รีวิวหนังไทย Six Characters มายาพิศวง

รีวิวหนังไทย Six Characters มายาพิศวง

รีวิวหนังไทย Six Characters มายาพิศวง

วันที่ 15 กันยายน 2565 นอกจากจะเป็นวันกำหนดฉายของ ‘Six Characters มายาพิศวง’ เป็นวันแรกแล้ว ดูหนังออนไลน์ มันยังเป็นวันที่เหมือนสวรรค์ได้ลิขิตให้หม่อนหลวงพันธุ์เทวนพ เทวกุล หรือหม่อมน้อย บรมครูการแสดงคนสำคัญของไทยได้เดินทางสู่บทสุดท้ายของชีวิต ดูหนังออนไลน์ฟรี 2022 ราวกับว่าคำพูดที่ท่านได้เคยกล่าวในวีดีโอโปรโมตภาพยนตร์ว่าจะเป็นภาพยนตร์เรื่องสุดท้ายในชีวิตกลายเป็นเรื่องจริงอย่างน่าตกใจ ดูหนังฟรี และขอยอมรับตามตรงว่าการจากไปของหม่อมน้อยได้ส่งผลต่อการชมภาพยนตร์เรื่องนี้ในระดับที่สั่นสะเทือนจิตใจผมเป็นอย่างยิ่ง รีวิวหนังไทย Six Characters มายาพิศวง รีวิวหนังไทย

‘มายาพิศวง’ ดัดแปลงมาจากบทละคร ‘Six Characters in Search of an Author’ ของ ลุยจิ พิรานเดลโล (Luigi Pirandello) ที่หม่อมน้อยได้รู้จักในปีพ.ศ. 2515 โดยการแนะนำของอาจารย์สดใส พันธุมโกมล ผู้ก่อตั้งภาควิชาศิลปะการละคร คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและเป็นผู้ดำริสร้างเป็นละครเวทีประจำปีนั้นและด้วยเรื่องราวที่สะท้อนถึงธาตุแท้ของความเป็นมนุษย์ การวิพากษ์ระหว่างความจริงกับเรื่องแต่งที่โดนใจเลยทำให้หม่อมน้อยหยิบมาดัดแปลงและตั้งใจนำศิลปะภาพยนตร์และศิลปะการละครมาทดลองเขย่ารวมกัน
เรื่องย่อที่ทุกคนต้องรู้ก่อนเข้าโรงมีเพียงว่า มีกองถ่ายภาพยนตร์เรื่องหนึ่งที่ต้องประสบปัญหาไฟดับในระหว่างการถ่ายทำ และท่ามกลางความวุ่นวายนั้นเองมีบุคคลนิรนาม 6 คนที่อ้างว่าตัวเองไม่ใช่มนุษย์แต่เป็นตัวละครที่ถูกนักประพันธ์ทอดทิ้งไม่ยอมเขียนตอนจบและสาเหตุที่พวกเขาเดินทางมาที่กองถ่ายในวันนี้ก็เพื่อให้ผู้กำกับยอมเอาเรื่องของพวกเขาไปแต่งและเล่นต่อจนจบ โดยมีสายตาของดาราเบอร์ใหญ่และทีมงานเป็นพยานในเหตุการณ์แปลกประหลาดครั้งนี้
รีวิวหนังไทย Six Characters มายาพิศวง
สิ่งกวนใจเดียวของการชมภาพยนตร์อย่าง ‘มายาพิศวง’ มีเพียงว่าเรื่องเล่าของมันไม่ได้ถูกแต่งมาเพื่อความบันเทิงของทุกคนแน่ ๆ ยิ่งมาผนวกการกำกับสไตล์หม่อมน้อยที่เอาศาสตร์ละครเวทีมาใช้กับภาพยนตร์เป็นหลักแล้ว ก็อดไม่ได้ที่ความไม่เข้าที่เข้าทางมันจะกระแทกตาคนดูตั้งแต่วินาทีแรกยันหนังจบ แต่กระนั้นสิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้เลยสำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้เห็นจะเป็นความพิถีพิถันและละเอียดละออกับทุกองค์ประกอบแบบหาได้ยากเหลือเกินในภาพยนตร์ปัจจุบัน
เริ่มต้้งแต่การดัดแปลงบทละครมาเป็นบทภาพยนตร์อีกทั้งยังใส่บริบทไทย ๆ เข้าไปโดยเฉพาะการจำลองกองถ่ายหนังไทยสมัยก่อนยุคที่ดาราเป็นใหญ่ชี้เป็นชี้ตายความเป็นไปของหนังไทยแต่ละเรื่อง ทว่าบริบทดังกล่าวกลับย้อนมาเสียดแทงวงการภาพยนตร์ไทยในปัจจุบ้นได้อย่างคมคายไม่น้อยเลย ซึ่งการปรากฎตัวของ ตัวละครทั้ง 6 ที่มาวิพากษ์วิจารณ์การแสดงของ ‘ดารา’ ก็เป็นเหมือนบทเรียนที่หม่อมน้อยทิ้งไว้ให้ลูกศิษย์ทั่วบ้านทั่วเมืองทั้งที่อยู่ในหนัง ‘มายาพิศวง’ เองและบรรดาศิษย์ที่ศึกษางานของท่านผ่านผลงานว่าอะไรคือสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับศิลปะการแสดงในทุกแพลตฟอร์มกันแน่
ซึ่งถึงแม้ว่าสารดังกล่าวจะถูกบอกออกมาแบบกระแทกหน้าคนดูในฉากจบแต่เมื่อคำนึงถึงว่านี่คือผลงานเรื่องสุดท้ายของหม่อมน้อย วิธีการที่ดูไม่มีชั้นเชิงที่สุดกลับกลายเป็นคำสอนที่จริงใจที่ครูคนหนึ่งจะมอบทิ้งไว้ให้คนผลิตผลงานศิลปะการแสดงในปัจจุบันไม่หลงลืมมันได้ดีที่สุดนั่นแหละครับ และนอกจากความประณีตพิถีพิถันในงานด้านภาพที่ได้ สยมภู มุกดีพร้อม ช่างภาพระดับโลกของไทยมารังสรรค์งานภาพสุดวิจิตรทั้งการเล่นแสงเงาในฉากเปิดตัวเหล่าตัวละครและการทำงานร่วมกับไฟในฉากที่ถูกใช้สื่อความหมายในงานละครเวทีมาปรับกับงานภาพของภาพยนตร์ได้อย่างลงตัว
รีวิวหนังไทย Six Characters มายาพิศวง
ในส่วนการแสดงนั้นต้องยอมรับล่ะครับว่า หากใครได้เห็นข่าวการแคสติงนักแสดงหลายคนคงอดปรามาสพวกเขาไม่น้อยเลยทีเดียว โดยเฉพาะตัวของ มาริโอ เมาเร่อ ที่ต้องยอมรับว่าไม่ว่าจะบทบาทไหนเขาก็ถูกตั้งแง่ไว้ก่อน และคราวนี้บทผู้กำกับได้กลายเป็นแบบทดสอบสำคัญสำหรับเขาต่อหม่อมน้อย และกล่าวอย่างคนรู้ดีที่อาจไม่รู้จริง แต่เมื่อดูผลงานแล้ว ‘มายาพิศวง’ ก็ไม่ต่างจากประกาศนียบัตรของครูคนนี้ที่การันตีว่าเขาไม่ได้เป็นเพียงแค่ดาราหน้าตาดี แต่นี่คือนักแสดงอนาคตไกลและว่าที่ซูเปอร์สตาร์ของเมืองไทยได้ไม่ยาก
ส่วนคนที่โดดเด่นที่สุดคงไม่มีใครเกิน แพนเค้ก เขมนิจ จามิกรณ์ ที่คราวนี้เธอต้องมารับบท อมรา ตัวละครสุดแซ่บที่เน้นเล่นใหญ่ โอเวอร์แอ็กติง ซี่งเป็นตัวละครที่สุ่มเสี่ยงกับการสร้างความรำคาญให้คนดูเป็นอย่างยิ่ง แต่เมื่อจำนวนนาทีของหนังผ่านไป แพนเค้กกลับสามารถดึงคนดูให้เข้าอกเข้าใจชะตากรรมของตัวละครอย่างเธอ และตามความเข้าใจของผมตัวละครอมรานี่แหละคือกุญแจสำคัญที่หม่อมน้อยใช้เพื่อไขปริศนาธรรมและสารสำคัญของหนังได้อย่างแยบยล

ยกฟ้อง ! อดีตหนูน้อยบนปกอัลบั้ม ‘Nevermind’ แพ้คดีฟ้องร้อง Nirvana ในข้อหาแพร่ภาพอนาจาร

สำหรับใครที่สนใจและคิดจะตีตั๋วชม ‘มายาพิศวง’ คำแนะนำเดียวของผมมีแต่ให้เปิดใจให้กว้างก่อนเลยครับ ช่วงแรกอาจต้องปรับตัวกับสไตล์ละครเวทีของมันสักพักแต่เมื่อต่อติดและปล่อยใจให้เรื่องราวเข้ามาโลดแล่นแบบตัดตรรกะและอคติต่าง ๆ ที่เราอาจมีต่อหนังไปได้ เชื่อว่าประสบการณ์ดูหนังครั้งนี้ในโรงภาพยนตร์จะตราตรึงและอยู่ในความทรงจำของการชมภาพยนตร์ในปี 2565 นี้แน่นอนครับ
เป็นคิวการกลับมาของนักสร้างหนังชั้นครู หลังจากที่ห่างหายไปนานถึง 7 ปี “หม่อมน้อย ม.ล.พันธุ์เทวนพ เทวกุล” ได้กลับมาอีกครั้งกับผลงานชิ้นใหม่ของท่าน ใน “Six Characters มายาพิศวง” ที่การันตีความพิถีพิถันและเล่นใหญ่สั่นจอทุกอนู กับการนำเอาบทประพันธ์สุดคลาสสิกจากฝั่งยุโรปที่มีอายุร่วม 100 ปี มาดัดแปลงสร้างเป็นหนังไทย ผ่านเหตุการณ์และโศกนาฏกรรมของตัวละคร ที่ดูเชิงจะซับซ้อนแต่ก็ไม่ได้ลึกลับเกินที่จะเข้าใจ
Six Characters มายาพิศวง เล่าเรื่องราวของนางงามประจำจังหวัดผู้งามเพียบพร้อมเยี่ยงกุลสตรี และเข้าพิธีวิวาห์กับมหาเศรษฐีหนุ่มใหญ่ จนมีลูกชายวัย 1 ขวบ ซึ่งเป็นทายาทคนเดียวของวงศ์ตระกูล แต่แล้วเธอก็ต้องถูกประณามว่า “คบชู้สู่ชาย” กับเลขาหนุ่มรูปหล่อของสามีเธอเอง จนทำให้เธอถูกไล่ออกจากคฤหาสน์และถูกกีดกันไม่ให้พบ “ลูกชาย” โดยเด็ดขาดนานนับ 20 ปี
รีวิวหนังไทย Six Characters มายาพิศวง

เป็นสิ่งที่ไม่ค่อยจะเกิดขึ้นในวงการหนังบ้านเราเท่าไหร่นัก ที่จะหยิบเอาประพันธ์ระดับโลกมาสร้างเป็นเวอร์ชั่นไทย เพราะเรื่องนี้ได้นำเอาบทละครที่มีอายุนับศตวรรษ อย่าง Six Characters in Search of an Author ของ ลุยจิ ปิรันเดลโล่ มาดัดแปลงสร้าง ผ่านการร้อยเรียงอันชดช้อยของหม่อมน้อย ที่ทั้งรับหน้าที่กำกับและเขียนบทหนังเรื่องนี้ด้วยตัวท่านเองทั้งสิ้น

ถึงแม้ว่าบทประพันธ์ดังกล่าวจะไม่ค่อยมีใครหยิบนำมาสร้างเป็นหนังแบบตรง ๆ เพราะโครงสร้างเหมาะกับการเป็นศิลป์ทางด้านการแสดงหรือละครเวทีมากกว่า แต่เค้าโครงของเรื่องนี้ก็เคยถูกหยิบนำไปใช้และเป็นแรงบันดาลใจให้กับงานศิลป์หลาย ๆ เรื่อง อย่างที่ผู้ชมยุคนี้น่าจะคุ้น ๆ กันก็คือหนัง “Stranger than Fiction” ที่มีได้แรงบันดาลใจจากเรื่องนี้นำไปวางเป็นธีมของเรื่องนั่นเอง
อย่างที่กล่าวไปแล้วว่า Six Characters มายาพิศวง ต้นฉบับมีความเด่นเป็นละครเวทีมาก ๆ ดังนั้นเมื่อกลายมาเป็นฉบับหนังใหญ่ขึ้นจอแล้วนั้น หม่อมน้อยจึงได้วาดลวดลายและใส่จินตนาการอย่างเต็มที่ เหมือนกับการยกโรงละครทั้งโรงเข้าไปใส่เอาไว้บนจอในโรงภาพยนตร์แทน ดังนั้นตลอดระยะกว่า 2 ชั่วโมงของหนังเรื่องนี้ เราจะได้พบกับองค์ประกอบศิลป์ทางการแสดงล้วน ๆ ที่หากวิเคราะห์ตามความรู้สึกของคนดูหนังทั่ว ๆ ไป การแสดงของพวกเขาจัดได้ว่าต้องเล่นใหญ่รัชดาลัยเป็นพื้นฐาน

ไม่รู้ว่าจะเป็นชี้นำหรือเปล่า แต่น่าจะบอกได้ว่า Six Characters มายาพิศวง เป็นหนังที่เข้าถึงได้ไม่ง่าย แต่ก็ไม่ได้ยากเกิน หากว่าผู้ชมมีพื้นฐานของการเสพศิลป์แนว Performance Art ติดตัวอยู่แล้ว ก็น่าจะซึบซับไปกับหลักและวิถีการแสดงของหนังเรื่องนี้ได้ดี แต่หากว่าใครไม่ค่อยสัมผัสการแสดงประเภทนี้เท่าไหร่นั้น อาจจะมองได้ว่าพวกเขาเหล่านักแสดงถ่ายทอดออกมาได้ประหลาด ๆ ไปสักหน่อย รีวิวหนังไทย Six Characters มายาพิศวง

แต่แน่นอนว่า Six Characters มายาพิศวง ที่โดดเด่นสุด ๆ ก็ต้องยกให้กับการแสดง แม้ว่าทีมนักแสดงส่วนใหญ่จะไม่ได้เจนจัดบนเวทีการแสดงละครเวทีมาก่อน เมื่อต้องมาลงจอด้วยศิลป์ชนิดนี้ มันอาจจะทำให้ดูแปลกตากับผู้ชมไม่น้อย จากนักแสดงที่หน้าจอละครทีวีมาเล่นใหญ่แบบใส่อินเนอร์ทางอารมณ์แบบเกินบรรยาย อาจจะดูเวอวังอลังการ แต่ต้องขอปรบมือให้กับพวกเขาในทุก ๆ คาแรกเตอร์ ที่เห็นได้ชัดว่าหม่อมน้อยได้ทำการเวิร์กช็อปและตีโจทย์การบ้านของพวกเขาได้ค่อนข้างดี
ที่โดดเด่นสุด ๆ ก็คงจะต้องยกให้ “แพนเค้ก เขมนิจ” ที่ภาพลักษณ์ของเธออาจจะติดความเป็นนางเอกละคร แต่ใน Six Characters มายาพิศวง บทบาทของเธอแตกต่างไปจากสิ้นเชิงทั้งสิ้น เป็นตัวละครที่มีมิติค่อนข้างลึกและซับซ้อน แต่ก็ไม่ยากที่จะเข้าใจได้ แม้ว่าลีลาท่าทางการออกแบบการแสดงของเธอจะชวนดูน่ารำคาญ แต่หากว่าเธอทำให้คุณรำคาญได้ นั่นก็เท่ากับว่าเธอประสบความสำเร็จในการดีไซน์ตัวละครนี้ออกมาแล้วนั่นเอง
อีกคนที่น่าประทับใจไม่แพ้กันก็คือ “มาริโอ้ เมาเร่อ” ที่ถือว่าเป็นอีกตัวละครที่มาช่วยพยุงหนังทั้งเรื่อง ด้วยการเป็นคีย์คาแรกเตอร์ที่เป็นตัวเชื่อมโยงกับตัวละครอื่น ๆ เข้าด้วยกัน ถึงแม้ว่าผู้ชมอาจจะมองว่าเป็นการแสดงที่ไม่เห็นจะมีอะไรมาก แต่เราก็ได้เห็นอีกหนึ่งขั้นทางการแสดงของเขาผู้นี้ ที่สามารถถ่ายทอดออกมาได้อย่างนุ่มลึกและพิศมัย ถึงแม้ว่าในเวลาที่จำกัดของหนังจะยังไม่ค่อยได้ทำให้เขาผู้นี้ได้ปล่อยของทางการแสดงออกมาได้เต็มเหนี่ยวเท่าไหร่ก็ตาม

และอีกองค์ประกอบที่ดีไม่แพ้กัน และเป็นลายเส้นเด่นชัดของผลงานชั้นครูของหม่อมน้อย นั่นก็คืองานองค์ประกอบศิลป์ต่าง ๆ ทั้งการจัดแสง การเล่นกับสี รวมไปถึงเสื้อผ้าและดีไซน์ฉากต่าง ๆ ทุกอย่างล้วนแต่เป็นงานละเอียดที่สัมผัสได้ถึงการบรรจงสร้าง แม้ว่าโครงหลักจะเป็นฉากสไตล์ละครเวทีแปะหน้า แต่หม่อมน้อยก็ใช้เทคนิคของแสงมาช่วยเพิ่มบรรยากาศและอารมณ์ของตัวละครได้โดดเด่นในหลาย ๆ ซีน

แต่กระนั่น Six Characters มายาพิศวง ก็ยังเป็นหนังที่ช่องโหว่อยู่ไม่น้อยเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะการเล่าเรื่องที่ถือว่าเป็นโจทย์ค่อนข้างยากที่จะถ่ายทอดออกมาได้ตรงใจกับผู้ชม วิธีการเล่าของหนังอาจจะไม่ได้หวือหวาชวนติดตามในทุก ๆ โมเมนต์ มีจังหวะที่เข้มข้นและก็มีจังหวะที่ยืดเยื้อปะปนกันไป แต่โชคดีที่ยังได้จังหวะอารมณ์ของนักแสดงที่ถ่ายทอดออกมาได้เต็มที่และจัดจ้านมาช่วยเอาไว้ได้ทันท่วงที
เอาเป็นว่าโดยภาพรวมแล้วนั้น Six Characters มายาพิศวง ถือว่าเป็นอีกหนึ่งผลงานบรรจงสร้างของหม่อมน้อย ที่ถือว่าค่อนข้างดีขึ้นจากผลงาน 1-2 เรื่องก่อนหน้านี้ของท่าน มอบอรรถรสน่าพึงพอใจแบบเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นจากเรื่อง “อุโมงค์ผาเมือง” ประมาณนั้น สัมผัสได้ถึงความตั้งใจพยายามและไม่ทิ้งลายเส้นแบบเฉพาะของท่านในผลงานชิ้นนี้ แม้ว่าจะมีความเวอวังและความเชยปะปนอยู่ไปบ้าง แต่เมื่อมองว่าเป็นงานศิลปะการแสดงแขนงหนึ่งก็ถือว่าเป็นการถ่ายทอดออกมาที่น่าพอใจในระดับชมเชยได้อยู่
และถ้าหากว่าผลงานชิ้นนี้จะกลายเป็นชิ้นทิ้งทวนของหม่อมน้อย ก่อนที่ท่านจะเกษียณอายุและวางมือการสร้างหนังไปตามที่มีข่าว ก็ถือว่า Six Characters มายาพิศวง เป็นอีกชิ้นงานที่น่าพึงพอใจที่จะปิดฉากตำนานนักสร้างหนังชั้นครูอีกคนของเมืองไทย แม้ว่าจะยังไม่ได้ใช่หนังที่ดี แต่ก็ไม่ได้เป็นหนังแย่อะไร หนังยังเต็มไปด้วยองค์ประกอบต่าง ๆ ที่มีความสมบูรณ์แบบในแต่ลำดับชั้นในตัวเอง และเราก็ไม่รู้เหมือนว่า…จะได้มีโอกาสเจอผู้ที่สร้างหนังแบบนี้ออกมาประดับวงการหนังไทยได้อีกหรือเปล่า

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น