Category Archives: หนังไทยย้อนยุค

รีวิวหนังไทย รถไฟฟ้า มาหานะเธอ

รีวิวหนังไทย รถไฟฟ้า มาหานะเธอ

รีวิวหนังไทย รถไฟฟ้า มาหานะเธอ

รถไฟฟ้า มาหานะเธอ หากคุณยังคงตราตรึงใจกับหนังไทยแนวความรักใส ๆ ของคนแอบรักที่พยายามทำทุกอย่างให้ได้ใจเขาในอดีตก็คงต้องนึกถึงหนังเรื่อง “รถไฟฟ้ามาหานะเธอ” ของค่าย GTH เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ดูเป็นร้อยครั้งก็ไม่เบื่อ ยิ่งได้นักแสดงนำอย่างคริส หอวังและเคน ธีรเดชมาเป็นคู่พระนางในเรื่องก็ยิ่งทำให้เคมีคู่กันจนถล่มรายได้แบบพุ่งกระฉูดจนส่งผลให้เพลงประกอบหนังอย่าง “โปรดส่งใครมารักฉันที” ของ Instinct ดังมาจนถึงปัจจุบันไปด้วย แต่หากใครที่เพิ่งมาเป็นคอหนังรุ่นใหม่ เราก็แนะนำว่าต้องลองติดตามเพราะรถไฟฟ้ามาหานะเธออาจจะเป็นหนังในดวงใจของคุณอีกเรื่องก็ได้ หนังรถไฟฟ้ามาหานะเธอ (2009) ได้ถ่ายทอดเรื่องราวของ “เหมยลี่”สาวออฟฟิศที่ยังไม่มีแฟนเป็นตัวเป็นตนในขณะที่เพื่อนสนิทของเธอแต่งงานแล้ว จนกระทั่งในคืนวันแต่งงานของเพื่อนเธอซึ่งทำเอาเหมยลี่เมาหนักจนนอนบนเตียงที่คอนโดแทนที่คู่บ่าวสาวเมื่อสร่างเมาแล้วเธอจึงได้ขับรถกลับบ้านแต่ด้วยความที่ยังคงมึนอยู่จึงทำให้ขับรถไถเข้าไปข้างทาง “ลุง”จึงช่วยเข้ามาดูรถทำให้ทั้งสองได้พบกันจนเป็นจุดเริ่มต้นที่โชคชะตาได้นำพาให้เหมยลี่ต้องมาโคจรเจอกับลุงเรื่อย ๆ จนทำของส่วนตัวเขาพังหลายอย่าง แต่นั่นก็ทำให้ทั้งคู่ได้รู้จักกันมากขึ้น

รีวิวหนังไทย รถไฟฟ้า มาหานะเธอ หนังออนไลน์ล่าสุด

ได้บอกเล่าถึงมุมมองคนโสดซึ่งจนถึงตอนนี้ก็ยังเป็นปัญหาสำหรับคนวัยทำงานที่ควรจะได้แต่งงานมีครอบครัวสมบูรณ์แบบแล้ว แต่นางเอกซึ่งเป็นตัวแทนคนโสดกลับยังหาแฟนไม่ได้เพราะความที่เป็นคนซุ่มซ่าม  รีวิวหนังไทย เปิ่น ๆ เธอจึงรู้สึกเหงาซึ่งมันค่อนข้างจะโดนใจผู้ชมหลายคนมากแบบอินจัดกับโมเม้นต์ชีวิตนางจนกระทั่งฟ้าได้ส่ง “ลุง” (ใช่แล้ว! นี่คือชื่อของพระเอก คือปังตั้งแต่ชื่อตัวละครคิดดู) หนังใหม่ พระเอกของเราที่เป็นวิศวกรรถไฟฟ้าให้ต้องมาถูกนางเอกป่วนชีวิตทำของพังทุกครั้งที่พบกัน ซึ่งนางเอกที่ตกหลุมรักพระเอกมาตั้งแต่แรก นางก็พยายามจะซ่อมสิ่งที่ทำพังให้พระเอกจนพวกเขาได้มาพบกันหลายครั้งและสนิท พระเอกก็เป็นคนที่ยิ้มง่าย อบอุ่น และใจดีเกินเบอร์จริง ไม่โกรธหรือต่อว่านางเอกสักคำ พ่อของลูกที่แท้ทรู ในเรื่องจะมีฉากโรแมนติกกุ๊กกิ๊กระหว่างที่ก่อให้เกิดความรักระหว่างคู่พระนางมากมาย เช่น ฉากเล่นน้ำสงกรานต์ที่พระเอกหล่อทะลุแป้ง ดูหนัง ฉากที่ทั้งคู่พากันไปท้องฟ้าจำลอง และได้ชวนลุงดูดาวหางที่กำลังจะมาถึงโลกในเร็ว ๆ นี้ซึ่งเขาก็ตกลง แถมนางก็หึงพระเอกมากด้วยเวลามีน้องที่รู้จักกันมาเข้าใกล้พระเอก มีความฮาและโรแมนติกครบจบในเรื่องเดียวจริง โดยเฉพาะฉากที่พระเอกให้เบอร์นางเอกในรถไฟฟ้านี่ผู้ชมกรี๊ดกันลั่นโรงเลย
“Movie On That’s Day” หนังเรื่องนี้ฉายเมื่อวันนั้น เป็นการพาทุกคนย้อนกลับไปให้ชวนคิดถึงผลงานหนังเรื่องดังที่เคยออกฉายที่โรงภาพยนตร์เมืองไทย และเวียนมาครบรอบอีกปีของหนังรัก…หล่อทะลุแป้ง “รถไฟฟ้า..มาหานะเธอ” (Bangkok Traffic Love Story) หนังที่ยังคงครอบความประทับใจของผู้ชมได้มายาวนานหลาย แม้ว่าในปีนี้จะย่างเข้าสู่ปีที่ 12 ที่เข้าฉายมาแล้วก็ตาม… ดูหนังออนไลน์

รีวิวหนังไทย รถไฟฟ้า มาหานะเธอ
รถไฟฟ้า..มาหานะเธอ

เป็นเรื่องราวของ เหมยลี่ สาวอายุ 30 ปีที่มีพฤติกรรมป่วนประจำตัวอย่างหนึ่ง คือ การเมาในงานแต่งงานเพื่อน เพราะมันช่างตอกย้ำซ้ำเติมชีวิตโสดสนิทไร้ชายใดมาแผ้วพานของลี่ ดูหนังฟรี วันหนึ่งหลังลากสังขารกลับจากการส่งเพื่อนสาวสุดซี้เข้าห้องหอ ลี่ขับรถเสยเข้ากับแผงโจ๊กในตลาดโต้รุ่ง ส่งผลให้รถเก๋งคันงามของเธอถูกป๊าผู้ต่อต้านแอลกอฮอลล์ทุกชนิดขายทิ้ง โทษฐานเมาแล้วขับ ดูหนัง

ชีวิตที่ไม่มีชายหนุ่ม คอยไปรับไปส่งอย่างลี่ จึงต้องออกไปผจญการจราจรสุดโหดของเมืองบางกอกเพียงลำพัง แต่ละวันลี่ต้องปากกัดตีนถีบ ขึ้นมอเตอร์ไซค์ ต่อรถตู้ โบกแท๊กซี่ โหนรถเมล์ ฯลฯ สารพันความเมื่อยล้าจากการเดินทางแบบเมก้าฮิต ทำให้เวลานอนของลี่แปรปรวน คืนหนึ้งลี่ตื่นขึ้นมากลางดึกและแอบขึ้นไปกินเบียร์บนดาดฟ้า โชคดีปนร้าย ลี่บังเอิญไปเจอลูกจ้างชายหญิงกำลังแสดง “หนังสด” กันอยู่ ดูหนัง  กลายเป็นคดีอื้อฉาวกลางดึกที่นำพาให้ลี่ได้พบกับ ลุง วิศวกร Maintenance แห่งรถไฟฟ้าบีทีเอส ดูหนังออนไลน์

รีวิวหนังไทย รถไฟฟ้า มาหานะเธอ
หนังเป็นผลงานการกำกับและเขียนบทของ “ปิ๊ง-อดิสรณ์ ตรีสิริเกษม”

ที่กลายเป็นอีกหนึ่งหนังขึ้นหิ้งตลอดกาลของค่ายจีทีเอชอีกเรื่อง รถไฟฟ้า..มาหานะเธอ เป็นหนังโรแมนติกคอมเมดี้ที่สามารถสัมผัสถึงหัวอกหัวใจของผู้ชมได้เป็นอย่างดี หยิบเอาการเผชิญหน้าใช้ชีวิตประจำวันของคนเมืองกรุงมาตีแผ่ได้ชวนเพ้อฝันแต่อยู่บนพื้นที่ของความเป็นจริง หนังจึงเข้าถึงกลุ่มผู้ชมได้ง่าย และโกยรายได้มหาศาลไปได้ถึง 145 ล้านบาทเลยทีเดียว

“เคน ธีรเดช” ที่ไม่ได้รับงานแสดงหนังใหญ่มาหลายปีได้กลับมาขึ้นจออีกครั้ง นอกจากความหล่อเหล่าและเสน่ห์ของเขาจะดึงดูดสาวๆ เป็นอย่างดี การแสดงของเขายังเป็นธรรมชาติมากๆ ด้วย เมื่อมาประกบคู่กับ “คริส หอวัง” ที่เป็นนางเอกหนังขึ้นหม้อมีผลงานโดดเด่นขึ้นเรื่อยๆ กลายเป็นเคมที่ผสมผสานออกมาได้กลมกล่อมบนจอภาพยนตร์ นับเป็นหนังรอมคอมแบบไทยๆ เรื่องหนึ่งที่คนยังพูดถึงอยู่ทุกวันนี้
รีวิว ในโอกาสที่ครบรอบ 10 ปี BTS ทาง GTH จึงปั้นเรื่องของรถไฟฟ้าของคนเมืองมาผสมกับความรักของสาวเมือง ที่นับวันยิ่งแต่งงานกันน้อยลง ไม่ก็แต่งกันในวัยที่มากขึ้นทุกที อาจด้วยเพราะผู้ชายเมืองหายากขึ้นทุกทีจนต้องแย่งกันคว้า แม้ว่าเหมยลี่จะเจอคนนั้น แต่ความสัมพันธ์ของทั้งสองก็ต้องสะดุดด้วยอุปสรรคหลากรูปแบบ ที่มีพลังพอจะแยกคนสองคนให้เลิกลาจากกันได้
ทั้งเวลาเอย ระยะทางเอย ความผันแปรของจิตใจเอย ทุกอย่างคือสิ่งที่เกิดขึ้นได้จริงกับทุกคน มิน่ามันถึงโดนใจยิ่งนัก
นอกจากดาราแขกรับเชิญหลายคนที่มาช่วยสร้างความฮา (นอกจาก แจ็ค แฟนฉัน ที่เห็นกันในหนังตัวอย่างไปแล้ว) ไปดูเอาเองแล้วกันว่ามีใครบ้าง หนังมีเวลาให้เราสนุกความรักที่แสนฮาไปค่อนเรื่อง ก่อนปิดท้ายด้วยอารมณ์อีกด้านของความรัก แม้จะเตรียมใจมาแค่ไหน ผมก็ไม่วายเสียน้ำตาให้กับมัน ตั้งแต่คำพูดนั้นของเหมยลี่ มาจนถึงตอนจบ น้ำตาไม่เคยเหือดแห้งจางไป ทำให้ผมนึกถึง “Marley & Me” หนังหมาๆ ที่ตั้งใจเล่าเรื่องคนที่ผมเพิ่งได้ดูไป ฮาตลอดเรื่องแล้วมาร้องไห้กันตอนท้าย แต่ “Marley & Me” ก็ไม่ได้ทำให้เราเศร้านานขนาดนี้

รีวิวหนังไทย รถไฟฟ้า มาหานะเธอ

 

รีวิวหนังไทย รถไฟฟ้า มาหานะเธอ

หลายคนคิดว่าความแข็งแรงของความหมวยในหนังเรื่องนี้จะต้องเป็นแกนหลักในการหานางเอกแน่ๆ แต่จริงๆ แล้วไอเดียการหานักแสดงเรื่องนี้คือสาวตาโตแบบการ์ตูนตาหวาน นักแสดงที่ได้รับการเรียกมาแคสติ้งในรอบแรกจึงเป็นสาวตาโตล้วนๆ กลมดิ๊ก คือถ้าตาใครมีประกายน้ำแบบในการ์ตูนจะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ แต่สุดท้ายไทป์นี้ก็ตกรอบไป เพราะความหมวยยังคงครอบงำหนังเรื่องนี้จนทางโปรดิวเซอร์ไม่สามารถสลัดออกไปได้ ตัวเลือกนักแสดงหมวยจึงทยอยกลับมาอีกครั้ง
ชื่อของ คริส หอวัง ที่ป๊อปอัพมาเป็นชื่อแรกๆ สมัยทีมแคสติ้งเพิ่งได้อ่านบทใหม่จึงกลับมาอีกครั้งในตารางการแคสติ้ง และสุดท้ายชื่อของเธอก็ถูกพิมพ์ลงโปสเตอร์หนังเรื่องนี้ และประทับลงในจิตใจของสาววัย 30 ชาวไทยที่ยังไม่มีแฟนทั่วประเทศ เรียกได้ว่าเป็นไอดอลเลยก็ว่าได้

ผมคุยกับพี่ปิ๊งเล่นๆ ว่า เออ ตอนนั้นที่ผมดูหนัง ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมบ้านคุณลุง (เคน-ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์) มันจะต้องเป็นเกสต์เฮาส์ริมแม่น้ำ พี่เน้นเอาสวยเหรอ พี่ปิ๊งบอกว่า มึงจำไม่ได้เหรอว่าบทร่างแรกๆ ชื่อหนังมันคือ Last Train To Bangrak …อ๋อ ใช่ว่ะ

ชื่อหนังแรกๆ คือ Last Train To Bangrak

ตั้งโดย พี่เก้ง-จิระ มะลิกุล แน่นอนว่าฟังง่ายและตรงไปตรงมา นึกถึงเพลงดังที่ร้องว่า เสียงรถด่วนขบวนสุดท้าย และขบวนสุดท้ายนั้นกำลังจะวิ่งไปที่บางรัก คือถ้ามึงไม่ขึ้นขบวนนี้ มึงอาจจะไม่มีความรักแล้วนะ ถ้าเจอคนที่ใช่แล้ว มึงต้องขึ้นแล้วล่ะ เลิกเก๊กได้แล้ว อะไรประมาณนี้

ดังนั้นพี่ปิ๊งเลยเริ่มไปเดินเล่นแถวบางรักจริงๆ ว่ามันมีอะไรแถวๆ นั้นบ้าง บ้านของนางเอกจึงเป็นตึกแถวเหมือนบ้านในย่านนั้น รวมถึงบ้านคุณลุงที่เขียนไว้ว่าจะต้องอยู่ใกล้บ้านเหมยลี่ ก็เลยไปอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา และสุดท้ายสถานีรถไฟฟ้าที่เหมยลี่และคุณลุงขึ้นเป็นประจำจึงเป็นสถานีสะพานตากสิน ดูหนัง ไทย

 

พี่ปิ๊งเล่าว่า มึงรู้ไหมว่าตอนนั้นกูมีความพยายามจะทำให้หนังเรื่องนี้ไม่มีฉากน้ำตาร่วงเมโลดราม่าสุดจี๊ด เพราะฉากแบบนี้หนัง GTH ในยุคนั้นมีบ่อยมาก พี่ปิ๊งเลยต้องการ Disrupt

ฟังเสร็จ ผมนั่งคิดว่าในหนัง รถไฟฟ้า มาหานะเธอ มันไม่มีฉากเมโลดราม่ายังไง ฉากคริส หอวังร้องไห้เละเทะตอนได้รับของเก่าๆ คืนจากคุณลุงนั่นสุดจะ Dramatic

พี่ปิ๊งเลยบอกว่า ก็กูพยายามแล้วไง แค่สุดท้ายมันไม่สำเร็จ (ฮา) เขาเล่าให้ฟังต่อว่า ฉากนั้นจริงๆ แล้วพี่ปิ๊งบรีฟคริสว่า อย่าร้องเละเทะนะ เอาแบบคลอๆ น้ำตาเกาะขอบตาพอ เธอต้องพยายามกลั้นให้ได้ เพราะอารมณ์ตัวละครมันเป็นแบบนั้น

ความดังของพี่เคนในช่วงปีนั้นเรียกได้ว่า กงยู เมืองไทย
ความเหนื่อยลำบากของกองถ่ายคือ การถ่ายทำพี่เคนในตอนกลางวัน เพราะจะมีคนมารุมล้อมพี่เคนตลอดเวลา ตอนถ่ายฉากงานสงกรานต์ตรงถนนใหญ่ก็จะมีมอเตอร์ไซค์บิดมาขนาบข้างตลอด
แต่โชคดีว่าตัวละครของพี่เคนเป็นพระเอกแห่งรัตติกาล เน้นอยู่กลางคืน เวลาถ่ายพี่เคนตอนกลางคืนจะไม่ค่อยมีปัญหามาก เพราะคนทั่วไปเหมือนจะไม่แน่ใจว่านี่ใช่เคน ธีรเดชหรือเปล่า มาเดินเล่นอะไรดึกดื่นแถวย่านชุมชนแบบนี้ จึงช่วยให้เกิดความสบายในการถ่ายทำมากขึ้น บางทีไปขึ้นรถไฟฟ้าคนก็ไม่ค่อยตกใจมาก

คนสร้างราง…ไม่ใช่นะเธอ

บทร่างแรกๆ ของหนังเรื่องนี้จริงๆ ว่าด้วยการที่พี่เคนของเราเป็นคนสร้างรางรถไฟฟ้าแล้วส่วนต่อขยายนั้นมันมาพาดผ่านหน้าบ้านและดาดฟ้าของตึกแถวบ้านเหมยลี่ ทั้งสองเลยมีโอกาสได้คุยกันผ่านรางรถไฟฟ้าและดาดฟ้าบ้าน โดยที่ตอนนั้นผมมีโอกาสได้ไปรีเสิร์ชบ้านเพื่อนที่ขายมอเตอร์ไซค์แล้วสถานีรถไฟฟ้าอยู่ติดกับดาดฟ้าบ้านจริงๆ คือใกล้กับชานชาลาชนิดที่ว่าสามารถกระโดดข้ามไปได้เลย พวกเราคิดว่าพล็อตนี้น่าสนใจจริงๆ คือถ้าเหมยลี่ไม่ยอมทำอะไรสักทีกับคุณลุง รางที่ลุงสร้างก็จะค่อยๆ เสร็จและเลยผ่านหน้าบ้านตัวเองไป

เมื่อเขียนเสร็จ ทางโปรดิวเซอร์เอาบทไปเสนอทาง BTS เพื่อจะขออนุญาตสถานที่ถ่ายทำ และทันทีที่ BTS อ่านจบ เขาบอกว่าชอบมากครับ แต่ว่าตัวละครคนสร้างรางไม่ได้เกี่ยวอะไรกับพวกเรานะครับ เพราะ BTS ไม่ใช่บริษัทรับก่อสร้างรางรถไฟ ได้ยินแบบนี้ก็เหวอกันไปแป๊บหนึ่ง สุดท้ายเราก็กลับมาแก้ไขบทพี่เคนให้กลายวิศวกรซ่อมบำรุงรางประจำวันแทน ซึ่งคนเหล่านี้จะต้องทำงานตอนดึกหลังรถไฟฟ้าปิด ก็คือเที่ยงคืนเป็นต้นไป ซึ่งก็ยังรักษาคอนเซปต์การเป็นคนกลางคืนได้เหมือนเดิม

รีวิวหนังไทย แสบสนิทศิษย์ส่ายหน้า

รีวิวหนังไทย แสบสนิทศิษย์ส่ายหน้า

รีวิวหนังไทย แสบสนิทศิษย์ส่ายหน้า

รีวิวหนังไทย แสบสนิทศิษย์ส่ายหน้า เรื่องราวชีวิตของ สนิท (วรเวช ดานุวงศ์) พ่อค้าก๋วยเตี๋ยวฝีมือดีที่มีความฝันอยากเป็นนักมวยมืออาชีพและอยากลองทำตามฝันดูสักครั้ง งานนี้ สวย (ณัฐฐาวีรนุช ทองมี) แฟนสาวที่สวยสมชื่อพร้อมแก๊งเพื่อนสุดโบ๊ะบ๊ะอย่าง สอง (โก๊ะตี๋ อารามบอย), เสนาะ (จิ้ม ชวนชื่น) และ สิทธิ์ (ค่อม ชวนชื่น) จึงรวมตัวกันผลักดันและเป็นคู่ซ้อมมวยให้สนิทอย่างเต็มที่ แต่ไม่ว่าจะขึ้นชกกี่ครั้งต่อกี่ครั้งสนิทก็ไม่เคยเอาชนะใครเขาได้เลย ต่อมาสนิทเริ่มมีชื่อเสียงและมีแฟน ๆ รอลุ้นว่าการขึ้นชกแต่ละครั้งสนิทจะพ่ายแพ้ในรูปแบบไหน แต่หลังจากนั้นไม่นานเขาก็ได้พบกับครูมวยคนใหม่อย่าง แสบ (จาตุรงค์ มกจ๊ก) ลูกค้าประจำที่ร่างกายไม่ค่อยจะสมประกอบแถมยังพูดไม่ชัดแถมยังมีอุปสรรคใหม่เพิ่มเข้ามาเมื่อพ่อของสวยดันไม่ชอบหน้าเขาอีกด้วย งานนี้แสบจึงต้องเอาชนะทั้งมวยและพ่อตาให้ได้

กำลังเบื่อกับการประชุมออนไลน์ ที่ไม่มีเวลาทำงานอยู่ใช่ไหม เปลี่ยนวันอันแสนน่าเบื่อ แล้วเติมความสนุกด้วยหนังดีๆ ที่เราพร้อมจัดเตรียมความสนุกมาเสิร์ฟให้คุณถึงมือกับ การแนะนำหนังน่าดูประจำวันที่ TrueID และ TrueID+ หลากหลายความบันเทิงไร้ขีดจำกัดกับช่วง “Movie of the Day” ในวันนี้ขอเสนอ แสบสนิท ศิษย์ส่ายหน้า ภาพยนตร์ตลก กำกับโดย ฤกษ์ชัย พวงเพ็ชร์ นำแสดงโดย แดน วรเวช ดานุวงศ์, จ๋า ณัฐฐาวีรนุช ทองมี, จตุรงค์ พลบูรณ์, จิ้ม ชวนชื่น, โก๊ะตี๋ อารามบอย, ค่อม ชวนชื่น, เอกรัตน์ ขลิบเงิน, ต่าย มนัสนันท์ ปานดี เว็บดูหนัง

แสบสนิท ศิษย์ส่ายหน้า - วิกิพีเดีย

เรื่องราวของ สนิท (แดน วรเวช ดานุวงศ์) พ่อค้าก๋วยเตี๋ยวรสเด็ด ใฝ่ฝันอยากเป็นนักมวย ขึ้นต่อยบนสังเวียนผ้าใบ โดยมีแฟนสาวชื่อ สวย (จ๋ษ ณัฐฐาวีรนุช ทองมี ) เหล่ากลุ่มเพื่อนจอมเพี้ยน ของสนิทแต่ละคนพยายามช่วยสอนมวยให้สนิท ไม่ว่าจะเป็น สอง ( โก๊ะตี๋ อารามบอย ) , เสนาะ (จิ้ม ชวนชื่น) , สิทธิ์ ( ค่อม ชวนชื่น )

เมื่อสนิทได้แสบคอยรับหน้าที่สอนมวยให้ พร้อมกับแรงยุส่งและคำปรึกษาเพี้ยนๆ จากกลุ่มเพื่อน รวมทั้งกำลังใจจากแฟนสาว แต่ความฝันเรื่องมวยทุลักทุเลยังไม่พอ ความรักก็มามีปัญหาที่พ่อของแฟนสาว ที่ไม่ชอบขี้หน้าเขา ซึ่งเป็นเรื่องที่สนิทต้องเอาชนะให้ได้ เรื่องราวจะจบลงอย่างไร จะชวนขำปวดท้องแค่ไหน บอกเลยว่าห้ามพลาด ดูหนัง

แสบสนิทศิษย์ส่ายหน้าเป็นหนังตลกในตำนานที่กลับมาดูกี่ครั้งก็ยังฮาน้ำตาแตกกับมุกตลกที่สอดแทรกไว้แทบจะทั้งเรื่อง เนื้อเรื่องจะบอกเล่าเกี่ยวกับการพยายามทำตามความฝันของสนิทโดยมีแฟนและเพื่อน ๆ คอยซัพพอร์ท

ถึงจะพ่ายแพ้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งแต่ด้วยกำลังใจจากสวยและเพื่อนที่คอยผลักดันมันคอยช่วยให้เขาไม่ยอมแพ้ มันทำให้เราเห็นข้อดีของการมีคนคอยซัพพอร์ตและไม่ดูถูกความฝันถึงแม้ว่าจะล้มเหลวนับครั้งไม่ถ้วน เป็นหนังตลกอีก 1 เรื่องที่ให้มากกว่าความบันเทิงและเป็นเรื่องที่เราอยากแนะนำค่ะ หนังใหม่

คุ้นๆ กันหรือเปล่าครับ กับชื่อหนัง ก็น่าจะคุ้นอยู่หรอกครับ เพราะมันคือ หนังที่มีผู้กำกับคนเดียวกันกับหนังเรื่อง พยัคฆ์ร้ายส่ายหน้า แล้วแถมถ้าไม่นับดารานำ แดน และ จ๋า นักแสดงที่เหลือคือ ยกชุดมาจาก พยัคฆ์ร้ายส่ายหน้าเลยทีเดียว

 

ซึ่งน่าจะการันตีความฮาได้ในระดับหนึ่ง รวมไปถึงฝีมือการเขียนบทของ พิง ลำพระเพลิง มือเขียนบทละคร โรแมนติก-คอมเมดี้ มือฉมัง ที่ทางค่ายหนังไม่ได้นำมาบอกกล่าวในการโปรโมท แต่คนที่เข้าไปชมคงจะเห็นได้จากเครดิตที่ขึ้นมาก่อนเริ่มจะเรื่อง

และก็ทำให้ความน่าสนใจของหนังเพิ่มมากขึ้น เมื่อนักลวกก๋วยเตี๋ยวมือโปรขอเป็นนักชกมือฉมัง จากพ่อค้าขายก๋วยเตี๋ยวใฝ่ฝันอยากเป็นนักมวย สนิท จึงเป็นได้แค่นักมวยที่ไม่เคยสัมผัสชัยชนะ จักกระแร้มีไว้หนีบ กับไว้ดม ไม่เคยได้ชูโชว์เป็นผู้ชนะกับใครเขาเลย ชื่อชกมวยที่ตั้งไว้อย่างน่าเกรงขาม แสบสนิท ศิษย์ส่ายหน้า ถูกคนดูตั้งฉายาให้ใหม่เป็น หลับสนิท ศิษย์หามลง หนังฟรี

รีวิวหนังไทย แสบสนิทศิษย์ส่ายหน้า

นักมวยที่แพ้ตลอดกาล แต่ช้าก่อน…ก่อนที่ สนิท จะแพ้น็อคติดต่อกันจนกินเนสส์บุ๊คต้องเรียกไปบันทึก สนิท และกลุ่มเพื่อน 3 เกลอ ผู้มีความสามารถเข้าขั้น ( เกือบ ) เก่ง ก็พบกับ แสบ อดีตนักมวยชื่อดัง ที่มาพร้อมคำแนะนำเด็ดๆ เรียกความมั่นใจให้ สนิท …พูดง่ายๆ ว่า นัดหน้า สนิท มีลุ้น ชวนคนดูใจจดใจจ่อเกิดอาการวิงๆๆๆ อยากรู้ว่า…..งานนี้ สนิท…..จะชนะจริงหรือเปล่า??? เมื่อสนิทได้แสบคอยรับหน้าที่เทรนมวยให้ พบ๊องๆ จากกลุ่มเพื่อนๆ คือ สอง,เสนาะ และ สิทธิ์ รวมทั้งกำลังใจจากสวย แต่ความฝันเรื่องมวยทุลักทุเลยังไม่พอ

ความรักก็มามีปัญหาที่พ่อของสวย แฟนสาว ไม่ชอบขี้หน้าเขา ซึ่งเป็นเรื่องที่สนิทต้องเอาชนะให้ได้ความหวังในการชกนัดต่อไป สนิทไม่ได้ชกเพื่อชัยชนะของตัวเอง แต่ชัยชนะครั้งนี้ของเขา มีผลสำคัญกับความรัก ระหว่างเขากับ ดูหนังออนไลน์

สวย…นัดสำคัญนี้ สนิท จะได้รับการยกมือให้เป็นผู้ชนะบ้างไหม? อย่างที่ผมบอกไปตั้งแต่แรก พอผมได้เห็นชื่อของคนเขียนบทว่าเป็น พิง ลำพระเพลิง ผมก็นึกไปก่อนเลยว่า หนังเรื่องนี้เน้นฮาแน่ๆ แล้วก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ แทบจะตลอดทั้งเรื่อง มุขต่างๆ ถูกขนออกมาเล่นเป็นชุดๆ โดยเหล่านักแสดงสมทบทั้งหลาย

ที่มีดีกรีความฮาติดตัวมาจาก พยัคฆ์ร้ายส่ายหน้า แต่ละคนสลับกันออกมุขกันเป็นพัลวัน โดยเฉพาะคู่หูคู่ฮา ค่อม ชวนชื่น และ โก๊ะตี๋ อารามบอย ที่รับมุข- ส่งมุขกันได้ไหลลื่นมากๆ อีกคนที่ฮาไม่แพ้กันคือ จตุรงค์ มกจ๊ก ที่เล่นเป็นคนพูดไม่รู้เรื่อง

แต่พี่แกก็สามารถทำให้การพูดไม่รู้เรื่อง กลายเป็นความตลกไม่รู้จบไปได้ตลอดทั้งเรื่อง แต่คนที่น่าผิดหวังที่สุดคือ จิ้ม ชวนชื่น ที่ดูบทบาทน้อยจนกลายเป็นเหมือนตัวประกอบของเรื่องไปเลยทีเดียว ส่วนนักแสดงนำชาย แดน วรเวช นั้น ผมแทบจะไม่เคยเห็นฝีมือการแสดงของเขามาก่อนเลย ดูหนังฟรี

แสบสนิท ศิษย์ส่ายหน้า" หนังตลกขึ้นหิ้งของ "น้าค่อม ชวนชื่น"  มาพร้อมวลีลากเสียงยาววว

อาจเป็นเพราะผมไม่ชอบดูละครตอนเย็นหรือหลังข่าวสักเท่าไหร่ จึงไม่รู้ว่า มาตรฐานกง แดน เป็นอย่างไร แต่เรื่องนี้ เขาก็แสดงได้ค่อนข้างจะเป็นธรรมชาติ ไม่แข็งทื่อจนเกินไป แต่ติดตรงที่ว่า ท่าทางความเป็นนักมวยนั้น แทบจะไม่ได้เลย ดูติดๆ ขัดๆ แต่ก็ไม่ถึงกับแย่ แต่เมื่อเทียบกับ จ๋า ณัฐฐาวีรณุช แล้วนั้น ถือว่ามวยคนละชั้นเลย เพราะ จ๋า เล่นเรื่องนี้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ และน่ารักมากๆ ทั้งท่าทาง ท่าเต้น และการพูดจา จ๋า ทำได้อย่างน่าประทับใจใครหลายๆ คนทีเดียว ดูหนัง

โดยรวมแล้ว หนังเรื่องนี้ถ้าคุณต้องการจะคลายเครียดด้วยความฮาจากมุขตลกต่างๆ นาๆ ที่ถูกปล่อยมาตลอดเรื่อง โดยไม่คิดจะเอาสาระหรือปรัชญาอะไรจากหนัง คุณเข้าไปดูเรื่องนี้ได้เลย เพราะคุณจะได้ความสนุก และรอยยิ้มออกมาจากโรงแน่นอน แต่ถ้าคุณคิดว่า ชีวิตคุณทำอะไรแล้วต้องได้สาระกลับมาทุกอย่าง ผมไม่แนะนำครับ เรื่องนี้ผมให้ 2 ดาวครึ่งครับ บทวิจารณ์เป็นเพียงความเห็นส่วนบุคคล กรุณาตัดสินจากการชมภาพยนตร์ด้วยตัวเอง เว็บดูหนังฟรี

สมัยนี้ ประเทศไทย หนังฮาๆ คลายเครียดแบบนี้ มันหายไปไหนหมด ?? ไม่ใช่ว่าหนังไทยฮาๆไม่มีใครทำนะครับ มีเยอะมากกกกกกกกก แต่มันไม่ใช่แบบเรื่องนี้อีกแล้ว เรื่องนี้นี่แบบ ขึ้นหิ้งหนังฮาสำหรับคนไทยทุกคนไปแล้วครับ !
– น้าค่อม โก็ะตี้ คู่นี้ สุดยอดปรมาจารย์ความฮาเลย 555555555555 ไอสองงงงง ให้พี่เดินสะดวกเถอะ และจิ้ม ชวนชื่นเอย จาตุรงค์ ม๊กจ๊กเอย ฮาสุดๆ
– เเล้วมันเกิดจากสาเหตุใด ที่ทำให้หนังฮาๆแบบนี้ถึงไม่ค่อยจะมีอีกแล้ว พักหลังมีเเต่หนังแบบ…… 4 5 จีอะไรก็ไม่รู้ คาดหวังเเต่กำไร ไม่หวังคาดหวังคุณภาพหนังและความรู้สึกคนที่ดูเลย น่าเศร้า ดูหนังออนไลน์

รีวิวหนังไทย กวน มึน โฮ

รีวิวหนังไทย กวน มึน โฮ

รีวิวหนังไทย กวน มึน โฮ

รีวิวหนังไทย กวน มึน โฮ เป็นภาพยนตร์ไทยที่เล่นได้กวนและมึนสมชื่อหนังมาก โดยภาพยนตร์เรื่องนี้ ผลิตโดยจอกว้างฟิล์ม และจัดจำหน่ายโดย จีทีเอช ออกฉายในโรงภาพยนตร์เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2553
ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นเรื่องราวของ หญิงสาวและชายหนุ่มชาวไทยที่จู่ ๆ ก็ได้บังเอิญมาพบเจอกันที่กรุงโซลต่างคนต่างอกหัก เดินทางมาเที่ยวเกาหลีคนเดียวทั้งคู่ และได้ตกลงเที่ยวด้วยกัน โดยไม่ยอมบอกชื่อเสียงเรียงนาม เพราะไม่ต้องการรู้จักกันแบบลึกซึ้ง

 

เรื่องย่อ – กวน มึน โฮ

หญิงสาว(หนูนา หนึ่งธิดา) ผู้หญิงที่โกหกแฟนว่าไปงานแต่งกับเพื่อน แต่จริง ๆ แล้ว เพื่อนไม่ว่าง เลยมาคนเดียว แฟนเธอมีนิสัยจู้จี้ขี้บ่น ทำอะไรก็ห้ามไปหมด ชอบหัวร้อนและอารมณ์เสียใส่ ทำเรื่องเล็กเป็นเรื่องใหญ่ตลอด ดุหมือนพ่อ !! ชายหนุ่ม(เต๋อ ฉันทวิชช์) ผู้ชายที่ไปเที่ยวเกาหลีคนเดียว แต่งตัวโคตรชิลล์ ใส่เสื้อยืดแขนสั้น ย้วย ๆ กางเกงขาสั้น รองเท้าหูคีบ ชิลล์เกิ๊น !! เดินทางมาเที่ยวเกาหลีเพราะว่าอกหัก ลืมแฟนเก่าที่คบกันมานานหลายปีไม่ได้ เลยหนีมาเที่ยว เผื่อจะดีขึ้น มีอยู่คืนนึงชายหนุ่มก็เมาเละเทะเลย อยู่ในชุดคลุมอาบน้ำของโรงแรม นอนสลบอยู่หน้าเกสเฮ้าส์แห่งหนึ่ง โดยมีรองเท้าของใครก็ไม่รู้

เป็นหมอนคู่ใจของเขายันเช้าติสวันรุ่งขึ้น ชายหนุ่มก็ลุกพรวดขึ้นมา เห็นหน้าหญิงสาวพอดี เธอเอะอะโวยวายเพราะต้องการจะทวงเสื้อคลุมที่เธอเสียสละให้ห่มกายนอนเมื่อคืน หลังจากนั้นชายหนุ่มก็ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ตีมึน บอกว่าหลงทางกลับโรงแรมไม่ถูก จึงอยากขอให้หญิงสาวช่วยไปส่งหน่อยได้มั้ย แต่สุดท้ายเขาก็ไปไม่ทันทัวร์ พลาดตกรถ เพราะว่ากว่าจะเจอโรงแรมก็สายแล้ว ทัวร์กรุ๊ปของชายหนุ่มได้ไปทัวร์ที่อื่นต่อแล้ว เลยทำให้ชายหนุ่ม(เต๋อ ฉันทวิชช์) ต้องย่องตามหญิงสาวไป เพราะอยากขอวอนให้เที่ยวด้วยกันได้มั้ย ทั้งที่หญิงสาวตั้งใจจะมาเที่ยวคนเดียวแบบสาวติส จนทั้งสองได้ตกลงปลงใจเที่ยวด้วยกัน แต่มีข้อแม้ว่า จะไม่รู้จักชื่อของกัน ไม่เอ่ยข้อมูลส่วนตัวเลย โดยเที่ยวด้วยกันแบบ ใช้นามสมมุติ เรียกกันแทน เพราะไม่อยากเป็นคนรู้จักกัน เวลาพูดอะไร ทำอะไรจะได้ไม่ต้องเกรงใจใคร หรือทะเลาะกับใคร ให้เป็นเพียงแค่คนแปลกหน้าสองคนที่มาเที่ยวต่างประเทศด้วยกันแค่นั้น เว็บดูหนังกวน มึน โฮ (ไม่ประทับใจเท่ารถไฟฟ้าฯ) : ยินดีที่ไม่รู้จัก  ได้มาพบรักที่เกาหลี จากบล็อก โอเคเนชั่น oknation.net

ความรู้สึกหลังดูจบ –

เป็นหนังที่หลังดูจบคือ ไม่อยากให้จบเลยอ่ะ น่าจะเล่นต่ออีกหน่อยนึง อย่างน้อยขอรู้ชื่อ พระเอกนางเอกก่อนได้มะ ทั้งเรื่องสรุปไม่มีใครรู้ชื่อนักแสดงนำเลย คือตอนจบกำลังจะบอกชื่อ หนังก็จบเลย มันค้างคามากเลยครับ >< นอกนั้นฉากอื่น ๆ คือดีหมดเลย ยกเว้นแต่ตอนจบน่าจะเล่นไปให้สุดกว่านี้ จะดีมาก ปล. อยากให้มีภาคสอง แต่น่าจะฝันสลายเพราะหนังก็ฉายไปนานแล้ว อดเบย อาจจะค้างคานิดนึง แต่เดาว่าตอนจบมันต้องแฮปปี้แน่ ๆ เพราะพระเอก บอกรักผ่าน วิทยุพี่อ้อยพี่ฉอด ขนาดนั้น จนนางเอกร้องไห้ออกมาด้วยความซึ้งใจ หนังฟรี

ฉากที่ประทับใจ –

1. ฉากที่พระเอกไปเที่ยวที่เกาะนามิ

หรือ ที่คุณเต๋อเขาเรียกว่า เกาะฮานามิ อ่ะ >< แล้วได้ไปนั่งกินอาหารที่ร้านแห่งหนึ่งกับนางเอก แล้วก็ชมเจ้าของร้านว่า ลุง ลุง อาหารร้านลุงแม่งรสชาติเหี้ยมากเลย หมาไม่แดกอ่ะ โคตรห่วยแตกเลย พร้อมกับยกนิ้วโป้งให้ลุงเจ้าของร้านด้วย แล้วลุงเขาก็ก้มหัวลงขอบคุณใหญ่เลย เพราะเข้าใจว่าลูกค้าชม คือแบบซีนนี้ฮามาก ประมาณว่าที่พระเอกจะสื่อให้รู้ว่า ไหน ๆ ก็จะเที่ยวแบบไม่รู้จักใครไงละ เราพูดอะไรไปเขาก็ฟังไม่ออกหรอกไรงี้ เลยแกล้งลุงให้นางเอกดู ชอบความเล่นพิเรนของพระเอกมาก

2. ฉากที่นางเอกต่อว่าแฟนตัวเองทางโทรศัพท์

คือปกติจะยอม ๆ ไปไง แต่พอเธอโดนแฟนด่ายับ แถมยังบอกเลิกอีก ทั้งที่เป็นเรื่องเล็ก ๆ แล้วนางเอกก็ทนไม่ไหว ใส่เป็นชุดเหมือนกัน เรารู้สึกว่าเหมือนนางเอกอัดอั้นตลอดเวลาที่คบกับแฟนคนนี้ไม่เคยได้เป็นตัวเองเลย โดนสั่ง โดนห้าม ไอนั่นไอนี่ จนข้างในมันอึดอัดมาก เลยพอแฟนบอกเลิกมาแบบนี้ ก็จัดไปด่าตัดไฟ ระเบิดความในใจออกมาทั้งหมดเพื่อจบความสัมพันธ์นี้ซักที

แล้วก็ยังมีอีกหลายซีนเลยที่ชื่นชอบ ส่วนใหญ่จะเป็นฉากตลกคอมเมดี้ต้องยกนิ้วให้คนเขียนบทเลย มันฮามาก เข้ากับนักแสดงสุด ๆ โดยปกติแล้วพระเอกนางเอก ก็เป็นคนกวน ๆ อยู่แล้วด้วย แต่ละซีนมันเลยออกมาลงตัวมากขึ้น หนังใหม่

รีวิวหนังไทย กวน มึน โฮ

ใครที่ต้องการชมภาพยนตร์ที่คลายเครียดเพราะเหนื่อยจากการทำงานเซ็งกับสิ่งรอบข้าง ในเรื่องไม่ได้ดราม่าจนเกินไป เน้นไปทางคอมเมดี้มากกว่า รับรองว่าคุณจะอารมณ์ดีและผ่อนคลายขึ้นอย่างแน่นอนเมื่อได้มาลองชมภาพยนตร์ไทยเรื่องนี้ ซึ่งทางทรูไอดีก็มีให้ชมนะ

ภาพยนตร์เรื่อง กวน มึน โฮ เป็นภาพยนตร์ไทยแนวโรแมนติก คอมเมดี้ ผลงานการกำกับของ บรรจง ปิสัญธนะกูล ภาพยนตร์บอกเล่าเรื่องราวของชายหนุ่มและหญิงสาวชาวไทยที่ต่างคนก็ต่างไปเที่ยวประเทศเกาหลีคนเดียว ความบังเอิญทำให้พวกเขาได้พบกัน ทั้งสองจึงทำข้อตกลงที่จะไม่บอกชื่อแก่กัน เพื่อจะได้ออกเที่ยวเกาหลีด้วยกันอย่างสบายใจ ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้นักแสดงมากความสามารถมากมายมาร่วมแสดงไม่ว่าจะเป็นฉันทวิชช์ ธนะเสวี ที่มารับบทเป็น ด่าง (นามแฝง) ผู้ชายที่จะไปเที่ยวประเทศเกาหลีใต้ ด้วยรองเท้าแตะ และเสื้อยืดย้วย ๆ เขาเป็นคนเดียวในกรุ๊ปทัวร์ที่ไม่มีครอบครัวหรือคนรักมาด้วย ด้วยความเหงาและเดี่ยวดายของเขานี่เองที่ทำเขาเมา จนไม่สามารถตื่นทันทัวร์ได้

เขาจึงถูกทิ้งไว้ที่โรงแรมคนเดียว คนต่อมาคือหนึ่งธิดา โสภณ มารับบทเป็น (เม) หญิงสาวที่แอบแฟนไปเที่ยวประเทศเกาหลีเพียงคนเดียว เพราะต้องการที่จะไปงานแต่งเพื่อน และตามรอยซีรี่ย์เกาหลีที่เธอชอบ และคนสุดท้ายที่จะมาแนะนำในวันนี้คือวรัทยา นิลคูหา ที่มารับบทเป็น ก้อย อดีตแฟนเก่าของด่าง ที่เคยทิ้งเขาไปเพราะเขาไม่ได้ให้ความมั่นคงแก่เธอ เธอกำลังจะเข้าพิธีแต่งงานกับแฟนใหม่ จนเมื่อเธอได้รับจดหมายจากด่าง เธอจึงเดินทางมาประเทศเกาหลีเพื่อบอกเขาว่าคนที่เธออยากแต่งงานด้วยจริงๆคือเขา โดยภาพยนตร์เรื่อง กวน มึน โฮ เป็นภาพยนตร์เมื่อปี 2553 เว็บดูหนังฟรี

ภาพยนตร์เรื่อง กวน มึน โฮ เปิดเรื่องราวมาที่ หนุ่มคนหนึ่งที่เหมือนเพิ่งจะอกหักมา เลยตัดสินใจไปเที่ยวประเทศเกาหลีกับกรุ๊ปทัวร์ การไปเที่ยวครั้งนั้นของเขา เป็นการไปที่ชิวมาก ๆ เพราะเขาไม่มีสัมภาระใด ๆ มีแต่เสื้อผ้าชุดที่เขาใส่อยู่เพียงชุดเดียว และเมื่อไปถึงเกาหลีความเหงา ก็ทำให้เขาดื่มเหล้าไปเยอะ จนไม่สามารถที่จะตื่นทันกรุ๊ปทัวร์ทัวร์ได้ เขาตกรถและถูกทิ้งไว้ที่โรงแรม แต่ความโชคร้ายก็ยังมีความโชคดีอยู่ เพราะเขาได้มาเจอกับสาวไทยคนหนึ่ง ที่ก็มาเที่ยวคนเดียวเช่นกัน

เขาจึงขอช่วยให้สาวไทยคนนั้นเป็นไกด์นำเที่ยวให้ สาวคนนั้นตกลง และก่อนจะไปเที่ยวกันพวกเขาก็ได้ทำข้อตกลงกันว่า ขณะที่อยู่ที่เกาหลี พวกเขาจะไม่บอกชื่อกันและกัน เพื่อจะได้เที่ยวกันอย่างเต็มที่ และไม่ต้องรู้สึกอะไรเมื่อต้องแยกจากกัน แล้วเรื่องราวของพวกเขาจะเป็นอย่างไรต่อไป ติดตามชมได้ในซีรี่ย์เรื่อง กวน มึน โฮ

ในช่วงที่ออกฉายภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับความนิยมอย่างมาก จนเป็นกระแสให้คนไทยต่างพากันไปเที่ยวเกาหลี เพราะเนื้อเรื่องที่มีความสนุก น่าติดตาม มีทั้งความโรแมนติก และความตลก แถมเรายังจะได้ชมภาพวิวของประเทศเกาหลีใต้ไปในตัวอีกด้วย กับภาพยนตร์เรื่อง กวน มึน โฮ

ตอนที่หนังเรื่องนี้เข้าฉาย ผมไปถ่ายรูปเล่นตามอารมณ์ตามใจชอบที่ประเทศลาวและอยู่ที่นั้นยาวเกือบเดือน เวลานั้นผิดหวังและอกหักเลยไม่ได้ดูหนังเรื่องนี้ตอนที่มีโปรแกรมฉายในโรง และมีโอกาสมาดูจริงๆจังในอีก 10 ปีต่อมา
.
สิ่งที่ได้รับกลับมาคือ หนังอยู่ในหมวดที่ไม่เข้าพวกของค่าย GTH หรือ GDH เลยสักนิด มันแฝงห้วงอารมณ์ที่หลากหลาย ทั้งเรื่องความสัมพันธ์อันรวดเร็วของชายหญิงแปลกในต่างแดน ที่เกิดเป็นความรู้สึกดีๆต่อกัน ทั้งที่มีเวลาอันแสนสั้น หรือแม้กระทั่งวัฒนธรรมคนไทยที่มีต่อดินแดนเกาหลี รวมไปถึงมุมมองทัศนคติชีวิตคู่ของชายหญิง โดยใช้ความคอเมดี้ผสมผสานกับเคมีนักแสดงที่เข้าขากันมากมาเล่าเรื่องให้คมคายตั้งแต่ต้นจนจบ เป็นงานที่ชอบมากสำหรับ บรรจง ปิสัญธนกุล ดูหนังฟรี
.
ข้อดี
ปกติเราคงคุ้นชินหนังรักเลียนๆหวานโรแมนติกจนเคยชิน ภาพลักษณ์หนังเรื่องนี้ผู้คนส่วนใหญ่คิดว่ามันต้องคอเมดี้แน่ๆ ส่วนหนึ่งมันไม่ได้เป็นแบบนั้นทั้งหมด เมื่อมองดูองค์ประกอบหนังจริงๆแล้ว มันมีข้อความมากมายที่แฝงลงไปในตัวหนัง จนรู้สึกว่า มันยอดเยี่ยมมาก ปกติคนเราจะคบกันรักกัน ต้องทำความรู้จัก ซึ่งมันต้องใช้เวลา กว่าที่ความสัมพันธ์จะเกิดขึ้นได้ “พี่โต้ง” ก็ฉลาดมากที่นำ ประเด็นนี้มาเป็นตัวชูโรงว่า ความรักมันจะเกิดได้จริงใช่ไหม ในเวลาที่จำกัด มันยังต้องการพิสูจน์จริงไหม
.
ชายหญิงแปลกหน้า 2 คน ที่มีปมในใจ มาเที่ยวแดนโสมขาวด้วยจุดมุ่งหมายที่แตกต่างกัน คนหนึ่งซื้อทัวร์หวังจะมากับแฟน แต่ถูกบอกเลิกกลางทางเพราะไม่พร้อมที่จะเปลี่ยนสถานะเป็นสามีภรรยา อีกคนหลอกแฟนว่ามากับเพื่อน เพื่ออยากไปเที่ยวคนเดียว ไปงานแต่งงานเพื่อน ได้ทำอะไรที่ตัวเองอยากเป็น โดยปราศจากแฟนจอมบงการ จากนั้นสถานการณ์นำพาตัวละครค่อยๆเชื่อมเข้าหากัน ภายใต้ความหรรษาความคอเมดี้ ที่หนังพาทัวร์โลเคชั่นสำคัญที่คนไทยส่วนใหญ่มักจะไปตอบรอยสถานที่ถ่ายทำซีรีส์เกาหลี ร้านกาแฟ แลนมาร์ครอบๆกรุงโซล ด้วยสถานการณ์บังคับเพราะความเป็นคนไทย การที่ทั้งคู่ได้พบปะพูดคุยกันเหมือนละลายพฤติกรรม ความอคติต่อกันลงไป ดูหนังออนไลน์

รีวิวหนังไทย คิดถึงวิทยา

รีวิวหนังไทย คิดถึงวิทยา

รีวิวหนังไทย คิดถึงวิทยา

รีวิวหนังไทย คิดถึงวิทยา ความเข้าอกเข้าใจและความคิดถึงที่เชื่อมคนสองคนผ่านไดอารี่ สอง อดีตนักกีฬาที่ผันตัวมาเป็นครูสอนในโรงเรียนหมู่บ้านชาวประมงแสนห่างไกล ท่ามกลางความเหงา เขาได้พบไดอารี่ที่ถูกเขียนโดยแอน ครูคนเก่าที่ย้ายออกไป ข้อความในไดอารี่เป็นเหมือนความอบอุ่นที่ช่วยให้เขาผ่านแต่ละวันไปอย่างมีความสุข หนังเรื่องนี้เป็นหนังที่ยังคงกลิ่นอายฟีลกู้ดของ GTH แต่ก็มีความพิเศษตรงที่สะท้อนระบบการศึกษาและความเป็นครู ว่าไม่ใช่แค่สอนวิชาการตามหลักสูตร แต่ต้องคิดถึงพื้นฐานและอนาคตของเด็กด้วยเช่นกัน

เรื่องย่อ คิดถึงวิทยา
ปีการศึกษา 2555 “สอง” (บี้ สุกฤษฎิ์ วิเศษแก้ว) อดีตนักกีฬามวยปล้ำตกอับต้องผันตัวเองมาเป็นครูยังโรงเรียนแห่งหนึ่งที่กว่าจะไปถึงต้องออกเดินทางตั้งแต่เช้ามืด ขึ้นรถผ่านผืนป่า ลงเรือฝ่าผืนน้ำหลายชั่วโมง โรงเรียนซึ่งตั้งอยู่กลางเขื่อน โอบล้อมด้วยภูเขาและผืนน้ำอันกว้างใหญ่ “โรงเรียนบ้านแก่งวิทยา สาขาเรือนแพ”

โรงเรียนแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้เด็ก ๆ ลูกชาวประมงที่ไม่มีโอกาสออกไปนอกเขื่อนได้มีโอกาสเรียนหนังสือ สองต้องสอนเด็ก ๆ สุดแสบที่แม้จะมีเพียง 4 คน แต่ก็ล้วนเรียนกันคนละชั้นกันหมด แถมเขายังต้องสอนเด็ก ๆ ทุกวิชาทุกชั้นเรียนด้วยตัวคนเดียว ยิ่งไปกว่านั้นเขายังต้องทนกับสภาพที่ไม่มีทั้งไฟฟ้าน้ำประปา หนำซ้ำต้องผจญกับความเหงาที่ไม่สามารถติดต่อใครได้เพราะที่โรงเรียนนี้ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์

สิ่งเดียวที่พอจะช่วยให้สองคลายเหงาได้คือไดอารี่เล่มหนึ่งที่ถูกลืมทิ้งไว้ของ “แอน” (พลอย เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์) ครูคนเก่าที่เพิ่งย้ายออกไป แอนเขียนตัดพ้อถึงชีวิตของเธอและครูทุกคนที่มาสอนที่นี่ว่านอกจากจะลำบากแล้วยังต้องเลิกกับแฟนทุกราย ถึงขนาดตั้งฉายาให้โรงเรียนนี้ว่า “ถ.ท.ว. ถูกทิ้งวิทยา” เว็บดูหนัง

สองอ่านเรื่องของแอนผ่านสมุดเล่มนี้เสมือนเธอเป็นเพื่อนเพียงคนเดียวที่เข้าใจหัวอกของเขา จนกลายเป็นความผูกพันผ่านตัวหนังสือที่ยิ่งอ่านเขาก็ยิ่งเฝ้าคิดถึงตัวจริงของเธอ แต่แม้สองจะอยากเจอแอนแค่ไหน เขาก็ไม่รู้ว่าจะไปพบเธอได้อย่างไร…
Review คิดถึงวิทยา เป็นไปได้ไหม? ที่เราจะคิดถึงใครสักคน  โดยไม่เคยเจอหน้ากันมาก่อน (Spoii) - Pantip
ปีการศึกษา 2556 โชคชะตานำพาให้แอนกลับมาสอนที่โรงเรียนแห่งนี้อีกครั้ง ทว่าสองกลับไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว แอนพบไดอารี่ที่เธอลืมทิ้งไว้ พอแอนเปิดอ่านก็ต้องแปลกใจเมื่อได้พบกับลายมือของสองที่เขียนต่อจากสิ่งที่เธอเคยเขียนไว้ เขาระบายความรู้สึกในใจตลอดช่วงเวลาที่สอนอยู่ที่นี่ โดยเฉพาะความหวังที่เขาอยากจะพบกับแอนสักครั้ง

แอนไม่รู้ว่าสองจากไปเพราะอะไร ตอนนี้เขาอยู่ที่ไหนหรือแม้กระทั่งว่าเขาเป็นใคร แต่การได้รู้ว่ามีคนอีกคนที่เคยอยู่ในที่แห่งเดียวกับเธอคอยเฝ้าคิดถึงแต่เธอ ความรู้สึกในการกลับมาสอนที่โรงเรียนแห่งนี้อีกครั้งของแอนก็เปลี่ยนไปจากเหมือนถูกทิ้งกลายมาเป็นความคิดถึง

สวัสดีครับ เมื่อวานก็ได้มีโอกาสชมหนังไทยเรื่อง “คิดถึงวิทยา” ในรอบสื่อมวลชน ก็ต้องขอขอบคุณทาง GTH มา ณ ที่นี้ด้วยครับ

“คิดถึงวิทยา” เป็นหนังเรื่องล่าสุดจากทางค่าย GTH ที่ห่างหายจากจอหนังไปเกือบ 1 ปี เต็มๆ นับตั้งแต่ “พี่มาก..พระโขนง” การห่างหายไปของ GTH จากโรงหนัง คงต้องมีสาเหตุอะไรบางอย่าง แต่ในเมื่อหนังมีเวลาในการสร้าง การผลิต เพิ่มขึ้นเป็นครึ่งปี มันก็ย่อมต้องดีมากขึ้นมากขึ้น จริงไหมเอ่ย หนังฟรี

ฉากงาม ภาพสวย รุ่มรวยเสน่ห์ และ 5 มุมโรแมนติกของโรงเรียน คิดถึงวิทยา

ดังนั้น ความคาดหวังต่อ “คิดถึงวิทยา” จึงอยู่ในระดับที่สูงมาก แน่นอนว่าหนัง GTH ทุกเรื่อง ผมคาดหวังสูงอยู่แล้ว แต่เมื่ออยู่ในมือผู้กำกับอย่าง พี่ต้น-นิธิวัฒน์ ธราธร ผู้กำกับหนังไทยที่ผมชื่นชอบอย่าง Season change เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ก็ยิ่งไม่มีอะไรน่ากังวล

ตอนที่ได้ดูตัวอย่างหนังเรื่องนี้ มีความรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย รู้สึกว่าหนังมันน่าจะโรแมนติก น่าจะดูแล้ว Feel Good ดูแล้วน่าจะเจ็บจี๊ดๆในอารมณ์ แต่ก็แอบเสียดายว่าจะเอา เวียร์-ศุกลวัฒน์ คณารศ มาโผล่ในตัวอย่างทำไม น่าจะเก็บไว้ Surprise คนดูน่าจะดีกว่า

รีวิวหนังไทย คิดถึงวิทยา

ช่วงแรก หนังใช้วิธีการเล่าเรื่องที่น่าสนใจดีครับ การตัดสลับไปมาแบบฉับไว ทำให้ผมเกิดความคาดหวังว่าหนังจะทันสมัย เล่าเรื่องแบบรวดเร็ว ซึ่งก็เป็นจริงอยู่ได้พักนึงเท่านั้น แล้วหนังก็เริ่มเล่าเรื่องแบบธรรมดา แต่การปูพื้นฐานให้เห็นชีวิตความเป็นอยู่ของครูในโรงเรียนเรียนเรือนแพนั้นเป็นอย่างไร ก็ทำได้ดีจนผมอึ้งๆอยู่เยอะ ส่วนพื้นฐานความเป็นมาของทั้งครูแอนและครูสอง ก็เล่าได้พอรู้เรื่องประมาณนึง จุดสำคัญที่เป็นตัวเชื่อมเรื่องคือไดอารี่นั้น ทำได้ดีครับ และมุกตลกน่ารักๆ ก็มียิงมาประปราย ดูแล้วพอได้หัวเราะยิ้มๆได้เรื่อยๆ

ช่วงกลาง ดูเหมือนว่าหนังจะค่อนข้างชัดเจนในด้านการเล่าเรื่องที่เน้นไปในเรื่องของความรัก ความเหงา การใช้ชีวิตที่ยากลำบาก กำลังใจ การต่อสู้ แต่เน้นไปที่ตัวของครูสองกับครูแอนในมุมของครูสองเป็นหลัก… หนังก็ดำเนินเรื่องไปได้ดีเลยครับ ยิ่งบวกกับความน่ารักของเด็กๆ ก็ยิ่งดูได้เพลิน จนพอหนังไปถึงจุดเปลี่ยนสำคัญ (ผมมองว่ามันละครทีวีไปนะครับ โบราณมากพล็อตแบบนี้) หนังก็พาเราไปมองเห็นมุมของครูแอนบ้าง ช่วงนี้เริ่มรู้สึกได้ว่า หนัง “พยายาม” โรแมนติก เป็นอย่างมาก แต่ก็เป็นความพยายามที่ดีเลย เพราะดูจะได้ผลพอสมควร ช่วงจุดเปลี่ยนอันนั้น ผมขอชื่นชมเทคนิก Long Take ที่นำมาใช้ได้น่าสนใจครับ รวมทั้งการแสดงของพลอยใน Long Take นี้ด้วยที่ไม่หลุดเลย หนังใหม่

HD คิดถึงวิทยา | ดูหนัง วิจารณ์หนัง ฉากเด็ด MV เพลงประกอบ โหลด  ตัวอย่างหนังคิดถึงวิทยา

ช่วงท้าย หนังเข้าสู่ความเป็น “คิดถึงวิทยา” เต็มๆ โดยเล่าว่าความคิดถึงมันแปรเปลี่ยนไปเป็นอะไร แล้วหนังก็หักทิศทางอีกครั้ง จนผมเริ่มไม่แน่ใจว่า จะทำยังไงหนังถึงจะไปจบแบบ “Feel Good” (หนังแนวนี้ของ GTH ผมไม่เคยกล้าคิดว่า GTH จะไม่ Feel Good) แต่หนังก็ไปได้ในแบบที่ดูเรียบง่ายราบรื่นและสวยงาม แล้วก็จบไปอย่าง Feel Good ตามความประสงค์ ส่วนตัวผมว่าตอนจบมันไปได้พี๊คกว่านี้อีกเยอะ แต่ดูเหมือนหนังต้องการอารมณ์กรุ่นๆ อบอุ่นกึ่งเหงา ดูจบแล้วสบายใจเสียมากกว่า

การแสดง เป็นส่วนที่หาข้อติแทบจะไม่ได้เลยของหนังเรื่องนี้ ทั้งบี้ ทั้งพลอย เวียร์ นักแสดงสมทบ รวมทั้งนักแสดงเด็กทุกคน ทำได้ดีมากๆๆๆ เรียกว่าดูแล้วไม่มีความรู้สึกติดขัดสะดุดสายตาแต่ประการใด

ข้อดี ของหนังเรื่องนี้คือ หนังชัดเจนในเรื่องที่จะเล่า พาคนดูไปในทิศทางที่หนังอยากให้เป็นได้โดยไม่หลุดออกไป ยิ่งถ้ารับสิ่งที่หนังส่งออกมาได้มาก ก็จะยิ่งอิน อิ่ม สบายใจ มีความสุข เรียกว่ายิ้มออกมาจากโรงได้เลย ยิ่งใครคิดถึงหนังสไตล์ GTH ชอบหนังสไตล์ GTH เรื่องนี้มันเป็น GTH แบบสุดโต่งเลยล่ะครับ

ข้อเสีย บอกตรงๆว่าผมไม่แน่ใจว่ามันเรียกว่าข้อเสียได้หรือเปล่า เอาเป็นว่าเป็นข้อสังเกตละกันครับ [Spoil] หนังเรื่องนี้ มีกรอบมากๆครับ กรอบของความเป็นหนังรักโรแมนติก Feel Good และ GTH กรอบเหล่านี้ครอบความกล้าที่จะหลุดออกมาของหนังไว้จนมิด ทั้งที่ประเด็นในหนังมันสามารถสร้าง Conflict ใหญ่โตระดับสะเทือนระบบการศึกษาของสังคมไทยได้เลย แต่หนังข้ามสิ่งเหล่านั้นไป เล่าแค่ที่อยากจะเล่า ปัญหาระดับรากเหง้าของประเทศ เลยกลายเป็นแค่เรื่องปัญหาเล็กๆในความโรแมนติกเท่านั้น ผมมั่นใจว่าถ้าเรื่องนี้ไม่ใช่ค่าย GTH ทำ ประเด็นเหล่านี้จะกลายเป็นประเด็นใหญ่โตที่ถูกเอามาขยี้ให้เรารู้สึกได้เลยว่าระบบการศึกษาของเรามันแย่แค่ไหน ที่น่าสนใจกว่านั้น แน่ใจว่า “ครู” ที่หนังสื่อมาให้เห็นเป็น “ครู” ที่ควรจะเป็นจริงๆของสังคมไทย อยากให้คิดให้ละเอียดๆนะครับ ถ้าหนังจงใจซ้อนภาพตลบ 2 ชั้นให้คนดูหวนมาคิด ก็ถือว่าดี แต่ผมว่าไม่น่าจะใช่ เว็บดูหนังฟรี

เรื่องของเรื่อง" วีคนี้ พบกับ เบื้องหลัง "คิดถึงวิทยา"

สรุป หนังเรื่องนี้ดูง่าย ดูสบาย Feel Good สไตล์ GTH การแสดงดี ภาพสวย อิ่ม อุ่น เหงานิดๆ เพลงเพราะ เหมือนกินอาหารที่อร่อยสวยงามรสชาดดีทุกอย่าง ขาดแค่ความแปลกใหม่ ถ้าใครชอบสไตล์ของ GTH รวมทั้งหนังโรแมนติกดูแล้วสบายใจอินเลิฟ เรื่องนี้สมบูรณ์แบบมากครับ แต่ถ้าคุณเป็นคอหนังที่หวังว่าจะ “ได้” อะไรมากกว่าที่คาดจากหนังเรื่องนี้ ชอบคิดต่อ ชอบการเจาะลึกเสียดสีสังคม หนังเรื่องนี้จะแตะประเด็นในแบบที่ไม่พยายามให้เราไปสนใจประเด็นเหล่านั้น แต่ถ้าสนใจก็ลองไปดูก็ได้ครับว่า คุณจะคิดมากเหมือนกับผม หรือเห็นอะไรเหมือนกับที่ผมเห็นหรือไม่ เอ..หรือว่าผมบ้าไปเองคนเดียว เฮ้อ สำหรับผม หนังเรื่องนี้เหมือนรถรุ่นใหม่ที่ทำออกมาดีทุกอย่าง สมบรูณ์ ครบครัน แต่ไม่กล้าที่ใส่ Option ใหม่ๆที่ล้ำยุค เพียงเพราะแค่กลัวคนซื้อมองว่าเกินความจำเป็น

หากใครกำลังหาหนังรักที่ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงความรักอย่างเดียว แต่ยังทำให้เราได้เรียนรู้เรื่องราวของชีวิตคนเราได้มุมมองใหม่ ๆ ซึ่งให้ความรู้สึกละมุนอบอุ่นหัวใจ เราขอแนะนำเรื่อง “คิดถึงวิทยา”เลย เป็นหนังอีกเรื่องในดวงใจของเราและหลายคน แถมยังเป็นแรงผลักดันให้ครูหลายคนไม่ย่อท้อต่อการทำหน้าที่ของตัวเองเพื่อสร้างเยาวชนให้กลายเป็นคนดีของสังคมอย่างสมบูรณ์แบบด้วย เรื่องราวของหนังคิดถึงวิทยาจะน่าติดตามกันแค่ไหนต้องมาอ่านรีวิวกัน

หนัง “คิดถึงวิทยา” ได้ถ่ายทอดเรื่องราวของ “สอง” ที่ได้มาเป็นครูที่โรงเรียนเรือนแพแห่งหนึ่งทางภาคเหนือซึ่งอยู่ห่างไกลความเจริญ ต้องเดินทางโดยใช้เรือเท่านั้น และปัญหาใหญ่ของเขาก็คือ การที่เด็กนักเรียนไม่ค่อยสนใจครูอย่างเขาเลยสักนิด ทำให้สองรู้สึกท้อจนกระทั่งได้ไปค้นพบสมุดบันทึกของ “แอน”ที่ก่อนหน้าที่สองจะมา เธอเคยถูกส่งมาเป็นครูที่โรงเรียนเรือนแพอย่างไม่เต็มใจนักและทำให้เด็ก ๆ ที่นี่เปิดใจยอมรับเธอได้ซึ่งทำให้เขามีกำลังใจมากขึ้นในการเป็นครูสอนที่นี่

จนกระทั่งเวลาผ่านไปในที่สุดแอนก็ได้กลับมาที่โรงเรียนเรือนแพอีกครั้ง ในขณะที่สองได้ออกจากโรงเรียนไปแล้ว และแอนก็ได้เห็นว่าบันทึกของตัวเองถูกเขียนเพิ่มเติมเรื่องราวด้วยลายมือของสอง มิตรภาพของทั้งคู่จึงได้เกิดขึ้นผ่านบันทึกเล็ก ๆ 1 เล่มนี้ ดูหนังฟรี

รีวิวคิดถึงวิทยา - ครูกับในหลายความหมาย ######หนัง “คิดถึงวิทยา” ได้ถ่ายทอดมุมมองที่แปลกใหม่ของการเป็นครูที่ต้องมาสอนในโรงเรียนชนบทซึ่งเทคโนโลยียังเข้าไม่ถึง ทำให้ต้องมีทักษะชีวิตพอตัว โดยเราอาจจะชินกับภาพของครูดอยกันแล้ว แต่คงไม่มีใครจะคาดคิดว่าในประเทศไทยจะมีโรงเรียนเรือนแพด้วยซึ่งตรงนี้ได้สร้างจากเค้าโครงเรื่องจริงของ “ครูสามารถ สุทะ” ซึ่งเป็นครูสอนโรงเรียนเรือนแพเพียงคนเดียวที่โรงเรียนบ้านก้อจัดสรร

โดยนำมาแต่งเติมเรื่องราวเป็นหนังรักผ่านสมุดไดอารี่ของคู่พระนางให้มีสีสันและบอกเล่าชีวิตการทำหน้าที่ครูว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายในการทำให้เด็กสนใจในการเรียน ประสบการณ์ต่าง ๆ ที่เผชิญร่วมกันมาและมิตรภาพที่คุณมอบให้เขาอย่างเป็นกันเองจะค่อย ๆ ทำให้เด็กเปิดใจให้คุณจนพวกเขารักคุณเหมือนอย่างครูสองกับครูแอน

ในด้านความรักของคู่พระนางต่างคนต่างรู้จักตัวตนของอีกฝ่ายผ่านไดอารี่ แต่พระเอกก็ทำได้เพียงพยายามเก็บครูแอนไว้ในใจเพราะรู้ว่าเธอมีแฟนอยู่แล้ว แต่ก็ยังคงดั้นด้นไปหาถึงโรงเรียนในต่างอำเภอเพื่ออยากเห็นหน้าสักครั้ง ส่วนนางเอกกับแฟนก็เริ่มมีความรู้สึกห่างเหินกันมากขึ้นเพราะอุดมการณ์ในการสอนของแต่ละคนไม่เหมือนกัน จนกระทั่งต้องเลิกรากันในที่สุด ซึ่งเราลุ้นทั้งเรื่องว่าคู่พระนางจะได้เห็นหน้าคนที่เฝ้ารอมาในฉากไหน ซึ่งก็ไม่ผิดหวังแน่นอน ดูหนังออนไลน์

รีวิวหนังไทย 15 ค่ำ เดือน 11

รีวิวหนังไทย 15 ค่ำ เดือน 11

รีวิวหนังไทย 15 ค่ำ เดือน 11

รีวิวหนังไทย 15 ค่ำ เดือน 11 ความเชื่อที่พิสูจน์ไม่ได้กำลังถูกสั่นคลอนจากโลกวิทยาศาสตร์ หนังเรื่องนี้ได้หยิบยกเรื่องราวของ บั้งไฟพญานาค ปรากฏการณ์สำคัญที่ชาวบ้านกลุ่มลุ่มแม่น้ำโขงนั้นให้ความศรัทธา โดยหนังเรื่องนี้ไม่ได้บอกเล่าวิถีชีวิตชาวบ้านเพียงอย่างเดียว แต่ยังตั้งคำถามความขัดแย้งระหว่างความเชื่อที่พิสูจน์ไม่ได้จนอาจจะกลายเป็นความงมงาย ผ่านตัวละครหนุ่มรุ่นใหม่ที่ถูกความจริงทางวิทยาศาสตร์สั่นคลอนความเชื่อ อีกทั้งหนังยังสามารถผูกปมและดำเนินเรื่องไปในทางที่สร้างความอิ่มเอมใจให้ผู้ชมด้วยเช่นกันค่ะ

หนังไม่ได้เล่าเรื่องผ่านมุมมองตัวละครใดหนึ่ง แต่ใช้ระยะเวลาที่เข้าใกล้ ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ ร้อยเรียงเหตุการณ์ต่างๆของ ๓ – ๔ ตัวละครหลัก

ความจัดจ้านของการตัดต่อ คือจังหวะที่มีความรวดเร็วฉับไว โดยเฉพาะช่วงอารัมภบท ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ ของปีที่แล้ว สร้างความตื่นตระการตาให้ผู้ชมอย่างมาก

แต่ที่ผมชื่นชอบสุดของการตัดต่อ คือ Dynamic Cut ขณะอธิบายทฤษฎีของหมอนรติ และดร.สุรพล ที่จะมีการแทรกร้านตัดผม (แคะขี้หู น้อมรับฟัง) ลุกขึ้นมาชี้นิ้วอธิบายเปรียบเทียบกับอ่างปลา และอีกครั้งคือแม่ค้าขายผลไม้ หวังว่าคนไม่จบปริญญาจะสามารถฟังรู้เรื่องเข้าใจได้

เพลงประกอบโดย อมรพงศ์ เมธาคุณวุฒิ นักแต่งเพลงยอดฝีมือชาวไทย กรรมการผู้จัดการ/Music Direction บริษัท ไวด์แอทฮาร์ท จำกัด, ผลงานเด่น อาทิ ฟ้าทะลายโจร (พ.ศ. ๒๕๔๓), สตรีเหล็ก (พ.ศ. ๒๕๔๓), มนต์รักทรานซิสเตอร์ (พ.ศ. ๒๕๔๔), แฟนฉัน (พ.ศ. ๒๕๔๖) ฯ

งานเพลงมีลักษณะช่วยแต่งเติมเสริมบรรยากาศ สร้างสัมผัสทางอารมณ์ให้กับช่วงขณะนั้นๆ มีความหลากหลายตั้งแต่ สนุกสนานครื้นเครง (ตอนวันงาน), ลึกลับพิศวง, ขนลุกน่าอัศจรรย์ใจ, อดีตที่แสนงดงาม, และอนาคตแห่งความหวัง

ไคลน์แม็กซ์นาทีสุดท้ายของหนัง คือช่วงเวลาทรงพลังที่สุดของบทเพลง ส่วนผสมระหว่างดนตรีไทยกับสากล แต่ที่แย่งซีนไปเต็มๆคือเสียงซอ มอบสัมผัสอันลุ่มลึก สั่นสะท้าน น่าอัศจรรย์ใจเสียเหลือเกิน, นัยยะของการผสมผสานเครื่องดนตรีไทย-สากล มีความชัดเจนมากๆถึงจุดยืนของหนัง อยู่กึ่งกลางระหว่างสองสิ่ง เว็บดูหนัง

15 ค่ำ เดือน 11 (2002) | RAREMEAT BLOG

ศรัทธา ฤา เหตุผล แต่งเนื้อร้องโดย เขตต์อรัญ เลิศพิพัฒน์, ทำนองโดย นิมิต พิพิธกุล, ขับร้องโดย สุภัทรา โกราษฎร์ (อินทรภักดี)

คนเรายุคสมัยนี้มักถูกบีบบังคับให้ต้องเลือกระหว่างซ้าย-ขวา ดี-ชั่ว ถูก-ผิด ศาสนา-วิทยาศาสตร์ ขั้วการเมืองหนึ่งใดเท่านั้น ซึ่งเมื่อตัดสินใจไปแล้วก็จะถูกกีดกันจากอีกฝ่ายโดยสิ้นเชิง หรือพอเปลี่ยนข้างมักถูกกล่าวหาว่ากลับกลอกปอกลอก ‘นกสองหัว’

ลักษณะเช่นนั้นมักสร้างความอึดอัด คับข้อง ทุกข์ทรมานใจให้กับบุคคลผู้ไม่สามารถครุ่นคิดหาหนทางออก เพราะหนึ่งก็สำคัญจำเป็นแต่สองนั้นถูกต้องสมควร เฉกเช่นนี้แล้วจะให้ทำอย่างไรละ!

พุทธศาสนา ได้ให้คำแนะนำสอนสั่งไว้อย่างถูกต้องดีงามแล้ว คือการปลดปล่อยวางความครุ่นคิดยึดติด เมื่อซ้ายไม่ได้ ขวาก็ไม่ได้ เฉกเช่นนั้นจงเลือกทางสายกลาง มิต้องไปสนคำหมูหมากาไก่ ‘เอ็งไม่ได้เลือกฝั่งข้า ก็ไม่ใช่พวกข้า’ พวกที่มีโลกทัศนคติเช่นนั้น ย่อมมิใช่คนดีอะไร สูญเสียพรรคเพื่อนแบบนั้นไปบ้างก็ได้ จักทำจิตใจเราสงบผ่อนคลายลง

ครานี้มันจะมีประเด็นอย่าง ถ้าผู้มีพระคุณล้นฟ้าอย่างบิดา/มารดา กระทำในสิ่งผิดชั่วร้าย แล้วพยายามโน้มน้าวชักจูงให้คล้อยตามทั้งๆที่จิตใจต่อต้าน ถ้าเราบอกปัดปฏิเสธไม่ยินยอม เฉกเช่นนั้นจักถือว่าคือผู้ ‘อกตัญญู’ หรือไม่? ก่อนอื่นเราต้องเข้าใจความหมายของ กตัญญู-กตเวที เสียก่อน

กตัญญู คือ ความรู้อุปการคุณที่มีผู้ทำไว้ เป็นคุณธรรมคู่กับกตเวที คือ การตอบแทนอุปการคุณที่ผู้อื่นทำไว้นั้น, บุญคุณที่ว่านี้มิใช่ว่าตอบแทนกันแล้วก็หายกัน แต่หมายถึงการรำลึกถึงพระคุณที่เคยให้ความอุปการะแก่เราด้วยความเคารพยิ่ง เมื่อรู้พระคุณแล้วก็ตอบแทนพระคุณท่าน มีความคิดเช่นนี้อยู่ภายในใจอย่างต่อเนื่อง และแสวงหาโอกาสทำหน้าที่ตอบแทนบุญคุณท่านอย่างไม่รู้ลืม หนังฟรี

ปิดตำนาน นพดล ดวงพร ผู้รับบทหลวงพ่อในหนัง 15 ค่ำเดือน 11 เจ้าของวลี  เฮ็ดในสิ่งที่เชื่อ เชื่อในสิ่งที่เฮ็ด

รีวิวหนังไทย 15 ค่ำ เดือน 11

เฉกเช่นนั้นแล้วความหมายของการ อกตัญญู แท้จริงนั้นไม่ใช่ที่การกระทำแต่คือความรู้คุณ ถ้าจิตใจเรายังคงสำนึกในทุกสิ่งที่เคยได้รับมา แต่ขณะนั้นมิสามารถตอบแทน หรือการกระทำนั้นเป็นสิ่งชั่วร้ายเลวทราม ไม่ถูกต้องเหมาะสม จึงไม่ถือว่าเกิดความ อกตัญญู ขึ้นภายในจิตใจ

คนอีกประเภทหนึ่งที่พบเห็นได้บ่อย คือพวกชอบ ‘ทวงหนี้บุญคุณ’ นี่คือคำพูดแสดงความเห็นแก่ตัวมากๆ พยายามครอบงำ เรียกร้องอ้างสิทธิ ตักตวงผลประโยชน์คืนกลับสู่ตนเอง บุคคลประเภทนี้มักหมดสิ้นคุณความดีงามตั้งแต่เอ่ยปากขอแล้ว

“บุญคุณที่เขามีต่อเรา มันหมดสิ้นไปตั้งแต่เขาทวงบุญคุณจากเราแล้ว” หนังใหม่

เรื่องของความกตัญญูกตเวที เป็นสิ่งเราไม่ควรคาดหวัง พูดบอก เรียกร้อง หรือทักทวงถาม ปล่อยให้เป็นเรื่องสามัญสำนึก/บุญกรรม คือถ้าเขาสามารถตระหนักรับรู้ครุ่นคิดได้ ก็จักแสดงออก ตอบแทนให้เห็นเอง นั่นถือว่าได้บุญบารมีทั้งขึ้นทั้งล่อง (ทั้งผู้มีพระคุณและตอบแทนคุณ)

ความที่สังคมไทยเรามักเสี้ยมสอนลูกหลานให้รู้จักการ ‘กตัญญูกตเวที’ แต่ก็มักมีความเข้าใจผิดๆ เรียกร้อง เอาเปรียบ บีบบังคับ นั่นจักสร้างความอึดอัด คับข้อง รำคาญใจ กลายเป็นหมกมุ่นเครียดคลั่ง ทำอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอัน ชีวิตจมปลักไม่ก้าวหน้า แทนที่จะได้บุญกลับกลายเป็นเวรกรรมต่อกันเสียอีกนะ

คาน ชื่อตัวละครที่ภาษาไทยกลางหมายถึง

แซว: ผมนึกถึงสำนวน ‘ขึ้นคาน’ มากกว่านะ

จากความหมายของคำว่าคาน มีนัยยะสะท้อนถึงตัวละคร บุคคลผู้อยู่กึ่งกลาง แบกรับทุกสิ่งอย่างไว้จนไม่สามารถปลดปล่อยวางอะไรๆลงได้ จนกว่าจะมีบางสิ่งอย่างเกิดขึ้นถึงค่อยได้รับอิสรภาพของตนเอง

๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ เป็นภาพยนตร์ที่ไม่เพียงสะท้อนวิถีชีวิตชาวไทย ประเพณีวัฒนธรรมความเชื่อดั้งเดิม หรือการก้าวมาถึงของโลกทัศน์ยุคใหม่ วิทยาศาสตร์ทันสมัย เทคโนโลยีโลกาภิวัฒน์ แต่ยังคือการเรียนรู้ที่จะปรับตัวเอง ด้วยวิธีอ้างอิงจากหลักคำสอนพุทธศาสนา นั่นคือวางตัวเป็นกลาง ไม่สุดโต่งไปฝั่งใดฝั่งหนึ่ง มีประโยชน์อะไรที่จะพยายามค้นหาคำตอบ เพราะสุดท้ายจนวันตายก็อาจไม่ได้รับคืนสนอง หายใจเข้าลึกๆแล้วผ่อนคลายออกมา แค่นั้นแหละคือความสงบกายใจ สุขจริงแท้ชั่วนิรันดร์

หนังไม่มีรายงานทุนสร้าง แต่ได้ยินว่าทำเงินไปประมาณ ๕๕ ล้านบาท ถือว่าสูงใช้ได้ในยุคหลังผ่านพ้นวิกฤษต้มยำกุ้ง/ฟองสบู่แตก พ.ศ. ๒๕๔๐ เว็บดูหนังฟรี

ปิดตำนาน นพดล ดวงพร ผู้รับบทหลวงพ่อในหนัง 15 ค่ำเดือน 11 เจ้าของวลี  เฮ็ดในสิ่งที่เชื่อ เชื่อในสิ่งที่เฮ็ด

เข้าชิง ๑๑ สาขา คว้ามา ๙ รางวัลภาพยนตร์แห่งชาติ สุพรรณหงส์ ครั้งที่ ๑๒ พ.ศ. ๒๕๔๖

ส่วนตัวชื่นชอบหนังเรื่องนี้ ประทับใจมากๆกับการแสดงของ อนุชิต สพันธุ์พงษ์, ไดเรคชั่นของ จิระ มะลิกุล, ความบ้าระห่ำตัดต่อ และเพลงประกอบช่วงท้ายทรงพลังมากๆ หนังไทยน้ำดี … แต่ก็อยากให้ออกมาดีกว่านี้อีกนิด

ผมค่อนข้างมีปัญหากับการนำเสนอพฤติกรรมหลุดๆของบางตัวละคร (โดยเฉพาะ หมอ กับ ด็อกเตอร์) ถึงพอดูออกว่าต้องการแฝงนัยยะสุดโต่งบางอย่าง แต่มันทำให้ภาพรวมของหนังดูเหมือน ‘น็อตหลุด’ เต็มไปด้วยความบ้าๆบอๆ ทีจริง-ทีเล่น หาความสมดุลกึ่งกลางไม่ได้ซะอย่างงั้น

“ต้องดูให้ได้ก่อนตาย” มันถึงเวลาสักพักใหญ่แล้วที่คนไทยควรเปิดโลกทัศน์ตนเอง ออกจากกะลาที่ครอบหัวไว้ นี่ไม่ใช่ภาพยนตร์ล้มล้างศรัทธาความเชื่อหรือพุทธศาสนา แต่ทำให้คุณครุ่นคิดถึงอะไรคือความจริง-เท็จ ถูกต้อง-เหมาะสม เข้าใจกาลามสูตร ๑๐ และปล่อยวางจากความยึดติด ดูหนังฟรี

15 ค่ำ เดือน 11 🌕🙏 หนังเรื่องนี้ฉายเมื่อวันนั้น (Movie From That Day)

ก่อนจะเข้ารีวิว ผมขอชื่นชมนักแสดงทุกคนในเรื่องนี้รวมถึงคุณลุง “นพดล ดวงพร” มากๆ เลยนะครับ นี่คือผลงานที่ผมชอบและประทับใจมากเรื่องหนึ่ง เป็นหนังที่ผมชอบเปิดดูอยู่บ้านตอนกลับมาจากโรงเรียนกับครอบครัวผม และเป็นหนังที่ผมควานหาแผ่นมาทั่วปฐพีเพื่อแผ่นดีวีดีเรื่องนี้ และผมขอแสดงความเสียใจกับการจากไปของคุณลุงด้วยนะครับ ยอมรับว่าตอนได้ยินข่าวครั้งแรก ผมแทบน้ำตาร่วง เพราะผมค่อนข้างเห็นลุงเป็นไอดอลผมตอนเด็กเลย ลุงสอนผมปีนบ้าน สอนผมให้เซื่อในสิ่งที่เฮ็ด เฮ็ดในสิ่งที่เซื่อ “ในฐานะที่ข้อยเป็นเด็กน้อยผู้นึง ที่ใหญ่มากับหนังเรื่องนี้ เปิดเบิ่งอยู่สู่มื้อสู่เว็น เปิดจนแผ่นลาย เปิดจนจื่อคู่คำเว้าที่อยู่ในหนังได้ คุณลุงเป็นส่วนหนึ่งของหนังเรื่องนี้ ถ้าบ่มีคุณลุง ข่อยบ่มีทางมักหนังเรื่องนี้หลายส่ำนี่แน่นอน หลับให้สบายเด้อครับคุณลุง”
หนังยอดเยี่ยมครับ เป็นหนังไทยที่ผมเปิดดูบ่อยที่สุด เพราะมันไม่รู้สึกเหมือนดูหนัง แต่เป็นเหมือนการดูชีวิตของชาวอีสานที่สมจริง บทพูดในหนังเป็นธรรมชาติมาก และมีข้อคิดให้คิดตามค่อนข้างเยอะ นักแสดงเล่นได้ยอดเยี่ยมมาก ดูเป็นธรรมชาติ และดูเหมือนเป็นคนชนบทจริงๆ และที่ผมประทับใจมากๆ ในหนังคือ “การที่เล่นกับความเชื่อ” หนังไม่ได้มีการสรุปว่าสิ่งที่หนังเสนอนั้นจริงๆ แล้วมันคือความจริงหรือว่าอย่างอื่น แต่หนังแค่นำเสนอข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวกับความเชื่อของคนพื้นเมืองหนองคาย หนังไม่ได้ลบหลู่หรือว่าอยู่ข้างไหนทั้งสิ้น แต่ว่าเป็นตัวสอนใจเราว่าแท้จริงแล้ว มันขึ้นอยู่กับทัศนคติและความเชื่อทั้งนั้น บนโลกนี้ไม่มีอะไรเที่ยงตรง เราต่างหากที่เป็นคนกำหนดว่ามันคืออะไร
ถือซะว่ารีวิวนี้ผมเขียนมาเพื่อส่งคุณลุงไปสู่สุขติก็แล้วกันนะครับ ถือว่าเป็นหนังที่ผมอยากให้ทุกคนได้ดูจริงๆ หากใครที่หาแผ่นไม่เจอ สามารถดูได้ใน True ID นะครับ คุ้มค่ากับเงินและเวลาที่เสียไปแน่นอน ดูหนังออนไลน์

คะแนนเฉลี่ยรวม : 10/10
เรตหนัง : หนังยอดเยี่ยมที่ไม่ควรพลาด

รีวิวหนังไทย แสงกระสือ

รีวิวหนังไทย แสงกระสือ

รีวิวหนังไทย แสงกระสือ

รีวิวหนังไทย แสงกระสือ ปัดฝุ่นความลี้ลับพื้นบ้าน มาเล่าใหม่ด้วย Production ที่นำสมัย กระสือ ถือเป็นตำนานความลี้ลับพื้นบ้านที่สร้างความสยดสยองให้กับคนไทยมาอย่างยาวนาน หนังเรื่องนี้จึงหยิบยกความลี้ลับนี้มาปัดฝุ่นใหม่ ด้วยการดำเนินเรื่องแบบทันสมัยมากขึ้น พร้อม Production คุณภาพที่ทำให้คุณรับชมได้อย่างเพลิดเพลิน เพิ่มความโรแมนติกและดราม่าให้คุณอินไปกับ สาย สาวจิตใจงามที่โชคร้ายเป็นกระสือ กับ น้อย ชายหนุ่มผู้มีรักมั่นคงและอยากช่วยสายให้หลุดพ้น ที่สำคัญ นักแสดงนำของเรื่องนี้ถึงจะเป็นหน้าใหม่แต่ฝีมือก็ไม่ธรรมดาเลยค่ะ

แสงกระสือ ฉายปี พ.ศ. 2562 ภาพยนตร์ไทยแนวแฟนตาซี โรแมนติก ดราม่า สยองขวัญ สะเทือนอารมณ์ กำกับโดย สิทธิศิริ มงคลศิริ และมือเขียนบทชั้นยอด ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล สร้างสรรค์โดย ทรานส์ฟอร์เมชั่น ฟิล์ม

ว่าด้วยเรื่องราวของหญิงสาวที่ชื่อว่า สาย ผู้ช่วยพยาบาลประจำอนามัยชุมชน วันหนึ่งเธอรู้ว่ามีบางสิ่งบางอย่างผิดปกติกับเธอ เกิดขึ้นพร้อม ๆ กับกระแสข่าวลือในหมู่บ้านที่ว่า มีแสงหนึ่งลอยไปลอยมา แล้วก็มีซากสัตว์ตายเกลื่อนกลาด ชาวบ้านต่างร่ำลือกันว่าแสงที่เห็นนั้นคือแสงกระสือ

แล้ววันหนึ่งสายก็รู้ว่าเธอนั้นเองคือกระสือ ซึ่งเมื่อย้อนกลับไปในวัยเด็ก สายกับเพื่อนอีกสัก 3 คนได้เข้าไปเล่นในบ้านร้างแห่งหนึ่งเพื่อทดสอบความกล้าหาญบางอย่างแบบเด็ก ๆ ด้วยการเล่นซ่อนหา แต่แล้วสายก็ถูกบางสิ่งเข้าจู่โจมแบบไม่ทันตั้งตัว แล้วเธอก็ได้รับเชื้อกระสือผ่านทางน้ำลายตั้งแต่ครั้งนั้น

สายโตขึ้นใช้ชีวิตแบบปกติ เธอมีเพื่อนชายที่สนิทสนมกันตั้งแต่วัยเด็กคือ เจิด ที่คอยดูแลเธอจนถึงปัจจุบัน และ น้อย ชายที่เธอให้ความรู้สึกดีมากกว่าเพื่อน ทั้ง 3 คนมีความสัมพันธ์แบบรักสามเศร้าที่เก็บงำไว้ในใจไม่อาจอธิบายได้

สายปิดบังเรื่องที่เธอเป็นกระสือไม่ให้ใครรู้ แม้จะมีการไล่ล่ากระสือของชาวบ้านอย่างหนักหน่วงในทุกค่ำคืนก็ตาม กระทั่งวันหนึ่ง น้อยเดินทางกลับมายังบ้าน และในคืนหนึ่งที่น้อยกำลังหาปลาอยู่นั้น เขาได้เห็นแสงของกระสือลอยไปลอยมาจึงวิ่งตามไป แล้วแสงกระสือนั้นก็ลอยเข้าไปในบ้านของสาย น้อยจึงได้เห็นว่าสายเป็นกระสือนั่นเอง เว็บดูหนัง

แสงกระสือ” ได้รับคัดเลือกเป็นตัวแทนหนังไทยเข้าชิงรางวัลออสการ์

แต่น้อยก็ไม่ได้เกรงกลัวสายแต่อย่างใด แถมยังแอบช่วยสายโดยหาของสดให้สายกิน เพื่อที่จะไม่ต้องออกไปล่องลอยหาอาหารให้ชาวบ้านไล่ล่า อีกทั้งยังช่วยสายหาว่านวิเศษชนิดหนึ่งที่เรียกว่าว่านกระสือ เพื่อใช้ระงับไม่ให้สายต้องกลายเป็นกระสือ กรสือก็หายออกไปจากชุมชน จนชาวบ้านรู้สึกผิดสังเกตว่าเพราะเหตุใดกระสือที่เคยอาละวาดนั้นถึงหายไปนับเดือน แต่อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านก็สามารถรู้จนได้ว่าสายคือกระสือ น้อยจึงทำหน้าที่ปกป้องสายจากการไล่ล่าของชาวบ้าน

ระหว่างนั้นน้อยที่เป็นมนุษย์เต็มตัวกับสายที่เป็นมนุษย์ครึ่งกระสือก็เกิดความรักกัน อันเป็นความรักต้องห้าม เป็นความรักที่ทั้งสองคนไม่อาจสมหวัง

จากนั้นก็มีหมอผีชื่อทัดกับพวกเข้ามาในหมู่บ้านเพื่อล่ากระสือ เป็นการล่าที่โหดเหี้ยมและทารุณ สายและน้อยก็พยายามหลบหนีอย่างสุดชีวิตและสู้กลับเท่าที่ทำได้

ไม่ใช่มีเพียงเฉพาะกระสือเท่านั้นที่ชาวบ้านเกรงกลัว ยังมีอสุรกายอีกตัวหนึ่งออกมาละวาดไล่ไล่ล่ากระสือด้วยการกินหัวใจของกะสือเพื่อทำให้ตนเองและเป็นอมตะ ดังนั้น สาย หญิงสาวผู้โชคร้าย นอกจากจะหนีการไล่ล่าของชาวบ้านแล้ว ยังต้องหนีจากการไล่ล่าของหมอผีและอสุรกายตัวนี้อีกด้วย เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไปขอให้ท่านติดตามชมได้ทาง netflix ครับ

แสงกระสือสำหรับผมแล้วจัดได้ว่าเป็นภาพยนตร์ผีที่ดีงามเรื่องหนึ่งของไทยแห่งยุคเลยทีเดียว มีการให้ภาพกระสือที่แตกต่างออกไปจากภาพจำที่เราเคยรับรู้มาจากอดีต คือการให้ภาพของกระสือที่ไม่ได้มีแต่ตับไตไส้พุงห้อยโตงเตงไปมา ซึ่งในเวอร์ชั่นแสงกระสือนี้ ได้ทำให้กระสือนั้นมีหัวหัวใจ และเส้นสายบางอย่างซึ่งสามารถใช้เป็นอาวุธในการต่อสู้และป้องกันตัวเองได้ด้วย ทำให้กระสือในเวอร์ชั่นนี้มีความน่ากลัว และสามารถต่อกรกับบุคคลได้ และยังใช้อธิบายได้ว่า กระสือใช้สิ่งใดเจาะไส้พุงของสัตว์ เรียกได้ว่าเป็นการติดอาวุธให้กับกระสือให้มีความร้ายกาจมากยิ่งขึ้น หนังฟรี

REVIEW : แสงกระสือ ดำดิ่งสู่ห้วงลึกหัวใจและไส้ของกระสือ - Major Cineplex  รอบฉายเมเจอร์ รอบหนัง จองตั๋ว หนังใหม่

แสงกระสือให้อารมณ์หลากหลาย ทั้งความรักโรแมนติก ผ่านตัวละครหลักสามคนที่มีความรักแบบสามเส้า ให้อารมณ์เสียสละ ให้อารมณ์ความแค้น ให้อารมณ์สงสาร อารมณ์สูญเสีย แน่นอนว่าสิ่งหนึ่งที่ทำให้สามารถดึงอารมณ์คนดูอยู่กับภาพยนตร์ได้นั่นก็คือเพลงประกอบภาพยนตร์อันยอดเยี่ยมนั่นเอง

การเล่าเรื่องก็มีส่วนสำคัญ ผู้กำกับและคนเขียนบทค่อนข้างพิถีพิถันกับการเล่าเรื่องแบบตัดสลับไปมาระหว่างอดีตกับปัจจุบัน เนื้อเรื่องมีความกลมกล่อม มีที่มาที่ไป สร้างความสมเหตุสมผลมีน้ำหนักให้กับคนดูได้เข้าถึงและเข้าใจอารมณ์และการกนะทำของตัวละคร และกระสือในเวอร์ชั่นนี้ใส่ความ Fantasy ลงไปอย่างค่อนข้างพอดีอีกด้วย

นักแสดงทุกคนที่คัดมานั้นล้วนแต่มีคุณภาพ สำหรับบท สาย ที่แสดงโดย มินนี่ ภัณฑิรา พิพิธยากร ถือได้ว่าเธอสอบผ่านในขั้นดีเยี่ยม สามารถก้าวขึ้นมาเป็นนักแสดงมากฝีมือระดับแนวหน้าได้เลยทีเดียว ทัด หมอผีล่ากระสือ แสดงโดยสุรศักดิ์ วงษ์ไทย ถือว่าเป็นอีกหนึ่งความดีงามของภาพยนตร์ ซึ่งจุดนี้หากใครเป็นคอหนังไทยยุค90 เชื่อได้ว่าจะดึงอารมณ์ของคนดูให้ย้อนกลับไปโหยหาอดีตได้อย่างดี นอกจากนั้นนักแสดงนำและนักแสดงสมทบหลายคนก็ขึ้นชื่อเรื่องฝีมือการแสดง เรียกได้ว่าการคัดเลือกนักแสดงนั้นมีความลงตัวอย่างที่สุด หนังใหม่

แสงกระสือ แซงโค้ง! สมาคมหนังไทยส่งเข้าชิง ออสการ์ 2020

แต่ถึงอย่างไรบทบาทของตัวละครและการแสดง ของตัวละครบางตัวนั้นมีความ over acting อย่างชัดเจนมากเกินไป แต่ก็พอเข้าใจได้ว่าทางทีมผู้กำกับคงต้องการทำให้คนดูได้รับรู้ถึงอารมณ์ของความเป็นหนังย้อนยุคให้ได้มากที่สุด

แม้จะขึ้นว่าชื่อว่าเป็นหนังผี แต่ก็ไม่ได้เน้นไปที่ความเป็นผีน่ากลัวสยองขวัญนัก แต่กับเน้นไปที่ความน่ากลัวของผู้คนต่อสิ่งที่เขาไม่เข้าใจเช่นเรื่องผี และสะท้อนไปถึงปฏิกิริยาป้องกันความกลัวนั้นด้วยการตามไล่ล่าผีอย่างไม่สนใจความเป็นมนุษยธรรม แม้ว่าผีนั้นจะอยู่ในร่างมนุษย์ก็ตาม กับกลายเป็นว่าคนดูไม่ได้กลัวผีกระสือแต่กลับกลัวผู้คนที่มาเป็น ๆ มากกว่า

แต่ข้อเสียที่เป็นจุดสำคัญก็คือการใช้เทคนิคพิเศษหรือคอมพิวเตอร์กราฟิกนั้นยังอยู่ค่อนข้างขัดตาอยู่บ้างครับ เพราะจะให้เนียนเทียบเท่าเลือก Hollywood ก็คงยาก เพราะต้นทุนในการทำกราฟฟิกนั้นสูงมาก ได้เท่านี้ก็ดีกว่ามาตรฐานหนังไทยแล้ว

หนังก็ยังมีตอนจบที่ออกไปในทางโศกนาฏกรรม แต่ก็เป็นโศกนาฏกรรมที่แสนจะประทับใจ และไม่มีสิ่งใดค้างคาใจ จัดได้ว่าเป็นการจบอย่างสวยงามตามแบบฉบับภาพยนตร์ชั้นดีเลยทีเดียว

แสงกระสือ (2019) คือหนังผีไทยแฟนตาซี โรแมนติก ดราม่า สะเทือนอารมณ์ บทดี ดำเนินเรื่องงาม ซึ่งเราไม่ได้ดูหนังผีไทยและหนังไทยชั้นดีอย่างนี้มานานแล้ว เป็นการหยิบยกตำนานผีไทยอันโด่งดังมาตีความใหม่และเล่าเรื่องได้อย่างสวยงาม เรียกได้ว่าแสงกระสือสามารถเป็นหนังผีไทยระดับขึ้นหิ้งได้เลยทีเดียว

จำ “จูบแรก” ของคุณได้ไหม? เด็กสาวแรกรุ่นในหมู่บ้านอันห่างไกล ค้นพบว่าแท้จริงแล้วเธอไม่ใช่มนุษย์เหมือนคนอื่น แต่สืบเชื้อสายมาจากเผ่าพันธุ์เก่าแก่ในตำนานที่ถ่ายทอดกันผ่านทางน้ำลาย มีเพียงเด็กหนุ่มคนเดียวในหมู่บ้านที่รู้ความจริง และพยายามปกป้องเธอจากการไล่ล่าของชาวบ้านที่หวาดกลัวผีกระสือ ความใกล้ชิดของทั้งสองเริ่มก่อตัวขึ้นเป็นความรัก ขณะที่อสูรกายอีกสายพันธุ์หนึ่งก็ต้องการหัวใจของเธอเพื่อความเป็นอมตะ หนทางที่เธอจะอยู่รอดคือหนีออกจากหมู่บ้าน หรือการเผชิญหน้ากับศัตรูที่ตามล่า… แล้วเขาจะปกป้องเธอได้หรือไม่ เว็บดูหนังฟรี

หนังไทยแนวแฟนตาซีเฮอร์เรอร์ที่โปรดักชั่นน่าดูมากถึงมากที่สุดเรื่องหนึ่งของปีนี้เลย สำหรับหนังผีกระสือ ผีโบราณที่แปลกแหวกความรู้สึกคนยุคใหม่ แต่ก็ทำออกมาได้รสชาติสากลแต่มีความขลังในแบบไทยสูงมาก ใครเด็กยุค 90 น่าจะจำละครช่อง 7 ที่มีกระสือยายสายและเนื้อเพลง “กระสือกลางวันมันเป็นหญิง มีทุกสิ่งธรรมด๊า ธรรมดา” ได้เป็นอย่างดี เรียกว่าเป็นอีกผีที่คู่ขวัญชาวไทยมาตลอดเช่นกัน

รีวิวหนังไทย แสงกระสือ

รอบนี้ค่าย ทรานสฟอร์เมชั่น ได้นำผู้กำกับ โดม-สิทธิศิริ มงคลศิริ ผู้กำกับ Last Summer ฤดูร้อนนั้น ฉันตาย มาถ่ายทอดจินตนาการเหนือจริง พร้อมด้วยดารานักแสดงรุ่นใหม่ในบทนำทั้ง โอบ-โอบนิธิ วิวรรธนวรางค์, มินนี่-ภัณฑิรา พิพิธยากร และ เกรท-สพล อัศวมั่นคง และยังเป็นการคืนจออีกครั้งของดารารุ่นใหญ่อย่าง เอ็ม-สุรศักดิ์ วงษ์ไทย ด้วย เรียกว่าทั้งโปรดักชั่น ซีจี ดารา น่าตื่นตาตื่นใจไปหมดทีเดียวเชียว

สิ่งที่ต้องชื่นชมอย่างมากคือความพิถีพิถันระดับงานคราฟต์ ของผู้สร้างหนัง คือ การถ่ายภาพ ไลท์ติ้ง โลเกชั่น อาร์ตไดฯ คอสตูม แต่งหน้า เทคนิคพิเศษ รวมถึงซีจี คือเนี้ยบมาก ทำดีต้องชมครับ ความตั้งใจนี่ถ่ายทอดมาให้เห็นในทุกเม็ดทุกดอกของหนังเลย และส่วนที่สำคัญมากคือ รสนิยมดี ดีตั้งแต่เริ่มคิดโปรเจ็กต์ พูดถึงกระสือเราก็ติดภาพเก่า ๆ แต่ผู้กำกับโดมกลับมองต่างออกไป ผีกระสือไม่ใช่ความแหวะ แต่มันคือความงดงามในแบบหนึ่ง แสงของกระสือคือแสงแห่งความยวนใจ ไม่ใช่ความสยอง

ผู้กำกับชี้ให้เห็นความต่างของเวอร์ชั่นนี้กับที่ผ่านมาว่า “ในฐานะคนดูหนังพอนึกถึงกระสือเรามักจะยึดติดกับผีสาวที่มีหัวกับไส้และกินอาจม แต่ทางทรานส์ฟอร์เมชั่นพูดขึ้นมาว่า แล้วทำไมเราไม่ทำออกมาให้มันดีล่ะ คำนี้ท้าทายผมมาก โจทย์ในหัวของผมก็คือจะทำยังไงให้ออกมาเป็นกระสือสวยงาม”

คำว่าสวยงามนี้สำคัญมากเหมือนเป็นคีย์ของโปรดักชั่นโดยรวมเลยทีเดียว และก็ตอบโจทย์การผสานงานอาร์ตกับงานบันเทิงที่ลงตัว นี่น่าจะเป็นปัจจัยความสำเร็จของหนังในตลาดเมืองนอกแน่ ๆ ดูหนังฟรี


สิ่งที่ต้องชมต่อมาคือ การแสดง คือเราต้องไม่ลืมว่า บทนำ 3 คนนั้น มีถึง 2 คนที่จัดได้ว่าหน้าใหม่เลย และอีก 1 คนอย่างโอบ-นิธิ ก็ยังอยู่ในช่วงของการพิสูจน์ตัวเอง ทว่าการแสดงของทั้งสาม คือเอาอยู่ ไม่ใช่เอาอยู่ธรรมดามันรีดเร้นพลังตั้งแต่หัวใจมาถึงสายตาในการแสดงทีเดียว ต้องยอมรับว่า เราไม่ค่อยเห็นหนังไทยที่ดึงพลังการแสดงด้วยสายตามากนัก ในขณะที่หนังต่างชาติเขาทำเป็นเรื่องปกติ การที่หนังเรื่องนี้ทั้งให้จังหวะเวลาที่พอดี ให้การกำกับการแสดงที่ถูกต้อง และได้การแสดงที่ตรงโจทย์สื่อความอย่างสร้างสรรค์ จึงเป็นพลังด้านการแสดงที่ทำให้เราตราตรึงมากเช่นกัน นี่ยังไม่นับมาตรฐานการแสดงของดารารุ่นเก่าทั้งหลายที่มาช่วยขับเคลื่อนเรื่องซึ่งดีเป็นทุนแล้ว และการแสดงของตัวประกอบที่ชัดเจนว่าไม่ได้คัดมาแบบขอไปที แต่ตัวประกอบทุกตัวมีเรื่องราวมีการแสดงที่ส่งหนังได้อย่างน่าสะพรึง

ในด้านเนื้อหา หนังได้มะเดี่ยว-ชูเกียรติ มาเขียนบท ซึ่งเป็นผู้กำกับที่มีวิสัยทัศน์ดีในฐานะคนเขียนบทด้วย และแน่นอนเมื่อหนังขับมาทางความรักสามเส้า ความคิดจิตใจแบบมนุษย์ที่มิติซับซ้อน รวมถึงความเป็นดราม่าแบบย้อนยุค ก็เรียกว่าลงตัว ดึงศักยภาพของมะเดี่ยวออกมาได้เต็มที่ สิ่งหนึ่งที่บทของมะเดี่ยวทำได้ดีมากคือการไม่ทำให้ผู้ชมเบื่อแม้กราฟหนังจะเล่าไปแบบไม่มีจุดลุ้นนัก เพราะบทจะสอดแทรกจุดหักมุมมากให้ช็อกคนดูอยู่ทุกระยะอย่างชำนาญมือ

แล้วผู้กำกับหนังก็ไม่พลาดที่จะใช้บทที่ดีในการสร้างหนังที่ดี นี่จึงคือความสมบูรณ์ที่เราบอกได้ว่าหนังเรื่องนี้เป็นหนังที่ดีและดูสนุก ไม่ได้สนุกในแบบหนังบันเทิงจ๋า แต่มันคือความสนุกของการดื่มด่ำไปกับรสทางอารมณ์ทั้งสุขเศร้า รักหวานซึ้ง การเสียสละ ความรันทดใจ อย่างยิ่งยวด ซึ่งคู่ควรกับคำว่า คลาสสิก จริง ๆ

ในอีกด้านเราอาจมองได้ว่านี่คือหนังแนวก้าวพ้นวัยในรูปแบบหนึ่ง เด็กสาวที่วันหนึ่งเธอต้องพบว่าชีวิตเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือจะรับมืออย่างไร หากเปรียบเปรยการเป็นกระสือก็อาจเหมือนการเติบโตด้านร่างกาย มีประจำเดือน ร่างกายเปลี่ยนแปลง ทำให้เกิดความเขินอายต้องหลบซ่อน แต่สุดท้ายเรื่องราวของกระสือก็เป็นการสอนว่าเราไม่อาจต่อต้านธรรมชาติของการเติบโตได้ ไม่ว่าทั้งด้านดีหรือด้านร้าย แค่ต้องเรียนรู้และยอมรับ ทั้งการเปลี่ยนแปลงของตนเอง และผู้อื่น ความรู้และการเปิดใจกว้างคือหนทางชนะสิ่งที่ไม่รู้และความกลัว หนังเรื่องนี้จึงให้คุณค่าในหลายระดับ ทั้งความงาม ปัญญา และอารมณ์ ดูหนังออนไลน์

รีวิวหนังไทย มหาลัยเหมืองแร่

รีวิวหนังไทย มหาลัยเหมืองแร่

รีวิวหนังไทย มหาลัยเหมืองแร่

รีวิวหนังไทย มหาลัยเหมืองแร่ มหาวิทยาลัยแห่งชีวิตให้บทเรียนที่คุณไม่สามารถเรียนรู้จากไหน ภาพยนตร์ที่สร้างจากวรรณกรรมของศิลปินแห่งชาติซึ่งถ่ายทอดออกมาได้อย่างพิถีพิถัน อาจินต์ นิสิตหนุ่มที่ถูกรีไทร์ต้องเดินทางไปยังเหมืองแร่ จังหวัดพังงาเพื่อทำมาหาเลี้ยงตัวเองให้อยู่รอดจากความยากจน และที่นั่นก็ทำให้เขาค้นพบบทเรียนชีวิตสำคัญที่แม้กระทั่งมหาวิทยาลัยก็ไม่มีสอน เป็นหนัง Coming of Age สะท้อนการเปลี่ยนผ่าน การเติบโตที่จะทำให้คุณอิ่มเอมหัวใจ หลายคนยังชื่นชมที่หนังถ่ายทอดบรรยากาศในสมัยนั้นได้อย่างสมจริง

เรื่องย่อ
เรื่องจริงที่ดัดแปลงมาจากชีวิตจริงของคุณอาจินต์ ปัญจพรรค์ ที่ออกมาหาประสบการณ์ชีวิตในขณะที่ 22 ปี หลังโดดรีไทร์ออกจากมหาวิทยาลัยชื่อดังในประเทศและมุ่งหน้ามาหาประสบการณ์ชีวิตที่เหมืองดีบุกในอำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา มันเป็นการค้นหาโลกอีกใบที่เขาไม่เคยสัมผัสในตำราเรียน โชคดีที่เขาเรียนวิศวะมาทำให้เข้าใจภาษาอังกฤษและสื่อสารกับนายหัวเจ้าของแร่จนได้รับความไว้วางใจ มันคือการเรียนรู้ชีวิตจริงที่เราไม่สามารถไปหาที่ไหนได้เลย

หนังเรื่องนี้เหมาะกับใคร
สำหรับ มหา’ลัย เหมืองแร่ เป็นหนังที่เหมาะสำหรับคนที่ชอบเรืื่องราวที่เกี่ยวกับชีวประวัติบุคคลสําคัญ หนังดัดแปลงจากหนังสือที่เล่าให้เห็นชีวิตการต่อสู้ที่ยากลำบากของคน ที่ต้องเจอบททดสอบชีวิตที่แปลกใหม่แตกต่างไปจากสิ่งที่เคยเผชิญหน้ามา อารมณ์ภาพจะสื่อสารออกมาดูเป็นธรรมชาติกว่าหนังไทยในท้องตลาด บวกกับการแสดงของ พิชญะ วัชจิตพันธ์ แบกเนื้อหาไว้ได้ยอดเยี่ยม สอดแทรกมุมมองใช้ชีวิตที่ไม่ได้อิงตำราเรียนไว้ได้คมคายเนื้อหาค่อนข้างสมจริงมาก

หน้าหนังอาจไม่ดึงดูดใจคนไทย พระเอกหน้าใหม่ในตอนนั้น ไม่ใช่ดาราบิ๊กเนมมาเป็นคนนำเรื่อง หนังไม่มีนางเอก เนื้อหาไม่มีความรัก เน้นความจริงประสบการณ์ชีวิตซึ่งตรงนี้แหละคือสิ่งที่ดีงามและเราคงหาไม่เจอแน่ๆจากหนังไทยเรื่องอื่นๆ การเล่าเรื่องทำให้คนได้รู้จักตัวตน อาจินต์ ปัญจพรรค์ เด็กหนุ่มจากเมืองหลวงที่มาทำงานเป็นกรรมกรเหมืองแร่ แถมยังได้เสียงตัวจริงมาบรรยายให้อีก ทำให้ได้เนื้อเรื่องที่ดูจริงจัง ภาษาสระสลวย ในแต่ละประเด็นที่เขาไปสัมผัสมาในแต่ละเหตุการณ์แต่ละชั้นปี แวดล้อมใหม่ ภาษาที่ไม่คุ้นเคย คนมากหน้าหลายตาที่สบประมาทในตัวเขา ว่าง่ายๆคือประสบการณ์ชีวิตที่มาฝึกสอนให้เขาได้รู้จักกับความรับผิดชอบ ความอดทน ความเป็นมืออาชีพในการทำงาน ได้เรียนรู้มิตรภาพจากเพื่อนร่วมงาน ซึ่งหาไม่ได้จากมหาวิทยาลัย เว็บดูหนัง

มหาลัยเหมืองแร่ คุณได้อะไรจากหนังเรื่องนี้ - Pantip

หนังเล่าเรื่องได้ละมุนละไม ตั้งแต่งานสร้าง บทภาพยนตร์ นักแสดง งานภาพ งานตัดต่อ ทุกอย่างลงตัว หนังให้แง่คิดเตือนสติคนเราได้อย่างคมคาย การปรับตัวในการทำงานคือสิ่งสำคัญ เรียนรู้เข้าใจผู้อื่นที่เราต้องไปทำงานด้วย ทำให้เด็กเมืองกรุงได้เข้าใจชีวิตคนเหมืองที่ยากลำบาก หนังปรุงแต่งให้เป็นธรรมชาติเหมือนไปสัมผัสช่วงเวลาปี 2492 เราได้เห็นวัฒนธรรมแบบคนใต้ การทำงานเหมืองแร่ที่แท้จริงมันเป็นอย่างไร ในยุคก่อนอยู่ในสภาพทุลักทุเลยากลำบาก สภาพอากาศทางใต้ฝนตกชุก เต็มไปด้วยโคลน ชีวิตก็เต็มไปด้วยความยากลำบาก ซึ่งตัวหนังทำหน้าที่ได้ดีงาม มีเพลงประกอบที่บรรเลงให้เข้าถึงอารมณ์ดราม่ายุคเก่า ที่ดูจริงจังสร้างประสบการณ์ร่วมให้แก่ผู้ชมมากๆ มันทำให้เราได้เข้าใจเรื่องราวอันยิ่งใหญ่ของอาจินต์ ณ เหมืองแร่และทำให้เขามีแรงบันดาลใจจนกลายเป็นนักเขียนดังในเวลาต่อมา

ชื่นชมการเลือกนักแสดงนำที่โนเนมในเวลานั้น พิชญะ วัชจิตพันธ์ เราคิดว่าอินเนอร์ความเป็นธรรมชาติของคน มันจะมาจากตัวตนจริงๆไม่ต้องมาปรุงแต่งอะไร ทำให้เขาสวมบทบาท อาจินต์ได้เลย ความใส่ซื้อออกมาเต็มที่ แสดงให้เห็นภาพของชายหนุ่มที่เข้าใจโลกใบใหม่ ที่เขาไม่มีวันเจอแน่ๆ อยู่กับชาวบ้าน บรรยากาศดูเถื่อน แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือความสุข ตัวละครดูจะท้อแท้สิ้นหวัง แต่ความรู้ความสามารถที่มีกลับซื้อใจเพื่อนร่วมงาน เจ้านายจนทำให้เขาได้เป็นหัวหน้า พูดเลยว่า พิชญะ สอบผ่านมากกับบทบาทนี้ หนังฟรี

รีวิว หนังมหา'ลัยเหมืองแร่: โลกกรรมกรสุดโรแมนติกของชนชั้นกลาง

 

ด้วยคำสั่งของบิดา คนหนุ่มคนนี้นั่งรถฝ่าดงโคลนที่ชื้นแฉะจนทำรถติดหล่ม ผ่านพื้นที่แสนทุรกันดาร เข้าไปยังเหมืองแร่ห่างไกลความเจริญ ที่ อ.กระโสม จ.พังงา เพื่อหวังหางานทำเป็นบทเรียนชีวิต

ในช่วงเวลา 3 ปีกว่า เกือบ 4 ปี เขาได้เรียนรู้วิถีชีวิตที่แตกต่างจากที่เขาเคยรู้จักอย่างสิ้นเชิง จาก ‘คนเมือง’ ลูกข้าราชการในกรุงเทพ ต้องพลิกผันมาเป็น ‘คนเหมือง’ เป็นกรรมกรใช้แรงงานแลกค่าแรงจากนายฝรั่งวันละไม่กี่บาท ใช้ชีวิตแบบหาเช้ากินค่ำไปวันๆแบบไม่ต้องคิดถึงอนาคตมากนัก

อาจกล่าวได้ว่า เหมืองแร่กระโสมในฉากหลังเปื้อนควันสีน้ำตาลอ่อน ภายใต้แสงส้มของดวงตะวันยามเย็นและไฟเหลืองที่ห้อยอยู่ตามหลังคาเรือขุด เป็นมหา’ลัยชีวิตของอาจินต์ ปัญจพรรค์ คนหนุ่มผู้นี้ ที่นี่ เขาได้เรียนรู้ทักษะชีวิตมากมายที่ในมหาวิทยาลัยไม่มีวันสอนเขาได้

มหา’ลัยแห่งชีวิต
ในปีแรกเขายังปรับตัวไม่ได้ แม้แต่จะหุงข้าวกินเองก็ยังทำไม่เป็นจนกลิ่นน้ำมันก๊าดซึมเข้าข้าวไปหมด ต้องอาศัยแกงจืดจากลุงแถวบ้านประทังชีวิต แม้รสชาติไม่อร่อยแต่บรรยากาศที่ได้นั่งซดน้ำแกงอยู่ใต้เพิงหมาแหงนพอให้คลายความคิดถึงบ้านลงได้บ้าง

แรกเริ่มเขาเป็นเพียงกรรมกรช่วยงานทั่วไปในเรือขุด ความรู้จากคณะวิศวะบวกกับการเป็นคนหนุ่มทำให้เขามั่นใจในตัวเองเสียหนักหนา แต่การณ์กลับกลายเป็นว่า แค่สั่งน็อตมาซ่อมเรือขุดเขายังเขียนรายการผิด ความไม่มีประสบการณ์ทำให้เขาต้องตั้งใจอย่างจดจ่อ เรียนรู้จากคนอื่นๆที่แม้ระดับการศึกษาต่ำกว่าเขา แต่ก็ชินและช่ำของในงาน เรือขุดนี้มีพี่จอน ฝรั่งที่พูดสำเนียงใต้ไฟแล่บเป็นนายหัวเรือขุด หนังไม่ได้บอกว่าพี่จอนมาจากไหน รู้แต่ว่าแกเป็นคนสู้งานและคุมทุกคนได้อยู่ แกมีพรรคพวกที่คอยเดินตามเมื่อตรวจเรือขุด และดูเหมือนว่าเหมืองนี้เป็นเลือดเนื้อและชีวิตแก หนังใหม่

มหา'ลัย เหมืองแร่ หนังโคตรดี ครบรอบ15 ปี อดีตคือความฝัน ปัจจุบันต้องอด(ทน)  - Major Cineplex รอบฉายเมเจอร์ รอบหนัง จองตั๋ว หนังใหม่

วันหนึ่งเจ้านายฝรั่งให้อาจินต์คอยจับตามองขโมยที่จะมาขโมยแร่ที่เหมือง แม่อาจินต์เฝ้าอยู่ เขากลับเห็นพี่จอนกับพรรคพวกมาขนแร่ไป อาจินต์โกรธจัด เทศนาทุกคนว่าแร่นี้เป็นของนายฝรั่ง เพราะเครื่องมือเครื่องจักรและค่าแรงทุกอย่างเป็นของนาย แต่คนขนแร่กลับตอกกลับมาว่าแร่นี้อยู่ในแผ่นดินไทย ไม่สมควรให้ฝรั่งมาเอาไป ความขัดแย้งก่อตัวขึ้นชัดในใจอาจินต์เสียจนเขาเดินไปลาออกในวันรุ่งขึ้น หารู้ไม่ว่าเขาจะได้เรียนรู้อะไรบางอย่างจากบทเรียนนี้

เมื่อกร้านขวบวัยมากขึ้น อาจินต์ได้เลื่อนตำแหน่งเป็นคนทำแผนที่ เขาได้ลูกมือมาช่วยคนหนึ่ง คือไอ้ไข่ ผู้ซึ่งยิ้มแย้มตลอดเวลาและมีนิสัยเหมือนเด็ก อาจินต์เล่าว่าเขาและไอ้ไข่แชร์วิถีประชาธิปไตยกันอยู่ เพราะตอนเช้าเขาจะเป็นคนเดินตัวปลิวไปเขียนแผนที่ แต่ตอนเย็นไอ้ไข่จะเป็นคนเดินมือเปล่านำหน้าไปก่อน ด้วยเหตุผลว่า ‘เลิกงานแล้ว’ ไอ้ไข่กลายมาเป็นเพื่อนสนิทที่นั่งท้ายรถกระบะลุยโคลนไปกับเขา แหวกพงหญ้าเข้าไปวางไม้วัดพื้นที่ และยังเป็นเพื่อนในวงเหล้ายามเหงา น่าสังเกตว่าเหล้าเป็นสิ่งเชื่อมสายใยของคนในเหมืองที่เป็นผู้ชายล้วนได้อย่างดี แม้กระทั่งนายฝรั่งเองก็ยังดื่มจัดและตั้งวงกับคนงาน พอเมาก็เอาเงินมาแจกเด็กชาวบ้านแถวนั้นไปซื้อเสื้อผ้า วิถีแบบลูกผู้ชายไหลเวียนอยู่ในสายเลือดที่มีแอลกอฮอล์ไหลเวียนอยู่ในนั้นอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

มุมมองชนชั้นกลางที่ไม่ใช่กรรมกรจริง

รีวิวหนังไทย มหาลัยเหมืองแร่

ในภาพรวม หนังมหา’ลัยเหมืองแร่ให้ภาพเกี่ยวกับโลกการทำงานของชนชั้นกรรมาชีพได้อย่างโรแมนติก เล่าด้วยเหตุการณ์สั้นๆที่จบในตัวเองหลายเหตุการณ์ เพราะตัวหนังสร้างจากเรื่องสั้นชุด ‘เหมืองแร่’ ที่เป็นประสบการณ์จริงของอาจินต์ ปัญจพรรค์ ศิลปินแห่งชาติ แต่ในความโรแมนติกนั้น ถ้าเรามองทะลุไป เราจะเห็นความแร้นแค้นในชีวิตกรรมกร อาจินต์นั้นแทบไม่เหลือเงินสักบาทตอนเขาออกจากเหมืองแร่ เพราะเอาเงินไปซื้อเหล้าหมดแล้ว กรรมกรคนอื่นก็ระหกระเหินไม่ต่างกันเมื่อเหมืองแร่ปิด และต้องใช้ชีวิตแบบไม่รู้อนาคตและไม่รู้จะได้กลับมาเจอกันเมื่อใด ในความโรแมนติกที่เล่าจากสายตาชนชั้นกลางของอาจินต์ เราจะเห็นแง่ที่ไม่งามของมันได้จากคำขอของนายฝรั่งที่ให้อาจินต์สัญญาว่าจะไม่มาใช้ชีวิตแบบนี้อีก พร้อมซื้อตั๋วเครื่องบินให้เขากลับกรุงเทพ เมื่อลองคิดดูแล้ว หากอาจินต์เป็นเพียงกรรมกรคนหนึ่งที่มีฐานะเท่าๆกับกรรมกรคนอื่นๆที่เหมือง เขาอาจไม่ได้มองเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องโรแมนติกแบบ Good Old Day ก็ได้ เพราะเขาไม่มีตาข่ายกันตกที่ชื่อว่าครอบครัวเช่นชนชั้นกลางแบบอาจินต์ – อาจินต์ที่เป็นชนชั้นกลางนั้นมีบ้านให้กลับไปเสมอ และที่บ้านพร้อมจะให้การสนับสนุนเขาแม้เขาจะไม่มีงาน แต่กรรมกรทั่วไปไม่ได้เช่นนั้น พวกเขาไม่รู้ว่าจะหางานได้อีกไหม และจะมีข้าวตกถึงท้องอีกเมื่อใด คงไม่มีใครมีอารมณ์มาเขียนเรื่องเล่าชุดที่ตีพิมพ์จนขายดีแบบอาจินต์ได้ เว็บดูหนังฟรี

หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) | มหา'ลัยเหมืองแร่

ในแง่หนึ่ง มหา’ลัยเหมืองแร่ และเรื่องสั้นชุดเหมืองแร่ ที่กำกับและเขียนโดยชนชั้นกลาง จึงเป็นแค่การมองไปที่โลกของกรรมกรอย่างคนที่อยู่ข้างนอก ที่มาลิ้มรสความลำบากเพียงชั่วครู่ชั่วยามเท่านั้น เมื่อออกมาจากโลกแห่งนั้น เขาก็ยังมีที่ให้ไปต่อ ด้วยต้นทุนทางสังคมและการศึกษาที่มากกว่า ตัวเนื้อเรื่องไม่ได้ผลักดันให้เกิดความเท่าเทียมทางชนชั้นมากขึ้น เพราะยังคงมองชีวิตกรรมาชีพเป็นสิ่งแปลกใหม่ น่าพิศวง (Exotic) เพราะแตกต่างจากชีวิตคนเมือง อย่างไรก็ตาม หนังก็ได้ทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์ในการให้ความบันเทิงและตอบกลุ่มคนดูชนชั้นกลางได้ดี จนได้รับรางวัลหลายรางวัล และได้ขึ้นทำเนียบหนึ่งในหนังไทยที่ดีที่สุด
อาจินต์ ปัญจพรรค์ กล่าวเอาไว้ตอนที่เค้าทำงานเหมืองที่กระโสม จังหวัดพังงาได้ครบ 1 ปี พร้อมกับผ่านบททดสอบจากนายฝรั่ง จนได้ขึ้นเงินเดือน อาจินต์พบว่า ชีวิตการทำงานในเหมืองแร่ คือการเรียนรู้ที่จะทำหน้าที่ของตัวเองตามความรับผิดชอบ มหา’ลัยเหมืองแร่ คือมหา’ลัยชีวิต ที่ อาจินต์ ปัญจพรรค์ ศึกษาด้วยตัวเอง ผ่านชีวิตการทำงานของอดีตนิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่ถูกไล่ออก อาจินต์กล่าวเอาไว้ในตอนต้นเรื่องว่า เหมือนแร่คือตู้ใส่กับข้าวใบสุดท้ายในชีวิตของเค้า และเวลาสี่ปีในการทำงานที่เหมือนแร่ของ อาจินต์ ปัญจพรรค์ ก็ได้ถูกถ่ายทอดร้อยเรียงออกมาเป็น วรรณกรรมอันทรงคุณค่า เรื่องสั้นชุดเหมืองแร่ และเรื่องสั้นชุดเหมืองแร่นี้เองก็ได้ถูกนำมาถ่ายทอดเป็นภาพยนตร์เรื่อง “มหา’ลัยเหมืองแร่” อย่างปราณีต โดยผู้กำกับคุณแก้ง จิระ มะลิกุล

ถ้าจะบอกว่าภาพยนตร์เรื่อง “มหา’ลัยเหมือนแร่” ดีงามอย่างไร ผมก็อยากจะบอกว่าหนังเรื่องนี้เป็นหนังเรื่องแรกๆของทาง GTH คุณเก้งน่าจะอยากฝากผลงานเอาไว้เป็นพอร์ตงานให้คนจารึกเอาไว้ในประวัติศาสตร์ถึงการทำงาน เพราะตลอดทั้งเรื่องที่ได้ดู ผมแทบหาอะไรผิดพลาดไม่เจอเลย ไม่ว่าจะเป็นงานสร้าง บทภาพยนตร์ ไปจนถึงการแสดง งานอาร์ท งานภาพ งานตัดต่อ ทุกอย่างถูกรังสรรค์เอาไว้อย่างงดงาม และลงตัว ด้วยตัวบทประพันธ์ดั้งเดิมของคุณ อาจินต์ ปัญจพรรค์ ศิลปินแห่งชาติ ที่มีความงดงามทางด้านภาษาอยู่แล้ว เนื้อหาทั้งเรื่องจึงเล่าและถ่ายทอดโดยตัว อาจินต์ ปัญจพรรค์ เด็กหนุ่มที่มาทำงานเป็นกรรมกรเหมืองแร่ในปีแรก

หนังบอกเล่าด้วยน้ำเสียงของตัวละครที่รับบทเป็น อาจินต์ ปัญจพรรค์ ด้วยภาษาที่สละสลวย ด้วยความเคารพในบทประพันธ์ ความสละสลวยของภาษา การเล่าเรื่อง ไม่ได้ทำให้หนังดูตลกหรือแปร่งเลย แต่มันกลับเต็มไปด้วยความกระหายที่จะอยากดูอีก อยากยกบางช่วงของบทบรรยายในหนังที่ผมชอบมากมาให้อ่าน

“ปีเดือนอันลุ่มๆดอนๆค่อยๆรวมชีวิตของผมให้กร้านและเกรียม เอาความบ้าบิ่นทำงานใส่มือไว้ เพื่อปลอบใจว่าเราไม่ใช่ผู้ชายที่เกียจคร้าน เอาการโลดโผนมาใส่ไว้เป็นมหรสพ แล้วเอาเหล้าคอยกลั้วไว้ไม่ให้ฝืดแห้งจนเกินไป”

ถ้าถามผมว่าทำไมหนังเรื่องนี้ถึงมีคุณค่า ผมคงต้องบอกว่า คุณค่าของหนังเรื่องนี้คือการนำกลับมาดูกี่รอบๆ ก็ให้แง่คิด ให้สติในการใช้ชีวิตและสอนให้ผมได้เรียนรู้ ปรับตัวในการทำงาน ไม่ว่าคุณจะทำงานอิสระหรือเป็นมนุษย์เงินเดือน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเรียนรู้ผู้ร่วมงานและคนที่เข้ามาเกี่ยวข้องในการทำงาน ดูหนังฟรี

มหาลัยเหมืองแร่ Archives - Gmtrocks.com
ตลอดเวลาเกือบๆสองชั่วโมงของหนัง บอกเล่าเรื่องราวการทำงานในเหมืองแร่ของ อาจินต์ ปัญจพรรค์ จากเด็กหนุ่มรั้วจามจุรีที่มาจากกรุงเทพ ต้องมาเจอกับชีวิตชาวเหมือง ต้องมาอยู่กับชาวบ้าน มาอยู่กับคนใต้ ที่มองจากสภาพภายนอก ส่วนใหญ่ก็ดูจะเถือนๆดิบๆ ได้เรียนรู้จักการทำงาน ความซื่อสัตย์ในหน้าที่ในอาชีพ ตลอดจนถึงการรักในงานที่ทำ หนังนำเสนอการพัฒนาการของตัวละครอย่าง อาจินต์ ปัญจพรรค์ ที่ในช่วงปีแรก เค้าท้อแท้แทบจะอยากกลับบ้าน แต่เมื่อทำงานต่อไปเรื่อยๆ เรากลับพบว่าเค้าเริ่มที่จะทำงานอย่างมีความสุข ทุกๆคนในที่ทำงาน รวมถึงนายฝรั่ง ก็คือคนที่ทำให้เค้าอยากตื่นไปทำงานทุกวัน หรือแม้แต่การเรียนรู้ในการปรับตัว เมื่อเค้าได้เจอกับเจ้านายคนใหม่ ที่มองภายนอกแล้ว ไม่น่าจะเป็นคนดีหรือดีกับลูกน้องได้เหมือนเจ้านายคนเก่า แต่การตัดสินคน ผ่านการมองจากภายนอก มันก็ไม่ใช่เครื่องพิสูจน์ได้เท่ากับการได้เห็นและได้สัมผัสในสิ่งที่เค้าทำ

ความฉลาดของการแคสติ้งที่ใช้นักแสดงหน้าใหม่เกือบทั้งหมด ทำให้เราเชื่อในตัวนักแสดงว่าเป็นผู็สวมบทบาทนั้นจริงๆ โดยเฉพาะ สนเดอะสตาร์และนายฝรั่ง รวมถึงพระเอกของเรื่องที่เป็นนักแสดงหน้าใหม่อีกด้วย(ไม่รู้หายไปไหน)

“มหาลัย’เหมืองแร่” สมบูรณ์แบบ ในทุกองค์ประกอบ รวมถึงงานโปรดักชั่น กำกับศิลป ถ่ายภาพ สมบูรณ์แบบทุกด้าน จนนึกไม่ออกเลยว่าด้วยทุนสร้างที่สูงถึง 70 ล้านแต่ทำรายได้ไปแค่ 19 ล้าน (บางแหล่งข้อมูลบอกว่าได้ 30 ล้าน) มันคงจะเป็นหนังที่ขาดทุนมโหฬาร แต่ในวันนี้ เราพูดได้เต็มปากแล้วว่า แม้หนังจะขาดทุนมหาศาล แต่ “มหา’ลัยเหมืองแร่” ก็คือหนังไทยเรื่องหนึ่งที่ยอดเยี่ยม และงดงามที่สุดตลอดกาล!! ดูหนังออนไลน์

สามารถรับชมมหา’ลัยเหมืองแร่ได้แล้ววันนี้ทาง Netflix

รีวิวหนังไทย สิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่า…รัก

รีวิวหนังไทย สิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่า...รัก

รีวิวหนังไทย สิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่า…รัก

รีวิวหนังไทย สิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่า…รัก รักครั้งแรกของน้องน้ำที่มีให้พี่โชน กวาดความนิยมทั่วเอเชีย เมื่อเด็กสาวอย่างน้องน้ำได้รู้จักกับความรักเป็นครั้งแรกผ่านพี่โชน รุ่นพี่แสนดี ทำให้น้องน้ำยอมเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อให้เขาหันมาสนใจ แต่แล้วทำไมยิ่งขยับเข้าใกล้ก็เหมือนพี่โชนจะไกลออกไป เป็นเรื่องราวความรักครั้งแรกที่ดูเผิน ๆ อาจจะไม่มีอะไรเป็นพิเศษ แต่บรรยากาศในเรื่องกลับทำให้หลายคนประทับใจเพราะนึกถึงความทรงจำสมัยเรียน นอกจากนี้ การแสดงของใบเฟิร์นและมาริโอ้ก็ถูกชื่นชมว่าสามารถถ่ายทอดออกมาได้ดี จนเหล่าวัยรุ่นอินตามกันทั่วเมืองเลยทีเดียวค่ะ

หากคุณอยากกลับไปนึกถึงคนแรกที่ทำให้คุณได้รู้จักคำว่า “รัก” อีกครั้งและเขาก็ยังคงเป็นรักแรกที่ติดตรึงอยู่ในหัวใจคุณตลอดเวลา มาวันนี้เรามีหนังที่จะพาคุณย้อนเวลาไปสู่ชีวิตวัยมัธยมซึ่งมีแต่ความสนุกสนาน มิตรภาพ เสียงหัวเราะ และน้ำตาอีกครั้งกับหนัง “สิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่า…รัก”

ซึ่งหลายคนน่าจะรู้จักกันดี ยิ่งใครอยู่มัธยมตอนที่หนังเรื่องนี้เพิ่งออกมาก็คงจะยิ่งติดใจจนดูซ้ำหลายรอบแน่นอน หนึ่งในนั้นก็คือเราค่ะ เพราะเรื่องนี้เลยทำให้เรารู้จักกับคำว่า “รักแรก” เหมือนกัน

รีวิวหนังสิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่า…รัก รีวิวหนัง รีวิวหนังเก่า รีวิวหนังรัก สิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่ารัก
รีวิวหนังสิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่า…รัก
– เรื่องย่อของหนังสิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่า…รัก
หนังสิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่า…รัก ได้ถ่ายทอดเรื่องราวของ “น้ำ”เด็กมัธยมหน้าตาขี้เหร่ถึงขั้นถูกเรียกว่า “ปลวก” เพราะไม่ค่อยสนใจดูแลตัวเองซึ่งน้ำได้ไปตกหลุมรัก “พี่โชน” รุ่นพี่ที่เป็นหนุ่มหล่อประจำโรงเรียน แต่เพราะมีคู่แข่งมากมาย

เธอจึงต้องลบคำสบประสามและทำให้เขาหันมาสนใจเธอให้ได้ ภารกิจแปลงโฉมจากปลวกน้อยให้กลายเป็นหงส์จึงเริ่มขึ้นท่ามกลางมิตรภาพของเพื่อนและความรักแบบปั๊ปปี้เลิฟที่มีแววจะปั่นป่วนมากกว่าที่คิด เว็บดูหนัง

รีวิว: สิ่งเล็กเล็ก ที่เรียกว่ารัก – Khajochi's Blog

– ความน่าสนใจของหนังสิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่า…รัก
รีวิวหนังสิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่า…รัก รีวิวหนัง รีวิวหนังเก่า รีวิวหนังรัก สิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่ารัก
รีวิวหนังสิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่า…รัก
หนังสิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่า…รักมีความน่าสนใจตรงที่มีการถ่ายทอดให้เห็นถึงบุคลิกและชีวิตของตัวละครวัยมัธยมหลายตัวที่มีความเป็นธรรมชาติทำให้เรานึกถึงชีวิตของตัวเองในวัยมัธยมซึ่งมีโมเม้นต์หลายอย่างแบบนี้จริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการแอบรักใครสักคน การคบหากับกลุ่มเพื่อนที่มีความเหมือนกันแม้จะไม่ใช่เพื่อนที่มีอะไรโดดเด่นแต่ก็ร่วมเป็นร่วมตายได้ตลอด

บทจะกรี๊ดรุ่นพี่ผู้ชายก็จะดี๊ด๊าเหมือนกันเป็นกลุ่มแบบสุมหัวเงียบ ๆ เพื่อนกันบางทีเราอยากทำอะไรก็มีอายเพราะกลัวโดนล้อ แต่สุดท้ายพวกเขาก็ได้ช่วยเราเหมือนกับเพื่อนในกลุ่มที่ช่วยน้ำแปลงโฉมและใช้วิธีให้ของแทนใจแก่พี่โชนต่าง ๆ พยายามเข้าชมรมที่ทำให้มีคนสนใจซึ่งก็ได้เป็นชมรมละครเวทีที่น้ำในแสดงเป็นสโนไวท์

บอกเลยว่าฉากนี้เราฟินจิกหมอนตอนพี่โชนผู้น่ารักต้องมารับบทเจ้าชายจำเป็นและจูบลง สมองนี่คิดไปไกลก่อนนางเอกแล้วจ้า ตั้งแต่นั้นนางเอกก็เริ่มหน้าตาดีมากขึ้นจนสุดท้ายก็ได้เป็นดรัมเมเยอร์ประจำโรงเรียนซึ่งพี่โชนก็เริ่มจะเข้าหาเธอมากขึ้น แต่กับมีมารผจญคือเพื่อนพระเอกที่มาชอบนางเอกนี่ล่ะ หนังฟรี

เราเสียน้ำตาให้กับฉากท้าย ๆ หลายฉากมากไม่ว่าจะเป็นฉากที่นางเอกซึ่งห่างเหินจากเพื่อน ๆ เพราะเอาแต่อยู่กับพวกพระเอกไปง้อจนกอดคอกันร้องเพลงวัน เดือน ปี และฉากที่นางเอกร้องไห้เปิดไดอารี่ซึ่งพระเอกเอามาให้ ในนั้นมีแต่รูปนางเอกทีเผลอที่พี่โชนแอบถ่ายไว้หลายรูปพร้อมข้อความบอกความในใจมากมายทำให้เราได้รู้ว่าพระเอกชอบนางเอกตั้งแต่ตอนหน้าปลวกแล้ว คือหน่วงมาก ณ จุดนี้ แต่สุดท้ายก็แฮปปี้เอ็นดิ้งนะ เป็นหนังอีกเรื่องที่คุณไม่ควรพลาดทุกประการค่ะ

สิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่ารัก กับการกดทับจากสิ่งใหญ่ใหญ่ที่เรียกว่า Beauty  Standard

รีวิวหนังสิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่า…รัก รีวิวหนัง รีวิวหนังเก่า รีวิวหนังรัก สิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่ารัก+

เราเสียน้ำตาให้กับฉากท้าย ๆ หลายฉากมากไม่ว่าจะเป็นฉากที่นางเอกซึ่งห่างเหินจากเพื่อน ๆ เพราะเอาแต่อยู่กับพวกพระเอกไปง้อจนกอดคอกันร้องเพลงวัน เดือน ปี และฉากที่นางเอกร้องไห้เปิดไดอารี่ซึ่งพระเอกเอามาให้ ในนั้นมีแต่รูปนางเอกทีเผลอที่พี่โชนแอบถ่ายไว้หลายรูปพร้อมข้อความบอกความในใจมากมายทำให้เราได้รู้ว่าพระเอกชอบนางเอกตั้งแต่ตอนหน้าปลวกแล้ว คือหน่วงมาก ณ จุดนี้ แต่สุดท้ายก็แฮปปี้เอ็นดิ้งนะ เป็นหนังอีกเรื่องที่คุณไม่ควรพลาดทุกประการค่ะ
รีวิวหนังสิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่า…รัก
– ข้อคิดดี ๆ จากหนังสิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่า…รัก
หนังสิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่า…รักทำให้เราได้เรียนรู้ถึงมิตรภาพความรักของการเป็นเพื่อนที่ดี ช่วยเหลือ และอยู่เคียงข้างกันและกัน แม้ว่าเราจะทำตัวอย่างไรสายใยระหว่างเพื่อนก็ไม่สามารถตัดได้ขาด และในมุมมองของความรัก สุดท้ายแล้วไม่ว่าเราจะเปลี่ยนแปลงตัวตนจนบรรลุเป้าหมายให้อยู่ในสายตาเขามากแค่ไหน แต่เขาก็รักที่คุณเป็นตัวของคุณที่นิสัยด้วยนะ

หากอยากให้เขาอยู่ในสายตา วิธีที่สุดคือ เราอาจจะเข้าหาเขา คอยช่วยเหลือ ให้เขารู้จักเรามากขึ้นและเมื่อเริ่มสนิทแล้วจึงค่อยบอกความในใจไป แม้จะเร็วแต่ก็ดีกว่าเราบอกช้าจนถูกคนอื่นแซงหน้านะ

รีวิว สิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่ารัก | ย้อนสู่การแอบรักของวัยมัธยมฯ
หนังที่พาเราย้อนไปสู่วัยมัธยมวัยของการแอบรักและทำทุกอย่างเพื่อให้ถูกรัก
Photo of PatSonic PatSonic Follow on Twitter23 August 2010 1 minute read หนังใหม่

ย้อนรอย “สิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่า…รัก” หนังไทยที่โดนใจคนแอบรักข้างเดียว |  ฝนตกเป็นหนัง

หนังสิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่า…รัก ได้ถ่ายทอดเรื่องราวของ “น้ำ”เด็กมัธยมหน้าตาขี้เหร่ถึงขั้นถูกเรียกว่า “ปลวก” เพราะไม่ค่อยสนใจดูแลตัวเองซึ่งน้ำได้ไปตกหลุมรัก “พี่โชน” รุ่นพี่ที่เป็นหนุ่มหล่อประจำโรงเรียน แต่เพราะมีคู่แข่งมากมาย

เธอจึงต้องลบคำสบประสามและทำให้เขาหันมาสนใจเธอให้ได้ ภารกิจแปลงโฉมจากปลวกน้อยให้กลายเป็นหงส์จึงเริ่มขึ้นท่ามกลางมิตรภาพของเพื่อนและความรักแบบปั๊ปปี้เลิฟที่มีแววจะปั่นป่วนมากกว่าที่คิด

อาทิตย์นึง ผมจะมีโอกาสได้ดูหนังจริงๆ ก็แค่เรื่องเดียวเท่านั้น เพราะเสาร์และอาทิตย์เป็นวันพักผ่อน และด้วยงบประมาณที่มีไม่เยอะนัก แม้จะมีหนังที่อยากดูหลายเรื่องแค่ไหน ก็ทำได้แค่ดูหนังอาทิตย์ละเรื่อง และเมื่อมันเป็นเช่นนั้น มันก็จำเป็นต้องมานั่งเลือกว่า อาทิตย์นี้จะดูเรื่องไหนดี เพราะบางครั้ง ก็มีหนังหลายเรื่องเรียงอยู่ในลิสต์ แต่ต้องเลือกมาแค่ “เรื่องเดียว” เท่านั้น

มาริโอ้ และ ใบเฟิร์น ในหนัง สิ่งเล็กเล็ก ที่เรียกว่ารัก
มาริโอ้ และ ใบเฟิร์น ในหนัง สิ่งเล็กเล็ก ที่เรียกว่ารัก
และบางครั้งก็มาตัดสินใจเอาในนาทีสุดท้าย อย่างเช่นวันนี้เป็นต้น

หลังจากคิดอยู่ว่า อยากเดินเข้าโรงหนัง ก็นึกชื่อที่คิดไว้ขึ้นมาในหัว แล้วก็เลือกด้วยความรู้สึก ผลปรากฏว่าเป็น “สิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่ารัก” หรือ “First Love” นั่นเอง หนังจากค่าย Work Point นั่นเอง นี่คงเป็นครั้งแรกที่ผมซื้อบัตรเข้าไปชมหนังของค่ายนี้ในโรง “สิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่ารัก” พาเราย้อนวัยกลับไปยังช่วงสมัยเรียนมัธยมฯ ช่วงนั้น ใครมีประสบการณ์แบบแอบรักรุ่นพี่ผู้ชาย คงจะอินกับหนังเรื่องนี้ไปเต็มๆ เสียดายที่เราเป็นผู้ชาย ถึงจะเคยแอบชอบรุ่นพี่ แต่มันก็แค่ชั่วประเดี๋ยวประด๋าว เว็บดูหนังฟรี

 

รีวิวหนังไทย สิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่า...รัก

แอบรักเพื่อนสิ ของจริงกว่า

เรื่องราวของการย้อนวัยสำหรับหนังไทยนั้นเคยใช้ได้ผลงานมาแล้ว แต่ประสบความสำเร็จอย่างเป็นปรากฏการณ์เลยด้วย แต่กับหนังเรื่องนี้ อาจเรียกได้เป็นปรากฏการณ์เล็กเล็กที่ทำให้เราได้รู้ว่า ค่ายหนังค่ายนี้ก็มีหนังดีๆ ให้เราดูเหมือนกัน เดี๋ยวจะหาว่า ผมพูดเกินไป ขอเข้าเรื่องอีกครั้งแล้วกันนะครับ

ในเมื่อผมเป็นผู้ชาย ตัวละครที่ผมจะได้เป็นก็คงไม่พ้น “โชน” ชายรุ่นพี่ที่หน้าตาดีหล่อเฟี้ยว สาวๆ ตอมกับตรึม แย่งกันจีบไม่เว้นวัน แต่ในใจผมน่ะเหรอ ผมมีคนในใจอยู่นะ แต่เป็นใครน่ะเหรอ ไม่บอกหรอก

หนึ่งในสาวๆ ที่มาแอบชอบผม ก็เห็นจะมีคนหนึ่งที่ออกจะดำๆ ใส่แว่น ดูไม่น่าจะโดดเด่นอะไรเลย เธอชื่อ “น้ำ” แต่เธอคนนี้แหละที่คอยมองผมแบบยิ้มๆ อยู่ตลอดมา เธอได้เล่นละครเป็นสโนว์ไวท์และผมเกือบจะได้เป็นเจ้าชายจูบเธอด้วยแนะ เธอได้เป็นดรัมเมเยอร์ของโรงเรียนทั้งๆ ที่โยนคทายังไม่เป็นเลย ยิ่งนานวัน ผมก็ยิ่งเห็นเธอน่ารักขึ้นเรื่อยๆ เธอไปทำอะไรของเธอมานะ

แล้วเธอก็กลายเป็นดาวโรงเรียนไปซะยังงั้น!

ประสาชายหนุ่มสุดหล่ออย่างผม ก็ต้องมีงานอดิเรกกับเขาบ้าง ผมชอบถ่ายรูปนะ มีกล้องประจำตัวอยู่ตัวหนึ่ง ก็ถ่ายไปเรื่อยเปื่อย วันนึง ผมคงได้เป็นตากล้องมืออาชีพกันเขาบ้าง แต่ผมก็ยังมีอีกมุมนึงนะ พ่อผมเป็นนักฟุตบอลที่เลิกเล่นเพราะยิงลูกโทษนัดชิงไม่เข้า และมันก็กลายมาเป็นตราบาปมาถึงตัวผมในวันนี้ ผมจะก้าวข้ามผ่านมันไปได้มั้ยนะ ดูหนังฟรี

แต่เรื่องราวของผมสมัยมัธยม ก็ไม่ได้มีแค่เรื่องของเด็กๆ หรอกนะ อาจารย์ก็ใช่ย่อย ชอบมาแสดงออกให้เด็กเห็นกันเป็นประจำ ไม่รู้ทำไม อาจารย์สาวๆ มักจะชอบอาจารย์ชายที่สอนพลศึกษากันจัง

ตัวอย่างหนัง สิ่งเล็กเล็ก ที่เรียกว่ารัก
หลังจากเสียงลือเสียงเล่าอ้าง บอกมาหลายเสียง ว่าหนังเรื่องนี้จะทำให้คุณเสียน้ำตาเป็นลิตร ให้เตรียมผ้าเช็ดหน้า กระดาษชำระไปเยอะๆ ประหนึ่งว่า มันจะโศกเศร้าร้องไห้กันทั้งเรื่องเยี่ยงนั้น การณ์กลับกลายเป็นว่า หนังช่วงต้น แทบทั้งหมดคือการปูเรื่องให้ไปถึงวันเสียน้ำตา เพราะฉะนั้น มันจึงเป็นเต็มด้วยภาพของวันสดใส ผู้หญิงที่กรี๊ดผู้ชาย และแสดงออกในแบบต่างๆ นานาๆ ทั้งแค่ได้เห็นหน้าก็พอใจ ไปจนถึงการแสดงละครเพื่อจะได้ซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ บทบาทน่ารักๆ ประกอบกันอยู่ในนั้น

แต่บางจุดก็ดูเหมือนจะหลุดๆ อยู่บ้าง ดูมันแปร่งๆ แต่ไม่เนียนตาเนียนใจอยู่บ้าง ยอมรับว่า นางเอกน่ารัก แต่ไม่อยากจะยอมรับว่า คนดำจะกลายเป็นคนขาวไปได้ ยอมรับว่า ความรักอาจทำให้คนตั้งใจทำอะไรดีๆ แต่บางทีบทมันออกจะมึนๆ เพื่อให้เกิดมุกที่เกินคาดหมาย ขณะที่ฉากเรียกร้องน้ำตาจากคนดู ค่อนข้างจะทำหน้าที่ได้ดี มีอยู่ฉากหนึ่งที่ค่อนข้างโดนเอามากๆ แม้บางช็อตผมจะไม่ได้มีประสบการณ์ร่วมนักก็ตาม

จะขัดใจอยู่มากๆ หน่อย ก็เห็นจะเป็นบทส่งท้าย ที่ดูยัดเยียดเกินงาม เหมือนต้องการจบอย่างที่ใจต้องการ มากกว่าจะให้มันเป็นไปตามหัวใจ ดูหนังออนไลน์

 

รีวิวหนังไทย องค์บาก

รีวิวหนังไทย องค์บาก

รีวิวหนังไทย องค์บาก

รีวิวหนังไทย องค์บาก โชว์ศิลปะการต่อสู้แบบไทย ๆ พร้อมเนื้อเรื่องที่สนุกน่าติดตามหนังเรื่องนี้นำแสดงโดย โทนี่ จา หรือ จา พนม สุดยอดนักแสดงหนังบู๊ ด้วยฝีมือในเรื่องของศิลปะการต่อสู้แบบไทย ๆ และทักษะด้านการแสดงที่ดีเยี่ยมของเขา ทำให้หนังเรื่ององค์บากสามารถกวาดความนิยมไปทั่วโลก และยังเป็นหนังแอ็กชันคลาสสิกแห่งวงการหนังไทย นอกจากการบู๊และแอ็กชันสุดสนุกแล้ว ยังมีหม่ำ จ๊กมก มาช่วยสร้างเสียงหัวเราะให้กับหนัง ถือเป็นเรื่องที่บาลานซ์ความบู๊ ความสนุกและความดราม่าอื่น ๆ ได้อย่างลงตัว

ณ เวลานี้คงไม่มีนักชมภาพยนตร์ไทยคนไหนไม่รู้จักผู้ชายที่ชื่อ จา พนม ยีรัมย์ กันแล้ว จากผลงานทั้งสองเรื่องที่ผ่านมาของเขา ก็สร้างปรากฏการณ์ใหม่ๆ ให้กับวงการภาพยนตร์ของไทยเราไม่ใช่น้อย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของรายได้ที่ได้มาเป็นกอบเป็นกำอย่างมหาศาลถล่มทลายทั้ง 2 เรื่อง และ จา พนม ยังเป็นเจ้าของตำนานที่ว่า เล่นจริง เจ็บจริง ไม่ใช้สลิง ไม่ใช้ตัวแสดงแทน อีกด้วย
และการกลับมาของ จา พนม ในภาพยนตร์ องค์บาก 2 นี้ ตอนแรกก็ทำท่าทางมีปัญหากับเจ้าของค่ายหนัง ซึ่งบางกระแสบอกว่าเป็นการสร้างข่าวเพื่อโปรโมทหนังบ้างล่ะ บางกระแสก็บอกว่าเป็นเรื่องจริง

แต่เรื่องที่เป็นข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์จะจริงหรือไม่จริงอย่างไรผมไม่รู้ แต่ที่ผมรู้ก็คือ ข่าวชิ้นนั้นมันจุดกระแสให้หนัง องค์บาก 2 นี้ กลายเป็นภาพยนตร์ที่นักดูหนังรอคอยอย่างมาก ยิ่งปล่อยตัวอย่างหนังออกมาเรียกน้ำย่อยก่อนก็เป็นปฏิกิริยาที่ทำให้อยากดูเข้าไปใหญ่ ถึงขนาดที่ค่ายหนังยังนำจุดนี้เป็นคำโปรยในตัวอย่างหนังเลยว่า ภาพยนตร์ที่คนทั่วโลกรอคอย ซึ่งคงไม่แปลกอะไรที่จะกล่าวอย่างนั้น เพราะหนังสองเรื่องแรกที่ จา พนม เล่นนั้นนำไปขายให้สายหนังต่างประเทศหลายประเทศด้วยกัน อย่างที่รู้ๆกันอยู่ และสำหรับเรื่องนี้ก็ได้รับคำยืนยันนอนยันมาจากคนวงในแล้วว่า องค์บาก 2 ได้ขายให้กับต่างประเทศไปแล้วกว่า 50 ประเทศ ก่อนที่ตัวหนังจะถ่ายทำเสร็จด้วยซ้ำเรียกได้ว่าขายได้ก่อนทั้งที่หนังยังสร้างไม่เสร็จเลยทีเดียว แล้วอย่างนี้จะไม่ให้ทั่วโลกรอคอยเหรอ หลังจากที่ผมดูตัวอย่างภาพยนตร์ก่อนที่จะได้ดูแบบเต็มๆ มีหลายคนบอกผมว่า องค์บาก 2 เป็นอะไรที่ดูยิ่งใหญ่ คงจะเป็นหนังไทยที่ถูกสร้างออกมาได้เหนือความคาดหมาย เว็บดูหนัง

 

องค์บาก Ong Bak 👊💥 หนังเรื่องนี้ฉายเมื่อวันนั้น (Movie From That Day)

ประการที่สำคัญก็คือตัว จา พนม เองที่เล่นหนังไปแค่ 2 เรื่อง แล้วกระโดดมาเป็นผู้กำกับเลย จะทำเรื่องนี้ได้ดีเหรอ? ถ้าเป็นนักแสดงเมืองนอกจะต้องเป็นพระเอกมาไม่รู้กี่เรื่องต่อกี่เรื่องก่อน จนอายุมากแล้วถึงจะกระโดดลงมาเป็นผู้กำกับ แต่สำหรับจาพนม ที่นักดูหนังต่างประเทศเรียกว่า โทนี่ จา เขาสามารถทำได้และทำได้ดีด้วย การที่จะเป็นผู้กำกับได้นั้น มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลย ไหนจะเรื่องพรีโปรดักชั่น ไหนจะเรื่องโปรดักชั่น และเรื่อยมาจนถึง โพสโปรดักชั่น ซึ่งมันเป็นอะไรที่ต้องใช้สมองและความสามารถอย่างสูง แต่ จา พนม ก็ทำได้ ผมถือว่า จา พนม เป็นพระเอกคนเดียวในโลก ที่อยู่เหนือกฎกติกามารยาท ในการสร้างหนัง
สำหรับเรื่องต้นทุนในการสร้างหนังเรื่องนี้ที่ประกาศไว้ว่า 300 ล้านบาท กมกับราคาดี เพราะในตัวหนังนั้นฉากทุกฉากถือเป็นฉากที่อลังการงานสร้างมาก ทุกฉากดูดีหมด ไม่เว้นแม้แต่เสื้อผ้า, หน้า, ผม ถูกออกแบบไว้อย่างดี และเรื่องการถ่ายภาพยอมรับว่าถ่ายได้ดีกว่าหนังสองเรื่องทีผ่านมาเสียด้วยซ้ำ มุมกล้องที่ส่งภาพออกมานั้นล้วนแล้วแต่คัดสรรมุมที่สวยที่สุดมาให้ชมแทบทั้งสิ้น หนังฟรี

ส่วนนี้ก็ต้องขอยกความดีให้กับทีมถ่ายภาพไป ผมว่าถ้าเอาเงิน 300 ล้านบาทนี้ไปให้ทีมผู้กำกับฝรั่งที่มีชื่อเสียงทำ ก็คงได้แค่งานเรื่องสั้นหรือไม่ก็แค่หนังแผ่นธรรมดาๆ เท่านั้น และถ้าใครได้ไปเห็นงานสร้างฉากของจริง (ที่จังหวัดเลย และระยอง) ก็ต้องบอกเลยว่างานนี้เป็นงานใหญ่จริงๆ อลังการมาก ในส่วนของเนื้อเรื่องนั้นมีหลายคนบอกว่าเหมือนหนังเรื่อง

 

ปืนใหญ่จอมสลัด ตอนแรกผมเห็น คุณสรพงษ์ ชาตรี ออกฉากมาผมก็ตกใจ นึกว่าเป็นกระเบนขาว-ดำ มาผิดเรื่อง แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่นะครับ ยอมรับนะครับว่านักแสดงหนังเรื่องนี้ เล่นดีกันทุกคนไม่ว่าจะเป็นคนไหน เสียอย่างเดียว บทพูดออกจะน้อยไปหน่อย ยิ่งตัวจาเองด้วยแล้วบทพูดแทบจะนับได้เลยว่ามีกี่คำ น้อยมาก ก็ยังคงตามสไตล์หนังที่จาเล่นอยู่เหมือนเดิมทุกเรื่อง คือพูดน้อยๆเข้าไว้ เอาบู๊มันส์ๆอย่างเดียว แต่จาก็สามารถแสดงคำพูดออกมาทางแววตาได้ แววตาของจาบอกทุกสิ่งทุกอย่างเกี่ยวกับความรู้สึกของตัวละครที่จาเล่นอยู่เป็นอย่างดี และต้องขอชมทีมคัดเลือกตัวแสดงสักหน่อยว่า

สุดแป้ก! หนังจา พนม เก็บรายได้ในอเมริกาแค่ 5 พันกว่า

นักแสดงที่เล่นเป็นจาตอนเด็กมีใบหน้าคล้ายจาแบบเหมือนมากๆเลย ถือว่าคัดมาอย่างดี ส่วนฉากบู๊ของ เดี่ยว ชูพงษ์ ที่สู้กันกับจาบนหัวช้าง ฉากนี้ก็เท่มากๆ ขอบอก สำหรับเรื่องนี้ถ้าเทียบกับสองเรื่องที่ผ่านมาของจา ผมถือว่าองค์บาก 2 นี้มีเนื้อเรื่องที่เพิ่มขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง แม้จะดูยังไม่มากก็ตาม แต่เนื่อเรื่องอันน้อยนิดตามสไตล์หนังของจาในเรื่องนี้ก็ยังมีที่มาที่ไป

 

มีปมของเรื่อง มีการแก้ปม แม้ว่ายังไม่สำเร็จก็ตาม (ยังแก้แค้นไม่สำเร็จ) ตัวพระเอกเก็บความแค้นเอาไว้หลังจากที่เห็นพ่อแม่ของตัวเองถูกโจรร้ายฆ่าตายต่อหน้าต่อตา ดีที่ว่ามีทหารคนสนิทของพ่อช่วยหนีนำตัวออกมาได้และบังเอิญได้ไปอยู่กับกลุ่มโจร ที่มีวิชาการต่อสู้ทุกแขนง ทำให้พระเอกของเราที่มีเลือดนักสู้อยู่เต็มตัว ต้องอยู่กับอาวุธทุกชนิด จนกลายเป็นหนุ่มร่างบึกบึน และมีฝีมือทางด้านศาสตราวุธทุกแขนงพร้อมออกไปแก้แค้นกับคนที่ฆ่าพ่อและแม่เขา
ยอมรับอีกเรื่องหนึ่งว่า จา พนม เก่งและตั้งใจที่จะถ่ายทอดวิชาการต่อสู้ทุกแขนงออกมาให้เราชมแบบสมจริงสมจังมาก หนังใหม่

เพราะฉะนั้นการออกแบบท่าการต่อสู้ในเรืงนี้จึงออกมาสวยงามมาก บวกกับความสามารถของจาด้วยแล้วก็เลยสุดยอดของเรื่องฉากต่อสู้เลยทีเดียว ชอบนะที่มีพระเอกเก่งๆ แล้วผู้ร้ายต้องเก่งๆ ด้วย หนังถึงจะสนุกแต่ถ้าจัดเรตติ้งให้หนังเรื่องนี้ ก็คงเป็นหนังที่เหมาะกับผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไปเพราะมีฉากฆ่าฟันกันเยอะพอสมควร ถึงแม้ว่า

 

ลีลาแม่ไม้มวยไทยสำหรับเรื่องนี้ ออกมาน้อยกว่า 2 เรื่องแรกที่จาเล่น แต่ก็มีศาสตร์แขนงใหม่ออกมาให้เราชมคือ นาฏยุทธ์ (เอามวยไทยกับโขนมารวมกัน)และฉากที่น่าประทับใจก็คงไม่พ้นฉากที่สามารถทำให้ช้างทั้งโขลงยอมคุกเข่าให้ทุกตัว ทำได้อย่างไร เก่งจริงๆ ประทับใจมากขอปรบมือให้กับฉากนี้ ตอนสุดท้ายของเรื่องนี้ จบแบบที่แสดงให้เห็นว่า หนังยังไม่จบ ไม่รู้ว่าเกิดจากตอนที่จาหายไปจากกองถ่ายที่เป็นข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ด้วยหรือเปล่า

เลยไม่รู้ว่าจะให้จบอย่างไรดี ก็เลยจบแบบด้วนๆ อย่างนี้ก็แล้วกัน หรือไม่ก็จงใจให้จบอย่างนี้ตั้งแต่แรกแล้วเพื่อที่จะทำภาค 3 ต่อได้ (ถ้าภาค 2 นี้ไปได้สวย) และข่าวที่แว่วมาจากด้านหลังผมเมื่อสักครู่นี้ก็คือ เสี่ยเจียง (สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ/เจ้าของค่ายหนังสหมงคลฟิล์ม)อนุมัติให้ จา พนม ทำ องค์บาก ภาค 3 ต่อแล้ว ถ้าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงก็รอดูได้เลย แต่ไม่รู้ว่าจะอีกนานแค่ไหนนะ เพราะว่าเรื่องนี้ก็สร้างมา 3 ปีด้วยกัน อยากบอกว่าราคาตั๋วหนังในประเทศไทยเราในราคาปกติอยู่ที่ใบละ 120-150 บาท อย่าเสียดายเลยครับกับหนังเรื่องนี้ แค่ดูฉากอลังการอย่างเดียวก็คุ้มเกินคุ้มแล้ว ส่วนฉากบู๊แอ็คชั่นที่มีมาทั้งหมดในหนังเรื่องนี้ ก็ถือว่าเป็นกำไร เว็บดูหนังฟรี

 

องค์บาก (2546) | รีวิวหนังแอ็คชั่น

รับรองได้ว่าที่เราเห็นทั้งหมดในหนังเรื่องนี้ไม่มีในหน้งต่างประเทศแน่นอน ก็ช่วยอุดหนุนหนังไทยดีๆ อย่างนี้สักเรื่องนะครับ จะได้มีหนังไทยดีๆ ให้เราดูเยอะๆ….
“นี่ไง… ที่ที่ผมเจอพี่จา พนมเป็นครั้งแรก” นั่นคืออารมณ์ตอนดู องค์บาก รอบล่าสุดครับ

ที่เราชอบแซว “ต้มยำกุ้ง” หรือ “องค์บากภาคต่อ” ว่าบทไม่มีอะไรนั้น เอาเข้าจริงแล้วองค์บากภาคแรกนี่ก็ไม่ได้มีบทซับซ้อนแปลกใหม่อะไรนะครับ ว่าด้วยชายหนึ่งตามหาของที่ถูกขโมยไป ต้องมายังเมืองที่เขาไม่คุ้นเคย

ระหว่างทางก็ได้เจอชายอีกคนที่หน้าเหมือนพี่หม่ำ (5555) ก่อนจะร่วมกันผจญเหล่าร้าย ฝ่าหมู่หมัดและดงเท้า… ประมาณนั้นนะครับ ดูหนังฟรี

แต่อะไรที่ทำให้องค์บากภาคแรกเด็ดสุด? โดยส่วนตัวผมว่า “มันพอเหมาะพอดี” ครับ คือบทน่ะไม่มีอะไร แต่การเดินเรื่องมันไม่เยิ่นเย้อ ตามด้วยการมีฉากแอ็กชันแบบเล่นจริงเจ็บจริง ไม่ใช้สลิงและสแตนอิน Effect ก็ไม่ต้องครับ ทุกอย่างเนื้อซัดเนื้อ หมัดซัดหมัดกันไป

ฉากไล่ล่าก็มีลูกเล่นพอดีๆ คือไม่ต้องระเบิดอลังการอะไรมากครับ แค่ให้พอหวาดเสียว ซึ่งจุดขายที่เด็ดสุดๆ ยังไงก็คือการเล่นจริงนี่แหละ มันให้อารมณ์อีกแบบจริงๆ นะครับ มันคืออารมณ์แบบที่คอหนังสไตล์เฉินหลงโปรดเป็นหนักหนา

ขณะเดียวกันมันยังมีอารมณ์ดราม่าแทรกลงมาแบบพอรับรู้ แต่ก็ไม่ฟูมฟายเกินไป ดูแล้วพอจะอินได้บ้างตามสมควร ณ ตอนนั้น หนังเรื่องนี้ถือเป็นปรากฏการณ์จริงๆ ครับ ส่วน ณ ตอนนี้ หนังก็ถือเป็นตำนานอีกหนึ่งบทที่น่าจดจำ ดูหนังออนไลน์

รีวิวหนังไทย โหมโรง

รีวิวหนังไทย โหมโรง

รีวิวหนังไทย โหมโรง

รีวิวหนังไทย โหมโรง การดำรงคงอยู่ของวงการดนตรีไทยผ่านยุคสมัยแห่งการเปลี่ยนผ่านหนังขึ้นหิ้งหนังดีแห่งวงการหนังไทย โดยบอกเล่าเรื่องราวทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับบุคคลสำคัญอย่าง หลวงประดิษฐ์ไพเราะ ผู้มีพรสวรรค์และมีบทบาทสำคัญต่อวงการดนตรีไทย ที่ครั้งหนึ่งต้องนำพามรดกทางดนตรีไทยให้อยู่รอดภายใต้การเปลี่ยนผ่านวัฒนธรรม Production ของหนังนั้นสามารถทำออกมาได้ดีเยี่ยมในทุกแง่มุม ไม่ว่าจะเป็นบทประพันธ์ การเล่าเรื่อง หรือการแสดง เรียกได้ว่าเป็นตำนานหนังไทยที่คุณไม่ควรพลาดเลยค่ะ

รีวิวภาพยนตร์ สืบเนื่องจากเมื่อกระทู้ก่อน ผมได้เขียนรีวิวเกี่ยวกับภาพยนตร์เรื่อง The Legend of 1900 เอาไว้ ซึ่งมีหลายฉากเป็นแรงบันดาลใจให้กับโหมโรง ระหว่างการหาข้อมูลก็ได้ไปเจอหลายฉากที่น่าประทับ จึงอยากมานำมาย้อนรำลึกถึงบรรยากาศและฉากต่างๆในโหมโรงครับ
มารู้จักกับภาพยนตร์เรื่อง ” โหมโรง “

โหมโรง หนึ่งในภาพยนตร์ที่ดีที่สุดของวงการหนังไทย โหมโรงถูกสร้างในปี 2547 (ผ่านมากว่า 13 ปีแล้ว !!!) โหมโรงกำกับโดย อิทธิสุนทร วิชัยลักษณ์ ในส่วนดนตรีได้รับการควบคุมโดย ชาติชาย พงศ์ประภาพันธุ์ และ ชัยภัค ภัทรจินดา (คนดนตรีไทยน่าจะรู้จักดี) ตัวหนังได้รับเสียงชื่นชมมากมาย สร้างกระแสดนตรีไทยฟีเวอร์ ขนาดถูกนำไปสร้างเป็นละครทีวีและละครเวที โหมโรงเริ่มแรกเกือบจะถูกถอดไปแล้ว แต่โชคดีถูกต่อลมหายใจโดยพันทิป กระแสปากต่อปากช่วยเอาไว้ ในส่วนรางวัล หนังได้รางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจากสุพรรณหงส์ รางวัลต่างๆภายในประเทศมากมาย และถูกคัดเลือกเป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งชิงออสการ์ภาพยนตร์ต่างประเทศด้วย

นอกจากรางวัลในประเทศไทยแล้ว โหมโรงยังได้รางวัลจากเทศกาลหนังต่างประเทศหลายเทศกาลด้วย เช่น Miami Film Festival , Asia-Pacific Film Festival , Marrakech International Film Festival จึงถือได้ว่าเป็นหนังไทยที่เจ๋งมาก สามารถไปสร้างชื่อเสียงในต่างประเทศได้ เว็บดูหนัง

เรื่องย่อ'โหมโรง'

สำหรับเนื้อเรื่องโหมโรงเป็นภาพยนตร์ที่ถูกดัดแปลงมาจากชีวิตของ หลวงประดิษฐ์ไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) ครูคนสำคัญของวงการดนตรีไทย ศรเกิดมาในครอบครัวดนตรีไทยและได้รู้จักกับดนตรีไทยตั้งแต่เด็ก เมื่อเติบโตมาก็มีพรสวรรค์ทางดนตรีสูงกว่าคนอื่น ทำให้ได้เข้าไปอยู่ในวงดนตรีหลวงที่มีเจ้านายคอยอุปถัมภ์ เป็นนายระนาดประจำวง ได้พบรักกับสาวในวัง ได้เข้าสู่ช่วงที่หมดหวังที่สุดในชีวิตเมื่อประชันระนาดแพ้ขุนอิน แต่สุดท้ายด้วยการฝึกฝนและคิดค้นทางระนาดใหม่ ทำให้สามารถเอาชนะขุนอินไปได้

ตัดไปช่วงบั้นปลายชีวิต ศรในวัยชรา ต้องเผชิญกับ อุปสรรคของดนตรีไทยอย่างวัฒนธรรมตะวันตกที่แพร่กระจายเข้ามาในสังคม นโยบายควบคุมดนตรีไทยและศิลปะแขนงต่างๆ จนทำให้ดนตรีไทยเข้าสู่ยุคโรยรา ซึ่งเป็นยุคที่ศรยากจะทำใจได้

เกือบหนึ่งสัปดาห์แล้ว ถ้านับจากวันที่เรามีโอกาสได้ไปชมละครเวที “โหมโรง เดอะมิวสิคัล” จนถึงตอนนี้ เพิ่งมีโอกาสได้เขียนรีวิว มากกว่าการแอบอู้อ่านสอบไฟนอลมาเขียนรีวิว คือเราอยากบันทึกความทรงจำดีๆ ที่ได้จากการชมละครเวทีเรื่องนี้

โหมโรง เดอะมิวสิคัล เป็นละครเวทีที่เราดูแล้วรู้สึกอิ่มเอมหัวใจ คือมันได้ทุกอารมณ์ ทุกอรรถรส ทั้งโรแมนติก ตลก ซาบซึ้ง น้ำตาคลอ ตื่นเต้น ลุ้นระทึก รวมๆ กันแล้วมันคือความประทับใจ คะแนนเต็ม 10 ก็ให้ 10 เป็น 3 ชั่วโมงครึ่งที่มีความสุขมาก เป็นการดูละครเวทีที่ “ดีต่อใจ” เราไม่เคยมีโอกาสได้สัมผัสละครเวทีบรอดเวย์ หรือของต่างประเทศ แต่มากกว่าเยาวชน มากกว่าคนไทยทุกคน เราอยากให้ชาวต่างชาติได้มาสัมผัสละครเวทีดีๆ ฝีมือคนไทยอย่างเรื่องนี้เหลือเกิน หนังฟรี

กระทู้รำลึก) โหมโรง (2004) :  หนังไทยเรื่องเยี่ยมที่แสดงศักยภาพดนตรีไทยออกมาได้อย่างทรงพลัง - Pantip

บทละครเวที “โหมโรง เดอะมิวสิคัล” ดัดแปลงจากบทภาพยนตร์เรื่อง “โหมโรง” ในปี 2547 เราเคยชมภาพยนตร์เรื่องนี้ตั้งแต่เด็ก คือเด็กมากจนปะติดปะต่อเนื้อเรื่องไม่ได้เลย ภาพจำของเราในภาพยนตร์เรื่องนี้มีแค่ โอ อนุชิต เป็นพระเอก อ๊อฟ พงษ์พัฒน์ เป็นทหาร มีการเล่นระนาด …จำได้แค่นี้จริง ๆ ซึ่งพอเราตัดสินใจจะไปชมละครเวที คิดวันนี้ก็ซื้อบัตรรอบพรุ่งนี้เลย ไปแบบโล่งๆ เข้าไปทำความรู้จักกับเรื่องราว กับตัวละครที่หน้างานเลยละกัน

เป็น 3 ชั่วโมงครึ่ง ที่มีความสุข เรายิ้ม เราหัวเราะ เราลุ้นระทึก แต่ที่สุดของโหมโรง เดอะมิวสิคัล คือละครเวทีเรื่องนี้ทำเราน้ำตาคลอถึง 6 ครั้ง !

เรื่องราวของ “โหมโรง เดอะมิวสิคัล” ได้แรงบันดาลใจจากชีวประวัติของ หลวงประดิษฐไพเราะ หรือท่านครูศร ศิลปะบรรเลง ปูชนียบุคคลผู้มีคุณูปการต่อวงการดนตรีไทย ชีวิตของศร ตั้งแต่วัยเด็ก วัยหนุ่ม จนถึงวัยชรา เพื่อความฝันของเขา เขาต้องต่อสู้ ต้องฝ่าฟันกับอุปสรรคมากมายในทุกช่วงชีวิต การเล่าเรื่อง ตัดฉากสลับระหว่างช่วงวัยหนุ่มกับวัยชรา ยิ่งทำให้เรื่องสนุกและน่าติดตามมากขึ้น
องก์ 1 รุ่มรวยด้วยความสุข มีแต่รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ อิ่มเอมในความงาม ความไพเราะของดนตรีไทย
องก์ 2 คือการขมวดปมด้วยแรงกดดัน ลุ้นไปกับนายศร เสียน้ำตาให้กับท่านครูและอีกหลายชีวิต ก่อนจะจบอย่างจับใจ หนังใหม่

เสียงดนตรีไม่มีวันตาย : โหมโรง - YouTube

รีวิวหนังไทย โหมโรง

ตลอดชีวิตของท่านครู หรือนายศร เขาล้วนต้องต้องสู้เพื่อให้ได้สิ่งที่เขาปรารถนา

“เด็กชายศร” ต้องต่อสู้กับความรักของพ่อ…ความฝันที่จะเล่นดนตรีไทยต้องยุติลง เพียงเพราะความตายของพี่ชายอันเกิดจากชัยชนะในการประชันระนาด แต่นั่นใช่ความผิดของดนตรีไทยหรือ? เมื่อพ่อตัดสินใจเช่นนั้น เด็กน้อยก็ไม่มีทางเลือก น้องที่เล่นเป็นศรคือร้องเพลงเพราะมาก แสดงดีมากเช่นกัน ความรู้สึกของคนที่ถูกห้ามทำในสิ่งที่รัก ซีนพ่อพาศรไปไหว้ครูนี่คือดีมาก แค่ซีนแรกๆ พระเอกยังไม่ทันโต เราก็น้ำตาคลอแล้ว… ถึงแม้พาร์ตวัยเด็กจะใช้เวลาไม่นาน แต่ก็อัดแน่นด้วยความประทับใจ

“นายศร” การต่อสู้กับหัวใจตัวเอง… ละครเวทีเรื่องนี้ทำให้เราอยากให้ประเทศไทยมีการแจกรางวัลให้กับวงการละครเวทีบ้างเหลือเกิน ซึ่งถ้ามี ในปี 2561 นี้ ผู้ที่คู่ควรกับรางวัลนักแสดงนำชายคงเป็นใครไม่ได้นอกจาก อาร์ม-กรกันต์ สุทธิโกเศศ หน้าตาดี ร้องเพลงเพราะ การแสดงเป็นเลิศ ฝีไม้ลายมือการเล่นระนาดถึงขั้นประชันกับรุ่นครูแล้วชนะ คุณสมบัติเหล่านี้ยากที่จะอยู่ในตัวคนคนเดียว แต่พี่อาร์มทำได้! เว็บดูหนังฟรี

ศรในวัยหนุ่ม เขาอยู่ในยุครุ่งเรืองของดนตรีไทย เขาคือระนาดเอกแห่งอัมพวา ความภาคภูมิใจในความสามารถของตนเอง บางครั้งก็มากเกินไปจนกลายเป็นความผยอง จนกระทั่งเขาได้พบ ได้ยินเสียงของระนาดที่เหนือกว่าเขา เข้มแข็งและดุดันกว่าเขา จนยากที่จะเอาชนะ นั่นกลายเป็นความกลัว เสียงนั้นยังคอยหลอนให้ชายหนุ่มอย่างศรหวาดผวา และไม่กล้าเล่นระนาดอีก…แท้จริงแล้ว นี่ไม่ใช่การต่อสู้ระหว่างเขากับขุนอินเลย แต่นี่คือการต่อสู้ของศรกับใจของเขา…

พาร์ตวัยหนุ่มของศร ที่จะไม่พูดถึงไม่ได้คือบทของ “ทิว” เพื่อนสนิทของศร ที่ตัวติดกันตลอด ทิวจัดได้ว่าเป็นตัวสร้างสีสันของเรื่อง ด้วยคาแรคเตอร์ที่จัดจ้าน เล่นใหญ่ไฟกะพริบ แต่การแสดงของ นาย-มงคล กลับเรียกรอยยิ้มให้กับผู้ชมและไม่ทำให้ตัวละครตัวนี้น่ารำคาญเลย

Sahamongkolfilm | โหมโรง (The Overture)
หลายตัวละครในพาร์ตวัยหนุ่ม ทำให้เราสัมผัสและเข้าใจคำว่า “น้อยแต่มาก” ด้วยไทม์ไลน์ของเรื่องที่ยาวนาน ทำให้บางตัวละครปรากฏตัวออกมาน้อย แต่กลับสร้างความประทับใจให้คนดู…ยากที่จะลืมได้ ครูรัก-ศรัทธา มาในบทของ “ครูเทียน” ผู้สอนศรเล่นดนตรีในวัง ออกมาน้อยแต่มาเพื่อเรียกเสียงหัวเราะจากผู้ชม

รีวิวภาพยนตร์ เรื่องย่อ โหมโรง ละครโทรทัศน์แห่งความภาคภูมิใจในคุณค่าศิลปวัฒนธรรมความเป็นไทย อันเป็นรากของแผ่นดิน ความงดงามและความไพเราะจากเครื่องดนตรีไทยอย่าง “ระนาดเอก” เริ่มต้นบรรเลงขับขานไปพร้อมกับเรื่องราวอันเข้มข้นของ “ศร” บุรุษผู้ที่ได้รับการยกย่องให้เป็น “มหาคีตกวี” กับเส้นทางชีวิตมุ่งหน้าสู่ความเป็น “นักระนาดเอกมือหนึ่งของแผ่นดิน” บรมครูของนักดนตรีไทย ผู้ผ่านทั้งยุคทองที่รุ่งเรืองอย่างสูงสุด และยุคตกต่ำที่สุดของวงการดนตรีไทย ยอดคนระนาดเอกแห่งสยามประเทศ จะกลับมาโลดแล่นบนจอแก้ว ดูหนังฟรี
ยุครัชกาลที่ 5

พันโทวีระที่ดูแลเรื่องวัฒนธรรมนี้อยู่ ด้วยขณะนั้นบ้านเมืองอยู่ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง มีความขัดแย้งหลายอย่างเกิดขึ้นในสังคม เป็นช่วงเวลาที่ประเทศไทยรับเอาอารยธรรมจากต่างชาติเข้ามาปฏิบัติด้วยถือว่านี่คือสิ่งศิวิไลซ์ที่ประชาชนควรถือปฏิบัติ และนำชาติด้วยคำว่า “เชื่อผู้นำ ชาติพ้นภัย” ในยุคนั้นมีการออกกฎมากมายเกี่ยวกับดนตรี เช่นการจะแสดงดนตรีไทยต้องมีบัตรนักดนตรีเท่านั้น ห้ามนั่งเล่นดนตรีกับพื้น เป็นต้น ข้อห้ามเหล่านี้ล้วนทำให้นักดนตรีไทยทำมาหากินยากลำบากขึ้น จนทำให้นักระนาดบางคนที่มีฝีมือดีมากอย่างเปี๊ยกกลับต้องหันเหชีวิตไปรับจ้างแบกข้าวสาร จนเกิดอุบัติเหตุข้อมือหักไม่สามารถเล่นระนาดได้อีก เปี๊ยกทำใจไม่ได้จึงตัดสินใจคร่าชีวิตตัวเองด้วยการผูกคอตาย ดูหนังออนไลน์

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นสะเทือนใจทุกคนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะท่านครู … ความขัดแย้งทั้งด้านสงครามก็ดำเนินรุนแรงขึ้น ขณะที่ความขัดแย้งทางวัฒนธรรมระหว่างคนในชาติเองก็รุนแรงตามเป็นลำดับ สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ ก่อให้เกิดผลกระทบ และสร้างความปวดร้าวแก่นักดนตรีไทยและคนไทยทุกคน รวมทั้งท่านครูที่แม้จะพยายามอธิบายถึงความชัดเจนในความเป็นตัวตนของไทยแล้วหากจะรับสิ่งอื่นก็ต้องรับเข้ามาอย่างเข้าใจ จึงจะผสานไปด้วยกันได้ พันโทวีระดูจะไม่เข้าใจ ท่านครูจึงจบการสนทนาด้วยการเดินไปที่ระนาดและท่านได้ใช้ความกล้าหาญในเฮือกสุดท้ายแห่งชีวิตท่านไปกับการบรรเลงเพลง แสนคำนึง ขึ้นต่อสู้เพื่อพิสูจน์คุณค่าแห่งดนตรีและวัฒนธรรมไทยที่ท่านรักดั่งชีวิต ทำให้พันโทวีระได้ฉุกคิด เขาได้เข้าใจถึงเสียงพูดของท่านครูที่ดังไปเข้าหูเขาในวันนั้นแล้ว พันโทวีระยอมจากไปแต่โดยดีในที่สุด

จากนั้นไม่นานท่านครูก็สิ้นลมลงด้วยความหวังว่าสิ่งเหล่านี้ที่ท่านครูเองได้ต่อสู้มานั้นจะไม่หายไปไหน ในงานศพของท่านครู เหล่านักดนตรีไทยได้มารวมตัวกันและบรรเลงเพลงร่วมกันส่งวิญญาณครูและเหมือนเป็นการส่งสัญญาณให้ครูได้รู้ว่าตั้งแต่นี้ไปคือโหมโรงที่จะสืบทอดปณิธานของท่านครูสืบไปด้วยเช่นกัน ดูหนังออนไลน์