เทคนิกการเล่าเรื่องราวหลากชีวิต ความรักหลากรูปแบบ อาจจะยังไม่ลงตัวในด้านอารมณ์แต่ด้านการลำดับเรื่องราวก็ถือว่าลงตัวใช้ได้ เสียดายที่แต่ละส่วนในสี่ส่วนนั้นดูแปลกแยกต่อกันเกินไปหน่อย จนเหมือนเป็นหนังสี่เรื่องที่เล่าตัดสลับไปมา มากกว่าหนังเรื่องเดียว ดังนั้น หากมีจุดเชื่อมโยงดีๆมีชั้นเชิงน่าจะช่วยหนังมากขึ้น คำถามเดียวที่เกิดขึ้นหลังดูหนังเรื่องนี้จบลง คือ สงสัยเหลือเกินว่า ก๊วนผกก.แฟนฉันที่แตกแฟรนไชส์มาทำหนังของตัวเองแต่ละคนนั้น จะทำหนังกันอยู่แค่นี้จริงๆหรือ Feel good แบบเดิมๆ มุกสไตล์เดิมๆ กลุ่มนักแสดงกลุ่มเดิมๆ การถ่ายภาพแบบเดิมๆ อารมณ์หนังแบบเดิมๆ กระทั่งโปสเตอร์ก็ยังคล้ายๆเดิม เพราะถ้าใช่ ก็คงยังสนับสนุนต่อไป เนื่องจากผลงานก็ออกมาดี ความเดิมๆนั้นจึงไม่เป็นปัญหา เพียงแต่นึกเสียดายที่คนมีฝีมือได้แต่พายเรือในอ่างวนไปวนมา จนแฟนๆเช่นผมคนหนึ่งอยากรู้ว่าเมื่อไหร่จะกล้าเลิกทำหนังแบบ play safe แล้วทดลองอะไรใหม่ๆสร้างความหลากหลายเหมือนกลุ่มผกก.รุ่นใหม่เช่น ไชยา ของ ก้องเกียรติ หรือ รักแห่งสยาม ของมะเดี่ยว บ้าง ซึ่งด้วยฝีมือของผกก.ก๊วนนี้แล้วมั่นใจเหลือเกินว่า ผลงานที่ออกมาจะน่าจับตาเป็นอยางยิ่ง

 

รีวิว ปิดเทอมใหญ่ หัวใจว้าวุ่น หนังไทย

ระหว่างปิดเทอมใหญ่สมัยเด็ก ๆ เราทำอะไรกันบ้างครับ ส่วนผมเวลาปิดเทอมใหญ่ก็จะไปค้างบ้านคุณตา-คุณยายที่แม่กลอง หรือไม่ก็วิ่งเล่นแถวบ้านปืนต้นไม้ยิงนก ตกปลา เล่นไปวัน ๆ วัยรุ่นสมัยก่อนทำอะไรกันขี่มอเตอร์ไซค์จีบสาวหรอ สำหรับตอนนั้นยังเด็กอยู่ไม่คิดจะมองสาวหรอกนะ วันปิดเทอมก็จะปั่นจักรยานเที่ยวเล่นไปวัน ๆ เหมือนกับวัยรุ่นหรือวัยมัธยมสมัยนี้ ที่ปิดเทอมใหญ่มีอะไรทำแตกต่างมากกว่าสมัยก่อนเยอะแยะเหมือนกับหนังของค่าย GTH เรื่องปิดเทอมใหญ่ หัวใจว้าวุ่น ที่ได้ดารานักแสดงฝีมือดี ๆ หลายคนอย่าง แน็ก ชาลี, แพตตี้ อังศุมาลิน, เต๋อ ฉันทวิชช์ และอื่น ๆ สำหรับหนังจะแบ่งเป็น 4 เรื่อง 4 ตอนสั้น ๆ สำหรับกันไปมา เหมือนเราได้ดูหนัง 4 เรื่องในแผ่นเดียวกัน ปิดเทอมใหญ่หัวใจว้าวุ่น pantip

หนึ่งในแนวภาพยนตร์ที่ผู้สร้างชาวไทยนิยมใช้นั่นก็คือการนำเอาเรื่องราวเล็กๆน้อยๆมารวมกันไว้ในภาพยนตร์เรื่องเดียวทำให้ภาพยนตร์เรื่องนั้นมีเส้นเรื่องมากกว่าหนึ่งเส้นเรื่องแม้ว่าในช่วงแรกจะได้รับความนิยมแต่พักหลังมานี้มันไม่ค่อยได้รับความนิยมเหมือนอย่างเคยอาจเป็นเพราะว่ามันเป็นแนวที่เก่าแล้วจนทุกคนรู้ทางและบางครั้งก็อยากรับรู้เรื่องราวเพียงแค่เส้นเรื่องเดียวแต่ใช้เวลาแบบคุ้มค่าและเพิ่มความสนุกสนานในเส้นเรื่องนั้นให้มากขึ้นแต่หากย้อนกลับไปในอดีตที่ภาพยนตร์รักนิยมใช้การเล่าเรื่องหลายเส้นเรื่องภายในเรื่องเดียวนั้นก็มีหลายเรื่องที่ประสบความสำเร็จทั้งในแง่คำวิจารณ์และรายได้เช่นเดียวกันอย่างเช่นภาพยนตร์ที่เราจะมาแนะนำกันในวันนี้นั่นก็คือปิดเทอมใหญ่หัวใจว้าวุ่น

 

 

ภาพยนตร์โรแมนติกที่จะทำให้เรานั้นได้เห็นมุมมองของความรักที่กว้างมากยิ่งขึ้นโดยประกอบจากเส้นเรื่องทั้งหมด 4 เส้นเรื่องด้วยกัน เป็นการเล่าถึงเรื่องราวความรักที่ค่อนข้างจะครบถ้วนเลยทีเดียวทั้งความรักแบบแฟนคลับ การแอบรักเพื่อน การชอบสาวคนเดียวกับเพื่อน หรือแม้แต่การนอกใจและความรักทางไกล เป็นความรักสุดคลาสสิคที่ไม่ว่าใครต่างก็เคยพบเจอมาก่อนในช่วงชีวิตโดยเฉพาะเรื่องการแอบรักเพื่อน เพราะเหตุนี้ทำให้ภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวได้รับความนิยมและเป็นที่พูดถึงในวงกว้าง ไม่เพียงเท่านั้นภาพยนตร์เรื่องนี้ยังได้มีนักแสดงรับเชิญเป็นถึงนักแสดง AV ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดอย่าง Sora Aoi มาร่วมแสดงอีกด้วย

รีวิวหนังไทย สิบสามชีวิต

รีวิวหนังไทย สิบสามชีวิต

รีวิวหนังไทย สิบสามชีวิต

 

 

ประเภท: แอคชั่น / ผจญภัย

ผู้กำกับ: รอน ฮาวเวิร์ด

นำแสดงโดย: คอลิน, ฟาร์เรลล์, วิกโก้ มอร์เทนเซ่น, โจล เอ็ดเกอร์ตัน

ความยาว: 147 นาที

กำหนดฉายในไทย: 5 สิงหาคม 2022 (ที่ Prime Video)

 

รีวิวหนังไทย สิบสามชีวิต

 

รีวิวหนังไทย สิบสามชีวิต

 

และก็นี่ก็คืออีกหนึ่งผลงาน หนังไทยมาใหม่ ที่ถือเอาปฏิบัติงานค้นหาและก็ช่วยเหลือเด็กกลุ่มบอลรวมทั้งโค้งที่ติดอยู่ด้านในถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน จังหวัดจังหวัดเชียงราย ที่เปลี่ยนเป็นเรื่องราวสร้างแรงผลักดันไปทั่วทั้งโลก แม้กระนั้นนี่เป็นครั้งแรกที่เป็นหนังจากสตูดิโอหนังยักษ์ใหญ่จากฮอลลิวูด นี่เป็น “Thirteen Lives สิบสามชีวิต” ที่ได้ผู้กำกับระดับตำนาน รอน ฮาวเวิร์ด” มาดูแลงานสร้างทั้งหมดทั้งปวง และก็สร้างหนังถ้ำหลวงให้มีชีวิตขึ้นมาอีกรอบ Thirteen Lives เกิดเรื่องราวที่อ้างอิงมาจากเหตุการณ์จริงที่ จังหวัดจังหวัดเชียงราย ในปี 2561 ข้างหลังเกิดเหตุเด็กกลุ่มบอลแล้วก็ผู้ฝึกสอนอีกทั้ง 13 คน ล่องหนไปในถ้ำหลวง เนื่องด้วยน้ำหลากและก็ปิดทางเข้าออกทั้งสิ้น ทำให้เปลี่ยนเป็นภารกิจค้นหารวมทั้งช่วยเหลือที่เป็นการพร้อมใจกันของหลายข้าง ทั้งคนไทยและก็ฝรั่งกว่า 17 ประเทศ ที่ยื่นมือเข้ามาร่วมกระทำการช่วยเหลือตลอดเวลาแทบ 17 วันของเหตุในคราวนี้ ดูหนังฟรี,ดูหนังออนไลน์

 

เนื้อเรื่อง

 

รีวิวหนังไทย สิบสามชีวิต

 

เล่าถึงเรื่องจริงอันน่าทึ่งของความพยายามครั้งยิ่งใหญ่ระดับโลก ในการช่วยเหลือทีมฟุตบอลไทยที่ติดอยู่ในถ้ำหลวงระหว่างเกิดพายุฝนตกกระหน่ำน้ำท่วมทะลักอย่างไม่คาดคิด เมื่อต้องเผชิญกับอุปสรรคที่ยากจะเอาชนะ ทีมนักดำน้ำที่มีทักษะและประสบการณ์มากที่สุดในโลก – ความสามารถพิเศษในการดำน้ำถ้ำที่มีความซับซ้อน เต็มไปด้วยอุโมงค์แคบ – ต้องร่วมมือกับกองทัพไทยและอาสาสมัครอีกกว่า 10,000 คน ในการทุ่มเทความพยายามเพื่อช่วยเหลือเด็กชายทั้งสิบสองและโค้ชของพวกเขาออกมาจากถ้ำให้ได้ ท่ามกลางการจับตามองของคนทั้งโลกและการเดิมพันที่สูงอย่างไม่น่าเชื่อ ทีมนักดำน้ำเริ่มภารกิจดำน้ำที่ท้าทายที่สุดของพวกเขา นี่คือปฏิบัติการที่แสดงให้เห็นถึงพลังใจที่ไร้ขอบเขตของมนุษย์ กว่า 17 วัน ในการค้นหาเด็กๆทีมฟุตบอล และพาพวกเขากลับบ้านอย่างปลอดภัย ภารกิจกู้ภัยครั้งนี้ยังได้แสดงให้ทั้งโลกเห็นถึงพลังของคนไทย ว่าทุกสิ่งเป็นไปได้เมื่อเราละทิ้งความแตกต่างและร่วมมือร่วมใจเป็นหนึ่งเดียวกัน

 

หนังสิบสามชีวิต เรื่องราวจากเหตุการณ์จริง

คงต้องบอกอย่างตรงไปตรงมาเลยว่า เรื่องราวเหตุการณ์จากถ้ำหลวงกลายเป็นอะไรที่ไม่ได้สร้างความแปลกใหม่ให้กับคนดูอีกแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนดูชาวไทย ที่ไม่ต่างกับการนั่งดูข่าวเดิมซ้ำ ๆ วนไปอีกครั้ง ดังนั้นนี่จึงกลายเป็นชาเลนจ์ที่ที่สำคัญของทีมผู้สร้างหนังว่าจะหยิบเลือกและวางโครงเล่าเรื่องออกมาในทิศทางใด ให้ไม่ซ้ำซากจำเจ เพราะแน่นอนว่าเรื่องราวในเหตุการณ์นี้ก็ไม่สามารถเลี่ยงทิศทางเดิมไปได้

แม้ว่า Thirteen Lives จะยังคงใช้สูตรเดิม ๆ ที่เราเคยเห็นมาจากหนังเหตุการณ์เดียวกันเรื่องอื่น ๆ ที่ออกมาก่อนหน้านี้ แต่วิสัยทัศน์ของผู้กำกับ รอน ฮาวเวิร์ด ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า…เขาค่อนข้างฉลาดและพลิกแผลงในส่วนของการเล่าเรื่องออกมาให้ผู้ชมรู้สึกจับใจและตราตรึงใจได้อยู่ในที่สุด ดังนั้นในช่วงครึ่งแรกของหนังนั้น ค่อนข้างดำเนินและเล่าเรื่องราวไปได้ค่อนข้างกระชับฉับไวดี ดู หนัง 13 ชีวิต พากย์ ไทย

ก็เพราะว่า Thirteen Lives ได้มีเป้าหมายและทิศทางที่ต้องการสื่อสารจริง ๆ อยู่ในช่วงครึ่งหลังนั่นเอง ซึ่งก็คือการร้อยเรียงเรื่องราวของทั้ง 13 ชีวิต ในการตีแผ่มุมมองของภารกิจช่วยเหลือและกู้ภัยที่ออกจากถ้ำหลวงอย่างยากลำบาก และนี่เองเป็นไฮไลต์เด่นของหนังเรื่องนี้ เพราะที่ผ่านมาเราแทบจะยังไม่เคยเห็นการถ่ายทำภาพในมุมเช่นนี้จากที่ใดมาก่อน กับปฏิบัติการเชิงลึกในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยออกมาที่ละคน ๆ

 

รีวิวหนังไทย สิบสามชีวิต

 

เทคนิคงานสร้างระดับฮอลลิวูดของหนังเรื่องนี้ แน่นอนว่าไว้วางใจได้เลย ถึงแม้ว่าในช่วงเปิดเรื่องแรก ๆ จะค่อนข้างไม่กลมกลินสักเท่าไหร่ สัมผัสเห็นได้เลยว่าเป็นการเซ็ตติ้งฉากเมืองไทยเกินไปสักหน่อย พร้อมกับแอบเสียดายเล็ก ๆ ว่าน่าจะได้มีโอกาสได้ถ่ายทำในเมืองไทยจริง ๆ แต่พอหนังเล่าเรื่องได้เข้าที่เข้าทางแล้วนั้น จุดเช็ตติ้งต่าง ๆ ที่เคยขัดใจก็มีองค์ประกอบอื่น ๆ มาบดบังทดแทนกันไปได้

การออกแบบถ้ำหลวงและฉากหลังต่าง ๆ ของหนังเรื่องนี้ถือว่าทำออกมาได้ค่อนข้างน่าพอใจ ถึงจะพอมองออกว่าเป็นฉากอยู่บ้าง แต่หนังก็ได้การเล่าเรื่องและดำเนินทำช่วยทำให้มองข้ามจุดเล็ก ๆ น้อย ๆ ไปได้ด้วยดี แต่กระนั้นก็ต้องยกนิ้วให้กับการเก็บรายละเอียดความเป็นท้องถิ่นไทยในหนังเรื่องนี้ เพราะสามารถทำออกมาได้แบบไม่ขัดหูขัดตา ทั้งฉากธรรมชาติและบรรยากาศโดยทั่วไป ดูหนังสิบสามชีวิตเต็มเรื่อง

 

รีวิวหนังไทย สิบสามชีวิต

องค์ประกอบการแสดงคงเป็นสิ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลย แน่นอนว่านี่คือหนังฮอลลิวูดและสิ่งที่หนังต้องการเล่าก็เพื่อจะสดุดีผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องช่วยเหลือในทุก ๆ ฝ่าย แต่คงจะเน้นไปที่ทีมนักประดาน้ำนานาชาตินั่นเอง และ 3 นักแสดงหนุ่ม “คอลิน ฟาร์เรลล์”, “วิกโก้ มอร์เทนเซน” และ “โจล เอ็ดเกอร์ตัน” ก็ถือว่ารับบทบาทนี้ได้ค่อนข้างดีใช้ได้ทุกคนเลยทีเดียว ความเป็นมืออาชีพของพวกเขาทำให้บทเหล่านี้เป็นของง่าย ๆ เหมือนปอกกล้วยเข้ามา และทำให้คนดูเชื่อได้ไม่ยาก

ส่วนทั่งฝั่งของทีมนักแสดงไทยในเรื่องนี้ ก็เป็นอีกสิ่งที่น่าชื่นชมไม่แพ้กัน แม้ว่าหนังจะเน้นที่นักแสดงสากล แต่ยังเคารพและเกลี่ยบทบาทต่าง ๆ ในกับตัวละครทุกตัวอย่างได้ลงตัว นักแสดงไทยทุกคนมีซีนที่โดดเด่นพอ ๆ กัน และต่างคนต่างมีสปอตไลต์เป็นของตัวเอง “ปู สหจักร” กับ “ตุ้ย ธีรภัทร์” เป็นตัวแทนหมู่บ้านที่ทำหน้าที่เป็นเดอะแบกของหนังเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี การแสดงของพวกเขาถือว่าใช้ในระดับสากล

 

 

ในขณะที่ “อั้ม ถิร” และ “ตู่ ภพธร” ถึงจะเป็นบทสมทบ แต่ก็สามารถถ่ายทอดออกมาได้อย่างเยี่ยมยอด ได้มาตรฐานสากลดี จนบางทีก็แอบเชียร์ให้ทั้งสองคนนี้มีโอกาสได้เฉิดฉายในหนังระดับสากลในต่อ ๆ ไปอีกด้วยซ้ำ ทางด้าน “เจมส์ ธีรดนย์” กับ “อ้น นพพันธ์” ก็มอบการแสดงที่เป็นธรรมชาติและค่อนข้างท้าทายสำหรับพวกเขาไม่น้อย แม้ว่าจะมีซีนไม่ได้มาก แต่ที่โผล่ออกมาทุกซีนนั้นถือว่าน่าประทับใจ สิบ สาม ชีวิต พากย์ ไทย

และอีกคนที่รู้สึกเซอร์ไพรส์เบา ๆ ก็คือ “พลอย ภัทรากร” ที่แม้บทบาทนี้จะไม่ค่อยมีอะไร แต่กลายเป็นคาแรกเตอร์ที่เชื่อมโยงทางอารมณ์ระหว่างหนังกับคนดูได้เป็นอย่างดี การแสดงของเธอถือว่าเต็มไปด้วยเสน่ห์จากอินเนอร์ แม้จะไม่ต้องแสดงออกด้วยไดอะล็อกออะไรมากนัก แต่การสื่อสารทางอารมณ์และท่าทางของเธอตลอดในหนังเรื่องนี้ถือว่าทำออกมาได้ดี ขณะที่ “เวียร์ ศุกลวัฒน์” นั้น คนดูอย่าไปคาดหวังอะไร พี่เวียร์เล่นได้ดีและฉากนั้นทรงพลัง แต่มาเป็นเพียงองค์ประกอบเสริมเท่านั้นคงจะต้องบอกว่า Thirteen Lives ไม่ใช่สารคดี แต่มันคือบันเทิงคดี แน่นอนว่าเรื่องราวต่าง ๆ นั้นไม่ถูกถ่ายทอดตามดหตุการณ์จริงแบบตรงเป๊ะ เพราะหนังจำเป็นจะต้องปรุงแต่งใส่อรรถรสให้กับคนดูอยู่เช่นกัน ดังนั้นไม่ควรจะกะเกณฑ์ถึงความสมจริงในการเล่าเรื่อง เพราะหนังเรื่องแค่ได้แรงบันดาลใจมาเฉย ๆ ตัวละครต่าง ๆ ในหนังเรื่องนี้ก็ไม่ใช่ว่าจะมีตัวละครอยู่จริงทุกคาแรกเตอร์ ทั้งนี้ก็เพื่อนำมาส่งเสริมภาพรวมของหนังให้กลมกล่อมยิ่งขึ้นนั่นเอง

 

สรุปโดยรวม

เอาเป็นว่าโดยสรุปแล้วว่า Thirteen Lives อาจจะประเด็นที่ไม่ได้ทำให้คนดูรู้สึกว้าวอะไรแล้ว เพราะมันค่อนข้างซ้ำซาก แต่จากมุมมองการถ่ายทอดของ รอน ฮาวเวิร์ด เขารู้ดีกว่าคนดูต้องการดูอะไร และสามารถสร้างการตอบสนองโจทย์นั้นออกมาได้น่าพอใจ จึงหนังจะมีจุดบกพร่องประปรายอยู่เต็มไปหมดก็ตาม แต่ในภาพรวมนั้นก็ต้องยอมรับว่านี่เป็นหนัง ถ้ำหลวงฉบับฮอลลิวูดที่ทำออกมาได้ค่อนข้างน่าพอใจเรื่องนี้

ทั้งนี้ ผู้เขียนได้มีโอกาสได้ชมหนัง Thirteen Lives บนจอใหญ่ในโรงภาพยนตร์ มุมมองและความคิดเห็นอาจจะแตกต่างคนละแบบกับผู้ชมที่ได้รับชมหนังเรื่องนี้อยู่หน้าจอและโทรทัศน์ที่บ้าน ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าหนังเรื่องนี้มีความยาวไปสักหน่อย และอาจจะเป็นอุปสรรคในการมีสมาธิต่อการรับชมอยู่ในพื้นที่ส่วนตัวไปบ้าง แต่กระนั้น Thirteen Lives ก็ยังคงถือว่าเป็นหนังถ้ำหลวงที่น่าประทับใจเรื่องหนึ่ง อาจจะไม่ได้สร้างความแปลกใหม่แต่กลับภูมิใจในหลายองค์ประกอบ

 

 

Thirteen Lives สิบสามชีวิต ภาพยนตร์ที่สร้างจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงของประเทศไทยที่ทีมฟุตบอลหมูป่าทั้ง 13 คนเข้าไปติดถ้ำที่ ถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน จังหวัด เชียงราย เมื่อปี 2561 ที่จะเล่าถึงภารกิจกู้ชีวิตหมูป่าตั้งแต่ต้นจนจบผ่านมุมมองของผู้กำกับระดับโลกอย่าง รอน ฮาวเวิร์ด (Ron Howard) จาก A Beautiful Mind, The Da Vinci Code และ Apollo 13

ที่มีนักแสดงฮอลลีวูดอย่าง โคลิน ฟาร์เรล (Colin Farrel), วิกโก มอร์เทนเซน (Viggo Mortensen), โจเอล เอ็ดเกอร์ตัน (Joel Edgerton) และ ทอม เบตแมน (Tom Bateman) ร่วมแสดงให้หนังเรื่องนี้ นอกจากนั้นยังมีนักแสดงชาวไทยเข้าร่วมอีกมากมายไม่ว่าจะเป็น เจมส์ – ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ, พลอย – ภัทรากร ตั้งศุภกุล, ปู – สหจักร บุญธนกิจ, ตู่ – ภพธร สุนทรญาณกิจ, ตุ้ย – ธีรภัทร์ สัจจกุล, อั้ม–ถิร ชุติกุล, อ้น–นพพันธ์ บุญใหญ่ และ เวียร์ -ศุกลวัฒน์ คณารศ มาร่วมแสดงให้กับหนังเรื่องนี้เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวอันสร้างแรงบันดาลใจของการรวมน้ำหนึ่งใจเดียวกันเพื่อบรรลุเป้าหมาย หนัง สิบ สาม ชีวิต เต็ม เรื่อง

ห้องหุ่น รีวิวหนังผี

ห้องหุ่น รีวิวหนังผี

ห้องหุ่น รีวิวหนังผี

 

 

เตรียมกลับมาให้คนดูได้กำเนิดความหลอนกันอีกทีในรอบ 10 ปี สำหรับบทประพันธ์เรื่องดัง ห้องหุ่น ที่เขียนขึ้นมาจากปลายปากกาของ ประดิษฐ์ กัลย์จาฤก เนื่องจากว่า บริษัท กันตนา โมชั่น พิคเจอร์ส จำกัด ได้นำเอาบทประพันธ์เรื่องนี้มาปัดฝุ่นใหม่ แล้วเอามาเสนอในลักษณะของภาพยนตร์ โดยความสามารถดูแลของ กัลป์ กัลย์จาฤก ผู้สืบสกุลรุ่นหลานของค่ายกันตนานั่นเอง หากแม้บทประพันธ์เรื่องนี้ ถูกนำมาผลิตเป็นละครที่ออกอากาศทางทีวีถึง ครั้งและจากนั้นก็ตาม (พุทธศักราช2519, 2532 แล้วก็ 2546) แต่ว่าทุกคราวก็จะประสบความสำเร็จ เป็นที่เล่าขานจากผู้ชมมากมายก่ายกอง ด้วยความน่าสยองขวัญของหุ่นต่างๆโดยเฉพาะอย่างยิ่ง หุ่นท่านเจ้าคุณ ที่หลายๆคนยังคงจำภาพได้ไม่ลืมเลือน แล้วก็ยังคงอยู่ในใจของผู้ชมตลอดมา หนังไทยมาใหม่

สำหรับ ห้องหุ่น ในเวอร์ชั่นของภาพยนตร์ จะมีความต่างจากละครที่ออกอากาศทางทีวีออกไป เพราะเหตุว่าจะเป็นภาคต่อของตัวละครในรุ่นหลาน ที่มีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน แต่ว่ายังมีความสัมพันธ์ไปถึงรุ่นพ่อ รุ่นแม่ แล้วก็รุ่นบรรพบุรุษ เว้นเสียแต่ความน่าสยองที่ยังมีดังเดิมแล้ว ยังมีความเร้นลับ แล้วก็ความตายที่เป็นปัญหา ให้ผู้ชมจะต้องติดตามค้นหาไปเพราะว่า เป็นเพราะอะไร

 

เรื่องย่อ

ห้องหุ่น เวอร์ชั่นภาพยนตร์เป็นเรื่องราวของ นพ (อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม) ผู้สูญเสียน้องสาว ภายหลังที่หุ่นขี้ผึ้งรูปเหมือนของเธอปั้นเสร็จ หลังจากนั้นเขาได้พบเหตุการณ์บางอย่าง ซึ่งทำให้เขาเชื่อว่าหุ่นขี้ผึ้งเป็น สาเหตุของการตายของคนหลายๆ คนเช่นกัน การสืบค้นข้อมูลทำให้เขาได้พบ พลอย (รัตนรัตน์ เอื้อทวีกุล) ที่เพิ่งสูญเสียพ่อของเธอไป เมื่อหุ่นขี้ผึ้งรูปเหมือนพ่อของเธอปั้นเสร็จ ตอนแรกเธอไม่เชื่อเรื่องการตายปริศนาจากหุ่นขี้ผึ้ง แต่หลังจากที่เธอได้รับรูปปั้นพ่อของเธอถูกส่งมาที่บ้าน เหตุการณ์หลาย ๆ อย่างได้เกิดขึ้นกับเธอ ต่อมาทั้งสองคนมาพบกันอีกครั้งหนึ่งที่บ้านช่างปั้นหุ่นขี้ผึ้ง จนในที่สุดทั้งสองคนได้พบคำตอบของทุกอย่างจากบ้านหลังนี้

ถ้าจะต้องให้สารภาพกันตามตรงแล้ว ตอนแรกตัวผมเองค่อนข้างมองว่า “ห้องหุ่น” จะต้องออกมาเป็นหนัง “ผีโผล่ โครมครามและเล่าเรื่องได้พังพินาศ” เพราะหลังจากที่ตัวเองรับรู้และเข้าใจทุกอย่างจากการประชาสัมพันธ์ผ่านเรื่องย่อและตัวอย่างภาพยนตร์ รวมไปถึงการถ่ายภาพหวิวของสองนักแสดงนำอย่างอนันดา เอเวอร์ริ่งแฮมและรัตนรัตน์ เอื้อทวีกุล กระบวนการที่หนังพยายามสื่อสารกับผู้ชมนั้นจึงดู “สะเปะสะปะ” ตั้งแต่แรกจนทำให้ตัวผมเองไม่แน่ใจว่าตกลงแล้วหนังเรื่องนี้พยายามจะบอกอะไรกับเรากันแน่

 

ห้องหุ่น รีวิวหนังผี

 

แต่ก็ต้องยอมรับว่าตัวเองคิดผิดเอามากๆ เมื่อหนังเผยฉากแรกของเรื่องด้วยการเล่าความสัมพันธ์ของตัวละครโค้ชประภพซึ่งเขากับลูกที่กำลังมีปัญหาอะไรบางอย่างและพ่อตัวเองต้องจบชีวิตลงด้วยอุบัติเหตุ งานภาพในฉากเปิดเรื่องก็ทำให้เราต้องทึ่งไปกับการจัดแสง จัดไฟและใช้ภาพช่วยให้ผู้ชมเข้าใจ “รายละเอียดยิบย่อย” ที่ถูกทิ้งเอาไว้ให้กลายเป็น Key Massage เพื่อทำความเข้าใจกับ “ตัวละคร” ในเรื่อง ซึ่งผมก็เริ่มมองแล้วว่าหนังเรื่องนี้ มีอะไรมากกว่าที่เคยประเมินไว้ตั้งแต่แรกแน่ๆ ดูหนังฟรี,ดูหนังออนไลน์

 

ห้องหุ่น รีวิวหนังผี

กระบวนการตัดต่อเล่าเรื่องของหนังอาจจะยังเป็นปัญหาประการสำคัญของเรื่องในระดับน่าเป็นห่วง เนื่องจากคนที่ไม่ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้มากเพียงพอ (ไม่ได้อ่านเรื่องย่อมาก่อน, ไม่เคยดูละครทีวีห้องหุ่นหรือไม่ได้อ่านในแนบคู่มือก่อนการรับชมภาพยนตร์ห้องหุ่นที่จะแจกก่อนเข้าโรงหนัง) อาจจะเกิดคำถามตลอดทั้งเรื่องว่า “อะไรคือแรงขับเคลื่อนตัวละครเหล่านี้” เนื่องจากบางครั้งเราก็ตั้งคำถามกับสิ่งที่ตัวละครทำลงไป โดยที่เราไม่เข้าใจไปกับสิ่งที่เกิดขึ้นเลย และแน่นอนเมื่อเราไม่เข้าใจพวกเขาแล้วมันก็สุ่มเสี่ยงที่จะทำให้คนดูเริ่มมองว่าหนังกำลังจะบอกอะไรกับผู้ชมกันแน่ ซึ่งอันที่จริงตรงจุดนี้ “ไม่ใช่ความผิดของผู้ชม” เนื่องจากผู้กำกับเองต้องทำหน้าที่ “เล่า” เรื่องผ่านภาพยนตร์ ถึงแม้ว่ามันจะเป็นจิ๊กซอว์ที่ให้คนดูต้องต่อเอาเองก็ตาม แต่จิ๊กซอว์เหล่านี้ต้องมีความสมบูรณ์ในตัวมันเอง ไม่ใช่ต้องอาศัยเครื่องมือในการสื่อสารชิ้นอื่นเพิ่มเติมเพื่อทำให้ผู้ชม “เข้าใจ” ในเรื่องราวของหนัง

แต่สิ่งหนึ่งที่ผมคิดว่าตัวหนังมีรายละเอียดเยอะก็คือการที่หนังทิ้งรายละเอียดยิบย่อยเอาไว้ตามงานโปรดักชั่น พร็อพ เช่นภาพถ่าย โต๊ะ ของจุกจิกเล็กๆที่มุมภาพ หรือแม้กระทั่งบทนักแสดงประกอบที่มักจะโผล่มาที่ “หางตา” ของผู้ชมซึ่งเหล่านี้เป็นรายละเอียดที่เน้นย้ำว่างาน “ห้องหุ่น” นั้นไม่ใช่งานสุกเอาเผากิน และคนดูก็ต้องคอย “จับ” สิ่งเหล่านี้เอาเองเพื่อประติดประต่อเรื่องราวในหนัง และเชื่อมโยงความคิดของตัวเองว่าตกลงแล้วหนังกำลังจะเล่าอะไรกับเรา

 

ห้องหุ่น รีวิวหนังผี

 

ขณะเดียวกันการเขียนบทความชิ้นนี้ขึ้น ตัวผมเองก็พยายามหลบเลี่ยงการสปอยล์จุดสำคัญของเรื่อง แต่ถ้าจะต้องอธิบายให้เคลียร์ว่าตกลงแล้วห้องหุ่นเป็นหนังแนวไหนกันแน่ ตัวเองก็คงต้องตอบว่าหนังมีทั้งความเป็นแนว Super Natural อันเป็นปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติซึ่งอาจจะเกี่ยวข้องกับ เรื่องผี, ฆาตกรรม, ไสยศาสตร์และความเชื่อในโลกหลังความตาย ซึ่งถูกหลอมรวมเอาไว้ในหนังเรื่องนี้

น่าเสียดายอยู่เหมือนกันที่ผู้กำกับจบใหม่ “กัลป์ กัลย์จาฤก” ทายาทรุ่นหลานของบริษัทกันตนา จะคุมงานสร้างได้ออกมาน่า “ตื่นตาตื่นใจ” แค่ไหน แต่งานกำกับนักแสดงนั้นก็ยังไม่เข้าขั้น เนื่องจากแอ็คติ้งของนักแสดงในเรื่องนี้ยังดู “ไปคนละทิศคนละทาง” บางคนก็เล่นค่อนข้างใหญ่เว่อร์เป็นละครเวทีเช่น บทของนพ (อนันดา) ที่หมกมุ่นอยู่แต่ความตายของน้องสาวตัวเองจนหวุดหวิดเหมือนจะเป็นบ้า และบทของพายัพ ชายวัน 55 ปีที่เสียลูกชายไปหลังจากเขาถูกหวยรางวัลที่ 1 ในขณะที่อีกกลุ่มหนึ่งก็เหมือนแสดงหนังแล้วไม่เชื่อว่าตัวพวกเขาเองกำลังสวมบทเป็นตัวละครนั้นอยู่อาทิ กร พนักงานเสิร์ฟเหล้าที่มองโลกในแง่ร้าย

อย่างไรก็ตาม “ห้องหุ่น” เวอร์ชั่นนี้เป็นการตีความ “ละครห้องหุ่น” ที่เคยออกฉายทางทีวีไปเมื่อปี 2519-2532 และ2546 ใหม่ และเป็นการเล่าเรื่องราวของ “รุ่นลูกหลาน” ของตระกูลสัตยาภา ดังนั้นก่อนที่จะเดินเข้าโรงหนังไปนั้นอยากจะให้ผู้ชมลองอ่านประวัติคร่าวๆของตัวละครให้พอมีพื้นฐานเกี่ยวกับพวกเขาสักเล็กน้อย บางทีอาจจะช่วยให้ทำความเข้าใจหนังได้ดีขึ้น

 

ภาพรวมของหนัง

ภาพรวมแล้ว ห้องหุ่นมี “ความน่าสนใจ” ในชิ้นงาน พอสมควรและเห็นได้ชัดว่าในเนื้องานมีความประณีตเกี่ยวกับงานสายโปรดักชั่นเอามากๆ และเป็นงานหนังไทยที่ “คิดเยอะ” ต้องคอยปะติดปะต่อเรื่องเองเยอะ และเป็นงานย่อยยาก และน่าเสียดายเป็นอย่างยิ่งว่าจริงๆแล้วหนังยังมีอีกเวอร์ชั่นหนึ่งซึ่งเป็นเวอร์ชั่นที่ผู้กำกับตัดไว้ในความยาว 120 นาที และบอกเล่า “ปูมหลัง” ของตัวละครทุกตัวในเรื่องเอาไว้ละเอียดกว่านี้ แต่ที่ไม่นำมาออกฉายก็เพราะในเวอร์ชั่นนั้นมีความเป็น “อาร์ต” สูงกว่าเวอร์ชั่นที่ตัดต่อและออกฉายตามโรงภาพยนตร์แบบทุกวันนี้

บทของนพ (อนันดา) ที่หมกมุ่นอยู่แต่ความตายของน้องสาวตัวเองจนหวุดหวิดเหมือนจะเป็นบ้า และบทของพายัพ ชายวัน 55 ปีที่เสียลูกชายไปหลังจากเขาถูกหวยรางวัลที่ 1 ในขณะที่อีกกลุ่มหนึ่งก็เหมือนแสดงหนังแล้วไม่เชื่อว่าตัวพวกเขาเองกำลังสวมบทเป็นตัวละครนั้นอยู่อาทิ กร พนักงานเสิร์ฟเหล้าที่มองโลกในแง่ร้าย

 

ห้องหุ่น รีวิวหนังผี

 

อย่างไรก็ตาม “ห้องหุ่น 2557” เวอร์ชั่นนี้เป็นการตีความ “ละครห้องหุ่น” ที่เคยออกฉายทางทีวีไปเมื่อปี 2519-2532 และ2546 ใหม่ และเป็นการเล่าเรื่องราวของ “รุ่นลูกหลาน” ของตระกูลสัตยาภา ดังนั้นก่อนที่จะเดินเข้าโรงหนังไปนั้นอยากจะให้ผู้ชมลองอ่านประวัติคร่าวๆของตัวละครให้พอมีพื้นฐานเกี่ยวกับพวกเขาสักเล็กน้อย บางทีอาจจะช่วยให้ทำความเข้าใจหนังได้ดีขึ้น

 

ห้องหุ่น รีวิวหนังผี

สำหรับเนื้อเรื่องและการเดินเรื่องจะเน้นหนักไปที่การปูอดีตและเล่าถึงพื้นเพตัวละครใหม่ในช่วงต้นเรื่องและการสืบหาเรื่องราวของตัวละคร และมีบางอย่างพูดไปถึงตัวละครในเวอร์ชั่นละครด้วยนะถ้าจำได้ ก่อนจะเปิดเผยถึงเรื่องราวทั้งหมดและเฉลยแบบหักมุมในตอนท้ายเรื่อง แน่นอนแม้แต่ผู้เขียนก็ค่อนข้างตกใจพอควรไม่นึกว่าจะเล่นแบบนี้เดายากกว่าละครอีก

อีกหนึ่งฉากที่น่าประทับใจคือการกำเนิดหุ่นแต่ละตัวที่มีการพัฒนาการมากขึ้นแม้ภาพยนตร์จะไม่มีการเล่าถึงเนื้อเรื่องหลักที่หุ่นบางตัวถูกทำลายไปแล้วก็ตามแต่ก็มีหลายตัวที่ออกมาในเวอร์ชั่นภาพยนตร์ แม้จะไม่คงความหลอนเหมือนต้นฉบับแต่ก็ชวนให้หายคิดถึงได้เป็นอย่างดีนอกจากนั้นแล้วยังมีการกำเนิดหุ่นแบบใหม่ซึ่งนับว่าทำออกมาได้เยี่ยมและเป็นภาพยนตร์ภาคต่อที่ทำได้ดีพอควรเลยละ

 

 

ห้องหุ่น 2532 ในเกือบ 15 ปีก่อนตอนที่ผู้เขียนเป็นเด็กนับเป็นละครที่ทำผู้เขียนไม่อยากจะอยู่ห้องศิลปะในเวลา ๆ เลย ห้องหุ่นถือเป็นละครไทยอีกเรื่องที่ดังมาก พอ ๆ นกออก และสุสานคนเป็น บอกเลยว่าเป็นละครไทยไม่มีกี่เรื่องที่เนื้อเรื่องสนุกใช่ได้
ก่อนที่ปี 2014 จะมีการ นำห้องหุ่นมาปัดฝุ่นและตีความใหม่ออกมาเป็นภาพยนตร์ หนังโรงออกฉายจากฝีไม้ลายมือผลงานการกำกับของ “กัลป์ กัลย์จาฤก” ที่บทประพันธ์เรื่องนี้ ถูกนำมาสร้างเป็นละครโทรทัศน์มาแล้วถึง 3 ครั้ง โดยในเวอร์ชั่นของภาพยนตร์ จะมีความแตกต่างจากละครโทรทัศน์ออกไป

 

ห้องหุ่นเวอร์ชั่นละคร

ห้องหุ่นเวอร์ชั่นละคร เพราะฉบับภาพยนตร์จะเป็นภาคต่อของตัวละครในรุ่นหลาน เหมือนตำนานยังคงอยู่ และแน่นอนว่าใครดูมีว้าวกันแน่ถ้าจำได้ ในช่วงที่คนรุ่นหลนตระกูลปั้นหุ่นที่มียังชีวิตอยู่ในยุคปัจจุบัน แต่ยังมีความเกี่ยวพันไปถึงรุ่นพ่อ รุ่นแม่ และรุ่นบรรพบุรุษ ละครห้องหุ่น

โดยส่วนตัวแล้วผู้เขียนมองว่าการวาวบทและการจัดมุมกล้องถือว่าใช่ได้และชอบองค์ประกอบในเรื่องที่เห็นโดดเด่นเลยคืองานภาพที่อาร์ทมากๆ องค์ประกอบของสีและแสง รวมไปถึง CG ค่อนข้างทำออกได้ดีและแปลกใหม่พอสมควรสำหรับหนังบ้านเรา การแสดงของอนันดาและนักแสดงคนอื่น ๆค่อนข้างเข้ากับบทที่ได้รับ ดูหม่นๆและน่าค้นหา

 

 

ฉากระทึกขวัญภายในภาพยนตร์ห้องหุ่นเรื่องมีน้อยไปหน่อย แต่ก็ทำได้น่าสนใจพอสมควร และสะดุ้งบางช่วง น่าเสียดายที่บทหนังภายในเรื่องดูบางมากและการเดินเรื่องค่อนข้างเอื่อยมาก หลายๆฉากภายในเรื่องมีนัยยะแฝงอยู่ด้วย ซึ่งอาจยากต่อการเข้าใจของคนดู เพราะถ้าไม่เคยดูละครมาก่อนจะเข้าใจได้แบบไม่หมด ห้องหุ่น ช่อง 3