Category Archives: รวมรีวิว

รีวิวหนังไทย ออนซอนเด

รีวิวหนังไทย ออนซอนเด

รีวิวหนังไทย ออนซอนเด ผลงานหนังตลกสนุกสนานแนวอีสานบ้านเฮา ที่ 3-4 ปีหลังมานี้หนังแนวไทบ้าน-หน้าฮ้านเจือมนต์เพลงหมอลำกลายเป็นหนังอีกหนึ่งแนวที่มีออกมาให้ชมกันเยอะ และประสบความสำเร็จในกลุ่มเป้าหมายคนดูอีสานอย่างน่าจับตามอง และกับทีมนักแสดงเรื่องนี้ที่ยกกันมาจากหนังฮักแพง เมื่อปีก่อน ทั้งเบิ้ล ปทุมราช, แซ็ค ชุมแพ, ก้อง ห้วยไร่, ธัญญ่า อาร์สยาม และยังมี แน็ค-ชาลี ไตรรัตน์ รีวิวหนังไทย จากหนังแฟนฉันที่กลับมามีกระแสไวรัลมากมายในปี 2562 ที่ผ่านมาจนโด่งดังอีกครั้งมาสมทบในหนังด้วย หนังฮักบวกฮา “ออนซอนเด้” ที่แปลว่า น่ารัก งดงามเรื่องนี้กำกับโดยผู้กำกับคนเดิมจากฮักแพง นั่นคือ ธีรเดช สพันอยู่ และยังอำนวยการสร้างโดยเบิ้ล ปทุมราชที่เป็นนักแสดงในเรื่องด้วย หนังใหม่

เช่นเดียวกับฮักแพงและหนังแนวไทบ้านเรื่องอื่น ๆ ที่อาจไม่ได้ทำเงินมากมายในเขตกรุงเทพและเชียงใหม่ ดูหนัง แต่กับสายหนังภาคอีสานนั้นต้องบอกว่าแตกต่างโดยสิ้นเชิง เพราะหนังสร้างกำไรเป็นกอบเป็นกำจึงยังมีหนังไทบ้าน-หน้าฮ้าน ออกมาอย่างสม่ำเสมอ จุดแข็งก็คือการรวมตัวกันอย่างเหนียวแน่นของนักร้องอีสานที่กลายมาเป็นนักแสดงกันเกือบทุกเรื่อง และปีนี้เองก็ยังมีหนังไทบ้าน XBNK48 จากใจผู้สาวคนนี้ ที่น่าจะมาเจาะตลาดคนเมืองและเอาใจฐานแฟนคลับของวงไอดอลสาว BNK48 ที่เป็นการขยายจักรวาลไป cross over กับอีกกลุ่มเป้าหมายที่ฐานแฟนคลับแน่นอยู่เช่นกัน ดูหนังออนไลน์

 

รีวิวหนังไทย ออนซอนเด หนังออนไลน์ล่าสุด

หนังมาพร้อมกับเรื่องราวในสไตล์พื้นบ้านอีสาน เล่าเรื่องราวง่าย ๆ ไม่มีอะไรซับซ้อน โดย เบิ้ล ปทุมราช มารับบทเป็น “ต่ง” พระเอกของเรื่องหนุ่มเลือดร้อนประจำตำบล ที่ไปถูกออกถูกใจ “แพทตี้” สาวสวยที่เพิ่งกลับมาจากเมืองกรุง ในขณะเดียวกัน “ดอกหญ้า” บทของ ธัญญ่า อาร์สยามสาวบ้านเดียวกันก็หลงรักต่ง แต่ต่งกลับไม่สนใจ จนกระทั่ง “ยุทธ” ดูหนัง ชายหนุ่มจากเมืองกรุงฯ มาเที่ยวที่หมู่บ้านแล้วโดนโจรล้วงกระเป๋าไป ดอกหญ้าช่วยดูแลยุทธ พายุทธไปฝากกับหลวงตาที่วัด ทำให้ยุทธต้องอยู่ค้างแรมที่หมู่บ้านต่ออีกหลายวัน ดูหนังฟรี

แล้วได้ใช้ความรู้เรื่องการตลาดมาช่วยกิจการปลาร้าของครอบครัวดอกหญ้า ดูหนัง ด้วยความใกล้ชิดของดอกหญ้าและยุทธ ทำให้ต่งที่อกหักจากแพทตี้ เริ่มกลับมามองดอกหญ้าและเกิดอาการหึงหวง หนังยังเล่าเรื่องราวอีกคู่ระหว่าง “รวย” เพื่อนรักของต่ง ที่ไปหลงรัก “มะลิ”คุณหมอคนสวยที่เพิ่งมาประจำการที่อนามัยอำเภอ ดูหนังใหม่ 2022 ที่ก็ต้องพยายามใช้ความจริงใจเพื่อชนะใจคุณหมอคนสวย ดูหนังออนไลน์

รีวิวหนังไทย ออนซอนเด

รีวิวหนังไทย โทนหนังต่างจาก “ฮักแพง”

เรื่องก่อนหน้าที่เน้นเพลงของทั้ง 3 ศิลปินที่มาแสดงนำเป็นหลัก แต่มารอบนี้เดินหน้ากันแบบคอมมีดี้ล้วน ๆ เน้นเล่นมุกขำกันแบบเอาเป็นเอาตาย ยิงมุกแบบถี่ ๆ ทุก 2 นาที ทั้งมุกที่จิกกัดกันในบทสนทนา และที่เน้นเล่นกันมากคือมุกแบบเจ็บตัว หกล้ม ตกน้ำ ร่วงหลังคา และที่ขาดไม่ได้คือ มุกผี โดยคนที่รับหน้าที่ตัวโจ๊กหลักของเรื่องก็คือ “ก้อง ห้วยไร่” ที่มาในฐานะเพื่อนพระเอกตัวชงมุก ในขณะที่เบิ้ล มาในฐานะพระเอกสายหล่อ ก็เลยต้องมาในมาดเก๊ก ขรึม แทบทั้งเรื่อง

อีกรายสำคัญคือ เรียว เชฟแดนปลาแดก เด็กน้อยที่มารับบทเป็น “เดียว” น้องของรวย ก็ทำหน้าที่เรียกเสียงหัวเราะได้มาก มาในมาดเด็กแก่แดด ที่คอยแซวคอยเผาพวกพี่ ๆ อยู่ทุกเมื่อ ในขณะเดียวกัน “เดียว”ก็เป็นต้วอันตรายของหนัง ที่ต้องเตือนกันว่า “ไม่ควรพาเด็กไปดู” เหตุจากมุกแก่แดดเกินตัวของเดียวเนี่ยแหละ ที่บทเขียนให้เดียวคอยตามจีบน้อง”ตีตี่”เด็กผู้หญิงตัวน้อยในเรื่อง

แต่มุกที่เดียวจีบจะออกไปทางลามก หื่น กาม เกินเด็ก ซึ่งตีตี่สาวน้อยก็รับมุกต่อปากต่อคำได้ทันท่วงทีเสมอ ในฐานะผู้ใหญ่ดูไปก็ขำดี กับมุกทะลึ่งแบบนี้ แต่ถ้าเด็กในวัยเดียวกับน้องเดียว

รีวิวหนังไทย ออนซอนเด

และ ตีตี่ เห็นเด็กบนจอเล่นมุกตลกลามกแล้วได้เสียงหัวเราะจากผู้ใหญ่ก็คงคิดว่าเป็นเรื่องดีงาม กลายเป็นเอาแบบอย่าง ก็ไม่เป็นการสมควรนะครับ , ส่วนบท “ยุทธ” ที่ได้ แน็ก ชาตรี มารับบทก็เป็น หนุ่มหล่อจากเมืองกรุง รูปงาม น้ำใจดี มีความรู้ มาในรูป แบบมาตรฐานของชายที่เป็นมารหัวใจของพระเอกในหนังและละครไทย ส่วนแซค ชุมแพ ในบท “อ๊อดแอ๊ด”นี่ไม่มีอะไรให้พูดถึงมากเลย เพราะเป็นหัวหน้าแก๊งวายร้ายของเรื่อง โผล่มาทีไรก็ไล่กระทืบแก๊งพระเอกอย่างเดียว ตามประสาคู่ปรับจากต่างหมู่บ้าน

สิ่งที่น่าชื่นชมก็คือบรรดานักแสดงนำ

ที่ล้วนเป็นนักร้อง แต่เมื่อมาสวมบทนักแสดง ก็ต้องชื่นชมว่าทุกคนทำได้ดี เล่นกันได้ลื่นไหลเหมือนกับนักแสดงมืออาชีพ มีที่ไม่ผ่านคนเดียวคือ ซาร่า เสาวลักษณ์ นางเอกใหม่หน้าลูกครึ่งที่มาจากเวทีประกวดนางงามหลายเวทีมารับบทเป็น “มะลิ” คุณหมอที่เป็นที่หมายปองของรวย , อาจจะด้วยความสำเร็จของ

“ฮักแพง” เรื่องก่อนหน้า และตัวเบิ้ล ปทุมราช ที่น่าจะเป็นที่รักใคร่ของพี่น้องร่วมวงการ ทำให้ “ออนซอนเด” กลายเป็นหนังรวมดาวทั้งวงการตลก และวงการเพลงลูกทุ่ง ที่มีนักแสดงรับเชิญเยอะมาก นับว่าเป็นสีสันที่ดีของหนัง ที่มีบรรดานักแสดงออกมาแจมคนละนิดคนละหน่อยเยอะมาก น้าค่อม ชวนชื่น และ โรเบิร์ต สายควัน

มารับบทเป็นหลวงตา และ ลูกศิษย์วัดตัวแสบ ที่สร้างเสียงหัวเราะได้อย่างดีเหมือนเคย โน้ต เชิญยิ้ม และ เขาทราย แกแล็กซี่ ก็โผล่มาแจมเล็กน้อย ด้านนักร้องลูกทุ่งก็มรุ่นลายครามมาร่วมแสดงทั้ง ศิรินทรา นิยากร และ สุนารี ราชสีมา และ บัวผัน ทังโส เป็นรายเดียวในเรื่องที่ได้มาโชว์เพลง

รีวิวหนังไทย ออนซอนเด

อีกจุดที่อยากชื่นชมก็คืองานถ่ายภาพ แสดงให้เห็นเจตนาดีของทีมงานผู้สร้างที่แฝงมาในหนัง กับการถ่ายทอดทัศนียภาพความงามของภาคอีสาน หนังใช้กล้องโดรนในหลาย ๆ ฉาก ให้เห็นความงามของทุ่งนา ชะง่อนผา พระธาตุฯอะไรก็ไม่ทราบชื่อ แต่ทุกฉากที่เน้นภาพมุมกว้างก็ได้ความประทับใจถึงทิวทัศน์ที่สวยงามแปลกตา และสิ่งที่ตามมาก็น่าจะสร้างความใคร่รู้จากผู้ชมว่าหนังไปเสาะหาโลเคชั่นจากที่ไหนมาถ่าย ส่งผลต่อเนื่องถึงการท่องเที่ยวภาคอีสานตามรอย “ออนซอนเด” ก็นับว่าเป็นเจตนาอันดีงามของผู้สร้างที่แฝงมาโดยไม่ได้พยามอวดอ้างเอาความดีความชอบแต่อย่างใด

รีวิวหนังไทย ออนซอนเด สรุปได้ว่า “ออนซอนเด”

เป็นหนังอารมณ์ดี ที่ได้เสียงหัวเราะเกินคาด ได้เห็นความสามารถทางการแสดงของนักร้องลูกทุ่งที่มีฝีมือการแสดงได้เทียบเท่านักแสดงมืออาชีพ ได้เห็นทัศนียภาพสวย ๆ ของภาคอีสาน เป็นหนังที่เหมาะเข้าไปคลายเครียดจริง ๆ หลาย ๆ มุกได้เสียงหัวเราะดัง ๆ ลั่นโรง บนเส้นเรื่องที่เรียบง่าย สไตล์ละครหัวค่ำบ้านเรา

พ่อแง่แม่งอน มีตัวร้าย ตัวอิจฉา มากันครบ จบแฮปปี้เอนดิ้งแบบไม่เกินคาดเดา หนังเข้าถึงกลุ่มผู้ชมได้ทุกภาค ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นคนภาคอีสานก็สนุกได้ แม้หนังจะพูดอีสานกันทั้งเรื่อง ก็มีซับไตเติ้ลแปลตลอด ให้ความรู้สึกเหมือนดูหนังต่างชาติแล้วต้องคอยอ่านซับแบบนั้นเลย

ถ้าถามถึงพล็อตเรื่องของ “ออนซอนเด” นั้น จัดได้ว่าเบาบางยิ่งกว่ากองฟางข้างทุ่งนาเสียอีก เมื่อเรื่องราวที่เกิดขึ้นในหนังเรื่องนี้โฟกัสอยู่แค่ “การจีบหญิง” ของ ต่ง (เบิ้ล ประทุมราช) รวย (ก้อง ห่วยไร่) และหนุ่มน้อยอย่างเดียว (เรียว เชฟแดนปลาแดก) โดยหนังเลือกจะเปิดเรื่องมาที่งานคอนเสิร์ตหมอลำ

ซึ่งมีนักร้องอีสานชื่อดังอย่าง “บัวผัน”

มาเปิดการแสดง ด้วยความม่วนของเหล่าแฟนเพลง ต่งที่บังเอิญเหลือบไปเห็นแพตตี้ (ธนาพร มณีพันธ์) สาวสวยที่จากบ้านเกิดแดนอีสานไปนาน เพราะมัวแต่ไปหลงแสงสีในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ ต่งจึงไม่รอช้าที่จะตรงปรี่ไปขายขนมจีบ

ขณะที่ต่งกำลังจีบแพตตี้ อ๊อดแอด (แซ็ค ชุมแพ) ขาใหญ่ประจำหมู่บ้านก็ตรงปรี่มา ร่วมวงขอหลีแพตตี้อีกราย ส่งผลให้สองหนุ่มต้องเข้าปะทะจนเกิดมวยกันกลางงานหมอลำ ร้อนให้เพื่อนสนิทอย่างรวยต้องมาช่วยเพื่อนฝ่าดงตีน ก่อนที่รวยจะได้รับบาดเจ็บระหว่างพาต่งหลบหนีการตามไล่กระทืบจากกลุ่มเพื่อนของอ๊อดแอด

ระหว่างที่รวยเดินทางไปยังอนามัยของหมู่บ้าน เขาก็ได้พบกับมะลิ (เสาวลักษณ์ สารกาล) คุณหมอคนสวย จมูกคมเป็นสัน หน้ารูปไข่ เขาตกหลุมรักทันที ระหว่างนั้นเองภารกิจตามจีบสาวๆของหนุ่มก็เริ่มต้นขึ้นท่ามกลางความสรวลเสเฮฮาที่เกิดขึ้นระหว่างทาง

นั่นแหละครับคุณผู้อ่าน พล็อตเรื่องของ “ออนซอนเด” มีอยู่แค่นี้จริงๆ หนังเรื่องนี้แทบไม่ต่างอะไรจากละคร “ซิทคอม” ที่ฉายทางฟรีทีวี ที่เน้นขายมุกตลกสถานการณ์ นำพาฉากหนึ่งไปสู่อีกฉากหนึ่งเท่านั้น มุกตลกส่วนมากในหนังเรื่องนี้มักจะเป็นมุกแบบ “ตลกเจ็บตัว” อันเกิดจากความซุ่มซ่ามของตัวละคร โดยเฉพาะรวย ซึ่งรับบทโดยก้อง ห้วยไร่

ซึ่งลงทุนเล่นฉากเหล่านี้ด้วยการแสดงแบบทุ่มสุดตัว ไม่ว่าจะต้องดูดง่ามเท้าของเบิ้ล ปทุมราช ถูกเตะผ่าหมากเข้ากลางง่ามขา กระโดดคร่อมจักรยานที่ไม่มีอาน ตกหลุมโคลนหน้าคะมำ หรืออีกหลายสถานการณ์ที่จังหวะจะโคนในความซวยนั้น สร้างเสียงหัวเราะให้กับคนดูอย่างสัมฤทธิ์ผล ดูหนังออนไลน์

ถึงจะเป็นหนังประเภทขายเสียงฮาโดยไม่สนใจเส้นเรื่อง ถึงอย่างนั้นหนังก็ยังเลือกจะใส่ซับพล็อตรองที่ว่าด้วยการพัฒนาสินค้าอย่าง “ปลาร้าบรรจุขวด” ของครอบครัวต่ง ซึ่งมีสาวดอกหญ้า (ธัญญ่า อาร์สยาม) เป็นสาวที่คอยพัฒนาสินค้า เลือกใช้ช่องทางอย่างโซเชียลมีเดียในการต่อยอดช่องทางการขายให้ได้รับความนิยมของตลาด

ก็ถือว่าเป็นโมเมนต์ที่น่าสนใจของหนังเรื่องนี้ (และมีดราม่าเรื่องการใส่ร้ายป้ายสีกันทางการค้าอีกด้วย) แต่อย่างที่บอก เมื่อมันไม่ใช่อะไรที่หนังต้องการนำเสนอ ประเด็นเหล่านี้จึงใส่เข้ามาแบบลวกๆ นำเสนอแบบผ่านๆ เสียมากกว่า

รีวิวหนังไทย พี่นาค 2

รีวิวหนังไทย พี่นาค 2

รีวิวหนังไทย พี่นาค 2

รีวิวหนังไทย พี่นาค 2 เพราะโดนตามรังควานจึงต้องยอมกลับมาขอบวชแก้คำสาปอีกครั้ง เรื่องราวในพี่นาค 2 จะสานต่อจากภาคแรกทันทีเลย เมื่อเฟิร์สและบอลลูนตัดสินใจแอบสึกออกจากพระพุทธศาสนาแบบเงียบ ๆ โดยที่ไม่ให้ใครรู้ แต่ว่าเรื่องราวมันกลับไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะเขาทั้งสองกลับถูกผีพี่นาคร่างใหม่ตามไปรังควานและหมายจะเอาชีวิตจนต้องกลับมาขอบวชอีกครั้ง พร้อมกับตัวละครใหม่อย่าง คุณโท อปป้าเกาหลีที่ต้องมาบวชแก้บนในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันพอดี เรื่องราวความวุ่นวายสุดเฮี้ยนจนขนหัวลุกในวัดแห่งนี้จึงเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

เรื่องย่อ พระบอลลูน พระเฟิร์ส แอบสึกแบบลับ ๆ ปล่อยให้พระโหน่งอยู่รับใช้ศาสนาในวัดธรรมนาคานิมิตรที่มีตำนานความสยองกับสองคู่หู เณรน็อต และ อ๊อด เด็กวัด แต่แล้ว บอลลูน และเฟิร์สก็ย้อนกลับมาที่วัดในสภาพร่อแร่ปางตาย ขอกลับมาบวชซ้ำรอบสอง หวังล้างคำสาปที่วัดแห่งนี้ไม่มีใครเคยได้สึก! ทำไมพระวัดนี้ถึงสึกไม่ได้? แล้ว 2 กะเทยเพื่อนซี้ บอลลูน เฟิร์ส จะรอดถึงวันได้ห่มผ้าเหลืองหรือไม่?

ผ่านไป 1 ปีพอดีหลังจากความสำเร็จของ พี่นาค หนังพระเป็นผีจากค่ายไฟว์สตาร์ที่ทำได้ดีขนาดกวาดรายได้ไปกว่า 150 ล้านบาททั่วประเทศ แถมยังได้ออกไปฉายต่างประเทศแบ่งปันความหลอนถ้วนทั่ว จึงไม่แปลกใจที่ไฟว์สตาร์จะให้ผู้กำกับต้นฉบับที่โตมาจากสายงานกำกับศิลป์อย่าง ไมค์-ภณธฤต โชติกฤษฎาโสภณ ที่เคยมีหนังผีบทซับซ้อนอย่าง มอญซ่อนผี เว็บดูหนังรีวิว] พี่นาค 2: ประทับใจในการหาพลอตทำภาคต่อ แต่ก็มีดี-มีดรอปปนกัน - #beartai

เป็นหนังแจ้งเกิดได้มาสานต่อความฮาความเฮี้ยนเป็นแฟรนไชส์ใหม่ของค่าย โดยเอาปมที่หนังภาคแรกทิ้งไว้ก่อนจบว่า นอกจากตำนานเรื่องนาคไม่ได้บวชแล้วยังมีอีกตำนานนั่นคือ พระที่บวชที่วัดนี้ห้ามสึก ด้วย

นอกจากนั้นถ้ามองดี ๆ ตัวผู้กำกับคงไม่ได้มีไอเดียหยุดแค่ต่อภาคสอง แต่จากที่บอลลูนบนไว้ว่าจะบวช 3 พรรษา (3 ปี) เพราะเข้าใจผิดว่าคือแค่ 3 เดือน ก็น่าจะหมายถึงพรรษาละภาคเลยนั่นล่ะ เราอาจได้เห็นพี่นาคเป็นหนังไตรภาคก็เป็นได้ ซึ่งตอนจบของ พี่นาค 2 เองก็มีฉากที่ยืนยันเรื่องนี้ได้ดี แถมมาแบบเหนือความคาดหมายอีกแล้ว

ทั้งนี้ตัวเอกของหนังในภาคที่แล้วอย่างงานศิลป์พิถีพิถันสร้างสรรค์บรรยากาศสะพรึงจากวัดป่า โบถส์ วิหาร ศาลเพียงตา และพระพุทธรูป สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่ถูกมองผ่านแว่นแห่งความสยองได้อย่างน่าจดจำนั้น ในภาคนี้ก็ลดบทบาทลงไปมาก เพราะทางผู้สร้างต้องเอาเวลาไปเทให้กับตัวละครที่มากขึ้นแบบมากกว่าภาคแรกเกินเท่าตัวได้เลย

เพราะไม่เพียงเหล่าตัวละครเก่า ๆ ที่ได้กลับมากันครับครันทั้ง พระโหน่ง (ออกัส-วชิรวิชญ์ ไพศาลกุลวงศ์ จากละคร กรงกรรม) กับ 2 เพื่อนแต๋วอย่าง บอลลูน (เอม-วิทวัส รัตนบุญบารมี หรือ เอม ตามใจตุ๊ด) กับ เฟิร์ส (เจมส์-ภูวดล เวชวงศา ขาประจำหนังค่ายไฟว์สตาร์) ที่ยังคงหาเหาใส่หัวได้ตั้งแต่ต้นเรื่อง

ทั้งสมทบด้วยเณรไฮเทคอย่าง เณรน็อต (ต้า-อธิวัตน์ แสงเทียน) และเด็กวัดลุกเด็กแว้นที่เลื่อนเวลมาเป็นสัปเหร่อแทนปู่อย่าง อ๊อด (ปอนด์-คุณพัทธ์ พิเชษฐ์วรวุฒิ) แล้ว

ในภาคใหม่นี้ยังสมทบจัดหนักเสริมแก๊งหลัก แก๊งรองถ้วนทั่ว อย่าง 3 เพื่อนซี้ โหน่ง บอลลูน และเฟิร์ส ก็ได้เพื่อนใหม่เป็นซุป’ตาร์เกาหลี โทมินจุน (มีน-พีรวิชญ์ อรรถชิตสถาพร) ที่มาขอบวชแก้บนและต้องผจญซวยเพราะไม่รู้ว่าสิ่งลี้ลับที่ตามติดพวกเขาอยู่คือคำสาปเดิมของนาคนนที่ห้ามโทิมินจุนบวช หรือคำสาปของนาคใหม่ที่ห้ามบอลลูนกับเฟิร์สสึกกันแน่ ส่วนแก๊งเณรแก๊งเด็กวัดก็ได้พวกเพิ่มมาเยอะทีเดียว เสียดายว่าคาแรกเตอร์วางไว้จัดแต่ถึงเวลาจริงเราก็แทบแยกความแตกต่างของเหล่าเณรกลุ่มนี้ไม่ออก หนังฟรี

ไม่ว่าจะ เณรกู๊ด สายหน้ามึน เณรบอม สายบ้าพลัง เณรคิดดี สายโลกสวย ส่วนแก๊งเด็กวัดของอ๊อดก็ได้ลูกไล่เพิ่มอย่าง ฟ้าลั่น เด็กวัดสายป่วน กับ เจ ลูกครึ่งสายซ่อม ซึ่งที่ว่ามานี้ตัดออกเกินครึ่งได้เลยแบบไม่มีผลอะไรกับหนัง แต่ที่โดดเด่นสุดในกลุ่มตัวละครใหม่ภาคนี้ก็คงต้องยกให้ผีนาคตนใหม่อย่าง อ้ายสน (ธามไท แพลงศิลป์) ที่แสดงได้เข้มและเมกอัปผีได้โหดไม่แพ้พระนนในภาคแรกเลย เสียดายก็แค่พอหนังต้องกระจายบทไปให้ตัวละครที่มากขึ้น เวลาผีไทม์เลยน้อยลงแถมไม่ค่อยมีเวลาบิ้วแบบภาคแรกที่มาเป็นขบวนแห่นาคไร้หัว

ในภาคนี้เปิดตัวมาดูดีด้วยแฟลชแบ็กที่ตามฆ่าอดีตพระตายคาขบวนแห่ แต่พอถึงเวลาหลอกจริงกับกลุ่มตัวเอกกลับธรรมดามากไปหน่อย เทียบกับตอนนาคนนสิงบอลลูนในภาคแรกแบบเทียบไม่ติดเลยปัญหาใหญ่ของหนังก็มาจากการวางโครงเรื่องมาดี คิดเฉลยคิดฉากจบมาพร้อม แต่ต้องมายำตัวละครและด้นสดระหว่างทางเพื่อพากลุ่มตัวละครไปสู่ตอนจบที่ตั้งใจไว้มากไปหน่อย ทำให้กลุ่มโครงสร้างเนื้อเรื่องแกว่งไปมาเดี๋ยวดราม่าแรง เดี๋ยวตลก เดี๋ยวผี แบบไม่ค่อยไปด้วยกันได้ โดยเฉพาะซีนดราม่าทั้งหลายมาแบบเด่นเด้งไม่สนใจฉากก่อนหน้าและที่จะตามมาเลยจนรู้สึกหนังคิดรายละเอียดบทมายังไม่เนี้ยบพอ แต่พอโครงสร้างของหนังที่เป็นพลอตใหญ่เริ่มทำงานในช่วงหลังมีการเฉลยนั่นนี่แล้วก็เริ่มดูสนุกขึ้น ดูน่าตื่นเต้นกับเรื่องราวผูกโยงอดีตชาติ แถมยังมีคำสอนต่าง ๆ อิงไปนาคในพระพุทธศาสนาอีก ตรงนี้ประทับใจเลยล่ะ แต่ก็นั่นล่ะถ้าทีมสร้างไม่เร่งทำหนังชนปีต่อปีขนาดนี้ น่าจะมีเวลาเกลาตัวละครและบทบิ้วต่าง ๆ ช่วงแรกได้เยี่ยมกว่านี้ มีคัตการแสดงที่งง ๆ เคมีไม่ล้นก็ขาดน้อยกว่านี้ หนังใหม่รีวิว] พี่นาค 2: ประทับใจในการหาพลอตทำภาคต่อ แต่ก็มีดี-มีดรอปปนกัน -  #beartai

ความตลกของหนังก็มาจากมุกสถานการณ์บ้างอย่างช็อตเจอสิงสาราสัตว์เป็นต้น แต่ที่ทำงานเอาจริง ๆ และรู้สึกตลกธรรมชาติกว่ามากคือการแสดงแบบเป็นตัวเองของ เอม ตามใจตุ๊ด เสียมากกว่า ฉากเล่าเรื่องย้อนอดีตชาติให้ทุกคนฟังคือสนุกมาก เสียดายที่หนังมีอะไรที่ลงตัวพอดีแบบนี้น้อยไปหน่อย แต่โดยรวมก็เป็นหนังที่ดูเอาฮาเอาข้อคิดได้บ้าง และก็ต่อยอดตัวเองได้น่าสนใจ ถ้ามีโอกาสได้ทำภาคต่อไปก็ไม่แปลกใจล่ะนะ เพราะในธีมพระเป็นผีนี่แฟรนไชส์เรื่องนี้เป็นเจ้าตลาดไปเรียบร้อยแล้ว

สำหรับใครที่ยังไม่รู้จักหรือคุ้นเคยกับภาพยนตร์ไทยเรื่องนี้นะครับ พี่นาคเนี่ยเป็น Horror Comedy ครับ ภาคแรกเข้ามาเมื่อปีที่แล้ว และก็กลายมาเป็นม้ามืดที่ประสบความสำเร็จชนิดที่เรียกได้ว่าถล่มทลายครับ รายได้ถึงหลักร้อยล้าน ได้ออกไปฉายถึงต่างประเทศ ตัวผมเองเนี่ย จากแรก ๆ ไม่ได้สนใจนะครับก็ทานกระแสไม่ไหวเหมือนกันก็เลยพากันไปดูทั้งครอบครัวเลยครับ คุณแม่แกชอบหนังแนวนี้ รีวิวสั้น ๆ ตอนภาคแรกก็ต้องเรียนตามตรงนะครับว่าเป็นหนังที่บันเทิงใช้ได้แต่ก็มีความงงอยู่บ้างเหมือนกันนะครับ เว็บดูหนังฟรี

รีวิวหนังไทย พี่นาค 2

เริ่มจากโหน่งกับเพื่อนของเขาอีก 2 คนนะครับที่เป็นสาวประเภทสองอย่าง เฟิร์สและบอลลูน ต้องไปบวชแก้บนในวัดป่าลึกลับ แต่การบวชครั้งนี้ครับมันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด ที่นั่นมีอาถรรพ์ลึกลับกับผีนาคที่โคตรอาฆาตครับ ที่ไม่อยากจะให้คนมาบวชได้สำเร็จเพราะว่าตัวเองนั้นไม่ได้บวช

แค่โครงเรื่องนี่มันก็แปลกแล้วใช่ไหมล่ะครับ เป็นหนังผีที่บอกตรง ๆ นะครับว่าตอนดูนี่ไม่รู้จะอารมณ์ไหนดี ทั้งน่ากลัวแต่ก็มันส์ แล้วก็ฮาไปด้วยครับ โดยเฉพาะตอนจบเนี่ยที่ทิ้งท้ายให้เหมือนจะเป็นการบอกใบ้กราย ๆ ครับว่าจะมีภาคต่อ ตอนแรกก็ไม่คิดว่าจะมีจริง ๆ หรอกนะครับ นึกว่าเป็นมุกเฉย ๆ ที่ไหนได้ครับดันมีจริง ยังไงก็ต้องพาครอบครัวไปดูอยู่แล้วเพราะว่าภาคแรกเนี่ยดูกันทั้งครอบครัว วันนี้ตัวผมเลยก็เลยจะมาชวนทุกคนไปรีวิวตัวอย่างภาพยนตร์ของพี่นาค 2 ไปพร้อม ๆ กันครับ โดยผมจะใส่ความเห็นส่วนตัวลงไปด้วย เพื่อเป็นการไม่เสียเวลา ไปดูกันเลยครับ

ขอพูดถึงครึ่งแรกของตัวอย่างกันก่อนแล้วกันครับ ด้านโครงเรื่องของพี่นาค 2 ดูเหมือนจะเป็นอย่างที่ทิ้งท้ายเอาไว้ในภาคแรกครับที่ทั้งทั้ง 2 ตัวป่วนในภาคที่แล้วอย่างคุณบอลลูนและคุณเฟิร์สครับ ซึ่งถ้าเกิดว่าผมเข้าใจไม่ผิดก็คือทั้งคู่แหละแอบสึกแล้วหนีออกจากวัดไปก่อนกำหนดนะครับ ทำให้เหมือนจะต้องเจออาถรรพ์มารังควานในรูปแบบของผีนุ่งจีวร จนต้องซมซานกลับมาที่วัดเดิม คราวที่แล้วเนี่ยผีไม่อยากให้คนมาบวช คราวนี้ผีดันไม่อยากให้สึก อะไรมันจะขนาดนั้นเนี่ย สิ่งแรกที่สะดุดตาผมในตัวอย่างเลยก็คือโดรนตัวนั้นแหละครับ ดูหนังฟรี

จำได้ไหมครับในภาคแรกที่พระใช้อุปกรณ์ไฮเทคในการช่วยสู้กับผี แต่ภาคนี้เห้นไอเจ้านี่แล้วก็ตะลึงกว่าครับ ที่มันต้องไฮเทคขนาดนี้เลยหรอ แล้วมันจะเอาไปใช้ยังไงได้ในเรื่อง หรือว่าเขาจะขับโดรนไล่ชนผีหรือขับโดรนสาดน้ำมนต์ แค่นี้ก็ตื่นเต้นแล้วล่ะครับ ว่ามันจะออกมาเป็นอีท่าไหน ส่วนตัวละครเก่า ๆ

จากภาคที่แล้วนะครับก็ดูเหมือนจะอยู่กันครบเลย ไม่ว่าจะเป็นพระโหน่ง เณรอ๊อด หรือว่า เจ้าน๊อต นะครับ แถมยังมีเด็กแว่นปริศนาเพิ่มเข้ามาอีก หน้าตาก็เอาเรื่องอยู่เหมือนกันนะครับ รวมตัวกันน่าจะแสบขึ้นไปอีกแต่ที่สำคัญก็คือ ตัวละครใหม่นี้ครับ นักร้องเกาหลีสุดฮอตที่ชื่อว่า มินจุน ที่ต้องมาบวชแก้บนที่นี่เช่นเดียวกัน

มาถึงในส่วนของครึ่งหลังกันครับเรียกได้ว่าเปลี่ยนอารมณ์จากหน้ามือเป็นหลังมือเลยก็ว่าได้ จากหนังตลกโปกฮากลายเป็นหนังผีอย่างเต็มตัวเลยล่ะครับ มุมกล้องต่าง ๆ โชว์ความเป็นหนังสยองขวัญแล้วก็เปิดโชว์ตัวผีในเรื่องอย่างเต็ม ๆ ตาจากพี่นาคในภาคที่แล้วนะครับ คราวนี้แหละ ดูจะกลายเป็นผีพระอย่างเต็มตัวแล้วแหละครับ อิทธิฤทธิ์ ความโหดเหี้ยมต่าง ๆ ก็ดูมากขึ้นไปอีก ดูจากฉากที่สวดมนต์ตามแล้ว ระดับความเฮี้ยนน่าจะทวีขึ้นอย่างเทียบไม่ติดครับ ดูแค่ในตัวอย่างก็สัมผัสได้ถึงแรงอาฆาตของผีตนนี้ได้อย่างชัดเจน นี่ยังไม่รวมถึงฉากลากคนต่อหน้าพระและเณรอีกนะครับ แล้วแบบนี้จะเอาอะไรไปรอดล่ะครับ

เพิ่มเติมในส่วนของนักแสดงนะครับ ตอนแรกผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเป็นใคร ไปหาข้อมูลเพิ่มเติมร้องอ๋อเลยครับ คุณธามไท แพลงศิลป์ ผมนี่เคยเห็นหน้าคาดตาตาม MV เพลงหรือรายการทีวีโชว์มาบ่อย ๆ ครับ มาเห็นเขาในตัวอย่างพี่นาค 2 นี่ถึงกับจำไม่ได้เลยแหละครับ แต่งใบหน้าให้ดูน่ากลัวขึ้นจนไม่เหลือเค้าของหนุ่มคนเดิมสักนิดเดียวเลย ซึ่งหลังจากดูตัวอย่างทั้งหมด ตัวผมนะครับคิดว่าพี่นาคภาค 2 เนี่ยก็น่าจะยังคงอารมณ์เดิมไว้ครับ คือเป็นหนังผีไทยหลากอารมณ์ ทั้งน่ากลัวแล้วก็ตลก เหมือนกับพี่นาคภาคก่อนหน้านี้ครับ แต่ก็ทวีความเข้มข้นขึ้นไปอีก ดูหนังออนไลน์

รีวิวหนังไทย รักแห่งสยาม

รีวิวหนังไทย รักแห่งสยาม

รีวิวหนังไทย รักแห่งสยาม

รีวิวหนังไทย รักแห่งสยาม รักไม่มีขีดจำกัด หนังที่สามารถเล่าครบแทบทุกมุมมองของความรัก

โต้งและมิวเพื่อนรักในวัยเด็ก ที่ได้กลับมาสานต่อมิตรภาพกัน กลับค้นพบความรู้สึกรักที่ยังเป็นสิ่งต้องห้าม เนื่องจากเป็นรักร่วมเพศ ในขณะเดียวกันครอบครัวของโต้งที่ความอบอุ่นค่อย ๆ เลือนรางเพราะการหายตัวไปของพี่สาว จนเหมือนจะถูกเติมเต็มเมื่อคนหน้าเหมือนพี่สาวโต้งโผล่กลับมา เป็นหนังรักที่หลายคนรีวิวเอาไว้ว่าเล่าได้ครบทุกรส ไม่ว่าจะเป็นความรักเห็นแก่ตัว ความรักที่ไม่ควรมีขอบเขต ความรักที่มีแต่ความหวังดี หรือสายใยรักในครอบครัวค่ะ

รีวิวภาพยนตร์ รักแห่งสยาม
-นี่คือ love actually เวอร์ชันไทยชัด ๆ หยิบมาดูไวไปหน่อย ถ้ารอคริสมาสต์แล้วได้มาดูอะไรแบบนี้คงเต็มอิ่มกับเทศกาล เหงา ๆ หนาว ๆ หึ้ย5555
-พี่มะเดี่ยวก็ยังคงเป็นพี่มะเดี่ยวที่มีพลังขยี้สิบแรงมือ ไม่รู้จะขยี้อะไรขนาดนั้น น้ำตาหนูไหลไม่ทันแล้วพี่ มันทุกจุด ทุกช็อตจริง ๆ ทุกสิ่งที่ตัวละครพูด หรือทำ ทุกแววตาที่แต่ละตัวละครมองกัน มันดูมีความหมายไปซะหมด คุณภาพคับแก้วจริง ๆ
–เป็นหนังLGBTที่เก่า แต่มีความคลาสสิคและได้อารมณ์ลึกลงไปในใจ ดูแล้วสัมผัสได้ถึงความรัก ความรู้สึก ความเหงา ได้ทุกมู้ดทุกอารมณ์แบบลึกซึ้งอ่ะ ไม่ใช่มาแค่ผิวเผินแล้วก็จากไป แต่เป็นความรู้สึกที่เรียกได้ว่ากัดกินหัวใจไม่น้อยเลยทีเดียว

-เราชอบการเล่าเรื่องของหนัง มันดูไปเรื่อย ๆ แต่ก็ทวีความรู้สึกที่กดทับหัวใจให้มันมากขึ้น ๆ เก็บรายละเอียดในแต่ละซีนแล้วเอามาขยี้ทีหลัง คือแบบ เห้ยมันกินใจมาก โดยเฉพาะการเอาเพลงมาเป็นส่วนนึงในการขับเคลื่อนตัวหนัง มันโรแมนติกแบบหน่วง ๆ เอาจริง ๆ เพลงนี่มันช่วยขับเคลื่อนความรู้สึกได้เยอะเหมือนกันนะ ทั้งตัวเนื้อร้อง ทำนอง เมโลดี้ เสียงร้องและอินเนอร์ของพี่พิชชี่ที่ทุกครั้งเวลาร้องเพลงให้มาริโอนี่คือเรายิ้มนะ มีความสุขมาก แต่ในใจลึก ๆโคตรหน่วงเลย

-นักแสดงคือสมแล้วจริง ๆ ที่เข้าชิงกันทุกคน ทุกอย่างมันโฟลว ธรรมชาติ เหมือนไม่ได้มีบทให้ท่อง สายตาของมาริโอกับพิชชี่นี่คือได้มาก เรารู้เลยว่าทั้งสองคนคิดอะไรยังไงอยู่ เป็นหนัง 2 ชั่วโมงครึ่งที่เหมือนผ่านไปแค่ครึ่งชั่วโมง แต่ความรู้สึกในใจกลับเหมือนถูกตราตรึงไม่มีวันหายไปไหน 12 ปีที่ผ่านไปไม่ได้ทำให้หนังเรื่องนี้เก่าเกินจะดูเลยซักนิดเดียว เว็บดูหนัง

รัก แห่ง สยาม The Love of Siam - Pantip

ดูแล้วอยากวาร์ปไปเดินสยามตอนนี้เลย
เทศกาลคริสมาสต์นี่มันเข้ากับความรักจริงๆเล้ย
ถึงอากาศจะหนาว
ถึงคู่รักรอบ ๆ จะทำให้เหงาไปบ้าง
แต่แค่ได้กลับบ้านมานอนในห้องอุ่น ๆ นอนดูรักแห่งสยามวนไป หัวใจก็อบอุ่นขึ้นมาแล้วแหละเนอะ

จุดเปลี่ยนแรกของครอบครัวโต้งคือการสูญเสียแตง พี่สาวคนโตของครอบครัวไปจากการหลงป่า จุดนี้เป็นจุดที่ทำให้ครอบครัวที่เคยสมบูรณ์แบบเปลี่ยนแปลงไปจากหน้ามือเป็นหลังเท้าเลยทีเดียว ในมุมมองของผมมองว่าการสูญเสียแตงไปทำให้เกิดตัวละครสองตัวที่สะท้อนความคิดใต้จิตใจของมนุษย์ต่อการสูญเสียคนที่รักไป ผ่านตัวละคร “สุนีย์” และ “กร”

“สุนีย์” เป็นภาพสะท้อนของ “คนที่พยายามหลีกหนีความจริงจากการสูญเสีย” ไม่ผิดหรอกครับที่คนเราจะต้อง move on และเดินหน้าต่อไป แต่สำหรับสุนีย์นั้นมันไม่ใช่แค่การมูฟออน แต่มันคือการทิ้งความจริงทั้งหมดไว้ข้างหลัง เพื่อพยายามให้ตัวเอง(และครอบครัว) หลุดพ้นจากความเจ็บปวดไปได้ ในฉากหนังเราจะเห็นการย้ายบ้านของโต้ง เหตุผลหนึ่งผมมองว่าสุนีย์พยายามจะพาทุกคนออกไปจากบรรยากาศที่มีแตงเคยอยู่ หรือหลายครั้งที่สุนีย์พยายามไม่พูดถึงเรื่องราวในอดีตของแตง เช่น ฉากที่สุนีย์นั่งดูทีวีกับโต้ง แล้วกรเดินถือรูปถ่ายที่มีแค่สามคน แต่ไม่มีแตงมาถามว่า

“แตงหายไปไหน?”

ซึ่งสุนีย์ก็ตอบกลับอย่างปัด ๆ ว่า “ไปกับเพื่อนแล้วมั้ง ฉันจำไม่ได้”

กรก็ซักต่อว่า “แล้วทำไมไม่เอารูปที่มีแตงมาวางล่ะ”

ทำให้สุนีย์ถึงกับอารมณ์ขึ้นแล้วเหวี่ยงกลับไปว่า “ก็เพราะว่ามันไม่มีเขาแล้วอะสิ”

จากเรื่องราวเหล่านี้มันสะท้อนให้เห็นว่าสุนีย์พยายามที่จะหนีจากความเจ็บปวดแบบสุดโต่ง คือไม่พูดถึง ไม่กล่าวถึง พยายามทำให้ครอบครัวของตนเองลืมแตงไปให้ได้ แต่ผมเชื่อว่าสุนีย์รู้ดีว่า “เขากำลังหลอกตัวเอง”

มาดูอีกด้านหนึ่ง “กร” ผู้เป็นพ่อที่รู้สึกผิดต่อตัวเองอย่างมากที่อนุญาตให้ลูกไปเที่ยวกับเพื่อนต่อจนนำมาซึ่งเหตุการณ์สะเทือนใจครั้งใหญ่ของครอบครัว ทำให้กรเศร้ามาก และสุดท้ายหันมาพึ่งเหล้าแทน สำหรับผมมองว่า หนังฟรี

12 ปี 'รักแห่งสยาม' จุดเริ่มต้นแห่งการขับเคลื่อน LGBT - Tonkit360

“กรเป็นตัวแทนของคนที่จมอยู่กับอดีต”
ในขณะที่สุนีย์พยายามมูฟออน แต่กรกลับทำทุกอย่างตรงกันข้าม เขาเฝ้านึกถึงเหตุการณ์นั้นอยู่ตลอดและโทษตัวเองเสมอ ฉากเดียวกันกับข้างบนและอีกหลายฉากในเรื่องที่กรจะเปิดดูรูปถ่าย และถามคนนั้นคนนี้อยู่เสมอว่าแตงไปไหน ทั้งที่ความจริงผมว่ากรรู้ดีอยู่แล้วว่าแตงไม่มีทางกลับมา และเขาสูญเสียลูกสาวของเขาไปแล้วจริง ๆ จึงประชดชีวิตตัวเองด้วยจมอยู่กับกองเหล้าตลอดเวลา

เมื่อผลจากการเดินทางตรงกันข้ามของผู้เป็นพ่อและแม่ ทำให้ผลกรรมตกมาอยู่ที่ “โต้ง” กลายเป็นว่าโต้งขาดความเป็นตัวเองไปหลังจากสูญเสียแตง ผมสังเกตจากการที่ในช่วงวัยเด็ก(เก้า จิรายุ) โต้งมีความเป็นคนขี้เล่นและเป็นตัวเองมากกว่า แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์สูญเสียครั้งนั้นขึ้น โต้งกลายเป็นอีกคนที่นิ่ง ๆ ไม่หือไม่อือกับอะไรทั้งนั้น แม้กระทั่งกับความรักที่มีกับโดนัท (เบสท์ อธิชา) ก็ตาม ในช่วงที่โต้งกำลังก้าวเข้าสู่วัยรุ่นอย่างเต็มตัว เขาจึงไม่รู้ความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเอง ว่าเขาต้องการอะไร

รีวิวหนังไทย รักแห่งสยาม

จุดเปลี่ยนที่สองของครอบครัวนี้ คือการกลับเข้ามาของมิว และการที่ได้รู้จักกับจูน หญิงสาวที่มีหน้าตาคล้ายกับแตงอย่างกับคนเดียวกัน หนังใหม่

การเข้ามาของจูน(ที่หลอกกรว่าเป็นแตง) ทำให้บรรยากาศภายในครอบครัวดูเหมือนจะดีขึ้น ที่บอกว่าดูเหมือนจะดี ความหมายก็คือยังไม่ดีนั่นเองครับ เพราะทุกอย่างที่เข้ามาทำให้ทุกตัวละครเกิดการหลอกตัวเองขึ้น ในมุมนี้สุนีย์ก็พยายามหลอกตัวเองว่าการที่จูนปลอมเป็นแตงจะช่วยทำให้สามีของเธอยอมเข้ารับการรักษาอาการติดเหล้า

ส่วนกรที่มีท่าทีเปลี่ยนไป ผมกลับมองว่าในเรื่องราวนี้ กรรู้อยู่แล้วว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่แตง เพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมาเขาเชื่ออย่างสนิทใจไปแล้วว่าแตงไม่ได้อยู่แล้ว แต่เขาก็เลือกทำสิ่งต่าง ๆ เพื่อหลอกตัวเองในเรื่องความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในอดีต ผมตีความจากการเล่นเกมหาสมบัติของกร อย่างที่โต้งบอกแหละครับว่ามันเป็นเกมประจำครอบครัว แปลว่ากรมีอะไรจะให้กับแตง(จูน) แต่สุดท้ายจูนก็เล่นไปไม่ถึงที่กรจะให้ ผมว่ากรไม่ได้ลืมอย่างที่โต้งบอกหรอก แต่เรื่องนี้ทำให้กรรู้ว่าถ้าเป็นแตงจริง ๆ แตงคงไม่หยุดเล่นแค่นี้แน่ หรือฉากเปิดดูอัลบั้มรูปที่กรก็พยายามหลอกถามให้แตงเล่าเหตุการณ์ต่าง ๆ จนไปถึงรูปเจ้าปัญหาที่ไม่มีแตง จูนบอกว่าแตงคงไปกับเพื่อนแล้ว ถึงไม่ได้อยู่ในรูป เหตุการณ์เหล่านี้น่าจะทำให้กรมั่นใจได้ว่าคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าเขาไม่ใช่แตง เขาสูญเสียแตงไปแล้วจริง ๆ ดังนั้นมันจึงสะท้อนออกมาที่มีฉากที่กรเข้าโรงพยาบาล แล้วจูนบอกกับสุนีย์ว่าถึงเขาจะเข้ามา แต่กรก็ไม่เคยหยุดกินเหล้าเลย ถ้าในแง่หนึ่งอาจจะมาจากอาการติดเหล้า แต่ในมุมหนึ่งผมกลับมองว่ามันสะท้อนว่ากรรู้ความจริงทุกอย่าง และยังจมอยู่กับอดีตเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

รักแห่งสยาม-8 - Tonkit360

รักแห่งสยาม
ผมว่าหนังเล่าได้ดีมากผ่านรูปภาพรูปนี้ เพราะมันทำให้เราเห็นพัฒนาการของตัวละครได้ดีมาก ๆ

ในช่วงต้นเรื่อง ฉากที่ผมเล่าไปที่กรถามถึงแตง นั่นสะท้อนให้เห็นว่าสุนีย์และกรกำลังเดินสวนทางกัน ซึ่งนี่คือสิ่งที่ทำให้ครอบครัวที่เคยสมบูรณ์เปลี่ยนแปลงไป
ฉากที่สอง คือฉากที่กรคุยกับแตง(จูน) ผมมองว่าช่วงเวลาที่จูนเข้ามาในครอบครัว ทำให้เส้นทางที่เคยเดินสวนทางกันของพ่อแม่ มันกลับมาใกล้กันมากขึ้น คือตัวละครจูนกำลังทำให้ทุกคนยอมรับความจริงและอยู่กับความจริงมากขึ้น
และฉากสุดท้ายคือฉากที่สุนีย์เล่นเกมตามหาสมบัติที่จูนวางไว้ จนไปพบข้อความสุดท้ายที่ทิ้งท้ายพร้อมกับรูปถ่ายรูปเดิม เมื่อกรเดินมาเห็นแล้วถามว่า “แตงไปกับเพื่อนแล้วใช่มั้ย?”
สุนีย์ที่เคยหนีความจริงมาตลอด ตอนนี้ก็ยอมรับแล้วว่าในรูปแตงยังอยู่กับเรา เพราะแตงเป็นคนถ่ายรูปนั้นเอง
อีกตัวละครสำคัญที่ทำให้สุนีย์ต้องยอมรับความเป็นจริงโดยดุษฎี คือ มิว การสูญเสีย “ ลูกสาว” คงเป็นเรื่องยากที่คนเป็นแม่จะยอมรับได้ เขาจึงพยายามทำทุกวิถีทางที่จะไม่ยอมสูญเสีย “ลูกชาย” คนสุดท้ายไปเป็นอันขาด ฉากสุนีย์ไปคุยกับมิวที่บ้านเพื่อให้มิวยุติความสัมพันธ์กับโต้ง นั่นคือความในใจทั้งหมดของตัวละครตัวนี้  เว็บดูหนังฟรี

สิ่งที่เกิดขึ้นกับครอบครัวนี้ ไม่ใช่เพราะขาดความรัก แต่เป็นเพราะพวกเขามีความรักให้กันอย่างมากล้น แต่ไม่เคยที่จะเข้าใจในความรักมุมมองของคนอื่นบ้าง สุนีย์เป็นแม่ที่ลุกขึ้นต่อสู้เพื่อเป็นเสาหลักของครอบครัว จากหลายฉากแสดงให้เห็นว่าเขายอมทำทุกอย่างเพื่อให้ครอบครัวกลับมาสมบูรณ์ แม้กระทั่งการยอมให้จูนเข้ามาในครอบครัว ทั้งที่มันเป็นสิ่งที่สุนีย์ปฏิเสธมาโดยตลอดหลังการสูญเสียแตงไป ถึงแม้ว่าหนังจะพยายามเล่าให้สุนีย์ดูจะสงสัยกับชีวิตของจูนกับแตง แต่หลายฉากมันก็อธิบายในตัวเองไปแล้วว่าสุนีย์ไม่คิดว่าจูนคือแตง ทั้งการพูดกับจูนว่า เธอไม่ใช่คนในครอบครัวของฉันจะไปรู้อะไร หรือฉันควรจะรู้ว่าเธอเป็นใคร ไม่ใช่เอาใครที่ไหนไม่รู้เข้ามาในบ้าน ทั้งหมดทั้งมวลนี้มันชัดเจนอยู่ในตัวแล้วว่าสุนีย์ยอมรับ

ตั้งแต่แรกแล้วว่าเขาสูญเสียแตงไปแล้วPANTIP.COM : A6068363 <<<<<<<<<< ดูแล้วมาคุยกัน ... รักแห่งสยาม ,  ทุกชีวิตเติบโตได้ด้วยความรัก >>>>>>>>>> [ภาพยนตร์]

บทสรุปของเรื่องทำให้เราเห็นถึงการกลับมาเชื่อมต่อกันของคนในครอบครัวอีกครั้ง ฉากโต้งถามแม่เรื่องเลือกตุ๊กตาตัวไหนดี ฉากสุนีย์ดูรูปถ่ายครอบครัวกับกรแล้วร้องไห้ และสิ่งสำคัญคือ เราทุกคนล้วนต้องยอมรับความจริงและอยู่กับมันให้ได้ ถึงแม้ว่ามันจะเป็นความจริงที่เจ็บปวด แต่สุดท้ายความจริงก็คือความจริง สุดท้ายความรักของครอบครัว คือความรักที่ยิ่งใหญ่และมีพลังมาก ในหลายครั้งเราอาจจะไม่เข้าใจในความหวังดีของคนในครอบครัวจนนำมาซึ่งความขัดแย้งกันได้ ดังนั้นรักกันอย่างเดียวอาจจะไม่พอ ในเมื่อเราไม่สามารถเข้าใจจิตใจของทุกคนได้ผ่านการมองตา การสื่อสารและการเชื่อมต่อซึ่งกันและกันจึงสำคัญไม่แพ้กับความรักที่เรามีให้กันเลยครับ

มาถึงตอนสุดท้ายอยากขอบคุณทีมงานและทีมนักแสดงเรื่องนี้ทุกคนที่ได้สร้างผลงานหนังไทยดี ๆ ออกมาให้เราชม อยากให้หนังไทยมีผลงานดี ๆ แบบนี้อีกครับ เชื่อว่าคนไทยของเรามีศักยภาพมากพอที่จะสร้างผลงานดีๆออกมาให้คนไทยได้ชมนะครับ ดูหนัง ไทย

ตอนแรกเราเฉยๆกับเรื่องนี้ อิมเมจของเรื่องนี้ที่เราคิดไว้คือหนังรักชายหญิงปกติธรรมดาที่พยายามยัดเยียดประเด็นรักร่วมเพศเข้ามาเพื่อเรียกแขกให้ดู เพราะปกติเวลาเราเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็จะมีแต่คนพูดถึงฉากเกย์บ้างแหละ พูดถึงว่ารู้สึกหักมุมบ้างแหละ จนเหมือนตอนนั้นเราไม่ได้เห็นด้านอื่นๆของหนังเรื่องนี้เลยนอกจากประเด็นรักร่วมเพศซึ่งพอมาดูแล้วผิดกับที่คิดทั้งหมด ดูหนังฟรี

ถ้าให้เราบอกคือหนังเรื่องนี้ไม่ใช่หนังรัก มันคือหนังของการค้นหาตัวตนของเด็กที่กำลังเติบโตในสภาพครอบครัวที่พังทลาย เราไม่รู้มาก่อนว่าประเด็นในเรื่องมันจะหนักขนาดนี้ กลายเป็นว่าโดยรวมหลายๆสิ่งในเรื่องเราไม่แปลกใจว่าทำไมมันถึงดังและมีคนชอบมากในช่วงนั้น เราว่าน่าจะเป็นเพราะประเด็นพวกนี้แหละที่ทำให้มันกลายเป็นหนังที่ดูมีอะไรขึ้นมา และพอเราดูจบเราก็พบว่าฉากเกย์ไม่ได้ใส่มาแบบยัดเยียด แต่ใส่มาเพื่อให้เห็นและเข้าใจในพัฒนาการของตัวละครมากกว่า

รักแห่งสยาม “ขอบคุณนะคะที่กล้าสอนหนู” เรื่องความรักและการมูฟออน | Spectrum  - พื้นที่ความคิดของทุกสีสัน

เรื่องราวเกี่ยวกับครอบครัว 4 คน พ่อแม่พี่สาวน้องชาย อยู่กันอย่างสงบสุขเป็นปกติ แต่กลายเป็นว่าอยู่ดีๆวันหนึ่ง พี่สาวที่ไปเที่ยวกับเพื่อนก็หายไปและไม่มีวี่แววว่าจะกลับมาอีกเลย เธอไปเดินป่าจึงไม่รู้ว่าตอนนี้ไปอยู่ที่ไหน อาจจะตายไปแล้วก็ได้ และนี่คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ครอบครัวที่มีความสุขอยู่ดีๆเกิดการเปลี่ยนแปลง

เราชอบการแสดงของมาริโอ้ เมาเร่อเรื่องนี้มากนะ คือเราอยู่ในยุคที่ติดภาพเขาจากบทแบบอื่นไปแล้วแต่พอมาเรื่องนี้เรากลับรู้สึกว่าเขาไม่ใช่แบบในเรื่องอื่น เรารู้สึกว่าเขาเป็นเด็กหนุ่มที่รู้สึกมีปมทางครอบครัวจริงๆ มันเป็นตัวละครที่ดูอึดอัดแปลกๆและมาริโอ้เดินเรื่องได้ดีเลย แต่ที่ดีกว่าคงเป็นตัวแม่อย่างนก สินใจ และพ่ออย่างกบ ทรงสิทธิ์ที่การเข้าฉากร่วมกันเป็นอะไรที่อลังมากกก มันให้ความขนลุกแบบแปลกๆจากการแสดงของพวกเขา ยิ่งบทที่เขียนมาแล้วต้องใช้อารมณ์เป็นหลักซึ่งพวกเขาทำออกมาได้ดีมากยิ่งทำให้เรื่องนี้ดีขึ้นไปอีก

เรื่องนี้มีอะไรดีๆมากกว่าฉากเกย์ที่ทุกคนพูดถึงกันนะ ทั้งประเด็นสังคมเรื่องเพศด้วย เรื่องครอบครัวที่หลักกว่า เราชอบมาก เรื่องนี้พูดถึงปัญหาในครอบครัวออกมาได้ดีมาก ถ่ายทอดปัญหาระหว่างตัวละคร ความสัมพันธ์ต่างๆ ยิ่งการเปลี่ยนไปจนน่ากลัวภายในครอบครัวที่สร้างบรรยากาศออกมาได้ดี เอาเป็นว่าเราไม่อยากให้ทุกคนพลาดหนังเรื่องนี้ไปเพราะคิดว่าเป็นหนังรักวัยรุ่นธรรมดา ที่จริงมันมีอะไรมากกว่านั้นเยอะ ดูหนังออนไลน์

รีวิว THE RAIN STORIES

รีวิว THE RAIN STORIES

รีวิว THE RAIN STORIES

รีวิวหนังไทย สวัสดีครับจากประสบการ์ณของแอดที่ได้ไปรับชมส่วนตัวแอดคิดว่านี้ก็เป็นหนังไทยที่ดีอีกเรื่องเลย แต่แอดไม่คิดว่ามันจะปัง จะประสบความสำเร็จอย่างเกินคาดสำหรับภาพยนตร์เรื่อง “พี่ชาย My Bromance” จากค่าย วายุฟิล์มโปรดักชั่น ผู้กำกับมากฝีมืออย่าง “ณิชชี่ – ณิชภูมิ ชัยอนันต์” ก็ไม่รอช้าเดินหน้าสานต่อเรื่องราวความรักครั้งใหม่ ของบรรดาเด็กหนุ่มมัธยมปลายภายใต้รั้วโรงเรียนแห่งหนึ่ง พร้อมคว้าตัว นักแสดงเก๋าประสบการณ์ “ย้ง – ธรากร สุขสมเลิศ”

รีวิว THE RAIN STORIES

มารับบทนำใน “The Rain Stories เมื่อฝนหยดลงบนหัว” โดยสวมบทเป็น นนท์ หนุ่มใหญ่ใจดีที่มีรสนิยม รักเพศเดียวกัน ซึ่งจัดฉายปฐมทัศน์ ไปแล้วเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2559 ณ โรงภาพยนตร์เอสพลานาด รัชดาภิเษก เพิ่มความพิเศษจากผู้กำกับ และ เหล่านักแสดงนำที่มา ให้กับสัมภาษณ์กับทางเว็บ สยามโซน.คอม อย่างเป็นกันเอง ถึงเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในภาพยนตร์เรื่องนี้ เว็บดูหนัง

รีวิว THE RAIN STORIES

รีวิวหนังไทย ผู้กำกับ ณิชชี่ เผยถึงแรงบันดาลใจของภาพยนตร์ให้ฟังว่า “แรงบันดาลใจในการสร้างหนังเรื่องนี้นะครับ เกิดจากการที่ผมเติบโตมากับสังคมโรงเรียนชายล้วนในภาคเหนือมาตั้งแต่เด็ก ๆ เลย แล้วผมก็ได้เห็นเรื่องราวความรัก ที่เป็นความลับของความรักระหว่างชายกับชาย มาเยอะมากตั้งแต่วัยเด็ก เราก็เลยมีความฝันอยากทำ เป็นหนังขึ้นมาเพื่อเล่าเรื่องราวที่คนทั่วไปไม่ค่อยรู้จัก เราก็เลยทำเรื่อง พี่ชาย My Bromance ขึ้นมาเมื่อปี 57 ซึ่งมันสำเร็จสร้างรายได้อย่างเกินคาด แต่ว่าหนัง

รีวิว THE RAIN STORIES

เรื่องนั้นก็ยังไม่ตอบโจทย์ถึงที่สุดของเนื้อหาเกี่ยวกับเพศเดียวกัน ได้อย่างลึกซึ้ง มันยังมีจุดที่มันค้างคาอยู่ฮะ ผมก็เลยต่อยอดความรู้สึก และ อารมณ์จากเรื่องที่แล้วมาใส่ในหนังเรื่องนี้ ผมเปรียบฝนเหมือนปัญหาที่เข้ามาในชีวิตคนนะครับ ถ้าคน ๆ หนึ่งเนี่ยเจอปัญหาแล้วหรือเจอฝนตกลงมาใส่หัวเนี่ยเขาจะทำยังไงกับมัน ซึ่งคำตอบจะอยู่ในภาพยนตร์ ซึ่งต้องไปดูกันว่าฝนคืออะไร แล้วก็มีความสัมพันธ์ เกี่ยวกับตัวเรายังไง”

รีวิว THE RAIN STORIES

ย้ง พูดถึงบทบาทสุดท้าทายในครั้งนี้ว่า “บทบาทก็เป็นผู้ชายวัยกลางคนครับที่เข้าใจเรื่องความรักพอสมควร แล้วก็ผิดหวังมา คือผิดหวังอย่างเข้าใจ แล้วก็มีกำแพงของตัวเองเหมือนกัน แล้วบังเอิญว่าได้เจอกับ อ๊อฟชั่น (ถิรติกร กองคำ) ก็คือ เต้ นะครับในเรื่อง ซึ่งเขาบังเอิญหน้าเหมือนแฟนเก่าแล้วก็เหมือนกับเขาขายบริการ เราก็เลยลองซื้อมาแต่ว่าไม่ได้คาดหวังอะไร เพราะอย่างที่บอกว่าเขามีกำแพง ด้วยวัยวุฒิด้วยความผิดหวัง เนี่ยเขาก็ไม่ได้คิดอะไรมาก แต่ด้วยความหน้าเหมือน

ด้วยความผูกพัน มีระยะเวลาอยู่ด้วยกันก็เกิดความผูกพันขึ้นมา จนเขาเหมือนเผลอใจไปอีกครั้งหนึ่ง” ด้านหนุ่ม “อ๊อฟชั่น – ถิรติกร กองคำ” ที่ต้องมาประกบ นักแสดงรุ่นพี่เผยว่า “บทที่เล่นผมเล่นเป็น เต้ ครับ เต้เนี่ยจะเป็นนิสัยแบบก้าวร้าว ไม่ค่อยไปโรงเรียน เป็นเด็กเกเรเลยครับผม ชอบติดพนันบอล จนวันหนึ่งทำให้เขาต้องเป็นหนี้ พนันบอลถึงหนึ่งหมื่นบาท เลยได้เข้าวงการเกี่ยวกับ การขายบริการครับผม แล้วนั่นก็จะเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องนี้”

ผ่านช่วงเทศกาลแห่งความรักได้ไม่นาน ก็มีหนังรักเรื่องใหม่เข้าฉายทันที… รอบนี้ขอบอกเลยว่าหนังรักจริง ๆ ไม่ใช่หนังรักแบบรอบที่แล้วแน่นอน อยากบอกจะว่าหนังรักที่เอามารีวิวนี้ ไม่ใช่รักระหว่าง ชายหญิง ทั่วไปนะ แต่เป็นหนังรักระหว่าง ชายชาย ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วคิดว่า อี๊… ไม่ดูอ่ะ หนังเกย์ ใจเย็นนะ หนังเรื่องนี้ไม่ใช่หนังเกย์แบบที่คิดกันแน่นอน ถ้าไม่เชื่อ ลองอ่านต่อไปได้เลย!!!

The Rain Stories เมื่อฝนหยดลงบนหัว เป็นหนังรักเรื่องใหม่จากผู้สร้าง พี่ชาย My Bromance หนังรักชายชายที่เคยกวาดรายได้ไปกว่า 6 ล้านบาทในปีที่แล้ว กลับมาในปีนี้ The Rain Stories เป็นหนังที่เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับความรักของชายชายเหมือนเดิม เพียงแต่สิ่งที่เพิ่มเติมมาคือ มุมมองความรักที่ใหม่ขึ้น เยอะขึ้น โดยหนังเริ่มต้นที่เรื่องของ นานา นักเรียนชั้น ม.5 ที่มีร่างกายพิการ ได้มาพบรักกับ เจนท์ นักเรียนชาย ม.4 สุดน่ารัก ซึ่งหนังในพาทนี้จะเล่าเกี่ยวกับ ความรักแบบลับ ๆ

เรื่องที่สองเป็นเรื่องของ บาส นักเรียนชั้น ม.6 ที่ไม่เคยพบหน้าพ่อตัวเองตั้งแต่เกิด ซึ่งมีเพื่อนสนิทชื่อ บอย ทั้งสองเป็นเพื่อนที่สนิทกันมาก จนหลาย ๆ คนหาว่าเป็นคู่เกย์ ทั้งสองมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน จนมาวันนึงที่บาสรู้ความจริงว่า แม่ตัวเองเป็นมะเร็ง และ พ่อจะกลับมาหา บาสกลัวที่จะพบหน้าพ่อ นั่นจึงทำให้เกิดเรื่องราวอื่น ๆ ต่อมามากมาย ซึ่งหนังในพาทนี้จะเล่าเรื่องราวความรักในอีกมุมมองนึง ซึ่งน่าสนใจมาก ๆ

เรื่องสุดท้ายเป็นเรื่องราวของ เต้ นักเรียนชั้น ม.6 ที่ติดหนี้พนันบอล ที่ต้องหาเงินให้ได้ก่อนวันพรุ่งนี้ เต้ไม่รู้จะทำยังไงดี จึงตัดสินใจขายบริการทางเพศให้เกย์ จนได้พบกับคน ๆ นึง ที่จะเปลี่ยนมุมมองของเขาที่มีต่อความรักตลอดไป ซึ่งในพาทสุดท้ายก็จะเป็นมุมมองของความรักที่แปลกใหม่อีกหนึ่งมุมมอง ซึ่งทั้งสามเรื่องไม่ได้มีอะไรที่เกี่ยวพันกัน แต่ตัวละครอยู่ ร.ร. เดียวกัน ดูหนัง

สรุป THE RAIN STORIES

รีวิวหนังไทย หลังจากทุกคนอ่านมาจนถึงตรงนี้ หลาย ๆ คนก็คงคิดว่าก็เฉย ๆ นะ อีกบางคนก็อาจจะคิดว่าน่าสนใจ สิ่งที่อยากบอกก็คือ หนังเรื่องนี้ พี่ณิชชี่ที่เป็น ผกก. ตั้งใจทำงานมาก ถ้าใครที่ได้ดู My Bromance มาแล้ว ได้มาดูเรื่องนี้ ก็จะได้เห็นพัฒนาการอีกขั้นของ ผกก. เอาเป็นว่าเพื่อง่ายต่อการตัดสินใจ เราเลยคัด 10 ข้อ ที่คุณควรรู้ก่อนไปดู มาให้อ่านกัน ถ้าพร้อมแล้ว ไปอ่านกันเลย! เว็บหนัง

1. หนังเรื่องนี้ถึงจะได้ชื่อว่าหนังเกย์ แต่ก็เป็นความรักแบบใส ๆ ที่ไม่เน้นขายฉาก Sex จึงเหมาะสำหรับทุกเพศ ทุกวัย

2. นักแสดงชายหล่อ และ น่ารักมาก

3. หนังเรื่องนี้ไม่ได้เป็นภาคต่อของ My Bromance นะ เพราะงั้นถึงจะเคยดูหรือไม่เคยดู ก็ดูเรื่องนี้เข้าใจ

4. หนังเรื่องนี้มีหลายฟิลมาก ทั้ง สุข เศร้า เหงา ซึ้ง ดราม่าน้ำตาแตก ทุกอย่าง คือครบเลย

5. หนังเรื่องนี้มีมุกตลก จิกกัดหนังเรื่อง My Bromance ถ้าใครเคยดู ก็จะเกท ใครไม่เคยดู ก็ไม่เป็นไรเนาะ

6. หนังเรื่องนี้มีนักแสดงชายจากเรื่อง My Bromance มาโผล่ด้วย แต่จะมีฉากไหนบ้าง ต้องไปดูกันเอง

7. หนังเรื่องนี้เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเปิดใจดูหนังรักแนวใหม่ ๆ

8. หนังเรื่องนี้มีรอบฉายน้อยมาก เพราะงั้นอ่านจบรีบไปดูเลยนะ

9. ถ้าไปดูหนังจบแล้ว อย่าพึ่งรีบลุกออกจากโรง เพราะหนังเรื่องนี้มี end credit ด้วย

10. ส่วนตัวเราอยากให้ทุกคนลองไปดูหนังเรื่องนี้

รีวิว เมมโมรี่ รักหลอน

รีวิว เมมโมรี่ รักหลอน

รีวิว เมมโมรี่ รักหลอน

รีวิวหนังไทย สวัสดีครับวันนี้นรีวิวหนังไทยสยองขวัญ หนังอมตะตลอดกาลที่ไม่ว่าจะผ่านมานานแค่ไหน แต่คนที่เคย ๆ ดูรู้ว่ามัน หลอนแค่ไหน หลังจากที่เราได้เห็นบทบาทของเพื่อนสนิทอย่าง มาช่า วัฒนพานิช …ในหนังเรื่อง แฝด หลังจากหายผลงานทางจอเงินไปกว่า 15 ปี วันนี้เราจะได้เห็นบทบาทของ ใหม่ เจริญปุระ ในบทนำเต็มๆบนจอเงิน หลังจากหายไป 7 ปีเต็มบ้าง นับตั้งแต่การขึ้นจอสะกดสายตา และ อารมณ์คนดูในหนังประวัติศาสตร์ย้อนยุคของหม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล เรื่อง สุริโยไท

รีวิว เมมโมรี่ รักหลอน

เมมโมรี่ รักหลอน คือหนังที่ ใหม่ เจริญปุระ กลับมาได้ถูกที่ถูกทางถูกเวลาเป็นอย่างยิ่ง เพราะท่ามกลางหนังไทยทุกวันนี้ที่มีแต่หนังตลกขายตลกคาเฟ่มุกใต้สะดือด่าพ่อล่อแม่ หรือจะเป็นหนังสิ้นคิดของทีมผู้สร้างที่กะจะขายดารานักแสดงหน้าเดิมๆ …เรื่องนี้ตีโจทย์แตก ด้วยความแตกต่างโดยสิ้นเชิงกับหนังไทยทุกวันนี้ ถือเป็นอีกทางเลือกที่สมราคาคุย และ คุ้มค่ากับเวลา และ ค่าตั๋วที่เสียไปได้ …

หากพิจารณาจากหน้าหนัง และ ตัวอย่างที่ได้เห็นได้ชมกันไป เชื่อว่าหลายๆท่านในที่นี้ คงจะนึกว่านี่เป็นหนังสยองขวัญที่มีผีสางมาเป็นส่วนประกอบ และ ประเด็นสำคัญของเรื่อง แต่จากที่ได้ดูจบไปแล้ว หนังเรื่องนี้ใช้บรรยากาศในส่วนของความสยองขวัญเป็นตัวบิ้วท์อารมณ์ สร้างอารมณ์ร่วมให้กับหนัง ทำให้หนังดูมีความน่าค้นหา น่าสนใจมากกว่า โดยที่จริงๆแล้ว เนื้อเรื่องหลักของหนังไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับผีสางนางไม้แต่อย่างใด ดูหนังฟรี

รีวิว เมมโมรี่ รักหลอน

รีวิวหนังไทย เรื่องราวแห่งความรักระหว่าง อิงอร (สิริวิมล เจริญปุระ หรือ ใหม่ เจริญปุระ) กฤช (อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม) และ แพร (ซัน คัมภิรานนท์) เด็กหญิงวัย 7 ขวบ เกิดขึ้นในสถานการณ์บีบบังคับ เมื่ออิงอรจำยอมพาแพร ซึ่งเป็นลูกสาวไปพบกฤชเพื่อวินิจฉัยอาการป่วย กฤชเป็นแพทย์หนุ่มที่มีแต่ความหดหู่อาลัยในชีวิต และ นั่นเป็นครั้งแรกที่กฤชได้พบกับอิงอร และ แพรเด็กสาวที่น่าสงสาร

รีวิว เมมโมรี่ รักหลอน

ในระหว่างการรักษา อิงอรปฏิเสธคำวินิจฉัยของกฤชโดยตลอด ด้วยความหวงกลัวจะมีใครมาพรากลูกไปจากตน อิงอรจึงปฏิเสธที่จะให้แพรมาพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลตามคำแนะนำของกฤช ด้วยความที่แพรอายุใกล้เคียงกับลูกของกฤช ทำให้กฤชรู้สึกสงสารและ ผูกพันเป็นพิเศษ จึงเป็นเหตุผลที่กฤชยอมไปรักษาแพรที่บ้าน

รีวิว เมมโมรี่ รักหลอน

เมื่อกฤชเข้าไปใกล้ชิดกับครอบครัวนี้มากขึ้น กฤชกลับรู้สึกว่าอิงอรเหมือนเป็นคนที่เขาค้นหามาตลอด ทุกครั้งที่อยู่ใกล้ ไฟแห่งราคะพร้อมที่ลุกโชน ในขณะที่อิงอรเป็นหญิงม่ายที่เติบโตมาจากห้วงบาปแห่งชีวิต เปรียบผู้ชายดั่งสัตว์ที่มีผู้หญิงไว้เพียงบำบัดความใคร่ จึงจำเป็นที่จะต้องปกป้องลูกของตนจากผู้ชายทั้งปวง แพรจึงเป็นเพียงเด็กน้อยที่ในชีวิตไม่เคยมีใครอื่นนอกจากแม่

ด้วยความรัก และ เอ็นดูที่กฤชมีต่อแพร ทำให้อิงอรเริ่มมีความรู้สึกที่ดีกับกฤชแบบที่ไม่เคยรู้สึกกับผู้ชายคนใดมา ก่อน แต่เมื่อความสัมพันธ์ของเขาทั้งสองเพิ่มมากขึ้นเท่าไร กำแพงแห่งความกลัวของอิงอรกลับยิ่งเพิ่มสูงขึ้นเท่านั้น

การเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันทางอารมณ์ที่เกรี้ยวกราดของอิงอร การเลี้ยงลูกที่ประหลาดกว่าที่คนทั่วไปคิดจะทำ สิ่งหนึ่งที่กฤชสัมผัสได้จากความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นในครอบครัวนี้ คือความรักที่ไม่ปกติชวนผวาได้ตลอดเวลา สาเหตุเกิดจากอะไร เกิดจากใคร นั่นเป็นเรื่องที่กฤชต้องหาคำตอบ

เรียกว่าหนังเรื่องนี้ดูแล้วคุ้มค่าเพราะว่าตอบสนองคนดู ทุกอารมณ์ ทุกรสชาติ เป็นหนังที่พะยี่ห้อแนวทริลเลอร์ดราม่า แต่เนื้อในแฝงไปด้วยดราม่าเชิงจิตวิทยา ดราม่าเสียดสี ทริลเลอร์สยองขวัญ ดราม่าคอมมิดี้เล็กน้อย และ แน่นอนบทสรุปของหนังเป็นสิ่งที่คนดูหลายท่านอาจจะต้องอ้าปากหวอกันไปตามๆกัน และ เชื่อเลยว่า ไม่มีใครสามารถเดาตอนจบเรื่องนี้ได้ถูก แม้แต่ผมที่เดาไปต่างๆนานา แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นว่า หนังโคตรจะหลอกคนดูเลยจริงๆ

จากบรรยากาศที่ชวนให้ขนลุกตั้งแต่เริ่มต้นเรื่อง ผู้กำกับใช้ประโยชน์ได้ดีจากช่วงเวลาเขย่าขวัญทั้งหลาย ดึงวินาทีที่เต็มเปี่ยมด้วยอารมณ์ผวาดผวาน่ากลัวให้คนดูได้ตกใจ และ สะดุ้งโหยงกันไปตามๆกัน (หนังมาพร้อมอารมณ์ในส่วนนี้คล้ายคลึงกับหนังเรื่อง แฝด คือมีการใช้บรรยากาศลึกลับ ชวนสยองขวัญ ของภายในบ้าน และ คนใกล้ตัว) …ซึ่งไม่นานนัก หนังก็พลิกอารมณ์เข้าสู่อีกองค์หนึ่ง ซึ่งเป็นอีกองค์ที่มีอารมณ์แตกต่างกันไป ซึ่งก็ทำให้ผู้ชมสามารถเว้นวรรคความสยดสยอง และ เดินหน้าเข้าสู่ความเป็นดราม่า หรืออารมณ์สุนทรีย์ต่างๆ ที่หนังแทรกเข้ามาเป็นระยะ ก่อนจะกลับมากดดันคนดูอีกครั้ง เมื่อต้องเปิดปมไคลแม็กซ์ในแต่ละองค์

หนังเป็นส่วนผสมของหนังสยองขวัญชั้นปรมาจารย์ทั้งหลาย ที่บางทีอาจจะได้แรงบันดาลใจหรือ เกิดความอยากที่จะทำให้หนังมีลุกเล่นของผกก. เลยใส่รายละเอียดเล้กๆน้อยๆ ในส่วนนี้มา ไม่ว่าจะเป็นมาดแคแรกเตอร์ที่ดูน่าค้นหาบวกอารมณ์สยองขวัญ ส่วนนี้คล้ายคลึงกับ The Others, ความสัมพันธ์ของตัวละครที่เป็นผู้ปกครอง และ ลูกคล้ายคลึงกับ Hide And Seek, เล่ห์เหลี่ยม และ ความยั่วยวนของแคแรกเตอร์นำอย่างใหม่ได้อารมณ์เดียวกับ Basic Instinct, บรรยากาศสยองขวัญ และ องค์ประกอบศิลป์ต่างๆ ได้อารมณ์เดียวกันกับ แฝด..รวมทั้งมุกหักมุมในหนัง The Sixth Sense ก็ถูกมาใช้ในหนังเรื่องนี้ด้วย ..แล้วก็ยังมีฉากที่ให้อารมณ์เดียวกับ Sweeney Todd ซึ่งเป็นฉากที่ชวนช็อค และ กระตุกอารมณ์อย่างมากครับ

หนังจะมีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับหลักจิตวิทยา ที่เข้ามาสนับสนุนเหตุ และ ผลของไคลแม็กซ์ของเรื่อง ซึ่งตรงนี้เป็นหน้าที่คนดูที่จะต้องตีโจทย์บทสรุปของหนังให้แตก เพราะทันทีที่เมื่อหนังกำลังจะเข้าสู่บทเฉลยปมของทั้งเรื่อง ..หนังก็จะยัดเอารายละเอียดของปมสำคัญต่างๆที่มีมาทั้งเรื่อง ใส่เข้ามาให้คนดูแอบมึน คิดตามกันไม่ทัน แต่พอหนังจบจริงๆแล้ว คนดูที่ไม่พลาดแม้แต่สักฉากเดียว จะร้อง อ๋อ ได้อย่างไม่ยาก เพราะท้ายที่สุด หนังก็มีคำอธิบายต่างๆนานา ที่สอดคล้องกับหลักจิตวิทยาข้างต้น เข้ามาเคลียร์ความสงสัยให้แจ่มยิ่งขึ้น หนังฟรี

สรุป เมมโมรี่ รักหลอน

รีวิวหนังไทย สิ่งที่คุ้มค่าในหนังเรื่องนี้ที่ถือว่าคุ้มค่าจริงๆ นั่นก็คือ การแสดงอันทรงพลังของ ใหม่ เจริญปุระ ที่ตลอดเวลาของการขึ้นจอ ในมาด อิงอร สาวผู้มีอดีตอันแสนเจ็บปวด และ ทุกทรมานที่ถ่ายทอดสิ่งที่เหมือนเป็นดาบสองคมให้กับลูกของเธอ เพราะไม่อยากให้ลูกต้องพรากจากเธอ บทนี้ต้องใช้มิติเยอะ ในการที่สร้างความน่าเชื่อถือให้กับคนดู เพราะเธอจะมาพร้อมแคแรกเตอร์ที่มีหลายบุคลิก น่าค้นหา ลึกลับ เย้ายวน แข็งแกร่ง อ่อนไหว ซึ่งจะเป็นการสลับสับเปลี่ยนกันไป ภายในชั่วระยะเวลาสั้นๆ แต่ใหม่ ก็ถ่ายทอดออกมาได้เยี่ยมยอด อารมณ์ สีหน้า ท่าทาง การแสดง เธอเข้าถึงบทอิงอรสุดๆ นึกไม่ออกเลย ถ้าไม่ได้เธอมารับบทนี้ ใครจะเป็นคนมาเล่นแทนเธอ และ แน่นอน เมื่อช่วงเวลาการเข้าชิงรางวัลเกี่ยวกับด้านภาพยนตร์มาถึงปลายปี – ต้นปีหน้า จะต้องมีชื่อเธอไปเกี่ยวข้องด้วยอย่างแน่นอน และ เผลอๆ ใหม่ เตรียมเป็นผู้ชนะ ขึ้นรับรางวัล นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมแห่งปีได้เลย (หนึ่งในจำนวนผู้เข้าชิง ใหม่อาจจะต้องไปชิงดำกับ พลอย เฌอมาลย์ จาก สี่แพร่ง, แอม ฉายนันท์ จาก Happy Birthday, มะหมี่ นภคปภา จาก ลองของ 2 และ น้องเกรซ จาก ส้มตำ แว๊กกกกกกกก !!!)

ส่วน อนันดา หนังเรื่องนี้ก็เป็นอีกหนึ่งก้าวการแสดงที่เขาได้พิสูจน์ให้เห็นว่า แม้หนังจะเยอะมากในเครดิต แต่เป็นผู้ชายที่เลือกรับงานได้ดีทีเดียว และ บทคุณหมอจิตแพทย์ผู้มีปมอดีตที่รวดร้าวทุกข์ทรมาน..เขาถ่ายทอดออกมาได้อย่างดีเยี่ยม และ เหมาะสมกับแคแรกเตอร์คุณหมอที่ดูเหมือนจะมีปัญหามากกว่าคนไข้ได้ดีทีเดียว ดูหนังออนไลน์

เยี่ยมทั้งการแสดง และ องค์ประกอบ ทุกส่วนของหนัง

ถือเป็นหนังไทยที่เป็นทางเลือกที่แตกต่างสำหรับคนที่พิสมัยอยากจะชมอะไรที่จริงจัง ซีเรียส และ มีสาระ ..(หนังสอนอะไรหลายๆอย่างเกี่ยวกับความรู้สึกนึกคิด และ พฤติกรรมมนุษย์) …หาดูได้ยากครับ สมัยนี้

อ้อ ที่สำคัญ เลิฟซีนหนังเรื่องนี้ ไม่โ-ป๊ครับ สวยงามมาก …ทุกท่วงท่าลีลา และ การจัดภาพ อาร์ทไดเร็กชั่น สวยงามมากๆ …ผมว่าฉากเลิฟซีนนี่ยังโ-ป๊น้อยกว่าฉากจบนะ ตอนเฉลยปมเรื่องตอนสุดท้าย ฉากนั้นโ-ป๊กว่านี้เยอะครับ เพราะเห็นทุกส่วนจริงๆ จะจะ มากๆ ฮ่าๆๆๆ อยากรู้เป็นอะไรต้องไปดูกันในหนังนะครับ

อุดหนุนหนังไทยขายความแตกต่าง และ เจ๋งในตัวเรื่องนี้ไม่ควรพลาดครับ

คะแนน : 9.5 / 10
ผมขอให้เกรด A- ครับ (ให้ในความกล้าที่จะแตกต่างของผกก. และ ให้ในสปิริตการแสดงของนักแสดงครับ)

รีวิววันสุดท้าย ก่อนบายเธอ

รีวิววันสุดท้าย ก่อนบายเธอ

รีวิววันสุดท้าย ก่อนบายเธอ

รีวิวหนังไทย เป็นที่รู้กันดีว่าหนังไทยได้พัฒนามาเรื่อย ๆ ทุกปี การที่ผลงานเรื่องล่าสุดของบาส – นัฐวุฒิ พูนพิริยะ ผู้กำกับ ‘เคาท์ดาวน์’ กับ ‘ฉลาดเกมส์โกง’ ที่คราวนี้พ่วงหว่องกาไว (Wong Kar-wai) โคจรข้ามโลกมาเป็นโปรดิวเซอร์ให้ พร้อมกับหนีบรางวัล World Dramatic Special Jury Award: Creative Vision จาก Sundance Film Festival มาเป็นเครื่องการันตีก่อนเข้าฉายในไทย ทุกคนต้องได้ดูมันดีจริง ๆ

‘One for the Road’ เริ่มต้นเมื่ออู๊ด (ไอซ์ซึ – ณัฐรัตน์ นพรัตยาภรณ์) ได้โทรมาหาบอส (ต่อ – ธนภพ ลีรัตนขจร) ว่าตัวเขากำลังจะตายเพราะลูคีเมีย บอสจึงต้องข้ามน้ำข้ามทะเลจากนิวยอร์กกลับมาไทย และพาอู๊ดไปทำตามปณิธานสุดท้ายก่อนตาย ซึ่งก็คือการเดินทางกลับไปคืนของให้เหล่าบรรดาแฟนเก่า เรื่องราวการเดินทางครั้งสุดท้ายของชายป่วยใกล้ตายกับเพื่อนรักจึงเริ่มขึ้น

 

รีวิว วันสุดท้ายก่อนบายเธอ

หากใครได้เห็นโปสเตอร์หรือดูเทรลเลอร์มาบ้าง คงพอมองออกว่า One for the Road เป็นหนังสไตล์  ‘Road Movie’ ซึ่งจะเป็นการพาตัวละครไปยังสถานที่ต่าง ๆ พร้อมพาคนดูดำดิ่งเข้าไปในความสัมพันธ์อันซับซ้อน ฉะนั้นแล้วหนังเรื่องนี้จึงมีบรรยากาศที่แตกต่างจากหนังเรื่องอื่น ๆ ของบาส นัฐวุฒิ มากพอสมควร ในขณะที่หนัง 2 เรื่องก่อนจะเน้นสไตล์ทริลเลอร์ที่อัดความลุ้นระทึกจนแทบไม่ทันหายใจ แต่ในเรื่องนี้กลับเป็นบรรยากาศสบาย ๆ ที่ค่อย ๆ ใช้อารมณ์ภายในขับเคลื่อนตัวมู้ดของหนังออกมาแทน ดูหนังฟรี

รีวิว วันสุดท้ายก่อนบายเธอ

รีวิววันสุดท้าย ก่อนบายเธอ

รีวิวหนังไทย ขณะที่หนังพาเราสำรวจเส้นทางที่อู๊ดและบอสได้ได้เดินทางผ่าน หนังก็ค่อย ๆ สอดแทรกแฟลชแบ็กกับหยอดปมไว้ตลอดทาง พร้อมย้อนความว่าพวกเขาเป็นใคร อะไรที่นำพาให้พวกคู่หูนี้ให้ต้องมาเจอกัน แต่ทว่าหนังก็ใช้ความเป็นโร้ดมูวี่ได้ไม่คุ้มนัก เพราะแต่ละโลเกชันที่พวกเขาไป มันกลับไม่ได้มีความสลักสำคัญอะไรไปมากกว่าการเป็นแค่จุดเช็กพอยต์ที่พาอู๊ดไปเจอกับแฟนเก่าแต่ละคนก็เท่านั้น

รีวิว วันสุดท้ายก่อนบายเธอ

ถึงแม้ว่าหนังจะไม้ได้สลับซับซ้อนทางการนำเสนอ แต่ก็ทดแทนด้วยบทที่ซับซ้อนเข้ามาแทน จากปมปัญหาที่หนังแอบหยอดไว้ในแต่ละเส้นทางก็ค่อย ๆ ก่อตัวเป็นระเบิดเวลา และทำให้ซีนไคลแม็กซ์นั้นปะทุออกมาได้อย่างพอเหมาะพอเจาะ แม้ว่าหนังจะรีดอารมณ์คนดูออกมาได้ถูกจังหวะ แต่น่าเสียดายปมใหญ่ของหนังที่ถูกชูไว้ กลับไม่ถูกให้น้ำหนักเท่าที่ควร และทำให้คนดูรู้สึก ‘หลงทาง’ ในบางครั้ง

อีกสิ่งหนึ่งที่ช่วยพยุงหนังไว้คือทัพนักแสดงที่คอยแบกเรื่อง ไล่ตั้งแต่นักแสดงหลักอย่าง ต่อและไอซ์ซึที่เคมีเข้ากันอย่างลื่นไหล ในแต่ละบทสนทนาของทั้งคู่แฝงไว้ด้วยความยียวนกวนทีนและเป็นห่วงกันตลอด จนเรารู้สึกได้เลยว่า นี่แหละความเป็นเพื่อนที่ไม่ประดิดปะดอย โดยเฉพาะไอซ์ซึ ที่ต้องขอชมมาก เพราะเขาใช้วิธีการแสดงแบบ Method Acting ในการดำดิ่งเข้าสู่ความเป็นอู๊ด ซึ่งไอซ์ซึต้องลดน้ำหนักถึง 17 กิโลกรัมและศึกษาพฤติกรรมของผู้ป่วยลูคีเมียระยะสุดท้ายไปพร้อมกัน หนังฟรี

‘One for the Road’ พยายามอย่างมากที่จะพาเราไปสำรวจในทุกแง่มุมของความสัมพันธ์ ตั้งแต่คนแปลกหน้า เพื่อน คนรัก ไปจนถึงครอบครัว ซึ่งเรื่องราวเหล่านี้ช่วยดึงอารมณ์ให้คนดูมีจุดร่วมกับหนังไปได้อย่างดี

“แม้ว่าเราจะไม่อินกับอะไร แต่ก็ยังมีมุมที่สะกิดใจให้ได้หันกลับมามองตัวเองอยู่เหมือนกัน”

ภาพยนตร์เรื่องนี้จะเล่าเรื่องราวของ อู๊ด (ไอซ์ซึ ณัฐรัตน์) ที่ป่วยเป็นโรคร้าย และ มีเวลาอยู่ได้อีกไม่นาน เขาจึงตัดสินใจโทรตามเพื่อนของเขาที่เป็นเจ้าของบาร์อยู่ที่ New York อย่าง บอส (ต่อ ธนภพ) ให้กลับมาเมืองไทย เพื่อพาเขาขับรถไปเจอหน้าแฟนเก่าครั้งสุดท้ายก่อนตาย เพราะหมอไม่อนุญาติให้เขาขับรถ เลยต้องให้เพื่อนมาขับให้ ซึ่งเขาจะไปหาแฟนเก่าทุกคนเพื่อเคลียร์ และ ไม่ให้มีอะไรค้างคาต่อกันอีก เรื่องราวของพวกเขาทั้ง สองคนจะลงเอยอย่างไร และจะทำได้สำเร็จตามที่คิดไว้หรือไม่ คงต้องไปรับชมด้วยตาตัวเอง วันนี้ทุกโรงภาพยนตร์

สรุปวันสุดท้าย ก่อนบายเธอ

รีวิวหนังไทย ด้านงานภาพที่กำกับโดย พาเกล้า จิระอังกูรกุล นั้นก็เป็นหนึ่งข้อดีของเรื่องนี้ รับรู้เลยว่าในแต่ละซีนค่อนข้างพิถีพิถันในการจัดวางเฟรม และ การที่ได้หว่องกาไวมาช่วยดูภาพรวมของหนัง ก็ทำให้บรรยากาศ ‘สไตล์หว่อง’ ตลบอบอวลอยู่ตลอดทั้งเรื่อง เมื่อผสมกับจังหวะการตัดต่อสไตล์มอนทาจอย่างรวดเร็วด้วยแล้ว ก็ทำให้จังหวะของหนังถูกนำเสนอออกมาได้อย่างพอดี เป็นตรงกลางที่สมดุล และ ไม่น่าเบื่อจนเกินไป

บอกก่อนเลยว่า ดีเกินคาดมากๆ งานภาพสวยจริงๆ ยอมรับเลย ไม่เสียชื่อหว่อง กาไว จริงๆ งานละเอียด และ ดูสากลกว่าหนังไทยทั่วไปมากๆ แต่ต้องบอกว่าเรื่องนี้งานภาพไม่ได้ออกมาสไตล์หว่องขนาดนั้น แต่ก็มีกลิ่นอายไม่น้อย แต่ไม่เหมือนไปซะทั้งหมด ซึ่งบอกเลยว่าไม่ได้มีดีแค่งานภาพที่สวยงาม แต่มันดีเกือบทั้งหมด โดยเฉพาะบท ที่เขียนมาได้ดีมากๆ มีรายละเอียดยิบย่อยมากมาย ทำให้ได้เห็นมิติของตัวละครทุกตัวได้อย่างชัดเจน และ ทำให้คนดูเข้าใจความรู้สึกของตัวละครได้อย่างถ่องแท้ แถมทุกอย่างยังมีความหมาย และ สื่อถึงกันแบบหมดจด ทำให้รู้เลยว่า คนทำหนังเขาตั้งใจให้มันออกมาดีจริงๆ

รีวิววันสุดท้าย ก่อนบายเธอ

 

โดยรวมแล้ว ‘One for the Road’ หรือชื่อไทย ‘วันสุดท้าย..ก่อนบายเธอ’ เปรียบเหมือนค็อกเทลแก้วทดลองของบาส มีทั้งรสชาติที่แปลกใหม่ และ ส่วนที่อาจจะยังไม่อร่อยนัก แต่ด้วยการเชคที่ปราณีต และ ความพิถีพิถันในการคัดเลือกวัตถุดิบ ก็ช่วยให้เราดื่มด่ำกับมันได้ไม่ยาก พร้อมทั้งดีใจที่ได้เห็นเวย์ใหม่ ๆ ในการนำเสนอของบาส ( และ อีกก้าวของหนังไทย) ซึ่งชวนให้เรา ตั้งหน้าตั้งตารอว่า “ค็อกเทลแก้วต่อไปของบาสนั้นเป็นอย่างไร” และ เราก็พร้อมจะยกขึ้นดื่มอย่างไม่ปฏิเสธ

ในส่วนของนักแสดงก็แสดงดีกันทุกคน โดยเฉพาะซีนดราม่า ทำกันได้ดีไม่มีข้อกังขา แต่ขอติเรื่องบทพูดบางฉาก ที่บทพูดมันแปลกๆ ดูไม่ธรรมชาติยังไงไม่รู้ แต่ก็แค่บางฉากแหละ ภาพรวมคือดีหมด นอกจากงานภาพที่ผมชอบมากๆแล้ว อีกอย่างที่ชอบคือเพลง เสียงประกอบฉากต่างๆ ทำออกมาได้โคตรดีมากๆ เลือกเพลง และ เสียงประกอบฉาก และ อารมณ์ต่างๆได้ดี เหมาะกับภาพและ สถานการณ์ที่กำลังดำเนิ นอยู่ไปอย่างลื่นไหล อีกอย่างคือการที่เอาเสียงของตัวละครพ่อที่เป็นดีเจคลื่นวิทยุมาใส่ประกอบเป็นเสียงพื้นหลังอยู่เป็นระยะๆ มันเป็นอะไรที่เท่ห์ และ ดีมากๆจริงๆ เพราะเสียงที่คลอนั้นมันซ่อนเรื่องราวและความรู้สึกของตัวละครหลักไว้ ทำให้หนังมันมีเสน่ห์เพิ่มขึ้นมามากๆ

รีวิววันสุดท้าย ก่อนบายเธอ

โดยรวมแล้วถือว่าทำออกมาได้ดีมากๆแล้ว ผมชอบพอสมควร แต่ก็ยัง ไม่ถึงกับชอบมาก แต่รับรองว่าไม่เสียดายค่าตั๋วแน่นอน 100% ความดีงามของเรื่องนี้มันอยู่ระดับที่เอาไปฉายให้ ต่างชาติดูได้แบบไม่อายเลย ผมมองว่าหนังไทย ควรเริ่มจากหนังดราม่าเนี่ยแหละ เพราะใช้ทุนไม่เยอะ แต่ส ามารถทำออกมาให้ดีในระดับสากลได้ ถ้าอย ากเห็นหนังไทยดีขึ้น และ สามารถแข่งขันกับนานาชาติได้ ก็อยากให้ ทุกคนช่วยกันสนับสนุนหนัง ไทยกัน แต่ไม่ได้บอกว่า ให้ดูทุกเรื่องนี้ แต่เรื่องนี้ควรดู เพราะมันดีจริง คนทำจะได้มีกำ ลังใจทำหนังดีๆออกมาให้เ ราได้ดูอีก สุด ท้ายนี้ ขอให้คะแนนไว้ที่ 8/10 เลยแล้วกันครับสุดท้ายนี้ถ้าอ่า นแล้วชอบ ฝากกดติดตาม และ กดแชร์ด้วยนะครับ ดูหนังออนไลน์

  • ชื่อเรื่อง : One for the Road (วันสุดท้าย..ก่อนบายเธอ)
  • ความยาว : 2 ชั่วโมง 16 นาที
  • วันที่ฉาย : 10 กุมภาพันธ์ 2022
  • แนว : ชีวิต , ดราม่า , มิตรภาพ
  • ผู้กำกับ : นัฐวุฒิ พูนพิริยะ
  • ช่องทางการรับชม : วันนี้ทุกโรงภาพยนตร์