รีวิวหนังไทย องค์บาก

รีวิวหนังไทย องค์บาก

รีวิวหนังไทย องค์บาก

รีวิวหนังไทย องค์บาก โชว์ศิลปะการต่อสู้แบบไทย ๆ พร้อมเนื้อเรื่องที่สนุกน่าติดตามหนังเรื่องนี้นำแสดงโดย โทนี่ จา หรือ จา พนม สุดยอดนักแสดงหนังบู๊ ด้วยฝีมือในเรื่องของศิลปะการต่อสู้แบบไทย ๆ และทักษะด้านการแสดงที่ดีเยี่ยมของเขา ทำให้หนังเรื่ององค์บากสามารถกวาดความนิยมไปทั่วโลก และยังเป็นหนังแอ็กชันคลาสสิกแห่งวงการหนังไทย นอกจากการบู๊และแอ็กชันสุดสนุกแล้ว ยังมีหม่ำ จ๊กมก มาช่วยสร้างเสียงหัวเราะให้กับหนัง ถือเป็นเรื่องที่บาลานซ์ความบู๊ ความสนุกและความดราม่าอื่น ๆ ได้อย่างลงตัว

ณ เวลานี้คงไม่มีนักชมภาพยนตร์ไทยคนไหนไม่รู้จักผู้ชายที่ชื่อ จา พนม ยีรัมย์ กันแล้ว จากผลงานทั้งสองเรื่องที่ผ่านมาของเขา ก็สร้างปรากฏการณ์ใหม่ๆ ให้กับวงการภาพยนตร์ของไทยเราไม่ใช่น้อย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของรายได้ที่ได้มาเป็นกอบเป็นกำอย่างมหาศาลถล่มทลายทั้ง 2 เรื่อง และ จา พนม ยังเป็นเจ้าของตำนานที่ว่า เล่นจริง เจ็บจริง ไม่ใช้สลิง ไม่ใช้ตัวแสดงแทน อีกด้วย
และการกลับมาของ จา พนม ในภาพยนตร์ องค์บาก 2 นี้ ตอนแรกก็ทำท่าทางมีปัญหากับเจ้าของค่ายหนัง ซึ่งบางกระแสบอกว่าเป็นการสร้างข่าวเพื่อโปรโมทหนังบ้างล่ะ บางกระแสก็บอกว่าเป็นเรื่องจริง

แต่เรื่องที่เป็นข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์จะจริงหรือไม่จริงอย่างไรผมไม่รู้ แต่ที่ผมรู้ก็คือ ข่าวชิ้นนั้นมันจุดกระแสให้หนัง องค์บาก 2 นี้ กลายเป็นภาพยนตร์ที่นักดูหนังรอคอยอย่างมาก ยิ่งปล่อยตัวอย่างหนังออกมาเรียกน้ำย่อยก่อนก็เป็นปฏิกิริยาที่ทำให้อยากดูเข้าไปใหญ่ ถึงขนาดที่ค่ายหนังยังนำจุดนี้เป็นคำโปรยในตัวอย่างหนังเลยว่า ภาพยนตร์ที่คนทั่วโลกรอคอย ซึ่งคงไม่แปลกอะไรที่จะกล่าวอย่างนั้น เพราะหนังสองเรื่องแรกที่ จา พนม เล่นนั้นนำไปขายให้สายหนังต่างประเทศหลายประเทศด้วยกัน อย่างที่รู้ๆกันอยู่ และสำหรับเรื่องนี้ก็ได้รับคำยืนยันนอนยันมาจากคนวงในแล้วว่า องค์บาก 2 ได้ขายให้กับต่างประเทศไปแล้วกว่า 50 ประเทศ ก่อนที่ตัวหนังจะถ่ายทำเสร็จด้วยซ้ำเรียกได้ว่าขายได้ก่อนทั้งที่หนังยังสร้างไม่เสร็จเลยทีเดียว แล้วอย่างนี้จะไม่ให้ทั่วโลกรอคอยเหรอ หลังจากที่ผมดูตัวอย่างภาพยนตร์ก่อนที่จะได้ดูแบบเต็มๆ มีหลายคนบอกผมว่า องค์บาก 2 เป็นอะไรที่ดูยิ่งใหญ่ คงจะเป็นหนังไทยที่ถูกสร้างออกมาได้เหนือความคาดหมาย เว็บดูหนัง

 

องค์บาก Ong Bak 👊💥 หนังเรื่องนี้ฉายเมื่อวันนั้น (Movie From That Day)

ประการที่สำคัญก็คือตัว จา พนม เองที่เล่นหนังไปแค่ 2 เรื่อง แล้วกระโดดมาเป็นผู้กำกับเลย จะทำเรื่องนี้ได้ดีเหรอ? ถ้าเป็นนักแสดงเมืองนอกจะต้องเป็นพระเอกมาไม่รู้กี่เรื่องต่อกี่เรื่องก่อน จนอายุมากแล้วถึงจะกระโดดลงมาเป็นผู้กำกับ แต่สำหรับจาพนม ที่นักดูหนังต่างประเทศเรียกว่า โทนี่ จา เขาสามารถทำได้และทำได้ดีด้วย การที่จะเป็นผู้กำกับได้นั้น มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลย ไหนจะเรื่องพรีโปรดักชั่น ไหนจะเรื่องโปรดักชั่น และเรื่อยมาจนถึง โพสโปรดักชั่น ซึ่งมันเป็นอะไรที่ต้องใช้สมองและความสามารถอย่างสูง แต่ จา พนม ก็ทำได้ ผมถือว่า จา พนม เป็นพระเอกคนเดียวในโลก ที่อยู่เหนือกฎกติกามารยาท ในการสร้างหนัง
สำหรับเรื่องต้นทุนในการสร้างหนังเรื่องนี้ที่ประกาศไว้ว่า 300 ล้านบาท กมกับราคาดี เพราะในตัวหนังนั้นฉากทุกฉากถือเป็นฉากที่อลังการงานสร้างมาก ทุกฉากดูดีหมด ไม่เว้นแม้แต่เสื้อผ้า, หน้า, ผม ถูกออกแบบไว้อย่างดี และเรื่องการถ่ายภาพยอมรับว่าถ่ายได้ดีกว่าหนังสองเรื่องทีผ่านมาเสียด้วยซ้ำ มุมกล้องที่ส่งภาพออกมานั้นล้วนแล้วแต่คัดสรรมุมที่สวยที่สุดมาให้ชมแทบทั้งสิ้น หนังฟรี

ส่วนนี้ก็ต้องขอยกความดีให้กับทีมถ่ายภาพไป ผมว่าถ้าเอาเงิน 300 ล้านบาทนี้ไปให้ทีมผู้กำกับฝรั่งที่มีชื่อเสียงทำ ก็คงได้แค่งานเรื่องสั้นหรือไม่ก็แค่หนังแผ่นธรรมดาๆ เท่านั้น และถ้าใครได้ไปเห็นงานสร้างฉากของจริง (ที่จังหวัดเลย และระยอง) ก็ต้องบอกเลยว่างานนี้เป็นงานใหญ่จริงๆ อลังการมาก ในส่วนของเนื้อเรื่องนั้นมีหลายคนบอกว่าเหมือนหนังเรื่อง

 

ปืนใหญ่จอมสลัด ตอนแรกผมเห็น คุณสรพงษ์ ชาตรี ออกฉากมาผมก็ตกใจ นึกว่าเป็นกระเบนขาว-ดำ มาผิดเรื่อง แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่นะครับ ยอมรับนะครับว่านักแสดงหนังเรื่องนี้ เล่นดีกันทุกคนไม่ว่าจะเป็นคนไหน เสียอย่างเดียว บทพูดออกจะน้อยไปหน่อย ยิ่งตัวจาเองด้วยแล้วบทพูดแทบจะนับได้เลยว่ามีกี่คำ น้อยมาก ก็ยังคงตามสไตล์หนังที่จาเล่นอยู่เหมือนเดิมทุกเรื่อง คือพูดน้อยๆเข้าไว้ เอาบู๊มันส์ๆอย่างเดียว แต่จาก็สามารถแสดงคำพูดออกมาทางแววตาได้ แววตาของจาบอกทุกสิ่งทุกอย่างเกี่ยวกับความรู้สึกของตัวละครที่จาเล่นอยู่เป็นอย่างดี และต้องขอชมทีมคัดเลือกตัวแสดงสักหน่อยว่า

สุดแป้ก! หนังจา พนม เก็บรายได้ในอเมริกาแค่ 5 พันกว่า

นักแสดงที่เล่นเป็นจาตอนเด็กมีใบหน้าคล้ายจาแบบเหมือนมากๆเลย ถือว่าคัดมาอย่างดี ส่วนฉากบู๊ของ เดี่ยว ชูพงษ์ ที่สู้กันกับจาบนหัวช้าง ฉากนี้ก็เท่มากๆ ขอบอก สำหรับเรื่องนี้ถ้าเทียบกับสองเรื่องที่ผ่านมาของจา ผมถือว่าองค์บาก 2 นี้มีเนื้อเรื่องที่เพิ่มขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง แม้จะดูยังไม่มากก็ตาม แต่เนื่อเรื่องอันน้อยนิดตามสไตล์หนังของจาในเรื่องนี้ก็ยังมีที่มาที่ไป

 

มีปมของเรื่อง มีการแก้ปม แม้ว่ายังไม่สำเร็จก็ตาม (ยังแก้แค้นไม่สำเร็จ) ตัวพระเอกเก็บความแค้นเอาไว้หลังจากที่เห็นพ่อแม่ของตัวเองถูกโจรร้ายฆ่าตายต่อหน้าต่อตา ดีที่ว่ามีทหารคนสนิทของพ่อช่วยหนีนำตัวออกมาได้และบังเอิญได้ไปอยู่กับกลุ่มโจร ที่มีวิชาการต่อสู้ทุกแขนง ทำให้พระเอกของเราที่มีเลือดนักสู้อยู่เต็มตัว ต้องอยู่กับอาวุธทุกชนิด จนกลายเป็นหนุ่มร่างบึกบึน และมีฝีมือทางด้านศาสตราวุธทุกแขนงพร้อมออกไปแก้แค้นกับคนที่ฆ่าพ่อและแม่เขา
ยอมรับอีกเรื่องหนึ่งว่า จา พนม เก่งและตั้งใจที่จะถ่ายทอดวิชาการต่อสู้ทุกแขนงออกมาให้เราชมแบบสมจริงสมจังมาก หนังใหม่

เพราะฉะนั้นการออกแบบท่าการต่อสู้ในเรืงนี้จึงออกมาสวยงามมาก บวกกับความสามารถของจาด้วยแล้วก็เลยสุดยอดของเรื่องฉากต่อสู้เลยทีเดียว ชอบนะที่มีพระเอกเก่งๆ แล้วผู้ร้ายต้องเก่งๆ ด้วย หนังถึงจะสนุกแต่ถ้าจัดเรตติ้งให้หนังเรื่องนี้ ก็คงเป็นหนังที่เหมาะกับผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไปเพราะมีฉากฆ่าฟันกันเยอะพอสมควร ถึงแม้ว่า

 

ลีลาแม่ไม้มวยไทยสำหรับเรื่องนี้ ออกมาน้อยกว่า 2 เรื่องแรกที่จาเล่น แต่ก็มีศาสตร์แขนงใหม่ออกมาให้เราชมคือ นาฏยุทธ์ (เอามวยไทยกับโขนมารวมกัน)และฉากที่น่าประทับใจก็คงไม่พ้นฉากที่สามารถทำให้ช้างทั้งโขลงยอมคุกเข่าให้ทุกตัว ทำได้อย่างไร เก่งจริงๆ ประทับใจมากขอปรบมือให้กับฉากนี้ ตอนสุดท้ายของเรื่องนี้ จบแบบที่แสดงให้เห็นว่า หนังยังไม่จบ ไม่รู้ว่าเกิดจากตอนที่จาหายไปจากกองถ่ายที่เป็นข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ด้วยหรือเปล่า

เลยไม่รู้ว่าจะให้จบอย่างไรดี ก็เลยจบแบบด้วนๆ อย่างนี้ก็แล้วกัน หรือไม่ก็จงใจให้จบอย่างนี้ตั้งแต่แรกแล้วเพื่อที่จะทำภาค 3 ต่อได้ (ถ้าภาค 2 นี้ไปได้สวย) และข่าวที่แว่วมาจากด้านหลังผมเมื่อสักครู่นี้ก็คือ เสี่ยเจียง (สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ/เจ้าของค่ายหนังสหมงคลฟิล์ม)อนุมัติให้ จา พนม ทำ องค์บาก ภาค 3 ต่อแล้ว ถ้าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงก็รอดูได้เลย แต่ไม่รู้ว่าจะอีกนานแค่ไหนนะ เพราะว่าเรื่องนี้ก็สร้างมา 3 ปีด้วยกัน อยากบอกว่าราคาตั๋วหนังในประเทศไทยเราในราคาปกติอยู่ที่ใบละ 120-150 บาท อย่าเสียดายเลยครับกับหนังเรื่องนี้ แค่ดูฉากอลังการอย่างเดียวก็คุ้มเกินคุ้มแล้ว ส่วนฉากบู๊แอ็คชั่นที่มีมาทั้งหมดในหนังเรื่องนี้ ก็ถือว่าเป็นกำไร เว็บดูหนังฟรี

 

องค์บาก (2546) | รีวิวหนังแอ็คชั่น

รับรองได้ว่าที่เราเห็นทั้งหมดในหนังเรื่องนี้ไม่มีในหน้งต่างประเทศแน่นอน ก็ช่วยอุดหนุนหนังไทยดีๆ อย่างนี้สักเรื่องนะครับ จะได้มีหนังไทยดีๆ ให้เราดูเยอะๆ….
“นี่ไง… ที่ที่ผมเจอพี่จา พนมเป็นครั้งแรก” นั่นคืออารมณ์ตอนดู องค์บาก รอบล่าสุดครับ

ที่เราชอบแซว “ต้มยำกุ้ง” หรือ “องค์บากภาคต่อ” ว่าบทไม่มีอะไรนั้น เอาเข้าจริงแล้วองค์บากภาคแรกนี่ก็ไม่ได้มีบทซับซ้อนแปลกใหม่อะไรนะครับ ว่าด้วยชายหนึ่งตามหาของที่ถูกขโมยไป ต้องมายังเมืองที่เขาไม่คุ้นเคย

ระหว่างทางก็ได้เจอชายอีกคนที่หน้าเหมือนพี่หม่ำ (5555) ก่อนจะร่วมกันผจญเหล่าร้าย ฝ่าหมู่หมัดและดงเท้า… ประมาณนั้นนะครับ ดูหนังฟรี

แต่อะไรที่ทำให้องค์บากภาคแรกเด็ดสุด? โดยส่วนตัวผมว่า “มันพอเหมาะพอดี” ครับ คือบทน่ะไม่มีอะไร แต่การเดินเรื่องมันไม่เยิ่นเย้อ ตามด้วยการมีฉากแอ็กชันแบบเล่นจริงเจ็บจริง ไม่ใช้สลิงและสแตนอิน Effect ก็ไม่ต้องครับ ทุกอย่างเนื้อซัดเนื้อ หมัดซัดหมัดกันไป

ฉากไล่ล่าก็มีลูกเล่นพอดีๆ คือไม่ต้องระเบิดอลังการอะไรมากครับ แค่ให้พอหวาดเสียว ซึ่งจุดขายที่เด็ดสุดๆ ยังไงก็คือการเล่นจริงนี่แหละ มันให้อารมณ์อีกแบบจริงๆ นะครับ มันคืออารมณ์แบบที่คอหนังสไตล์เฉินหลงโปรดเป็นหนักหนา

ขณะเดียวกันมันยังมีอารมณ์ดราม่าแทรกลงมาแบบพอรับรู้ แต่ก็ไม่ฟูมฟายเกินไป ดูแล้วพอจะอินได้บ้างตามสมควร ณ ตอนนั้น หนังเรื่องนี้ถือเป็นปรากฏการณ์จริงๆ ครับ ส่วน ณ ตอนนี้ หนังก็ถือเป็นตำนานอีกหนึ่งบทที่น่าจดจำ ดูหนังออนไลน์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น