รีวิวหนังไทย แสงกระสือ

รีวิวหนังไทย แสงกระสือ

รีวิวหนังไทย แสงกระสือ

รีวิวหนังไทย รีวิวหนังไทย แสงกระสือ วันหนึ่ง สาย (ภัณฑิรา พิพิธยากร), เจิด (สพล อัศวมั่นคง), ทิ้ง (ดารินา บุญชู) และน้อย (โอบนิธิ วิวรรธนวรางค์) กำลังเล่นซ่อนแอบกันอยู่ใกล้ ๆ หนังออนไลน์ล่าสุด บ้านร้างใกล้หมู่บ้าน สายบังเอิญไปเจอหีบใบหนึ่งเข้า จากนั้นจึงเลิกเล่นและกลับบ้าน วันเวลาผ่านไปเด็กน้อยเติบโตเป็นหนุ่มสาว เจิดออกเดินทางไปเรียนแพทย์ที่พระนคร เรื่องราวดูเหมือนจะปกติจนกระทั่งวันหนึ่งเจิดกลับมาที่หมู่บ้านพร้อมกับ ทัด (สุรศักดิ์ วงษ์ไทย) นักล่ากระสือที่ได้ยินมาว่ามีกระสืออยู่ที่หมู่บ้านแห่งนี้ ขณะนั้นก็เป็นช่วงเดียวกับที่สายมีอาการแปลก ๆ เธอมักจะตื่นขึ้นมาพร้อมกับกองเลือดบนที่นอนและฝันถึงกระสือบ่อย ๆ และสุดท้ายก็พบว่าตัวเธอเองเป็นกระสือ วันหนึ่งขณะที่กำลังออกหากินดันไปเจอกับพวกทัดและโดนไล่ล่าจนต้องหนีกลับบ้าน น้อยที่แอบตามแสงกระสือมาก็เจอตอนที่สายกำลังคืนร่าง ดูหนังฟรี ด้วยความรักน้อยจึงพยายามหาสัตว์เป็น ๆ มาให้สายกินเพื่อปกป้องไม่ให้เธอโดนทัดจับได้พร้อมกับออกตามหาว่านกระสือเพื่อช่วยรักษาให้สายหายเป็นปกติ สถานการณ์เหมือนจะดีขึ้นจนกระทั่งวันหนึ่งมีเด็กสาวในหมู่บ้านติดเชื้อมาจากสายและโดนทัดจับได้ หลังจากนั้นก็เริ่มมีข่าวลือว่าสายเป็นกระสือจนพ่อต้องพาสายมาพิสูจน์ให้คนในหมู่บ้านเชื่อ ขณะที่กำลังดูหนังกลางแปลงอยู่นั้นสายเกิดเจ็บหน้าอกและพร้อมจะกลายร่างเป็นกระสือพร้อมกับทัดที่เฝ้าจับตามองอยู่ทุกวินาที ดูหนังออนไลน์

 

รีวิวหนังไทย แสงกระสือ

เรื่องนี้ขอยกให้เป็นหนังในดวงใจเลยค่ะ ส่วนตัวไม่ค่อยถนัดหนังแนวนี้สักเท่าไหร่แต่หลังจากดูจบแล้วประทับใจมาก ทั้งคอสตูมเอย ฉาก สถานที่ การจัดวางโครงเรื่อง และที่สำคัญที่สุดคือนักแสดงเล่นดีมาก ฉากตอนที่สายกำลังจะถอดหัวคือมันดูเจ็บ มันดูทรมาณจดเราอดสงสารนางเอกไม่ได้ค่ะ ส่วนยพระเอกก็ดูออกเลยว่ารักนางเอกมาก จากที่ไม่เคยเชื่อเรื่องผีสางก็ต้องเปลี่ยนความคิดและทำทุกวิถีทางเพื่อเปลี่ยนให้นางเอกกลับมาเป็นปกติ ยิ่งฉากจูบที่ดงว่านกระสือนี่ทั้งฟิน ทั้งเขินปนกลัวไปพร้อม ๆ กันเลยค่ะ

หนังผีไทย ๆ ส่วนใหญ่มักจะมุ่งไปทางตลกโปกฮา เน้นดูง่ายเบาสมองหรือไม่ก็ไปในทางหนังผีสยองขวัญมีฉากตุ้งแช่เยอะ ๆ แต่กับหนังผีเรื่อง “แสงกระสือ” จะฉีกแนวจากที่ว่ามา เพราะว่ามันเป็นหนังผีสยองขวัญ+รักโรแมนติก เป็นความแปลกใหม่ของหนังไทยที่นาน ๆ จะเกิดขึ้น แถมมาตรฐานยังทำได้ดีกว่าหนังผีไทยที่ผ่านมาอีกด้วย

รีวิวหนังไทย แสงกระสือ

แสงกระสือจะหยิบเรื่องราวของตำนานผีกระสือมาเรียบเรียงใหม่ ว่าด้วยเรื่องราวของ “สาย” หญิงสาวผู้ใฝ่ฝันจะเป็นพยาบาล แต่ได้เกิดเหตุการณ์บางอย่างทำให้กลายเป็นผีกระสือ สร้างความหวาดกลัวแก่คนในหมู่บ้าน ขณะที่ “น้อย” กับ “เจิด” เพื่อนของเธอก็ได้ตกหลุมรักเธอพร้อม ๆ กัน ศึกหัวใจมีได้คนเดียว แต่ศึกภายนอกกับการตามล่ากระสือเองก็เช่นกัน งานนี้ สาย ต้องหนีเอาตัวรอดให้ได้และต้องเลือกรักแท้เพียงหนึ่งเดียว

kissการที่ แสงกระสือ นำตำนานที่คุ้นเคยของคนไทยมาเล่าใหม่ มันก็ทำให้เรื่องราวดูทันสมัยไม่เฉิ่มเชย ตอบโจทย์วัยรุ่นด้วยการผูกเรื่องความรัก 3 เส้าเข้ามาด้วย ก็เป็นอะไรที่สูตรสำเร็จแต่ก็ใช้ได้ผลทุกที ที่มาที่ไปของกระสือมีการอธิบายชัดเจนว่า เจ้าผีสางตัวนี้มันมาจากอะไร มีวิธีติดต่อ-กลายพันธ์อย่างไรบ้าง ซึ่งดู ๆ ไปแล้วก็ให้อารมณ์ผีซอมบี้แบบฉบับไทย ๆ นี่แหละ

งานโปรดักชั่น งานถ่ายภาพหรือสถานที่โลเคชั่นการถ่ายทำ บอกเลยว่าดูดีมาก โดยในเรื่องจะเล่าเรื่องราวในเขตชนบทห่างไกลจากเขตพระนคร อาคารสถานที่ให้บรรยากาศอึมครึมไม่น่าไว้วางใจ แม้กระทั่งในฉากตอนกลางวันก็ยังให้ความรู้สึกสยอง บวกกับดนตรีประกอบในภาพยนตร์เรื่องนี้ก็พยายามบิ้วท์ เร่งเร้าอารมณ์ให้คนอินกับหนังเหลือเกิน ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องดีและหายากทีเดียวที่หนังไทยมีดนตรีประกอบขับเคลื่อนอารมณ์คนดู

รีวิวหนังไทย แสงกระสือ

บทภาพยนตร์ก็เป็นอีกสิ่งที่ทำให้แสงกระสือ

ดูดีกว่าหนังไทยเรื่องอื่น ๆ ที่ผ่านมา มีปมปริศนาการเล่าเรื่องที่ชวนติดตาม มีลูกเล่นชั้นเชิงให้คิดตามตลอด ความดราม่าใส่ได้สุดหรือความรักของตัวละครหลักก็ทำได้ดี จนนำไปสู่โศกนาฏกรรมที่แสนเศร้า และที่น่าสนใจก็คือภายใต้แวหนังสยอง-โรแมนติก มันก็มีความเป็นหนัง “แอ็คชั่น” แฝงนิดหน่อยด้วย เชื่อว่าหากนำส่วนของฉากแอ็คชั่นไปต่อยอดก็เรียกว่าน่าสนใจมาก ๆ ทีเดียว

ตัวละครหลักในเรื่องมีความสำคัญ แม้กระทั่งตัวละครรอง ๆ ก็ส่งผลต่อเนื้อเรื่องหลัก สามารถนำไปแก้ประเด็นที่ผูกไว้ บ่งบอกได้ว่าทีมงานใส่ใจกับบทตัวละครได้ดี นางเอกของเรื่อง (มินนี่ – ภัณฑิรา พิพิธยากร) แสดงดีมาก ทั้งในตอนที่เป็นคนหรือกระสือ ซึ่งการแสดงสีหน้าตอนเป็นผีเผลอ ๆ ทำได้ดีกว่าด้วยซ้ำ ส่วนนักแสดงคนอื่น ๆ ที่สมทบก็ทำได้ดีไม่แพ้กันช่วยเสริมให้หนังมีสีสันมากขึ้น

รีวิวหนังไทย แสงกระสือ

รีวิวหนังไทย แสงกระสือ

ก็จัดว่าดีงาม อาจเป็นเพราะว่าโทนหนังจะเน้นที่ตอนกลางคืนมากกว่าก็เลยเป็นเรื่องง่ายที่จะทำให้ CGI ดูเนียนตา กลืนไปกับสภาพแวดล้อมรอบข้าง แต่รวมแล้วจัดว่าดีทั้งฉากหรือตัวผีกระสือและ “ปีศาจ” ที่ออกแบบได้ดีสมจริง ไม่ดูตลกโปกฮา รายละเอียดการ Make up จำพวกบาดแผลฉีกขาด เน่าเปื่อย สิ่งเหล่านี้เก็บรายละเอียดได้ดี รู้สึกชวนแหวะกันเลยทีเดียว

สรุปแล้วแสงกระสือเป็นหนังไทยที่โดดเด่นเรื่องความสร้างสรรค์แปลกใหม่ ไม่จำเจอยู่กับความตลกหรือสยองที่เห็นกันดาษดื่น แสดงให้เห็นว่าแม้เป็นผีแต่ก็มีความรักได้เหมือนกัน แต่ว่าเรื่องนี้ก็มีข้อเสียรายทางอยู่บ้างกับบางฉาก ตัวละครบางตัวที่ยังไม่เคลียร์ใจเท่าไหร่ ประเด็นของตัวละครชื่อ “เจิด” น่าจะขยี้ได้มากกว่านี้ มันจะได้ส่งอารมณ์ให้บทของเขาดูน่าเชื่อถือ-น่าสงสารเขามากขึ้น

จำ “จูบแรก” ของคุณได้ไหม? เด็กสาวแรกรุ่นในหมู่บ้านอันห่างไกล ค้นพบว่าแท้จริงแล้วเธอไม่ใช่มนุษย์เหมือนคนอื่น แต่สืบเชื้อสายมาจากเผ่าพันธุ์เก่าแก่ในตำนานที่ถ่ายทอดกันผ่านทางน้ำลาย มีเพียงเด็กหนุ่มคนเดียวในหมู่บ้านที่รู้ความจริง และพยายามปกป้องเธอจากการไล่ล่าของชาวบ้านที่หวาดกลัวผีกระสือ ความใกล้ชิดของทั้งสองเริ่มก่อตัวขึ้นเป็นความรัก ขณะที่อสูรกายอีกสายพันธุ์หนึ่งก็ต้องการหัวใจของเธอเพื่อความเป็นอมตะ หนทางที่เธอจะอยู่รอดคือหนีออกจากหมู่บ้าน หรือการเผชิญหน้ากับศัตรูที่ตามล่า… แล้วเขาจะปกป้องเธอได้หรือไม่

หนังไทยแนวแฟนตาซีเฮอร์เรอร์ที่โปรดักชั่นน่าดูมากถึงมากที่สุดเรื่องหนึ่งของปีนี้เลย สำหรับหนังผีกระสือ ผีโบราณที่แปลกแหวกความรู้สึกคนยุคใหม่ แต่ก็ทำออกมาได้รสชาติสากลแต่มีความขลังในแบบไทยสูงมาก ใครเด็กยุค 90 น่าจะจำละครช่อง 7 ที่มีกระสือยายสายและเนื้อเพลง “กระสือกลางวันมันเป็นหญิง มีทุกสิ่งธรรมด๊า ธรรมดา” ได้เป็นอย่างดี เรียกว่าเป็นอีกผีที่คู่ขวัญชาวไทยมาตลอดเช่นกัน

รอบนี้ค่าย ทรานสฟอร์เมชั่น ได้นำผู้กำกับ โดม-สิทธิศิริ มงคลศิริ ผู้กำกับ Last Summer ฤดูร้อนนั้น ฉันตาย มาถ่ายทอดจินตนาการเหนือจริง พร้อมด้วยดารานักแสดงรุ่นใหม่ในบทนำทั้ง โอบ-โอบนิธิ วิวรรธนวรางค์, มินนี่-ภัณฑิรา พิพิธยากร และ เกรท-สพล อัศวมั่นคง และยังเป็นการคืนจออีกครั้งของดารารุ่นใหญ่อย่าง เอ็ม-สุรศักดิ์ วงษ์ไทย ด้วย เรียกว่าทั้งโปรดักชั่น ซีจี ดารา น่าตื่นตาตื่นใจไปหมดทีเดียวเชียว

สิ่งที่ต้องชื่นชมอย่างมากคือความพิถีพิถันระดับงานคราฟต์ ของผู้สร้างหนัง คือ การถ่ายภาพ ไลท์ติ้ง โลเกชั่น อาร์ตไดฯ คอสตูม แต่งหน้า เทคนิคพิเศษ รวมถึงซีจี คือเนี้ยบมาก ทำดีต้องชมครับ ความตั้งใจนี่ถ่ายทอดมาให้เห็นในทุกเม็ดทุกดอกของหนังเลย และส่วนที่สำคัญมากคือ รสนิยมดี ดีตั้งแต่เริ่มคิดโปรเจ็กต์ พูดถึงกระสือเราก็ติดภาพเก่า ๆ แต่ผู้กำกับโดมกลับมองต่างออกไป ผีกระสือไม่ใช่ความแหวะ แต่มันคือความงดงามในแบบหนึ่ง แสงของกระสือคือแสงแห่งความยวนใจ ไม่ใช่ความสยอง


ผู้กำกับชี้ให้เห็นความต่างของเวอร์ชั่นนี้กับที่ผ่านมาว่า “ในฐานะคนดูหนังพอนึกถึงกระสือเรามักจะยึดติดกับผีสาวที่มีหัวกับไส้และกินอาจม แต่ทางทรานส์ฟอร์เมชั่นพูดขึ้นมาว่า แล้วทำไมเราไม่ทำออกมาให้มันดีล่ะ คำนี้ท้าทายผมมาก โจทย์ในหัวของผมก็คือจะทำยังไงให้ออกมาเป็นกระสือสวยงาม”

คำว่าสวยงามนี้สำคัญมากเหมือนเป็นคีย์ของโปรดักชั่นโดยรวมเลยทีเดียว และก็ตอบโจทย์การผสานงานอาร์ตกับงานบันเทิงที่ลงตัว นี่น่าจะเป็นปัจจัยความสำเร็จของหนังในตลาดเมืองนอกแน่ ๆ

สิ่งที่ต้องชมต่อมาคือ

การแสดง คือเราต้องไม่ลืมว่า บทนำ 3 คนนั้น มีถึง 2 คนที่จัดได้ว่าหน้าใหม่เลย และอีก 1 คนอย่างโอบ-นิธิ ก็ยังอยู่ในช่วงของการพิสูจน์ตัวเอง ทว่าการแสดงของทั้งสาม คือเอาอยู่ ไม่ใช่เอาอยู่ธรรมดามันรีดเร้นพลังตั้งแต่หัวใจมาถึงสายตาในการแสดงทีเดียว ต้องยอมรับว่า เราไม่ค่อยเห็นหนังไทยที่ดึงพลังการแสดงด้วยสายตามากนัก ในขณะที่หนังต่างชาติเขาทำเป็นเรื่องปกติ การที่หนังเรื่องนี้ทั้งให้จังหวะเวลาที่พอดี ให้การกำกับการแสดงที่ถูกต้อง และได้การแสดงที่ตรงโจทย์สื่อความอย่างสร้างสรรค์ จึงเป็นพลังด้านการแสดงที่ทำให้เราตราตรึงมากเช่นกัน นี่ยังไม่นับมาตรฐานการแสดงของดารารุ่นเก่าทั้งหลายที่มาช่วยขับเคลื่อนเรื่องซึ่งดีเป็นทุนแล้ว และการแสดงของตัวประกอบที่ชัดเจนว่าไม่ได้คัดมาแบบขอไปที แต่ตัวประกอบทุกตัวมีเรื่องราวมีการแสดงที่ส่งหนังได้อย่างน่าสะพรึง

ในด้านเนื้อหา หนังได้มะเดี่ยว-ชูเกียรติ มาเขียนบท ซึ่งเป็นผู้กำกับที่มีวิสัยทัศน์ดีในฐานะคนเขียนบทด้วย และแน่นอนเมื่อหนังขับมาทางความรักสามเส้า ความคิดจิตใจแบบมนุษย์ที่มิติซับซ้อน รวมถึงความเป็นดราม่าแบบย้อนยุค ก็เรียกว่าลงตัว ดึงศักยภาพของมะเดี่ยวออกมาได้เต็มที่ สิ่งหนึ่งที่บทของมะเดี่ยวทำได้ดีมากคือการไม่ทำให้ผู้ชมเบื่อแม้กราฟหนังจะเล่าไปแบบไม่มีจุดลุ้นนัก เพราะบทจะสอดแทรกจุดหักมุมมากให้ช็อกคนดูอยู่ทุกระยะอย่างชำนาญมือ

The Chainsmokers เตรียมสร้างประวัติศาสตร์ เป็นวงแรกที่ได้ขึ้นแสดงบนอวกาศ
แล้วผู้กำกับหนังก็ไม่พลาดที่จะใช้บทที่ดีในการสร้างหนังที่ดี นี่จึงคือความสมบูรณ์ที่เราบอกได้ว่าหนังเรื่องนี้เป็นหนังที่ดีและดูสนุก ไม่ได้สนุกในแบบหนังบันเทิงจ๋า แต่มันคือความสนุกของการดื่มด่ำไปกับรสทางอารมณ์ทั้งสุขเศร้า รักหวานซึ้ง การเสียสละ ความรันทดใจ อย่างยิ่งยวด ซึ่งคู่ควรกับคำว่า คลาสสิก จริง ๆ

ในอีกด้านเราอาจมองได้ว่านี่คือหนังแนวก้าวพ้นวัยในรูปแบบหนึ่ง เด็กสาวที่วันหนึ่งเธอต้องพบว่าชีวิตเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือจะรับมืออย่างไร หากเปรียบเปรยการเป็นกระสือก็อาจเหมือนการเติบโตด้านร่างกาย มีประจำเดือน ร่างกายเปลี่ยนแปลง ทำให้เกิดความเขินอายต้องหลบซ่อน แต่สุดท้ายเรื่องราวของกระสือก็เป็นการสอนว่าเราไม่อาจต่อต้านธรรมชาติของการเติบโตได้ ไม่ว่าทั้งด้านดีหรือด้านร้าย แค่ต้องเรียนรู้และยอมรับ ทั้งการเปลี่ยนแปลงของตนเอง และผู้อื่น ความรู้และการเปิดใจกว้างคือหนทางชนะสิ่งที่ไม่รู้และความกลัว หนังเรื่องนี้จึงให้คุณค่าในหลายระดับ ทั้งความงาม ปัญญา และอารมณ์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น