Author Archives: fang

รีวิวหนังตลกไทย กระดึ๊บ

รีวิวหนังตลกไทย กระดึ๊บ

รีวิวหนังตลกไทย กระดึ๊บ

 

 

กระดึ๊บ เป็น หนังไทยมาใหม่ แนว ตลกมอนสเตอร์ โดย จีทีเอช และ อาตี๋ ฟิล์ม ออกฉายในโรงภาพยนตร์เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2553 เป็นผลงานที่ 3 การกำกับภาพยนตร์โดย จตุรงค์ พลบูรณ์ จาก โกยเถอะโยม และ ตั๊ดสู้ฟุด นำแสดงโดย จตุรงค์ พลบูรณ์, ณัฏฐพงศ์ ชาติพงศ์ ,พีค ภัทรศยา และ จิ้ม ชวนชื่น ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้ นำเอาประเด็นข่าวหน้าหนึ่งเมื่อพฤษภาคม ปี 2549 ที่ลือกันว่าพบสัตว์ประหลาดจากต่างดาวที่หล่นมาจากฟากฟ้า แต่สุดท้าสัตว์ประหลาดกลับกลายเป็นเจลลดไข้แช่น้ำธรรมดา

ภาพยนตร์ทำรายได้เปิดตัว 4 วันแรก อยู่ที่ 7.2 ล้านบาท ปิดสัปดาห์ที่ 3 ทำรายได้รวมอยู่ที่ 14 ล้านบาท ถือเป็นภาพยนตร์ที่มีรายได้เปิดตัวและรายได้รวมต่ำที่สุดของค่าย จีทีเอช ในปี พ.ศ. 2553

 

เรื่องย่อ

กลางปี พ.ศ. 2549 ชาวบ้านฮือฮาพบวัตถุประหลาดคล้ายเจลใสหล่นจากฟากฟ้า ลือเป็นสัตว์ประหลาดต่างดาว แต่สุดท้ายเรื่องราวกลับ โอละพ่อ เมื่อสัตว์ประหลาดที่ว่ากลับกลายเป็นแค่แผ่นเจลลดไข้แช่น้ำธรรมดา แต่จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเจลลดไข้ไม่ได้เป็นแค่เจลลดไข้ แต่ดันหักมุม(อีกที) กลายเป็นสิ่งมีชีวิตจากต่างดาวเข้าจริงๆ

เรื่องราวเกิดขึ้นหลังค่ำคืนพายุฝนฟ้าคะนอง เมื่อวัตถุลึกลับปริศนาตกลงมาในเขตแดนระหว่างบ้านของ 2 ครอบครัวที่ไม่ถูกกัน ได้แก่ เฮียสุรชัย หรือ ป๊า (จาตุรงค์ มกจ๊ก) เจ้าของร้านซาลาเปาที่ปากกล้าและอหังการกับทุกคน ยกเว้นเมีย กับ น้าแมว (จิ้ม ชวนชื่น) จิ๊กโก๋รุ่นใหญ่เจ้าของโรงน้ำแข็งผู้ไม่เคยก้มหัวให้ใคร ในเมื่อไอร้อนจากหม้อนึ่งซาลาเปาทำให้น้ำแข็งละลาย จึงกลายเป็นข้อขัดแย้งทางธุรกิจที่ทำให้เสือสองตัวอยู่รั้วติดกันไม่ได้ถืออีกฝ่ายเป็นศัตรูคู่อริและสาบานต่อดินฟ้าว่า ผีไม่เผา เงาไม่เหยียบ ดูหนังฟรี

 

รีวิวหนังตลกไทย กระดึ๊บ

 

แต่รักต้องห้ามก็ยังเกิดขึ้นจนได้ เมื่อ ไอ้หนุ่มสมหมาย (ฟรอยด์ ณัฏฐพงศ์) หลานชายน้าแมว ชายหนุ่มขี้เล่นที่ยังหาทางเอาดีกับชีวิตไม่ได้ ดันปีนข้ามรั้วมาจีบ หมูแดง (พีค ภัทรศยา) ลูกสาวคนโตสุดรักสุดหวงของป๊า ในสถานการณ์ที่ทั้งสองบ้านกำลังเผชิญกับปัญหาถูกมาเฟียเจ้าถิ่นคุกคามไล่ที่ อยู่ดีๆสัตว์ประหลาดจากต่างดาวที่ตกลงมาก็กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความอลหม่าน นั้นมันคือ กระดึ๊บ หมายถึง มีชื่อสามัญคือ Cool Gel ดูหนังออนไลน์

 

รีวิวหนังตลกไทย กระดึ๊บ

ราวกลางปี 2549 ใครที่ติดตามข่าวสารบ่อยๆน่าจะจำพาดหัวข้อข่าวนี้ได้ ชาวบ้านฮือฮาพบวัตถุประหลาดคล้ายเจลใสหล่นจากฟากฟ้า ลือเป็นสัตว์ประหลาดต่างดาว! แต่ต่อมาไม่นานหลังจากนั้นก็มีพาดหัวข่าวตามมาว่า? โอละพ่อ สัตว์ประหลาดที่ว่ากลับกลายเป็นแค่แผ่นเจลลดไข้แช่น้ำธรรมดา! ทำเอาชาวไทยทั้งหลายได้แต่ยิ้มแก้เก้อ กับข่าวที่สร้างความอับอายไปทั่ว

 

รีวิวหนังตลกไทย กระดึ๊บ

 

เรื่องนี้บอกอะไรได้หลายอย่าง คล้ายกับว่า หากอยากรู้จักผู้คนในประเทศไหนอย่างรวดเร็ว ให้ดูพาดหัวข่าวหนังสือพิมพ์ของประเทศนั้นๆ? และถ้าอยากรู้จักให้ลึกกว่านั้นอีกก็ดูหนังของประเทศนั้นสักเรื่อง ว่าแล้วค่ายหนังอารมณ์ดีอย่าง จีทีเอช ก็หยิบเอาข่าวฮาในรอบปีมาทำเป็นภาพยนตร์ซะเลย

กระดึ๊บ หรือในชื่อสากล Cool Gel Acttacks กำกับการแสดงโดย จตุรงค์ พลบูรณ์ (จตุรงค์ ม๊กจ๊ก ) เป็นภาพยนตร์ตลกนำ เมื่อเจลลดไข้ไม่ได้เป็นแค่เจลลดไข้ธรรมดา แต่กลายเป็นสิ่งมีชีวิตจากต่างดาวตกลงมาในย่านชนบท ชาวบ้านจะแก้ไขสถานการณ์กันอย่างไร น่าคิดนะ

 

ลักษณะของตัวกระดึ๊บ

มีลักษณะ คล้ายสัตว์เลื้อยคลานจำพวกหนอน ผิวหนังมีลักษณะเป็นเจลใสคล้ายเจลลดไข้ มีความยืดหยุ่น ชื้น และลื่นมากเมื่อตัวยังเล็ก แต่เมื่อตัวขยายใหญ่ขึ้นผิวจะมีความขรุขระและหยาบกระด้าง เมื่อแรกเกิดที่ส่วนหัวด้านบนของกระดึ๊บจะมีดวงตาปรากฏนูนขึ้นมา โดยตาดำมีลักษณะเป็นแนวตั้งเรียวเล็ก สามารถกลอกไปมาได้ เมื่อโตขึ้นจะสังเกตเห็นฟันแหลมคมซี่เล็กๆจำนวนมาก

อุปนิสัยจะมีรูปร่างหน้าตาบ๊องแบ๊วน่ารัก แต่เมื่อเติบใหญ่ก็จะเริ่มแสดงด้านมืดในตัวเองออกมา ดีกรีความดุร้ายแปรผันตามขนาดตัว ยิ่งตัวใหญ่มากก็ยิ่งดุร้ายมาก กระดึ๊บตัวเมียจะหวงลูกมากเป็นพิเศษ

การเคลื่อนไหว เมื่อ ครั้งเป็นเด็ก กระดึ๊บจะคล่องแคล่วเคลื่อนตัวได้อย่างรวดเร็วพลิ้วไหว ช่วงล่างที่แข็งแรงของมันสามารถหดย่อและดีดตัวพุ่งทะยานขึ้นฟ้าได้ราวสปริง เด้งดึ๋ง แต่ความปราดเปรียวเหล่านี้จะลดลงเมื่อมันเติบใหญ่โตเต็มวัย
อาหารของมันคือ ไอความร้อน ทั้งจากสิ่งมีชีวิตและสิ่งไม่มีชีวิต กระดึ๊บมักพาตัวเองมุดเข้าไปในที่ๆมีความร้อนมากๆ เช่น ในร่างกายคน หรือในครัวที่มีไอร้อนจากการปรุงอาหาร เมื่อมันเข้าไปในร่างกายของสิ่งมีชีวิตแล้วจะดูดความร้อนที่มีอยู่ในร่าง นั้นออกไปจนหมด จนกระทั่งเจ้าของร่างแข็งตายกลายเป็นน้ำแข็ง แล้วค่อยคืบคลานออกมาหาเหยื่อ

 

รีวิวหนังตลกไทย กระดึ๊บ

 

กระดึ๊บสามารถออกไข่ได้ครั้งละเป็นพันๆฟอง ซึ่งไข่มีเปลือกที่แข็งมาก

กระดึ๊บปรากฏกายอยู่แถวตอนกลางของของประเทศเขตร้อนชื้นอย่างประเทศไทย

เมื่อความร้อนคือขุมพลังงานสำคัญ เจ้าสัตว์ต่างดาวจึงออกอาละวาด โดยใช้วิธีจู่โจมเข้าไปในร่างกายของสิ่งมีชีวิตเพื่อดูดความร้อนออกมา แถมยังแพร่พันธุ์วางไข่อีกนับร้อยใบไว้ในหม้อนึ่งซาลาเปา

ขณะที่เจ้าของร่างที่ถูกมันจู่โจมก็จะโดนดูดความร้อนทั้งหมดออกจากตัว ร่างกลายเป็นน้ำแข็งและเสียชีวิตในที่สุด งานนี้ ศัตรูคู่อาฆาตจึงต้องหันมาญาติดีกัน เพื่อร่วมมือกันงัดเอาสุดยอดกลเม็ดเด็ดพรายมาปราบเจ้าสัตว์ประหลาดร้ายจากต่างดาวตัวนี้ให้จงได้

 

ด้านต่างๆของหนัง

มีคนเคยบอกผมว่า หนังไทยเรื่องไหนก็ตาม ปะยี่ห้อ GTH ในฐานะผู้สร้าง หนังเรื่องนั้นการันตีคุณภาพและรับประกันความพอใจได้แน่นอน อย่างไรก็ตามผมในฐานะแฟนค่ายไฟว์สตาร์ มองว่าหนังของ GTH ระยะหลังเป็นหนังเพลย์เซฟ และมีน้อยเรื่องที่จะสร้างสรรค์ความแปลกใหม่ น่าจดจำ หรือเข้าขั้นคลาสสิคเหมือนหนัง GTH ยุคแฟนฉัน และยิ่งไปกว่านั้นกับกระดึ๊บของผู้กำกับจตุรงค์ พลบูรณ์ ที่แม้ก่อนหน้านี้ทั้งกำกับและแสดงนำในหนัง GTH มาแล้ว 2 เรื่อง คือ ‘ตั๊ดสู้ฟุด’ และ ‘โกยเถอะโยม’ แต่ก็ยังไม่สามารถพัฒนาฝีมือการกำกับให้ลงตัว ทั้งในจังหวะการดำเนินเรื่องและจังหวะการปล่อยมุข แม้ว่าได้นักแสดงอารมณ์ดีมาร่วมงานทั้งฟรอยด์ ณัฏฐพงศ์, พีค ภัทรศยา และจิ้ม ชวนชื่น แล้วก็ตาม

หนัง Highlight กระ ดึ๊ บ เต็มเรื่อง เล่าเรื่องของสัตว์ประหลาดจากต่างดาว ลักษณะคล้ายหนอนชาเขียว ตกลงมาในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง และจู่โจมผู้คนในละแวกนั้นด้วยการกระดึ๊บ (อย่างรวดเร็ว) เข้าไปในปากของเหยื่อ และทำให้เหยื่ออยู่ในสภาพถูกแช่แข็งจนเสียชีวิต ครอบครัวคนขายซาละเปา (จตุรงค์) กับครอบครัวคนขายน้ำแข็ง (จิ้ม ชวนชื่น) ที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากันมานาน จึงต้องร่วมมือกันเฉพาะกิจเพื่อปราบเจ้าหนอนกระดึ๊บพวกนี้ให้ได้

 

 

หนังเล่าเรื่องในระยะเวลาชั่วข้ามคืนที่หนอนต่างดาวจู่โจม เพราะฉะนั้นเนื้อหาของเรื่องจึงไม่มีอะไรมากไปกว่า การเจอหนอนกระดึ๊บ การถูกหนอนกระดึ๊บจู่โจม การหาวิธีปราบหนอนกระดึ๊บ ซึ่งนำมาสู่ตอนจบแบบ GTH นิยม แม้หนังจะปะหน้าว่าเป็นหนังเบาสมองอารมณ์ดี ไม่มีพิษภัย แต่เอาเข้าจริง ผลที่ออกมากลับไม่ถึงอารณ์ในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นฉากตลกที่จะว่าฮาก็ยังไม่เชิง (และมีมุขสกปรกชวนแหวะอีกเพียบ) การดำเนินเรื่องที่ยังไม่ลื่นไหล หนำซ้ำยังวกไปวนมาแทบไม่มีอะไรคืบหน้า รวมทั้งความ Feel Good ที่ดูยัดเยียดและไร้ความซาบซึ้งใดๆทั้งสิ้น บทสรุปของกระดึ๊บจึงกลายเป็นหนังตลกตามท้องตลาด ที่มาตรฐานพอกับหนังตลกไทยทั่วไปในปัจจุบัน แต่ด้อยกว่ามาตรฐานของค่าย GTH อย่างเห็นได้ชัด

 

รีวิวหนังตลกไทย กระดึ๊บ

กระดึ๊บ ภาพยนตร์คอมเมอดี้ผสมผสานเรื่องราวของหนังสัตว์ประหลาดที่ทำออกมาให้หนังมีความน่าสนใจอยู่ไม่น้อย แถมยังมีพระเอกตัวฮา ฟรอยด์ ณัฏฐพงศ์ บวกกับนางเอก พีค ภัทรศยา ก็ไม่น้อยหน้าแสดงออกมาแบบไม่ห่วงสวยเลย ทุกซีนจัดเต็มความตลกแบบไม่ยั้ง สำหรับใครที่กำลังเครียด และอยากผ่อนคลายหนังเรื่อง“กระดึ๊บ”สามารถทำหน้าที่นั้นให้คุณได้

เมื่อชาวบ้านพบวัตถุประหลาดคล้ายเจลใสลดไข้หล่นจากฟากฟ้า และดันตกลงมาในเขตแดนระหว่างบ้านของ ป๊า (จตุรงค์ มกจ๊ก) เจ้าของร้านซาลาเปาที่ปากกล้าและอหังการกับทุกคน และคู่อริข้างบ้าน น้าแมว (จิ้ม ชวนชื่น) จิ๊กโก๋รุ่นใหญ่เจ้าของโรงน้ำแข็งผู้ไม่เคยก้มหัวให้ใคร ทั้งคู่บาดหมางกันเพราะไอร้อนจากหม้อนึ่งซาลาเปาทำให้น้ำแข็งละลาย แถมยังมีรักต้องห้ามระหว่าง สมหมาย (ฟรอยด์ ณัฏฐพงศ์) หลานชายน้าแมว ชายหนุ่มขี้เล่นที่ยังหาทางเอาดีกับชีวิตไม่ได้ ดันปีนข้ามรั้วมาจีบ หมูแดง( พีค ภัทรศยา) ลูกสาวคนโตสุดรักสุดหวงของป๊า กระดึ๊บ เต็มเรื่อง facebook

 

 

จนมาวันหนึ่งทั้งสองบ้านถูกมาเฟียเจ้าถิ่นคุกคามไล่ที่ อยู่ดีๆ เจ้าเจลใสสัตว์ประหลาดจากต่างดาวที่ตกลงมาก็กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความอลหม่าน ‘ความร้อน’ จากร้านซาลาเปากลายเป็นแหล่งพลังงานสำคัญ แถมยังเป็นที่แพร่พันธุ์วางไข่อีกนับร้อยใบไว้ในหม้อนึ่ง จุดด้อยของเจ้าสัตว์ประหลาดหากโดนดูดความร้อนออกจากตัว ร่างจะกลายเป็นน้ำแข็งและเสียชีวิตในที่สุด งานนี้ ศัตรูคู่อาฆาตจึงต้องหันมาญาติดีกัน เพื่อร่วมมือกันงัดเอาสุดยอดกลเม็ดเด็ดพรายมาปราบเจ้าสัตว์ประหลาดร้ายให้จงได้ ห้ามพลาดชมความสนุกในภาพยนตร์ “กระดึ๊บ” วันอาทิตย์ที่ 9 มกราคมนี้ เวลา 16.50 น. ทางทรูโฟร์ยู ช่อง 24 กระ ดึ๊ บ หนังใหม่

รีวิวหนังไทย นะโม ok

รีวิวหนังไทย นะโม ok

รีวิวหนังไทย นะโม ok

 

 

นะโม ok เป็นที่มีเสียงลื่อเสียงเล่าอ้างออกมาในหลายกระแสบ้างว่าดี รีวิวหนังไทย บ้างว่าเฉยๆบ้างถูกนำไปเทียบกับหนังพระเรื่องอื่นๆสิ่งกลุ่มนี้ขึ้นกับมุมมองของแต่ละคน

ภาพยนตร์เรื่อง นะโม OK เป็นหนังไทยแนวคอมเมดี้ ผลงานการกำกับของ ฐิติพงศ์ ใช้สติภาพยนตร์บอกเล่าเรื่องราวของวัดเล็กวัดนึงที่อยู่กันอย่างสงบเงียบจนถึงวันหนึ่ง ที่มีพระฝรั่งความจำเสื่อมมาอาศัยอยู่ก็เลยทำให้วัดคึกคักขึ้นมา นะโม OK ภาพยนตร์หัวข้อนี้ได้นักแสดงมากเรื่องสามารถเยอะมาร่วมแสดงไม่ว่าจะเป็นเก่งกาจ จงใจพระ รับบทบาท หลวงพ่อธีร์ เจ้าอาวาส พระผู้ใหญ่ที่น่าสรรเสริญ จิตใจเบิกบาน เป็นพระนักคิดค้น นักพัฒนา ท่านสามารถมองทุกๆอย่างรอบกายในชีวิตประจำวันให้เห็นเป็นธรรมะได้

คนถัดมาเป็นอดัม ซีมา รับบท พระสตีฟ พระฝรั่งความจำเสื่อมที่มาอาศัยจำวัดชั่วคราว เพื่อรักษาตัว เนื่องจากว่าจำอะไรไม่ค่อยได้ ธุระปฏิบัติพระสงฆ์หลายประเภทก็หลงๆลืมๆไป ด้วยความซื่อตรง แล้วก็บริสุทธิ์ใจ ทำให้หลายคราที่พระสตีฟทำอะไร ไม่ค่อยกับธุระของวัด แปลงเป็นสร้างรอยยิ้มให้กับประชาชน คนถัดมาเป็นจุมพล ทองตัน รับบท พระวินัย พระนักปฏิบัติที่ยึด ระเบียบวินัยสงฆ์เหนือสิ่งอื่นใด มีการปฏิบัติปฏิบัติที่สำรวมเคร่งขรึมไม่ได้ต่างอะไรจากคุณครูปกครองที่อีกทั้งพระลูกวัด

และก็ลูกศิษย์วัดยังจะต้องกลัว คนถัดมาเป็นอัฒรุต คงราศี รับบท พระน้อย พระชายหนุ่มที่พยายามค้นหาเรื่องจริงสำหรับในการเจริญภาวนา พระน้อยช่างคิด แล้วก็ถูกใจตั้งปัญหากับทุกสิ่งทุกอย่างอย่างในชีวิต เพื่อศึกษาและทำการค้นพบความจริง คนในที่สุดที่จะมาแนะนำในวันนี้เป็นค่อม ชวนชื่น รับบท เสี่ยถัง เจ้าของที่ดินที่ ร่ำรวยเงิน ด้วยธุรกิจทั้งยังถูกกฏหมาย แล้วก็ไม่ถูกกฏหมาย ทำให้มีศัตรูมาก แต่ว่าถึงแบบงั้นเสี่ยถังก็ยังไม่หยุดที่หารายได้มาเพิ่มในบัญชีเรื่อยด้วยการเอาเปรียบชาวบ้านตาดำๆโดยภาพยนตร์เรื่อง นะโม OK เป็นภาพยนตร์เมื่อปี 2561

เรื่องราว หนัง นะโม ok

ภาพยนตร์เรื่อง นะโม โอเค เรื่องย่อ เปิดเรื่องราวมาที่ วัดเล็กๆนอกเมืองเพชรบุรี ซึ่งตั้งอยู่ในอำเภอเล็กๆที่ค่อนข้างเงียบสงบ แต่วันหนึ่งความเงียบสงบก็หายไปเมื่อพระฝรั่ง ความจำเสื่อม ต้องมาอาศัยจำวัดเพื่อรักษาความทรงจำ ชาวบ้านจึงต่างกันตื่นเต้นที่มี พระฝรั่งมาอยู่ที่วัด

ชาวบ้านพากันเดาเรื่องราวที่หายไปจากความทรงจำของพระ สตีฟ ไปต่างๆนาๆ และเสี่ยถังที่หวาดกลัวมือปืนที่จะตามฆ่าโดยเขาคิดว่าพระสตีฟเป็นมือปืน ส่วนสองเณรโต๋กับแจ๊ค กลับมอง พระสตีฟ เป็นจุดขายในการหาเงิน พระสตีฟอาจเป็นอะไรได้หลายอย่างแล้วแต่คนคิด แต่ในความคิดพระสตีฟ นั้นไม่ว่าที่ผ่านมาตัวเขาจะเคยเป็นอะไรนั้นไม่สำคัญ แต่วันนี้เขารู้แต่ เพียงว่า ตัวเองเป็นพระ และชีวิตที่เหลือจะมุ่งหน้าศึกษาธรรมเท่านั้นก็เพียงพอแล้ว บทสรุปของเรื่องราวจะเป็นอย่างไรติดตามได

มันต่างกับหนังอย่างหลวงพี่เท่ง หรือ หลวงพี่ผีขนุน มากอยู่นะ(สองเรื่องที่ว่ามานี้ไม่ได้ดูนานละแต่จำได้ว่าชอบเพราะมันดูสนุก) เพราะเรื่องนี้มันเล่นศีลธรรมสั่งสอนกันเยอะแยะมากมายผสมการล้อเล่นกับวินัยพระมากไปกว่าคำพูดกิริยาอาการเพื่อความตลก คือมันมีท่าทีที่สร้างสถานการณ์เพื่อให้พระอาบัติ ดูหนังออนไลน์

อย่างเช่น พระพูดหยาบ พูดโกหก ถุยอาหารลงบาตร ให้พระผู้น้อยเดินนำบิณฑบาต มดกัดไข่พระ พระถูกหาว่าทำโยมท้อง สีกากรี๊ดขวยเขินพระ (แน่นอนว่าสีกานอกจอก็กรี๊ดพระฝรั่งกล้ามโตจนนมโผล่นอกอังสะ)เณรเก๊ เณรเกย์ พวกนี้เนี่ยถึงจะทำเอาฮาเสียส่วนใหญ่และไม่ว่าจะคิดมาเพื่อสะท้อนความคิดหรือเพื่อแค่ตลกโปกฮาพาสนุกแต่มันกล้าเล่นดีน่ะ

 

รีวิวหนังไทย นะโม ok

 

แล้วการแก้ตัวด้วยการให้ตัวละครพระปลงอาบัติ…แบบไม่เป็นไรผิดวินัยนิดๆ หน่อยๆ ก็ปลงอาบัติได้กลับมาผ่องใสเหมือนเดิม…ซึ่งชอบท่าทีเสียดสีตรงนี้ถึงมันจะตั้งใจจะใช่หรือไม่ใช่ตามที่คิดแต่ในฐานะที่มันเป็นหนังกระแสหลักมันก็ถือว่ากล้าวัดใจเซ็นเซอร์ดีน่ะ ขนาดว่าหนังบางฉากถูกหั่นเพราะล่อแหลมแล้วหนังที่เหลือรอดมาให้ดูก็สะท้อนวุฒิภาวะของคนกองเซ็นเซอร์ได้น่าคิดดี

ซึ่งมันย้อนแย้งดีทั้งในจอและนอกจอ ถึงมันจะจบครบถ้วนกระบวนธรรมธรรมะอยู่ที่ใจไม่ใช่วัตถุ ชะล้างสถาบันครอบครัวมาเฟียให้เข้าวัด และเจียระไนนักฆ่าฝรั่งให้เป็นพระสำเร็จเสร็จสิ้นง่ายๆ แต่มันมีเส้นเรื่องของเด็กมัธยมเพื่อนสนิทกันสองคนที่เห็นข่าวเณรขำ(ล้อเณรคำ)ก็เลยชวนกันมาบวชเณรเพื่อหาเงินไปหลอกสาวว่าบ้านรวยซึ่งเพื่อนคนหนึ่งจีบผ่านออนไลน์อยู่ ดูหนังฟรี

แต่สุดท้ายก็โดนต้มซะเองหลังหนีออกจากวัดเปลี่ยนชุดไปหาสาวแล้วถูกสาวขโมยของแก้ผ้าให้ล่อนจ้อน แล้วดันถูกเณรเพื่อนชายสารภาพรักอีก แต่พระฝรั่งก็สอนให้ยังรักกันเป็นเพื่อน แล้วกลับมาจบที่ฉากนุ่งจีวรเข้ากุฏินอนเสื่อผืนเดียวกัน
ซึ่งถึงมันจะสอนมิตรภาพด้วยหลักธรรมคำสอนให้ยอมรับง่ายๆ แต่ขณะเดียวกันก็ให้เห็นภาพก้ำกึ่งว่าผิดหรือถูกระหว่างเณรเก๊กับเณรเกย์ที่จบแบบสองแง่สองง่ามหลังจากเปลื้องจีวรหนีออกวัดไปหาสาวและกลับมาห่มจีวรเดินเข้าวัดนอนกุฏิข้างๆกันฉัน(รัก)เพื่อนซึ่งทำให้เกิดจุดน่าสนใจที่สุดในเรื่องขึ้นมา

 

รีวิวหนังไทย นะโม ok

นะโม ok เป็นหนังไทยน้ำดีที่ผ่านตาผมมานานแล้ว (หนังปลายปี 2557 แต่ยังพอมี DVD ว่างจำหน่ายอยู่ในปัจจุบัน) แตาไม่เคยได้ดูสักที จึงถือเอาวันพระนี่แหละ เป็นวันเหมาะที่จะดูจริงๆจังสักที

ด้านบท

เป็นบท บ้านๆ ไม่ซับซ้อน สอดแทรกความตลก เข้าไปแทบจะทั้งเรื่อง ซึ่งแกนหลักของบทคือ ธรรมะ และการแสดงให้เห็นว่าธรรมะสามารถ เปลี่ยน คนเลวให้เป็นคนดีได้ การพูดไทยของพระสตีฟ ก็พอฟังเข้าใจได้ไม่อึดอัดมากนัก คำหยาบที่ปะปนก็พอเป็นสีสันเท่านั้นไม่ได้มากจนรำคาญ การเฉลยตอนท้ายก็ถือเป็นตอนสำคัญ และพิสูจน์ให้เห็นถึงความดีงามของ ธรรมะ

ด้านการนำเสนอ

ถือว่าทำได้ดี ที่ใชีวิธีการวางโครงเรื่องให้พระความจำเสื่อม ลืมแม้กระทั้งว่าตัวเองเป็นพระ มาเรียนรู้ธรรมะใหม่อีกครั้ง โดยสอดแทรกเรื่องราวเพิ่มเติมให้น่าสนใจ แต่ไม่มากจนเสียแกนหลักของเรื่อง มีการออกแบบให้เข้าใจง่าย และไม่ทะลึ่งจนเกิดงาม เช่นฉาก หลวงพี่วินัยเดินเหยียบรังมด จนมดเข้าไปในร่มผ้า ก็ ใช้การนำเสนอ โดยการใช้ภาพมด รุมกัดไข่ต้ม ในบาตรหลวงพี่วินัย เพื่อสื่อว่า แท้จริง หลวงพี่วินัยถูกกัดอะไรอยู่

 

รีวิวหนังไทย นะโม ok

 

ด้านนักแสดง

นักแสดงแต่ละคนค่อนข้างทำให้เชื่อ ไม่ว่าจะเป็นพระสตีฟ (ฝรั่งที่มีภรรยาไทย) จึงพูดไทยได้พอฟังรู้เรื่อง

เจ้าอาวาส ที่เล่นได้น่านับถือมากๆ จนผมไม่แน่ใจว่า ท่านคือพระจริงๆหรือเปล่า

หลวงพี่ วินัย (โกไข่) ที่ ตีบทแตกด้านการเป็นพระ

หลวงพี่น้อย (หนึ่งในสมาชิกขบวนการฮา ใน 4 และ 5 แพร่ง )ที่เล่นได้ตามมาตรฐานของตัวเอง

รวมถึง น้าค่อม ใบบทเสี่ย ที่เป็นศูนย์รวมความฮาของหนัง

โดยภาพรวม

เท่าที่ทราบมา นะโม OK มีทั้งคนที่โอและไม่โอกับหนังครับ ส่วนผมนั้นถือว่าอยู่กลางๆ คือดูแล้วก็มีทั้งส่วนที่ชอบและเฉย

 

จุดประสงค์ของเรื่อง

ถ้าบอกว่าจุดประสงค์ของหนังคือ “เบาสมองแฝงหลักธรรม” หนังก็ตอบโจทย์ได้ไม่เลว โดยสอดแทรกผ่านบทพูดของ พระสตีฟ (อดัม ซีม่า) หลวงพี่ฝรั่งความจำเสื่อม ที่มักตั้งคำถามกับข้อปฏิบัติต่างๆ ของศาสนาพุทธอย่างน่าสนใจ อีกทั้งสิ่งที่หลวงพ่อธีร์ กล่าวสอนทั้งพระลูกวัดและญาติโยมอยู่เนืองๆ นะโม ok เรื่องจริง

ไม่ว่าเรื่องการปล่อยวาง ทางสายกลาง หรือเรื่องไสยศาสตร์ ผีสาง เครื่องรางของขลังทั้งหลาย หนังก็มีประโยคสอนคนชวนให้คิดใส่ลงไปเป็นระยะๆ ว่าอะไรคือสิ่งที่ควรทำ อะไรคือสิ่งที่ควรเชื่อ
แต่น่าเสียดายครับที่การเล่าเรื่องยังไม่จับใจ ทั้งที่พล็อตประเด็นในเรื่องมันเล่นได้หลายปมมาก แต่หนังเลือกจะไปให้เวลากับมุขตลกที่บางอันก็ฝืด บางอันก็นอกเรื่องไปหน่อย (นี่ถ้าไม่ได้น้าค่อมกับพี่ยัด เฟ็ดเฟ่ล่ะก็ ด้านความฮาคงกริบกว่านี้แน่ๆ)
เป็นอะไรที่เจอบ่อยในหนังตลกผสมธรรมะของบ้านเราครับ ส่วนมากจะเน้นขำจนหนังผิดสัดส่วนไป และถ้ามันขำบ้างแป้กบ้างล่ะก็ แทนที่มันน่าจะดีน่าจะแจ๋วก็เลยกลายเป็นกลางๆ ไป

 

รีวิวหนังไทย นะโม ok

 

กระนั้นผมก็ยังรู้สึก OK กับหนังนะครับ อย่างที่บอกว่าพล็อตมันดี มันเอื้อต่อการสอนหลักธรรม ดูหนัง 4k หากทำดีๆ นี่คนดูมีสิทธิ์อินอย่างแรง เพราะเท่าที่เป็นนี่จริงๆ ก็มีช่วงให้อินอยู่นะครับ จนอดคิดไม่ได้ว่าถ้าเน้นที่เนื้อเรื่องดีๆ ผูกปมให้คนดูอินกว่านี้ เล่าเรื่องให้กลมกล่อมกว่านี้ หนังจะได้รับการพูดถึงมากกว่านี้อย่างแน่นอน

เอาเป็นว่านี่คือหนังตลกผสมธรรมะที่ไม่เลวครับ ดูแล้วไม่ถึงกับผิดหวัง เพราะมันก็มีสาระแง่คิดอยู่ไม่น้อย ดาราก็เล่นกันดี มุขตลกหลายๆ อันก็จัดว่าขำไม่เลอะเทอะ เพียงแต่ถ้าเล่าเรื่องได้ลงล็อกกว่านี้ล่ะก็ มันต้องแจ๋วมากๆ ทีเดียว

 

พล็อตของหนัง

พล็อตหลักในเรื่องนั้น มีอยู่ 3 พล็อตใหญ่ๆ

พล็อตแรกก็คืออดีตของพระสตีฟก่อนจะถูกฟ้าผ่าจนสมองเสื่อม

พล็อตที่ 2 คือ 2 เณรสุดแสบที่ตั้งใจบวชเพื่อหาเงินไปโชว์สาว ผ่านกิจนิมนต์และการปั้มพระเครื่อง

พล็อตที่ 3 คือเรื่องของเสี่ยถัง (น้าค่อม ชวนชื่น) ดูหนัง นักการเมืองดังที่โดนคนขู่ฆ่า (เนื่องจากสมัยก่อนทำเรื่องเลวๆ ไว้มาก) เลยต้องปลอมตัวเวลาไปไหนมาไหน

 

 

โดยส่วนตัวแล้วผมชอบครับ พล็อตดีและสามารถทำให้เกิดความน่าติดตามผสมแง่คิดได้ แต่ปัญหาคือการเล่าเรื่องยังไม่สุด คือประเด็นนับว่าโอเคครับ แต่ด้านการเล่ามันไม่เร้าอารมณ์ให้เราอิน
พล็อตที่ถือว่าเล่าได้น่าพอใจคือเรื่องของพระสตีฟ ที่ว่าน่าพอใจก็เพราะการแสดงเข้าท่าของ อดัม และ อ.เก่งกาจ บวกกับบทสนทนาที่แฝงธรรมไว้ แต่ก็อย่างที่บอกครับว่าหลายส่วนยังไม่สุด
อย่างบทสรุปของเรื่องที่หลวงพ่อธีร์สอนชาวบ้านนั่น จริงๆ ผมชอบนะครับ ตอนที่ท่านสอนให้ชาวบ้านเลิกงมงาย เลิกบูชาพระเครื่อง เพียงแต่การสอนหรือคำเทศน์เหล่านั้นยังไม่มากพอที่จะทำให้ผมเชื่อว่าชาวบ้านทั้งหลายจะเลิกงมงายเร็วขนาดนั้น เหมือนกับเทศน์ 3 นาที แล้วชาวบ้านถอดพระเครื่องมาเผากันเลยน่ะครับ ลองคิดในแง่ความเป็นจริงแล้วมันยากที่จะเชื่อไปหน่อย

 

รีวิวหนังไทย นะโม ok

จริงๆ ผมคิดนะครับ ภาพยนตร์ นะ โม โอ เค สำหรับฉากเผาพระเครื่องนี่ จริงๆ มันสามารถรวบเอาพล็อตของ 2 เณรมาสรุปด้วยได้ มันจะเสริมกันและกันได้อย่างดี

เช่น อาจจะให้หลวงพ่อเทศน์ต่ออีกหน่อย ว่าพวกโยมไม่ต้องไปบูชาพระเครื่องหรอก บูชาตัวเองดีกว่าไหม ที่มีเงินใช้ตอนนี้ก็เพราะโยมทำงานไม่ใช่หรือ แล้วก็ลิ้งค์มาที่เรื่องของ 2 เณรที่วันๆ เอาแต่วีดีโอโฟนกับสาวและจะเอาเงินไปอวดสาวท่าเดียว เช่นว่า
“ดูอย่างแม่ของพวกเณรสิ ทำงานเลี้ยงเณรมาจนเติบใหญ่” หรือไม่ก็โยนคำถามให้เณรก็ได้ว่า “เณรเอ๋ย หลวงพ่อถามนิดหนึ่งเถิด ว่าที่เณรโตมาถึงป่านนี้น่ะ เณรโตด้วยความทุ่มเทของแม่หรือด้วยความศักดิ์สิทธิ์ของพระเครื่อง”

 

 

ผมว่าถามแบบนี้นี่ มันจะสรุปพล็อต 1 และพล็อต 2 เข้าด้วยกันแบบพอเหมาะเลยนะครับ เพราะจริงๆ พล็อต 2 ว่าด้วย 2 เณรนั่น สามารถผูกให้เกิดเรื่องซึ้งๆ ได้มากมาย เช่น การที่เณรสนแต่หาเงินโชว์สาว มันคงมีหากหนังใส่ประเด็นซ้อนลงไปว่า แม่ของเณรที่ทำงานเยอะๆ ที่ต้องมาขูดเลขที่ต้นไม้เพื่อหาหวย ต้องแทงหวยทุกงวดน่ะ ก็เพื่อหาเงินมาให้เณรใช้ เพราะลำพังทำงานอย่างเดียวเงินไม่พอ อะไรประมาณนี้ นะโมโอเค 037

ไทบ้านเดอะซีรีส์หมอปลาวาฬ รีวิวหนังไทย

ไทบ้านเดอะซีรีส์หมอปลาวาฬ รีวิวหนังไทย

ไทบ้านเดอะซีรีส์หมอปลาวาฬ รีวิวหนังไทย

 

 

ยังคงมีผลงานออกมาให้ดูเรื่อยๆสำหรับ หนังไทยnetflix ในจักรวาลไทบ้านเดอะซีรีส์ แต่ถ้าหากไม่นับ รักหนูมั้ย’ ที่ราวกับเป็นเพียงแค่การใช้นักแสดงชุดเดียวกันมาเล่าเรื่องใหม่ ไทบ้านเดอะซีรีส์ หมอปลาวาฬ netflix จะนับเป็นงานหนังสปินออฟลำดับที่ ต่อจาก ไทบ้านXBNK 48’ โดยแน่ๆว่าการที่หนังใช้ชื่อจริงละครอย่างหมอปลาวาฬมาเป็นจุดขายย่อมคือการที่พวกเราจะได้มองเห็นเรื่องราวมุมมองความเกี่ยวเนื่องจากฝั่งหญิงอย่างหมอปลาวาฬว่าเพราะเหตุไรในหนัง ไทบ้านเดอะซีรีส์’ เธอถึงยังตัดใจจากจ่าลอดไม่ได้เสียที

หนังเริ่มมาด้วยภาพอดีตในระหว่างที่หมอปลาวาฬไม่อาจช่วยเหลือคนตกน้ำได้รวมทั้งเป็นจ่าลอดนี่เองที่อยู่ในเหตุดังที่กล่าวถึงมาแล้ว รวมทั้งโดยที่ไม่ต้องเดาให้เสียเวลาภาพก็ตัดมายุคเดี๋ยวนี้ที่จะเล่าหมอปลาวาฬที่ยังไม่บางทีอาจตัดใจจากจ่าลอดให้ขาดได้แม้ว่าจะมีหมอเต้ยสุดหล่อตามตื้ออยู่ก็ตาม แต่แล้วก็เป็นจ่าลอดเองที่อาศัยตอนที่ครูแก้วแฟนสาวตัวจริงพานักเรียนไปแข่งฟุตบอลต่างจังหวัดหาหนทางกลับไปตีสนิทหมอปลาวาฬจนกระทั่งเกิดเป็นความผูกพันครั้งใหม่ที่จำเป็นต้องเลือกระหว่างความต้องการกับความถูกต้อง

 

เรื่องย่อ

ไทบ้านเดอะซีรีส์ หมอปลาวาฬ เปิดเรื่องโดยโฟกัสไปที่เหตุการณ์หนึ่งในอดีตของ หมอปลาวาฬ กับความรู้สึกอันแสนหดหู่ที่ไม่สามารถช่วยเด็กจากการจมน้ำได้ แต่ก็มีบักลอดนี่แหละ ที่มาทำให้ หมอปลาวาฬ สามารถกลับมามีชีวิตชีวา และสอนอะไรให้หลายๆ อย่าง แล้วเรื่องราวก็ได้วนเวียนมายังในยุคปัจจุบัน หมอปลาวาฬ ก็ยังคงทำหน้าที่ของการเป็นแพทย์ประจำอนามัย ร่วมกับ หมอแจ็ค ที่ต่างก็ชอบพอ หมอปลาวาฬ ด้วยเช่นกัน ซึ่งก็ยังไม่วายที่ทุกครั้งที่เจอกันระหว่าง หมอปลาวาฬ กับบักลอด ก็ยังคงมีความรู้สึกบางอย่างที่เหมือนค้างคาใจอยู่เสมอ ถึงแม้ปัจจุบันบักลอดจะกำลังคบกับครูแก้วอยู่ก็ตามที ดูหนังออนไลน์

 

ไทบ้านเดอะซีรีส์หมอปลาวาฬ รีวิวหนังไทย

 

และเมื่อครูแก้วมีภารกิจสำคัญต้องพาเด็กๆ ไปแข่งกีฬายังต่างจังหวัด หลายวัน นั่นจึงทำให้บักลอด ได้โอกาสดีที่อยากจะกลับไปสานสัมพันธ์กับหมอปลาวาฬอีกครั้ง โดยที่ไม่รู้เลยว่าการกลับมาคุยกัน และเริ่มคุยกัน นั่นคือจุดเริ่มต้นของการสร้างความสัมพันธ์ในอีกรูปแบบหนึ่ง ที่นำพามาซึ่งความเจ็บปวดที่สุด โดยไม่สามารถหลักเลี่ยงได้ ดูหนังฟรี

 

พล็อตเรื่อง หมอปลาวาฬ

พล็อตเรื่องของ ‘หมอปลาวาฬ’ นี่แทบไม่มีอะไรเหลือให้เล่าอีกแล้ว แต่หากจะให้เปรียบเทียบกับหนังซูเปอร์ฮีีโรก็คงทับรอยเดียวกับ ‘Black Widow’ ของมาร์เวลนั่นแหละครับคือเอาตัวละครที่คนดูรักแม้ว่าจะไม่ค่อยมีบทบาทเป็นชิ้นเป็นอันในหนังภาคต่อของ ‘ไทบ้านเดอะซีรีส์’ เท่าไหร่ และยังแนะนำตัวละครใหม่ (หรือเปล่า?) อย่างหมอเต้ยที่ได้อดีตครูเต้ย – อภิวัฒน์ บุญอเนกมาโชว์หน้าหล่อ ๆ อยู่ 1 ซีนถ้วนซึ่งเราก็คงเดาตอนจบได้ไม่ยากว่าหนังจะต้องเล่นงานกับชะตากรรมของหมอปลาวาฬอย่างหนักหน่วงก่อนเธอจะก้าวข้ามมะเร็งหัวใจอย่างจ่าลอดไปได้

 

ไทบ้านเดอะซีรีส์หมอปลาวาฬ รีวิวหนังไทย

 

กระนั้นในความไม่มีอะไรของพล็อตเรื่องมันก็ยังแอบมีจุดน่าสนใจหลายอย่างที่ทำให้เราเห็นว่า สุรศักดิ์ ป้องศร มีความเข้าใจในเนื้อหาที่ตัวเองกำลังจะเล่าโดยเฉพาะการดึงให้อนามัยกลายเป็นจุดศูนย์กลางของชีวิตความเป็นอยู่ในหมู่บ้าน ซึ่งบทหนังก็ใช้ประโยชน์จากการที่แพทย์อาสาสมัครต้องติดตามคนไข้ผู้เฒ่าผู้แก่ให้มาคอยรับยารักษาโรคเป็นประจำสร้างภาพลักษณ์ของแพทย์ประจำท้องถิ่นที่ต้องต่อสู่กับความเชื่อของชาวบ้านเรื่องสุขภาพ

 

ไทบ้านเดอะซีรีส์หมอปลาวาฬ รีวิวหนังไทย

มาเปรียบเทียบกับเรื่องหัวใจของหมอปลาวาฬที่แม้จะมีความรู้รักษาคนไข้ได้มากแค่ไหน แต่เรื่องหัวใจก็ยังเห็นเธอปรึกษาเพื่อนร่วมสถานีอนามัยหรือกระทั่งเลือก “ยาผิด” ให้ตัวเองจนกว่าจะบรรเทาอาการ เธอก็กลายเป็นผู้ป่วยเรื้อรังที่ต้องแลกหัวใจของเธอกับความโลเลและหลายใจของจ่าลอด

และปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเสน่ห์เฉพาะตัวของ ฟิฟิน สิริอมร อ่อนคูณ คือหัวใจของเรื่องราวจริง ๆ แม้ว่ารูปลักษณ์ภายนอกของหมอปลาวาฬที่จับเธอใส่แว่นแต่งหน้าอ่อน ๆ แต่แอบแซ่บด้วยรอยสักจะทำให้หนุ่ม ๆ แทบคลั่งทุกครั้งที่เธอปรากฎตัวแต่เป็นฝีมือการแสดงของเธอต่างหากที่ทำให้เรื่องราวที่หวุดหวิดจะน้ำเน่ากลับมีมิติและมีหัวจิตหัวใจมากพอให้คนดูติดตาม ร่วมลุ้นและอดเห็นใจกับชะตากรรมของเธอไม่ได้

 

ไทบ้านเดอะซีรีส์หมอปลาวาฬ รีวิวหนังไทย

 

กระนั้นความดีของนักแสดงหรือตัวบทที่ยังทำงานกับคนดูก็กลับมามัวหมองด้วยข้อผิดพลาดด้านโปรดักชันที่พบเจอได้รายทางตั้งแต่ซีนบทสนทนาที่คนดูได้ยินเสียงไมค์ไวร์เลสขูดกับเสื้อได้ชัดเจน เสียงพูดที่หลายครั้งก็ให้ความรู้สึกเหมือนบันทึกมาด้วยเกนเสียงที่พีคจนฟังแทบไม่รู้เรื่องจนถึงเสียงบางช่วงที่ติดไวร์เลสไม่ได้ก็เหมือนได้ยินจากไมค์กล้องจนคุณภาพเสียงกลายเป็นปัญหาที่บั่นทอนคุณภาพของงานไปอย่างไม่น่าเชื่อ

 

วิเคราะห์หนัง

ด้านงานภาพแม้ว่าสไตล์นำเสนอที่เป็นเสน่ห์เฉพาะตัวของหนังชุดนี้ทั้งการแทร็กกิ้งตามตัวละครเดินข้ามถนนไปมาหรือการถ่ายรับหน้าเพื่อสื่ออารมณ์โดยไม่ต้องมีคำพูดจะยังคงมีให้เห็นทั่วไปและทำงานได้ดีอยู่ แต่พอมีบางช็อตที่เห็นเลยว่าแก้ปัญหาแสงเปลี่ยนด้วยการใส่ฟิลเตอร์แสงส้มปลอม ๆ เข้ามาก็กลายเป็นรอยด่างพร้อยอันน่าเสียดาย

และคงไม่เป็นการสปอยล์ถ้าจะบอกว่าตอนท้ายเรื่องแอบมีหยอดฉากที่บักเซียงอีกหนึ่งตัวละครที่คนดูรักและเห็นใจกำลังจะกลับมาอีกครั้งกับ ‘จักรวาลไทบ้าน สัปเหร่อ’ ที่คราวนี้จักรวาลไทบ้านจะมาในรูปแบบหนังโรแมนติกสยองขวัญเมื่อบักเซียง (ชาติชาย ชินศรี) ยังคงตัดใจจากคนรักที่จากไปอย่างไม่มีวันกลับไม่ได้ น่าจะเป็นอีกหนึ่งโปรแกรมที่หลายคนได้ดูต้องตั้งตารออย่างแน่นอน ไทบ้านเดอะซีรีส์ หมอปลาวาฬ hd

 

 

มาพบกันเป็นประจำในทุกๆ เช้ากับการแนะนำหนังน่าดูประจำวันที่ TrueID และ TrueID+ หลากหลายอรรถรสความบันเทิงไร้ขีดจำกัดกับ “Movie of the Day” วันนี้จะพิเศษหน่อย ๆ เพราะเป็นการเอาใจแฟนหนังและแฟนจักรวาลไทบ้าน กับหนังภาคแยกเรื่องล่าสุด “หมอปลาวาฬ” ที่ได้ฤกษ์พรีเมียร์ฉายแบบเอ็กซ์คลูซีพที่ทรูไอดีที่แรกและที่เดียวเท่านั้น กับปัญหาความสัมพันธ์…รักสามเส้าที่เกิดขึ้นที่จะต้องทำให้คนดูรู้สึกอึดอัดใจไปตาม ๆ กัน

คนที่เคยฮักกัน เคยมีหยั๋งกัน แล้วมันสิกลับมาเป็นเพื่อนกันอีกได่อยู่บ่? เมื่อหมอปลาวาฬกำลังจะเปิดใจให้กับใครสักคน ประจวบเหมาะกับ จ่าลอด อยากจะกลับมาเป็นเพื่อนกับ หมอปลาวาฬ คนที่เคยฮัก ต้องมาลองเป็นหมู่กัน สถานะของคำว่าเพื่อนที่แฝงไปด้วยความฮู้สึกที่มากกว่าเพื่อน ยิ่งพยามเป็นเพื่อน ก็ยิ่งฮู้สึกว่ามันมากกว่าเพื่อน จนจ่าลอดต้องตัดสินใจพิสูจน์ความรู้สึกที่มันรู้สึกรักหมอปลาวาฬ ทั้ง ๆ ที่ตัวเองก็มี ครูแก้ว อยู่แล้วทั้งคน แล้วจ่าลอดจะเลือกใคร ระหว่างคนที่อยู่เคียงข้างเขามาตลอด อย่าง ครูแก้ว หรือ รักแรกที่ลืมบ่ได้อย่าง หมอปลาวาฬ

 

ไทบ้านเดอะซีรีส์หมอปลาวาฬ รีวิวหนังไทย

สำหรับในภาคแยกเรื่องนี้ ไทบ้านเดอะซีรีส์ หมอปลาวาฬ เต็มเรื่อง 037 หนังยังคงได้ “สุรศักดิ์ ป้องศร” ผู้กำกับจากหนังชุดหลักมาช่วยสานต่อเรื่องราวในภาคนี้ พร้อมกับที่งานเซิ้งที่ยังฟอร์มทีมจัดเต็มกับหนังเรื่องนี้อย่างเต็มที่ โดยหนังก็ยังคงได้ทีมนักแสดงคุ้นหน้าคุ้นตากันเป็นอย่างดี กลับมารับบทที่กลายเป็นชีวิตของพวกเขาไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็น “ด้งเด้ง-ณัฐวุฒิ แสนยะบุตร”, “ฟิฟิล์ม-สิริอมร อ่อนคูณ” และ “นะโม-ธันวาพร นาสมบัติ”

หนังออกฉายไปในช่วงต้นปีที่ผ่านมา โดยกระแสภาคนี้อาจจะเงียบกว่าภาคหลักไปสักหน่อย แต่ก็ถือว่ายังประสบความสำเร็จในระดับที่น่าพอใจ เพราะสามารถโกยเงินรายได้จากการฉายทั่วประเทศไปได้เกือบ 15 ล้านบาทเลยทีเดียว และยังสามารถช่วยต่อลมหายใจให้กับจักรวาลไทบ้านแห่งนี้ ที่ไม่ว่าอย่างไรก็ยังมีแฟน ๆ ให้การต้อนรับการอบอุ่นเช่นเคย

ต้องยอมรับว่าภาคแยกของเรื่อง ไทบ้านเดอะซีรีส์ หมอปลาวาฬ สามารถทำให้คนชมเริ่มอินไปกับมุมดราม่าของ หมอปลาวาฬ และชีวิตของ หมอปลาวาฬ รวมถึงเหตุผลต่างๆ ที่ทำไมยังคงทำให้ไม่สามารถตัดขาดจากบักลอดได้ แต่ในเรื่องของความคอมเมดี้ในแบบฉบับของ ไทบ้าน นับว่ามีน้อยจริงๆ ในภาคนี้ อาจเพราะด้วยตัวเรื่องราวที่พยายามเน้นโฟกัสไปในมุมดราม่าของ หมอปลาวาฬ นั่นจึงทำให้ความคอมเมดี้อาจต้องลดทอนลงบ้าง

 

 

แต่โดยรวม ไทบ้านเดอะซีรีส์ หมอปลาวาฬ เต็มเรื่อง ก็ถือว่ายังคงเป็นอีกเรื่องราวของจักรวาล ไทบ้านเดอะซีรีส์ ที่เล่าเรื่องได้ดี และเด่นสุดๆ กับการหยิบประเด็นบางอย่างจากภาคแรก มาขยี้ในภาคนี้ ได้อย่างถึงเครื่องสุดๆ ดังนั้น หากใครชอบจักรวาลหนังไทยเรื่องนี้ และยิ่งเป็นแฟนๆ คุณหมอปลาวาฬ ด้วยแล้วล่ะก็ ถือว่าไม่ควรพลาดสุดๆ เต็ม 10 ให้ 6.5 ไปเลย

สำหรับไทบ้านเดอะซีรีส์ หมอปลาวาฬ เป็นหนังไทยที่มาแบบรักช้ำๆในสไตล์อีสานแบบไทยๆ บทพูดจึงเน้นไปในทางภาษาอีสานไม่ได้ดูยาก คนจะดูต้องเคยผ้่านงานไทบ้านมาก่อน เพราะเนื้อหาเชื่อมโยงกัน หนังจะเล่าในเชิงมุมมองทัศนคติความรักความรู้สึกนึกคิดของคุณหมอปลาวาฬนั้นแหละ ในขณะเดียวกันก็สอดแทรกแง่มุมการใช้ชีวิตแบบต่างจังหวัดลงไปให้ผู้คนในเมืองได้เข้าใจหนังและผู้คนในเรื่องมากขึ้น หนังเลยไม่ได้อิงแค่แง่มุมความรัก แต่ยังสื่อสารให้เข้าอกเข้าใจความคิดคนภูธรที่มีพี่พึ่งพาเวลามีปัญหาชีวิตได้ไม่มาก เป็นหนังช้ำที่ดูแล้วจะเข้าใจวิถีคนอีสานแท้จริง

รีวิวหนังไทย เฮ้ย ลูกเพ่ นี่ลูกพ่อ

รีวิวหนังไทย เฮ้ย ลูกเพ่ นี่ลูกพ่อ

รีวิวหนังไทย เฮ้ย ลูกเพ่ นี่ลูกพ่อ

 

 

หนังเรื่องปัจจุบันจากค่ายรานฟอร์เมชั่น ฟิล์ม รีวิวหนังไทย เฮ้ย!ลูกเพ่ นี่ลูกพ่อ เรื่องราวก็อต ชายหนุ่มนักแข่งรถไฟแรงที่ในเวลาตอนนี้ ไม่ค่อยจะลงรอยกับพ่อของตนเองสักเท่าไหร่ เขาบากบั่นจะพิสูจน์ให้พ่อมีความคิดเห็นว่าเขาเยี่ยมมากแค่ไหน จนกระทั่งวันหนึ่งก็อตได้แชมป์แข่งรถทางเรียบ ก็มีเรื่องที่ทำให้เข้าวาร์ปกลับไปในปี 2541 ก่อนที่ตนเองจะเกิดเพียงแค่ ปี

เรื่องย่อ ก็อต หนุ่มนักแข่งรถไฟแรงที่ไม่ค่อยจะลงรอยกับพ่อสักเท่าไหร่ เขาพยายามจะพิสูจน์ให้พ่อเห็นว่าเขาเจ๋งแค่ไหน จนวันหนึ่งก็อตได้แชมป์แข่งรถทางเรียบ ก็มีเหตุการณ์ที่ทำให้เข้าวาร์ปกลับไปในปี 2541 ก่อนที่ตัวเองจะเกิดเพียง 1 ปี ก็อตได้กลับมาเจอกับ เปรม พ่อของตัวเองที่ยังดูหล่อเฟี้ยว หัวหน้าแก๊งเจ้าโลก ทำหน้าที่เก็บค่าเช่าร้านค้า คาราโอเกะ โดยการกลับมาเจอกันครั้งนี้ของเขาทั้งคู่ จาก ‘ลูกพ่อ’ ก็กลายมาเป็น ‘ลูกเพ่’ คนสนิท ที่ดันมาปิ๊งสาวคนเดียวกัน อย่าง ดิว แล้วความสัมพันธ์ทุกอย่างก็ดำเนินไป การย้อนเวลาที่มาพร้อมกับ ‘มิตรภาพ’ เพื่อบอก ลูกเพ่ ว่านี่คือ ลูกพ่อ

 

ความน่าสนใจ

 

รีวิวหนังไทย เฮ้ย ลูกเพ่ นี่ลูกพ่อ

 

ความน่าสนใจที่สุดของหนังแอ็กชัน-คอมเมดี้ (ที่แอบมีกลิ่นไซไฟนิด ๆ เรื่องนี้) ก็คงหนีไม่พ้นคู่ดูโอ สองนักแสดงนำในเรื่องนี้อย่าง โป๊ป ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ ประกบเข้าคู่ครั้งแรกกับนักแสดงจากบ้าน GDH อย่าง เต๋อ ฉันทวิชช์ ชนะเสวี นั่นเอง ร่วมด้วยนางเอกละครมากสีอย่าง แซมมี่ เคาวเวลล์ ที่มารับงานภาพยนตร์เป็นครั้งแรกด้วยอีกต่างหาก และผู้กำกับอย่าง “ใหม่-ภวัต พนังคศิริ” เอง ที่ก็มีผลงานการกำกับภาพยนตร์มาก่อนหน้านี้แล้ว ทั้งหนังดราม่าหนัก ๆ อย่าง นาคปรก (2553) “หลุดสี่หลุด” ตอน คืนจิตหลุด (2554) และ “ตีสาม After Shock” ตอน ทางด่วน (2561) และข้ามมากำกับละครโทรทัศน์กระแสเปรี้ยงไว้หลายเรื่อง เช่น ลิขิตรักข้ามดวงดาว, บ่วง, มัจจุราชสีน้ำผึ้ง รวมถึงเป็นผู้กำกับละครพีเรียดโคตรฮิตอย่าง “บุพเพสันนิวาส” อีกด้วย ดูหนังฟรี,ดูหนังออนไลน์

 

จุดที่แปลกในหนัง

กับอีกจุดที่ผมรู้สึกสงสัยก็คือ ถ้ายึดข้อมูลจากเรื่องย่อ ก็อตย้อนกลับไปในปี 2541 ซึ่งก็ถือว่าเป็นปลายยุค 90’s ก่อนเข้าปี 2000 แต่กลายเป็นว่าอาร์ตไดเร็กชัน และเซ็ตติ้งต่างๆ ภายในหนังกลับมีอะไรที่ผิดยุคผิดสมัยอยู่เยอะมาก

ทุกอย่างตั้งแต่เสื้อผ้าอาคารบ้านช่อง รถราพาหนะ ดันย้อนยุคไปในช่วงยุค 60’s ซะอย่างนั้น แถมสิ่งของที่เอามาเป็นพร็อพต่างๆ ก็มาอยู่ร่วมสมัยกันได้ยังไงก็ไม่รู้ เช่นเครื่องเพจเจอร์ที่คนเริ่มนิยมใช้ในยุค 80’s ทามาก็อตจิ(และนิตยสาร The Boy ปกทาทายัง)ที่ฮิตในยุค 90’s ภาพถ่ายสติกเกอร์ที่นิยมกันในหมู่วัยรุ่นช่วงปี 2000 หรือแม้แต่คำพูดติดปากของเปรม เช่นคำว่าจ๊าบ หรือสะแด่วแห้ว ฯลฯ อยู่รวมกันให้มั่วไปหมด จนทำให้ผมเองก็งงว่าเอ๊ะตกลงนี่มันปี 2541 จริงเปล่าเนี่ยอันนี้ผมเองก็ได้แต่คิดไปว่าผู้กำกับแกคงอยากนึกสนุก “ตั้งใจ” ผสมความเป็น Retro จากทุกยุคสมัยมากองไว้รวมกัน ให้ออกมาเป็นเรโทรแบบที่ดูไม่สมจริงเหมือนพิพิธภัณฑ์ของเก่าแบบนี้นั่นแหละนะ

 

รีวิวหนังไทย เฮ้ย ลูกเพ่ นี่ลูกพ่อ

 

แต่แม้ว่าตัวหนังเองจะมีความแปร่ง ๆ ในด้านโปรดักชันและเซ็ตติ้ง และรวมถึงการเอาฉากที่เป็น “บันดาลใจ” จากหนังย้อนเวลาในตำนานมาใส่กันแบบโต้ง ๆ พล็อตที่ยังมีหลุดๆ แอบเป๋ไปบ้าง
แต่สิ่งที่หนังเรื่องนี้ยังพอมีอะไรให้จับใจได้ นั่นก็คือความโบ๊ะบ๊ะของโป๊ป-เต๋อ ที่เรียกได้ว่าเหนือความคาดหมายมากๆ เรียกว่าดูคู่นี้แล้วได้ยิ้มๆ ฮาๆ กันบ้างแหละ ส่วนแซมมี่ก็น่ารักเหลือเกิน แต่เหนืออื่นใด ด้วยความเข้าขาของโป๊ปกับเต๋อนี่แหละ ที่จะทำให้เราได้มองเห็นเรื่องราวความสัมพันธ์ของลูกเพ่ และลูกพ่อในแบบที่เชื่อว่าดูแล้วต้องคิดถึงพ่อกับแม่กันบ้างแหละ เฮ้ยลูกเพ่นี่ลูกพ่อ pantip

 

รีวิวหนังไทย เฮ้ย ลูกเพ่ นี่ลูกพ่อ

สวัสดีค่ะ ช่วงนี้มีใครกำลังมองหาหนังตลกคอมเมดี้ไว้ดูแก้เครียดในช่วง Work From Home กันอยู่ไหมเอ่ย วันนี้ผู้เขียนเลยมีหนังตลกขำขันมันฮาจาก TrueID มารีวิวให้เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ทุกคนให้ได้ชมคลายเครียดแก้เหงา หรือเวลาว่าง เพื่อผ่อนคลายและพักสมองจากการทำงานและการเรียนกันค่ะ ตามที่ทุกท่านได้เห็นบนปกของบทความแล้วนั้นก็คือเรื่อง เฮ้ย! ลูกพี่ นี่ลูกพ่อ My God Father ที่ได้หนังแสดงหนุ่มอารมณ์ดีอย่าง เต๋อ ฉันทวิชช์ และพระเอกหนุ่มหล่อหน้าคมเสน่ห์แรงอย่าง โป๊ป ธนวรรธน์ มาประกบคู่กับนางเอกสาวสวยตากลมสุดเซ็กซี่ แซมมี่ เคาวเวลล์ มาแรงเสียงฮาจากบรรดาแฟนคลับและแฟนหนังไทย ว่าแล้วก็ไปชมตัวอย่างกันเลยค่ะ

 

รีวิวหนังไทย เฮ้ย ลูกเพ่ นี่ลูกพ่อ

 

แค่ได้ชมตัวอย่าง ก็สนุกแล้ว ต่อไปลองไปดูกันว่านักแสดงทั้ง 3 ท่านรับบทเป็นใครบ้าง คนแรกเลย เต๋อ ฉันทวิชช์ รับบทเป็นเปรม หรือลูกเพ่ สุดหล่อเฟี้ยวหัวหน้าแก๊งเจ้าโลก นักเลงตัวพ่อสุดเฟี้ยว เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งคาแรคเตอร์ของเต๋อที่เราอาจจะไม่เคยเห็นหรือได้ชมมาก่อน เป็นอีกบทที่เราต้องหัวเราะให้กับเขาคนนี้จริงๆ เพราะเรื่องนี้เขาทั้งหล่อ ทั้งเท่ ทั้งตลกไปพร้อมกัน เฮ้ยลูกเพ่นี่ลูกพ่อ แม่กลับมาได้ไง
สำหรับนักแสดงนำหนุ่มหล่ออีกคนก็หล่อเท่ไปแพ้กันเลยอย่าง โป๊ป ธนวรรธน์ รับบทเป็น ก็อต หรือลูกพ่อ นักแข่งรถสุดหล่อไฟแรงมากเสน่ห์ ที่สามารถย้อนเวลากลับไปในอดีตได้ นอกจากความหล่อแล้วเรียกว่าหนุ่มโป๊ปเองก็ถือเป็นนักแสดงชายอีกคนที่มีมุมตลกเหมือนกัน อีกทั้งบทของก๊อตยังทำให้เราได้เห็นมุมฮาๆ ของพระเอกคนนี้อีกด้วยก็อต

ต่อไปนางเอกของหนังเรื่องนี้ แซมมี่ เคาวเวลล์ รับบทเป็น บิว หรือแฟนลูกเพ่ สาวสวยสุดฮอตเจ้าของร้านคาราโอเกะ ที่ทั้งสวยหวานปนขี้เล่น ที่ไม่ว่าเห็นเป็นต้องตกหลุมรักเธอคนนี้แน่นอน ถือเป็นการรับผลงานการแสดงหนังของเธอเป็นครั้งแรก ถือเป็นความท้าทายใหม่ในงานแสดงของเธอ

 

พล็อตหนัง เฮ้ย ลูกเพ่ นี่ลูกพ่อ

พล็อตของหนังเรื่องนี้ไม่มีอะไรซับซ้อนครับ เป็นเรื่องของพ่อกับลูกที่ไม่ค่อยถูกกัน เพราะมีปัญหาบาดหมางในอดีต คนเป็นพ่ออย่างเปรมเองก็ล้มเหลวในชีวิตมาตั้งแต่วัยหนุ่ม เคยติดคุกมาแล้วอีกต่างหาก แถมตัวเองก็ชอบตบตีทำร้ายลูก ส่วนคนเป็นลูกอย่างก๊อต ก็มีปัญหาหลายอย่าง พอพ่อติดคุก แม่ก็ชิงฆ่าตัวตายอีก แถมตัวก็อตเองก็ถูกพ่อกีดกันความฝันที่อยากจะเป็นนักแข่งรถอีกต่างหาก แต่แล้วก็อตและพ่อก็ต้องประสบกับอุบัติเหตุครั้งใหญ่ ซึ่งทำให้ก็อตต้องอยู่ในภาวะเหมือนคนใกล้ตาย ซึ่งหนังก็ยึดคอนเซ็ปต์ตรงที่ว่า คนใกล้ตายที่แหละที่จะสามารถย้อนอดีตกลับไปได้ ก็อตก็เลยต้องย้อนกลับไปเจอพ่อในปี 2541 ช่วงวัยหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกัน ก็อตเองได้ไปค้นพบเรื่องราวต่าง ๆ ที่พ่อและแม่ (ที่เขาก็ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน) ในวันหนุ่มสาวของเขาต้องเผชิญ และต้องพยายามที่จะทำทุกวิถีทางที่จะไม่ทำให้เกิดเรื่องร้าย ๆ เหมือนที่เขาและครอบครัวกำลังจะได้เจอในอนาคต

 

 

แม้ว่าตอนแรกผมเองจะรู้สึกแปร่ง ๆ กับการจับคู่คนละขั้วของโป๊ปและเต๋อ แต่ก็ต้องยอมรับว่า คู่ดูโอ “โป๊ป-เต๋อ” คือคู่หูที่ลงตัวเหมาะเจาะ เคมีเข้ากันจริง ๆ ครับ และที่สำคัญที่สุดคือ การเล่นมุกตลกของทั้งคู่ที่ประสานกันได้อย่างพอดีมาก ๆ ด้วยความที่ตัวหนังเองขับเคลื่อนไปได้ด้วยมุกตลกแบบซิตคอม และธรรมชาติของทั้งคู่เอง แม้ว่าทางตลกของโป๊ปคือทางตลกมุกล็อก เน้นจังหวะโบ๊ะบ๊ะ ส่วนเต๋อคือตลกสายอิมโพรไวส์ แต่มุกตลกของทั้งคู่ก็ดูแล้วได้ฮาเป็นส่วนใหญ่ แม้ว่าจะแอบมีมุกแป้กบ้างก็ตาม เฮ้ยลูกเพ่นี่ลูกพ่อ imovie

 

รีวิวหนังไทย เฮ้ย ลูกเพ่ นี่ลูกพ่อ

ส่วนที่จะไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือแซมมี่ ที่กระโดดมารับงานภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นเรื่องแรก แม้ว่าจะไม่ได้ถึงขั้นโดดเด่น แต่ก็ต้องยอมรับว่า ความน่ารักสไตล์ลูกครึ่งของแซมมี่นั้น “ทำงาน” ในจอใหญ่ได้ดีไม่แพ้ในจอทีวีเลยนะครับ ความน่ารักสดใสของแซมมี่เหมือนเป็นน้ำตาลเคลือบให้หนังเรื่องนี้น่าดูขึ้นมาเลยแหละ

แต่ก็มีข้อสังเกตในเรื่องของพล็อตและการดำเนินเรื่องโดยรวมอยู่เหมือนกันนะครับ เพราะว่าเอาจริง ๆ แล้ว ธีมของการ “ย้อนอดีตกลับไปหาพ่อแม่วัยหนุ่มสาว เพื่อที่จะค้นพบว่าพ่อแม่ในวัยหนุ่มสาวเขาต้องฝ่าฟันอุปสรรคอะไรมาบ้าง” นั้นก็ถือว่าไม่ได้เป็นพล็อตใหม่ นั่นก็เลยทำให้ตัวหนังอยู่ในระดับที่เดาพล็อตได้ง่ายเลย ซึ่งตัวหนังเองก็ต้องอาศัยมุกและความเข้าขาของโป๊ปและเต๋อคอยค้ำยันเส้นกราฟความน่าติดตามเอาไว้อยู่ค่อนข้างมากเหมือนกัน ซึ่งถ้าจะมองว่าหนังเรื่องนี้ ดูเพื่อความบันเทิง ดูแล้วไม่ต้องซีเรียสเรื่องพล็อต ก็ถือว่าออกมาไม่เลวเลย

 

 

แต่แม้ว่าหนังเรื่องนี้จะเน้นบันเทิงกันสุด ๆ แต่ส่วนตัวผมเองก็มีเรื่องที่รู้สึกขัดใจในหนังเรื่องนี้อยู่สองจุดครับ จุดแรกก็คือ พอตัวหนังเองตั้งธงว่าจะเป็นหนังย้อนเวลา (แม้ว่าจะไม่ได้อ้างความเป็นไซไฟอะไรขนาดนั้น) แต่สิ่งที่ผมแอบสงสัยในเจตนาของผู้กำกับก็คือ ฉากงานแต่งงานของเปรมกับบิว ซึ่งก็อตเป็นคนจัดงานแต่งงานให้ แล้วในงานแต่งงาน อยู่ดี ๆ ก็อตก็หยิบกีตาร์แล้วเดินขึ้นไปบนเวที แล้วก็…ไม่ขอสปอยล์นะครับ แต่ผมเชื่อว่า คนที่เคยดูหนังเรื่อง Back to The Future (1985) ดูแล้วคงต้องอุทานว่า “อืม…” เฮ้ยลูกเพ่นี่ลูกพ่อ เต็มเรื่อง พากย์ไทย

สุขสันต์วันกลับบ้าน รีวิวหนังผี

สุขสันต์วันกลับบ้าน รีวิวหนังผี

สุขสันต์วันกลับบ้าน รีวิวหนังผี

 

 

เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เปิดพบแวบๆใน Netflix รีวิวหนังไทย ในวันที่ต้องการดูหนังผีไทยสักเรื่อง ด้วยหน้าหนังเป็นพี่มาริโอ้ กับแบบอย่างหนังเชื้อเชิญให้น่าดึงดูดดี

 

เรื่องย่อ

Take Me Home สุขสันต์วันกลับบ้าน เล่าของแทน (มาริโอ เมาเร่อ) ผู้ชายที่เกิดอุบัติเหตุกระทั่งจำอะไรไม่ค่อยได้ อยู่โรงหมอนานนับเป็นเวลาหลายปีเขาต้องการรู้ว่าแหล่งกำเนิดตนเองคืออะไรสมัยก่อนคืออะไรวันหนึ่งแทนบังเอิญได้ทราบโดยประมาณว่าบ้านตนอยู่ไหน เลยออกมาจากโรงหมอกลับไปที่บ้านข้างหลังใหญ่ ตรงนั้นเขาได้พบกับ ทับทิม (วิว วรรณรท) พี่สาวแฝดชีวิน (ปีเตอร์ นพชัย) พี่เขย จุนแล้วก็แจน ลูกของทับทิม แล้วก็ป้าแวว แม่บ้าน

 

สุขสันต์วันกลับบ้าน รีวิวหนังผี

 

ซึ่งเมื่อได้มาอยู่บ้าน แทนก็ได้พบเรื่องราวลับลมคมใน บรรยากาศแปลกไหนจะจุนกับแจนที่พูดว่าบ้านนี้ผีเยอะแยะอีก ช่วงแรกแทนก็ไม่เชื่อ แต่ว่าไม่นานนักเขาก็ได้รับทราบเรื่องจริงผ่านภาพสมัยก่อนต่างๆที่ถั่งโถมเข้ามาเช่นเดียวกันกับฉายหนัง และจำต้องช็อกกับสิ่งที่เคยเกิดขึ้น ดูหนังฟรี,ดูหนังออนไลน์

 

พล็อตหนังผี

ตัวหนังมีความยาวราวๆ ชั่วโมงครึ่ง ซึ่งก็สามารถมองได้เพลิดเพลินในตอนแรกนั้นหนังบิ้วด์บรรยากาศนิ่งๆหลอนเจริญ ชักชวนให้มีความคิดว่ามีอะไรไม่น่าไว้วางใจอยู่เสมอ เป็นลุ้นไปพร้อมกับผู้แสดงนำชายเลยล่ะ เนื่องจากว่าผู้แสดงนำชายเองก็สับสนกับเหตุการณ์ราวที่พวกเรางงงวย ว่าไปแล้วหลังจากนั้นก็เป็นพวกเรากับผู้แสดงนำชายเสมือนแชร์มุมมองกันและกัน

หนังออกจะให้น้ำหนักกับการเฉลยคำตอบเงื่อนต่างๆผ่านภาพอดีตกาลที่ไหลเข้ามาไม่ขาดระยะ จนถึงเมื่อยล้าแทนดารานำชายที่จำเป็นต้องกระเสือกกระสน บอบช้ำอย่างมาก ไหนจะ Timeline ของหนังที่สับไปสับมา มีอีกทั้งสมัยก่อน อดีตกาล ครั้งคราวก็ทำเอาสับสนแบบเดียวกันว่าในขณะนี้อยู่ในขณะไหนนะ บวกกับเงื่อนที่มิได้ปะติดปะต่อ และก็ยิ่งมากขึ้นเรื่อยก็ทำให้ผู้ชมอย่างพวกเรามึนกลางทางอยู่เช่นเดียวกัน

 

สุขสันต์วันกลับบ้าน รีวิวหนังผี

 

แต่ว่าถึงถ้าอย่างงั้นก็ไม่ใช่ว่าจะมองไม่รู้เรื่อง เป็นภาพรวมก็ยังมองเห็นล่ะ แต่ว่ามันก็จะมีเงื่อนเนื้อหาบางสิ่งบางอย่างที่ไม่แน่นอนว่าเพราะเหตุใดถึงเกิดขึ้น เป็นผลมาจากสาเหตุอะไร ซึ่งหนังก็ไม่เฉลยคำตอบชัดๆด้วยนะ เสมือนอยากที่จะให้ผู้ชมดูแล้วไปจินตนาการต่อเอง คนใดกันแน่จะตีความหมายอย่างไรก็เอาเลยค่ะสุดกำลัง ส่วนตัวมีความรู้สึกว่าหนังมิได้มีจุดหักมุมที่เชิญชวนช็อกเยอะแค่ไหน เพราะเหตุว่าทายใจไว้ตั้งแต่ต้นแล้วว่ามันจะมีอีหรอบนี้ ซึ่งก็เป็นจริงตามคาด สิ่งที่รื่นเริงของหนังก็เลยเป็นการได้เข้าไป explore อดีตกาลร่วมกับผู้แสดงนำชาย ว่ามันเคยเกิดเหตุการณ์อะไรวิปริตขึ้นบ้าง

ในส่วนของการแสดงของมาริโอ้ในบทแทนนั้น พวกเรามีความคิดว่าทำเป็นดีเยี่ยม เนื่องจากว่าเป็นบทที่จำเป็นต้องแสดงความหวาดกลัวออกมาเกือบทั้งยังเรื่อง ไหนควรต้องกระเสือกกระสนในหลายฉาก มีความบู๊อยู่หน่อยแบบเดียวกัน ส่วนความน่าขนลุกของหนังนั้น พวกเราว่ามันมาในแนวเย็นหลอนมากยิ่งกว่า ไม่ค่อยมีฉากเชิญชวนตกใจมากแค่ไหน และก็ความแหวะของผีก็มิได้เห็นได้ชัดขนาดนั้น บางทีอาจจะเนื่องจากบรรยากาศหนังมันมืดซะมากมายเลยไม่ค่อยเห็นชอบเทมากแค่ไหน จะมองเห็นเป็นแถวแบบร่างรางๆมากยิ่งกว่า

 

สุขสันต์วันกลับบ้าน รีวิวหนัง

ข้อความสำคัญของหนังที่เล่นน่าจะเป็นเรื่องครอบครัว และก็เรื่องความไม่สมบูรณ์แบบ พิจารณาได้จากนักแสดงหลักที่บ้าความสมบูรณ์แบบ อยากได้บ้านที่อบอุ่นไม่มีที่ตำหนิ จนถึงทำให้บางครั้งก็ปฏิเสธความเป็นจริง ว่ามันไม่มีอะไรเพอร์เฟ็กต์หรอกต่อให้บ้านของตนเอง ครอบครัวก็ด้วยเหมือนกัน ท้ายที่สุดแล้ว แม้ว่าจะมีจุดด่างพร้อย แม้กระนั้นก็คือบ้าน เป็นครอบครัว ถ้าหากพวกเราศึกษาที่จะอยู่กับมัน พวกเราก็จะสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างสุขสบาย

โดยรวมแล้ว Take Me Home สุขสันต์วันกลับบ้าน นับว่าเป็นหนังผีซึ่งสามารถมองเพลิดเพลินได้ แม้กระนั้นบางครั้งก็อาจจะมึนสักนิดกับเงื่อนที่หนังสาดมาแบบไม่หยุดหย่อน จนตราบเท่าตอนสุดท้ายก็ยังมีความก้ำกึ่ง ทายใจผิดว่าผลสรุปคืออะไร ทำให้ท้ายที่สุดก็จะต้องมาเสิร์ชพันทิปอ่าน อ่านพันทิปก็ยังพบข้อสมมติต่างๆมากมายกันไป ทำให้ไม่พบผลสรุปเพียงแต่เพียงอย่างเดียว ซึ่งพวกเราทายใจว่านั่นคงจะเป็นความตั้งใจของหนังเองล่ะ ที่อยากที่จะให้ผู้ชมแปลความเอาเอง แต่ว่าแอบมีความรู้สึกว่า ถ้าเกิดหนังเล่าจัดการขึ้น คลายเงื่อนชัดขึ้น ก็คงจะเพิ่มความเพลิดเพลินก้าวหน้าทีเดียว

 

สุขสันต์วันกลับบ้าน รีวิวหนังผี

 

นับว่าเป็นหนังผีอีกหัวข้อที่เรียกเสียงฮือฮาจาก แบบอย่างหนังที่ปลดปล่อยออกมาที่ผ่านมา ได้ออกจะมากมายเพราะได้ผู้แสดงนำชายระดับแม่เหล็กของแวดวงอย่าง มาริโอ้ เมาเร่อ” มารับบทนำในหนังเรื่อง สุขสันต์วันกลับไปอยู่บ้าน Take me home ” หนังผีรับเทศกาลวันสงกรานต์ของปีนี้ ที่หลายๆคนคอยที่จะดู ผมนี่นับว่าไม่ค่อยเห่อนะ แต่ว่าซื้อตั๋วไปดูตั้งแต่วันแรก รอบแรก ที่หนังเข้าเลยคะ (13 เมษ. 59) ทั้งยังโรงนั่งมองกัน คน ช่วงแรกที่เข้าไปนั่งเป็นมี ผมผู้เดียว ทั้งยังโรง” แบบว่ากลัวผีสุดๆตั้งแต่หนังยังไม่เริ่มฉาย เพียงพอหนังฉายไปได้สักห้านาที เริ่มดีหน่อย มีเข้ามาเพิ่มเติมอีก 2 … คน

 

สุขสันต์วันกลับบ้าน รีวิวหนัง

หนัง สุขสันต์วันกลับไปอยู่บ้าน” เริ่มเรื่องโดยเล่าถึง แทน” หนุ่มน้อยดูดี โดนรถชน จำไรมิได้อยู่ห้อง ICU พอเพียงรู้สึกตัวมา บังเอิญ อีท่าไหนไม่รู้จัก ได้เข้าใส่ดำเนินการเป็นบุคลากรในโรงหมอซะงั้น ต่อจากนั้น แทน” กำเนิดอยากทราบว่าตนเองเป็นคนไหน มาจากไหน เลยพากเพียรค้นเองจากเน็ต หาเยอะแค่ไหนก็หาไม่พบวันดีคืนดี ผีตนไหนก็ไม่ทราบ มาช่วยค้นจนกระทั่งพบข้อมูล ว่าบ้านของแทนอยู่ไหน แม้กระนั้นในข่าวสารพูดว่าบิดาของแทนได้ฆ่าตัวตายไปแล้ว ต่อนี้ไป แทน” เลยต้องการกลับไปอยู่บ้านไปพบครอบครัว แต่ว่าพี่แทนของพวกเราไปแบบ ยื่นหนังสือลาออกจากงาน” เลยค่ะ

 

 

เมื่อไปถึงที่บ้าน แทน” ก็พบผีหลอก พบผีหลอน มากันสารพัดสารพันผีสารพัดสารพันแบบในที่สุด เรื่องมันก็พันกันไปกันมา แปลงเป็นว่าที่ดินที่บ้านของแทนตั้งอยู่นั้น โดนคำสาปแช่งมาก่อนจากเจ้าของที่รายเดิม ต่อนี้ไป ผีก็มากันใหญ่ เลยนะ อีกทั้งผีเจ้าของบ้านเดิมผีนางรำ ผีญาติโกโหติกาของ แทน” และก็ สารพันผีโผล่กันออกมาสลอนเต็มหน้าจอไปหมด จนถึงผู้ชมเริ่มมึน แต่ว่าที่มึนมากมายเป็นพิเศษก็คือ แนวทางการเล่าในหนังหัวข้อนี้ ซึ่งสลับซับซ้อนลึกลับซับซ้อนมากกันไปๆมาๆ ย้อนขึ้นย้อนลง เดินหน้าถอยหลัง อาจจะกะให้ ติเตียนส” แต่ว่าผู้ชมอย่างผมเริ่มไม่ว่ากล่าวสด้วย เป็นงามเริ่มมึนแล้วยังไงสรุปตอนสุดท้ายเป็นไม่เคยรู้คนไหนกันเป็นผีคนใดเป็นคนหรือเป็นผีกันหมดอีกทั้งเรื่อง อันนี้ก่อกวนไปติดตามมองคุ้นเคยในโรงเหอะครับพ่อแม่พี่น้อง

 

สรุปและให้คะแนนหนัง

สำหรับคะแนน สุขสันต์วันกลับไปอยู่บ้าน Take me home จะต้องเห็นด้วยว่าลักษณะเด่นที่สุดรวมทั้งควรจะให้แต้มสูงที่สุดในหนังหัวข้อนี้เป็นนักแสดงนำอย่าง มาริโอ้ เมาเร่อ” เพราะเหตุว่าเล่นเป็น แทน” ได้หวาดสะดุ้งสมจริงสมจัง อีกทั้งท่าทาง อินเนอร์ออกมาเต็มๆอันนี้ให้ 9/10 ในส่วนของ Special Effect ผี อันนี้ให้เพียงแค่ 6/10 พอเพียงเพราะว่าย้ำเสียงตุ้งแช่ มากจนเกินไป ส่วนผีถ้าเกิดมิได้หรี่ตาดูหรือเอามือปิดหน้ามอง จะพบว่าที่จริงแล้วมิได้น่าสยองอะไรไปกว่าผีธรรมดาทั่วๆไป แม้กระนั้นอาศัยเพลงหลอนสลับกับตุ้งแช่ และการโผล่ออกมาแบบว่อบๆแว่บๆวูบวาบๆเพื่อมองน่าสะพรึงกลัว แต่ว่าพอเพียงรู้เท่าทันเริ่มจับทางของผีได้แล้วก็จะเริ่มไม่กลัวล่ะ สำหรับในส่วนของการเดินเรื่อง ผมให้ที่ 6/10 เป็นจริงๆ

 

 

แล้วเรื่องราวของหนังนับว่าไม่เลวนะ แต่ว่าปัญหาอยู่ที่การเดินเรื่อง ที่เล่าแบบวนไปวนมา รวมทั้งหลายเรื่องที่เกิดขึ้นก็ไม่มีเหตุผลอะไรเลย แม้ว่าจะทำใจไว้ก่อนแล้วว่าเป็นหนังผีแบบไทยแม้กระนั้นก็ยังอดคิดมิได้ว่าเพราะเหตุไรไม่ทำออกมาให้สมจริงสมจังกว่านี้สักนิด เป็นปฏิบัติตนเป็น ผีไม่มีเหตุส่งผล” ไปได้ อาทิเช่น ฉากผีท่องคาถาไล่ผีแข่งขันกับพระ ฉากที่ดารานำชายสูญเสียความทรงจำไม่มีบัตรประจำตัวประชาชนแม้กระนั้นดำเนินการในโรงหมอได้อื่นๆอีกมากมาย สรุปคะแนนรวมของหนังเรื่อง สุขสันต์วันกลับไปอยู่บ้าน Take me home” นี้ ผมให้ 6/10 แม้กระนั้นถ้าเกิดคุณเป็นแฟนๆพี่โอ้ มาริโอ้ เมาเร่อ” ก็รีบไปดูกันเหอะครับด้วยเหตุว่าพี่โอ้แสดงเจริญจริงๆเข้าถึงอารมณ์มากมายและก็มี 2-3 ฉากที่มองเห็นความขาวใสและก็ทรวงอกหน้าหัวใจของมาริโอแบบซูมกันจะๆอย่างแจ่มแจ้ง แต่ว่าถ้าท่านมีงบประมาณจำกัดหรือเล็งหนังเรื่องอื่นๆอยู่หรือกำลังชั่งใจว่าจะมองเรื่องไหนดีผมขอเสนอแนะว่าให้กำตังไปดูหนังเรื่องอื่นก่อนดีมากยิ่งกว่าครับ

รีวิวหนังไทย ATM เออรัก เออเร่อ

รีวิวหนังไทย ATM เออรัก เออเร่อ

รีวิวหนังไทย ATM เออรัก เออเร่อ

 

 

เรื่องย่อ ATM เออรัก เออเร่อ

โดยเปิดเรื่องมานั้น รีวิวหนังไทย จะกล่าวถึงเสือ พนักงานธนาคารธรรมดา ที่ทางธนาคารที่เสือนั้นได้ทำงานอยู่ นั้นมีกฎที่ได้ตั้งไว้อยู่ว่าห้ามพนักงานนั้นมีความรักต่อกัน เพื่อกันการร่วมกันทุจริตต่อเงินของธนาคาร และ จิ๊บ สาวสวย ที่เป็นถึงผู้จัดการธนาคาร ที่ต้องมาคอยไล่คนที่เป็นแฟนกันออกจากที่ทำงาน แต่ตัว จิ๊บ นั้นกับแอบคบกับ เสือ สักเอง

ซึ่งทั้ง 2 คน นั้นแอบคบกันอยู่ทำให้การคบกันของทั้ง 2 คน นั้นไม่ได้เป็นไปอย่างมีปกติสุขเหมือนความรักของคนอื่นเค้ากัน ขนาดไปกิน Mk ยังต้องนั่งแยกโตะกันกินเลยก็ว่าได้ ทำให้ทั้ง 2 คน นั้นที่เริ่มจะทนไม่ไม่ไหวและต้องการให้ใครคนหนึ่งนั้นลาออกไปจะได้คบกันได้ แต่ทั้งเสือและจิ๊บนั้น ก็ไม่มีที่อยากจะลาออกเพราะ การที่ใครลาออกนั้น ทั้ง เสือ และ จิ๊บ นั้นคิดว่ามันนั้นน่าอายมาก

ขณะนั้นเองก็ได้มีตู้ ATM ตู้หนึ่งได้แจกเงินเกินไปทำให้ ทางธนาคารนั้นให้ทั้ง 2 คน นั้นไปตามเงินนั้นกลับมา ซึ่งการตามเงินกลับมาในครั้งนี้นั้นมัน มีผลกับโบนัสของทั้ง 2 คนเป็นอย่างมากและ เข้าทางทั้ง 2 คนเช่นกัน ทั้ง 2 คนจึงตกลงกันว่าใครตามเงินกลับมาได้จะเป็นฝ่ายชนะและไม่ต้องลาออกส่วนคนที่แพ้นั้นต้องลาออก จึงเกิดเรื่องวุ่น ๆ เกิดขึ้นตามมา โดยใครจะชนะต้องลองไปติดตามชมกันนะครับ ดูหนังออนไลน์,ดูหนังฟรี

โดยหลังจากที่ผมได้รู้มานั้น ตัวเรื่องนั้นเรียกได้ว่าจะปล่อยมุขมาให้เรานั้นขำแทบทึกนาทีเลยทีเดียว ส่วนเรื่องของการแสดงออกของตัวละครนั้นเรียกได้ว่าส่วนใหญ่จะเป็นแค่บทตลก แต่การแสดงออกของตัวละครนั้นเรียกได้ว่าทำเราขำได้ตลอดเลย ก็ว่าได้แต่ความสมจริงของเรื่องนั้นเราก็อย่าไปคาดหวังเพราะว่าตัวหนังนั้นเป็นหนังที่ทางผู้สร้างอยากทำให้มันตลกจึงอาจขาดความสมจริงไปบ้าง ๆ เรียกได้ว่าเรานั้นไม่ต้องคิดอะไรเพียงแค่ผ่อนคลายสมองของเราและดูมันก็พอ ซึ่งโดยฉากที่ผมชอบนั้นคือฉากที่ เรียกได้ว่าเป็นตำนานเลยก็ว่าได้ ที่ เสือนั้นได้ปลอมตัวเป็นตำรวจ และทำการเข้าไปซื้อปืนในร้านขายของ และมี เด็กในร้านมาขายของ ซึ่งเด็กในร้านนั้นก็ได้เล่นปล่อยมุขได้อย่างฮา เอาเป็นอย่างมาก เรียกได้ว่าเป็นฉากในตำนานเลยก็ว่าได้ ส่วนฉากที่ผมไม่ชอบนั้น คือฉากที่ จิ๊บ ได้ทำการหลอกทุกคน ว่าจะไม่เอาเงินคืนแต่สุดท้ายก็ได้เอาเงินคืน ซึ่งเล่นทำผมนั้นเสียน้ำตาเลยทีเดียว แต่โดยรวม ๆ แล้วนั้นผมก็คิดว่าเป็นหนังที่ดีมากเลยทีเดียวเลยครับ

 

ความประทับใจ

หนังเรื่องนี้สร้างความประทับใจให้แก่จขบ.น้อยมั่กมาก แทบจะไม่มีซะด้วยซ้ำ คือมันเน้นฮาแบบเดียวเลยอะ ฉากซึ้งๆก็มาช่วง 10 นาทีสุดท้ายเท่านั้น แบบไม่ไ้ด้ฟิลลิ่งแบบว่าเสือ และจิ๊บเป็นคู่รักกันจริงๆ เหมือนศัตรูกันมากกว่า ทางผกก.น่าจะแบ่งเวลาให้กับแนวโรแมนติค ดราม่าหน่อยก็น่าจะดี จขบ.ว่ามีสิ่งเดียวที่อาจทำให้ผู้ชมยังพอจำได้นั่นก็คือท่าที่ควักหัวใจ ส่งให้ ที่ปื๊ด กับก็อบทำ และปิดท้ายด้วยคู่ของพระเอก – นางเอกทำ ซึ่งทำออกมาได้น่ารัก และเป็นที่น่าจดจำมาก

ตัดต่อ – เสียง

เป็นที่ทราบดี จีทีเอช มืออาชีพในด้านนี้อยู่แล้ว ตัดต่อแบบถึงใจสุดๆ (อธิบายไม่ถูกแฮะ) ดูแปลกใหม่ แต่ก็ลื่นไหลดี เสียงซาวด์เอฟเฟค หนังเรื่องนี้งัดมาใช้บ่อยมาก โดยเฉพาะเวลาตัวละครทำสีหน้าไม่ดีประมาณนี้ ก็เท่าที่ดูมาก็ไม่มีข้อตินะ

 

รีวิวหนังไทย ATM เออรัก เออเร่อ

 

ความสมจริง

ไม่เหนือดความคาดหมายมากนัก สำหรับหนังตลก ถ้าให้สมจริงมากมันก็ไม่ค่อยจะฮาเท่าไร เพราะฉะนั้น ใครที่ชอบแนวนี้อยู่แล้ว ไม่ได้ซีเรียสอะไร หัวข้อนี้ก็ไม่มีประโยชน์อะไร

ความไม่สมจริงที่เห็นได้ชัดๆเลยก็คือ ความโอเวอร์ของตัวละคร ที่ค่อนข้างจะดูบ้าบิ่นไปหน่อย และมีฉากนึงที่เสือโดนจิ๊บแกล้ง เอาเข็มหมุดไปวางบนพื้น เสือคลานโดนเข็มหมุดปักเต็มๆ แต่ไหงไม่มีเลือดไหลซะงั้นอะ ที่เหลือผมว่าก็เหมาะสมดีครับ atm เออรัก เออ เร่อ ภาค 3

 

รีวิวหนังไทย ATM เออรัก เออเร่อ

ซีรีส์น่าจะมาตั้งตัวสำเร็จในตอนที่มีเส้นเรื่องให้ติดตามจริงจังราวช่วงตอนที่ 13 ไปแล้ว หลังจากการปรากฏตัวของตัวละครใหม่อย่าง คุกกี้ (คิทตี้-ชิชา อมาตยกุล) สาวหัวนอกที่มาปั่นหัว ดนัย (เผือก-พงศธร จงวิลาส) เพื่อนซี้ของเสือ ตลอดจน พลอยดาว (แอม-ฉายนันทน์ มโนมัยสันติภาพ) เจ้านายใหม่ของเสือที่ทำให้ความไว้ใจของจิ๊บต้องสั่นคลอน ในช่วงที่ทั้งคู่เองก็กำลังเผชิญปัญหาความต้องการที่ไม่สอดรับกันคือเสืออยากมีลูก แต่จิ๊บยังไม่อยากมี

 

รีวิวหนังไทย ATM เออรัก เออเร่อ

 

นอกจากมีเส้นเรื่องที่ชัดเจนชวนดูต่อไปมากขึ้น จากช่วงแรกที่เป็นการอัดมุกแบบไม่สนใจคุณภาพแต่เน้นปริมาณเข้าว่าจนเรายิ่งถอยห่างจากตัวละครที่ดูอยู่ในโลกแฟนซีของตนเองตลอดเวลา ในช่วงหลังพอคุมจังหวะดราม่าในมืออยู่การใช้เสน่ห์ของนักแสดงและมุกในระดับที่พอดีก็ทำให้เราดูสนุกและยิ้ม เศร้า ลุ้น รู้สึกอินไปกับตัวละครได้จริง ๆ เชื่อว่าเป็นมนุษย์มากขึ้น ถ้าจะแนะนำก็คงเป็นว่าเริ่มตั้งใจดูช่วงตอนที่สิบกว่า ๆ ไปแล้วก็พอ ถ้าไม่ใช่แฟนคลับที่เห็นแค่หน้าดาราก็พอใจ

 

ข้อดีของหนัง

ข้อดีคือทีมงานที่ถนัดทำหนังมาก่อน ก็ได้ใช้ความชำนาญคิดแบบเล่าหนังยาวด้วยเวลาทีละ 2 ตอน แทนที่จะต้องคิดแบบซีรีส์ทีเดียว 21 ตอน และสามารถใส่ตัวละครประกอบเด่นเอกลักษณ์สูงอื่น ๆ เข้าไปเล่นได้แบบไม่ต้องกลัวภาพรวมพังด้วย อย่าง โหย่ว ที่คนดูชอบตั้งแต่ฉบับหนัง

และยังได้นำเสนอตัวละครประกอบที่เราจะได้เห็นมุมมองอื่นในตัวพวกเขามากขึ้นอย่างเช่น พ่อของนางเอกที่เป็นเจ้าของโรงงานทำเสื้อ คู่รักสายแว้นอย่างก๊อบและปื๊ด ตลอดจนใส่ตัวละครใหม่ถอดด้ามที่เข้ามามีบทบาทอย่างพวกพนักงานในธนาคาร หรือญาติพี่น้องของตัวเอก เป็นต้น

 

รีวิวหนังไทย ATM เออรัก เออเร่อ

 

แต่ปัญหาก็คือด้วยเส้นเรื่องหลักที่มีเบาบาง แต่ไปหนักพวกเส้นเรื่องรองในแต่ละช่วงทำให้พอจบประเด็นของแต่ละตอนแล้วมันก็ยากจะดึงคนดูให้อยู่กับเรื่องในแบบที่ ‘อยากดูตอนต่อไป’ ซึ่งพอเป็นสตรีมมิงทางเน็ตฟลิกซ์ที่มาพร้อมทีเดียว 21 ตอนยิ่งเห็นปัญหาชัดและชวนท้อในการจะดูให้จบเหมือนกัน

 

รีวิวหนังไทย ATM เออรัก เออเร่อ

ในปีนี้ที่เราได้รับชมซีรีส์เรื่องนี้ทางเน็ตฟลิกซ์ จึงเป็นการรับชมซีรีส์ที่มีอายุการผลิตมาอย่างน้อย 8-9 ปีเข้าไปแล้ว จึงไม่แปลกเลยที่เราอาจรู้สึกถึงความเก่าของโปรดักชันและวิธีการเล่าที่เชยของงานในยุคนั้นติดมา แต่ก็น่าสนใจทีเดียวว่าครั้งหนึ่ง GTH ได้ลองโมเดลทำซีรีส์ขยายความจากหนังฮิตของตนเอง เพื่อดึงคนเข้ามาร่วมแพลตฟอร์มใหม่ในเครือตนเอง ซึ่งก็คือสิ่งที่ดิสนีย์กำลังทำกับบริการสตรีมมิงของตนเองในขณะนี้ด้วย ATM เออรัก เออ เร่อ 2 ตอนที่ 1

ดังนั้นสำหรับ ‘ATM เออรัก เออ เร่อ 1’ มันจึงเป็นงานที่มีผู้กรุยทางไว้ให้น้อย และทีมสร้างต้องสร้างสรรค์แนวทางใหม่ขึ้นเอง จากพล็อตหนังที่เดิมก็น่าจะเล่นกับประเด็นเรื่องการแข่งขันชิงทำผลงานของคู่รักอย่างเสือและจิ๊บในธนาคารที่ห้ามพนักงานเป็นแฟนกัน ซึ่งมันก็จบในตัวเองไปแล้วให้ขยายมาให้เป็นซีรีส์ความยาวถึง 21 ตอน

 

 

ผู้กำกับ เมษ ธราธร จึงเลือกใช้เสน่ห์และเคมีที่เข้ากันดีของ 2 นักแสดงนำอย่าง เต๋อ-ฉันทวิชช์ ธนะเสวี และ ไอซ์-ปรีชญา พงษ์ธนานิกร ซึ่งเล่นหน้าตาท่าทางแบบสายตลกได้ไม่ห่วงสวยหล่อแต่ก็ยังดูดีมาเดินเรื่อง แล้วโยนปัญหาผ่านตัวละครอื่นเข้าไปปั่นป่วนชีวิตที่ยังไม่เข้ารูปเข้ารอยของทั้งคู่อีกที ในช่วงแรกเราจึงเห็นรูปแบบการเล่าที่ชัดเจนมากเป็นซิตคอมแบบจบใน 2 ตอน คือทุก 2 ตอนจะมีการเปิดประเด็นใหม่เข้ามา สร้างปัญหากับทั้งคู่ แล้วก็พยายามคลี่คลายในช่วงตอนหลังให้ได้ อย่างเช่นการปรากฏตัวของ โหย่ว ตัวละครมารหัวใจของตัวเอกที่แสดงโดย โจ๊ก โซคูล หรือ กรภพ จันทร์เจริญ ก็เข้ามาและจากไปภายใน 2 ตอนแรกเช่นกัน เป็นเช่นนี้อยู่เกือบครึ่งซีรีส์

 

สรุปหนัง

หนังตลกเรื่องดีเรื่องนึงของจีทีเอช และวงการหนังไทยเลยทีเดียวครับ (ยังดีกว่าหนังค่ายอื่น ที่เขาว่ากันว่าเป็นหนังตลก แต่ก็ไม่ค่อยจะฮามากสักเท่าไร) แต่น่าเสียดายตรงเนื้อเรื่องนี่แหละครับ ผิดคาด และผิดหวังจริงๆ และก็ความประทับใจด้วย นึกว่าจะได้สักครึ่งนึงของกวนมึนโฮ รถไฟฟ้ามาหานะเธอ แต่ไม่เลย ไม่ถึงเสี้ยวซะด้วยซ้ำ ไอ้ตรงนี้ก็น่าผิดหวัง(ขั้นรุนแรงเลย) เหมือนหนังนี้มีอยู่ฟิลลิ่งเดียว คือฮา มันก็มีเศร้านะ แต่มันมีแค่นิ๊ดเดียว ไม่ทำให้ผู้ชมซึ้งได้เลย

 

 

ใครที่อยากคลายเครียด ไม่ได้เครียดไรมาก ก็ไปดูเลยครับ รับรองว่าฮาอย่างแน่นอน แต่อย่าหวังว่าจะได้ความประทับใจกลับไปเหมือน “กวนมึนโฮ” และ “รถไฟฟ้ามาหานะเธอ”

ต้นปีที่ผ่านมาแฟนหนังและนักแสดงในเรื่องหลายคนเพิ่งได้รำลึกถึงการครบรอบ 10 ปีของหนัง ‘ATM เออรัก เออเร่อ’ ที่เข้าฉายในปี 2555 ซึ่งตอนนั้นเป็นหนังฮิตที่ทำรายได้กว่า 150 ล้านบาทสูงที่สุดเรื่องหนึ่งในยุค GTH ก่อนจะแปลงร่างมาเป็น GDH 559 ในภายหลัง และด้วยความนิยมที่สูงดังกล่าว ในปีถัดมา GMM ที่กำลังทำกล่องรับชมทีวีดิจิทัล GMM Z ของตนเอง จึงจับมือกับ GTH ผลิตภาคต่อในรูปแบบซีรีส์จำนวน 21 ตอนออกฉายแบบเอ็กซ์คลูซีฟในชื่อ ‘ATM 2 คู่เว่อ..เออเร่อ..เออรัก’ ออกมา โดยได้ทีมงานสร้างและทีมนักแสดงชุดเดิมกลับมาครบครัน atm เออรัก เออ เร่อ เต็ม เรื่อง dailymotion

รีวิวหนังไทย คู่กรรม

รีวิวหนังไทย คู่กรรม

รีวิวหนังไทย คู่กรรม

 

 

คู่กรรม หนังไทยย้อนยุค เป็นนวนิยายแนวโศกนาฏกรรมและวีรคติ ประพันธ์โดย ทมยันตี ดำเนินเรื่องที่มีฉากหลังในประเทศไทยสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยผู้ประพันธ์ได้รับแรงบันดาลใจเมื่อราวปี พ.ศ. 2508 จากการเดินทางไปจังหวัดกาญจนบุรี และเข้าชมสุสานทหารสัมพันธมิตรดอนรักที่ฝังร่างของเหล่าทหารสัมพันธมิตร โดยสะดุดใจเมื่อเห็นคำจารึกถึงบนหลุมศพทหารสัญชาติเนเธอร์แลนด์คนหนึ่ง เมื่อสอบถามดูได้ความว่าเป็นลูกชายเพียงคนเดียวของครอบครัวที่มาเสียชีวิตลงที่ประเทศไทย โดยที่ผู้เป็นพ่อแม่มิอาจมาร่วมฝังศพของลูกชายได้

คู่กรรม เขียนขึ้นในปี พ.ศ. 2508 ตีพิมพ์เป็นตอนในนิตยสารศรีสยาม (ในเครือนิตยสารขวัญเรือน)และรวมเล่มครั้งแรกในปี พ.ศ. 2512 แล้วตีพิมพ์มาหลายครั้ง มีภาคต่อคือ คู่กรรม 2 ถือว่าเป็นบทประพันธ์ที่ชื่อเสียงมากที่สุดเรื่องหนึ่งของทมยันตี

คู่กรรม ได้รับการนำไปสร้างเป็นละครโทรทัศน์และภาพยนตร์แล้วหลายครั้ง เริ่มจาก ช่อง 4 บางขุนพรหม เป็นละครถึง 2 ครั้ง ในปี พ.ศ. 2513, พ.ศ. 2515 และต่อมาทางช่อง 9 อ.ส.ม.ท. ในปี พ.ศ. 2521

ครั้งสำคัญเป็นละครทางช่อง 7 สี ในปี พ.ศ. 2533 เป็นละครที่สร้างประวัติศาสตร์เรตติ้งสูงสุดอันดับ 1 ของเมืองไทยตลอดกาล เรตติ้ง 40 และได้รับรางวัลทั้งเมขลาและโทรทัศน์ทองคำในปีเดียวกัน หลังจากนั้นได้นำมาสร้างใหม่เป็นละครทางช่อง 3 ในปี พ.ศ. 2547 (มีภาคต่อคือ คู่กรรม 2) และสร้างเป็นละครทางช่อง 5 ในปี พ.ศ. 2556

คู่กรรม ถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ถึง 4 ครั้ง ในปี พ.ศ. 2516, พ.ศ. 2531, พ.ศ. 2538 และ พ.ศ. 2556 ซึ่งทั้ง 2 ครั้ง (ปี 2531 และ 2538) ได้รับรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมรางวัลตุ๊กตาทองไปทั้งคู่ และเคยถูกดัดแปลงเป็นละครเวที โดยค่ายดรีมบอกซ์ เมื่อกลางปี พ.ศ. 2547 แสดงที่โรงละครกรุงเทพ และกลางปี พ.ศ. 2550 แสดงที่โรงละครกรุงเทพเมโทรโพลิส

 

รีวิวหนังไทย คู่กรรม

ความพิเศษในบทประพันธ์ของทมยันตีเรื่องนี้คือ การบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ให้เต็มไปด้วยรายละเอียดสำคัญ เหตุการณ์จำนวนมาก และทุกจุดมีที่มาที่ไป ทำไมแม่อังไม่ชอบญี่ปุ่น ทำไมถึงต้องแต่งงาน ทำไมถึงต้องมีคำสัญญา ฯลฯ

ปัญหาของคู่กรรมคือมันไม่เหมาะกับการทำเป็นหนัง แต่เหมาะกับการทำเป็นละครมากกว่า คือถ้ามานั่งเก็บรายละเอียดนี่ตาย แต่จะข้ามก็ไม่ได้ เป็นปัญหาเดียวกับที่เวอร์ชันหนังใหญ่ปี 2538 มีแต่บันทึกเหตุการณ์สำคัญ จนหนังออกมาไม่ค่อยมีอารมณ์ร่วม ทั้งที่หัวใจหลักของคู่กรรมคือเรื่องราวความรัก

 

รีวิวหนังไทย คู่กรรม

 

ความซวยอีกอย่างคือคู่กรรมดันเปิดฉายช่วงใกล้กับพี่มากพระโขนง ซึ่งเป็นหนังที่ไม่มีใครคาดหวัง แต่ทำได้ดีเกินคาด ความกดดันของหนังที่ทุกคนคาดหวังมากเลยสูงตามไปด้วย
ผู้กำกับมีเหตุผลของเขา คนดูมีหัวใจของคนดู ดูหนังออนไลน์,ดูหนังฟรี

 

บทสัมภาษณ์ผู้กำกับ คู่กรรม

จากปัญหาเรื่องรายละเอียดของคู่กรรม ก็ได้ไปอ่านบทสัมภาษณ์ของคุณเรียว กิตติกร (ผู้กำกับ) ที่บอกว่า เขาตัดสินใจที่จะเลือกเล่าเฉพาะครึ่งหลังของนวนิยาย คือเน้นเรื่องความรักของสองคนมากกว่า โดยเล่าเรื่องเหตุการณ์สำคัญไปแบบผ่านๆ

 

รีวิวหนังไทย คู่กรรม

 

บทจะสยิวชวนกรี๊ดสักหน่อยกับฉากเลิฟซีนอันลือลั่น ก็ดันแป้กซะอย่างงั้น ก็คุณเรียวจิตสัมผัสใช้วิธีถ่ายทอดอารมณ์ผ่านการเคลื่อนกล้องเนิบนาบ เดินภาพเกี้ยวพาราสีกันอันยาวนาน มุดกันไป มุดกันมา เล่นเอาคนดูลุ้นจนเยี่ยวเหนียว ออกอาการเหนื่อยหน่ายกันไป เท่านั้นยังไม่พอ เราแถมความน่าอึดอัดให้เป็นของกำนัลอีกต่างหาก….แต่ก็เอาเถอะ อย่างน้อยๆ โกโบริก็สอนให้เรารู้ว่า “ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น” ดูท่าก็คงจะสำเร็จไปหลายรอบอยู่เหมือนกันนะคืนนั้น
คนน่าเห็นใจนอกจาก ณเดชน์ที่แบกรับหนังทั้งเรื่อง และผู้ชมที่สละตังค์ตีตั๋วเข้าไปดูแล้ว คงหนีไม่พ้นคุณ(ระ)ทมยันตี เพราะหนังทำเอาความขลังและเสน่ห์บทประพันธ์ของท่านอันตธานหายไปในทันใด แล้วแทนที่ด้วยความเครดิตต้นเรื่อง แนวสดใสสไตล์อาโนเนะ ลายเส้นคุ้นตาคล้ายอนิเมชั่นญี่ปุ่น ดนตรีประกอบฟังให้ความรู้สึกรื่นเริงบันเทิงใจ ราวกับว่า ได้ย้อนกลับไปวัยเด็กเมื่อครั้งนั่งใจจดใจจ่อหน้าจอทีวีรอดูช่อง 9 การ์ตูน เฮ้ย! นี่ฉันกำลังดู “โดราเอมอน เดอะมูฟวี่ ตอน โนบิตะตะลุยรักสาวไทยหัวใจหิน” หรือเปล่านะ

 

คู่กรรม เวอร์ชั่นณเดชน์แสดง

ความดีความชอบของคู่กรรมเวอร์ชั่นนี้ก็ใช่ว่าจะหาไม่เจอ ซึ่งนอกจากความอลังการของโปรดักชั่นแล้ว ดูหนังออนไลน์ สิ่งที่โดดเด้งเด่นสุดตกอยู่ที่การแสดงของ ณเดชน์ ช่างดูลื่นอย่างกับปลาไหล รักแทบตายสุดท้ายหลุดมือ (เอ่อ เข้าเรื่องกันต่อดีกว่า)….ความสมจริงไม่ว่าจะท่าทาง น้ำเสียง เขาเป็นนายทหารญี่ปุ่นผู้ไร้พิษภัยจนเชื่อสนิทใจ

ขณะที่ฝั่งของนางเอกน้องใหม่ถอดด้ามอย่าง ริชชี่ (อรเณศ ดีคาบาเลส) การแสดงของเธอก็ดูเป็นธรรมชาติมากๆ เปรียบเหมือนได้สัมผัสหินผา ขอนไม้ ก็ไม่ปาน จะแข็งอาร๊ายยยขนาดนั้น คาดว่าน่าจะเป็นการตลาดแบบแพ็คเกจคู่ของคุณอัย ศุภเช ที่พยายามใช้พระเอกดังดันดาราหน้าใหม่ให้รุ่ง อย่างที่เคยทำกับ อั้ม พัชรราภา – เคน ภูภูมิ จนสำเร็จมาแล้วจากหนังเรื่อง “30กำลังแจ๋ว”

แต่สำหรับความเป็นมือใหม่ของ ริชชี่ นั้นอาการค่อนข้างหนักทีเดียว บอกได้เลยว่า ต่อให้ณเดชน์บวกฟองน้ำเสริมพิเศษอย่างหนามาช่วยก็คงจะเป็นปฏิบัติการดันอันแสนลำบากยากเย็นพอดู เพราะอารมณ์และสีหน้าเธอแบนราบเรียบจริงๆ แต่คุณเรียวก็แสดงศักยภาพอันน่าเลื่อมใส ด้วยการให้ผู้ชมได้ยินเสียงในหัวว่า ริชชี่เธอคิดอะไรอยู่ เพราะตามคาแรกเตอร์ อังศุมาลิน จะเป็นสาวที่ครุ่นคิดอยู่ตลอดเวลา เมื่อนักแสดงทำสีหน้าให้เหมือนคนคิดมากไม่ได้ ก็ต้องแก้เผ็ด เฮ้ย! แก้ไขด้วยวิธีการนี้แหละ

 

รีวิวหนังไทย คู่กรรม

 

ส่วนบรรดามิตรรักแฟนคลับ ณเดชน์ แล้ว การได้เข้าไปเชยชมความหล่อผนวกฝีมือการแสดงที่เข้าขั้นก็คงจะคุ้มค่าทุกนาทียิ่งกว่าดูทีวีสีช่อง3 เสียอีก เว็บดูหนังฟรี บทบาทโกโบริที่เขาสวมนั้นดุจดั่งบ่อน้ำในทะเลทรายของหนังคู่กรรมก็คงไม่ผิดอะไร แม้ท้ายที่สุดหนังจะตกม้าตายในฉากจบ แต่ถือว่าพระเอกหนุ่มของเราทำหน้าที่ตัวเองได้ยอดเยี่ยมกระเทียมเจียวแล้ว

ที่ลืมไม่ได้ ซีนสารภาพรักหลังโกโบริโดนบึ้มนั้นถือเป็นอีกหนึ่งฉากไฮไลท์ของเรื่องที่แฟนๆ รอชม ณเดชน์ดึงอารมณ์ผู้ชมจนเกือบจะทะลักพลุ่งพล่านถึงฝั่งฝันอยู่แล้วเชียว ดันต้องมาสะดุดตอติดขัดคัดจมูก เพราะความแข็งของไอรอนเกิร์ลอังศุมาลิน…ว่าแต่มีใครสงสัยมั้ยว่า มันระเบิดยังไงกันถึงทำให้ร่างพ่อโกโบริกระเด็นกระดอนขึ้นไปนอนค้างให้ไม้ทิ่มท้องอยู่บนจอมปลวกได้เนี๊ยะ งงจุงเบย คู่กรรม 2533

เมื่อจอหนังมืดดับลง ในใจก็ครุ่นคิดหนักอกไม่รู้ว่า หลังก้าวเท้าออกจากโรงไปแล้ว ณเดชน์ หรือ ริชชี่ กันแน่ที่ตายตอนจบ เฮ้อออออออ “คู่” กรรมแท้ๆ

 

รีวิวหนังไทย คู่กรรม

เราจะเห็นว่าการประชาสัมพันธ์ต่างๆ นั้น ให้ความรู้สึกเป็นหนังรักที่ไม่สมหวัง ที่ถือเป็นทิศทางการประชาสัมพันธ์ที่ถูกต้องและเข้ากับเรื่องราวใน ดูหนังฟรี คู่กรรม ซึ่งจุดนี้ต้องชื่นชมทีมประชาสัมพันธ์และการตลาดที่ตีโจทย์ได้แตก (อย่าลืมว่าบทประพันธ์เรื่องนี้จบด้วยโศกนาฎกรรม) แต่กับการเปิดเรื่องในหนังด้วยภาพและดนตรีอันสดใส ราวกับหนังรักวัยรุ่นจึงเป็นอะไรที่สร้างความเคลือบแคลงขึ้นมาในใจมาหนัง มุ่งไปยังทิศทางที่ถูกต้องแน่หรือ?

อย่างที่ทราบว่าบทประพันธ์ คู่กรรม นั้นเป็นของ ทมยันตี นักเขียนนิยายระดับตำนานของไทย เป็นเรื่องราวความรักบนเส้นขนานระหว่างหญิงชาวไทย อังศุมาลิน (อรเณศ ดีคาบาเลส) และโกโบริ (ณเดชน์ คูกิมิยะ) ทหารญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ลงท้ายคือโศกนาฎกรรมที่ทำให้ใครหลายคนต้องเสียน้ำตา

ซึ่งฉบับนี้ผู้กำกับ กิตติกร เลียวศิริกุล เลือกที่จะนำเสนอในแบบหนังรักเต็มรูปแบบ โดยเน้นไปที่สองพระนางและตัดปัจจัยอื่นๆ ออกไป ซึ่งเป็นแนวคิดที่น่าสนใจและหากทำได้ถึงก็จะเป็นการเปิดมุมมองใหม่ให้กับ เรื่องคู่กรรม แต่กระนั้นด้วยความซับซ้อนของบทประพันธ์ ที่มีเรื่องของการเมืองและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมาเกี่ยวข้อง รวมทั้งตัวละครหลักที่มีจำนวนพอสมควร การนำเสนอที่หวังจะมีเพียงแต่โกโบริและอังศุมาลิน ทำให้ตัวละครตัวอื่นนั้นแบนราบ!

 

 

คู่กรรมฉบับนี้เล่าเรื่องราวผ่านมุมมองของโกโบริเป็น หลัก (ซึ่งหนังกำหนดทิศทางนี้มาตั้งแต่ต้นเรื่อง) และใช้เสน่ห์ของคู่พระนางได้ดี โกโบริ ดูเป็นชาวญี่ปุ่นซื่อๆ จริงใจ ในขณะที่อังศุมาลินก็ดูเป็นสาววาจาห้วนๆ เต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งในตัว แต่เมื่อเรื่องดำเนินไป บทบาทของโกโบริค่อยๆ เปล่งประกายมากยิ่งขึ้น ซึ่งอาจเป็นเพราะผู้กำกับเน้นนำเสนอเรื่องราวในมุมของโกโบริมากกว่า

ณเดชน์มอบบทบาทการแสดงที่ยอดเยี่ยมผิดคาด กับการพูดในสำเนียงติดญี่ปุ่นและดวงตาที่สื่ออารมณ์ได้โดยไม่ต้องเอ่ยประโยคอะไร แต่กับอรเณศต้อง ถือเป็นความโชคร้ายที่การตีความบทอังศุมาลินของผู้สร้างไม่เอื้อให้เธอแสดง ศักยภาพออกมาเท่าที่ควร และในเมื่อคู่กรรมฉบับนี้เลือกที่จะเล่าเรื่องราวผ่านมุมมองของโกโบริเป็น หลัก (ซึ่งหนังกำหนดทิศทางนี้มาตั้งแต่ต้นเรื่อง) การใส่เสียงความคิดของอังศุมาลินเข้ามาจึงเป็นอะไรที่ขัดแย้งและไม่ได้ช่วย ให้เข้าใจตัวละครอังศุมาลินมากขึ้น คู่กรรม เบิร์ด

หนังมีปัญหาพอสมควรกับการลำดับเรื่องรวมถึงการลงรายละเอียดเพื่อที่จะให้ ผู้ชมเข้าใจว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นมันมีความหมายและส่งผลต่อตัวละครในเรื่องอย่างไร จนอาจทำให้คนที่ไม่รู้จักเรื่องราวคู่กรรมมาก่อนเกิดความสงสัยว่าอะไรกำลัง เกิดขึ้นในหนัง! แม้หนังจะค่อยๆ เผยเหตุปัจจัยต่างๆ ที่ทำให้ความรักระหว่างโกโบริและอังศุมาลินไม่สมหวัง แต่ด้วยบทภาพยนตร์ที่มีปัญหาหนังจึงไม่สามารถพาผู้ชมให้รู้สึกอินไปกับความ รักของเขาและเธอ รวมถึงเหตุการณ์ต่างๆ ได้มากพอจนเป็นที่น่าเสียดาย

 

หนังเก่าที่มีความโรแมนติกมาก

ผู้เขียนกล้าเอ่ยปากอย่างมั่นใจว่า สิ่งที่ปรากฏมันมีทั้งความบริสุทธิ์ใจซึ่งเกิดขึ้นได้จากความไม่ชอบในตัวหนัง และผู้คลั่งไคล้นวนิยายต้นฉบับ แต่ที่ประหลาดและเคลือบแคลงสงสัยคือมันมีการทำงานหรือวิจารณ์อย่างจงเกลียดจงชังจนอาจเรียกได้ว่านี่คือการวิจารณ์อย่างไม่สร้างสรรค์และมีผลประโยชน์เคลือบแฝงทับซ้อนอย่างที่บุคคลทั่วไปเช่นผู้เขียนจะสามารถเข้าใจได้แต่หากใครที่เข้ามาอยู่ในยุทธจักรเช่นนี้ย่อมรู้ดีว่า

ก่อนหน้านี้สังคมเว็บบอร์ดแห่งนี้ก็ไม่ได้สะอาดเท่าไหร่ มันเป็นที่แหล่งรวมพลของคนมุ่งร้ายเพื่อความสะใจ(บางกลุ่ม) และสันนิษฐานว่ายังเป็นที่ทำการตลาดของค่ายหนัง เพื่อขจัดกระแสวิจารณ์แง่ลบออกไปเพื่อหวังสร้างกระแสชื่นชมปากต่อปากเพื่อกอบโกยรายได้มาอย่างนมนาน หรือผู้เขียนอาจจะทึกทักเอาเองได้ว่ามีตำแหน่งนักสร้างกระแสทางเว็บบอร์ดมืออาชีพกันเลยทีเดียว

 

 

สิ่งที่เกิดขึ้นกับค่ายหนัง M39 ในครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนครั้งสำคัญที่ต้องจดจำเอาไว้อย่างแยบยล เพราะนอกจากไม่สามารถทำให้เกิดการชื่นชมตัวหนังได้อย่างสะอาด ยังถูกรังควานไปถึงตัวค่ายเองด้วยซ้ำ หรือกล่าวง่ายๆว่า กระแสลบในครั้งนี้ มีผู้คนไม่ปรารถนาดีพยายามจะปลุกกระแสเพื่อบอกว่าภาพยนตร์ของค่าย M39 จะย่ำแย่ตลอดไป (นี่ถือเป็นการหาโอกาสตัดแข้งตัดขาทางธุรกิจเลยทีเดียว) นี่ยังไม่นับก๊กเหล่าที่เกิดขึ้นในส่วนของแฟนคลับที่หลากหลายหลากเหลื่อนจนทำให้ลดทอนความสร้างสรรค์ที่จะเกิดการวิจารณ์เพื่อให้เกิดพัฒนาต่อวงการภาพยนตร์ได้ คู่กรรม 1990

สุดท้ายนี้ ถ้า “คู่กรรม” ฉบับคุณเรียว เป็นการตีความใหม่ของหนังล่ะก็ ดูหนัง งั้นผมขอฝากผลงานการตีความใหม่ของเพลง “ฮิเดโกะ” ดูซิของใครจะเลอะเทอะเปรอะเปื้อนกว่ากัน (แปลงตามฮุคสุดท้ายในทำนองเพลงญี่ปุ่นนะ)
คู่กรรม ฉบับปี พ.ศ. 2556 ถือเป็นหนังที่มาพร้อมกับความคาดหวัง และเป็นภาระอันหนักอึ้งของทุกภาคส่วนแห่งค่าย M๓๙ เพราะเรื่องนี้เป็นโครงการที่ใหญ่ที่สุดที่ค่าย M๓๙ เคยทำมา ที่หากผลลัพธ์ออกมาไม่ดีพอ ทั้งในแง่ของคำวิจารณ์จากผู้ชมและตัวเลขรายได้ก็อาจทำให้ถึงกับเสียสูญหรือ เสียความมั่นใจที่เคยสั่งสมมาได้เหมือนกัน แต่หากผลลัพธ์ไปในทางบวก คู่กรรม แห่งปี พ.ศ. 2556 ก็จะเป็นภาพยนตร์ที่ช่วยส่งให้ค่ายหนังยกระดับขึ้นไปอีกขั้น! คู่กรรม เพลง

สุขสันต์วันโสด รีวิวหนังไทย

สุขสันต์วันโสด รีวิวหนังไทย

สุขสันต์วันโสด รีวิวหนังไทย

 

สุขสันต์วันโสด ภาพยนตร์โดย นฤบดี เวชกรรม รีวิวหนังไทย จัดเป็นหนังรักที่ให้อารมณ์โรแมนติกสูง ดูแล้วให้ความรู้สึกฟินมาก แถมยังปลุกพลังการท่องเที่ยวในตัวคุณอีกด้วย ส่วนตัวแล้วเป็นภาพยนตร์ไทยซึ่งสามารถขึ้นชั้นเข้าไปอยู่ในดวงใจคนอีกจำนวนไม่น้อยพอกับ กวนมึนโฮ หรือ สิ่งเล็กๆที่เรียกว่ารักได้เลย

 

เรื่องย่อ

หนังเล่าถึง หลิน หญิงสาวที่มีปมชีวิตตั้งแต่วัยเด็กเป็นคุณมีความรู้และมีความเข้าใจพิเศษในด้านการเห็นผี แต่ว่าครั้งใดก็ตามคุณบอกผู้ใดว่ามองเห็นผี ทุกคนก็จะกล่าวหาคุณบ้า และไม่ว่าจะมองเห็นผีมาแล้วจำนวนกี่ครั้งก็ไม่สามารถที่จะทำให้คุณเคยชินกับหัวข้อนี้ได้เลย คุณจะตื่นกลัวกับสิ่งที่มองเห็นทุกคราว จนกระทั่งเมื่อคุณโตขึ้นเป็นสาว เริ่มมีคู่รัก คุณก็จะเพียรพยายามเก็บอารมณ์สำหรับการมองเห็นผีไว้ แม้กระนั้นมันก็ทำไม่ได้จริงๆบ่อยที่คุณออกอาการกลัวผีให้แฟนชายหนุ่มมองเห็น แฟนก็ไม่เคยรู้เรื่องคุณ เมื่อแฟนชายหนุ่มของคุณแปลงเป็นนักแสดงศิลปินดัง ก็เริ่มมีเพศหญิงอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง กระทั่งมีการนอกใจ แล้วหลังจากนั้นก็เลิกลากันไป เมื่อหลินบอบช้ำรักก็หนีจากจังหวัดกรุงเทพ ท่องเที่ยวพักดวงใจที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งตรงกับตอน Low season พอดิบพอดี

ที่จังหวัดเชียงใหม่ หลินได้เจอกับ พุธ ชายหนุ่มที่ทำอาชีพเขียนบทภาพยนตร์ ที่เกเฮ้าส์แห่งหนึ่ง ซึ่งพุธ ก็ต้องการจะมาหาข้อมูลสำหรับการเขียนบทภาพยนตร์ผีสยองขวัญที่บนภูเขาแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ ในระยะแรกหลินก็ไม่ยินยอมบอกกับพุธว่าคุณมองเห็นผีได้ คุณกลัวว่าพุธจะกล่าวหาคุณบ้าอีก เพราะว่าเป็นตอน low season ก็เลยไม่ค่อยมีคนมาท่องเที่ยวเท่าไรนัก รถยนต์ที่เดินทางก็หายาก สุขสันต์วันโสด เต็ม เรื่อง รีวิว

 

สุขสันต์วันโสด รีวิวหนังไทย

 

เมื่อพุธเหมารถยนต์ไว้แล้วเพื่อจะไปกิ่วแม่ปาน หลินก็ขอเดินทางไปกับพุธด้วย เว้นแต่กิ่วแม่ปานแล้วทั้งคู่คนก็เดินทางขึ้นภูเขาไปยังสถานที่ต่างๆไปยังเกรสเฮ้าท์เพื่อนพ้องของพุธบนภูเขาไปพบกับเหล่าบรรดากรุ๊ปเพื่อนฝูงที่ล้วนจะเจอปัญหาหัวใจที่นัดหมายมาพบเจอกันในช่วง low season ทุกปี ไปพบพี่กะเร ชายหนุ่มคนดอยผู้มีประสบการณ์มองเห็นผี แล้วหลังจากนั้นทุกการเดินทาง ทุกสถานที่ที่พุธและก็หลินเดินทางไปทุกคนที่พุธรวมทั้งหลินคุยเสวนา ทำให้ทั้งคู่คนศึกษาซึ่งกันแล้วกัน ทำให้ตอน Low season กำเนิดความหมาย เปลี่ยนแปลงจากช่วงอันนี้เหงาหงอยเป็นตอนในช่วงเวลาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก ซึ่งเรื่องราวจะเป็นไปเช่นไร ก็ขอให้ทุกคนติดตามดูได้ทาง Netflix ครับ ดูหนังออนไลน์,ดูหนังฟรี

 

การดำเนินเรื่อง

ก่อนอื่นเลย หนังเรื่องสุขสันต์วันโสด ใช้วิธีการเล่าเรื่อง เป็นแนวหนังแบบ road movie ซึ่งหนังแนว road movie นี้ให้ความสำคัญ ของเรื่องราวระหว่างทางมากกว่าจุดหมายปลายทางกล่าวคือเมื่อตัวละครหลักของเรื่องเดินทางไปสถานที่แห่งหนึ่ง ทุก ๆ การเดินทางนั้นจะทำให้ตัวละครได้เรียนรู้ซึ่งกันและกัน สามารถปรับหากันและกันได้มากขึ้นไปเรื่อย ๆ ตามสถานที่และระยะทางในการเดินทาง ซึ่งในเรื่องสุขสันต์วันโสดนำเสนอในแง่มุมนี้ได้ดีมากครับ ตัวละครหลินและพุธ เมื่อพบกันครั้งแรกทั้งสองไม่ประทับใจซึ่งกันและกันนักแถมยังมีปากเสียงใส่กันในช่วงต้น แต่เมื่อทั้งสองเริ่มเดินทางด้วยกัน ไปยังสถานที่ต่างๆ ด้วยกันมากขึ้นทั้งสองก็สามารถปรับตัวเข้าหากัน มีการผจญภัยช่วยเหลือซึ่งกันและกันตลอดระยะเวลาในการเดินทาง ได้รับรู้ถึงเรื่องราวและภูมิหลังของกันและกัน ได้พบปะรู้จักคนอื่น เรียนรู้ถึงเรื่องราวของคนอื่น แล้วเกิดการสะกิดใจบางอย่างสุดท้ายก็นำไปสู่ความรัก

เอกลักษณ์หนึ่งของหนังแนว road movie ก็คือ จะเป็นการปลุกพลังการท่องเที่ยวให้กับผู้ชม เป็นการปลุกพลังการท่องเที่ยวให้กับสถานที่หรือแหล่งท่องเที่ยวที่ตัวละครเดินทางไปเพราะหนังได้นำเสนอภาพความสวยงามของสถานที่ท่องเที่ยวเหล่านั้นผ่านการเดินทางของตัวละคร และถ้าหากผู้กำกับภาพมีฝีมือในการเลือกมุมภาพด้วยแล้ว จะทำให้สถานที่แห่งนั้นน่าไปเที่ยวมากขึ้นเป็นทวีคูณ

 

สุขสันต์วันโสด รีวิวหนังไทย

 

โดยมากแล้วหนังแนว road movie ใช้สถานที่ท่องเที่ยวที่ยังไม่เป็นกระแสมากนักเป็นโลคชั่นในการถ่ายทำอย่างเช่นในเรื่องสุขสันต์วัดโสด ได้เลือกโลเคชั่นที่สวยที่สุดหลายๆ แห่งที่ซ่อนตัวอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งยังมีคนรู้จักน้อยเช่น กิ่วแม่ปาน อำเภอจอมทองผาชมเดือน ดอยไม่มีชื่อนาขั้นบันได ถนนแม่แดดน้อย ป่าสนวัดจันทร์ อำเภอกัลยาณิวัฒนา ซึ่งแต่ละสถานที่ที่เลือกใช้นั้นล้วนแต่มีความสวยงามมีความเป็นธรรมชาติสูง ต้องขอชมผู้กำกับและผู้กำกับภาพที่เลือกสถานที่ต่างๆ นั้นมาใช้ในหนังได้อย่างลงตัวและเลือกมุมมองที่มีความสวยงามมานำเสนอในหนังได้ดีมากจนทำให้เราอยากเที่ยวตามรอยในสถานที่เหล่านั้น สถานที่ท่องเที่ยวในหนังแนว road movie ก็เปรียบเสมือนกับเป็นตัวละครเอกของหนังด้วยไม่แพ้ตัวละครที่เป็นมนุษย์เลย

 

สุขสันต์วันโสด รีวิวหนังไทย

ในที่นี้จึงขอสอดแทรกภาพยนตร์แนว Road Movie ที่เป็นการปลุกกระแสให้คนเดินทางท่องเที่ยวไปยังสถานในหนังสักหน่อยครับ เพื่อเป็นการกระตุ้นทำให้ใครหลายคนย้อนกลับไปดูหนังเหล่านี้ แล้วไปเที่ยวในช่วง high season หรือ low season ในประเทศไทย สุขสันต์วันโสด ep1

เรื่อง Happy Birthday ฉายปี 2551 หนังรักโรแมนติก ที่ทำให้ใครหลายคนต้องเสียน้ำตาไปเป็นลิตร ๆ ใช้สถานที่ถ่ายทำเช่นปางอุ๋ง วัดจองคำ วัดจองกลาง แล้วถนนหนทางต่าง ๆ บนดอยจังหวัดแม่ฮ่องสอน แต่ละที่สวยมาก ๆ ครับ
เรื่อง ปายอินเลิฟ ฉายปี 2552 เรื่องราวความรักของคนหลายคนหลายช่วงอายุที่เดินทางไปยังเมืองปาย จังหวัดเชียงราย ถือว่าเป็นหนังเรื่องแรกที่ทำให้กระแสการท่องเที่ยวปายบูมขึ้นมามาก เกิดการพัฒนาเมืองปายให้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม และทำให้นิยมจนเกินไปจนทำให้ปายแทบเสียความเป็นธรรมชาติไปเลย

เรื่อง Love Melody รักทำนองนี้ ฉายปี 2555 เป็นหนังรักโรแมนติกดราม่าที่ทำให้ใครหลายคนเสียน้ำตา ใช้สถานที่ในการถ่ายทำคือ ทุ่งดอกบัวตองสีเหลืองที่บานสะพรั่งทั่วหุบเขาของดอยแม่อูคอ อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน ผู้กำกับได้ใช้ฉากนี้ ให้พระเอกนางเอกของเรื่องเล่นเปียโนดอกไม้ และยังมีดอยกองมู เป็นฉากร้านกาแฟที่มีบรรยากาศสวยที่สุดแห่งหนึ่งในโลกเลยก็ว่าได้ อีกทั้งยังใช้สถานที่สำคัญเช่นวัดจองคำ วัดจองกลาง และทะเลสาปปางอุ๋ง มาเติมความโรแมนติกให้กับหนังอีกด้วย

 

สุขสันต์วันโสด รีวิวหนังไทย

 

เรื่องตุ๊กแกรักแป้งมาก ฉายปี 2557 หนังนำเสนอเรื่องราวของวิถีชีวิตและชุมชน เมืองเชียงคานจังหวัดเลย นับเป็นเมืองที่ยังมีความสวยงามและยังเก็บความเป็นชุมชนดั่งเดิมเอาไว้มาก จุดสำคัญในเรื่องคือโรงหนังเพชรเชียงคาน ซึ่งใครที่ดูหนังเรื่องนี้แล้วจะต้องเดินทางไปยังสถานที่แห่งนี้ให้ได้

ยังมีหนังอีกหลายเรื่องที่นำเสนอสถานที่ท่องเที่ยวจนทำให้เกิดการปลุกกระแสท่องเที่ยวตามรอยภาพยนตร์ ซึ่งข้อดีก็คือทำให้เกิดการพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวทำให้เศรษฐกิจชุมชนเจริญเติบโตแต่ก็ยังมีข้อเสียคือเป็นการทำลายวิถีชีวิตของชาวบ้าน ทำให้ธรรมชาติเสื่อมโทรมการ ทำให้เกิดมลภาวะ ทำลายวิถีชีวิตชุมชน ซึ่งแน่นอนว่าทุกกิจกรรมจะต้องมีทั้งข้อดีและข้อเสียด้วยกันทั้งสิ้น ในฐานะที่เราเป็นประชาชนคนเดินทางท่องเที่ยวก็ต้องรู้จัก ให้ความเคารพวิถีชุมชนและรักษาสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ เอาไว้เพื่อให้เป็นสถานที่ที่สวยงามอยู่คู่กับประเทศไทยต่อไปนาน ๆ ครับ

 

 

สุขสันต์วันโสด รีวิวหนังไทย

สุขสันต์วันโสดเป็นภาพยนตร์รักโรแมนติกที่ทำให้คนดูดูแล้วรู้สึก feed good ได้ตลอดแทบทั้งเรื่อง ผู้กำกับรู้จักใส่อารมณ์ขันในหลาย ๆ จุดได้อย่างลงตัวรู้จักใส่อารมณ์เศร้าในหนังได้อย่างลงตัวนอกจากนี้ยังให้ความรู้สึกในการดูแล้วอบอุ่น ต่อให้ใครที่อยู่ในอารมณ์ชำระอกหักเมื่อดูแล้วก็ทำให้รู้สึกว่าโลกนี้ไม่ได้เลวร้ายเกินไป แถมยังทำให้หัวใจที่ห่อเหี่ยวนั้นกลับมาพองโตได้ตั้งแต่หนังเริ่มฉายสิ่งที่ทำให้องค์ประกอบนี้กลายเป็นจุดดีที่สุดของหนังก็คงต้องขอยกให้กับทีมนักแสดงของเรื่องซึ่งทุกคนเล่นดีมากเลยครับ ทั้งตัวพระเอก พุธ รับบทโดย มาริโอ้ เมาเร่อ เล่นได้เป็นธรรมชาติสมกับความสามารถของเขา ส่วนน้องหลิน รับบทโดย พลอยไพลิน ตั้งประภาพร

 

 

เป็นดาราใหม่แกะกล่องที่โด่งดังมาจากยูทูปเบอร์ สายท่องเที่ยว สายลุย เธอแสดงเรื่องนี้ได้ดีเกินคาดแถมความน่ารักสดใสของเธอทำให้ผู้ชายหลายคนต้องหลงใหล ถือว่าแจ้งเกิดในวงการภาพยนตร์ได้อย่างเต็มตัว แล้วเชื่อว่าถ้าเธอเลือกที่จะเดินทางสายนี้น่าจะมีอนาคตกับวงการนี้มากเลยครับแต่ผมมีความรู้สึกว่าในการเป็นยูทูปเบอร์ของเธอก็ถือว่าดีมากพอแล้ว คนติดตามช่อง YouTube ของเธอเยอะมากและรายการก็มีเนื้อหาเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ดีมากด้วยเช่นกัน พระนางคู่นี้มีเคมีที่เข้ากันได้ดีอย่างเหลือเชื่อ สุขสันต์วันโสดเต็มเรื่อง ยูทูป

 

ข้อดีของหนัง

ข้อดีมากๆ ของสุขสันต์วันโสดคือภาพครับการถ่ายภาพสวยมากเลือกมุมมองได้ดี เลือกสถานที่ได้ดีมากที่ชอบมากคือมุม Bird’s Eye View ทำให้เห็นสถานที่ได้กว้าง โดยเฉพาะการถ่ายมุมสูง ที่ให้เห็นการวิ่งของรถไปตามถนนนั้นสวยงามมากๆ การให้สีของภาพสวยมาก การเลือกบรรยากาศชาวงเวลาก็ทำได้ดีมากครับ

แต่องค์ประกอบที่สำคัญที่สุดของเรื่องที่ทำให้สุขสันต์วันโสดนั้นลงตัว ทั้งในแง่ของอารมณ์และความรู้สึกสามารถคุมโทนหนังของเรื่องให้อยู่ในอารมณ์เดียวได้ต้องขอยกความดีความชอบให้กับเพลงประกอบภาพยนตร์ครับโอ้โห มันลงตัวสุดๆ เพลงเพราะมาก ทั้งเพลงบรรเลงเพลงที่มีคนร้อง มันเข้ากับหนังเรื่องนี้มากๆ มันสื่อถึงความสุข มิตรภาพ ความเหงา ความอบอุ่น ความอิ่มเอมใจ

 

 

ลงตัวจนไม่รู้จะอธิบายหรือชื่นชมยังไงไหวโดยเฉพาะเพลงของเขียนไขและวานิชพอนำมาใส่ในหนังเรื่องนี้มันมหัศจรรย์มากประมาณว่า ดูหนังเรื่องนี้จบก็รีบไปหาเพลงมาฟังกันเลยทีเดียว หากมีการประกอบมอบรางวัลภาพยนตร์ในสาขาเพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (Best Original Song) และ ดนตรีประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (Best Original Score) ผมว่าถ้าเรื่องสุขสันต์วันโสดไม่ได้รางวัล ผมว่าคณะกรรมการคงมีปัญหาแล้วละครับ ในด้านเพลงประกอบภาพยนตร์นั้นผมถือว่าเป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่สุด เป็นสิ่งที่ดีงามที่สุดของหนังเรื่องสุขสันต์วันโสดเลยครับ สุขสันต์วันโสดเต็มเรื่อง 037

รีวิวหนังไทย มหาลัยเที่ยงคืน

รีวิวหนังไทย มหาลัยเที่ยงคืน

รีวิวหนังไทย มหาลัยเที่ยงคืน

 

สำหรับ รีวิวหนังไทย ใครที่เป็นคอดูหนังผีแนวที่หลอน ๆ แต่ไม่ถึงกับน่ากลัวจนต้องปิดตา และมีความตลกฮาสไตล์วัยรุ่นระหว่างผีกับคน เราขอแนะนำว่าคุณต้องไม่พลาดดูหนังเรื่อง “มหาลัยเที่ยงคืน”เลย ยิ่งใครที่กำลังรู้สึกท้อกับการเรียน ทำโปรเจ็กหรืองานไม่ผ่าน ต้องแก้โน่นแก้นี่ ลองพักมาดูหนังเรื่องนี้ดูแล้วคุณจะรู้สึกเหมือนมีเพื่อนหัวอกเดียวกันคอยให้กำลังใจ

 

เรื่องย่อ

ได้ถ่ายทอดเรื่องราวของ “สตาร์” เซเลปนักศึกษาควบตำแหน่งดาวประจำมหาลัยที่ติดเอฟวิชาภาษาอังกฤษของท่านรองคณบดีฯ ท่านจึงตัดสินใจว่าจะช่วยแก้เกรดให้เธอเรียนจบหากสตาร์ยอมเข้าเรียนและทำข้อสอบซ่อมเสริมห้องศูนย์การศึกษาเก่าตอนดึกอีกครั้ง

 

สปอยหนัง มหาลัยเที่ยงคืน

 

ซึ่งเธอก็สามารถหาเพื่อนเรียนครบทีมอย่าง “โอตาคุ” ตากล้องถ่ายผีสุดเนิร์ด ,”หมู,หมึก,กุ้ง” แก๊ง 3 ปู่ นักศึกษาปี 8 และ “อ้วนพาย” ติ่งตัวยงของสตาร์ แต่การเรียนในห้องศูนย์การศึกษาตึกเก่าดูจะไม่ง่ายอย่างที่คิดเพราะที่แห่งนี้มีผีนักศึกษาที่เรียนไม่จบรอวันพ้นจากบ่วงเต็มไปหมด แล้วพวกเขาจะทำเช่นไรดี! ดูหนังออนไลน์,ดูหนังฟรี

 

ความน่าสนใจของหนัง

มหาลัยเที่ยงคืน สปอย เป็นหนังผีอีกเรื่องที่มีความน่าสนใจจากการใช้พล็อตเจาะกลุ่มเด็กวัยเรียนผ่านตัวของสตาร์ที่เอาแต่เที่ยวเล่นทำตัวชิลล์ไปวัน ๆ จนเผลอติดเอฟวิชาภาษาอังกฤษของท่านรองคณบดี ทำให้เธอต้องเข้าไปเรียนในตึกผีสิง ซึ่งตรงนี้เราจะได้เห็นว่าแม้แต่กลุ่มเพื่อนที่คบกันมาแบบสนิทสนมก็ยังเอาตัวเองรอดไม่สนใจสตาร์แม้แต่น้อยด้วยความกลัว ทำให้เธอต้องไปหานักศึกษาคนอื่นที่ไม่ผ่านเช่นเดียวกันมาเรียนที่ห้องศูนย์เป็นเพื่อนเพื่อให้สามารถเรียนจบไปด้วยกัน

ตรงนี้เราจะได้เห็นถึงสิ่งที่ตัวหนังอยากบอกเกี่ยวกับสังคมมหาวิทยาลัยที่เพื่อนแท้หายากกว่ามัธยมมาก หลายคนที่คบกันก็มักจะร่วมสุขได้อย่างเดียว แต่ไม่สามารถร่วมทุกข์ไปด้วยกันได้ ตรงข้ามกับคนที่เราไม่เคยเห็นข้อดีของพวกเขา แต่กลับเป็นพวกเขาเองที่มาร่วมสู้ไปด้วยกันกับเรา นี่ล่ะคือมิตรภาพของเพื่อนแท้ มหา ลัย เที่ยงคืน เรื่อง จริง

 

สปอยหนัง มหาลัยเที่ยงคืน

 

และเหล่าวิญญาณก็ยอมรับว่าแต่งหน้าได้น่ากลัวจริงแบบโอเวอร์ตั้งใจหลอกหลอนคนดูเต็มที่จนคล้ายล้อเลียนผีในหนังสยองขวัญมากมายกลาย ๆ พวกสไตล์ตุ้งแช่ก็มีแบบเราสามารถรู้ได้เอง ไม่มีหลอกมาตุ้งแช่ทีหลัง แต่ผีหล่ออย่างคุณเขาก็มีนะ คอยช่วยเหลือสตาร์หลายอย่าง และผีหล่อคนนี้เองที่จะเป็นกุญแจไขปมของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในห้องศูนย์เมื่อหลายปีก่อนและตัวของรองคณบดีที่มีความสัมพันธ์กันแบบซึ้งมาก

เหมาะที่จะดูกับเพื่อน แถมยังประทับใจฉากที่วิญญาณพากันมาสอบอย่างที่ตัวเองรอคอยอีกด้วย น้ำตาไหลได้เลย คือผีก็ช่วยคน คนก็ช่วยผี

 

รีวิวหนังไทย มหาลัยเที่ยงคืน

พล็อตว่าด้วยกลุ่มนักศึกษาที่สอบไม่ผ่าน (นำโดย มาร์กี้ ราศรี บาเล็นซิเอก้า) พวกเขาเลยถูกนัดมาเพื่อเรียนคาบซ่อมพิเศษในยามราตรี ซึ่งคาบที่ว่านี้สอนโดยท่านรองอธิการครับ โดยเวลาเรียนจะเริ่มดึกๆ ไปจนถึงก่อนเที่ยงคืน แต่ท่านรองก็พยายามกำชับว่าพอเลิกแล้วให้รีบออกจากห้องก่อนเที่ยงคืน

เหตุผลก็คงเดาได้น่ะนะครับ ก็เพราะถ้ามันเกินเที่ยงคืนไปล่ะก็ อาจจะมีผีสางมาเรียนเป็นเพื่อนด้วยนั่นเอง แต่ก็นั่นแหละครับ มันก็ต้องมีคนไม่เชื่อพยายามลองของ สุดท้ายก็เจอของสมใจอยาก เพราะปรากฏว่ามีผีปรากฏตัวในอาคารแห่งนี้หลังเที่ยงคืนจริงๆ

เมื่อดูจนจบแล้ว ผมโอเคนะ จริงๆ คือค่อนข้างชอบในครึ่งหลังของหนังจนอดคิดไม่ได้ว่าถ้าครึ่งแรกหนังลดทอนช่วงที่มันต๊องๆ ออกไป หรือมีแค่ไม่ต้องเยอะ แล้วหันมาเน้นประเด็นหลักอย่างเดียวเลยมันน่าจะโอเคกว่านี้เยอะ ดีไม่ดีอาจจะทำได้ใกล้ๆ กับ “น้ำ ผีนอง สยองขวัญ” ก็ได้

 

สปอยหนัง มหาลัยเที่ยงคืน

 

อย่างเรื่องน้ำ ผีนองนั้น ผมว่ามันพอดีน่ะครับ ขำก็ขำแบบเต็มๆ แต่หนังก็ไม่ลืมว่าตัวเองกำลังจะเล่าเรื่องอะไร เรียกว่าความขำเป็นแค่ส่วนประกอบ แต่แก่นหลักจริงๆ ที่เป็นสิ่งที่มีสาระและความประทับใจนั้นหนังก็ไม่ได้ทิ้งให้หายไปไหน และพยายามย้ำสิ่งเหล่านั้นอยู่เรื่อยๆ จนทำให้หนังกลายเป็นความสนุก สยอง แบบพอดีไป

เรื่องนี้ถ้าไม่นับตอนต้นๆ แล้ว หนังก็ถือว่ามีทิศทางชัดอยู่ครับ พวกนักศึกษาสอบตกมาสอบซ่อมแล้วก็เจอดี วิ่งหนีผีจนแทบไม่กล้ามาเรียน แต่ขณะเดียวกันก็มีปมให้ตัวละครตามสืบว่าแล้วตกลงมันเพราะอะไรผีถึงต้องมาโผล่ที่นี่หลังเที่ยงคืน ซึ่งปมที่ว่าก็ถือเป็นอะไรที่น่าสนใจไม่น้อย คือมันอาจไม่ได้ใหม่น่ะครับ แต่หนังนำเสนอได้พอเหมาะดี มหาลัยเที่ยงคืน pantip

แล้วพอปมเฉลยแล้ว หนังก็ยังต่อด้วยประเด็นดีๆ อย่างเรื่องความพยายาม, ความรับผิดชอบ อีกทั้งมิตรภาพประดังกันเข้ามาในตอนไคลแม็กซ์ เรียกว่าเป็นการลงเอยที่ดีเลยครับ มันทำให้หนังเรื่องนี้เป็นมากกว่าแค่หนังวัยรุ่นฮาๆ วิ่งหนีผี เพราะมันมีประเด็นดีๆ มาสอนใจให้คนคิดตามด้วย

 

รีวิวหนังไทย มหาลัยเที่ยงคืน

ในแง่การแสดงถือว่าดีเลยครับ มาร์กี้เล่นได้น่ารักดี ตอนแรกก็มีคำถามนะว่าทำไมมาร์กี้ถึงมาเล่น พอดูแล้วก็พบว่าหลายฉากมันเป็นซีนอารมณ์ครับ แล้วมารฺ์กี้เองก็สามารถดึงอารมณ์ในซีนนั้นๆ ได้ดีด้วย แต่ที่ทึ่งมากหน่อยคือโทนี่ รากแก่นครับ เล่นไม่ห่วงลุค (จริงๆ ตัวละครของเขาอยู่ตรงโปสเตอร์นะครับ แต่หลายคนอาจไม่รู้มาก่อนว่า 555) และก็แน่นอนว่าเขาเล่นได้ดีเช่นเคยครับ

บทสมทบรอบๆ ก็ถือว่าโอเคเช่นกันครับ เสริมอารมณ์ฮาได้ แต่ก็อย่างที่บอกนั่นแหละว่าตอนต้นๆ หนังใช้เวลาไปกับเรื่องนอกลู่นอกทางค่อนข้างเยอะ ชนิดที่ถ้าหนังฉายตามฟรีทีวีแล้วเราเปิดไปดูเข้าล่ะก็ ความรู้สึกสนใจใคร่ดูของหลายๆ คนอาจหดหายก็ได้ เพราะมันดูไม่เป็นชิ้นเป็นอันเท่าไร

ก็เลยอยากจะบอกให้รู้กันไว้ครับ ว่าหากรู้สึกว่าตอนต้นมันเลอะๆ ก็อย่าเพิ่งเลิกดู ขอให้รออีกสักหน่อยครับ รอจนพวกนักศึกษาเริ่มเรียนและเริ่มเจอผีหลอกก่อน แล้วความน่าติดตามมันจะค่อยๆ เพิ่มขึ้นตามลำดับ (สารภาพเลยครับว่าถ้าผมไม่ใช่คนประเภท “ดูแล้วต้องดูให้จบ” ล่ะก็ ผมก็คงหยุดดูตั้งแต่ 30 นาทีแรกเหมือนกัน)

โดยรวมแล้วถือเป็นหนังผีผสมฮาที่ทำได้เข้าท่าเลยครับ จนทำให้ผมอยากเห็นหนังผีสไตล์นี้ออกมาอีกนะ ประเภทหนังผีผสมฮาแล้วแทรกสาระดีๆ (ที่หากพิจารณาดีๆ แล้วก็สามารถเอาไปใช้ประกอบกับชีวิตจริงของเราได้เลยล่ะ) หนังแบบนี้ดูได้เรื่อยๆ ครับ

 

 

เป็นหนังที่มีความบันเทิงหลายอารมณ์ รวมๆ แล้วเป็นหนังผีที่ไม่เน้นความน่ากลัวเท่าไหร่นะ ออกจะไปในทางตลกโปกฮาซะมากกว่า น่ากลัวนิดๆ ตุ้งแช่หน่อยๆ ดราม่าก็ได้.. บรรยากาศในหนัง และฉากผีหลอกแต่ละตอน ไม่ได้แปลกใหม่ แต่ก็ถือว่าทำได้น่ากลัวดีนะ แอบเสียดายที่มีอยู่น้อยไปหน่อย ถ้าผสมกันอย่างพอดีกว่านี้ระหว่างความน่ากลัว กับตลก หนังจะสนุกขึ้นมากเลยทีเดียว

ตัวหนังมีเนื้อหาที่มีแก่นไอเดียน่าสนใจที่ว่า ห้องเรียนที่สร้างมาเพื่อให้นักศึกษาที่ตายไปก่อนเรียนจบ ได้กลับมาเรียนมาสอบเพื่อจบการศึกษา จะได้ไปเกิดแบบไม่มีห่วง แต่ก็อย่างที่บอก มันน่าจะสนุกกว่านี้ได้อีกเยอะนะ แต่ที่มาที่ไป ไปๆ มาๆ กลับดูไม่ค่อยมีเหตุมีผลเท่าไหร่.. มุกตลกในหนังถือว่ามีเยอะมาก เรียกว่าตั้งใจหามายัดใส่คนดูรัวๆ แบบไม่สนใจคุณภาพ บางมุกก็พอได้ บางมุกก็แป๊กไปเลย เงียบกริบ บางฉากยาวเกินไปที่จะใช้เพื่อเล่นมุกมุกหนึ่ง และตัวนักแสดงที่ต้องตลก กลับเอาไม่อยู่เลยสักคนเดียว ตั๊ก บริบูรณ์ ที่ว่าฮา มาเล่นเรื่องนี้กลับเละซะงั้น.. ส่วนตัวคิดว่า มุกตลกในหนังผีที่ดีเนี่ย มันต้องทำให้เราลุ้นไปกับความสยอง และแฝงความตลกระหว่างที่กำลังลุ้นไปด้วยพร้อมๆ กัน

มาร์กี้ กับหนังเรื่องแรก ก็ถือว่าเล่นได้น่ารักสดใสตามสไตล์ของเธอ ที่เราคุ้นตากันในจอโทรทัศน์ แต่กลับไม่เหมาะกับบทของเรื่องนี้เท่าไหร่ และที่อดพูดถึงไม่ได้คือ โทนี่ รากแก่น กับบทบาทโอตาคุหื่นๆ ที่คุณไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อนแน่ๆ เรียกว่าแย่งซีนคนอื่นหมดเลยทีเดียว

 

ข้อคิดดี ๆ จากหนัง

มหา ลัย เที่ยง คืน ภาค 2 ได้ทำให้เราเห็นความสำคัญของการเรียนว่าหากคุณมีความตั้งใจที่จะศึกษาจนจบได้สำเร็จก็จะรู้สึกภาคภูมิใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แม้ระหว่างเรียนจะรู้สึกเบื่อหน่ายและบ่นตามเรื่อง แต่พอจบแล้วคุณก็จะคิดถึงความทรงจำ มิตรภาพระหว่างเพื่อนและครูอาจารย์มาก สิ่งต่าง ๆ เป็นประสบการณ์ให้คุณสามารถนำไปใช้เมื่อทำงานได้แน่นอน เมื่อมีโอกาสก็จงตั้งใจเรียนเพื่ออนาคตของเราเถอะ
สำหรับคะแนน รีวิวหนัง มหาลัยเที่ยงคืน เริ่มที่ส่วนของนักแสดง ผมต้องชม “มาร์กี้ ราศรี” ที่ในเรื่องนี้เธอเล่นได้น่ารักมากมาย เป็นตัวของตัวเอง ดูเป็นธรรมชาติ และอีกคนที่ต้องชมเชยเป็นพิเศษ คือ “โทนี รากแก่น” ที่รับบทเป็น “โอตาคุ” เขาเล่นได้เนิร์ดดี และ ดูโรคจิตมากๆ คือฉีกจากบทบาทเดิมๆ ที่เราชินตา ผมค่อนข้างทึ่งในความสามารถทางการแสดงของเขาในเรื่องนี้ ในส่วนของนักแสดงนำ

ในส่วนของความฮาและความสนุกสนาน ในหนังเรื่องนี้จะทำอะไรที่ดูบ้าๆ บอๆ ออกมา จนกลายเป็นขำมากกว่าน่ากลัว แม้หลายมุกจะแป๊กไปบ้าง แต่ยังมีมุกที่เรียกเสียงหัวเราะจากผู้ชมในโรงได้เป็นระยะๆ ถือว่าสอบผ่านไปได้ในส่วนนี้ สำหรับในส่วนของการดำเนินเรื่อง ส่วนตัวผมมองว่า นี่คือจุดอ่อนของหนังเรื่องนี้ เพราะการดำเนินเรื่องไม่ค่อยลื่นไหลเท่าที่ควร หลายฉากหลายตอนที่ไม่จำเป็นต้องมี ก็กลับมีขึ้นมา หลายฉากก็ไม่เห็นมีที่มาที่ไปคือ คนดูๆ แล้วก็ไม่เข้าใจว่า ทำไมต้องมีฉากนี้ด้วย จริงๆ แล้วเนื้อเรื่อง มหาลัยเที่ยงคืน ถือว่าค่อนข้างดีเลยทีเดียว แต่วิธีการเล่าเรื่องกับการลำดับเรื่องราวต่างๆ ยังไม่โดนใจผมเท่าไร ในส่วนนี้ผมให้ไว้ที่ 7.5/10

 

 

สรุปคะแนน รีวิวหนัง มหาลัยเที่ยงคืน ผมให้ที่ 8.5/10 ดูเอาขำดูเอาฮา ดูความน่ารักของมาร์กี้ และดูบทบาทความเนิร์ดของ โทนี่ รากแก่น รับรองไม่ผิดหวัง แต่หากต้องการดูเพื่อสยองขวัญน่ากลัว แบบมีเหตุผล มีที่มาที่ไป ชวนให้ขบคิดตามไปด้วย ท่านอาจจะผิดหวัง อย่างไรก็ตามโดยรวมถือเป็นหนังผีที่เรียกเสียงหัวเราะได้ค่อนข้างดีอีกเรื่องหนึ่งในปีนี้ และตามความเห็นส่วนตัว ผมชอบหนัง “มหาลัยเที่ยงคืน” นี้มากกว่าหนังผีอีกเรื่องของค่ายเดียวกันก่อนหน้านี้
เป็นหนังผีที่ดูแล้วได้อารมณ์ทูอินวันครับ ในแง่หนึ่งคือมันมีทั้งอารมณ์สยองขวัญผีๆ สางๆ ผสมกันความตลกตามสไตล์หนังผีไทย… แต่ “ทูอินวัน” ที่ผมบอกตอนต้นนั้น ไม่ได้หมายถึงแค่เรื่องโทนของหนังเท่านั้นหรอกครับ

ทูอินวันที่ว่าคือ ช่วงต้นๆ เรื่องของหนังมันทำให้ผมรู้สึกเรื่อยๆ ในบางโมเมนต์มันทำให้ผมคิดด้วยซ้ำว่าหนังคงจะไม่มีอะไรเด่น ดูเป็นหนังผีวัยรุ่นขำๆ ที่มีอะไรต๊องๆ เป็นพักๆ หรือไม่ก็สถานการณ์เว่อร์ๆ ที่ดูแล้วเข้าใจน่ะครับว่าพยายามจะขายขำ แต่บางอารมณ์ก็รู้สึกว่ามันเลอะๆ อยู่เหมือนกัน

นาคี ๒ รีวิวหนังไทย

นาคี ๒ รีวิวหนังไทย

นาคี ๒ รีวิวหนังไทย

 

รีวิวหนังไทย นาคี ๒ เป็นภาพยนตร์ไทยแนวแฟนตาซี-ระทึกขวัญในปี พ.ศ. 2561 สร้างมาจากนวนิยายในชื่อเดียวกันของตรี อภิรุม ผลิตโดย ดู เอ็นเตอร์เทนเม้นท์, เซิร์ช เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ และบีฮีมอธ แคปิตอล จัดจำหน่ายโดยเอ็ม พิคเจอร์ส กำกับโดย พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง และนำแสดงโดย ณเดชน์ คูกิมิยะ, อุรัสยา เสปอร์บันด์, ภูภูมิ พงศ์ภาณุภาค, ณฐพร เตมีรักษ์ และลักขณา อมิตรสูญ โดยฉายอย่างเป็นทางการในวันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2561 ภาพยนตร์ทำรายได้ ภาพยนตร์ทำรายได้ 161.19 ล้านบาท (กรุงเทพ ปริมณฑล และเชียงใหม่) และ 417.55 ล้านบาท (ทั่วประเทศ)

เรื่องย่อ

เรื่องราวของ “สร้อย” (อุรัสยา เสปอร์บันด์) สาวดอนไม้ป่า ผู้เติบโตมาพร้อมกับความเชื่อและศรัทธาต่อเจ้าแม่นาคี เธอช่วยยายขายดอกไม้ถวายเจ้าแม่ และคอยดูแลเทวาลัยแห่งนี้ สร้อยจึงมีความผูกพันกับเจ้าแม่นาคีเป็นอย่างมาก แต่หลังจากที่ “ร.ต.อ.ป้องปราบ” (ณเดชน์ คูกิมิยะ) ถูกย้ายมาประจำที่ สภ.ดอนไม้ป่า ก็เกิดคดีสะเทือนขวัญขึ้นอย่างมากมาย โดยหลายคดีเกิดขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ และมีเงื่อนงำที่คลี่คลายไม่ได้ โดยชาวบ้านต่างปักใจว่าเป็นฝีมือของ เจ้าแม่นาคี ที่กำลังออกอาละวาดอีกครั้งและเหตุการณ์ยิ่งพาให้ชาวบ้านต่างแน่ใจว่า สร้อย เป็นร่างประทับของเจ้าแม่นาคี แม้แต่ตัวสารวัตรป้องปราบเองซึ่งไม่เคยเชื่อในเรื่องราวลี้ลับเหนือธรรมชาติ ยังลังเลต่อคำกล่าวหาที่สร้อยได้รับ จนทำให้เขาต้องค้นหาความจริงเบื้องหลังคดีลึกลับในดอนไม้ป่าแห่งนี้ เตรียมเผชิญหน้ากับสิ่งที่ศรัทธา สิ่งที่ไม่เห็น ไม่ได้หมายความว่าไม่มีอยู่จริง นาคี ๒ เต็มเรื่อง พากย์ไทย

 

นาคี ๒ รีวิวหนังไทย

 

ผลงานการกำกับหนังใหญ่อีกครั้ง ของ อ๊อฟ พงษ์พัฒน์ วชิระบรรจง หลังจากเว้นมือนับจาก ชิงหมาเถิด (2553) หนังเสียดสีสังคมและการเมืองไทย แล้วไปทำละครป้อนคนดูทางโทรทัศน์อยู่นาน ซึ่งเราคงได้ข่าวกันว่าเพิ่งล้มป่วยกะทันหันจากการทำงาน แต่ตัวหนัง นาคี 2 นั้นโชคดีที่ได้กำกับจนจบก่อนแล้ว หนังเรื่องนี้เป็นการสานต่อกระแสของละครฮิตเรื่อง นาคี ซึ่งป๋าอ๊อฟได้กำกับจนเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์เมื่อ 2 ปีก่อน ดูหนังฟรี,ดูหนังออนไลน์

 

นาคี ๒ รีวิวหนังไทย

โดยตอนเป็นละครนั้นได้ แต้ว ณฐพร และ เคน ภูภูมิ ประกบฉากกัน จากบทประพันธ์ของ ตรี อภิรุม นักเขียนนิยายที่มีชื่อเสียงทางสยองขวัญ ผลงานขึ้นชื่อก็มีคุ้นหูอย่าง แก้วขนเหล็ก นั่นเอง ซึ่งในภาค 2 นี้ก็ยังใช้บทประพันธ์ของ ตรี อภิรุม มา คิดโครงเรื่องสานต่อเป็นเรื่องราวอีกราว 20 ปีต่อมาจากละคร โดยพงษ์พัฒน์คิดเรื่อง แล้วได้ทีมเขียนบทที่นำโดย โขม ก้องเกียรติ โขมศิริ ผู้กำกับและมือเขียนบทแนวธริลเลอร์มือต้นๆ ของไทยมาเขียน ซึ่งทำให้พล็อตที่ดูเชยมากๆ อย่างตำรวจหนุ่มชาวกรุงเข้ามาช่วยเหลือสาวสวยบ้านป่า จากคดีเหนือธรรมชาติ ที่ชาวบ้านต่างใส่ร้ายว่าเธอคือต้นเหตุ แต่เพราะวิธีการเล่าแบบหนังสืบสวน ปนสยองขวัญ ก็ทำให้เรื่องดูสนุกน่าสนใจขึ้นมากทีเดียว

ไม่ค่อยได้เห็นในหนังไทยบ่อยนัก ส่วนจุดพร่องของการเล่าเรื่องก็มีบ้างคือการตัดตอนรวบรัดแบบกะว่าคนดูละครไทยจะเข้าใจได้อยู่แล้ว เช่น ไม่มีฉากที่ทำให้คู่พระนางรักกัน แต่ตอนจบทั้งคู่ก็จะรักกันได้ เพราะเป็นละครไทย การอนุมานใช้ความเคยชินของคนดูละครไทยอะไรแบบนั้น ก็อาจมองเป็นจุดด้อยหนึ่งของหนังได้เช่นกัน เพราะหนังในเวลาที่เท่ากันอาจเลือกวางเรื่องและอารมณ์ให้ชัดกว่านี้ นาคี 2 เต็มเรื่อง imovie

 

นาคี ๒ รีวิวหนังไทย

 

ทีมงานหนังยังได้มือรางวัลอีกหลายรายมาร่วมงาน ทั้ง สยมภู มุกดีพร้อม ผู้กำกับภาพฝีมือโกอินเตอร์ที่ล่าสุดเพิ่งทำหนังชิงออสการ์อย่าง Call Me By Your Name มารับหน้าที่กำกับภาพด้วย ซึ่งงานภาพของเรื่องนี้หลายซีนดูโดดเด่น ทั้งการใช้แสงลงในฉาก และการใช้สีตัดได้อย่างน่าสนใจ ดีเกินหน้าหนังทั่วไปอยู่หลายฉากเลย และด้านการตัดต่อก็ยังได้ ลี ชาตะเมธีกุล มือต้น ๆ ของไทยที่นาน ๆ จะรับงานตัดต่อหนังใหญ่มาตัดต่ออีกด้วย ฝ่ายศิลป์ของหนังเองก็นับว่าเนี้ยบมาก ฉากโรงพักโดนถล่มนี่คือมาสเตอร์พีซเลย ต้องบอกว่าเป็นการรวมทีมผู้สร้างที่ไม่ธรรมดา จนได้งานที่ยกระดับโปรดักชั่นจากละครขึ้นมาสมศักดิ์ศรีภาพยนตร์จอเงิน ใครดูตัวอย่างจากทีวีจากจอคอมแล้วร้องอี๋ บอกเลยว่าของจริงในโรงดูดีไม่น้อยหน้าหนังสัตว์ประหลาดของเมืองนอกเลยล่ะ ถ้านับแค่ว่ามันเป็นหนังสืบสวนสยองขวัญ สัตว์ประหลาดยักษ์ นี่น่าจะเป็นหนังไทยเบอร์ต้นในแนวทางนี้เลย ยังนึกเรื่องอื่นที่ดีเทียบเท่าไม่ค่อยออก

และในครั้งนี้ก็ได้นำคู่ขวัญละครไทยอย่าง ญาญ่า อุรัสยา และ ณเดชน์ คูกิมิยะ ที่ต่างก็ลองผ่านงานจอเงินมาแล้วทั้งคู่ อย่าง ญาญ่า ก็เพิ่งมี น้อง.พี่.ที่รัก ส่วนณเดชน์ ก็ยังจำฝีไม้ลายมือจาก คู่กรรม ได้ดี และในเรื่องนี้ยังมารับบทนำร่วมกันประกบกับคู่ขวัญเดิมอย่างแต้วและเคนอีก อย่างที่บอกว่าบทรักของหนังไม่ค่อยเด่นนัก แต่ด้วยความหวานนอกจอของญาญ่า-ฌเดชน์ ก็มากพอให้เรารู้สึกว่าตัวละครมันรักกันได้ล่ะ ก็นักแสดงเขารักกันนี่นา

หนังยังใช้เสน่ห์กลิ่นอายแบบอีสานทั้งฉากหลัง หมู่บ้าน ความเชื่อ ภาษาถิ่น ได้อย่างดีและมีเอกลักษณ์ คนอีสานน่าจะชอบอกชอบใจ ส่วนคนภาคอื่นก็ฟังเพลินสำเนียงสวย และก็รู้เรื่องเพราะหนังมีซับแปลให้อ่านเรียบร้อย สบายใจ ส่วนตัวคือชอบนะครับ ภาษาทางอีสานมันมีความสวยของมันอยู่ แล้วยังทำให้บริบทหนังมันดูสมจริงสมบูรณ์ขึ้นด้วย ที่สำคัญยังทำให้การเล่นบทตลกของ อี๊ด โปงลางฯ กับ ปอยฝ้าย มาลัยพร ในบทคู่หูตำรวจเสียงอีสานดูตลกขึ้นจมด้วย ทำให้ช่วงต้นของหนังดูสนุกขึ้นด้วย

 

จุดอ่อนของหนัง

นาคี ๒ รีวิวหนังไทย จุดอ่อนของหนังไทยอย่างเรื่องของซีจีต่าง ๆ ต้องยอมใจผู้สร้างที่แม้ทุนมากขึ้น โดยมีให้กับการทำซีจีนับ 20 ล้านบาท และมีตัวเลือกจะใช้บริษัทต่างชาติที่ผ่านงานระดับโลกมาทำก็ตาม แต่ป๋าอ๊อฟแกหัวชนฝาให้เป็นหนังเมดอินไทยแลนด์ จึงใช้บริการ Fatcat บริษัทที่ทำกราฟฟิกให้ในละคร นาคี มาสานต่องานเดิม ด้วยความละเอียดและทุนที่มากขึ้น เป็นเรื่องที่น่าภูมิใจเหมือนกันเพราะ หนังทำออกมาได้ใกล้เคียงงานสากลแบบไม่อายเลย มีที่หลุด ๆ อยู่บ้างก็เรียกว่าน้อยจนให้อภัยได้

 

นาคี ๒ รีวิวหนังไทย

 

นอกจากดนตรีประกอบที่ผสมความทันสมัยกับสำเนียงเพลงอีสานหวนไห้ได้อย่างน่าสนใจแล้ว เพลงประกอบหนังอย่าง สายแนนหัวใจ ของ ก้อง ห้วยไร่ เจ้าเก่าเองก็น่าจะติดหูและเป็นที่นิยมได้ไม่ยากเช่นกัน นี่พอหนังจบไม่อยากลุกเลย ฟังเพลงไปอินดีมาก

 

วิเคราะห์ เรื่องราวในหนัง

นาคี ๒ รีวิวหนังไทย เรื่องราวในภาคนี้เกิดขึ้นต่อจากภาคแรก เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น 60 ปี คือปี 60 โดยถ่ายทอดผ่าน 2 ตัวละครหลัก ได้แก่ สร้อย (รับบทโดย ญาญ่า) เด็กสาวขายดอกไม้ที่เติบโตมากับตำนานเจ้าแม่นาคี และสารวัตรป้องปราบ (ณเดชน์) ตำรวจที่ถูกย้ายมาประจำในหมู่บ้านที่เต็มไปด้วยความเชื่อ โดยดำเนินเรื่องแบบยึดเค้าโครงเดิมคือ ความเชื่อเรื่องพญานาค หรือ “เจ้าแม่นาคี” ในภาคอีสานเป็นหลัก

เริ่มต้นที่นักแสดงนำอย่าง ณเดชน์ และญาญ่า ด้วยความที่ทั้งคู่ผ่านงานแสดงบนจอภาพยนตร์มาแล้วทั้งคู่ รวมทั้งผลงานบนจอแก้วอีกนับไม่ถ้วน นั่นทำให้เรื่องแอคติ้งไม่ต้องมีอะไรน่าเป็นห่วง ทั้ง 2 คนสามารถถ่ายทอดซีนอารมณ์ออกมาได้สมฝีมือ และโดยเฉพาะกับญาญ่า ที่ในหนังเรื่องนี้ได้เผยมุมที่คนดูอาจไม่เคยเห็นมาก่อนด้วยการพูดภาษาอีสานตลอดทั้งเรื่อง ส่วนคำแก้ว และทศพลจากภาคที่แล้ว แม้ว่าจะมีฉากออกมาให้เห็นไม่มากอย่างที่เราคิด แต่เรื่องการแสดงก็ทำได้ดีแบบไม่น่าผิดหวัง youtube นาคี 2 เต็มเรื่อง

 

 

สิ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้ในหนังเรื่องนี้เลยก็คือ CG ที่อลังการและสมจริงมากยิ่งขึ้นเมื่อเทียบกับละคร หลายๆ คนอาจจะเคยได้เห็นกันไปแล้วในภาคแรก รวมถึงในตัวอย่างหนัง แต่เมื่อไปอยู่บนจอยักษ์แล้ว ก็ทำให้ได้อรรถรสและความสมจริงมากขึ้นอีก ซึ่ง CG อาจเรียกได้ว่าเป็นจุดแข็งของหนังเรื่องนี้เลยก็ว่าได้

แม้ว่าจะในภาคที่แล้วจะชูเรื่องราวความรักมาควบคู่กับความเชื่อ แต่ในภาคนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างพระเอกกับนางเอก ไม่ได้ถูกสะท้อนออกมาให้เห็นมากนัก บวกกับการดำเนินเรื่องแบบเรื่อยๆ จึงอาจทำให้ดูแล้วเบื่ออยู่บ้าง แต่ก็ได้ 2 นักแสดงสมทบอย่าง อี๊ด โปงลางสะออน และปอยฝ้าย มาลัยพร ซึ่งรับบทจ่าและดาบตำรวจ มาสร้างเสียงหัวเราะให้คนดูได้อยู่เป็นระยะๆ

“สิ่งที่ไม่เห็น ไม่ได้แปลว่าไม่มี”

“ในบางสถานที่ ความเชื่อก็กลับอยู่เหนือกฎหมาย”

อย่างที่ได้เล่าไปแล้วในตอนต้น ด้วยความที่เนื้อหาหนังเน้นเรื่องของความเชื่อ และประเพณีเป็นหลัก บวกกับการเล่าเรื่องแบบเรื่อยๆ และคลายปมอย่างรวดเร็วในตอนท้าย ทำให้ “นาคี ๒” อาจเป็นหนังที่ไม่ได้ตรงใจคนที่ไม่อินเรื่องเหนือธรรมชาติ หรือผีสางมากนัก แต่สำหรับแฟนละครที่เคยอินกับภาคแรกมาแล้ว เรื่องราวเกี่ยวกับความเชื่อ และความอลังการบนจอยักษ์ของหนังเรื่องนี้ น่าจะเป็นสิ่งที่คุณรอคอย โดยนาคี ๒ จะเข้าฉายในวันที่ 18 ต.ค. ทุกโรงภาพยนตร์

 

นาคี ๒ รีวิวหนังไทย

เราไม่อาจจะปฏิเสธความจริงที่ว่าในปี พ.ศ.2559 ละครเรื่องนาคี ประสบความสำเร็จอย่างมากทั้งแง่ของเรตติ้ง นักแสดง รวมไปถึงความสนุก แต่ถึงอย่างนั้นเรื่องราวในเวอร์ชั่นละครก็จบลงในตัวเองอย่างสมบูรณ์และไม่มีความจำเป็นใดๆที่จะต้องสร้างภาคต่อตามออกมา เว้นเสียแต่ว่าทางผู้สร้างมองเห็นช่องทางในการ “ทำการตลาด” เพื่อผลกำไร และแน่นอนว่าเพื่อสร้างเรื่องราวบทใหม่ให้แฟนละครหายคิดถึงตัวละครอย่าง ทศพล/ไชยสิงห์ (ภูภูมิ พงศ์ภาณุ) และคำแก้ว/เจ้าแม่นาคี (ณฐพร เตมีรักษ์)

นาคี 2 จึงเป็นผลผลิตของแนวคิดดังกล่าว เพียงแต่หยิบเอาตำนานที่ว่าด้วยเจ้าแม่นาคี เอามาเล่าเรื่องราวบทใหม่ ณ “ดอนไม้ป่า” ชุมชนห่างไกลที่มีความเชื่อในเรื่องพญานาคและเจ้าแม่นาคี ชาวบ้านต่างศรัทธาและนับถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำหมู่บ้าน นอกจากนี้ยังเปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเพื่อให้ผู้คนแวะมาบูชารูปปั้นเจ้าแม่นาคี

 

 

ไม่นานนักหลังจากที่ร.ต.อ.ป้องปราบ” (ณเดชน์ คูกิมิยะ) ถูกย้ายมาประจำที่สภอ.ดอนไม้ป่า ก็เกิดคดีสะเทือนขวัญขึ้นมากมาย หลายคดีมีผู้เสียชีวิตในลักษณะการตายที่แปลกประหลาดเหมือนโดนสัตว์ใหญ่ทำร้าย ขณะเดียวกันในละแวกที่เกิดเหตุ สร้อย (อุรัสยา เสปอร์บันด์) สาวที่คอยดูแลเทวาลัยเจ้าแม่นาคีก็มักจะไปป้วนเปี้ยนอยู่ตลอดเวลา นั่นจึงกลายเป็นเหตุผลที่ทำให้ชาวบ้านปักใจเชื่อว่า สร้อยคือร่างประทับของเจ้าแม่นาคี สารวัตรป้องปราบจึงพยายามสืบสาวหาคำตอบของเรื่องราวสุดพิสดารครั้งนี้ให้ไวที่สุดก่อนที่จะมีเหยื่อรายต่อไปเพิ่มขึ้นอีก นาคี 2 เต็มเรื่อง netflix

จริงๆแล้ว นาคี 2 เปิดเรื่องมาได้น่าสนใจและพยายามจะนำเสนอรูปแบบของหนังในแนวทาง “หนังสืบสวนสอบสวน” ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์เหนือธรรมชาติ แต่ปัญหาติดอยู่ตรงจุดที่ว่า เมื่อหนังดำเนินเรื่องมาถึงจุดๆหนึ่ง เรื่องราวกลับย่ำอยู่กับที่และไม่คืบหน้าไปไหน เพราะหนังเล่าอยู่แค่ว่า เจ้าแม่นาคีได้ปรากฏตัวขึ้นและฆ่าเหยื่อในวิธีพิสดาร วนอยู่แค่จุดนั้น ยังไม่รวมไปถึงพฤติกรรมแปลกประหลาดของตัวละครที่ไม่ว่าจะเป็น “สร้อย” ที่ชอบออกไปเดินดุ่มๆตามสถานที่เกิดเหตุแบบไร้เหตุผลและพยายามจะสร้างความเคลือบแคลงใจให้คนดูเชื่อว่าสร้อยเป็นร่างทรงเจ้าแม่นาคีจริงหรือไม่ แม้จะเป็นความตั้งใจของผู้กำกับ แต่เราก็อดปฏิเสธไม่ได้เลยว่าวิธีการนำเสนอตัวละครในรูปแบบนี้เหมาะกับการทำเป็น “ละคร” มากกว่าจะเป็น “ภาพยนตร์”